ผู้เขียน หัวข้อ: วิตามินเสริมแท้ที่จริง...ให้โทษได้  (อ่าน 871 ครั้ง)

ABBA

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2105
    • ดูรายละเอียด
วิตามินเสริมแท้ที่จริง...ให้โทษได้
« เมื่อ: 05 สิงหาคม 2013, 20:19:28 »

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2556 00:00:53 น.
วิตามินเสริมดีจริงหรือ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาวิจัยหลายชิ้นเพื่อตอบคำถามนี้ รวมถึงคำถามที่ว่า แล้ววิตามินเสริมที่เป็นธุรกิจทำเงินมโหฬารในปัจจุบัน จะก่อผลเสียต่อสุขภาพเราได้หรือไม่ ผลปรากฏว่ากระทั่งน้ำมันปลา, วิตามินซีและวิตามินอีที่เราเชื่อว่ามีแต่ประโยชน์ แท้ที่จริงแล้วก็เป็นโทษได้

เดือนที่ผ่านมาเพิ่งมีรายงานข่าวผลการศึกษาพบว่า น้ำมันปลาชนิดแคปซูลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก สร้างความตระหนกต่อคนหลายล้านที่รับประทานน้ำมันปลาและกรดโอเมกา 3 เป็นประจำเพื่อเหตุผลหลายหลาก เช่น บรรเทาอาการปวดตามข้อ, บำรุงหัวใจและสุขภาพจิตเสื่อม


 
ผลศึกษาชิ้นนี้ทำการสำรวจผู้ชายมากกว่า 2,000 คน และพบว่าผู้ชายที่มีระดับโอเมกา 3 ในกระแสเลือดสูงที่สุดมีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากระดับร้ายแรงที่สุดถึง 71% และมะเร็งระดับต่ำ 44%

ไม่ใช่แค่โอเมกา 3 ที่ถูกตรวจสอบแล้วพบโทษแอบแฝง ศูนย์วิจัยมะเร็งเฟรดฮัตชินสันที่นครซีแอตเติล ซึ่งนำทีมโดย ดร.อลัน คริสตัล ได้ศึกษาวิตามินเสริมชนิดอื่นเพิ่มเติมด้วย และพบหลักฐานน้อยมากอย่างน่าประหลาดใจว่า ไม่มียาเสริมวิตามินหรือแร่ธาตุชนิดไหนเลยที่สามารถป้องกันโรคได้ ยกเว้นกรณีผู้ที่ขาดสารอาหารเท่านั้น

"ยิ่งเราศึกษามากขึ้นๆ เท่าใด เราก็ยิ่งพบว่าการรับประทานอาหารเสริมมากเท่าไร ไม่ส่งผลกระทบหรือกลับเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เรากำลังพยายามป้องกัน" ดร.คริสตัลกล่าว

อย่างไรก็ดี สำหรับคนส่วนใหญ่การรับประทานอาหารเสริมวิตามินรวมผสมแร่ธาตุในระดับที่ผ่านการรับรองยังมีความปลอดภัย แต่อาหารเสริมชนิดไหนที่ได้ผล และที่สำคัญชนิดไหนที่ปลอดภัยกันแน่ นี่คือคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

รายงานข่าวระบุอีกว่า เมื่อ 3 ปีก่อนนักวิจัยฝรั่งเศสเคยติดตามศึกษาอาสาสมัคร 8,000 คนที่กินวิตามินผสมหรือวิตามินหลอกนานติดต่อกัน 6 ปี แล้วพบว่า กลุ่มที่กินวิตามินจริงก็มีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือมะเร็งเท่าๆ กับกลุ่มที่กินยาหลอก ผลศึกษาชิ้นนี้เป็นลูกตามของการทบทวนผลการศึกษา 67 ชิ้นในปี 2008 ที่สำรวจผู้คนถึง 230,000 คนแล้วไม่พบหลักฐานว่าวิตามินรวมสามารถช่วยทำให้อายุยืนยาวได้ ต่อมายังมีการศึกษาอีกหลายชิ้นชี้ว่าการทานวิตามินรวมมากเกินกลับให้โทษมากกว่าคุณด้วย

ปี 2011 การศึกษาสุขภาพสตรีไอโอวาที่สำรวจสตรีสูงอายุมากกว่า 38,000 คน พบว่าสตรีที่กินวิตามินรวมเป็นประจำมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเวลา 19 ปีของการศึกษาสำรวจ งานวิจัยนี้พบด้วยว่า การกินวิตามิน บี 6 เพิ่มอัตราเสี่ยงการตาย 4.1%, กรดโฟลิกเพิ่ม 5.9%, เหล็กเพิ่ม 3.9%, แมกนีเซียม 3.6%, สังกะสี 3% และทองแดง 18%

ตัวเลขที่ออกมาดูน่าตกใจ แต่ ดร.คริสตัลปลอบว่า การศึกษาชิ้นนี้ไม่ได้คำนึงข้อเท็จจริงที่ว่าหลายคนที่กินวิตามินปริมาณมากๆ นั้นก็เพราะพวกเธอกำลังป่วยเป็นโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับงานศึกษามากมายหลายชิ้นที่ไม่ได้กล่าวถึงการกินในปริมาณที่พอเหมาะ

ฉะนั้น หากเรารับประทานอาหารสดเพียงอย่างเดียวและทานอาหารครบ 5 หมู่ การกินยาเม็ดเสริมวิตามินรวมก็ไม่มีความจำเป็น "วิตามินซีจากธรรมชาติให้ประโยชน์มากมายจริงๆ แต่กลับมีหลักฐานน้อยมากที่สนับสนุนว่าการทานวิตามินซีเสริมให้ประโยชน์แบบเดียวกัน อันที่จริง การกินวิตามินซีมากๆ แบบที่ผู้สนับสนุนการแพทย์ทางเลือกบางรายแนะนำนั้นอาจเป็นผลร้ายมากกว่าดี เช่น การศึกษายาวนาน 11 ปีที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ พบว่าในกลุ่มผู้ชายมากกว่า 23,000 คนที่สำรวจ คนที่กินวิตามินซีเสริมปริมาณมาก เช่น 1,000 มิลลิกรัม มีโอกาสเกิดนิ่วในไตเพิ่ม 2 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้กินเลย ขณะที่ผลศึกษาปีที่ 2002 เผยว่า การกินวิตามินซีและวิตามินอีเสริม 1 กรัม เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 3 เท่าในหมู่สตรีวัยหมดประจำเดือน"

กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแนะนำว่า ผู้ใหญ่ต้องได้รับวิตามินซีวันละ 40 มิลลิกรัม แต่การกินถึงวันละ 1,000 มิลลิกรัมก็ไม่น่าเกิดอันตราย ผู้ที่กังวลว่าควรกินแค่ไหนจำเป็นต้องชั่งใจเอาเองว่าวันหนึ่งควรทานเท่าใดจึงจะปลอดภัย.