ผู้เขียน หัวข้อ: “ประดิษฐ” เตือนหมอชนบทชุมนุมระวังสะท้อนจุดประสงค์ที่แท้จริง ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้  (อ่าน 820 ครั้ง)

ABBA

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2105
    • ดูรายละเอียด
“ประดิษฐ” เตือนหมอชนบทชุมนุมระวังสะท้อนจุดประสงค์ที่แท้จริง ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้

       “หมอประดิษฐ” ไม่กลัวแพทย์ชนบทเลื่อยขาเก้าอี้ ลั่นมาทำงานเพื่อ สธ.และประเทศ หาก ปชช.เห็นว่าผิดก็พร้อมโบกมือลา ไม่ยึดติดตำแหน่ง ย้ำมาชุมนุมให้ระวังภาพพจน์ ชี้สะท้อนความคิดว่าแท้จริงต้องการอะไร

       วันนี้ (25 มี.ค.) นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การปรับวิธีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นแบบตามภาระงาน (P4P : Pay for Performance) จะดำเนินการ 2 ระยะ ซึ่งจะมีการประเมินผลในทุกระยะเพื่อให้ระบบเกิดความมั่นคง รูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนสอดคล้องกับหลักวิชาชีพ และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างวิชาชีพและภายในวิชาชีพ ที่สำคัญแพทย์ในส่วนต่างๆ ตามภาระงานที่แตกต่างกันก็จะได้แรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น ทำให้รัฐบาลสามารถตอบประชาชนได้ว่า ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนในการจ่ายงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ด้วยภารกิจและภาระงานที่บุคลากรทางการแพทย์ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ตนเชื่อว่าเมื่อใช้ระบบ P4P เสริมเข้าไป จะทำให้ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ใช่ลดน้อยลง เพราะเป็นที่ตระหนักอยู่แล้วว่าภาระนั้นเรียกได้ว่าล้นงาน
       
       “ที่ยังเข้าใจไม่ตรงกันคือ ไม่ได้ยกเลิกค่าตอบแทน แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีจ่ายค่าตอบแทนในพื้นที่ที่จำเป็น เช่น 3 จังหวัดชายแดนใต้ พื้นที่เกาะ พื้นที่เขา พื้นที่ห่างไกล พื้นที่กันดารที่แท้จริง หรือพื้นที่ที่อาจจะดูเหมือนเจริญแล้วแต่ไม่มีแพทย์อยากไปประจำ เช่น เกาะสมุย ยังได้รับเบี้ยกันดารเช่นเดิมและเพิ่มเติมด้วย P4P ด้วย ซึ่งเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้น และเงินจำนวนนี้โดยหลักการจะไม่ลดลง สมมติโรงพยาบาลนี้เคยได้เงินจำนวน 5 แสนบาท มีแพทย์ 10 คน พยาบาล 20 คน และวิชาชีพต่างๆ ก็ยังได้ 5 แสนบาทเหมือนเดิมไม่ได้ลดลง แต่วีธีการจ่ายต้องไปพิจารณากันภายใน” รมว.สาธารณสุข กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลกรณีแพทย์ชนบทจะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า ตนกังวลในเรื่องการแสดงออกมากกว่า คือขอให้แสดงออกอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับปัญหา หากไม่แล้วจะสะท้อนถึงภาพพจน์ ความคิด และจุดประสงค์ที่ชัดเจนว่าแสดงออกเช่นนี้เพราะอะไร ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ ถ้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุผลก็ไม่น่าจะยืดเยื้อ แต่ถ้าตั้งแง่ว่าไม่คุยจะชุมนุมอย่างเดียวก็เกิดปัญหา เชื่อว่าถ้ามาทำความเข้าใจจะทำให้คนเห็นด้วยและเข้าใจมากกว่าที่จะมาชุมนุมกัน ส่วนกรณีจะหยุดงานในช่วงสงกรานต์นั้น โดยปกติจะมีการหยุดโดยระบบอยู่แล้ว รพ.มีการจัดเวรดูผู้ป่วยฉุกเฉินและคนไข้ใน จึงไม่กังวล ส่วนการจะใช้สิทธิ์หยุดมากกว่าปกติก็ควรเป็นไปตามภาระงานที่ต้องดูแลคนไข้ ตนไม่เชื่อว่าคนที่อยู่ในวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขจะพูดหรือมีความคิดเอาคนไข้มาขู่ ว่าคนไข้จะเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม โดยระบบมี รพศ./รพท.รองรับปัญหานี้อยู่แล้ว
       
       “ไม่กลัวที่จะหลุดจากตำแหน่ง เพราะผมถือว่าผมมาทำงานด้วยความตั้งใจมาทำประโยชน์ให้กระทรวงสาธารณสุข ให้กับประเทศชาติ การชุมนุมยืดเยื้อ ถ้าสาธารณชนทุกคนมีความเห็นว่าสิ่งที่กระผมทำนั้นผิด ผมก็ต้องรับผิดชอบออกจากตำแหน่งนี้ไป แต่ถ้ายังเห็นว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกก็ให้การสนับสนุนผม ผู้ที่ชุมนุมยืดเยื้อก็จะได้รับการพูดจากสาธารณชนว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสมควรหรือไม่อย่างไร ก็คงจะมีความเข้าใจและถอนตัวไป แต่ถ้าไม่ถอนตัวเชื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้อง และสาธารณชนเห็นว่าผมทำผิด ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ผมต้องออกจากตำแหน่ง ผมไม่ได้มีความคิดว่าต้องอยู่ในตำแหน่งเพราะอะไร ถ้าผมรักตัวกลัวตำแหน่ง ผมก็แจกเงินไปเท่านั้น ผมไม่ได้มีความคิดแบบนั้น ผมตั้งใจที่ทำประโยชน์ให้กระทรวงสาธารณสุขและประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุด ผมไม่กลัวในเรื่องปัญหาต่างๆ เพราะผมไม่ได้ยึดมั่นในตำแหน่งหน้าที่ ที่กล่าวแบบนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องท้าทาย ผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” รมว.สาธารณสุข กล่าว
       
       ด้าน นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครราชสีมา และอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ยืนยันว่าตัวแทนแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ และพยาบาลในโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศกว่า 700 แห่งจะพร้อมใจแต่งดำมาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 26 มีนาคมแน่นอน โดยโรงพยาบาลสามจังหวัดชายแดนใต้จะร่วมชุมนมครั้งนี้ด้วย
       
       เครือข่ายผู้เสียหายฯ หนุนแพทย์ชนบท
       
       นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนกลุ่มแพทย์ชนบท โดยระบุว่า แพทย์ชนบทใน รพ.ชุมชนคือต้นทางด่านหน้าสุด เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการรักษาพยาบาล ความปลอดภัยของประชาชนผู้รับบริการสาธารณสุขส่วนใหญ่ของประเทศ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและตัดสินใจของแพทย์เหล่านี้ เครือข่ายฯ เห็นว่าเมื่อภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนว่า ต้องการดูแลประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งยากจนและไม่มีโอกาสเข้าถึง รพ.เอกชนให้อยู่ได้อย่างมีความสุข ก็ควรดูแลสวัสดิภาพของแพทย์ชนบทผู้มีความเสียสละ มีอุดมการณ์ อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยเช่นกัน เครือข่ายฯ ไม่อาจทนเห็นแพทย์น้ำดีกำลังจะถูกทำร้ายด้วยการบั่นทอนขวัญและกำลังใจในการทำงาน ขณะที่ประชาชนระดับรากหญ้ายังต้องการแพทย์น้ำดีเหล่านี้ ในการดูแลชีวิตในยามเจ็บไข้ได้ป่วย การออกมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของแพทย์ชนบทใน รพ.ชุมชนครั้งนี้ใน พวกเราลุกขึ้นด้วยความเต็มใจไม่มีผู้ใดร้องขอ ไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ เพียงเพื่อให้แพทย์ผู้อุทิศตนได้มั่นใจว่า สิ่งที่ท่านทั้งหลายได้ทำมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีประชาชนเห็นคุณค่าของท่าน และพร้อมจะให้กำลังใจและเคียงข้างท่านเพื่อความถูกต้อง สวัสดิภาพของแพทย์ หมายถึงสวัสดิภาพของประชาชน ดังนั้น วันที่ 26 มี.ค. 2556 พวกเราจะพากันไปให้กำลังใจกลุ่มแพทย์ รพ.ชุมชนที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เวลาประมาณ 09.00 น.