ผู้เขียน หัวข้อ: สธ.แจงทันตแพทย์ รพ.น่าน ไม่ได้ขูดหินปูนให้หญิงที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อ  (อ่าน 1428 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8247
    • ดูรายละเอียด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    20 สิงหาคม
กระทรวงสาธารณสุขแจงผลสอบ ข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนางสน เรือนน้อย ไม่ได้มาจากการขูดหินปูนเพราะทันตแพทย์ไม่ได้ทำให้ แต่เกิดจากผู้เสียชีวิตเกล็ดเลือดต่ำมาก ทันตแพทย์เพียงแต่ตรวจช่องปาก และล้างทำความสะอาดช่องปากเพื่อลดการติดเชื้อให้เท่านั้น ส่วนกรณีการเสียชีวิตที่ลพบุรี สาเหตุเกิดจากกระเพาะอาหารทะลุ และติดเชื้อในช่องท้องอย่างรุนแรง แพทย์ดูแลรักษาเต็มที่
       
       จากกรณีที่ นางปาณิศา ชายครอง บ้านเลขที่ 156 หมู่ 4 ถนนสา-นาน้อย ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน ได้ยื่นฟ้องสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเป็นหน่วยงานกำกับดูแล รพ.เวียงสา และ รพ.น่าน เรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหายจาการรักษาผิดพลาดจนเป็นเหตุให้มารดา คือ นางสน เรือนน้อย อายุ 68 ปี เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษา และเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อ 25 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา
       
       ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวง สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 1 ชุด มีนายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข ผู้ตรวจราชการประจำเขตรับผิดชอบเป็นประธาน และมีนิติกรประจำกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขอีก 2 คน เป็นคณะกรรมการเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยทำการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องด้านการให้การรักษาแก่ผู้เสียชีวิตรายนี้ทุกคน

นายแพทย์สุพรรณ  กล่าวว่า ขณะนี้ผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว พบว่าทีมแพทย์และทันตแพทย์ของโรงพยาบาลน่านได้ให้การดูแลรักษาเป็นไปตาม มาตรฐานหลักวิชาการและจริยธรรม ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นโรคโลหิตจาง เรียกว่า “อะพลาสติกแอนนีเมีย” (Aplastic anemia) ซึ่งเกิดจากไขกระดูกไม่ทำงานไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงได้ ผู้ป่วยจะมีปัญหาเกล็ดเลือดต่ำทำให้เลือดออกง่าย หยุดยากซึ่งผู้ป่วยรายนี้ก่อนเสียชีวิตมีปัญหาติดเชื้อในช่องปากโดยเข้า รักษาที่โรงพยาบาลเวียงสาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2552 แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และมีภาวะซีด เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อโรงพยาบาลน่าน เมื่อ 27 สิงหาคม 2552 เพื่อรับการดูแลรักษาจากแพทย์เชี่ยวชาญ
       
       หลังจากที่ได้รับการรักษาไปแล้วผู้เสียชีวิตยังมีไข้และปวดฟันจึงส่ง พบแพทย์ทันตแพทย์เมื่อ 31 สิงหาคม 2552 ทันตแพทย์ได้ตรวจช่องปากพบฟันโยกหลายซี่มีความจำเป็นต้องถอนฟันและขูดหินปูน แต่ไม่ได้ทำการขูดหินปูนในวันดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากตรวจพบผู้ป่วยมีเกล็ดเลือดต่ำมากเพียง 7 หมื่น และซีด จึงได้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการติดเชื้อ และวางแผนการถอนฟันโดยต้องรอให้เกล็ดเลือดมากกว่า 1 แสนก่อน ขณะเดียวกัน ในด้านการรักษาทีมแพทย์ได้ให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงถึงค่าใช้ จ่าย โดยให้ยา 6 ชนิด ประกอบด้วย ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อในกระแสโลหิต 5 ชนิด และให้ยารักษาการติดเชื้อราอีก 1 ชนิด แต่อาการผู้ป่วยทรุดลง จึงได้วางแผนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ และส่งรักษาต่อโรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2552 ซึ่งต่อมาทราบว่าเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต
       
       นายแพทย์สุพรรณกล่าวอีกว่า ในการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายนี้ โรงพยาบาลน่านได้ส่งเรื่องเข้าการพิจารณาของคณะกรรมการเยียวยา ตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติด้วยผลการพิจารณาไม่มีการจ่ายเงินชดเชย เนื่องจากขั้นตอนปฏิบัติดูแลรักษาของแพทย์ถูกต้องตามหลักวิชาการ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการอุทธรณ์และได้ส่งเรื่องให้แพทยสภาด้วย
       
       ด้าน นายแพทย์นิวัติชัย สุจริตจันทร์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า แม้ว่าทีมแพทย์ของโรงพยาบาลน่านมิได้มีข้อผิดพลาดทางการรักษาแต่ทางโรง พยาบาลได้ให้การดูแลและติดตามร่วมพิธีศพของผู้เสียชีวิตเพื่อแสดงความเสียใจ โดยได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับญาติในด้านการรักษาผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นโรค โลหิตจางแล้ว 2 ครั้งที่โรงพยาบาลน่าน ในวันที่ 26 สิงหาคม 2553นี้ จะไปชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกรรมมาธิการรัฐสภาด้วย
       
       ด้านนายแพทย์นพพร พงศ์ปลื้มปิติชัย นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของนายอภิชาติ แก้วไธสง อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2552 จากโรคกระเพาะอาหารทะลุ ซึ่ง น.ส.สุขใจ ทอดขุนทด ซึ่งเป็นมารดาได้ยื่นฟ้องสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฐานละเมิดและเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 3.3 ล้านบาทเมื่อวานนี้ว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้ ได้รับการจ่ายเงินชดเชยตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 เป็นเงิน 1.2 แสนบาทเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2552 โดยจ่ายเป็นเช็ค 2 ใบ จ่ายให้บิดาคือ นายสมนึก แก้วไธสง 6 หมื่นบาท และจ่าย น.ส.สุขใจ ทอดขุนทด 6 หมื่นบาทเท่ากัน
       
       นายแพทย์นพพร กล่าวต่อว่า สาเหตุการเสียชีวิตของนายอภิชาติ แก้วไธสง มาจากโรคกระเพาะอาหารทะลุ และติดเชื้อในช่องท้องอย่างรุนแรงซึ่งผู้เสียชีวิตรายนี้มีปัญหาเป็นไส้ เลื่อนที่กระบังลม ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด แต่ไม่มีอาการกระเพาะอาหารบางส่วนเลื่อนเข้าไปในกระบังลม และเกิดการหดรัดกระเพาะอาหารเป็นสาเหตุให้กระเพาะอาหารส่วนนั้นขาดเลือดไป เลี้ยง และเกิดเป็นแผลทะลุ ซึ่งเป็นอุบัติการณ์เกิดได้น้อยมากก่อนเสียชีวิตได้ไปรักษาที่โรงพยาบาล ลพบุรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2552 แพทย์ตรวจและให้การรักษาฉีดยาแล้วแนะนำให้กลับบ้านแต่อาการไม่ดีขึ้น อาเจียนประมาณ 20 ครั้ง จึงไปรักษาที่โรงพยาบาลพัฒนานิคมซึ่งแพทย์ได้งดน้ำงดอาหารให้น้ำเกลือ และใส่สายยางที่กระเพาะอาการเพื่อระบายลมเอาน้ำออก จากนั้นได้ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลลพบุรีเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2552 เวลา 13.00 น. ทีมแพทย์เฉพาะทางได้ตรวจประเมินอาการและทำการผ่าตัดในเวลา 20.00 น.วันเดียวกัน โดยได้ตัดกระเพาะอาหารเป็นบางส่วนตัดไส้ติ่งและเย็บซ่อมกระบังลมด้านซ้าย ซึ่งแพทย์พบว่ามีเศษอาหารอยู่ในช่องท้อง และมีการติดเชื้อร่วมด้วยได้ให้ยาปฏิชีวนะ และดูแลรักษาอย่างเต็มที่ หลังผ่าตัดผู้ป่วยฟื้นเวลา 23.35 น. ผู้ป่วยพูดคุยได้ แพทย์ได้ตรวจเยี่ยมอาการซ้ำอีกในเวลาต่อมา พบว่าผู้ป่วยอาการทรุดลงหยุดหายใจในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 เวลา 07.25 น. แพทย์ได้ช่วยกันฟื้นคืนชีวิต และเสียชีวิตเวลา 07.55 น. ทางโรงพยาบาลได้ร่วมพิธีศพเพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย