ผู้เขียน หัวข้อ: กินยาต้านลดโอกาสติดHIV70เปอร์เซ็นต์  (อ่าน 793 ครั้ง)

ABBA

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2105
    • ดูรายละเอียด
กินยาต้านลดโอกาสติดHIV70เปอร์เซ็นต์
« เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2012, 16:33:22 »
รร.ปริ๊นซ์พาเลซ * แพทย์จาก มช.ยกงานวิจัยทั้งไทย-เทศ พบถ้ากลุ่มเสี่ยงกิน "ยาต้านไวรัสเอชไอวี" สามารถลดโอกาสติดเชื้อ 42-70% จูงใจ อย.สหรัฐ เห็นคล้อยตามเปลี่ยนแปลงข้อบ่งชี้ทางยา คาดรู้ผล กลางเดือน มิ.ย.

ในการสัมมนากลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง ระดับชาติ ครั้งที่ 1 เรื่อง"ยอมรับ เข้าใจ ไม่มีการติดเชื้อในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง" โดย นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า อัตราการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มชายรักชายสูงกว่ากลุ่มอื่นล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 10% แต่จังหวัดใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ อัตราการติดเชื้อจะสูงกว่านี้ ส่วนสาวประเภทสองยังไม่มีการสำรวจที่ชัดเจน ที่ผ่านมากรมควบคุมโรคให้ความสำคัญในการดำเนินงานป้องกันในกลุ่มดังกล่าว ทั้งการจัดหาถุงยาง สารหล่อลื่นและส่งเสริมการเข้าถึงการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังไม่ได้รับความรู้และทักษะในการป้องกันตนเอง ไม่สามารถเข้ารับบริการป้องกันและรักษาได้อย่างสะดวกใจเนื่องจากอคติของสังคม

 
"อยากให้ทั้ง 2 กลุ่มอดทน ขณะเดียวกันอยากให้สังคมให้โอกาสกับคนกลุ่มนี้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการได้ ทั้งนี้ อยากเชิญชวนให้คนที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคนควรไปตรวจหาเชื้อเอชไอวี"

ด้าน รศ.ดร.นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ ผอ. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากข้อมูลตัวเลขที่มีการสำรวจพบว่า กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายจะพบอัตราความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีสูงกว่าประชากรทั่วไปมากกว่า 10 เท่า การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่ได้ผลคือ การใช้ถุงยางอนามัย แต่การป้องกันที่จะนำมาเสริมวิธีเดิมที่เรามีการใช้กันอยู่ในปัจจุบัน คือ มีการศึกษาวิจัยนำยาต้านไวรัสเอชไอวีที่ปกติใช้เพื่อรักษาโรคเอดส์ในผู้ติดเชื้อแต่นำมาใช้เพื่อการป้องกันในผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวี

"ยาดังกล่าวเป็นยารับประทาน ซึ่งจากการศึกษาในหลายประเทศ รวมทั้ง จ.เชียงใหม่ ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย เกย์ สาวประเภทสอง พบว่า กลุ่มที่ได้รับยาต้านไวรัสมีการติดเชื้อเอชไอวีลดลง 42% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกส่วนการศึกษาในทวีปแอฟริกาในกลุ่มชายและหญิงที่มีผลเลือดเอชไอวีต่างกัน คือคนหนึ่งติดเชื้อ คนหนึ่งไม่ติดเชื้อ พบว่ายาต้านช่วยลดโอกาสติดเชื้อได้ประมาณ 70% และอีกโครงการทำในแอฟริกาเช่นกัน ในชายรักต่างเพศและผู้หญิง พบว่าลดการติดเชื้อได้ 63%"

รศ.ดร.นพ.สุวัฒน์กล่าวต่อว่า ล่าสุดเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทางบริษัทผู้ผลิตยาดังกล่าวได้ยื่นเรื่องต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐ(เอฟดีเอ) เพื่อขอขึ้นทะเบียนยาตัวนี้ใหม่ โดยปรับข้อบ่งชี้ของยาสำหรับการรับประทานล่วงหน้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งบอร์ดเอฟดีเอได้ประชุมเมื่อวันที่11 พ.ค. มติเสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้เพิ่มข้อบ่งชี้ในการใช้ยานี้ เพื่อการป้องกันการติดเชื้อล่วงหน้าได้ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้ที่ไม่ติดเชื้อที่มีคู่เป็นผลบวก และบุคคลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ คาดว่ากลางเดือน มิ.ย.นี้จะมีการตัดสินว่าจะอนุญาตให้เพิ่มข้อบ่งชี้ในการใช้ยาต้านเป็นการป้องกันล่วงหน้าได้หรือไม่ หากมีการอนุมัติจะเกิดผลใหญ่ไปทั่วโลก ประเทศไทยก็ต้องมาดูว่าจะเตรียมการรองรับอย่างไร.

ไทยโพสต์