ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดเคสโลกร่ำไห้ โศกนาฏกรรม ‘ลืมเด็กในรถ’ บทเรียนเหตุสลดซ้ำแล้วซ้ำเล่า  (อ่าน 83 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8855
    • ดูรายละเอียด
ถือเป็นข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ควรจะเป็น

สำหรับกรณี ‘น้องจีฮุน’ เด็กหญิงวัย 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนดังแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีที่เสียชีวิตในรถตู้รับ-ส่งของโรงเรียน ด้วยอาการ ‘ฮีตสโตรก’ หลังถูกหลงลืมนานหลายชั่วโมง กว่าจะพบ ก็สายเกินแก้

ครู และคนขับ ถูกตั้งข้อหากระทำการโดยประมาท ส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

แม้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ก็กลายเป็นข่าวสะเทือนใจไปทั่วประเทศ

เหตุการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะเมืองไทย ทว่า มีกรณีชวนเศร้าสลดจากทั่วโลก ทั้งฝั่งตะวันออกและฟากตะวันตก ทั้งยังมีสาเหตุที่คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง นั่นคือความไม่รอบคอบอย่างไม่น่าให้อภัย

ถึงเวลาย้อนทบทวนข้อผิดพลาดเป็นบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำย้ำเตือนความไม่รอบคอบของผู้เกี่ยวข้องจนต้องเกิดความสูญเสีย

รถตู้ญี่ปุ่น ปลอดภัยสูง

แต่ไร้ความหมาย เมื่อ ‘คนขับลืมตรวจใบขึ้นรถ’

ย้อนไปเมื่อ 29 กรกฎาคม 2021 หรือเมื่อเพียง 1 ปีที่ผ่านมา สำนักข่าว Asahi ของญี่ปุ่นรายงานเหตุการณ์ในเมือง ฟุกุโอกะ ว่าเด็กชายวัย 5 ขวบเสียชีวิตหลังติดอยู่ในตู้นักเรียนกว่า 9 ชั่วโมงจากอาการฮีตสโตรก เหตุเพราะคนขับลืมตรวจสอบจำนวนเด็กก่อนลงจากรถ ภายหลังแม่เด็กรู้ว่าลูกของตนหายไปตอน 5 โมงเย็น เพราะไม่พบว่าลูกชายเดินทางกลับมาพร้อมรถตู้หลังเลิกเรียน

จากการสืบสวนของตำรวจ พบว่าแม้ว่ารถตู้รับส่งนักเรียนของญี่ปุ่นจะมีมาตรการความปลอดภัยมากมาย เช่น ประตูของรถสามารถเปิดได้จากข้างในแม้ถูกล็อก และก่อนขึ้นรถรับส่งนักเรียน ผู้ปกครองของเด็กที่มาส่งจะต้องยื่น ‘ใบขึ้นรถ’ รับส่งนักเรียนให้กับคนขับรถเพื่อเป็นการเช็กจำนวนเด็ก

คนขับรถตู้ลืมตรวจใบขึ้นรถ ทำเด็กชายชาวญี่ปุ่น ดับสลด (ภาพ Asahi)
อย่างไรก็ตาม เด็กเล็กก็สามารถเปิดประตูรถจากข้างในได้ยาก และในวันเกิดเหตุ คนขับรถรับส่งนักเรียนไม่ได้เรียกเก็บใบขึ้นรถรับส่งนักเรียนจากผู้ปกครองที่มาส่งเด็กขึ้นรถ ทำให้ไม่มีการเช็กจำนวนเด็ก ตำรวจพบใบขึ้นรถของเด็กคนดังกล่าวในกระเป๋านักเรียน

เมื่อถึงโรงเรียน ครูประจำชั้นได้ทราบว่าเด็กคนดังกล่าวขาดเรียน แต่เนื่องจากไม่มีใบขึ้นรถ ครูประจำชั้นจึงคิดว่าเด็กไม่ได้ขึ้นรถโรงเรียน จึงไม่ได้ติดต่อผู้ปกครองเพื่อสอบถาม

7 ขวบแคนาดา เกือบไม่รอด เพราะลืมตรวจเบาะ

แต่ ‘รอด’ เพราะ ‘โรงเรียนคาใจ’

จากประเทศในเอเชีย ขยับไปที่ฟากตะวันตก 9 มกราคม 2015 ในเมืองซาสเคชเชวาน (Saskatchewan) แคนาดาเด็กชายวัย 7 ขวบ หลับบนรถโรงเรียนแล้วถูกลืมไว้ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น โชคดีที่เด็กปลอดภัยเพราะใส่เสื้อผ้าหนาหลายชั้น นอกจากนี้ ยังถูกพบตัวอย่างรวดเร็วในเวลา 9 โมงเช้าของวันเดียวกัน เพราะโรงเรียนได้โทรศัพท์แจ้งผู้ปกครองว่าไม่พบลูกของพวกเขามาโรงเรียน ผู้ปกครองจึงโทรศัพท์หาคนขับรถรับส่งให้ไปค้นหาที่รถอีกครั้ง

สำนักข่าว CBC ระบุว่า สำหรับกรณีนี้ มีเหตุมาจากคนขับรถรับส่งนักเรียนไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่ต้อง ‘เดินตรวจเบาะทุกแถว’ ก่อนลงจากรถ โดยเด็กคนดังกล่าวได้กลับเข้าเรียนในวันเดียวกันหลังถูกพบตัว

‘Look before you lock’

แคมเปญออสเตรเลียหลังเหตุสลด 3 ขวบ


ควีนส์แลนด์ ออสเตรเลีย เกิดเหตุลืมเด็กในรถ จนมีแคมเปญ ‘Look before you lock’ (ภาพ 9News)
อีกประเทศที่เพิ่งเกิดเหตุหมาดๆ 2 ครั้งซ้อน คือ ออสเตรเลีย 4 พฤษภาคม 2022 เด็กหญิง 3 ขวบถูกลืมไว้ในรถตู้โรงเรียน ทั้งที่เป็นเด็กเพียงคนเดียวที่รถตู้มารับ นับเป็นความผิดพลาดอย่างเหลือเชื่อ

สำนักข่าว Brisbane times รายงานว่า เด็กรายดังกล่าว ขึ้นรถในเวลาราว 09.30 น. ก่อนถูกพบตัวบนเบาะที่นั่งแถว 2 จากหลังสุดในเวลาประมาณเที่ยงตรงสาเหตุมาจากคนขับและครูที่อยู่ในรถอีกหนึ่งคน ลืมว่ามีเด็กอยู่ในรถตู้ กระทั่งถูกใช้ในการรับส่งนักเรียนรอบเที่ยง จึงพบตัวในอาการสาหัส เนื่องจากไตวาย


2 ปีก่อนหน้านั้น ที่ควีนส์แลนด์ 18 กุมภาพันธ์ 2020 สำนักข่าว Nine News รายงานข่าวเศร้าของเด็กวัยเพียง 3 ขวบที่ถูกลืมไว้บนรถตู้รับส่งนักเรียนและเสียชีวิต โดยคนขับพบร่างเด็กในเวลาประมาณ 15.15 น. โดยไม่ได้ถูกแจ้งว่าหาย หรือไม่ได้เข้าเรียน


เด็กหญิงวัย 4 ขวบเสียชีวิตหลังติดในรถตู้กว่า 8 ชม. ที่ฮังการี (ภาพ Metro)
โศกนาฏกรรมดังกล่าวได้ทำให้ออสเตรเลียออกแคมเปญรณรงค์เรื่องการเช็กจำนวนเด็กก่อนลงจากรถรับส่งนักเรียน ‘Look before you lock’ ซึ่งลดจำนวนเด็กถูกลืมไว้บนรถรับส่งนักเรียนได้ แต่ก็ยังมีเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นอีกดังที่กล่าวไปข้างต้น

จอดกลางแดด 8 ชม.

เด็กหญิงฮังการีร้องให้ช่วย ไร้คนได้ยิน

อีกข่าวเศร้าเกิดขึ้นที่ฮังการีเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง ในเมืองโทมาสโมโนสโตร่า (Tomajmonostora) 7 มิถุนายน 2022 สำนักข่าว Metro ของอังกฤษ รายงานว่า เด็กหญิงวัย 4 ขวบเสียชีวิตในรถโรงเรียน หลังติดอยู่นานกว่า 8 ชั่วโมง โดยรถถูกจอดไว้กลางแดด ไม่มีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ ทำให้เด็กขาดน้ำ เกิดอาการฮีตสโตรก

หลังพบตัว เด็กหญิงคนดังกล่าวถูกนำส่งตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ก่อนเสียชีวิตใน 3 วันต่อมา

เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเพราะคนขับลืมตรวจเช็กจำนวนเด็กนักเรียนก่อนลงจากรถ

คนขับรถบัสโรงเรียนในอเมริกาได้รับการเน้นย้ำให้ ‘นับ’ จำนวนและดูแลเด็กขึ้น-ลง รวมถึงข้ามถนนอย่างปลอดภัย (ภาพ AP)
สแกนกฎเหล็ก ‘รถบัสเหลือง’ รับ-ส่งนักเรียน

ในสหรัฐ เข้มปลอดภัย สกัดโศกนาฏกรรม

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย หลังเกิดเหตุล่าสุด โลกออนไลน์ต่างให้การชื่นชม โรงเรียนบริบูรณ์วิทยา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้เผยแพร่นโยบายการดูแลนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพิ่งทำหลังข่าวการเสียชีวิตของน้องจีฮุน โดยครูจะตรวจสอบจำนวนเด็ก 1 รอบ ก่อนให้คนขับตรวจอีก 1 รอบ ตามด้วยการจอดรถแบบเปิดประตูหลัง ซึ่งหากแม้มีเด็กติดในรถ ก็จะสามารถใช้ทางออกดังกล่าวได้

นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุให้กับเด็กๆ ว่าหากติดอยู่ในรถ ต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะแจ้งตำแหน่งแตรรถยนต์ให้กดขอความช่วยเหลือ วิธีการเปิดประตู และอื่นๆ

สำหรับในต่างประเทศ รถโรงเรียนที่เป็นรถบัสขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา มีกฎข้อบังคับที่เข้มงวดเกี่ยวกับรถบัสรับส่งนักเรียน โดยกฎหมายระบุไว้ว่าก่อนที่จะทำการ ซื้อ หรือขาย โดยต้องผ่านกฎข้อบังคับของทางมาตรฐานความปลอดภัยด้านยานยนต์สหรัฐอเมริกา หรือ Federal Motor Vehicle Safety Standards (FMVSS)

การฝึกนักเรียนให้รู้จักตำแหน่งแตร เพื่อกดขอความช่วยเหลือกรณีติดในรถตู้
รถบัสจะมีสีเหลือง ถึงแม้ว่าจะไม่มีกฎข้อบังคับในแง่ของกฎหมายที่บังคับให้รถบัสรับส่งนักเรียนต้องเป็นสีเหลืองเท่านั้น ทางองค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนน หรือ National Highway Traffic Safety Administration ได้แนะนำให้รถบัสรับส่งนักเรียนทุกคันต้องเป็นสีเหลือง เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น กฎการจราจรหลายข้อถูกร่างขึ้นเพื่อให้รถบัสเป็นหนึ่งในรถที่มีความปลอดภัยที่สุดในท้องถนนของอเมริกา ตัวอย่างเช่น ผู้ขับขี่ยานพาหนะห้ามทำการแซง และต้องจอดทันทีที่รถบัสรับส่งนักเรียนกำลังแสดงไฟสีเหลือง หรือแดงกะพริบ ซึ่งสื่อถึงการที่เด็กนักเรียนกำลังขึ้น หรือลงจากรถ บนรถบัสจะต้องมีถังดับเพลิง อุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เบื้องต้นบนรถทุกคัน และจะต้องมีหน้าต่างฉุกเฉินภายในรถ

รถบัสรับส่งนักเรียนในสหรัฐต้องผ่านกฎเกณฑ์ความปลอดภัยเข้มงวด (ภาพ AP)
คนขับรถบัสทุกคนจะถูกแนะนำให้เข้าร่วมอบรมแนวทางการใช้รถบัสรับส่งนักเรียนขององค์การบริหารความปลอดภัยของผู้ให้บริการยานยนต์แห่งชาติ Federal Motor Carrier Safety Administration (FMCSA) เพื่อให้ได้รับอนุญาตขับขี่รถบัสสาธารณะในหมวดบี หรือ class B ซึ่งจะมีแนวทางการปฏิบัติอย่างเข้มงวด ซึ่งคุณครู และคนขับรถบัสจะต้องทราบ เพื่อช่วยย้ำเตือนเด็กให้อยู่ในความปลอดภัย โดยในหลักสูตรการอบรม คนขับรถจะต้องทราบถึงโซนอันตรายรอบตัวรถ ซึ่งก็คือ ทุกด้านของรถในระยะที่ห่างจากตัวรถ 10 ฟุต เด็กนักเรียนจะต้องห้ามเดินอยู่ด้านหน้าของรถในระยะต่ำกว่า 10 ฟุต และห้ามเดินผ่านด้านหลังของรถโดยเด็ดขาด

ส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ‘การหลงลืม’ ที่กลายเป็นชนวนโศกนาฏกรรม คนขับรถบัสโรงเรียนในสหรัฐ ต้องรู้จำนวนเด็กที่ขึ้นรถในวันดังกล่าว และคอยนับจำนวนเด็กใหม่ทุกครั้งที่หยุดรับคนเพิ่ม

คนขับรถจะต้องอยู่บนรถทุกครั้งที่เด็กขึ้น-ลง ห้ามเร่ง หรือละเลยขั้นตอนการขึ้นลง แม้จะกำลังสาย หรือมีธุระอื่นที่รออยู่

เมื่อเด็กลงจากรถ ให้นับจำนวนเด็กที่ลงไปซ้ำอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง เมื่อรถถึงโรงเรียน จะต้องมีคุณครูคอยช่วยเหลือ ดูแลเด็กขณะเด็กลงจากรถ และหากมีกรณีที่เด็กต้องข้ามถนน ให้เด็กอยู่ข้างหน้า ห่างตัวรถบัสราว 10 ฟุต และคนขับจะต้องคอยมองกระจกหลังและให้สัญญาณในการข้ามถนนให้กับเด็ก

เมื่อถึงที่หมายและจอดรถบัสแล้ว คนขับรถจะต้องเดินตรวจดูที่นั่งทุกแถว

เน้นย้ำว่า ไม่ว่าระบบความปลอดภัยในแง่เทคโนโลยี และอุปกรณ์ต่างๆ จะก้าวหน้าไปเพียงใด ระบบที่ชัดเจน ความรอบคอบ ใส่ใจ และปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดของผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเด็กๆ คือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง

6 กันยายน 2565
https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_3545259