ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายร้องสื่อ ถูกหมอพูดบั่นทอนกำลังใจ  (อ่าน 62 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8403
    • ดูรายละเอียด
เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 26 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางสายชล  เวชการ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/1 หมู่ 5 ตำบลปากแพรก อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ ระยะสุดท้าย ว่าวอนช่วยเป็นสื่อกลางไปถึงผู้บริหารโรงพยาบาลสวีเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขในการให้บริการ รักษาคนไข้ของแพทย์บางคนที่ใช้คำพูดและแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม บั่นทอนกำลังใจกันเหลือเกิน

ต่อมาได้เดินทางไปพบนางสายชล  ผู้ป่วยฯมะเร็งรังไข่นอนติดเตียง ร่างกายซูบผอม ซึ่งมีสามีและลูกๆคอยดูและอยู่ใกล้ๆ โดยนางสายชล  เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 หรือเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ตนมีอาการท้องเริ่มป่องโต แน่นบริเวณหน้าท้องหายใจลำบาก  สามีและลูกสาวพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ฯโดยใช้สิทธิ์คนพิการ หลังจากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรังไข่ระยะสุดท้าย โดยแพทย์แนะนำมารักษาโรงพยาบาลสวีซึ่งเป็นโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยจะต้องคอยเจาะท้องเพื่อระบายน้ำออกเมื่อมีแน่นหายใจไม่สะดวก  หมอที่เข้ามารักษาทุกคนที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไรพูดจาปกติดี

แต่เมื่อระยะหลังนัดมาเจาะน้ำในท้องเนื่องจากท้องเริ่มโตแน่นหายใจไม่ออก มาพบหมออีกคนหนึ่ง หมอรายนี้พูดว่า “จะมาเจาะทำไมนักหนา 3 วันมาที” ตนเลยบอกว่าถ้าไม่เจาะก็จะหายใจไม่ออกแน่นหน้าอก หมอคนดังกล่าวบอกว่าถ้ายิ่งเจาะมันยิ่งผลิตน้ำมาก ซึ่งเราก็รู้จะให้ทำอย่างไรถ้าไม่เจาะเอาน้ำออก ไปหาพบหมอรายนี้ทั้ง 3 ครั้ง ก็พูดมาแบบนี้ และยังพูดอีกว่าจะหัดลูกของผู้ป่วยให้เจาะเองที่บ้าน

นางสายชล  ผู้ป่วยมะเร็ง  กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกเสียใจเพราะตนเองก็อยู่ในระหว่างการรักษาขั้นสุดท้าย พอได้ยินหมอพูดแบบนี้กำลังใจคนไข้ก็หมด มีหมอโรงพยาบาลสวีเพียงคนเดียวที่พูดกับคนตนแบบนี้ซึ่งเกิดท้อใจ พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมเหมือนไม่พอใจ  มีสีหน้าท่าทางไม่เต็มใจที่ตนไปเข้ารักษาเจาะน้ำออกจากช่องท้องบ่อยๆ การเจาะระบายน้ำออกเป็นหนทางสุดท้ายที่จะยืดชีวิตตนให้อยู่ได้ในแต่ละวัน   ตอนนี้เริ่มกินข้าวไม่ได้  นอนก็ไม่ได้ แต่ถ้าไม่เจาะไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป   ที่ตนพูดร้องกับสื่อเพื่อให้หมอบางคนได้ปรับปรุงการดูแลคนไข้และให้บริการที่ดีกว่านี้อย่าทำให้หมอดีๆต้องถูกเหมารวมไปด้วย   ซึ่งวันเดียวกันตนก็ได้โพสต์ลงในเฟชบุ๊กเพื่อระบายความในใจอัดอั้นตันใจแล้วด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อให้ถึงหมอใหญ่และมีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป” ผู้ป่วยกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง  ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวต้องรอฟังคำชี้แจงจากผอ.โรงพยาบาลสวีอีกครั้ง

27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
https://www.banmuang.co.th/news/region/260335