ผู้เขียน หัวข้อ: นิวยอร์กไทม์สแฉสหรัฐฯ พลาด! ยิงโดรนสังหารใส่ ‘อาสาสมัครบรรเทาทุกข์อัฟกัน’  (อ่าน 47 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8247
    • ดูรายละเอียด
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส เผยผลการวิเคราะห์คลิปวิดีโอปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งอ้างว่าพุ่งเป้าสังหารมือระเบิดฆ่าตัวตายของกลุ่มรัฐอิสลามในภูมิภาคโคราซาน หรือ ISIS-K ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อสนามบิน พบว่าบุคคลที่ถูกล็อกเป้าเป็นเพียง “อาสาสมัครบรรเทาทุกข์” ชาวอัฟกันรายหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และเหตุการณ์นี้ยังคร่าชีวิตพลเรือนไปด้วยถึง 10 คน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่าปฏิบัติการของโดรน “รีปเปอร์” สามารถสกัดแผนโจมตีของมือระเบิดไอเอสไว้ได้ ก่อนที่จะสหรัฐฯ จะปิดฉากภารกิจอพยพ และถอนกำลังพลทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานในอีก 1 วันต่อมา

อย่างไรก็ตาม ไอมาล อาห์มาดี ชาวบ้านในกรุงคาบูลคนหนึ่ง ให้ข้อมูลกับเอเอฟพีว่า การโจมตีครั้งนั้นทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 10 คน ในจำนวนนี้มีทั้งลูกสาว หลานชาย หลานสาว และพี่ชายของเขาที่ชื่อ “เอซมาไร อาห์มาดี” ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์โตโยต้าสีขาวคันที่ถูกโดรนสหรัฐฯ ยิงถล่ม

นิวยอร์กไทม์สซึ่งได้วิเคราะห์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวรายงานเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ อาจจะเข้าใจผิดเมื่อเห็น อาห์มาดี กับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งขนย้าย “ถังบรรจุน้ำ” และหิ้วกระเป๋าแล็ปท็อป

ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า เอซมาไร อาห์มาดี เคยเป็นวิศวกรไฟฟ้าให้ Nutrition and Education International ซึ่งเป็นองค์กรบรรเทาทุกข์ที่มีฐานอยู่ในแคลิฟอร์เนีย และตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในชาวอัฟกันหลายพันคนที่ยื่นคำร้องขอย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐอเมริกา

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างว่า การระเบิดที่รุนแรงกว่าซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่โดรนโจมตี แสดงให้เห็นว่าในรถยนต์คันดังกล่าวมีวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ แต่จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ภาพโดยนิวยอร์กไทม์ส “ไม่พบ” ร่องรอยของการระเบิดครั้งที่ 2

ไอมาล อาห์มาดี ให้ข้อมูลกับเอเอฟพว่ามีพลเรือนถูกสังหารทั้งหมด 10 คน ในขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนเพียงแค่ 3 คน และย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้สามารถยับยั้งเหตุวินาศกรรมรุนแรงที่อาจทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายอีกมากมาย

จอห์น เคอร์บีย์ โฆษกเพนตากอน ระบุว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ “ยังอยู่ระหว่างประเมินผลลัพธ์” ของการโจมตี และยืนยันว่า “ไม่มีกองทัพชาติใดที่พยายามปกป้องชีวิตพลเรือนมากเท่าเรา”

นิวยอร์กไทม์สตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กลุ่มนักรบรัฐอิสลามที่ก่อเหตุยิงจรวดโจมตีในเช้าวันถัดมา (30) ใช้รถยนต์โตโยต้าโคโรลลาสีขาวรุ่นเดียวกันกับรถยนต์ของ อาห์มาดี

สงครามอัฟกานิสถานที่สหรัฐฯ ก่อขึ้นเพื่อตอบโต้เหตุวินาศกรรม 9/11 ส่งผลโดยตรงให้พลเรือนทั้งชาวอัฟกันและปากีสถานเสียชีวิตไปกว่า 71,000 คน และตัวเลขผู้เสียชีวิตก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีคำสั่งผ่อนคลายกฎการปะทะ (rules of engagement) เมื่อปี 2017 ตามผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยบราวน์ที่เผยแพร่เมื่อเดือน เม.ย.

ที่มา : เอเอฟพี

11 ก.ย. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8247
    • ดูรายละเอียด
สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศป้องกันตนเองในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เล็งเป้าหมายเล่นงานผู้ต้องสงสัยมือระเบิดฆ่าตัวตายรายหนึ่งของกลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State) ในภูมิภาคโคราซาน หรือ ISIS-K ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสนามบินอย่างทันทีทันใด สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุในวันอาทิตย์ (29 ส.ค.)

อย่างไรก็ตาม พี่น้องของหนึ่งในผู้เสียชีวิตเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นที่ทำงานให้กับซีเอ็นเอ็นว่า มีสมาชิก 9 คนของครอบครัวหนึ่ง ในนั้นเป็นเด็ก 6 คน เสียชีวิตในเหตุโดรนโจมตี หลังจากกองบัญชาการสหรัฐฯ บอกก่อนหน้านี้อยู่ระหว่างประเมินความเป็นไปได้ที่จะมีพลเรือนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

กองกำลังสหรัฐฯ กำลังเร่งมือเพื่อเสร็จสิ้นปฏิบัติการอพยพก่อนเส้นตายในวันอังคาร (31 ส.ค.) ภายใต้ภัยคุกคามความเป็นไปได้ที่พวกก่อการร้ายจะลงมือโจมตีรอบใหม่เล่นงานท่าอากาศยานนานาชาติฮามิด การ์ไซ หลังจากก่อนหน้านี้ มือระเบิดฆ่าตัวตายรายหนึ่งก่อเหตุจุดชนวนระเบิดด้านนอกประตูสนามบินเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ส.ค.) คร่าชีวิตทหารสหรัฐฯ 13 นาย และมีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 170 คน

เหตุโดรนโจมตียานพาหนะคันหนึ่งในวันอาทิตย์ (29 ส.ค.) ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่กองกำลังสหรัฐฯ เล่นงานกลุ่มก่อการร้าย ISIS-K ภายในเวลา 3 วัน และเจ้าหน้าที่อเมริกายืนยันว่าจุดที่ดำเนินการโจมตีนั้นอยู่ในย่าน Khaje Bughra ของกรุงคาบูล

"วันนี้ทหารสหรัฐฯ ปฏิบัติโจมตีทางอากาศป้องกันตนเองด้วยอากาศยานไร้คนขับเล่นงานยานพาหนะคันหนึ่งในคาบูล กำจัดภัยคุกคามอย่างทันทีทันใดของพวก ISIS-K ที่มีต่อสนามบินนานาชาติฮาร์มิด การ์ไซ" โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุ "เรามั่นใจว่าเราประสบความสำเร็จโจมตีโดนเป้าหมาย นัยสำคัญของระเบิดครั้งที่ 2 ที่ระเบิดตูมออกมาจากยานพาหนะ บ่งชี้ว่ามันมีวัตถุระเบิดจำนวนมากอยู่ในนั้น"

ตอลิบาน ซึ่งเวลานี้ควบคุมอัฟกานิสถาน ออกมาประณามเหตุโจมตีดังกล่าว โดยระบุว่าสหรัฐฯ ละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ "มันไม่ถูกต้องที่ปฏิบัติการบนแผ่นดินคนอื่นและสหรัฐฯ ควรแจ้งต่อตอลิบาน เมื่อใดก็ตามที่สหรัฐฯ ปฏิบัติการลักษณะดังกล่าว เราขอประณามพวกเขา" โฆษกตอลิบานกล่าว

ซีเอ็นเอ็นอ้างคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งระบุว่า ยานพาหนะที่เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงคาบูลของอเมริกาในวันอาทิตย์ (29 ส.ค.) อยู่ติดกับอาคารหลังหนึ่ง และมีมือระเบิดฆ่าตัวตายรายหนึ่งอยู่ภายใน อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่ชัดเจนว่ารถดังกล่าวมีเจตนาใช้เป็นคาร์บอมบ์ หรือมือระเบิดฆ่าตัวตายใช้เป็นเพียงแค่เป็นพาหนะเท่านั้น "มันบรรทุก และพร้อมออกเดินทาง"

เจ้าหน้าที่เพนตากอนรายหนึ่งเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็น จากรายงานในเบื้องต้น เป้าหมายคือยานพาหนะคันหนึ่งซึ่งเชื่อว่ามีมือระเบิดฆ่าตัวตายหลายคน ภัยคุกคามครั้งนี้อาจอยู่ในรูปแบบคาร์บอมบ์หรือใครบางคนที่มาพร้อมกับเสื้อกั๊กระเบิดฆ่าตัวตาย

โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่ากองทัพอเมริกากำลังประเมินความเป็นไปได้ที่จะมีพลเรือนสูญเสียชีวิตในปฏิบัติการดังกล่าว "แม้เราไม่พบสิ่งบ่งชี้ในเวลานี้ และจะยังคงเฝ้าระวังต่อไปต่อความเป็นไปได้ของภัยคุกคามใดๆ ในอนาคต"

อย่างไรก็ตาม พวกเพื่อนบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์ในเหตุโดรนโจมตีคาบูล เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า มีหลายคนเสียชีวิต ในนั้นรวมถึงเด็กๆ "เพื่อนบ้านทุกคนพยายามเข้าช่วยและช่วยกันหาน้ำมาดับไฟ ผมเห็นมีผู้เสียชีวิต 5 หรือ 6 คน" เพื่อนบ้านรายหนึ่งบอกกับซีเอ็นเอ็น "พ่อของครอบครัวหนึ่ง และเด็กหนุ่มอีกคน และเด็กอีก 2 คน พวกเขาเสียชีวิต พวกเขาแหลกเป็นชิ้นๆ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน"

ผู้สื่อข่าวรายหนึ่งที่ทำงานให้ซีเอ็นเอ็น ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเขตล้อมรั้ว และสัมภาษณ์ผู้เห็นการณ์ ซึ่งบอกว่า "จรวดตกใส่บริเวณดังกล่าวและมี 6 คนในนั้นเสียชีวิต มีรถยนต์คันหนึ่งอยู่ภายในด้วย" อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายหนึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายใน

ชายอีกคนเผยว่า เขาได้ยินเสียงจรวดและเข้าถึงจุดเกิดเหตุผ่านบ้านที่อยู่ติดกันหลังหนึ่ง "ตอนแรกเราช่วยเด็กคนหนึ่งอายุ 3-4 ขวบออกมา ไฟไหม้และควันปกคลุมทั่วพื้นที่ มีคนอยู่ในรถ 3 คนและมีคนอื่นๆ อีก 3 คนอยู่นอกรถ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ในนั้นรวมถึงเด็กๆถูกพาตัวไปยังโรงพยาบาล"

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยในวันเสาร์ (28 ส.ค.) บรรดาผู้บัญชาการทหารเตือนว่าเหตุโจมตีก่อการร้ายเล่นงานสนามบินคาบูล "มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดขึ้นใน 24-36 ชั่วโมง" และสถานทูตอเมริกาประจำกรุงคาบูล เตือนพลเมืองอเมริกันทุกคนให้ออกนอกพื้นที่สนามบินในทันที

ทำเนียบขาวเปิดเผยในตอนเช้าวันอาทิตย์ (29 ส.ค.) ว่าระหว่าง 03.00 น.ของวันเสาร์ (28 ส.ค.) จนถึง 03.00 น.ของวันอาทิตย์ (29 ส.ค.) สามารถอพยพผู้คนได้เพิ่มเติมอีก 2,900 คน โดยเหล่านี้ใช้เครื่องบินทหารสหรัฐฯ 32 ลำ และเครื่องบินพันธมิตร 9 เที่ยวบิน

ภารกิจอพยพลดระดับลงอย่างชัดเจน มีคนถูกพาตัวออกมาน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของวันก่อนๆ ขณะเดียวกัน ไบเดน ได้เดินทางไปยังฐานทัพอากาศโดเวอร์ ในรัฐเดลาแวร์เมื่อวันอาทิตย์ (29 ส.ค.) เพื่อไว้อาลัยร่วมกับสมาชิกครอบครัวทหารสหรัฐฯ 13 นาย ที่เสียชีวิตในเหตุโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ส.ค.) ระหว่างที่ศพของทหารเหล่านั้นถูกพากลับสู่ผืนแผ่นดินสหรัฐฯ

ISIS-K อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้หลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างใดๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่พวกนักรบกลุ่มนี้จะอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด

เมื่อวันเสาร์ (28 ส.ค.) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดผยว่าเป้าหมายไอเอสระดับสูง 2 คนถูกสังหารและอีกคนได้รับบาดเจ็บ ในปฏิบัติการโดรนโจมตีในเมืองจาลาบัด จังหวัดนันกาฮาร์ ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานในวันศุกร์ (27 ส.ค.) ซึ่งเป็นการแก้แค้นต่อเหตุโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ส.ค.)

(ที่มา : ซีเอ็นเอ็น)

30 ส.ค. 2564  ผู้จัดการออนไลน์