ผู้เขียน หัวข้อ: เหลื่อมล้ำ? 'ย้อนรอย' อภิสิทธิ์วัคซีนบุรีรัมย์! จากVIPถึงตร.ฉีดเข็ม3ก่อนแพทย์  (อ่าน 348 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
.สังคมกังขาตำรวจบุรีรัมย์ สภ.บ้านใหม่ ได้ฉีด "แอสตร้าเซนเนก้า" เข็ม 3 ภาค 3 ออกหนังสือชี้แจง สสจ.เป็นผู้จัดสรร ผู้ว่าฯ เผยกำลังตั้งกรรมการสอบ ขณะที่สสจ.แจง ตร.ได้ฉีดเพราะบริการด่านหน้า

กรณีนายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ้างถึงเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์  โพสต์เนื้อหาระบุว่าได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ไปแล้ว ก่อนที่จะลบโพสต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 3 ซึ่งคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดในระยะแรกให้ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ก่อนให้กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง ผู้สูงวัยและล่าสุดให้กับหญิงตั้งครรภ์ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ในลำดับถัดไป

ประเด็นคำถามก็คือทำไมตำรวจสภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จึงได้รับการฉีดวัคซีนซึ่งเป็นบูสเตอร์ ก่อนบุคลากรทางการแพทย์ฯ ซึ่งยังฉีดได้ไม่ครบถ้วน       

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภาค 3) ระบุว่า การฉีด "แอสตร้าเซนเนก้า" เข็มที่ 3 ของตำรวจสภ.บ้านใหม่ญ ได้รับการอนุเคราะห์จาก สสจ. เนื่องจาก สสจ.บุรีรัมย์ เป็นหน่วยงานประสานรับมาจากกระทรวงสาธารณสุข ก่อนปันส่วนมาให้เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ด่านหน้ารับผู้ป่วยโควิดจากกรุงเทพฯ กลับมารักษาในภูมิลำเนา อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ ผกก.ชี้แจงด่วน เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด

พล.ต.ท.ภานุรัตน์ กล่าวว่า ในการบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของแต่ละพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีอำนาจในการประสานขอรับการจัดสรรวัคซีน แต่เป็นอำนาจของ สสจ.ในคณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัดนั้นๆ

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกโรงพัก จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น พาหนะ และชุด PPE ไว้รองรับผู้ป่วยโควิด-19 จากกรุงเทพฯ ที่ต้องการเดินทางกลับไปรักษาตัวในจังหวัดภูมิลำเนาตัวเอง ในกรณีสถานการณ์โรคโควิด-19 แพร่ระบาดรุนแรง จนเตียงภาคสนาม หรือรถตู้ของระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ ก็จะได้ใช้รถตู้ รถห้องขังของโรงพัก เสริมกำลังขับไปรับ – ส่งตามนโยบายของรัฐบาล

"สภ.บ้านใหม่ได้เตรียมการให้ตำรวจ 11 นาย ซึ่งอยู่ระหว่างการอบรมจากบุคลากรทางการแพทย์ ในขั้นตอนการปฏิบัติงานที่จะสามารถป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานทั้ง 11 รายรับเชื้อโควิด-19  การทำหน้าที่เป็นด่านหน้าของตำรวจ 11 นาย มีความสุ่มเสี่ยง จึงจัดสรรให้ได้รับการฉีดวัคซีน"

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์เผยตั้ง กก.สอบแล้ว

นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ได้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว เพื่อพิจารณาความชัดเจนว่าเป็นการขัดคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีมติให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าเท่านั้น หรือไม่

สสจ.บุรีรัมย์ ชี้แจงฉีดทำตามนโยบาย

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ชี้แจงว่า จากการที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิดมากขึ้น รัฐบาลจมีนโยบายในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้า เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีศักยภาพในการป้องกันการแพร่ ระบาดของโรคมากขึ้น ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ประกอบกับ   มีข้อสั่งการของกระทรวง สาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2564 ที่ให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้น เข็มที่ 3 แก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข

จึงเป็นเหตุให้สํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง จัดเตรียมวัคซีน จํานวน 7,964 โดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่ง สสจ.ระบุรวมถึงผู้ให้บริการด้านหน้า และได้ดําเนินการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า กระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับ บุคลากรทางการแพทย์และบริการด้านหน้าแล้ว จํานวน 3,533 คน เพื่อเป็น การสร้างขวัญกําลังใจและความปลอดภัยแก่บุคลากรการแพทย์และบุคลากรด่านหน้าตามนโยบายดังกล่าว

ทั้งนี้ มีการชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากตำรวจบางส่วน ยังมีทหารที่ ทำงานด่านหน้าได้รับวัคซีนเช่นกัน

สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข รวมถึงเป็นบ้านเกิดของนายเนวิน ชิดชอบ ถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตการได้รับจัดสรรวัคซีนเป็นอันดับต้นมาก้อหน้า ล่าสุดอยู่ในระดับที่สูงเทียบเท่าจังหวัดท่องเที่ยว และสูงกว่าพื้นที่อื่นๆของประเทศ กล่าวคือยอดและอัตราการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 17%

ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนประเทศไทย ณ วันที่ 24 ก.ค.2564 ยอดรวมทั้งสิ้น 15,741,818 โดส

ผ่านิยามผู้ให้บริการด่านหน้า

มติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2564 มีข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2564 ที่ให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข

ขณะที่หนังสือชี้แจงของ สสจ.บุรีรัมย์ ได้ระบุถึงการจัดวัคซีนให้บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข รวมไปถึง “ผู้ให้บริการด่านหน้า” ดังนี้

“...สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง จัดเตรียมวัคซีนจำนวน 7,964 โดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ให้บริการด่านหน้า และได้ดำเนินการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า กระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้าแล้ว จำนวน 3,533 คน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความปลอดภัยแก่บุคลากรการแพทย์ และบุคลากรด่านหน้า ตามนโยบาย...”

27 กรกฎาคม 2564
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/951003

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์เต้น! ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงฉีดวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 3 ให้ตำรวจ สภ.ใหม่ไชยพจน์ หลังโซเชียลฯ วิจารณ์หนักไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ขณะโฆษกตำรวจภาค 3 แจงเป็นการฉีดให้ 11 ตำรวจจิตอาสาขับรถหนุนภารกิจรับ-ส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน ด้าน สสจ.ชี้เป็นการฉีดให้ผู้ให้บริการด่านหน้าเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความปลอดภัย

วันนี้ (25 ก.ค.) กรณีโซเชียลมีเดียได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อกระแสข่าวการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 ยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า (Astra Zeneca) ให้แก่ตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์นั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 5417/2564 ลงวันที่ 25 ก.ค. 2564 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว

รายละเอียดหนังสือคำสั่งระบุว่า ด้วยปรากฏข้อมูลตามสื่อสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) กรณีว่ามีกระแสข่าวการฉีดวัคซีนในพื้นที่ของอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ให้บริการด่านหน้าอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์โดยตรง ในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนของหน่วยงานภาครัฐ จังหวัดบุรีรัมย์

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 54 และมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีว่ามีกระแสข่าวการฉีดวัคซีนในพื้นที่ของอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ให้บริการด่านหน้าอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์โดยตรง ในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมี นายไชยวัฒน์ จุนระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานกรรมการ

ให้มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการรวบรวมพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ พร้อมจัดส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา และสรุปข้อเท็จจริงพร้อมเสนอความเห็นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ทราบโดยด่วน

พร้อมกันนี้ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ บร 0018.1/14363 ลงวันที่ 25 ก.ค. 64 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรียน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งให้รับทราบถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว และจะรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป

ทางด้าน พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และโฆษกตำรวจภูธรภาค 3 ได้เปิดเผยทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอชี้แจงกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 64 เพจเฟซบุ๊กของ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ได้โพสต์ข้อความว่า “พ.ต.อ.สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผกก.สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ได้ประสานการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิเข็มที่ 3 ยี่ห้อ AstraZeneca กับทางสาธารณสุขอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ โดยมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ข้าราชการตำรวจแล้ว จำนวน 11 นาย อาการผลข้างเคียงไม่มี” ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายนั้น

ตำรวจภูธรภาค 3 ขอชี้แจงว่า ด้วยสถานการณ์การติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น และประชาชนผู้ติดเชื้อในบางพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในภาวะวิกฤตโดยไม่มียานพาหนะรับและส่งตัวเพื่อได้รับการรักษายังสถานพยาบาล และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นการเร่งด่วน จึงให้แต่ละสถานีตำรวจสำรวจสถานภาพยานพาหนะประจำหน่วย และตำรวจที่ต้องทำหน้าที่พลขับยานพาหนะที่มีจิตอาสาเพื่อสนับสนุนภารกิจร่วมกับกรมการแพทย์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หน่วยแพทย์ฉุกเฉินหรือสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เมื่อหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่มีความต้องการขอรับการสนับสนุน

พ.ต.อ.สุเอกได้ชี้แจงสถานการณ์และเหตุผลความจำเป็นที่เข้าร่วมเป็นจิตอาสาในภารกิจนี้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทราบและเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว ปรากฏว่ามีตำรวจที่อาสาปฏิบัติภารกิจนี้ จำนวน 11 นาย จึงได้แจ้งให้สาธารณสุขอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ทราบ ทางสาธารณสุขอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมวัคซีนมาฉีดให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 11 นายเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ความมั่นใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องทำหน้าที่เป็นพลขับยานพาหนะรับและส่งตัวผู้ติดเชื้อเพื่อไปส่งสถานพยาบาลต่างๆและหากต้องไปรับผู้ติดเชื้อจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกลับมาส่งที่บ้านในจังหวัดบุรีรัมย์ก็พร้อมปฏิบัติในทันทีเมื่อได้รับการประสานแจ้งที่สถานีตำรวจ

“จึงขอเพียงความเห็นใจและเห็นใจผู้อาสาปฏิบัติด้วยครับ” พล.ต.ต.ไพศาลกล่าว

ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ตามที่ปรากฏว่ามีการเผยแพร่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และสื่อสังคมออนไลน์เรื่องการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เข็มที่ 3 ในเขตพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ขอชี้แจงดังนี้

เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น รัฐบาลจึงมีนโยบายในการฉีดวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้าเพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีศักยภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น ตามมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเมื่อวันที่ 16  กรกฎาคม 2564 ประกอบกับมีข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ที่ให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข

จึงเป็นเหตุให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งจัดเตรียมวัคซีนจำนวน 7,964 โดส เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ให้บริการด่านหน้า และได้ดำเนินการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากระตุ้นเข็มที่ 3 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และบริการด่านหน้าแล้วจำนวน 3,533 คน เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและความปลอดภัยแก่บุคลากรการแพทย์และบุคลากรด่านหน้าตามนโยบายดังกล่าว

26 ก.ค. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
26 ก.ค.64 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ โพสต์ภาพการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 3 ยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลนั้น

ล่าสุด นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง"ท็อปนิวส์" ได้โพสต์ข้อความในเฟชบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ว่า ถ้าเป็นตำรวจ ขอให้เป็นตำรวจที่บุรีรัมย์ มีวัคซีนเข็ม 3 ฉีดให้ก่อนใครๆ ก่อนหมอพยาบาลด้วยซ้ำ ไม่ต้องสังกัด สภ.เมืองด้วย

โปรโมชั่นที่ดีที่สุดจากใจเรา ลดสูงสุด 7 ล้านบาท*
SC ASSET
ขอบคุณเพจ สถานีตำรวจภูธรบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่โพสต์แจ้งให้ทราบว่า ทางผู้กำกับได้ประสานขอฉีดวัคซีนเข็ม 3 แอสตร้าฯ กับทางสาธารณสุขอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์

ขอบคุณ สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ชี้แจง จะได้ยำข้อสังเกต ติติงรวบยอด...

1. ก่อนอื่นนะ ถ้ามั่นใจว่าเรื่องที่ทำ คือที่ขอวัคซีนเข็ม 3 มาฉีดเป็นเรื่องทำได้  "จะลบโพสต์นี้ทิ้งทำไม?" 

2. สื่อสัมภาษณ์ ผู้กำกับ พ.ต.อ.สุเอก แล้ว ทำไมท่านตอบว่า "ไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากได้ยื่นหนังสือลาราชการไว้ 23 - 24 ก.ค. " ในโพสต์ของโรงพัก ทำไมระบุว่า ผู้กำกับ ประสานขอวัคซีนมาฉีด เอ่ยชื่อเป๊ะด้วย ตกลงท่านไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือเป็นวิธีบอกปัดนักข่าว?

3. จากหนังสือชี้แจงของสาธารณสุขจังหวัด อ้างข้อสั่งการกระทรวง ข้อที่ 9 ที่ให้ฉีดเข็ม 3 แก่ "บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข" แต่ในหนังสือชี้แจงมีเพิ่มการฉีดให้กับ ผู้ให้บริการด่านหน้า ท่อนที่เพิ่มว่า "...และผู้ให้บริการด่านหน้า" ตรงนี้ มายังไง? ไปเพิ่มเพื่อจะเอาไปฉีดให้กับตำรวจทั้ง 11 คนนี้ได้ ใช่มั๊ย?

4. ถ้าไปเพิ่ม "ผู้ให้บริการด่านหน้า" กันเอง ถือว่าถูกต้องมั๊ยครับ? เกรงใจหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ อีก 76 จังหวัดบ้างไหม? หรือแสดงว่า หมอพยาบาลทั้งจังหวัดบุรีรัมย์นั้น ฉีดเข็ม 3 กันครบถ้วนแล้ว?

5. สสจ.เตรียมวัคซีน 7,964 โดส แต่ฉีดไป 3,533 โดส ไอ้ 7,964 โดสนี้ เป็นยอดของใครบ้าง? หมอพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และรวม ผู้ให้บริการด่านหน้าด้วย หรือเปล่า? แล้วทำไมฉีดแค่ 3,533 โดส? วัคซีนทุกโดสต้องลงทะเบียนชัดเจนว่า จะไปฉีดให้ใคร ที่ไหน ...

6. ตำรวจทั้งจังหวัด มีแค่ 11 คนนี้ ที่อาสาขับรถรับส่งผู้ป่วย? แล้วทั้ง 11 คนนี้ มาจากโรงพักเดียว?

7. จะตอบตำรวจที่อาสาขับรถส่งผู้ป่วยเหมือนทั้ง 11 คนนี้ ในจังหวัดต่างๆอย่างไร? เขาได้ฉีดเข็ม 3 เหมือนที่บ้านใหม่ไชยพจน์มั๊ย? อย่าบอกนะว่า ทั้งประเทศ มีแค่ 11 คนนี้ ที่อาสาทำงานนี้ !!

8. จะยอมรับมั๊ยครับว่า มันมี "การเหลื่อมล้ำ" ขึ้นที่บุรีรัมย์ ? ยอมรับมาซะดีๆมั๊ย?  ข้อเท็จจริงล้อมคุณไว้หมดแล้ว.. โทษหนักจะได้เป็นแค่....!!!

26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
https://www.thaipost.net/main/detail/111207

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
27 กรกฎาคม 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีเพจเฟซบุ๊ก สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ โพสต์ข้อความระบุว่า มีข้าราชการตำรวจ 11 นาย ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า กับทางสาธารณสุขอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ รพ. ดำเนินการให้ จนมีประชาชนจำนวนมากในโซเชียลตั้งคำถามว่า ทำไมตำรวจถึงได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ทั้งๆที่คนไทยกว่า 50 ล้านคนยังไม่ได้ฉีกเลยสักเข็มเดียวนั้น

กรณีดังกล่าวแม้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์จะแก้เกี้ยวโดยการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาแล้ว แต่ทว่าจากการให้สัมภาษณ์ของผู้บังคับการตำรวจบุรีรัมย์กลับชี้แจงว่า เป็นการใช้วัคซีนเหลือก้นขวด และใช้ฉีดให้กับตำรวจด่านหน้าที่ไปรับผู้ป่วยกรุงเทพฯกลับบ้านตามโครงการทำดีด้วยหัวใจสู้ภัยโควิดด้วยศรัทธาเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมยังแคลงใจและฟังไม่ขึ้น

การกระทำดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมของการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นการตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ก่อนหน้านี้รายงานของทีดีอาร์ไอที่ระบุว่า “การกระจายวัคซีนบิดเบี้ยวไม่เป็นไปตามลำดับความสำคัญตามยุทธศาสตร์ ดังปรากฏว่า บางจังหวัดเช่นบุรีรัมย์มีการฉีดวัคซีนมากเป็นลำดับที่ 11 ของประเทศ ณ วันที่ 7 ก.ค. โดยมีการฉีดวัคซีนทั้งหมดประมาณ 3 แสนเข็มหรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของประชากร แม้ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดสูง ไม่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวหลักและไม่อยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีความเร่งด่วนในการได้รับวัคซีนตามแผนการกระจายวัคซีนที่กรมควบคุมโรคได้ประกาศ” ซึ่งกรณีดังกล่าว รมว.สาธารณสุข และหน.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีฐานที่มั่นทางการเมืองอยู่จ.บุรีรัมย์ต้องมีคำตอบให้กับสังคมในเรื่องนี้

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ปัญหาดังกล่าว หากปล่อยให้การจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นไปโดยอำเภอใจของฝ่ายการเมืองและข้าราชการเส้นใหญ่บางจำพวกหรือพวกมือที่มองไม่เห็น การกระจายวัคซีนที่ควรจะเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมให้กับคนทั้งประเทศก็คงจะบิดเบี้ยวต่อไป การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ก็คงจะยากและมีผลสัมฤทธิ์น้อยเต็มที หากสังคมไม่ร่วมกันกระชากหน้ากากของผู้ที่สั่งการ และหรือผู้ที่ชอบเชลียร์เอาใจนายจนมองข้ามความจำเป็นเร่งด่วนที่คนไทยกว่า 50 ล้านคนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เลยแม้สักเข็มเดียวได้

“การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.27 ประกอบ ม.47 โดยตรง อีกทั้งอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฯ ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.โดยชัดแจ้ง วันนี้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงส่งเรื่องไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่สั่งการให้มีการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้กับตำรวจในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างของความไม่เป็นธรรมตามครรลองของกฎหมายต่อไป” นายศรีสุวรรณ กล่าว

27 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
https://www.naewna.com/local/590669

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
จากกรณี นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tongthong Chandransu ระบุว่า ตำรวจที่บุรีรัมย์ได้ฉีดวัคซีนเข็มสามแล้ว ดีใจด้วยครับ เพียงแต่สงสัยว่า ผมตามไปดูในเพจของโรงพัก โพสต์นี้ไม่ปรากฏอยู่แล้ว ถ้าเป็นข่าวปลอมก็บอกมาเลยนะครับ จะได้แก้ข่าวให้ แต่ถ้าเป็นข่าวจริง ก็ชวนให้ผมสงสัยอะไรต่อไปอีกเยอะ เป็นคนขี้สงสัยนี่ลำบากจริงๆครับ

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ สั่งสอบแล้ว

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ทางด้านของ นายฉาย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หลังจากได้อ่านโพสส์ข้อความของ “ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ” ที่แชร์ภาพถ่ายตำรวจหลายนายที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ ชูสามนิ้ว พร้อมข้อความประมาณว่า สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ พ.ต.อ. สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผู้กำกับ สภ. ได้ประสานกับทาง สธ. อำเภอ และได้รับ วัคซีน AZ เข็ม 3 แล้ว 11 นาย ไร้ผลข้างเคียง

โดยทันทีที่ผมเห็น จึงตามไปดูต่อที่เพจ โรงพัก เช่นเดียวกับอาจารย์ธงทอง แต่โพสส์ก็ได้ถูกลบไปแล้ว!!...

จนล่าสุดทาง พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และ สสจ. บุรีรัมย์ก็ออกมายอมรับแล้วว่านี่คือความจริง... เป็นภาพจริงที่ถูกลบออก!!  นี่ถือเป็นหนึ่งเหตุการณ์กับสองความรู้สึก... ที่ทำให้รู้สึกทั้งดีใจและเสียใจ ดีใจที่ตำรวจ 11 นายได้ฉีดเข็ม 3 แล้ว... และเสียใจที่พี่น้องประชาชนคนไทยอีกกว่า 38 ล้านคน ยังไม่ได้ฉีดแม้แต่เข็มแรก จากข้อมูลสถิติล่าสุดจาก สตช.... ระบุได้ว่าจากจำนวนตำรวจ 2 แสนกว่านาย... มีเพียง 72% ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม...

ส่วนหากดูเป็นรายพื้นที่ตำรวจส่วนใหญ่กว่า 65% ที่ติดเชื้อ คือตำรวจที่ทำหน้าที่อยู่ในส่วนกลาง หรือกรุงเทพและปริมณฑล... มิใช่ตำรวจที่จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยความสงสัย ผมจึงโทรสอบถามต่อกับทางผู้ใหญ่ในแวดวงตำรวจ... จึงได้ความว่า การจัดวัคซีน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

ส่วนกลาง (กรุงเทพและปริมณฑล) คือ สตช. จัดสรรให้ และส่วนภูมิภาค คือ ทำเรื่องขอกันเองผ่าน สธ. พื้นที่... แปลคือ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ สตช. ไม่เกี่ยวกับ ผบ.ตร.เรื่องนี้เป็นเรื่องของ สธ. ที่บุรีรัมย์ จัดสรรให้เอง...

ถามหน่อยเถอะครับว่า... มันจำเป็นแค่ไหนที่ ตำรวจในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ (ภาค 3) ต้องได้ฉีดวัคซีน AZ เข็ม 3 แล้ว... ในขณะที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก็ไม่ได้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด (สีแดงเข้ม)

อีกทั้งด้วยนโยบายของรัฐบาล... กลุ่มเป้าหมายอันดับ 1 ที่ต้องฉีดวัคซีนก่อนคือ บุคคลากรทางการแพทย์ ตามมาด้วย อสม.... ต่อด้วย กลุ่มปชช อายุเกิน 60 และผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ไม่ใช่หรือครับ?

ทำไม สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ถึงจัดสรรวัคซีน ซึ่งที่ถือเป็น “สิ่งล้ำค่าต่อชีวิต” แบบนี้? หากต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านหน้า ทำไมไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เสี่ยงสูงก่อน โดยเฉพาะหน่วยที่ควบคุมฝูงชน? หรือ ทำไมไม่จัดสรรเป็นเข็ม 3 หรือ เข็ม Booster ให้บุคคลากรทางการแพทย์ ที่เจ็บป่วยล้มตายแบบใบไม่ร่วงรายวันก่อน?

หวังว่าคงไม่ใช่เพราะ รัฐบาลนี้ มี รมต. หลายท่าน มาจากจังหวัดบุรีรัมย์นะครับ... !!? ความเหลื่อมล้ำทางสังคม... ความอยุติธรรมและความไม่เท่าเทียมจากการใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ถือเป็นปัญหา classic ที่รัฐบาลลุงตู่บรรจุเป็นนโยบายหลักแต่ไม่เคยแก้ไขได้

สุดท้ายนี้ ฝากถึงท่านนายก ให้ช่วยเคร่งครัดเรื่องการจัดสรรวัคซีน Pfizer ที่กำลังจะเข้ามาอีกกว่า 1.5 ล้านโดส ในวันที่ 29 กค. นี้ ให้ถึงมือบุคคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าตามนโยบายก่อนนะครับ ว่าอย่างน้อยต้องได้ 5 แสนโดส ตามที่ประกาศไว้... ขออย่าให้ “คนมีสี”... “คนมีอำนาจ”... หรือ “ผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่น”... หรือ “พวก VIP สธ.” มาแย่งไปเลย

2021-07-25
https://www.tnews.co.th/social/545235/%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84-%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1