หมวดหมู่ทั่วไป > ข่าวสมาพันธ์

วัคซีนโควิด19:ข้อมูล และแนวทางการจัดสรรที่เป็นธรรมและเท่าเทียม(องค์การอนามัยโลก)

(1/2) > >>

story:


การจัดสรรวัคซีน(ที่ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในขณะนี้)เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม/เท่าเทียม โดยที่จะต้องมีหลักการ/หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และที่สำคัญยิ่ง คือ ความโปร่งใส
เพราะเป้าหมายของการฉีดวัคซีน คือ การปกป้องสุขภาพของประชาชน และลดผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ


วัคซีนโควิด19 ที่ได้นำมาใช้ขณะนี้ เป็นการใช้ในยามฉุกเฉิน (โดยที่ผ่านกระบวนการทดลองและวิจัยยังไม่ครบถ้วน) แต่ละประเทศก็อนุมัติให้ใช้แตกต่างกันไป

องค์การอนามัยโลก(WHO)ได้ผ่านการประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยแล้ว 6 วัคซีน
- AstraZeneca (บริษัทผู้ผลิตจากสหราชอาณาจักร)
- Johnson/Johnson (บริษัทผู้ผลิตจากสหรัฐอเมริกา)
- Moderna (บริษัทผู้ผลิตจากสหรัฐอเมริกา)
- Pfizer (บริษัทผู้ผลิตจากประเทศเยอรมัน+สหรัฐอเมริกา)
- Sinopharm (บริษัทผู้ผลิตจากประเทศจีน)
- Sinovac (บริษัทผู้ผลิตจากประเทศจีน)

ส่วนประเทศไทย คณะกรรมการอาหารและยา ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนอนุมัติให้ใช้ได้ 5 ชนิด
- AstraZeneca (20 ม.ค.2564)
- Sinovac (22 ก.พ.2564)
- Johnson/Johnson (25 มี.ค.2564)
- Moderna (13 พ.ค.2564)
- Sinopharm (28 พ.ค.2564)
(update - Pfizer ได้รับอนุมัติ 24 มิ.ย.2564 เป็นตัวที่ 6)

แต่ที่ใช้ฉีดให้กับประชาชนชาวไทยแล้ว วัคซีนตัวแรก คือ Sinovac  วัคซีนตัวที่2 คือ AstraZeneca
(วัคซีนตัวที่3 กำลังจะมีใช้ในไม่ช้านี้ คือ Sinopharm)
(ข้อมูล-16มิถุนายน 2564)


แสดงรายละเอียดของวัคซีนแต่ละตัว เอาไว้ศึกษา พิจารณาและติดตามกันดู


สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปฯ
16 มิถุนายน 2564

story:
AstraZeneca(Viral Vector Vaccine)

1 เข็ม(0.5mL) มีไวรัส(ChAdOx1-S* recombinant)จำนวน 5x10^10

*Recombinant, replication-deficient chimpanzee adenovirus vector encoding the SARS CoV 2 Spike glycoprotein. Produced in genetically modified human embryonic kidney (HEK) 293 cells.

ผลิตภัณฑ์นี้มีสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม genetically modified organisms (GMOs)

ส่วนประกอบอื่นๆ มีดังนี้
-L-histidine
-L-histidine hydrochloride monohydrate
-Sucrose(Sugar)
-polysorbate 80(Sugar)
-ethanol(Alcohol)
-sodium chloride(Salts)
-magnesium chloride hexahydrate(Salts)
-disodium edetate dehydrate(Salts)
-water for injections

วัคซีนเป็นของเหลว ไม่มีสี (หรือออกน้ำตาลเล็กน้อย), ใส(หรืออาจขุ่นเล็กน้อย)
Solution for injection. The solution is colourless to slightly brown, clear to slightly opaque and particle free.
............................................................

Johnson&Johnson(Viral Vector Vaccine)

1 เข็ม(0.5mL) มีอะดีโนไวรัส(ชนิดที่26)ที่เข้ารหัสโปรตีนของเชื้อโควิด(Ad26.COV2-S)* ไม่น้อยกว่า 8.92 log10 infectious units (Inf.U)

*Adenovirus type 26 encoding the SARS-CoV-2 spike glycoprotein

ผลิตภัณฑ์นี้มีสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม genetically modified organisms (GMOs)

ส่วนประกอบอื่นๆ มีดังนี้
-2-hydroxypropyl-β-cyclodextrin (HBCD)(Sugars)
-Polysorbate 80(Sugars)
-Citric acid monohydrate(Acids)
-Hydrochloric acid(Acids)
-Ethanol(Alcohol)
-Sodium chloride(Salts)
-Sodium hydroxide(Salts)
-Trisodium citrate dihydrate(Salts)
-Water for injections

วัคซีนเป็นของเหลว ไม่มีสี (หรืออาจเหลืองเล็กน้อย), ใส (หรืออาจขุ่นเล็กน้อย)
Suspension for injection. Colourless to slightly yellow, clear to very opalescent suspension (pH 6-6.4)
.................................................

Moderna(Nucleic Acid Vaccine-mRNA)

1 เข็ม(0.5mL) มี messenger RNA 100 ไมโครกรัม (embedded in SM-102 lipid nanoparticles)

ส่วนประกอบอื่นๆ มีดังนี้
-SM-102(Lipids)
-Cholesterol(Lipids)
-1,2-distearoyl-sn-glycero-3-phosphocholine(DSPC)(Lipids)
-1,2-Dimyristoyl-rac-glycero-3-methoxypolyethylene glycol-2000(PEG2000-DMG)(Lipids)
-Trometamol-Acid(Stabilizers)
-Trometamol hydrochloride-Acid(Stabilizers)
-Acetic acid(Acids)
-Sodium acetate trihydrate(Salts)
-Sucrose(Sugar)
-Water for injections

วัคซีนเป็นของเหลว สีขาว
White to off white dispersion (pH: 7.0 – 8.0)
....................................................

Pfizer(Nucleic Acid Vaccine-mRNA)

1 เข็ม(0.3mL) มี messenger RNA 30 ไมโครกรัม (modRNA encoding the viral spike glycoprotein(S) of SARS-CoV-2)

ส่วนประกอบอื่นๆ มีดังนี้
-ALC-0315(Lipids)
-ALC-0159(Lipids)
-1,2-Distearoyl-sn-glycero-3-phosphocholine(Lipids)
-Cholesterol(Lipids)
-potassium chloride(Salts)
-potassium dihydrogen phosphate(Salts)
-sodium chloride(Salts)
-disodium hydrogen phosphate dihydrate(Salts)
-sucrose(Sugar)
-water for injections

วัคซีนเป็นของเหลว สีขาว
an off-white uniform suspension
..............................................................

Sinopharm(Inactivated Vaccine)

1 เข็ม(0.5mL) มี เชื้อไวรัสตาย* จำนวน 6.5 U(inactivated SARS-CoV-2 antigen)

*Inactivated SARS-CoV-2 strain (WIV04 strain and GenBank number MN996528)

ส่วนประกอบอื่นๆ มีดังนี้
-aluminum hydroxide(Adjuvant)
-disodium hydrogen phosphate
-sodium dihydrogen phosphate
-sodium chloride(Salts)

วัคซีนเป็นของเหลว สีน้ำนม
opalescent suspension, milky-white in colour
.............................................................

Sinovac(Inactivated Vaccine)

1 เข็ม(0.5mL) มี เชื้อไวรัสตาย* จำนวน 600 SU

*Inactivated SARS-CoV-2 virus (CZ02 strain)

ส่วนประกอบอื่นๆ มีดังนี้
-aluminum hydroxide(Adjuvant)
-disodium hydrogen phosphate dodecahydrate
-sodium dihydrogen phosphate monohydrate
-sodium chloride
 
วัคซีนเป็นของเหลว สีน้ำนม
a milky-white suspension
Stratified precipitate may form which can be dispersed by shaking
............................................................

story:
เหมือนยาทั่วไป ก่อนที่จะนำวัคซีนมาใช้ในคน จะต้องผ่านการทดลอง/วิจัยอย่างเข้มข้นและยาวนานพอ ที่จะให้ความมั่นใจในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยได้

การที่จะพัฒนาวัคซีนตัวใดตัวหนึ่ง แรกเริ่มจะต้องผ่านการคัดกรองและประเมินว่า สารAntigen ชนิดไหนจะสามารถกระตุ้นในเกิดภูมิคุ้มกันได้ ระยะนี้(preclinical phase)เป็นการทดสอบในห้องทดลอง และ/หรือในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการทดลองในคน

ถ้าพบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ จึงจะเริ่มการทดลองในคนโดยแบ่งเป็น 3 ระยะ (human clinical trials in three phases)ก่อนนำไปใช้
และมีระยะที่4 ที่เป็นระยะหลังการใช้ไปแล้ว

ระยะที่1(Phase 1)
วัคซีนถูกใช้ในอาสาสมัครกลุ่มเล็กๆ(a small number)  ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อประเมินเรื่องความปลอดภัยและยืนยันถึงความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกัน รวมถึงปริมาณของวัคซีนที่เหมาะสมด้วย

ระยะที่2(Phase 2)
ระยะนี้เป็นการทดลองในกลุ่มอาสาสมัครที่หลากหลาย(เหมือนกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่จะใช้วัคซีนนั้น)และในจำนวนที่มากขึ้นหลายร้อยคน(several hundred volunteers) มีการทดสอบและประเมินในหลายๆด้าน/ปัจจัย เช่น กลุ่มอายุที่ต่างกัน(various age groups) หรือวัคซีนในสูตรต่างๆ และยังมีการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนด้วย

ระยะที่3(Phase 3)
เป็นระยะที่มีการทดลองในอาสาสมัครจำนวนมากขึ้นไปอีก คือ หลายพันคนขึ้นไป(thousands of volunteers) ในพืีนที่ต่างๆของประเทศ และในหลายประเทศ เพื่อในความมั่นใจในการใช้ได้กับคนโดยทั่วไป

เมื่อได้ข้อมูล/ผลของการทดลองในระยะที่3แล้ว จึงจะนำไปขออนุมัติ/ขึ้นทะเบียนในแต่ละประเทศ เพื่อนำไปใช้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายต่อไป

ระยะที่4(Phase 4)
เป็นระยะที่ศึกษาติดตามผลข้างเคียงของวัคซีนที่ได้นำไปใช้จริง โดยจะเน้นผลข้างเคียงอื่นที่อาจไม่พบในระยะการทดลองก่อนหน้านั้น(ระยะที่1-3) อาจเรียกว่า เป็นการเฝ้าติดตาม/ประเมินผลหลังการตลาด(post-marketing surveillance trial)


https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/how-are-vaccines-developed?gclid=EAIaIQobChMI_eCTgpGe8QIVB1RgCh39GgILEAAYASAAEgLbwfD_BwE

story:
ยิ่งอุณหภูมิต่ำ เชื้อแบคทีเรียก็จะเจริญเติบโตได้น้อย ---เป็นการถนอม/เก็บรักษาอาหาร/สิ่งของที่ดีวิธีหนึ่ง


1.ตู้เย็น (refrigerator)

โดยทั่วไปจะทำความเย็นได้อยู่ในช่วง  +3 to +5 °C ยังไม่ถึงจุดเยือกแข็งของน้ำ (above freezing point of water)
เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้น้อย อาหาร/สิ่งของไม่เสียง่าย
ใช้เก็บรักษา วัคซีน AstraZeneca, Johnson&Johnson, Sinovac, Sinopharm ได้

2.ตู้แช่แข็ง (freezers)

โดยทั่วไปจะทำความเย็นได้อยู่ในช่วง −23 to −18 °C  เก็บรักษาอาหาร/สิ่งของได้นานขึ้น
ใช้เก็บรักษา วัคซีน Moderna ได้

ตู้เย็นปัจจุบันจะมีทั้ง2ส่วนอยู่ในเครื่องเดียวกัน ส่วนที่เป็น freezers อยู่ด้านบน  ส่วนที่เป็น refrigerator อยู่ด้านล่าง

ตู้เย็นบางชนิดจะมีการแบ่งเป็น 4 โซน
-โซนแช่แข็ง/Freezer zone (−18 °C)
-โซนเนื้อสัตว์/Meat zone (0 °C)
-โซนแช่เย็น/Cooling zone (+5 °C)
-โซนลิ้นชัก/Crisper drawer zone (+10 °C) อุณหภูมิสูงกว่า แต่มีความชื้นมากกว่าโซนอื่น
*ต้องใส่วัคซีนให้ถูกช่องถูกโซน เก็บในโซนแช่เย็นนะครับสำหรับ AstraZeneca, Johnson&Johnson, Sinovac, Sinopharm ใส่โซนอื่นไม่ได้

ในกลุ่มประเทศแถบยุโรป มีระบบแบ่งประเภทตู้เย็น/ตู้แช่แข็งตามระดับขีดความสามารถในการทำความเย็นจาก 1 ดาว ถึง 4 ดาว
1 ดาว ทำความเย็นได้ต่ำสุดที่ −6 °C เก็บรักษาอาหารในช่องธรรมดา(pre-frozen) ได้สูงสุด 1 สัปดาห์
2 ดาว ทำความเย็นได้ต่ำสุดที่ −12 °C เก็บรักษาอาหารในช่องธรรมดา(pre-frozen) ได้สูงสุด 1 เดือน
3 ดาว ทำความเย็นได้ต่ำสุดที่ −18 °C เก็บรักษาอาหารในช่องธรรมดา(pre-frozen) ได้สูงสุด 3 ถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร
4 ดาว ทำความเย็นได้ต่ำสุดที่ −18 °C เก็บรักษาอาหารในช่องธรรมดา(pre-frozen) ได้สูงสุด 3 ถึง 12 เดือน เน้นแช่แข็งอาหารสด และอาจมีระบบ แช่แข็งด่วน a "fast freeze" function

แต่ในประเทศไทย เรามีตู้เยฺ็นเบอร์5
ระบบเบอร์ของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เป็นระบบที่บอกถึงประสิทธิภาพด้านพลังงาน คือ ประหยัดพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน ออกโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ฉลากประหยัดไฟจะมีระดับความประหยัดตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 โดยที่เบอร์ 5 หมายถึงประหยัดไฟมากที่สุด คือมีอัตราการประหยัดพลังงาน (Energy Efficiency Ratio : EER) มากกว่า 11.0 หน่วย

ผู้ออกฉลากประหยัดไฟฟ้าในปัจจุบัน คือ กระทรวงพลังงาน (เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2549) 

ต้งแต่ปี พ.ศ. 2562 กระทรวงพลังงานได้ปรับปรุงฉลากประหยัดไฟใหม่ทั้งหมด โดยยกเลิกระดับความประหยัดเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 4 คงไว้เพียงเบอร์ 5 แต่เพิ่มสัญลักษณ์ดาวที่จะระบุระดับคะแนนการประหยัดไฟเข้าไปแทน โดยยิ่งมีดาวมาก จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการประหยัดไฟมากขึ้นดวงละ 5-10% โดยฉลากประหยัดไฟชนิดตอดดาว มี 4 ระดับ คือ
-เบอร์ 5
-เบอร์ 5 1 ดาว
-เบอร์ 5 2 ดาว 
-เบอร์ 5 3 ดาว

เครื่องทำความเย็นทางการค้า แบ่งตามขีดความสามารถในการทำความเย็น

-ตู้เย็นธรรมดา Refrigerators... +2 to +3 °C (ไม่เกิน 5 °C)
-ตู้แช่แข็งแบบหยิบใส่ Reach-in Freezer... −23 to −15 °C
-ตู้แช่แข็งแบบเดินเข้าไปได้ Walk-in Freezer...−23 to −18 °C
-ตู้แช่ไอศครีม Ice Cream Freezer... −29 to −23 °C

3. ตู้เย็นสุดขั้ว "Ultra-cold" or "ultra-low temperature (ULT)freezers

ทำความเย็นได้ถึง -80°C ถึง -86°C ใช้สำหรับเก็บรักษาวัตถุชีวภาพ(biological samples) เช่น วัคซีน เป็นต้น
*เย็นกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของขั้วโลกใต้เสียอีก

ใช้เก็บรักษา วัคซีน Pfizer ได้

https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-5-%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e2%98%85-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a/

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9F

story:
ด้วยความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการในหลายๆด้าน การตัดต่อรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปยังอีกชีวิตหนึ่งสามารถทำได้เป็นอย่างดี

เรื่องของสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม genetically modified organisms (GMOs)
ตั้งแต่ปี 2533 ที่ได้เริ่มมีการเอา สิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม(GMOs) มาใช้ ก็มีการใช้อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะทางด้านเกษตรกรรม
ใช้มากขึ้น แต่ก็ยังเป็นประเด็นในการถกเถียง
ในปี 2554  มีการใช้ GMOs 83%ในการผลิตฝ้าย,75%ในการผลิตถั่วเหลือง, 32%ในการผลิตข้าวโพด และ 26%ในการผลิต rapeseed
ใน 29 ประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา บราซิล อาเจนตินา อินเดียและแคนาดา แต่ในอีกมากกว่า 30 ประเทศยังห้ามเพาะปลูกพืชพันธุ์ GMOs

มีผลงานวิจัยมากมายที่บ่งบอกว่า
-ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่าง GMOs กับการกลายพันธุ์ Mutation (ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง)
-GMOs ไม่มีผลเสียต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย
-ไม่มีหลักฐานว่ามีการถ่ายทอดรหัสพันธุกรรมจาก GMOs ไปยังเซลของผู้บริโภค
-GMOs ไม่เป็นอันตรายต่อการเจริญพันธุ์ ต่อหญิงตั้งครรภ์ และทารก

แต่ความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาวก็ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่เรื่อยมา

การใช้ GMOs ในทางการแพทย์เริ่มบทบาทมากขึ้น วัคซีนก็เป็นหนึ่งในนั้น

วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral vector) ถือได้ว่าเป็น GMOs มีการตัดเอารหัสพันธุกรรมของไวรัสชนิดหนึ่ง ไปใส่ในไวรัสอีกชนิดหนึ่ง(ชนิดที่ไม่เป็นอันตราย) เช่น AstraZeneca และ Johnson & Johnson

ในเอกสารกำกับวัคซีนชนิดที่เป็น ไวรัสพาหะ(Viral vector)  ต้องระบุว่าเป็น  ผลิตภัณฑ์ที่มี GMOs

ในสหรัฐอเมริกา กฎหมายบังคับไว้ว่าข้อมูลส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหาร(และยา)จะต้องชัดเจนไม่คลุมเครือ ฉลากกำกับอาหารมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญ/จำเป็น มีความหมาย เพื่อเตือน/ชี้แนะผู้บริโภค การใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นหรืออาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน ถือว่าขัดต่อสิทธิของผู้บริโภคในการเลือกบริโภคอย่างมีเหตุผล และทำให้เอกสารกำกับมีความหมายน้อยลงไป

ในสหภาพยุโรป การให้ข้อมูลในเอกสารกำกับอาหาร(และยา) มีเพื่อให้ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลที่เป็นจริงที่อาจจะสำคัญต่อผู้บริโภค เพื่อเป็นการให้ทางเลือกแก่ผู้บริโภค กฎเกณฑ์ในการเขียนเอกสารกำกับจึงเป็นการออมชอมกันระหว่างผู้ผลิต นักวิชาการและผู้บริโภค

สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการบังคับการติดฉลากจีเอ็มโอตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 251 (พ.ศ. 2545) เรื่อง การแสดงฉลากอาหารที่ได้จากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรมหรือพันธุวิศวกรรม


http://www.fao.org/3/x9602e/x9602e06.htm
https://sitn.hms.harvard.edu/flash/2015/will-gmos-hurt-my-body/

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

Go to full version