ผู้เขียน หัวข้อ: แอฟริกาใต้ทิ้งวัคซีนโควิดJ&Jส่วนแคนาดาระงับใช้ กังวลข่าวปนเปื้อนที่โรงงานสหรัฐ  (อ่าน 238 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแอฟริกาใต้ต้องทิ้งวัคซีนโควิด-19 ของจอห์สัน แอนด์ จอห์นสัน จำนวนกว่า 2 ล้านโดส สืบเนื่องจากประเด็นปัญหาสารที่ใช้ผลิตวัคซีนโรงงานผลิตแห่งหนึ่งในบัลติมอร์ สหรัฐฯ เกิดการปนเปื้อน ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับที่แคนาดา ระงับแจกจ่ายวัคซีนของจอห์สัน แอนด์ จอห์นสัน ในบางล็อต จากข้อวิตกเดียวกัน

หน่วยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพของแอฟริกาใต้(SAHPRA) ตัดสินใจไม่อนุมัติใช้วัคซีนโควิด-19 จำนวน 2 ล้านโดสที่จัดเก็บไว้ ณ โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองเยอบีรา เนื่องจากสารที่ใช้ผลิตวัคซีนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปนเปื้อนที่โรงงานในบัลติมอร์ สหรัฐฯ จากคำยืนยันของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศ

ก่อนหน้านี้ SAHPRA ได้ระงับใช้วัคซีนล็อตที่อยู่ในความสงสัยมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน เพื่อรอรายงานด้านความปลอดภัยจากสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ(FDA)

"และจากคำแถลงของเอฟดีเอ เราได้รับผลกระทบเกี่ยวกับวัคซีนล็อตดังกล่าวด้วย ที่โรงงานในเมืองเยอบีรา ซึ่งที่นั่นเรามีวัคซีน 2 ล้านโดส" เอ็มมาโมโลโก คูบายี-เอ็นกูบาเน รักษาการรัฐมนตรีสาธารณสุขแอฟริกาใต้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่น พร้อมระบุว่าวัคซีนเหล่านี้จะไม่ถูกใช้ในแอฟริกาใต้อีก

ส่วนทางนายแพทย์บอยตูเมโล เซเมเต ซีอีโอของ SAHPRA ก็ยืนยันเช่นกันว่าวัคซีนที่อยู่ในความสงสัย "จะไม่ถูกนำมาฉีดให้กับประชาชน"

ขณะเดียวกันหน่วยงานเฝ้าระวัลแห่งนี้ระบุในถ้อยแถลง ยอมรับว่าวัคซีนโควิด-19 ปนเปื้อนล็อตใหม่อีกราว 300,000 โดสของบริษัทแจนเซ่น ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ผ่านอนุมัติจากเอฟดีเอแล้วและจะถูกลำเลียงมายังแอฟริกาใต้ในอนาคต แต่ไม่ระบุวันเวลาที่แน่ชัด และไม่ได้บอกว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับวัคซีนล็อตดังกล่าว

เซเมเต ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ส่งผลกระทบในทางลบอย่างมากต่อโครงการฉีดวัคซีนของแอฟริกาใต้ โดยประเทศแห่งนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วราว 1.7 ล้านคนและเสียชีวิต 57,000 ราย จากประชากรทั้งหมด 58.5 ล้านคน แต่จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน เพิ่งฉีดวัคซีนประชาชนไปได้แค่ 183,000 โดส

โรงงานของบริษัทอีเมอร์เจนท์ ไบโอโซลูชันส์ (Emergent BioSolutions) ในบัลลิมอร์ สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากประเด็นสุขอนามัยและการปนเปื้อนไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน ทางสำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ แสดงความกังวลด้านสุขภาพและความปลอดภัยต่างๆนานา โดยชี้ว่าสภาพแวดล้อมต่างๆของโรงงานคือองค์ประกอบสำคัญของความปลอดภัยของวัคซีน

ประเด็นปัญหาต่างๆที่รายงานออกมา มีทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคลของพนักงาน การฝึกฝนที่ไม่เพียงพอ และล้มเหลวในการรักษาความสะอาดพื้นผิวต่างๆ โดยการตรวจสอบดังกล่าวมีต้นตอจากเหตุการณ์หนึ่งก่อนหน้านั้น ซึ่งได้เห็นวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน 15 ล้านโดสเกิดการปนเปื้อน ระหว่างผสมวัตถุดิบเพื่อผลิตวัคซีน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานอ้างแหล่งข่าวไม่ประสงค์เอ่ยนามระบุว่า เอฟดีเอมีคำสั่งให้จอห์นสันแอนด์จอห์นสันทิ้งวัคซีน 60 ล้านโดสที่ผลิต ณ โรงงานบัลติมอร์ สืบเนื่องจากความเป็นไปได้จะเกิดการปนเปื้อน อย่างไรก็ตามพวกเขาได้อนุมัติวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ล็อตอื่นๆ 2 ล็อตที่ผลิต ณ โรงงานดังกล่าว

ความเคลื่อนไหวของแอฟริกาใต้ มีขึ้นไม่กี่วันหลังจากเมื่อวันศุกร์(11มิ.ย.) กระทรวงสาธารณสุขแคนาดา ประกาศว่าจะไม่แจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน 300,000 โดส ที่ส่งมาถึงแคนาดาในเดือนเมษายน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของวัคซีนล็อตดังกล่าว

ถ้อยแถลงของกระทรวงระบุว่า สาธารณสุขแคนาดาจะไม่แจกจ่ายวัคซีนดังกล่าว เพื่อปกป้องด้านสุขภาพและความปลอดภัยให้กับชาวแคนาดา อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับคุณภาพของสารยา (drug substance) ที่ใช้ผลิตวัคซีนดังกล่าวที่โรงงานของ บริษัท อีเมอร์เจนท์ ไบโอโซลูชั่นส์ อิงค์ ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ของสหรัฐฯ

"สารยาดังกล่าวได้ถูกผลิตขึ้นในเวลาที่วัคซีนล็อตหนึ่งถูกปนเปื้อนด้วยส่วนประกอบของวัคซีนที่ต่างกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขของแคนาดาไม่สามารถระบุได้ว่า การขนส่งวัคซีนของแจนเซ่นล็อตนี้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดของทางกระทรวงหรือไม่" ถ้อยแถลงระบุ

(ที่มา:รัสเซียทูเดย์)

14 มิ.ย. 2564  ผู้จัดการออนไลน์