ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเตือน หน้ากากอนามัยส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก  (อ่าน 78 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 7201
    • ดูรายละเอียด
ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นพบว่า การสวมหน้ากากอนามัยส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก เพราะขัดขวางการเรียนรู้การแสดงออกทางสีหน้า ตา จมูก และปาก และการสื่อสารทางอารมณ์

ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด หน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งจำเป็นในวิถีชีวิตใหม่ แต่เมื่อสวมหน้ากากอนามัยจะทำให้การอ่านสีหน้าของอีกคู่สนทนาทำได้ยาก และการปิดบังใบหน้าอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ

ศาสตราจารย์เมียววะ มาซาโกะ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการทางสมองและจิตวิทยามนุษย์ มหาวิทยาลัยเกียวโต กล่าวว่า ทารกแรกเกิดจนถึงอายุราว 1 ขวบจะมองหน้าและความเคลื่อนไหวของผู้คนรอบตัว และเรียนรู้การแสดงออกทางสีหน้าของพ่อแม่และผู้เลี้ยงดู

ทารกจะสามารถรับรู้ได้ว่า นี่คือใบหน้าของคนใกล้ชิด เมื่อตา จมูก และปากบนใบหน้าปรากฏชัด หลังจากนั้นทารกก็เรียนรู้ที่จะแยกแยะสีหน้าที่แสดงอารมณ์แตกต่างกัน เช่น อารมณ์ดี หรือโกรธ การเห็นใบหน้าของคนในครอบครัวจึงจำเป็นต่อพัฒนาของเด็ก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่สามารถสื่อสารได้ด้วยการใช้สายตา แต่เด็กจะใช้ข้อมูลที่หลากหลายในการแสดงออกของบุคคล และค่อย ๆ อ่านการแสดงออกและอารมณ์ของคนอื่นได้ ประสบการณ์เช่นนั้นอาจจะสูญหายไปหากคนรอบข้างของเด็กสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

คำชมและเสียงขอโทษที่ “ไปไม่ถึง”

นอกจากภายในครอบครัวแล้ว หน้ากากอนามัยยังเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ด้านการสื่อสารและความสัมพันธ์ของเด็กในโรงเรียน

ครูที่สถานรับดูแลเด็กใส่หน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงาน กล่าวว่าการสร้างความสัมพันธ์ให้เด็กไว้วางใจนั้นทำได้ยาก เพราะเด็กไม่เห็นปากของครู เช่น ตอนเอ่ยชมเด็กว่า “ทำดีแล้ว” หรือ “เก่งมาก” ก็จะสื่อความตั้งใจนั้นไปไม่ถึงเด็ก

ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีเด็กสองคนทะเลาะกัน ต่อมาเด็กคนหนึ่งขอโทษเด็กอีกคนหนึ่ง แต่เสียงขอโทษนั้นได้ยินไปไม่ถึงอีกฝ่าย
เพราะถูกหน้ากากอนามัยปิดปากเป็นเสียงอู้อี้ บรรดาครูบอกว่าพบปัญหาที่เกี่ยวกับการสื่อสารเกิดมากขึ้นระหว่างเด็ก ๆ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เด็กอายุระหว่าง 4-10 ปี เป็นช่วงที่กำลังพัฒนาความสามารถของสมองในการรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น
และความสามารถในการประเมินว่าคนอื่นคิดอะไร และตัวเองควรทำตัวอย่างไรในการสื่อสารระหว่างกัน

การสวมหน้ากากอนามัยทำให้ประสบการณ์การเรียนรู้ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลด้อยลง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ภาษากายให้มากกว่าปกติในการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อชดเชยการที่ไม่สามารถมองเห็นการแสดงออกทางสีหน้า.

27 ม.ค. 2564  ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/japan/detail/9640000008166