ผู้เขียน หัวข้อ: แถลงการณ์สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ กรณี รพ.ขอนแก่น  (อ่าน 4705 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด


                                          แถลงการณ์สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ
                                                                       ๑  มิถุนายน  ๒๕๖๓
                          จากกรณีที่คณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลขอนแก่น ได้ทำหนังสือขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม
 
 
                       สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้หลักธรรมาภิบาลโดยเฉพาะหลักคุณธรรม และความโปร่งใสในการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีคำครหาว่า การพิจารณาคำร้องเรียนตามบัตรสนเท่ห์นี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม เพื่ออำนาจของคนบางคนที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และประชาชนแต่อย่างใด
                      สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯขอเรียกร้องให้องค์กรแพทย์ทั่วประเทศสนับสนุน และให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อให้เพื่อนๆของเราได้ปฏิบัติงานดูแลรักษาประชาชนในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณธรรมและมีหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….



story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
สธ.แจงผลสอบสวน “หมอชาญชัย” ปมเรียกรับเงินบริษัทยา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2020, 21:50:52 »
รองปลัดสธ. แจงหลักการสอบสวนฯ “นพ.ชาญชัย” ผอ.รพ.ขอนแก่นเป็นไปตามระเบียบ ขณะที่กก.สอบฯ ยืนยันบัตรสนเท่ห์นำไปสู่การตรวจสอบได้ เพราะมีหลักฐาน หนำซ้ำสอบพยานแล้ว 11 ปาก ด้านหมอชาญชัย พร้อมให้ข้อมูลกก. ยืนยันปฏิบัติตามระเบียบ
ตามที่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่นออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีนพ.ชาญชัย จันทร์วรขัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น หลังถูกตั้งกรรมการทั้งสืบข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณีมีผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และระเบียบของราชการเรื่องเรียกรับเงินจากบริษัทยา และร้านค้าร้อยละ 5 เข้าบัญชีกองทุนพัฒนา รพ.ขอนแก่น จนเกิดกระแส SAVE หมอชาญชัย

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีการสอบสวนนพ.ชาญชัย สืบเนื่องจากปลายปี 2562 มีผู้ร้องเรียนส่งมาที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต พร้อมแนบหลักฐานส่งมาที่ศูนย์ฯ โดยศูนย์ฯจึงพิจารณา โดยผู้ร้องเรียนไม่ได้ลงนาม เพราะถ้าลงนามก็จะมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง แต่เมื่อเป็นการร้องเรียนปกติ จึงมอบให้กลุ่มเสริมสร้างและระบบคุณธรรมทำการตรวจสอบตามระบบปกติ โดยประมาณปลายเดือนตุลาคม ทางกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรมจึงทำหนังสือจากการตรวจสอบมาว่า ต้องไปสอบข้อเท็จจริงว่า มีมูลหรือไม่อย่างไร ซึ่งร้องเรียนมาหลายประเด็นมาก มีการร้องเรียนทั้งผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่การเงิน ซึ่งประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาพบว่ามีบางประเด็นที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่ารพ.ขอนแก่นทำไม่ถูกต้องในเชิงหลักการที่เราได้ถือปฏิบัติ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้เราได้ปฏิบัติมาตลอด ไม่ใช่แค่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขท่านนี้เท่านั้น จริงๆการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก็เคยมีกระบวนการเช่นนี้เหมือนกัน เป็นกระบวนการปกติไม่มีใคร
นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ที่ 6 กล่าวว่า ตนได้เป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. 2562 โดยเราได้เรียกพยานบุคคล และพยานเอกสาร ทั้งรัฐและเอกชน จากนั้นรวบรวมสรุปผลเพื่อเสนอผู้มี่อำนาจต่อไป ซึ่งกระบวนการดำเนินการนั้นเราได้ดำเนินการตามปกติ โดยได้รวบรวมหลักฐานมาตลอด โดยเราพบว่ามีมูลหลักฐานความผิดของกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อเสนอผู้มีอำนาจ โดยมูลนั้น คือ การรับเงินเข้าสู่กองทุนที่ขัดต่อกฎหมายป.ป.ช. และมีการรับทราบในการลงรับเรื่องมาตลอด

“ขอย้ำว่า กรณีการสอบสวนที่ผ่านมาทำตามกฎหมายทั้งหมด โดยเป็นไปตามกฎ กพ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 ข้อ 4 (1) (2) ว่า หากการร้องเรียนเป็นบัตรสนเท่ห์ที่ไม่มีการลงชื่อ แต่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเป็นเบาะแสได้นั้น ก็ต้องตรวจสอบ และทางคณะกรรมการสอบสวนก็มีการสอบพยานประมาณ 11 ปาก เอกสารไม่ต่ำกว่า 18 ชุด ทั้งหมดมีหลักฐานเป็นไปตามกฎหมาย” นพ.อภิชาติ กล่าว
น.ส.ยุพิน ตันวิสุทธิ ผอ.กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่กฎหมาย ป.ป.ช. โดยตรง แต่ป.ป.ช. มีข้อเสนอให้ครม. ให้ความเห็นชอบว่า ต่อไปนี้ส่วนราชการจะรับเงินเปอร์เซ็นต์ยา ไม่ได้ หากมีกรณีเช่นนี้อีก ให้ถือว่าผู้ฝ่าฝืนทำผิดความผิดวินัย ซึ่งก็จะเข้าเรื่องไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบราชการ จึงเป็นได้ทั้งวินัยร้ายแรงและไม่ร้ายแรง ซึ่งขัดต่อมติ ครม. ที่ป.ป.ช.เสนอเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าปกติการสอบสวนบัตรสนเท่ห์ทำได้ตลอดหรือไม่ น.ส.ยุพิน กล่าวว่า กรณีบัตรสนเท่ห์ที่ไม่แสดงแต่ส่งเอกสาร หรือชี้เบาะแสทำให้ตรวจสอบต่อไปได้ จำเป็นต้องตรวจสอบ แต่หากเป็นบัตรสนเท่ห์ที่เขียนมาลอยๆ ก็ไม่ต้องดำเนินการ แต่หากมีพยานหลักฐานดำเนินการสอบสวนได้
เมื่อถามว่าผู้ถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงต้องย้ายออกจากพื้นที่หรือไม่ น.ส.ยุพิน กล่าวว่า ตามกฎหมายหากผู้ถูกสอบสวนมีเหตุให้มีผลขัดขวางการสอบสวน ก็สามารถย้ายออกได้ แต่ต้องมีพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งแสดงออกมาก่อน ทั้งก่อน ระหว่างก็ได้ ซึ่งหากทำให้การสอบสวนไม่สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ ก็ย้ายได้ อย่างไรก็ตาม การสอบสวนทางวินัยร้ายแรงต้องไม่เกิน 180 วัน แต่หากมีเหตุจำเป็นขยายเวลาได้ แต่ไม่ควรเกินทั้งหมด 270 วัน
นพ.ยงยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า มติครม.มีมาตั้งแต่ปลายปี 2560 ถึงต้นปี 2561 โดยกระทรวงสาธารณสุขมีหนังสือแจ้งเมื่อวันที่  2 มี.ค.2561  เกี่ยวกับข้อปฏิบัติตามครม. ที่ป.ป.ช.เสนอ แต่ในสส่วนของรพ.ขอนแก่นนั้น จากการตรวจสอบพบว่า มี.ค. รับเงิน 1.5 ล้านบาท และยังรับอีก 2 -3 เดือนต่อเนื่อง การรับตรงนี้เมื่อตรวจสอบยังพบว่า จำนวนเงินที่แตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับ รพ.ซื้อยาเท่าไหร่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่างตอบแทน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปในการตรวจสอบวินัยร้ายแรง ก็ต้องไปดูว่าทุจริตหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทุจริต แต่ถูกสงสัยว่าอาจกระทำผิดระเบียบในเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทนด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มี นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 6
เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นเกิดคำถามว่าต้องการโยกย้ายผู้อำนวยการรพ.ขอนแก่น นพ.ยงยศ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทำตามหนังสือร้องเรียน พร้อมหลักฐาน ซึ่งมีการตรวจสอบตามหนังสือทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายข้าราชการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การสอบสวนตามบัตรสนเท่ห์นั้น ปกติมีมากกว่ามีการลงชื่อ เพราะต้องเข้าใจว่า อำนาจของผู้ถูกร้องมีมากกว่าผู้ร้อง จึงไม่ลงชื่อกัน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรไปสัมภาษณ์ นพ.ชาญชัย เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตนพร้อมให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการทั้งหมด เนื่องจากยืนยันว่าไม่ได้มีการกระทำใดๆที่ไปในทางทุจริต โดยหลังจากกระทรวงสาธารณสุขมีหนังสือให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการตั้งแต่ช่วงมี.ค. 2561 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับทางการเงินดังกล่าวนั้น ตนได้ทำหนังสือเวียนให้รองบริหารของทางรพ.ขอนแก่น และได้เรียกประชุมเมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค.โดยให้ทุกฝ่ายถือปฏิบัติ
เมื่อถามถึงข้อกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัทยา นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ทางการเงินได้รวบรวมส่งให้ฝ่ายบัญชี และฝ่ายบัญชีส่งให้รองบริหาร และมีตนในฐานะผอ.รพ.ลงนามเกี่ยวกับเงินบริจาค ซึ่งเงินบริจาคเป็นเงินที่เปิดให้ประชาชนสามารถบริจาคเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น โดยจำนวนเงินบริจาคไม่ได้มีการแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อผู้บริจาคส่งขึ้นมา ซึ่งคาดว่าที่เป็นเช่นนั้นน่าจะอยู่ที่กำลังปรับระบบอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันพร้อมให้ข้อมูลคณะกรรมการทั้งหมด
Fri, 2020-05-29 10:50 -- hfocus team
……………………………...…………...…....
รุกสอบวินัย ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น ปมรับเงินบริจาคบริษัทยาเข้ากองทุน รพ.

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวกรณีตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย นพ.ชาญชัย จันทร์วรขัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น กรณีมีผู้ร้องเรียนรับเงินบริษัทยา 5% เข้ากองทุน รพ.ขอนแก่น เป็นเหตุให้บุคลากรสาธารณะที่จังหวัดขอนแก่นแห่ “save หมอชาญชัย” และร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เพื่อขอความเป็นธรรมว่า ปลายปี 2562 มีผู้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวผ่านบัตรสนเท่ห์ในหลายประเด็นมาที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต พร้อมแนบหลักฐาน โดยร้องทั้ง ผอ.รพ.และเจ้าหน้าที่การเงิน จึงมอบให้กลุ่มเสริมสร้างและระบบคุณธรรมตรวจสอบตามระบบปกติ

“ปลายเดือน ต.ค.กลุ่มเสริมสร้างวินัยฯ ตรวจสอบพบมีมูล มีบางประเด็นที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่า รพ.ขอนแก่น ทำไม่ถูกต้องในเชิงหลักการปฏิบัติ โดยพบว่าเดือน มี.ค. รับเงิน 1.5 ล้านบาท และยังรับอีก 2-3 เดือน จำนวนเงินต่างกัน ตรวจสอบพบว่าจำนวนเงินจะขึ้นกับจำนวนการสั่งซื้อยาแม้จะระบุว่าเป็นการบริจาค แต่เมื่อขึ้นกับจำนวนการซื้อยา แม้จะนำเข้ากองทุนของ รพ.แต่ก็ถือเป็นประโยชน์ต่างตอบแทน ขั้นตอนต่อไปการตรวจสอบวินัยร้ายแรงต้องดูว่าทุจริตหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทุจริต แต่ถูกสงสัยว่าอาจกระทำผิดระเบียบเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มี นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการ สธ.เขต 6 เป็นผู้สอบ” นพ.ยงยศกล่าว
หมอชาญชัยโต้ปลัด ฟ้องกลับ-กู้ศักดิ์ศรี
วันนี้ของ "หมู่อาร์ม" ผู้เปิดปมทุจริตโกงเบี้ยเลี้ยงทหาร ต้องหนีตาย (คลิป)
"อนุทิน" พร้อมให้ความเป็นธรรม ผอ.รพ.ขอนแก่น ปมรับเงินบริจาคเข้ากองทุน
เมื่อถามต่อว่าบุคลากรในพื้นที่มีการร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพราะมีข้อสงสัยในกระบวนการสอบสวนที่ไม่รอบด้าน นพ.ยงยศกล่าวว่า ได้ให้โอกาส นพ.ชาญชัย ชี้แจง แต่ นพ.ชาญชัย ไม่มาชี้แจง แต่ขอชี้แจงทางเอกสาร
ด้าน นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ตนพร้อมให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการทั้งหมด เนื่องจากยืนยันว่าไม่ได้มีการกระทำใดๆที่ไปในทางทุจริต โดยหลังจาก สธ.มีหนังสือให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการทางการเงินตั้งแต่ช่วง มี.ค.2561 ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือเวียนให้รองบริหาร รพ.ขอนแก่น และได้เรียกประชุมเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. โดยให้ทุกฝ่ายถือปฏิบัติ.
30พค2563
ไทยรัฐออนไลน์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 มิถุนายน 2020, 22:38:42 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
จากกรณี ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น สำนักงานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลขอนแก่น ประกอบด้วยคณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ สหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลขอนแก่น เดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึกถึง นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น

ขอให้พิจารณาเรื่องการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีผู้ร้องเรียน ไม่ระบุชื่อ โดยใช้สรรพนามว่า “ข้าราชการเกษียณ โรงพยาบาลขอนแก่น” กล่าวหาว่า นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ คือ เรียกรับเงินจากบริษัทยาและร้านค้า ร้อยละ 5 ในช่วงเดือนเมษายน 2561 ถึง เดือนตุลาคม 2561

ต่อมา ทางด้านเฟซบุ๊ก “Nabiki Jow” ได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า หลายคนอาจจะยังงง ๆ อ่านแถลงการณ์ขององค์กรแพทย์ขอนแก่นก็ยังงง ๆ จะสรุป (ไม่รู้จะยาวกว่าเก่าไหม) ให้ฟัง
1. นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล เป็นแพทย์ที่สุจริตและมีความสามารถ
2. นพ.ชาญชัย ได้มารับตำแหน่ง ผอ.รพ.ศ.ขอนแก่น เมื่อประมาณ ปี 59 ตอนมารับตำแหน่ง รพ.ศ.ขอนแก่นมีหนี้200+ล้านบาท
3. นพ.ชาญชัย ใช้เวลาประมาณ 2 ปี เข้าไปสะสางจัดการระบบต่าง ๆ ในรพ.ศ.ขอนแก่น ล้างหนี้200+ล้านทำให้งบรพ.เป็นบวกถึง200ล้านบาทได้ (ในการสะสางระบบนั้น มี “ข้าราชการ” ซึ่งตอนนี้เกษียณไปแล้ว เสียผลประโยชน์จากเหตุการณ์นี้)
4. ปี 61 นพ.ชาญชัย ถูกย้ายไปเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี แม้จะยังไม่ใช่รอบย้าย บุคลากรรพ.ศ.ขอนแก่นจึงแต่งดำไว้ทุกข์ คัดค้านการย้าย สุดท้าย ปลัดจึงย้ายนพ.ชาญชัยให้กลับมารพ.ศ.ขอนแก่นเหมือนเดิม (มีผู้เสียผลประโยชน์จากการที่นพ.ชาญชัยได้ย้ายกลับมารพ.ศ.ขอนแก่น)
5. มีการส่งบัตรสนเท่ห์อ้างว่า นพ.ชาญชัยเรียกรับ%ยาจากบริษัทยาทั้ง ๆ ที่กระทรวงห้าม (ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง)
6. หลังจากมีบัตรสนเท่ห์ มีการเรียกพยานสอบ แต่ไม่ได้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
7. หลังจากสอบพยานเพียงบางส่วน ได้มีการตั้งข้อกล่าวหา “ผิดวินัยร้ายแรง” แก่นพ.ชาญชัย และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ
8. คณะกรรมการสอบควรเป็นผู้ตรวจเขต 5 แต่กลับมีการเปลี่ยนเป็นผู้ตรวจเขต 6 (ทั้ง ๆ ที่เขต 5 ไม่มี contra indicationที่จะตรวจ แต่จงใจระบุว่าต้องเป็นเขต 6 สอบ -มีการแทรกแซงไม่ได้ให้เรื่องดำเนินตามกระบวนการปกติ)
9. องค์กรแพทย์รพ.ศูนย์ขอนแก่นเห็นความไม่โปร่งใสชอบธรรมในกระบวนการสอบนี้ จึงยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้การสอบนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม
#saveรพขอนแก่น #saveผอชาญชัย #คนดีต้องมีที่ยืนในสังคม

27 พฤษภาคม 2020
https://www.thaimoveinstitute.com/13711/

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
ปลัดสธ.เผยสอบสวน ผอ.รพ.ขอนแก่น ตามหน้าที่ หากไม่ทำอาจเข้าข่ายผิด ม.157 แจงตั้ง "หมอเกรียงศักดิ์" รักษาการ เหตุเป็นคนขอนแก่น ตั้งรองผอ.รพ.ไม่ได้ เพราะ "หมอชาญชัย" ระบุมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องรับเงินบริจาคทั้งหมด อยู่ระหว่างตั้งปธ.สอบสวนวินัยฯ ใหม่ หลัง "หมอสุเทพ" ถอนตัว รองปลัดสธ.แจงมีพฤติกรรมรับเงินชัดเจน ฐานเรียกรับผลประโยชน์ ไม่ใช่เงินบริจาค

วันนี้ (4 มิ.ย.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวถึงกรณีการดำเนินคดีทางวินัย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น กรณีเรียกรับเงินบริจาคบริษัทยา 5% และการย้ายออกจากพื้นที่ โดยมีการตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี มารักษาการ ขณะที่ นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการ สธ.เขตสุขภาพที่ 6 ประธานกรรมการสอบสวนวินัยได้ลาออก ว่า เรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนมาว่า ผอ.รพ.ขอนแก่น มีพฤติกรรมรับเงินบริจาคยา ตนก็ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการและข้อกฎหมาย เมื่อคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีความเห็นว่ามีมูล ก็จะต้องดำเนินการ หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนเป็นปลัดสธ.มาได้มีการตรวจสอบผู้อำนวยการและผู้อำนวยการระดับสูงรวมแล้ว 12 คน โดย 6 คนมีโทษไล่ออกไปแล้ว อีก 6 คนอยู่ระหว่างการถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งมีทั้งกรณีคล้ายกับ รพ.ขอนแก่นและกรณีอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเหมาะสมในการตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ เป็นรักษาการผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นการย้ายข้ามเขต และก่อนหน้าเคยมีการแต่งตั้งโยกย้ายให้มาเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่น แต่ถูกคัดค้านจนต้องย้ายกลับ นพ.สุขุม กล่าวว่า นพ.เกรียงศักดิ์ พื้นเพเป็นคน จ.ขอนแก่น และเคยเป็น ผอ.รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่นมาก่อน ที่สำคัญไม่สามารถตั้งรอง ผอ.รพ.ขอนแก่นขึ้นเป็นรักษาการแทนตามปกติที่เคยทำได้ เพราะ นพ.ชาญชัย พูดชัดเจนว่า รองผอ.รพ.และคณะกรรมการบริหาร รพ. ก็มีส่วนรู้เห็นในการรับเงินบริจาค จึงต้องตั้งคนอื่นรักษาการแทน ส่วนจะพิจารณาตั้งรักษาการ ผอ.รพ. เป็นคนอื่นแทนหรือไม่ ต้องดูว่า เมื่อนพ.เกรียงศักดิ์ไปปฏิบัติหน้าที่แล้วเป็นอย่างไร ซึ่งครั้งก่อนก็เห็นว่าได้รับการต้อนรับ อย่างไรก็ตาม เป็นการตั้งรักษาการเท่านั้น หากมีการสอบสวนแล้วพบว่า ผู้ถูกร้องไม่มีความผิดก็ยังตั้งกลับได้

ถามต่อว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยเป็นคนจากกลุ่มก๊วนเดียวกัน นพ.สุขุมกล่าวว่า เรื่องนี้สามาถคัดค้านได้ ถ้าคิดว่าคนที่ตั้งไม่ให้ความเป็นธรรมเป็นกับเรา คงไม่ใช่กลุ่มก๊วนเดียวกัน อาจมีความไม่ถูกใจ ไม่สบายใจ ก็สามารถร้องเรียนได้ ก็จะเปลี่ยนให้ แต่ยังไม่มีการร้องมาแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าจะเป็นการจุดชนวนความแตกแยกใน สธ.ขึ้นมาอีกครั้ง นพ.สุขุมกล่าวว่า ก็ช่วยไม่ได้ เพราะถ้าไม่ทำ ตนก็จะผิดมาตรา 157

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ.กล่าวว่า เงินจากบริษัทยาหรือขายเวชภัณฑ์ทุกอย่าง รพ.ไม่สามารถเรียกรับได้ เพราะฉะนั้น ขบวนการที่ ผอ.รพ.ขอนแก่น ถูกร้องเรียนและแนบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ยังมีการเรียกรับจากบริษัทต่างๆ มาตลอด โดยมีหลักฐานชัดเจนว่าเงินที่บริษัทยาบริจาคเข้ากองทุน รพ.นั้น เชื่อมโยงสัมพันธ์กับการจัดซื้อจัดจ้างยาจากบริษัทยา อีกทั้งยังพบว่ามีพฤติกรรมข่มขู่พยานด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลาย รพ.ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่ต้องรอร้องเรียนเข้ามา ส่วนกรณี นพ.สุเทพ ขอถอนตัวจากการเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัย เนื่องจากงานในหน้าที่มีมาก ทั้งการเรียน วปอ. การวางแผนรับคนไทยกลับจากต่างประเทศในสถานการณ์โรคโควิด และการบริหารเรื่องการเข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาผู้ที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ประธานแทน

นายสุจินต์ สิริอภัย นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานเสริมสร้างรวินัยและระบบคุณธรรม สธ. ในฐานะคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กล่าวว่า เมื่อมีการร้องเรียนด้วยบัตรสนเท่ห์ ข้อสำคัญไม่ได้อยู่ที่จะลงชื่อหรือไม่ แต่ผู้ถูกร้องเรียนต้องมีชื่อตำแหน่งชัดเจน และมีหลักฐานที่นำไปสู่การสอบสวนได้ ซึ่งปลัด สธ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาก็มีหน้าที่สอบข้อเท็จจริง หากไม่ทำก็ถือว่ามีความผิด ซึ่งอาจสอบด้วยตัวเอง หรือมอบให้มีการสอบสวนเบื้องต้นว่า กระทำผิดวินัยหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการที่ไปสืบข้อเท็จจริงก็จะต้องรายงานกลับมา หากไม่มีมูลก็ยุติ หากมีมูลผิดวินัยไม่ร้ายแรง ก็จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ แต่กรณีเห็นว่ามีมูลควรกล่าวหาว่าทำผิดวินัยร้ายแรง ปลัดสธ. จะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวน

นายสุจินต์กล่าวว่า จากการสืบสวนเรื่องนี้มี 12 ประเด็น โดยสรุปมาว่า 7 ประเด็นไม่มีมูลความผิดเลย สั่งยุติเรื่อง อีก 3 ประเด็นตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ส่วนกรณีรับเงินจากบริษัทยา ถือว่าเป็นนิติสัมพันธ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตามกฎหมายไม่ใช่แค่เรื่องยา แต่รวมถึงทุกอย่างที่มีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างว่าห้ามเรียกหรือรับเงินเหล่านี้ ไม่ว่าส่วนรวมหรือส่วนตัวก็ผิดทั้งนั้น ซึ่งเมื่อมีการชี้ว่ามีมูลก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งการสอบสวนผลก็ออกมา 3 กรณี คือ ไม่ผิด หรือผิดวินัยไม่ร้ายแรง หรือผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาอาจเห็นว่าประธานคณะกรรมการฯ ไม่เป็นธรรมก็สามารถร้องทุกข์ได้ อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวน ปลัดสธ.ก็สามารถพิจารณาเห็นด้วยหรือไม่ แล้วก็ต้องเข้า อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอาจเห็นด้วยกับคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หรือไม่เห็นด้วยก็ได้ และเมื่อหากถูกลงโทษก็ไปสู้ได้อีกว่าการลงโทษไม่เหมาะสม หรือฟ้องศาลปกครองสูงสุดได้อีก

น.ส.สุชาฎา วรินทร์เวช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กล่าวว่า นิยามของ "การบริจาค" คือ จะต้องให้ด้วยความสมัคร บริษัทยาจะให้เงินร้อยล้านพันล้านบาททำได้ไม่มีใครว่า ถ้าไม่ได้ถูกบังคับ ถ้าถูกบังคับบริจาคโดยไม่สมัครใจ จะเป็นการสร้างเงื่อนไขในการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการบริจาคได้ ต้องถูกเรียกว่าเป็นการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่ง ป.ป.ช.เสนอไปยัง ครม.ว่า การจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ห้ามไม่ให้หน่วยงานที่ทำการจัดซื้อทำการหารายได้ในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทนทุกประเภทจากบริษัทยา เข้ากองทุนสวัสดิการสถานพยาบาล การให้คู่สัญญาบริจาคเงิน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหรือมูลนิธิใดก็ตาม ถือว่ากระทำผิดต่อหลักธรรมาภิบาลในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง สธ.มีการออกหนังสือเวียนถึงเรื่องนี้ไปแล้ว ทั้งนี้ เรื่องเงินบริจาคที่เข้ากองทุนพัฒนา รพ.ขอนแก่น เป็นการสร้างเงื่อนไขจากการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ โดยยอดบริจาคมีความสัมพันธ์กับยอดในการจัดซื้อจัดจ้าง และนำมาสู่การตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง กระทั่งมาถึงการสอบวินัยฯ

4 มิ.ย. 2563
https://news1live.com/detail/9630000058097

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
เครื่องเคียง! ย้อนหนังสือ ป.ป.ช. ชง ครม. มาตรการป้องกันทุจริตกรณีผลประโยชน์ต่างตอบแทน รพ. รับเงิน บ.ยา - ปมปริศนา เงิน 24.4 ล้านในบัญชี ‘กองทุนสวัสดิการโรงพยาบาลระยอง’ ก่อนกรณีปัญหาย้าย ผอ.ขอนแก่น

เป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง กรณี โรงพยายบาลรับเงินบริษัทยา
ล่าสุดเกิดกรณีปัญหาที่โรงพยาบาลขอนแก่น เมื่อกระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงฯ มีคำสั่งให้ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ไปปฏิบัติงานที่กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข และให้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า ดำรงตำแหน่งรักษาราชการผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น แทน
หลังจาก นพ.ชาญชัย ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกรณีมีผู้ร้องเรียนในลักษณะบัตรสนเท่ห์ อ้างว่า นพ.ชาญชัย เรียกรับเงินจากบริษัทยา ร้อยละ 5 ซึ่งเข้าข่ายเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ระหว่างเดือน มี.ค. - ต.ค. 2561
ขณะที่ นพ.ชาญชัย ชี้แจงว่า ไม่เป็นธรรม เนื่องจากการรับเงินบริจาคจากบริษัทยานั้นมีมาตั้งแต่ปี 2508 แต่ภายหลังได้รับคำสั่งจากทางกระทรวงเมื่อเดือน มี.ค. ปี 2561 ได้ประชุมกรรมการบริหารและทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง งดรับเงินบริจาคจากบริษัทยา แต่ยอมรับว่าในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.2561 มียอดเงินบริจาคผ่านกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น เดือนละ 1 ล้าน 3 แสนบาท จากปกติจะมียอดบริจาคเฉลี่ยเดือนละ 2 ล้านบาท ซึ่งก็เข้าใจว่าเงินบริจาคไม่ได้มาจากบริษัทยา เนื่องจากได้ทำหนังสือแจ้งไปยังทุกหน่วยงานรวมถึงบริษัทยาด้วย ทั้งนี้ นพ.ชาญชัย ระบุอีกว่า ภายหลังกระทรวงฯ มีคำสั่งให้งดรับเงินบริจาคจากบริษัทยา ในเดือน พ.ย.ปี 2561 ทางโรงพยาบาลได้ปิดกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น โดยให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา บริจาคผ่านบัญชี ‘เงินโรงพยาบาลขอนแก่น’ แทน (อ้างอิงข่าวจาก https://news.thaipbs.or.th/content/293184)
ประเด็นการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของ รพ.ขอนแก่นในครั้งนี้ นำมาซึ่งการเคลื่อนไหวคัดค้านของบุคลากร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลขอนแก่นและแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งมีการแสดงความเห็นจากบุคคลทั่วไปจำนวนมากในขณะนี้
ประเด็นสถานพยาบาลรับเงินจากบริษัทยานั้น สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) นำมาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเป็นเครื่องเคียงดังนี้
1.เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2560 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอ มาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ข้อเสนอแนะในเชิงระบบ 1 ใน 4 ข้อก็คือ การกำหนดหลักเกณฑ์การจัดซื้อยา (ข้อ 1.3) “ห้ามไม่ให้หน่วยงานที่ทำการจัดซื้อทำการหารายได้ในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทนทุกประเภทจากบริษัทยาเข้ากองทุนสวัสดิการพยาบาล” และให้หน่วยงานที่ทำการจัดซื้อใช้กลไกต่อรองราคาตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติกำหนด (ดูเอกสารประกอบ)


โดยระบุว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียน ประกอบการสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ท.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เกี่ยวกับการทุจริตในกระบวนการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ซึ่งพบว่ามีการกระทำในลักษณะของการทุจริตจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มผู้ใช้สิทธิและเครือญาติมีพฤติกรรมตระเวนใช้สิทธิรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆหลายแห่ง ทุก 1-3 สัปดาห์ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์มีพฤติกรรมการสั่งจ่ายยาให้กับผู้ป่วยเกินความจำเป็น และกลุ่มบริษัทยามีพฤติกรรมการจ่ายค่าคอมมิชชันให้กับโรงพยาบาลและแพทย์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้แพทย์สั่งจ่ายยาของบริษัท เป็นผลให้ภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็นจำนวนมาก
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นสมควรเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการเบิกจ่ายยาตามสิทธิสวัดิการรักษาพยาบาลข้าราชการต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ หรือการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 19 (11) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554
ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ มีคำสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอดังกล่าวและให้กระทรวงสาธารณสุขสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวมแล้วส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีโดยด่วนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป (อ้างอิงหนังสือจากนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำหนังสือลงวันที่ 7 ก.ค.2560 แจ้งเวียนถึง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) (อ่านประกอบ : เจอร้องหนัก!ป.ป.ช.ชง ครม.ป้อง ขรก. เบิกจ่ายพยาบาลโดยทุจริต-พบคนใน รพ.ฮั้วเอกชน)
2.เมื่อปี 2560 เคยมีกรณีที่คล้ายกันที่โรงพยาบาลระยอง เมื่อบุคลากรของโรงพยาบาลส่งหนังสือถึง พล.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ประธาน กรรมการ ป.ป.ช.) และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (ขณะนั้น) ให้ตรวจสอบบัญชีเงินฝากชื่อ ‘กองทุนสวัสดิการโรงพยาบาลระยอง’ ในช่วงปลายปี 2559-เดือนสิงหาคม 2560 เนื่องจากมีเงินจากผู้ประกอบธุรกิจขายยาและเครื่องมือแพทย์โอนเข้าบัญชีฯหลายครั้งรวมเป็นเงินหลายล้านบาทโดยถูกโอนเข้ามาอย่างสม่ำเสมอในช่วงกลางเดือนและทุกปลายเดือนมีเงินหมุนเวียนรวม 24,495,181.53 บาท ในจำนวนนี้มีรายการเบิกถอน เมื่อ 16 ส.ค.2560 รวม 4 ครั้งๆละ 1 ล้านบาท รวม 4 ล้านบาท ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นเงินค่าอะไร หลังจากนั้นจนถึงขณะนี้ ไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวนข้อเท็จจริงของทั้งกระทรวงสาธารณสุข และ ป.ป.ช.วาผลเป็นอย่างไร (อ่านประกอบ: หมุนเวียน 24.4 ล.-ใครเบิก 4 ล.? ปมปริศนา บ.ยาโอนเงินเข้ากองทุนฯ รพ.ระยอง)
ฉะนั้น กรณีของ รพ.ขอนแก่น ต้องว่ากันตามข้อเท็จจริงว่า หลังจากมีคำสั่งแล้ว ยังเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รู้เห็นหรือไม่ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องนำมาหลักฐานมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา? และกระบวนการจากนี้อาจเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่?
ส่วน ‘ที่มา’ ของเรื่องร้องเรียนว่ามาจากบัตรสนเท่ห์นำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนและโยกย้ายผู้ถูกร้องเรียนตามมานั้น มิใช่ประเด็น เพราะเรื่องร้องเรียนทุจริตในหน่วยงานของรัฐหลายเรื่องก็มาจากบัตรสนเท่ห์ เนื่องจากคนเกรงกลัวที่จะเปิดเผยตัวตนในการร้องเรียน
เรื่องนี้อาจเป็นมหากาพย์  ต้องติดตามผลกันต่อไป

5 มิถุนายน 2563
สำนักข่าวอิศรา

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
ละเอียดยิบ “หมอชาญชัย”แจงเงินบริจาครพ.ขอนแก่น
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2020, 22:11:34 »
หมอชาญชัย”พร้อมงัดหลักฐานทางการเงินการบัญชีแสดงความบริสุทธิ์ ยันไม่เคยเรียกรับเงินจากบ.ยา เผยรพ.จัดซื้อยาราคาถูกกว่าราคากลางร่วม 30 % สัดส่วนราคาที่ลดลงไม่สัมพันธ์เงินบริจาค ย้ำพ.ย.61 ปิดกองทุนทั้งหมด เหลือแต่เงินบริจาคของรพ.ขอนแก่นถือเป็นเงินบำรุง

จากกรณีที่นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นให้มาปฏิบัติราชการกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่ามีมูลตามข้อร้องเรียนกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และระเบียบของราชการเรื่องเรียกรับเงินจากบริษัทยา และร้านค้า 5% เข้าบัญชีกองทุนพัฒนา รพ.ศูนย์ขอนแก่น และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง
ล่าสุด เวลา 14.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2563 ที่สำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข นพ.ชาญชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเดินทางมารายงานตัวในการปฏิบัติราชการตามคำสั่งดังกล่าว มีคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการที่นี่จึงมารายงาน โดยได้รับมอบหมายจากผอ.สำนักบริหารการสาธารณสุขให้รับผิดชอบงานระบบบริการรพ.เกี่ยวกับservice plan ซึ่งตนเป็นข้าราชการ ทำงานที่ไหนก็ได้ อย่างไรก็ตาม ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวแล้วเป็นไปตามสิทธิ์ และในวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.2563 จะยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม(ก.พ.ค.)
ผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรมแล้วและระบุว่าหากมีหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ให้นำมาแสดงได้ นพ.ชาญชัย กล่าวว่า หากท่านให้โอกาสก็จะนำหลักฐานไปแสดงกับท่าน โดยเป็นหลักฐานเกี่ยวกับระบบการการเงินการบัญชี การหมุนเวียนทางการเงินและข้อมูลทั้งหมด การนำส่งทางบัญชี การสรุปบัญชีและการแจกแจงรายการรายจ่าย
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลักฐานนี้ได้เคยแสดงต่อคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมาก่อนหรือไม่ นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เท่าที่ทราบ คณะกรรมการฯได้ไปไม่ครบ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชีทำเพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกัน
ต่อข้อถามกรณีเพจชมรมแพทย์ชนบทเผยแพร่รายรับ-รายจ่ายของกองทุนพัฒนารพ.ศูนย์ขอนแก่น นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวตนเป็นคนนำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนเองในการแถลงข่าวที่รพ.ขอนแก่นเมื่อวันก่อน เพราะต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่าเงินที่ได้รับบริจาคเข้ากองทุนฯดังกล่าวมีการนำไปใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นการใช้เพื่อประโยชน์ต่อรพ.ขอนแก่นทั้งสิ้น นี่คือความจำเป็นของการที่จะต้องมีกองทุนเพื่อพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.พัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการบริการผู้ป่วย 2.ครุภัณฑ์และเวชภัณฑ์การแพทย์ และ3.พัฒนาบุคลากร

“รพ.ขอนแก่นมีนักเรียนแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางใน 9 สาขา และได้มีการลงนามความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นในการถ่ายทอดวิชาการซึ่งกันและกัน โดยปีแรกมีการประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่รพ.ขอนแก่น และปีที่ 2 เชิญรพ.ขอนแก่นไปที่ประเทศญี่ปุ่นจึงมีทีมนักวิชาการของรพ.ไปนำเสนอผลข้อมูลวิชาการแต่ตนเองไม่ได้ไปด้วย และอีกครั้งไปประเทศไต้หวันเพื่อรับรางวัลระดับโลก เกี่ยวกับการวิจัยในมนุษย์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)แห่งเดียวที่ได้รับการรับรองระดับเอเซียแปซิฟิก จึงเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ได้ไปเที่ยว และรายจ่ายทั้งหมดเป็นการใช้เพื่อประโยชน์รพ.ขอนแก่นโดยแท้ และข้อมูลก็ออกจากการงานการบัญชีของรพ.เองไม่มีอะไรที่หมกเม็ด ยืนยันว่าผมโปร่งใส ตรวจสอบได้”นพ.ชาญชัยกล่าว

ต่อข้อถามฝ่ายตรวจสอบยืนยันว่าเงินบริจาคไม่ว่าจะรับมาเพื่อการใดก็ไม่สามารถดำเนินการได้ นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เงินบริจาคแล้วแต่ผู้บริจาคว่าจะเข้ากองทุนไหน ไม่อย่างนั้นมูลนิธิรพ.ขอนแก่นก็ห้ามรับบริจาคด้วยหรือ โดยระเบียบระบุว่าใครบริจาคก็เข้าสู่กองทุนบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งระเบียบไว้ประมาณเดือนมิ.ย. 2561 แต่กองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่นเปิดมาก่อนหน้านั้นในปี 2560 และมติป.ป.ช.ที่ฝ่ายตรวจสอบนำมาอ้างนั้นออกเมื่อมี.ค.2561 โดยระเบียบเงินบริจาคที่ออกเดือนมิ.ย.นั้น เนื่องจากการบริจาคจากโครงการก้าวของตูน บอดี้แสลม กว่าเงินจะโอนเข้าประมาณเดือนส.ค.2561 และกว่าจะทำระเบียบการรับการจ่าย การตั้งกรรมการ และเมื่อเดือนพ.ย.2561 ได้มีการปิดกองทุนทั้งหมดให้ไปอยู่ในร่มของเงินบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งถือเป็นเงินบำรุง

นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ตรงนี้ชัดเจนว่าตนมีเจตนาที่จะดำเนินการตามระเบียบโดยเคร่งครัดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าได้คลางแคลงใจเพราะระเบียบบมันเหลื่อมกัน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งการบริจาครพ.ขอนแก่นตอนนี้มี 3 อย่างเท่านั้น คือ 1.เงินบริจาคตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี สามารถบริจาคเข้าได้ 2.เงินบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเงินบำรุง ที่ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และ3.เงินมูลนิธิ รพ.ขอนแก่น ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า และรพ.ขอนแก่นยังมีมูลนิธิอื่นอีก ทุกอย่างสามารถบริจาคได้หมด

“เราไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์อยู่แล้ว ถ้าระเบียบเดือนมี.ค.2561 การเรียกรับผลประโยชนืก็คือต้องมีเงื่อนไขในการที่จะรับ ซึ่งแปลว่าถ้าเขาไม่บริจาค เราไม่ซื้อยาเขา อันนี้ไม่มีเด็ดขาดเพราะการจัดซื้อจัดจ้างกับการบริจาคที่โต๊ะการเงินเป็นคนละเรื่องกัน โดยไม่ได้เชื่อมโยงกัน”นพ.ชาญชัยกล่าว



ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าฝ่ายตรวจสอบระบุว่าเงินบริจาคกับการจัดซื้อยาเชื่อมโยงกัน นพ.ชาญชัย กล่าวว่า อันนี้ไม่แน่ใจว่าบริษัทไหนมีงบประมาณเท่าไหร่แล้วจะบริจาคเท่าไหร่ ก็สุดแท้แต่ผู้บริจาค แต่การจัดซื้อจัดจ้างที่มีผลประโยชน์ต่างตอบแทนนั้น คือ การที่ว่าถ้าเขาไม่บริจาคเราไม่ซื้อยานั่นคือเงื่อนไข แต่เราไม่มีเงื่อนไขใดๆ รพ.จะซื้อหรือไม่ซื้อขึ้นกับการประมูล การสอบราคายาโดยพัสดุ โดยเภสัชกร เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่าง สามารถตรวจสอบได้ ทำตามระเบียบพัสดุ

“กองทุนนี้ตั้งมาเพื่อรับบริจาค ใครก็ได้บริจาค เพราะว่าความขาดแคลนของรพ.กระทรวงสาธารณสุขมีมาก ไม่ว่าจะระดับไหน ซึ่งเป็นคุณูปการของตูน บอดี้แสลม และนพ.เจษฎา โชคดำรงสุขสมัยเป็นปลัดสธ.ที่ไปหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อให้เงินบริจาคลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า จะได้ให้เงินบริจาคเข้าระบบทั้งหมด และตั้งแต่พ.ย.2561 รพ.ขอนแก่น ผมทำตามระบบระเบียบหมดทุกอย่าง”นพ.ชาญชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดซื้อยาของรพ. นพ.ชาญชัย กล่าวว่า นี่เป็นประเด็นที่ถามว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทนคืออะไร ซึ่งรพ.ขอนแก่น สามารถซื้อยาในราคาต่ำกว่าค่ากลางของประเทศไทย และมีซื้อถูกที่สุดในประเทศ 30 % หมายความว่ายา 100 ตัว ซื้อถูกที่สุดในประเทศ 30 ตัว ตรงนี้จะบอกได้อย่างไรว่ารพ.ขอนแก่นเรียกรับผลประโยชน์ ไม่มีแน่นอน นอกจากนั้น ยังมีการจัดซื้อยารวมระดับเขตสุขภาพที่ 7 โดยจ.ในเขตมีการซื้อยาราคากลางเท่ากันตามรพ.ขอนแก่น จึงชัดเจนว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อกล่าวหาฉ้อราษฎร์บังหลวงและข่มขู่พยาน นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ไม่เคยข่มขู่ใคร และข้อหาตนว่าแรงเกินไป เพราะตนไม่เคยเอาเงินเข้าส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว เนื่องจากกองทุนนี้อยู่ในร่มกองทุนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และมีระเบียบว่ากองทุนอื่นใดที่เป็นกองทุนย่อยให้ถือใช้ตามระเบียบสำนักนายกฯที่เป็นกองทุนสวัสดิการ แต่ถ้าเป็นการจัดสวัสดิการเจ้าหน้าที่ก็แยกหมวดต่างหากแต่ถือเป็นหมวดหนึ่งในการพัฒนารพ.

ต่อข้อถามมีข้อกังวลใดหรือไม่ที่มีการตั้งรักษาการผอ.รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย กล่าวว่า กังวลอย่างเดียว่าจะมีการทำหลักฐานเท็จใส่ร้ายตน ในส่วนที่ว่าตนจะทำลายหลักฐานนั้น ขอถามกลับไปว่าอาจจะมีผู้ไม่หวังดีหาพยานและหลักฐานเท็จ เป็นสิ่งที่กังวลใจอยู่

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ระบุว่ามีการซื้อยาถูกกว่าราคากลาง 30 % นพ.ชาญชัย กล่าวว่า มีหลักฐาน โดยส่วนที่ซื้อถูกลง ไม่ได้สัมพันธ์กับเงินบริจาค เพราะเงินบริจาคจะเป็นสิ่งที่เขาบริจาคเอง ทั้งที่การจัดซื้อยาราคาถูกอยู่แล้วไม่เกี่ยวกัน รพ.ไม่ได้เรียกร้องว่าถ้าไม่ให้แล้วไม่ซื้อยา ไม่มีในส่วนนี้ และหลายบริษัทที่ไม่ได้บริจาคแม้แต่บาท แต่ก็ได้ขายยาให้รพ.ถึง 200-300 ล้านบาท เพราะชนะประมูล

ถามต่อว่าเงินส่วนที่จัดซื้อยาได้ถูกลงสัมพันธ์กับเงินที่บริจาคหรือไม่ นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ไม่ งบประมาณของบริษัทแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เข้าใจว่าบริษัทมีงบประมาณอยู่ 5 % แต่ตรงนี้ไม่รู้ บางบริษัทอาจจะมีน้อยหรือมากกว่านี้ ขึ้นกับนโยบายของบริษัท และราคายาที่ต่อรองลดลงได้มากกว่า 5 %อีก การต่อรองราคาถูกลงช่วยให้รพ.ประหยัดได้ 100 ล้านบาทภายในปีเดียว มีหลักฐานทางเภสัช 3 -5 ปีย้อนหลัง

ต่อข้อถามกังวลหรือไม่หากนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ.ตั้งนพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 11 เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นพ.ชาญชัย กล่าวว่า กังวล จึงอยากให้มีการตั้งประธานตามลำดับบัญชีรายชื่อการเป็นประธาน ซึ่งจะเป็นธรรมาภิบาลของกองวินัย
5 มิย 2563
กรุงเทพธุรกิจ

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
                    หมอชาญชัย ยื่นอุทธรณ์ คำสั่งปลัด สธ.โยกพ้น รพ.ขอนแก่น พร้อมหอบหลักฐาน ส่งถึง “อนุทิน” หลังเปิดช่องให้ความเป็นธรรม เผย 8 มิ.ย.เดินหน้าร้อง ก.พ.ค.ต่อ แจงยิบ การจัดซื้อยารพ.ผ่านระบบแข่งขัน พร้อมแจงไทมไลน์ เปิดกองทุนรพ.ขอนแก่น
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข  นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น เดินทางเข้ามารายงานตัวที่กองบริหารการสาธารณสุข หลังถูกย้ายจาก รพ.ขอนแก่น เพื่อเปิดทางให้มีการสอบวินัยร้ายแรงกรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องรับเงิน 5 % จากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น โดยนพ.ชาญชัย ใช้เวลาในการรายงานตัวประมาณ 10 นาที ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

นพ.ชาญชัย กล่าวว่า วันนี้มีคำสั่งให้มาปฏิบัติงานที่กองบริหารงานสาธารณสุข และได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์คำสั่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขในกรณีนี้ด้วย เป็นการอุทธรณ์ตามสิทธิ ส่วนวันที่ 8 มิ.ย. นี้ จะไปยื่นขอความเป็นธรรมที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ต่อไป ทั้งนี้ความพยายามในการย้ายตนออกจากขอนแก่น 2 ครั้งนั้น ไม่กล้ามองว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร ตนเป็นข้าราชการทำงานที่ไหนก็ได้ แต่การตั้งข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ข่มขู่พยาน ถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงมาก ซึ่งขอยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรเช่นนั้น ไม่เคยเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแม้แต่บาทเดียว

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ระบุว่ายินดีให้ตนได้นำหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ ถ้าท่านให้โอกาสก็จะนำหลักฐานไปแสดงให้ท่านทราบ อาทิ หลักฐานทางการเงิน การบัญชี ข้อมูลการไหลเวียนทางบัญชี ทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อมูลที่กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ไปไม่ครบตั้งแต่แรก ซึ่งไม่ใช่หลักฐานใหม่ เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ทางการเงินเป็นผู้จัดทำเพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นข้อมูลน่าจะยื่นต่อกรรมการสอบข้อเท็จจริงไปแล้วเหมือนกัน 

เมื่อถามว่าเงินบริจาคไม่สามารถรับเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เงินบริจาคอยู่ที่ผู้บริจาค ใครบริจาคก็จะเข้าสู่กองทุนบริจาครพ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งระเบียบไว้ในเดือน มิ.ย.2561 แต่กองทุนพัฒนารพ. เปิดตั้งแต่ปี 2560 และมติ ครม. ซึ่งเสนอโดยป.ป.ช. ออกมาเดือนมี.ค.2561 ทั้งนี้การที่ระเบียบเงินบริจาคออกช่วงเดือน มิ.ย.2561 เนื่องจากเงินโครงการวิ่งก้าวคนละก้าว แต่กว่าเงินนั้นจะโอนก็ประมาณ ส.ค. และกว่าจะทำระเบียบการรับการจ่ายก็ต้องใช้เวลา ซึ่งเดิมเปิดบัญชีผิดใช้ชื่อว่า ก้าวคนละก้าว ก็เปลี่ยนเป็นเงินบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งตอนแรกคณะกรรมการบริหารกังวลว่า เงินที่วิ่งได้ 100 กว่าล้านบาทจะนำมาเข้ากองทุน และจะมีเงินอื่นมาปนหรือไม่ จึงยังไม่เอามาเข้า แต่เมื่อเดือน พ.ย. 2561 ก็ได้ปิดกองทุนทุกกองทุนให้ไปอยู่ในรวมของกองทุนบริจาค รพ.ขอนแก่นทั้งหมด

ซึ่งตนเจตนาทำตามระเบียบโดยเคร่งครัด แต่จะเห็นได้ว่าระเบียบเหลื่อมกัน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน  โดยการบริจาคจะมี 3 อย่างเท่านั้น คือ 1.เงินสวัสดิการตามระเบียบสำนักระเบียบนายกรัฐมนตรี สามารถบริจาคเข้าได้ 2.เงินบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเงินบำรุง ลดหย่อนได้ 2 เท่า และ 3.เงินมูลนิธิรพ.ขอนแก่น ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า และยังมีมูลนิธิอื่นๆที่ไม่ใช่ตนเป็นประธาน  เช่น มูลนิธิสมเด็จพระพุฒจารย์(อาจ อาสภมหาเถร”  ซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหว กรรมการส่วนหนึ่งเป็นพระ

เมื่อถามถึงกรณีมีการตรวจสอบพบว่ายอดบริจาคของบริษัทยามีความสัมพันธ์กับยอดการจัดซื้อยา นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เราไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ ถ้าตามระเบียบมี.ค. 2561 การเรียกรับผลประโยชน์ต้องมีเงื่อนไขในการรับ แปลว่าถ้าไม่จ่าย เราจะไม่ซื้อยา ตรงนี้ไม่มีเด็ดขาด เพราะการจัดซื้อจัดจ้าง กับการรับบริจาคคนละโต๊ะกัน  ไม่ได้เชื่อมโยงกัน

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าบริษัทไหนจะมีงบประมาณเท่าไหร่ที่จะบริจาค สุดแท้แต่เขา บางบริษัทก็มี 5% บางแห่งน้อย หรือมากกว่านั้น ซึ่งตนก็ไม่ทราบ แต่การจะซื้อหรือไม่ซื้อยาของรพ.ขอนแก่น จะขึ้นอยู่กับการประมูล การสอบราคายาโดยพัสดุ โดยเภสัช และเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ และราคายาที่ต่อรองลดลงได้มากกว่า 5 % อีก ช่วยให้รพ.ประหยัดได้ 100 ล้านบาทภายในปีเดียว มีหลักฐานทางเภสัช 3 -5 ปีย้อนหลัง

“จากการประมูล ทำให้การซื้อยา 100% ของ รพ.ขอนแก่น ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศไทย และยาที่ราคาถูกที่สุดในประเทศ มี 30% แล้วจะบอกว่าเรียกรับเงินได้อย่างไร ที่มากกว่านั้น คือเรามีการจัดซื้อยาร่วมระดับเขตสุขภาพ คือราคาเท่ากันทั้งร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ เป็นต้น และส่วนที่ถูกลงก็ไม่ได้สัมพันธ์กับยอดบริจาค เพราะเงินบริจาคจะเป็นสิ่งที่เขาบริจาคเอง ทั้งที่การจัดซื้อยาราคาถูกอยู่แล้วไม่เกี่ยวกัน รพ.ไม่ได้เรียกร้องว่าถ้าไม่ให้แล้วไม่ซื้อยา ไม่มีในส่วนนี้ และหลายบริษัทที่ไม่ได้บริจาคแม้แต่บาท แต่ก็ได้ขายยาให้รพ.ถึง 200-300 ล้านบาท  เพราะชนะประมูล” นพ.ชาญชัย กล่าว และว่า กังวลกรณีมีรายงานว่าจะตั้งนพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 เป็นคนสอบวินัย อยากให้ทำตามธรรมาภิบาลของกองวินัยอยู่แล้วดีกว่า 

ส่วนกรณีที่เพจชมรมแพทย์ชนบทได้โพสต์รายละเอียดการนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายที่มีรายการเดินทางไปต่างประเทศนั้น นพ.ชาญชัย ชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่ตนออกมาเอง ซึ่งเงินนี้จะมีการนำไปใช้ 3 ด้านคือ 1.ด้านครุภัณฑ์ และเวชภัณฑ์การแพทย์ 2.ด้านอาคารสถานที่ สิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการดูแลผู้ป่วย  และ3. ด้านพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะมีบุคลากรมาฝึกเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ

ที่ผ่านมามีการเอ็มโอยูกับประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู่กัน ซึ่งได้นักวาการเราได้นำเปเปอร์ไปนำเสนอที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตนไม่ได้ไปด้วย ส่วนที่ไปไต้หวันเพื่อประชุมวิชาการ และรับรางวัลเกี่ยวกับการวิจัยในมนุษย์ ซึ่งเปรียบเสมือน HA เมืองไทย ตรงนี้ตนเดินทางไปด้วยในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน ย้ำว่าไปตามภารกิจ เพื่อรพ.ขอนแก่น ไม่ใช่ไปเที่ยว ไม่มีอะไรหมกเม็ด.
5 มิถุนายน 2563
 https://www.dailynews.co.th/politics/778393

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
“อนุทิน”รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของ“หมอชาญชัย” สั่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด ยึดกฎหมาย-ระเบียบราชการ ย้ำมีหลักฐานยันความบริสุทธิ์ให้นำมาแสดง ลั่นไม่มีญาติโยม ใครแกล้งใครจะซวยเอง ปลัดตั้งผู้ตรวจฯเขต 11 เป็นประธานคกก.สอบสวนวินัยร้ายแรงคนใหม่

      จากกรณีที่นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นให้มาปฏิบัติราชการกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่ามีมูลตามข้อร้องเรียนกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และระเบียบของราชการเรื่องเรียกรับเงินจากบริษัทยา และร้านค้า 5% เข้าบัญชีกองทุนพัฒนา รพ.ศูนย์ขอนแก่น และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง รวมถึงแต่งตั้งนพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี รักษาการผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่นเทนนั้น
      ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า นพ.ชาญชัยได้ส่งหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมาที่ตนแล้ว โดยหนังสือส่งถึงแล้ว เพียงแต่ยังไม่เจอตัวเท่านั้น ซึ่งตนได้เชิญที่ปรึกษากฎหมายทำสรุปให้ตนทันที ไม่มีการดองเรื่อง เพราะพร้อมให้ความเป็นธรรม และพิจารณาว่าตนมีอำนาจขอบข่ายอะไรในการดำเนินการเรื่องนี้ได้บ้าง ซึ่งอำนาจการตัดสินใจไม่มีเลย มีแต่อำนาจให้ความเป็นธรรม ก็คือ ไปสืบหาข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม การหักล้างข้อกล่าวหา การแก้ข้อกล่าวหา เปิดโอกาสเสมอ เพียงแต่ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช้ความรู้สึก ไม่ใช่ความชอบความเกลียด ดูที่หลักฐาน ยึดระเบียบกฎหมายเป็นหลัก จะมีการดำเนินการโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ตนไม่รู้จักนพ.ชาญชัย เป็นการส่วนตัว จึงพร้อมให้ความเป็นยุติธรรมอยู่แล้ว
         “หลังจากนพ.ชาญชัยร้องขอความเป็นธรรมมา ก็จะมีการดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด ผมไม่ปล่อย ไม่เพิกเฉยต่อเรื่องนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเองดีที่สุด นี่คือหน้าที่บริหาร อย่างเช่น นพ.ชาญชัยถูกกล่าวหาและมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ก็เอาหลักฐานมายัยความบริสุทธิ์ของตัวเอง และถ้าเอาหลักฐานมายันแล้วพบว่าถูกต้องทุกอย่าง คนที่กล่าวหานั่นแหล่ะซวย คนที่ไปสืบห้าข้อเท็จจริงแล้วเขียนเรื่องที่ไม่ตรงตามหลักฐานที่นพ.ชาญชัยเอามาแก้ข้อกล่าวหาก็จะซวย นี่คือหลักของความยุติธรรม ที่มาบอกว่าคนนั้นคนนี้เป็นเพื่อนกันแล้วจะมาสอบคนนี้ จะเกิดความไม่เป็น อย่าไปกังวล เพราะทุกคนไม่มีใครเกษียณปีนี้เลย หน้าที่ผมก็คือใครทำอะไรไม่ดี ก็ไม่ต้องขึ้นกัน”นายอนุทินกล่าว
         ต่อข้อถามนพ.ชาญชัย จะมีการฟ้องกลับนพ.สุขุม นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้มีคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงไปชุด 1 แล้ว ต่อมาก็มีคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง แต่ประธานคนเดิมขอถอนตัว และปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้ง นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 11 เป็นประธานคณะกรรมการแทน ซึ่งสิทธิตามกฎหมายของทุกคนมีอยู่ สิทธิในการเรียกร้องความชอบธรรมก็มีอยู่
        “สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการ สธ. ยืนยันคือ มาอยู่ตรงนี้ผมก็มีพรรคมีพวกเยอะแยะ แต่เรื่องความเป็นธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าผมอยากเป็นรัฐมนตรีที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับทุกฝ่าย ก็ต้องไปเข้าข้างใครไม่ได้ ต้องอยู่บนความยุติธรรม เอากฎหมายกฎระเบียบเป็นที่ตั้ง ไม่ฟังเรื่องอื่น ไม่ฟังถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะสม ต้องดูเรื่องกฎระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์ที่มีการเขียนเอาไว้ในระเบียบบริหารราชการเป็นธรรม นี่คือ ความเป็นธรรมที่ผมจะมอบให้”นายอนุทินกล่าว
        ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีองค์กรแพทย์รพ.ศูนย์ขอนแก่นระบุว่าหากรมว.ไม่ดำเนินการใดๆจะเข้าข่ายการเพิกเฉยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็สามารถพูดได้ทุกเรื่อง สมัยที่อยากจะล้วงลูกก้าวก่าย ก็บอกว่าเข้าไปยุ่งไม่ได้ ถึงตอนนี้บอกว่าไม่รู้ไม่ก้าวก่าย ซึ่งตนมาสนใจตรงนี้ สนใจที่หน้าที่ตนต้องให้ความเป็นธรรม วันนี้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะรักใครเกลียดใครไม่ได้ ไม่เคยเอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูดว่า คนนี้ดีหรือไม่ดี ยึดกฎหมายกฎระเบียบเป็นหลัก ใครก็แกล้งคุณหมอชาญชัยไม่ได้ ถ้าคุณหมอทำถูกต้อง
       ต่อข้อถามว่าจะเป็นนโยบายของรมว.เลยหรือไม่ว่าหากรพ.ใดมีหลักฐานก็สามารถยื่นเป็นบัตรสนเท่ห์ให้มีการตรวจสอบกรณีการรับบริจาคคล้ายกันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า มีมติครม. มีระเบียบอยู่ว่า การจัดตั้งคณะกรรรมการสอบเป็นอย่างไร จะต้องทำอย่างไร
        เมื่อถามว่าไม่รู้จักนพ.ชาญชัยเป็นการส่วนตัวแต่รู้จักนพ.เกรียงศักดิ์เป็นการส่วนตัว นายอนุทิน กล่าวว่า รู้จักนพ.เกรียงศักดิ์มา 10 ปี แต่คนอย่างตน ไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปน หากใครคิดแบบนั้นก็แสดงว่าไม่รู้จักคนชื่อ อนุทิน มาอยู่ตำแหน่งนี้ไม่มีญาติโยมอยู่แล้ว ถ้าเล่นญาติเล่นพวกเล่นพ้องก็ไม่ต้องบริหารงานกันพอดี ซึ่งที่ผ่านมาปลัดสธ.โยกย้ายผอ.รพ.ก็ไม่เคยเข้าไปก้าวก่าย ไม่เคยรู้ เพราะว่าหน้าที่ใครหน้าที่มัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยกเว้นใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ก็จะมีคนมาร้อง ทุกคนมีสิทธิตามกฎหมาย ใครใช้ไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบ
5มิย2563
กรุงเทพธุรกิจ

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
หมอชาญชัยโต้ปลัด ฟ้องกลับ-กู้ศักดิ์ศรี
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2020, 22:17:09 »
ผอ.รพ.แถลงโต้เดือด เรื่องถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัทยาไม่เป็นความจริง ยันไม่รู้จักบริษัทยาและไม่มีบริษัทยาบริจาคเข้ากองทุนโรงพยาบาล ตั้งข้อสังเกตทำไมต้องเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้ารักษาการแทน เตรียมส่งเรื่องให้ทีมนักกฎหมายดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกู้ศักดิ์ศรี ขณะที่ปลัด สธ.แจงตั้ง รอง ผอ.รพ.ขอนแก่น รักษาการแทนไม่ได้ อ้างมีส่วนเกี่ยวข้องการรับบริจาค ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หลั่งน้ำตาส่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น ด้วยความอาลัย

ยังจบไม่ลงปมขัดแย้งวงการเสื้อกาวน์กรณี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เซ็นคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังมีผู้ส่งบัตรสนเท่ห์ร้องเรียน นพ.ชาญชัยรับเงินจากบริษัทยา 5% เข้ากองทุน รพ.ขอนแก่น โดยให้ นพ. เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี มารักษาการแทน ล่าสุด นพ.ชาญชัย แถลงโต้ระบุเรื่องที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง ประกาศดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกู้ศักดิ์ศรี
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่ห้องประชุมแก่นเพชร รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น แถลงถึงเรื่องที่ถูกสั่งย้ายว่า ตั้งแต่มาทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการ ไม่เคยสั่งให้เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรท่านใดเรียกรับเงิน อีกทั้งการซื้อขายยาก็ไม่รู้จักกับบริษัทไม่รู้จักกับคนขาย การที่ รพ.ขอนแก่น หรือโรงพยาบาลต่างๆรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขมีงบประมาณน้อย การจะสร้างหรือดำเนินการในเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ สร้างอาคาร และการจ้างแพทย์ ก็ต้องมีงบประมาณ ซึ่งเงินบริจาคทั้งหมดได้นำเข้ากองทุนพัฒนา รพ.ขอนแก่นทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ยืนยันว่าไม่มีการรับบริจาคจากบริษัทยา
นพ.ชาญชัยกล่าวอีกว่า เรื่องที่มีการร้องเรียนในบัตรสนเท่ห์ การข่มขู่พยาน และไม่ให้ความร่วมมือในการให้ปากคำต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะได้เข้าให้ปากคำ ในวันที่ 7 ม.ค. พร้อมกับเจ้าหน้าที่รวม 5 คน ใช้เวลารวม 3 ชั่วโมง เป็นการให้ปากคำด้วยวาจาเพราะไม่รู้ตัว ได้ขอเวลาต่อคณะกรรมการสอบในการที่จะชี้แจงด้วยหลักฐานที่เป็นเอกสาร แต่ไม่ทันกำหนดเวลา 15 วัน ขอขยายเวลารวม 2 ครั้ง ถึงได้ส่งหลักฐานให้คณะกรรมการสอบ ไม่ได้มีการข่มขู่พยาน เพราะไม่รู้ว่าพยานคือใครบ้าง

ผอ.รพ.ขอนแก่นกล่าวต่ออีกว่า ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิ์ที่จะขอเอกสารจากการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ชี้มูลว่ามีการฉ้อราษฎร์บังหลวง ตนได้ทำหนังสือเพื่อขอให้เปิดเผยเอกสารดังกล่าวแต่ยังไม่ได้รับ นอกจากนี้ ตามระเบียบการแต่งตั้งรักษาการ ผอ.รพ. สามารถตั้งรองผู้อำนวยการ หรือ ผอ.รพ.ในเขตเดียวกันคือสำนักงานเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ จ.ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม แต่กลับมีคำสั่งให้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ให้มารักษาการแทน เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมต้องเป็นบุคคลดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเอกสารปรึกษานักกฎหมาย เพื่อจะมีการดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ด้าน พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น กล่าวในฐานะตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ว่า การรวมตัวกันจัดกิจกรรมต่างๆและการออกมาเคลื่อนไหวในทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ทุกๆคนมีความคิดความเห็นที่ตรงกันว่า การย้ายหรือการตรวจสอบต่างๆต้องยุติธรรมโปร่งใส และอยากให้เกิดธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข ทุกๆคนที่ออกมาร่วมกันแสดงพลังในแต่ละครั้งไม่ได้บังเบียดเวลางาน หรือละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง มาร่วมกันในช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกงานเท่านั้น มีการส่งข้อความเชิญชวนร่วมกิจกรรม ลงทะเบียนผ่านคิวอาร์โค้ด ไปยังกลุ่มไลน์โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ

“วันนี้ขอเชิญชวนพี่น้องชาวสาธารณสุขทุกท่านร่วมกันแสดงพลังสีขาว ด้วยการแต่งเครื่องแบบชุดกาวน์พร้อมกันทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข ในเวลา 17.45 น. ที่โรงพยาบาลหรือสถานที่ปฏิบัติงาน จากนั้นก็ร่วมกิจกรรม ร่วมกันร้องเพลง “ความฝันอันสูงสุด” และกล่าวคำว่า “SAVE ธรรมาภิบาล” #คนดีต้องมีที่ยืน พร้อมกัน 3 ครั้ง ให้ดังกึกก้องทั่วประเทศ” พญ.กนกวรรณกล่าว
ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการโยกย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่น ออกจากพื้นที่ และการแต่งตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า มารักษาการ ว่า ได้สอบถาม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. ทราบว่าเคยมีการสลับตำแหน่งมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่สุดท้ายได้มีการกลับคำสั่ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกๆฝ่าย เท่าที่ทราบมีการตั้งคณะกรรมการอยู่แล้ว โดยช่วงแรกมีการตั้ง นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ เป็นประธานตรวจสอบ
ส่วนเรื่องที่บุคลากร รพ.ขอนแก่นมองว่า การตั้งประธานสอบและรักษาการผู้อำนวยการไม่เป็นธรรม จะมีการเปลี่ยนประธานและรักษาการหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้หารือกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการ สธ. ที่เป็นประธานสอบสวนวินัย ซึ่ง นพ.สุเทพบอกว่า มีภารกิจมากมาย ขอถอนตัวไปแล้ว ต้องหาคนใหม่มา อยู่ที่อำนาจปลัด สธ. ส่วนคนรักษาการก็ต้องถามปลัด สธ. ขอให้มั่นใจคณะกรรมการที่ตั้ง ซึ่งรู้หน้าที่อยู่ระดับซี 10 ทั้งนั้น คงไม่ทำอะไรซี้ซั้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าอย่าให้มีการกลั่นแกล้งกันในกระทรวง ส่วนที่ทางโรงพยาบาลจะแสดงสัญลักษณ์ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบราชการ เมื่อคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีความเห็นว่ามีมูลก็จะต้องดำเนินการตามกระบวนการหากไม่ทำก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ส่วนเหตุผลที่ตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ เป็นรักษาการแทน เพราะพื้นเพเป็นคน จ.ขอนแก่น เคยเป็น ผอ.รพ.ชุมแพ ที่สำคัญไม่สามารถตั้งรอง ผอ.รพ.ขอนแก่น เป็นรักษาการได้ เพราะ นพ.ชาญชัย พูดชัดเจนว่า รอง ผอ.รพ.และคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลก็มีส่วนรู้เห็นในการรับเงินบริจาค จึงจำเป็นต้องตั้งคนอื่นมารักษาการแทน ส่วนจะพิจารณาตั้งรักษาการ ผอ.เป็นคนอื่นแทนหรือไม่ก็ต้องดูว่าเมื่อ นพ.เกรียงศักดิ์ไปปฏิบัติหน้าที่แล้วเป็นอย่างไร
เย็นวันเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ รพ. ขอนแก่น จำนวนมากรวมตัวกันบนทางเดินภายใน รพ. กระทั่ง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล เดินออกจากห้องทำงานเพื่อกลับบ้าน ถือเป็นการทำงานในตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น เป็นวันสุดท้ายก่อนไปรายงานตัวที่กระทรวงสาธารณสุขตามคำสั่งใน วันที่ 5 มิ.ย. จากนั้นทั้งหมดได้มอบดอกกุหลาบ ผูกผ้าขาวม้า รวมถึงร้องเพลงคนดีไม่มีวันตายและเพลงความฝันอันสูงสุด ก่อนเดินไปส่งขึ้นรถที่ทางเข้า รพ.ระยะทางประมาณ 1 กม. ตลอดเส้นทางที่เดินผ่าน เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ ได้โบกมืออำลาเป็นครั้งสุดท้าย หลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ ซึ่ง นพ.ชาญชัยกล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่มาส่งว่าขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ดูแลรักษาประชาชนให้ดีที่สุด และขอบคุณทุกคนที่ได้ทำงานร่วมกัน หากมีโอกาสพบเจอกันก็ขอให้ทักทายกัน
สำหรับปมย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่น เคยเป็นข่าวดังมาแล้วเมื่อต้น ต.ค.2561 โดยแพทย์ พยาบาล และบุคลากรฝ่ายต่างๆ กว่า 50 คน แต่งชุดดำคัดค้านคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ลงนามโดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ไปเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี และให้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น มาเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่น ผู้ชุมนุมเห็นว่า นพ.ชาญชัย มีผลงานในการบริหารจัดการแก้ปัญหาการขาดทุนของโรงพยาบาลจากหลายร้อยล้านบาทจนพ้นจากภาวะขาดทุน กระทั่งมีคำสั่งให้ นพ.ชาญชัยกลับมาเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่น โดยให้ นพ.เกรียงศักดิ์ ไปเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี
5มิย2563
ไทยรัฐฉบับพิมพ์

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
ขอนแก่น – “หมอชาญชัย” นำทีมองค์กรแพทย์ฯ เปิดใจไม่ได้รับความเป็นธรรม ระบุไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์บริษัทยา เตรียมต่อสู้กลับทางกฎหมาย
วันนี้ (4 มิ.ย.63) ที่ห้องแก่นเพชร อาคารสมเด็จพระเทพฯ รพ.ขอนแก่น  นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น  พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น และผู้แทนกลุ่มบุคลากรโรงพยาบาล ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรด้านสาธารณสุข ร่วม กันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีถูกกล่าวหาข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และคำสั่งย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่นที่ไม่เป็นธรรม
หลังมีบัตรสนเท่ห์ร้องเรียนไปยังผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขว่า นพ.ชาญชัย มีพฤติกรรมทุจริตเรียกรับเงินจำนวน 5% จากบริษัทจำหน่ายยาเข้าบัญชีกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น ในช่วงเดือนเมษายน 61-ตุลาคม 61 ซึ่งถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง กระทั่งต่อมากระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และคำสั่งย้ายด่วน นพ.ชาญชัย ไปปฏิบัติราชการที่กองบริหารการสาธารณสุข สำนักปลัดงานกระทรวงสาธารณสุข และให้ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ ผอ.รพ.ขอนแก่น แทน

ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า คำสั่งของกระทรวงสาธารณสุขแจ้งข้อกล่าวหาตนว่า “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” ซึ่งถือเป็นข้อหาที่ร้ายแรง และขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ตนปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทนใดๆ จากบริษัทจำหน่ายยา การรับบริจาคต่างๆ กระทำอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ข้อกล่าวหานี้จึงถือว่าไม่เป็นธรรมสำหรับตน

นอกจากนี้ ตนได้ทำหนังสือขอทราบข้อกล่าวหากรณีมีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับมา ในขณะนี้ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาว่าควรจะดำเนินการฟ้องร้องกลับหรือไม่ อย่างไร
“ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะมีการตั้งข้อกล่าวหาผม โดยที่ผมก็ยังไม่ทราบว่า ตนเองทำผิดตรงไหน ไม่เข้าใจว่า ถูกย้ายออกจาก รพ.ขอนแก่น ด้วยสาเหตุใด แต่เชื่อว่า การที่โดนตั้งข้อหาที่รุนแรงเช่นนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่ต้องการให้มีการย้ายตัวผมออกนอกพื้นที่ และอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เสียผลประโยชน์อะไรบางอย่างในระบบ” นพ.ชาญชัย กล่าว

ด้าน พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น กล่าวชี้แจงกรณีมีข้อกล่าวหาว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรแพทย์เป็นการขัดขวางกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริงเพราะกิจกรรมของทางองค์กรฯ มีเพียงการยื่นหนังสือต่อ ผวจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาและกิจกรรมการรวมตัวให้กำลังใจ ผอ.รพ.ขอนแก่น ไม่มีการประท้วงหรือขัดขวางกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด อีกทั้งกระบวนการสอบสวนยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่เข้าใจว่าการเคลื่อนไหวขององค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น จะขัดขวางกระบวนการสอบสวนได้อย่างไร
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเรื่องของผู้ที่จะมารักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น ก็คือ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี  โดยทั่วไปกระทรวงสาธารณสุขสามารถตั้ง รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ หรือ ผอ.รพ.ในพื้นที่เขต สปสช.เดียวกันมารักษาการณ์ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการปฏิบัติงาน จึงไม่เข้าใจว่า นพ.เกรียงศักดิ์ซึ่งมาจาก รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี จะสามารถบริหาร งานโรงพยาบาลขนาดใหญ่พร้อมๆ กันทั้งสองแห่งได้อย่างไร
ขอนแก่น บุคลากร รพ.ขก.รวมตัวให้กำลังใจ “หมอชาญชัย” หลังมีคำสั่งย้ายด่วน
ขอนแก่น ผอ.รพ.ขอนแก่น เปิดใจทำงานด้วยความโปร่งใส แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
ขอนแก่น ม็อบแพทย์ร้อง ผวจ.เหตุย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่น อย่างไม่เป็นธรรม
การเคลื่อนไหวขององค์กรแพทย์ครั้งนี้ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สามารถกระทำได้ แต่อย่างไรก็ดี บุคลากรของ รพ. มีความสำนึกในหน้าที่ตน ทุกคนก็จะกลับไปทำหน้าที่ของตน ไม่ว่า ผอ.ที่มาปฏิบัติงานจะเป็นท่านใด

4มิย2563
https://www.77kaoded.com/news/aekkapongputta/1700486

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
"การเมืองพรรค-การเมืองหมอ"
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2020, 22:27:06 »
ดู "การเมืองในพรรคการเมือง" ท้องไส้ขย้อนกันแล้ว วันนี้ เปลี่ยนบรรยากาศ
    ไปดู "การเมืองในสาธารณสุข" กันบ้าง!
    เรื่องกลไกภายในของหมอกระทรวงสาธารณสุขนี่ เป็นที่กล่าวขานมายาวนานว่า
    "ข้างนอก" เสื้อกาวน์ขาวๆ
    แต่ด้วยอำนาจที่คู่กับผลประโยชน์ (มหาศาล) อันคนภายนอกมองไม่เห็น
    ทำให้ "ข้างใน" โหด-อำมหิต ชวนสยอง
    "การเมืองหมอ" ไม่ต่าง "การเมืองกินเมือง" มันแฝงด้วยเรื่องอำนาจและผลประโยชน์บนการแย่งชิง
    เหมือนแฝด เพียงแต่คนละฝาเท่านั้น!
    วัน-สองวันนี้ ท่านคงเห็นข่าว........
    ปลัดปากแดง "นพ.สุขุม กาญจนพิมาย" แห่งกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งให้
    "นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล" ผอ.รพ.ขอนแก่น ไปปฏิบัติราชการในกระทรวงสาธารณสุข
    และให้ "นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ" ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ไปรักษาการตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น
    โดยให้ไปรายงานตัวเพื่อปฏิบัติราชการภายในวันที่ ๕ มิ.ย. คือศุกร์ที่จะถึงนี้
    กับคนทั่วไป คงไม่นึกอะไร ก็แค่โยกย้ายธรรมดา แต่ในวงการแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางแพทย์ คือคนในวงการหมอ รับรู้ได้ทันที
    ว่า...มันต้องมีอะไร ไม่งั้น ไม่ย้ายนอกฤดูกาลปุบปับแบบนี้หรอก!
    ผมก็เหมือนกัน เห็นข่าวทีแรกก็เฉยๆ แต่พออ่านคำสั่งย้าย เห็นข้อหา เห็นที่มา-ที่ไปของเรื่อง
    เอ๊ะ...นี่มันส่อเจตนา-ส่อพิรุธชัดๆ
    ข้อความในคำสั่งนั้น ดูจะรวบรัดแบบ "ยัดข้อหา" แต่ปลัดสุขุม กลับสั่งประหาร โดยที่การสอบสวนทวนความยังไม่จบ
    และที่สำคัญ ต้นเรื่องที่กล่าวหา.......
    มาจาก "บัตรสนเท่ห์" ใบเดียว!
    แต่ปลัดสุขุม "ประหารชีวิต" นายแพทย์ชาญชัยทันที-ทันใด แบบนี้ จะไม่ทำให้ฉุกคิดว่า เรื่องนี้มันต้องมีเบื้องหลังได้อย่างไร?
    ลองอ่านข้อความในคำสั่งปลัดสุขุมหน่อยก็ได้.......
    "ด้วยมีผู้ร้องเรียนกล่าวหา นายชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล (ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์) ประเภทอำนวยการระดับสูง โรงพยาบาลขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดขอนแก่น ว่า
    มีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง
    ประกอบกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 1161/2562 ลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2562 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว
    พบว่า มีมูลที่ควรกล่าวหา และศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข เห็นว่า มีพฤติกรรมข่มขู่ จูงใจให้เกิดพยานหลักฐานที่เป็นเท็จ
    จึงเห็นควรให้ย้ายออกจากโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อให้การดำเนินการสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เป็นอุปสรรคและเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตามกระบวนการทางกฎหมาย.....ฯลฯ....
    ผู้ร้องเรียน คือ บัตรสนเท่ห์ อันไม่มีตัวตนคนร้องว่าใคร กล่าวหา นายแพทย์ชาญชัยรับเงินทอน ๕% จากบริษัทยาช่วงเดือน มี.ค.- ต.ค.๖๑
    แค่บัตรสนเท่ห์ ไต่สวนทวนความยังไม่จบกระบวนการ แต่ปลัดสุขุมระบุเปรี้ยง "พฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง"!?
    ท่านปลัดฯ ทราบหรือไม่ว่า ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น มันร้ายแรงขนาดไหน?
    มันหมายถึงการคอร์รัปชัน การกินบ้าน-โกงเมือง เบียดบังเอาทรัพย์สินเงินทองโดยอำนาจหน้าที่ราชการ
    ตามกฎหมาย ป.ป.ช.แก้ไขเพิ่มเติม ปี ๕๘ โทษถึงประหารชีวิตเชียวนะ!
    เรื่องแต่ปี ๖๑ ตามกระบวนการ การสอบสวนก็น่าจะดำเนินมานานเป็นปีๆ แล้ว
    แล้วเหตุอันใด เพิ่งมาอ้างว่าหมอชาญชัยมีพฤติกรรมข่มขู่พยานเอาตอนนี้ และย้ายสายฟ้าแลบ
    หรือจะย้ายเอาฤกษ์ก่อนตัวเองเกษียณในเดือนตุลา.ที่จะถึง แต่ดูเหมือน ตอนที่ท่านขึ้นมาเป็นปลัดฯ เมื่อ ต.ค.๖๑ งานแรกในตำแหน่งปลัด
    ท่านก็ประเดิมด้วยการย้ายมีเลศนัย ระหว่าง นายแพทย์ชาญชัยกับนายแพทย์เกรียงศักดิ์มาทีแล้วมิใช่หรือ?
    เดี๋ยวค่อยคุยประเด็นนี้ พูดกันตรงประเด็นย้าย ๑ มิ.ย.นี่ก่อน
    หมอชาญชัยที่ปลัด "เล่นแรง" ท่านนี้ เท่าที่ติดตามดู ท่านเป็นคนดี เป็นที่รักของแพทย์/พยาบาล/บุคลากรทางแพทย์มาก
    แม้กระทั่งคนขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ก็รักและศรัทธาเชื่อถือในตัวท่าน
    ที่สำคัญ แต่เดิมโรงพยาบาลขอนแก่นขาดสภาพคล่อง ติดลบตั้ง ๓-๔ ร้อยล้าน พูดตรงๆ ว่า ขาดทุนหนัก
    หมอชาญชัยเข้ามาเป็น ผอ.ก็ปรับปรุง-แก้ไข กลไกบริหาร จนพลิกจากติดลบมามีสภาพคล่อง คือกำไร
    คือ พฤศจิกา.๕๘ หมอชาญชัยเข้ามาเป็น ผอ.ครั้งแรก การเงิน รพ.ขอนแก่นติดลบกว่า ๒๐๐ ล้าน ต่อเนื่องยาวนาน
    ท่านเข้ามาผ่าตัด พอถึงปี ๖๐ จากติดลบ กลับมีเงินบำรุงโรงพยาบาลเป็นบวกกว่า ๒๐๐ ล้าน
    ตรงนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ เป็นพยานได้ เพราะท่านเขียนยืนยันไว้ ดังนี้
    "เขาเชิญเพื่อนผม เป็นนักวิชาการด้านการเงินการบัญชีที่เก่งเรื่องการเงิน/การบัญชี ไปช่วยแก้ไขปัญหา
    สต๊อกยาในห้องยา, ในวอร์ด, ปัญหาการรั่วไหล, ปัญหาการคีย์ข้อมูลเบิกเงินจาก สปสช.
    เขาทำให้ของที่ซื้อในราคาเดิมหน่วยละ ๙ บาท เหลือหน่วยละ ๓ บาทได้ ทำให้ประหยัดเงินโรงพยาบาลไปได้ปีละเกือบ ๔๐ ล้านบาท
    เพื่อนผมมาเล่าให้ฟังว่า......
    คนนี้เคยอยู่ในพวกแพทย์ชนบทเก่า แต่ปลีกตัวออกมา และเป็นคนดีและเป็นคนเก่ง ตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมมาก ผมยิ่งมั่นใจว่า การเป็นพวกใครมาก่อนไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เขาทำให้กับส่วนรวมและประชาชน
    สิ่งที่เขาทำ เขาบริหารโรงพยาบาลศูนย์ทำให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ดีขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขมีกำลังใจทำงานรับใช้ประชาชนดีขึ้น
    เขาเคยถูกกลั่นแกล้งเพราะพวก "แพทย์อ้างชนบท" สนิทสนมกับปลัดกระทรวง
    ถูกย้ายไปอีกจังหวัด เพื่อให้พวก "แพทย์อ้างชนบท" ได้มาดำรงตำแหน่งแทนเขา ฯลฯ...."
    พวก "แก๊งชนบท" นี่แหละ มันเพาะต่อเป็นรุ่นๆ ระโยง-ระยาง ชักใย ทั้งใน-ทั้งนอก ฝังรากสาธารณสุข
    มาเฟีย ยังมีจรรยาบรรณโจร แต่แก๊งอ้างชนบท เป็นโจร ไร้จรรยาบรรณ บางตัวการ แก่จะตาย ยังหน้าไหว้-หลังหลอก!
    เรื่องเงินทอนบริษัทยา ๕% นั้น
    คือโรงพยาบาล เป็นผู้ใช้ยา บริษัทยา เป็นผู้ขายยา
    โรงพยาบาลกับบริษัทยา จึงเป็นคู่ค้ากัน
    ตามหลักการค้า บริษัทยา "ผู้ขาย" เขาก็ให้เปอร์เซ็นต์ "ผู้ซื้อ" คือโรงพยาบาล
    ตรงนี้ กับที่โรงพยาบาลขอนแก่น ๕% ซึ่งไม่มีผลบวก-ลบในทางทำให้ยาแพงขึ้นหรือถูกลง
    บริษัทยาก็ส่ง ๕% นั้น เข้าบัญชี "กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น" เป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล
    ทำให้ต้องคิด........
    ก่อนๆ ๕% มันไปไหน ปล่อยให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องต่อเนื่อง ๒-๓ ร้อยล้าน
    พอหมอชาญชัยมาบริหาร นอกจากลบหนี้หมดแล้ว ยังมีกำไรเป็นร้อยๆ ล้าน?   
    แต่การล้างหนี้-สร้างกำไรให้โรงพยาบาล กลายเป็นโทษ ด้วยข้อหา "รับเงินทอน ๕%"?!
    แม้สาธารณสุขมีคำสั่งห้ามโรงพยาบาลรับเปอร์เซ็นต์ค่าจัดซื้อยา คำถามที่ตามมาก็คือ
    ในเมื่อระบบการค้าเขาจ่ายเปอร์เซ็นต์ หมอชาญชัยไม่รับ บริษัทยาส่งเข้ากองทุนพัฒนาโรงพยาบาลตามระบบเขา
    แล้วสาธารณสุขย้อนไปสอบมั้ยว่า......
    ก่อนหน้านี้ คือก่อนยุคหมอชาญชัย ๕% นั้น ไม่ได้เข้ากองทุน แล้วใครรับไป?
    ต้องสอบย้อนทุกโรงพยาบาลทั้งประเทศด้วย ไม่เฉพาะที่ขอนแก่น ถ้าสอบเฉพาะขอนแก่น อาศัยเป็นเหตุย้ายหมอชาญชัย เพื่อให้พวกอ้างชนบทมาแทน
    ระวังนะ เกษียณแล้ว ก็เจอ ๑๕๗ ปฏิบัติ-ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้!
    โรงพยาบาลขอนแก่นมีขุมทรัพย์ที่พวกอ้างชนบทพบลายแทงหรืออย่างไร ตอนปี ๖๑ ปลัดสุขุมก็ย้ายหมอชาญชัยไปอยู่จันทบุรี ให้หมอเกรียงศักดิ์มาเป็นแทน เป็นเรื่องมาครั้งหนึ่งแล้ว
    ก็ได้ "ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร" รมว.สาธารณสุข สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ๑ มอบความถูกต้อง โดยย้ายหมอชาญชัยกลับที่เดิมให้
    มาปี ๖๓ ส่งท้าย ปลัดสุขุม เอาอีก.....
    อาศัยบัตรสนเท่ห์ ตั้งข้อหาฉกรรจ์ ย้ายหมอชาญชัยเข้ากรุ เอาหมอเกรียงศักดิ์ไปเป็นแทนอีก (จนได้)!
    มีอำนาจ ก็ทำไป.......
    ก็ขอเตือน ตั้งข้อหากันเอง เอาพวกกันเองสอบ ลุยสำนวนสอบให้ตรงข้อหาที่ตั้ง มาเฟียแก๊งชนบทไม่ติดคุก
    แต่ปลัดฯ มาดี ไม่แน่ว่า จะไปดี!.
4 มิถุนายน พ.ศ. 2563
เปลวสีเงิน  ไทยโพสต์

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
คืนนี้ผมอ่านบทความชื่อการเมืองพรรค-การเมืองหมอ https://www.plewseengern.com/plewseengern-com-11/ ซึ่งเขียนโดยลุงเปลว สีเงิน สื่อมวลชนอาวุโสซึ่งผมติดตามอ่านงานเขียนมายาวนานด้วยความชื่นชม

ลุงเปลวได้เตือนสตินายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขท่านนี้แม้มาดี ก็อาจจะไปไม่ดีก็ได้ ด้วยเหตุที่การย้ายข้าราชการตงฉินน้ำดีที่ชื่อนายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เข้ากรุไปตบยุงในกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้หลักฐานบัตรสนเท่ห์เพียง 1 ใบลงนามว่าข้าราชการเกษียณโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ซึ่งกล่าวหาว่านายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุลนั้นทุจริตประพฤติมิชอบทั้งยังข่มขู่พยาน

ลุงเปลวยังได้ให้สติปลัดสุขุมว่า การที่หมอชาญชัยนั้นพลิกฟื้นโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นจากที่ขาดทุนสามร้อยกว่าล้านบาท จน “พี่ตูน” อาทิวราห์ คงมาลัยก็ต้องมาวิ่งช่วยแล้ว มาทำให้โรงพยาบาลมีเงิน + 200 ล้านบาท ทั้งยังมีผู้บริจาคด้วยความศรัทธาอีกมากมาย และแก้ไขปัญหาสารพัด จนโรงพยาบาลมีฐานะทางการเงินดีให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น ทำให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ นั้นเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ ทั้งหมอชาญชัยยังไม่รับใต้โต๊ะเงินจากบริษัทยา แต่เอาเงินใต้โต๊ะนั้นขึ้นมาเข้าบัญชีโรงพยาบาลอย่างถูกต้องและใช้อย่างถูกต้องตามระเบียบการเงินและเปิดเผย โดยไม่เอาเข้ากระเป๋าตัวเองแม้แต่บาทเดียว อันเป็นการกระทำที่ควรยกย่อง และทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีโรงพยาบาลอีกมากมายในกระทรวงสาสุขที่ ผอ. โรงพยาบาลรับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทยาและไม่ได้ทำให้ถูกต้อง ทำไมไม่ถูกสอบสวนและดำเนินคดี และก่อนหน้านั้นทำอะไรกันอยู่จึงทำให้โรงพยาบาลขาดทุนมากมายขนาดนี้

การกระทำของปลัดสุขุมนั้นน่าจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ประพฤติมิชอบเช่นเดียวกัน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และอนาคตปลัดสุขุมอาจจะจบลงไม่สวยก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายนายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท เข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นโดยมีความพยายามถึง 2 ครั้งนั้นเป็นเหตุอันต้องสงสัยแก่สาธารณชนเป็นอันมาก

เมื่ออ่านบทความของลุงเปลวสีเงินจบลงทำให้ผมฉุกคิดถึงคดีเก่าแก่คดีนึงที่ถึงกับทำให้รัฐนาวาปูยิ่งลักษณ์ ชินวัตรถึงกาลดับสลาย

ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึงคดีที่นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ถูกโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม ตามคำสั่งของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อันเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ และนายถวิล เปลี่ยนศรีฟ้องร้องศาลปกครองและร้องคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม หรือ กพค. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จนกระทั่งศาลปกครองมีคำสั่งและตัดสินว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทำผิดจริง อันส่งผลให้รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์พ้นสภาพไปในท้ายที่สุดล่มสลายในที่สุด

การใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่จนเกินขอบเขตอันสมควรของข้าราชการการเมืองในการโยกย้ายข้าราชการประจำอย่างไม่ยุติธรรมและปราศจากคุณธรรมนั้นเคยส่งผลเสียหายร้ายแรงของรัฐบาลจึงทำให้กับรัฐบาลล่มสลายลงไปแล้ว น่าจะเป็นประวัติศาสตร์และเป็นอุทาหรณ์ และน่าจะเป็นบทเรียนสำหรับคนที่มีอำนาจและใช้อำนาจอย่างปลัดสุขุมเช่นกัน

มูลเหตุตอนนั้น เป็นที่เข้าใจกันได้ในสังคมว่า ต้องการเขี่ย นายถวิล เปลี่ยนศรี ให้พ้นจากตำแหน่ง เปิดทางว่างเพื่อให้โยกย้ายพลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเปิดทางอีกทอดให้พลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์น้องชายของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สังคมทั่วไปก็รับทราบกันดีว่าเป็นการโยกย้ายที่ไม่น่าจะเป็นธรรมในระบอบทักษิณ ที่ท้ายที่สุดแล้วเป็นการเล่นพวกพ้องเอาญาติพี่น้องตัวเองขึ้นมาดำรงตำแหน่งหรือไม่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

ผลจากคดีในครั้งนั้นรุนแรงมาก หากหมอชาญชัยจะฟ้องร้องศาลปกครองในคดีนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วหนักกว่าที่นายถวิล เปลี่ยนศรี ได้เคยผจญมาเสียด้วยซ้ำ

ผมฟังรายการคมชัดลึกซึ่งคุณวรเทพ สุวัจนพิมพ์หรือต้น พิธีกรรายการคมชัดลึก ทางช่อง Nation TV สัมภาษณ์คุณหมอชาญชัยที่ เพิ่งถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม

ผมจับใจความได้ว่าคุณหมอชาญชัย บอกว่าตามวิสัยของข้าราชการนั้นจะโยกย้ายให้ไปทำงานที่ไหนก็ได้ทั้งสิ้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และทำตามหน้าที่ ไม่รังเกียจอะไรเลย และยินดีจะทำ แต่การที่ถูกตั้งสอบวินัยร้ายแรงว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงในหน้าที่ ข่มขู่พยานนั้น เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไปและไม่สามารถจะยอมรับได้ ในสายตาผมแล้ว ผมคิดว่านี่คือการกลั่นแกล้งและต้องการย้ายหมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลกิจประธานชมรมแพทย์ชนบทเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนนายแพทย์ชาญชัย มาเพื่อบริหารเงินสองร้อยล้านบาทของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นหรือไม่? ด้วยความรักชาติจนน้ำลายไหลหรือไม่? ประชาคมชาวขอนแก่นและอีสานเหนือ 11 จังหวัดก็มีสิทธิ์เคลือบแคลงสงสัยได้เช่นกัน

สมัยที่คุณถวิล เปลี่ยนศรี ถูกโยกย้ายนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีก็สั่งย้ายเฉย ๆ โดยไม่ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ ให้กับคุณถวิล เปลี่ยนศรี ทั้งนั้น ไม่ได้ยัดเยียดข้อกล่าวหาใด ๆ แต่เป็นการโยกย้ายโดยขัดกับรัฐธรรมนูญ และใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งส่งผลให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรถูกตัดสินดำเนินคดีและทำให้รัฐบาลล่มสลายในที่สุด

แต่ในกรณีของหมอชาญชัยนี้ หนักยิ่งกว่าคุณถวิล เปลี่ยนศรี เพราะเป็นการโยกย้ายโดยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่สอบสวนผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศที่รับเงินหรือมีหลักฐานการรับเงินจากบริษัทยาให้เท่าเทียมกัน หรือที่ทำอย่างถูกต้องแบบหมอชาญชัย ทำเงินใต้โต๊ะให้ถูกต้องสะอาด ไม่เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง แบบนี้ กลับกลายเป็น ทำดี แล้วกลายเป็นคนชั่ว ต่อไปนี้บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร

นี่มีบัตรสนเท่ห์เพียงใบเดียวโดยผู้ร้องไม่ได้ลงชื่ออะไร ก็ยังดำเนินการถึงเพียงนี้ และย้ายคู่กรณีเข้ามาแทนกันเป็นพรรคพวกเดียวกันหรือไม่ แล้วที่ตั้งกรรมการสอบชื่อหมอสุเทพหรือเหมือนหมอยงยศก็ล้วนแล้วแต่เป็นพวกแพทย์ชนบททั้งนั้นหรือไม่ การตั้งกรรมการกันเอง สอบกันเอง ได้ฟันธงไว้ก่อนหรือไม่ จะมีความเป็นธรรมหรือไม่ การตั้งข้อหาร้ายแรงเช่นนี้ทั้ง ๆ ที่ ในความเป็นจริง นายแพทย์ชาญชัยได้พลิกฟื้นโรงพยาบาลขอนแก่นที่ขาดทุนย่อยยับให้กลับมามีเงินถึง 200 กว่าล้านบาทเป็นผลงานอันดีเด่นและเป็นที่รักยิ่งของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขตลอดจนประชาคมชาวขอนแก่น เป็นสิ่งที่สังคมกังขาอย่างยิ่ง

ถ้ามีบัตรสนเท่ห์กล่าวหานายแพทย์เกรียงศักดิ์นับร้อยใบ ซึ่งผมทราบว่ามีอยู่ ได้ทำอะไรสอบสวนเท่าเทียมกันเสมอภาคหรือไม่ หรือเลือกปฏิบัติ การทำบัตรสนเท่ห์ไม่ได้ยากอะไร เอ๊ะหรือคนที่ได้รับผลประโยชน์จากบัตรสนเท่ห์จะเป็นคนทำเสียเอง ก็เป็นสิ่งที่สังคมพึงสงสัยได้เช่นกัน

ตกลงการที่ นายถวิล เปลี่ยนศรี ถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเพื่อให้ พลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เข้ามาแทนที่เพื่อเปิดทางให้พลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ น้องชายคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ได้ขึ้นเป็นผบ. ตร. นั้นจริงหรือไม่ เป็นการยุติธรรมหรือไม่ เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ เป็นสิ่งที่ไร้คุณธรรมหรือไม่

พลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ก็กลับได้ดีมีตำแหน่งเป็นกรรมการของการบินไทย ซึ่งกำลังขาดทุนย่อยยับอย่างนี้ ถ้าหากนายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลกิจ มาบริหารโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นจะทำให้เงิน 200 ล้านที่มีอยู่หายไปหมดสิ้นหรือไม่ แล้วจะทำให้โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น กลับไปติดลบอีกหรือไม่ ประชาชนชาวขอนแก่นและอีสานเหนือ 11 จังหวัด และโรงพยาบาลอื่น ๆ ในอีสานเหนือ ที่ต้องส่งต่อคนไข้มารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นจะต้องลำบากหรือไม่ นี่ก็เป็นสิ่งที่คนขอนแก่นและชาวอีสานเหนือ มีสิทธิ์ตั้งคำถามได้ แม้กระทั่งพี่ตูน คนวิ่งหาเงินมาให้โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามได้เช่นเดียวกัน

สิ่งที่หมอชาญชัยถูกกระทำนั้นรุนแรงกว่าสิ่งที่นายถวิล เปลี่ยนศรี ถูกกระทำไปมาก หมอชาญชัยเองก็ไม่ได้อิดออด หากจะถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งอะไรที่ไหนก็ตาม หากไม่ได้ถูกกล่าวหาเช่นนี้

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ข่าวกับนักข่าวว่าจะไม่ล้วงลูกการกระทำของปลัดสุขุม แต่ในฐานะรัฐมนตรีจะปฏิเสธความรับผิดชอบในการกระทำของปลัดสุขุมได้หรือไม่ หากนายอนุทินอยากได้คะแนนเสียงจากข้าราชการและพนักงานในกระทรวงสาธารณสุข ทั้งอยากได้เสียงของประชาชนในขอนแก่นและอีสานเหนือ เพื่อเป็นฐานเสียงสำหรับการเลือกตั้งในอนาคตควรทำอย่างไร หมอหนูน่าจะตอบคำถามนี้ด้วยตนเอง และทำเช่นเดียวกับที่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยสกล สกลสัตยาธร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เคยทำมาเมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ และในฐานะผู้บังคับบัญชาของปลัดกระทรวงสาธารณสุขควรจะจัดการกับปลัดกระทรวงสาธารณสุขด้วยหรือไม่ หมอหนูก็ต้องไปคิดดูเอาเอง ว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง รักษาธรรมาภิบาลให้กับกระทรวงสาธารณสุข แล้วตัวหมอหนูหรือคุณอนุทินเอง จะได้อะไรจากสังคมและจากผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งกระทรวงสาธารณสุข

และถึงแม้ว่าหมอหนูจะจัดการอะไรไปตามสมควรแล้วก็ตาม ผมก็ยังขอสนับสนุนให้หมอชาญชัยฟ้องนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 อาญา "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” และน่าจะผิดมาตรา 137 อาญา “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” อีกหนึ่งกระทงต่อศาลปกครองเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการบริหารงานบุคคลและคุณธรรมและธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข กรณีนี้น่าจะเทียบเคียงได้กับคดีนายถวิล เปลี่ยนศรี ฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เช่นเดียวกัน

ที่ผมสนับสนุนให้หมอชาญชัยฟ้องปลัดสุขุมนั้น ไม่ใช่เพื่อตัวหมอชาญชัยเอง แต่เพื่อประเทศชาติและประชาชน และเพื่อปกป้องคนทำงานโดยซื่อสัตย์สุจริต ข้าราชการที่ดี ไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งรังแกโดยปราศจากความเป็นธรรม ขอความกรุณาหมอชาญชัย ทำเพื่อประเทศไทย และทำเพื่อประชาชนด้วยอีกครั้ง ผมชื่นชมในสิ่งที่หมอชาญชัยทำเพื่อประเทศและประชาชนมาตลอดชีวิตการทำงานในระบบราชการอันลุ่มๆ ดอนๆ และเจอคนเลวมากกว่าคนดี แต่อยากกระตุ้นเตือนใจให้หมอชาญชัยได้รู้ว่า หากไม่ลุกขึ้นสู้ คนดีๆ ในกระทรวงสาธารณสุขและข้าราชการที่ดีอีกเป็นจำนวนมาก จะประสบชะตากรรมอันเลวร้ายไม่แตกต่างจากที่หมอชาญชัยกำลังประสบอยู่

ผอ. ชาญชัยเองก็เคยถูกย้ายไปเป็นผอ. โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี

ถ้าย้อนไปในประวัติศาสตร์หลายคนก็คงจะทราบกันดีว่า พระเจ้าตากสินซึ่งเป็นขุนนางดี ก็ไม่สามารถอยู่ในกรุงศรีอยุธยาได้ เมื่อคราวกรุงศรีอยุธยาจะถึงกาลแตกพ่าย เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาเขียนเอาไว้ว่า

กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย    น้ำเต้าน้อยจะถอยจม
ผู้ดีเดินตรอก    ขี้ครอกเดินถนน

ข้าราชการที่ดีในกรุงศรีอยุธยาไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้และถูกใส่ร้ายป้ายสีต่าง ๆ สารพัดนานา ถูกโยกย้ายออกไปอยู่หัวเมืองทั้งหมด ที่จะยิงปืนต่อสู้กับพม่าข้าศึกก็ไม่อาจจะยิงได้ สุดท้ายกรุงศรีอยุธยาก็แตก

ผอ.ชาญชัยควรไปกราบสักการะพระเจ้าตากสินมหาราช อย่างน้อยไปกราบสักการะที่วงเวียนใหญ่ก็ได้ ไหนก็ถูกย้ายมาตบยุงที่กรุงเทพแล้ว ไม่ต้องไปถึงจันทบุรีที่ตัวเองเคยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้าหรอกครับ แต่ถ้าไปถึงจันทบุรีในวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ นอกเวลาราชการได้ก็เป็นการดี

กราบดวงพระวิญญาณพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งเคยกู้ชาติไทย พระองค์ท่านเองก็เคยทรงถูกใส่ร้ายป้ายสีและทรงเป็นขุนนางน้ำดีที่ไม่อาจอยู่ในกรุงศรีอยุธยาได้ จึงต้องตีฝ่าทัพออกมาจันทบุรี เพื่อมากอบกู้แผ่นดินกรุงศรีอยุธยาในภายหลัง กราบขออาราธนาให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์คุ้มครองบ้านเมืองและคุ้มครองขุนนางข้าราชการดีให้ได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมาและสุจริตเพื่อชาติและบ้านเมืองซึ่งพระองค์ได้ทรงกอบกู้มาด้วยพระองค์เองด้วยความเสียสละอย่างยิ่ง

ขอฝากไปถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โปรดจงตระหนักว่า เหตุการณ์นี้รวมถึงเหตุการณ์ที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐพากันลาออกขย่มรัฐบาลขณะนี้ ก็เป็นเรื่องแบบเดียวกับเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา จะข้าราชการการเมืองหรือข้าราชการประจำหากเป็นคนเลวแล้วขึ้นมาขย่มใส่ร้ายป้ายสีข้าราชการที่ดีที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนย่อมมิอาจรับได้

ถึงแม้ว่าในกรณีนี้จะเป็นกรณีเล็ก ๆ แต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าประชาคมขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนพี่น้องชาวไทยทั้งหลายต่างก็ไม่สามารถรับได้จากการกระทำซึ่งคนดีที่ทำหน้าที่อย่างสุจริตเพื่อประชาชนและเสียสละถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม

รัฐบาลใดก็ตามย่อมล่มสลายอย่างแน่นอน หากปล่อยให้ กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม ผู้ดีเดินตรอก ขี้ครอกเดินถนน

ถวิล เปลี่ยนศรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ และจุดจบที่ไม่สวยเลยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาจจะเกิดขึ้นซ้ำก็ได้ หากประชาชนรู้สึกว่าแผ่นดินนี้เต็มไปด้วยความอยุติธรรม

นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล อาจจะทำให้นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ต้องถูกฟ้องดำเนินคดีเช่นเดียวกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอาจจะต้องติดคุกตอนแก่หรือไม่มีแผ่นดินอยู่ตอนแก่ก็ได้ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมเมื่อทำกรรมใดไว้ก็ต้องรับกรรมอันนั้น ขอแสดงความห่วงใยด้วยความปรารถนาดีเป็นการส่วนตัวเป็นอย่างยิ่ง

โดยส่วนตัวผมได้แต่สวดมนต์ภาวนา “ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” ดังพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่งต่อประชาชนและแผ่นดินไทย

4 มิ.ย. 2563    โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
เปิดใจ “หมอชาญชัย” กรณีระเบียบรับเงินบริจาค ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่พ.ย. 61 เข้าเงินบำรุงทั้งหมด ไม่เคยเรียกรับเงินบริจาค ขณะที่รพ.ขอนแก่นซื้อยาถูกที่สุดในประเทศถึง 30%
หลังจากนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น และตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี มารักษาการ จากกรณี นพ.ชาญชัย ถูกตั้งกรรมการทั้งสืบข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังมีบัตรสนเท่ห์กล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบในเรื่องรับเงินบริจาคบริษัทยา โดยนพ.ชาญชัย ให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ว่ามีหลักฐานและพร้อมฟ้องกลับผู้กล่าวหาตนนั้น
เมื่อเวลา 14.00  น. วันที่ 5 มิ.ย. นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งถูกย้ายมาที่กองบริหารการสาธารณสุข ได้เดินทางมารายงานตัวที่กองบริหารการสาธารณสุข โดยมีผู้สื่อข่าวจากหลากหลายสำนักมารอทำข่าวจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนพ.ชาญชัย ถึงกรณีทำหนังสือร้องเรียนไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทวงสาธารณสุข(สธ.) ว่า จะเข้าพบนายอนุทินด้วยหรือไม่ เนื่องจากท่านรับทราบแล้ว นพ.ชาญชัย กล่าวว่า หากท่านอนุทิน ให้โอกาส ก็จะนำหลักฐานทั้งระบบการเงินการบัญชี ข้อมูลทั้งหมดเพื่อเข้าหารือกับท่าน และเตรียมเดินทางเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) เพื่อขอความเป็นธรรมด้วยเช่นกัน

เมื่อถามว่าเป็นหลักฐานอะไร
- นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เป็นหลักฐานทางการเงิน และรายละเอียดทั้งหมด ซึ่งเป็นหลักฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่เท่าที่ทราบคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้ไปไม่ครบ
เมื่อถามว่าทางคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯ รวมถึงผู้บริหารสธ. รวมทั้งท่านปลัด สธ.ได้ออกแถลงข่าวว่า การบริจาคดังกล่าวผิดระเบียบเนื่องจากเป็นเงินกองทุน
- นพ.ชาญชัย กล่าวว่า กองทุนที่รพ.ขอนแก่น จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนา 3 ด้าน คือ 1.พัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการบริการผู้ป่วย 2. เพื่อครุภัณฑ์ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และ3.พัฒนาบุคลากร โดยรพ.ขอนแก่น จะมีนักเรียนแพทย์ และมีผู้เชี่ยวชาญมาฝึกเป็นหมอเฉพาะทางระดับสาขา ไม่ว่าจะเป็นอายุรกรรม สูติกรรม ศัลยกรรมฯ มี 9 สาขา และได้ลงนามกับทางญี่ปุ่นนการถ่ายทอดวิชาการซึ่งกันและกัน
“กรณีที่บอกว่ามีการเดินทางไปต่างประเทศนั้น สืบเนื่องจากการพัฒนาบุคลากรที่เป็นความร่วมมือกับทางญี่ปุ่น ซึ่งปีแรกได้จัดประชุมวิชาการที่รพ.ขอนแก่น และปีที่ 2 ได้เชิญไปญี่ปุ่น โดยมีทีมวิชาการไปนำเสนอ แต่ตนไม่ได้ไปด้วย มีนักวิชาการไปนำเสนอ ส่วนอีกอันไปที่ไต้หวัน โดยไปรับรางวัล ซึ่งรพ.ขอนแก่นได้รับรางวัลระดับโลกเกี่ยวกับการวิจัยในมนุษย์ ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลศูนย์แห่งเดียวที่ได้รับการรับรองระดับเอเชียแปซิฟิก คือ จะวิจัยในมนุษย์ต้องผ่านจริยธรรมในมนุษย์ก่อน โดยจะมีต่างชาติมาร่วมพิจารณาด้วย คล้ายการรับรองของสถาบันรับรองสถานพยาบาล หรือ HA โดยไปไต้หวันก็ไปประมาณ 6-7 คน ซึ่งกรณีนี้ตนไปด้วย ไม่ได้ไปเที่ยว” นพ.ชาญชัย กล่าว และว่า ระบบบัญชีทั้งหมดตรวจสอบได้ ไม่มีอะไรหมกเม็ด ผมโปร่งใส ตรวจสอบได้
เมื่อถามว่าเงินบริจาคไม่สามารถรับเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น
- นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เงินบริจาคนั้นแล้วแต่ผู้บริจาคว่าจะเข้ากองทุนไหน โดยระเบียบระบุว่าใครบริจาคก็เข้ากองทุนบริจาคของโรงพยาบาล ตั้งระเบียบประมาณเดือน มิ.ย.2561 แต่กองทุนพัฒนารพ. เปิดมาตั้งแต่ปี 2560 และมติ ครม. ซึ่งเสนอโดยป.ป.ช. ออกมาเดือนมี.ค.2561 แต่ระเบียบเงินบริจาคออกช่วงเดือน มิ.ย.2561 สืบเนื่องจากเงินกิจกรรมก้าวคนละก้าว ของคุณตูน บอดี้สแลม ตอนนั้นนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข เป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข ณ ขณะนั้น ได้หารือกรมบัญชีกลาง และ ปลดล็อกระเบียบเงินบริจาคให้สามารถบริจาคได้ โดยตั้งขึ้นมา มีคณะกรรมการตรวจสอบอย่างชัดเจน
“ ช่วงเงินจากกิจกรรมก้าวคนละก้าว เดิมเราเปิดบัญชีผิด ใช้ชื่อว่า ก้าวคนละก้าว เราต้องเปลี่ยน เป็นเงินบริจาคของโรงพยาบาลขอนแก่น และเมื่อเดือน พ.ย. 2561 เราปิดกองทุนทุกกองทุนให้ไปอยู่ในร่มของกองทุนบริจาคโรงพยาบาลขอนแก่นทั้งหมด ผมมีเจตนาทำตามระเบียบโดยเคร่งครัดอยู่แล้ว ดังนั้น อย่าได้คลางแคลงใจ จะเห็นได้ว่าระเบียบเหลื่อมกัน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการบริจาคจะมี 3 อย่างเท่านั้น คือ 1.เงินสวัสดิการตามระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรี สามารถบริจาคเข้าได้ 2. เงินบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเงินบำรุง ลดหย่อนได้ 2 เท่า และ 3.เงินมูลนิธิรพ.ขอนแก่น ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า ” นพ.ชาญชัย กล่าว

นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล
เมื่อถามว่าคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงฯ รวมไปถึงการแถลงข่าวของปลัด สธ.ระบุว่า มีการเชื่อมโยงการบริจาคเงินของบริษัทกับการซื้อยา
- นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ การเรียกรับต้องมีเงื่อนไข เช่น เราไม่ซื้อยาเขา ถ้าเขาไม่จ่าย แบบนี้ถึงตั้งเงื่อนไข ซึ่งการจัดซื้อจัดจ้าง กับการบริจาคไม่ได้เชื่อมโยงกัน ส่วนที่บอกว่าเชื่อมโยงกันตนไม่ทราบว่า เชื่อมโยงอย่างไร แต่ยืนยันว่า การจัดซื้อจัดจ้างที่มีผลประโยชน์ต่างตอบแทน เราไม่มี เราจะซื้อยาหรือไม่ซื้อ ขึ้นอยู่กับการประมูล เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ เป็นไปตามระเบียบการเงินการคลังทุกอย่าง
“ตั้งแต่เดือน พ.ย.2561 ผมทำตามระเบียบทุกอย่าง เงินกองทุนต่างๆก็รวมอยู่ในเงินรพ.ขอนแก่น ซึ่งเข้าเงินบำรุง ผมกล้าท้าเลยว่า รพ.ขอนแก่นอยู่ในระบบดีที่สุดในประเทศไทยกรณีเงินบริจาค ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ การบอกว่าผลประโยชน์ตอบแทนนั้น อยากบอกว่า รพ.ขอนแก่นเราซื้อยาถูกที่สุดในประเทศถึง 30% เช่น ซื้อยา 100 ตัว เราซื้อถูก 30 ตัว ซึ่งเรามีราคากลาง เรามีข้อมูลหมด เท่าที่ผมปฏิบัติราชการที่นี่ ราคายาถูกลงเรื่อยๆ เพราะเราเปิดโอกาสมีการแข่งขันยาอย่างเป็นธรรม แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนจะไม่มี ก็มี เพียงแต่เดิมแพทย์อยากซื้อยาต้นแบบ แต่ก็ต้องมีการสื่อสารว่า มียาตัวอื่นที่คุณสมบัติใกล้เคียง แต่ราคาถูก ซึ่งเป็นยาสามัญโดยคนไทยผลิต” นพ.ชาญชัย กล่าว และว่า ตนไม่เคยเอาเงินเข้าส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว ไม่เคยข่มขู่ใคร กองทุนที่มีในรพ.ก็เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ และผู้ที่ตั้งระเบียบก็ไม่ใช่ตน แต่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุขที่ล้อตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ระบุว่ามีการซื้อยาถูกที่สุดในประเทศไทยถึง 30 % แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งเงื่อนไขหรือสัมพันธ์กับเงินบริจาคใช่หรือไม่
-นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เราซื้อถูกที่สุดในประเทศ  ดังนั้น จึงไม่ได้สัมพันธ์กับเงินบริจาค  เพราะเงินบริจาคจะเป็นสิ่งที่เขาบริจาคเอง ทั้งที่การจัดซื้อยาราคาถูกอยู่แล้วไม่เกี่ยวกัน รพ.ไม่ได้เรียกร้องว่าถ้าไม่ให้แล้วไม่ซื้อยา ไม่มีในส่วนนี้ และหลายบริษัทที่ไม่ได้บริจาคแม้แต่บาท 

Fri, 2020-06-05 16:10 -- hfocus team

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
“อนุทิน ชาญวีรกูล” ลั่นมีความยุติธรรม รู้จักคนเยอะ  "หมอเกรียงศักดิ์" ก็รู้จักมา 10 ปี  แต่ไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวมาก่อน ยึดกฎหมายความถูกต้องเป็นหลัก หากหมอชาญชัยบริสุทธิ์ คนกล่าวหาซวยแน่!
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีมีหนังสือราชการออกคำสั่งให้ไปรับนพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ที่ให้ย้ายมารักษาการแทน นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ว่า เรื่องนี้ตนยังไม่รับทราบว่ามีเหตุการณ์อย่างไรที่ รพ.ขอนแก่น จริงๆเรื่องใครจะมาใครจะไปวันนี้นั้น เรื่องของความเป็นธรรม ความรู้สึกอยากให้แยกออกมาก่อน แต่เรื่องการบริการประชาชนเป็นเรื่องหยุดไม่ได้ ส่วนเรื่องการต้อนรับก็เป็นไปตามประเพณี ก็ต้องดูว่ามันเอิกเกริกเกินไปหรือไม่ ซึ่งบังคับไม่ได้

นายอนุทิน กล่าวว่า มีคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว และตอนหลังก็มีคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง แต่ล่าสุดประธานฯก็ถอนตัว ก็ได้ตั้งผู้ตรวจฯอีกท่านหนึ่ง ที่ปลัดสธ.จะตั้ง คือ นพ.พิทักษ์พล บุญยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 11 เป็นประธานแทน รอกระบวนการ สิทธิตามกฎหมายของทุกคนมีอยู่ สิทธิในการเรียกร้องความชอบธรรมมีอยู่
“สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการ สธ. ยืนยันคือ มาอยู่ตรงนี้ผมก็มีพรรคมีพวกเยอะแยะ แต่เรื่องความเป็นธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากผมอยากเป็นรัฐมนตรีที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกฝ่ายก็ต้องเทคไซส์ใครไม่ได้ ต้องอยู่บนความยุติธรรม เอากฎหมายกฎระเบียบเป็นที่ตั้ง ไม่ฟังเรื่องความเหมาะสม ไม่เหมาะสม ต้องดูเรื่องกฎระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์ที่มีการเขียนเอาไว้ นี่คือ ความเป็นธรรมที่ผมจะมอบให้ จริงๆ ผมสนใจหน้าที่ว่าต้องให้ความเป็นธรรม ผมรักใครเกลียดใครไม่ได้ ผมมีพรรคพวกเยอะแยะ คนที่ดุด่าว่ากล่าวก็มี แต่ผมไม่เคยเอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูดว่า คนนี้ดีหรือไม่ดี ผมยึดกฎหมายกฎระเบียบเป็นหลัก ใครก็แกล้งคุณหมอชาญชัยไม่ได้ หากคุณหมอทำถูกต้อง” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ล่าสุดนพ.ชาญชัยก็ร้องขอความเป็นธรรมมาที่ตน โดยหนังสือส่งมาที่ห้องทำงานตนแล้ว เพียงแต่ตนยังไม่เจอตัวเท่านั้น  ซึ่งหากขอพบก็จะให้พบ ขณะนี้เชิญฝ่ายกฎหมายมาปรึกษาว่า ตนมีอำนาจขอบข่ายอะไรในการดำเนินการเรื่องนี้ได้บ้าง อย่างไรก็ตาม การหักล้างขอกล่าวหาตนเปิดโอกาสเสมอ เพียงแต่ต้องมีหลักฐาน เพราะต้องยึดระเบียบกฎหมายเป็นหลัก ทั้งนี้ ตนไม่รู้จักนพ.ชาญชัย เป็นการส่วนตัว จึงพร้อมให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ารู้จักนพ.เกรียงศักดิ์ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รู้จักมา 10 ปีอยู่แล้ว แต่คนอย่างตน ไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปน หากใครคิดแบบนั้นก็แสดงว่าไม่รู้จักคนชื่อ อนุทิน ตนรู้จักรองปลัด ปลัดหมด แต่ตนไม่อาจไปก้าวก่ายล้วงลูกได้ ยกเว้นทำไม่ถูกต้อง สำหรับกรณีนพ.ชาญชัย หากบริสุทธิ์ มีหลักฐานมาหักล้างได้ คนที่กล่าวหาท่าน คนเหล่านี้จะซวย ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าตนมีความยุติธรรม

Fri, 2020-06-05 12:34 -- hfocus team

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
“นพ.สุขุม กาญจนพิมาย” ยืนยันสอบวินัยร้ายแรง “หมอชาญชัย” ปมรับเงินบริจาคยาทำตามระเบียบ หากไม่ทำ อาจผิดฐานเว้นปฏิบัติหน้าที่ ม.157 ย้ำกรณีรพ.ขอนแก่นไม่ใช่แห่งแรก มีอีก 12 แห่งเข้าข่ายผิดระเบียบราชการ ฟันไล่ออกผิดจริงแล้ว 6 คน
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่จบภายหลัง นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น และตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี มารักษาการ จากกรณี นพ.ชาญชัย ถูกตั้งกรรมการทั้งสืบข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังมีบัตรสนเท่ห์กล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบในเรื่องรับเงินบริจาคบริษัทยา กระทั่งเกิดการเคลื่อนไหว SAVEหมอชาญชัย อย่างต่อเนื่อง ทั้งสังคมออนไลน์ และการแสดงพลังถือป้าย จนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำชับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ว่าเรื่องนี้ต้องไม่ให้เกิดจากความกลั่นแกล้ง ต้องให้เกิดความเป็นธรรมนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วยนพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ. นายสุจินต์ สิริอภัย นิติกรชำนาญการกลุ่มงานเสริมงานวินัยและระบบคุณธรรม ในฐานะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และน.ส.สุชาฎา วรินทร์เวช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ร่วมแถลงข่าวความชัดเจนประเด็นการสอบสวนวินัยร้ายแรง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น
นพ.สุขุม กล่าวว่า กรณีการสอบสวนวินัยร้ายแรงฯ นั้นยังไม่ได้ระบุว่าผิดวินัยร้ายแรง แต่จากการสืบข้อเท็จจริงคือ มีมูล จึงนำไปสู่การสอบสวนวินัยฯ เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม กรณีโรงพยาบาลขอนแก่น ไม่ใช่ว่าเป็นแห่งแรก เพราะตนในฐานะปลัดสธ. ได้กำชับให้สถานพยาบาลทุกแห่งต้องปฏิบัติตามระเบียบในเรื่องการรับเงินบริจาค และเรื่องอื่นๆให้ถูกต้องตามระเบียบราชการ แต่ที่ผ่านมาตรวจสอบพบว่า มีโรงพยาบาล 12 แห่งปฏิบัติผิดระเบียบราชการ
“ที่ผ่านมาดำเนินการทุกอย่างตามระเบียบราชการและข้อกฎหมาย เมื่อคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีความเห็นว่ามีมูล ก็จะต้องดำเนินการตามกระบวนการ หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา อีกทั้ง ในสมัยที่ผมเป็นปลัดกระทรวงมานั้น ได้มีการตรวจสอบผู้อำนวยการและผู้อำนวยการระดับสูงรวมแล้ว 12 คน โดย 6 คนมีโทษไล่ออกไปแล้ว อีก 6 คนอยู่ระหว่างการถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งมีทั้งกรณีคล้ายกับรพ.ขอนแก่นและอื่นๆ” นพ.สุขุม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเหมาะสมในการตั้งนพ.เกรียงศักดิ์ เป็นรักษาการผอ.รพ.ขอนแก่นเป็นครั้งที่ 2 นพ.สุขุม กล่าวว่า นพ.เกรียงศักดิ์ พื้นเพเป็นคนจ.ขอนแก่น และเคยเป็นผอ.รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่นมาก่อน ที่สำคัญ ไม่สามารถตั้งรองผอ.รพ.ขอนแก่นขึ้นเป็นรักษาการแทนได้ เนื่องจากนพ.ชาญชัยพูดชัดเจนว่ารองผอ.รพ.และคณะกรรมการบริหารรพ.ก็มีส่วนรู้เห็นในการรับเงินบริจาค จึงจำเป็นต้องตั้งคนอื่นรักษาการแทน ส่วนจะมีการพิจารณาตั้งรักษาการผอ.เป็นคนอื่นแทนหรือไม่นั้น ก็ต้องดูว่า เมื่อนพ.เกรียงศักดิ์ไปปฏิบัติหน้าที่แล้วเป็นอย่างไร ซึ่งครั้งก่อนก็เห็นว่าได้รับการต้อนรับที่ดี อย่างไรก็ตาม เป็นการตั้งรักษาการเท่านั้น หากมีการสอบสวนแล้วพบว่าผู้ถูกร้องไม่มีความผิดก็ยังตั้งกลับไปเป็นผอ.เดิมได้
ต่อข้อถามว่าการตั้งคณะกรรมการเป็นคนจากกลุ่มก๊วนเดียวกัน เหมาะสมหรือไม่ นพ.สุขุม กล่าวว่าก็สามารถคัดค้านได้ ซึ่งไม่ใช่ความกลุมก๊วนเดียวกัน มีความไม่ถูกใจก็สามารถร้องเรียนได้ ก็จะพิจารณาให้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการร้องมาแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าจะเป็นการจุดชนวนความแตกแยกของกลุ่มก๊วนในสธ.ขึ้นมาอีกครั้ง นพ.สุขุม กล่าวว่า ก็ช่วยไม่ได้ เพราะถ้าไม่ทำ ตนก็จะผิดมาตรา 157
นพ.ยงยศ กล่าวว่า ล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มี นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการฯ เป็นประธานนั้น นพ.สุเทพ ได้ขอลาออก เนื่องจากมีภารกิจมาก โดยเฉพาะการรับคนไทยเดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งต้องเตรียมเรื่องการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดโควิด ส่วนประธานคนใหม่ยังไม่มีการแต่งตั้ง อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม
นายสุจินต์ กล่าวว่า ตามกฎหมายชัดเจนว่าการรับเงินจากบริษัทยา หรือบริษัทเอกชนอื่นๆที่เป็นคู่สัญญากับรพ.ไม่สามารถดำเนินการได้ทั้งสิ้น ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินมาเพื่อประโยชน์ใดก็ตาม ส่วนรวมหรือส่วนตัวก็ผิดทั้งนั้น ซึ่งเมื่อมีการชี้ว่ามีมูลก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง แต่หากผู้ถูกกล่าวหาเห็นว่าประธานคณะกรรมการฯไม่เป็นธรรมก็สามารถร้องทุกข์ได้
น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ในเรื่องเงินบริจาคนั้นชัดเจนว่า การบริจาคที่เข้าโรงพยาบาล แม้จะเป็นใครบริจาคเท่าไหร่ก็ย่อมได้ แต่หากเป็นบริษัทยา และพบว่ามีการเชื่อมโยงกันกับการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทยานั้นๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องของการบริจาคโดยสมัครใจ ยิ่งการบริจาคไม่ได้เข้าเงินบำรุงของโรงพยาบาล ถือว่าผิดระเบียบ เพราะเงินทุกบาทคือเงินแผ่นดิน ต้องตรวจสอบได้ ดังนั้น ในส่วนรพ.ขอนแก่น การจัดตั้งกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่นจึงไม่สามารถกระทำได้ เพราะเงินบริจาคต้องเข้าเงินบำรุงเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะตรวจสอบไม่ได้
น.ส.สุชาดา กล่าวอีกว่า กรณีเรื่องเงินบริจาคนั้น มีระเบียบชัดเจน เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. กำชับเรื่องนี้ และเสนอต่อครม. เรื่องเงินบริจาคต้องไม่ใช่การบังคับ หรือการเรียกเก็บ หรือมีการสร้างเงื่อนไขใดๆ ซึ่งครม.ระบุว่าการจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์ไว้ว่า ห้ามไม่ให้หน่วยงานที่ทำการจัดซื้อทำการหารายได้ในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทนทุกประเภทจากบริษัทยาเข้ากองทุนสวัสดิการสถานพยาบาล โดยครม.ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2560 และกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือด่วนที่สุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2561 และได้แจ้งหนังสือเวียนไปยังสถานพยาบาลต่างๆ ถึง 3 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.2561 จากนั้นก็มีหนังสือไปอีกวันที่ 13 ธ.ค.2561 และวันที่ 3 ก.พ. 2563 แต่ปรากฏว่ากรณีของรพ.ขอนแก่น กลับพบยอดบริจาคมีความสัมพันธ์กับการจัดซื้อจัดจ้างยา จึงถือว่ามีมูลว่าทำผิดระเบียบ และนำมาสู่การตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง กระทั่งมาถึงการสอบวินัยฯ

Thu, 2020-06-04 16:34 -- hfocus team