ผู้เขียน หัวข้อ: "ปวีณา" พา 4 ครอบครัวบุก สธ.ร้องลูกตาย-เดินไม่ได้จาก "วัคซีนโปลิโอ"  (อ่าน 19 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6648
    • ดูรายละเอียด
"ปวีณา" พา 4 ครอบครัว ร้อง สธ. ลูก "ตาย-เดินไม่ได้" หลังรับวัคซีนโปลิโอ สธ.ตรวจสอบแล้ว พบเด็กตายจากปอดอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ไม่เกี่ยววัคซีน แต่ยังต้องรอผลชันสูตร ส่วนเดินไม่ได้ 3 ราย พบยังไม่ได้ข้อสรุป 1 ราย แต่พร้อมเยียวยา ติดเชื้อมือเท้าปาก 1 ราย และเกิดนอก รพ.สธ. 1 ราย ต้องประสานขอข้อมูล

วันนี้ (15 ก.ค.) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาบิดา มารดา ของเด็กจำนวน 4 รายที่ได้รับผลกระทบจากการรับวัคซีนโปลิโอ โดยมีเสียชีวิต 1 ราย และไม่สามารถเดินได้ 3 ราย เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อขอเข้าพบ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ. เพื่อขอความช่วยเหลือให้แก่เด็กและครอบครัว โดยหารือร่วมกันนานกว่า 2 ชั่วโมง

นางปวีณา กล่าวว่า เด็ก 4 รายที่รับผลกระทบ คือ 1.ทารกเพศหญิง อายุ 2 เดือน ฉีดวัคซีนที่หน้าขาซ้ายและหยอดวัคซีนโปลิโอทางปาก จากนั้นมีไข้ 3 วันก็เสียชีวิต เหตุเกิดที่ รพ.พระนารายณ์มหาราชลพบุรี 2.ทารกเพศหญิงอายุ 2 เดือน ฉีดวัคซีนที่หน้าขาซ้ายและหยอดโปลิโอ จากนั้น 2 สัปดาห์ขาซ้ายมีอาการผิดปกติ ขยับไม่ได้ เหตุเกิดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านเบ็ญพาค จ.กาญจนบุรี ปัจจุบันเด็กอายุ 6 เดือน รักษาที่ รพ.ราชบุรี และรพ.รามาธิบดี โดยขาข้างซ้ายยังอ่อนแรง

3.ทารกเพศชาย อายุ 2 เดือนฉีดวัคซีนที่หน้าขาซ้ายและหยอดวัคซีน จากนั้น 2 สัปดาห์ ขาซ้ายไม่มีแรง ยกไม่ได้ เหตุเกิดที่ รพ.สต.นางาม จ.ร้อยเอ็ด ปัจจุบันอายุ 4 ขวบ ขาซ้ายยังไม่มีแรง ส่วนขาขวาลีบ ปัจจุบันรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) และสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ และ 4.ทารกเพศชาย อายุ 2 เดือน ฉีดวัคซีนที่หน้าขาซ้ายและหยอดวัคซีน จากนั้น 2 สัปดาห์ขาซ้ายไม่มีแรง ขยับไม่ได้ ปัจจุบันเด็กอายุ 1 ขวบ 3 เดือน ต้องรักษาตัวที่ รพ.เด็ก และสถาบันสิรินธรฯ ขาซ้ายดีขึ้น ตัดอุปกรณ์หุ้มข้อเท้า เพื่อบังคับการยืนได้ แต่ยังไม่ปกติ ดังนั้น อยากให้ สธ.พิจารณาให้การดูแลและเยียวยาผู้เสียหาย โดยมูลนิธิจะดูแลติดตามเรื่องนี้ต่อไป

นพ.ศุภกิจ กล่าวภายหลังหารือร่วมกัน ว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ วัคซีนที่ฉีดเป็นวัคซีนรวมคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ส่วนวัคซีนหยอด คือ โปลิโอ จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทั้ง 4 ราย พบว่า รายแรกที่เสียชีวิต เกิดจากปอดอักเสบรุนแรง เข้ามาพบแพทย์ด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ไตวาย การไหลเวียนโลหิตผิดปกติ ตัวเขียว หยุดหายใจ แพทย์ได้ทำการรักษาแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ รายนี้จึงไม่ได้เสียชีวิตจากวัคซีน ซึ่งขณะนี้ญาติได้ส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ตำรวจ คาดว่าผลจะออกมาเร็วๆ นี้ เพื่อยืนยันสาเหตุการตายอีกครั้ง

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า รายที่ 2 หลังรับวัคซีนเกิดอาการอ่อนแรง ขณะนี้ได้นำข้อมูลเเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการรับวัคซีน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กาญจนบุรี ได้ประสานเรื่องการดูแลสุขภาพและการทำกายภาพ ซึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นปกติ แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า เกิดจากวัคซีนหรือไม่ แต่ยังส่งเรื่องถึงคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยไม่ดูความถูกผิด" รพ.ศุภกิจ กล่าว



นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า รายที่ 3 เกิดเมื่อปี 2558 คณะกรรมการฯ ได้รวบรวมข้อมูลและวินิจฉัยแล้วว่า ภาวะอ่อนแรงไม่ได้เกิดจากการรับวัคซีนโปลิโอ แต่เกิดจากการที่เด็กติดเชื้อไวรัสคอกซากี ซึ่งก่อโรคมือ เท้า ปาก เมื่อติดเชื้อแล้วทำให้ไขสันหลังอักเสบ แขนขาอ่อนแรง ปัจจุบันได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด ส่วนรายที่ 4 เกิดที่ รพ.ชลประทาน ซึ่งอยู่นอกสังกัด สธ.จึงยังไม่มีข้อมูล แต่จะประสานไปยังต้นสังกัดเพื่อข้อข้อมูลนำเข้าสู่คณะกรรมการฯ พิจารณา ทั้งนี้ วัคซีนโปลิโอชนิดหยอดเป็นเชื้ออ่อนแรง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่มีโอกาสที่เด็กจะได้รับผลกระทบได้ โดยข้อมูลจากทั่วโลกพบได้ 1 ใน 6 ล้านคน ซึ่งมีหลายปัจจัย อาทิ สุขภาพ ร่างกายไม่แข็งแรง สธ.กำลังพิจารณาเปลี่ยนวัคซีนโปลิโอชนิดหยอดมาเป็นชนิดฉีด ซึ่งมีประสิทธิภาพและไม่มีผลข้างเคียง แต่มีราคาแพงกว่า 10 เท่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการหารือผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับความเสียหาย ต่างเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพอใจกับการช่วยเหลือจากทาง สธ.

15 ก.ค. 2562 15:22   โดย: ผู้จัดการออนไลน์