ผู้เขียน หัวข้อ: “หมอกิติศักดิ์” ผอ.รพร.ปัว คว้าหมอดีเด่นในชนบทคนที่ 45 พลิกวิกฤตงบ รพ.พัฒนาชีวิต  (อ่าน 32 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6619
    • ดูรายละเอียด
“หมอกิติศักดิ์” ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน คว้ารางวัลหมอดีเด่นในชนบทคนที่ 45 ประจำปี 2561 อยู่พื้นที่มากว่า 20 ปี พัฒนาคุณภาพ รพ.แก้วิกฤตงบประมาณ

วันนี้ (6 มี.ค.) ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าว “ประกาศผลและมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2561” ว่า คณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบทประจำปี 2561 ได้คัดเลือกให้ นพ.กิติศักดิ์ เกษตรสินสมบัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน เป็นผู้ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ประจำปี 2561 เนื่องจากเป็นแพทย์ที่มีความสามารถ ทั้งด้านบริหาร รักษาพยาบาล และการพัฒนา อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ปลูกฝังวัฒนธรรมการพัฒนาแก่บุคลากร และประชาชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นพ.สมุทร จงวิศาล ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นฯ กล่าวว่า คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติหลายประการ ประกอบด้วย การให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข การบริหาร มนุษยสัมพันธ์  ความเสียสละ  ความใฝ่รู้ในวิชาการ ความเป็นผู้นำที่ดี และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมทั้งระยะเวลาในการปฏิบัติงานทางการแพทย์ในชนบทติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี และไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชเท่านั้น ในปี 2561 มีการเสนอชื่อแพทย์ที่ปฏิบัติงานในชนบทให้คณะกรรมการฯ พิจารณาขั้นสุดท้าย จำนวน 7 คน จากนั้นจึงเดินทางไปยังพื้นที่ปฏิบัติงาน มีการสัมภาษณ์แพทย์ ผู้ร่วมงาน และผู้มารับบริการ และเยี่ยมชมผลงานโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เพื่อคัดเลือกแพทย์ที่มีความเหมาะสมที่สุด เป็นแพทย์ดีเด่นในชนบท คนที่ 45 ประจำปี 2561

นพ.สมุทร กล่าวว่า นพ.กิติศักดิ์ ที่ได้รับรางวัลนั้น พบว่า ใช้ชีวิตรับราชการเป็นแพทย์อยู่ในจังหวัดน่านมาตั้งแต่จบการศึกษามาจนถึงปัจจุบันเกือบ 20 ปี มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เป็นผู้นำกระบวนการมาตรฐานการบริการสุขภาพระดับชาติมายังพื้นที่ห่างไกล ภายใต้ข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณ ที่ส่งผลต่อการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนไม่เฉพาะแต่ผู้ป่วยชาวไทยเท่านั้น ยังมีเพื่อนบ้านชาวลาวในพื้นที่ที่ติด จ.น่าน อยู่ในโซนที่ยากจนที่สุดของลาว เข้ามารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้ความช่วยเหลือรักษาเหมือนประชาชนชาวไทยอย่างเท่าเทียมกันด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม ซึ่งเป็นรพ.ที่มีแพทย์ชนบทดีเด่นเป็นคนที่ 2

ด้าน นพ.กิติศักดิ์ กล่าวว่า เดิมตนเป็นคน อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจบคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ปี 2533 ได้ตัดสินใจสมัครเข้าทำงานที่โรงพยาบาลใน จ.น่าน ซึ่งอดีตเป็นพื้นที่ทุรกันดารมาก ก่อนเดินทางเตี่ยสอนว่า ให้รักในหลวงมากๆ ทำงานที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย ถือเป็นการสำนึกและตอบแทนคุณแผ่นดินทั้งสิ้น เพราะเตี่ยเป้นชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ตนจึงน้อมนำหลักในการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาใช้ในการทำงานและดำเนินชีวิต ทั้งนี้ รางวัลนี้ไม่ใช่สิ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่เป็นเกียรติของชีวิตและทีมงาน ตนเป็นเพียงตัวแทนมารับรางวัลในฐานะนำทีม ถือเป็นกำลังใจและสร้างพลังใจให้พวกเราในการทำงานเพื่อคนปัวและคนน่านต่อไป เพราะในพื้นที่ยังมีปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอีกมาก โดยตั้งใจจะทำงานที่น่านจนเกษียณอายุราชการในอีก 6 ปีข้างหน้า และแม้เกษียณก็จะทำงานต่อไปเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนน่าน

นพ.กิติศักดิ์ กล่าวว่า รพร.ปัว เป็น รพ.ขนาด 125 เตียง รับส่งต่อจาก รพ.อื่นใน จ.น่าน ตอนเหนือ มีประชากรในความรับผิดชอบ 45,000 คน ได้รับจัดสรรงบประมาณที่อิงตามจำนวนประชากร งบตั้งต้นก็ติดลบแล้ว ทำให้สถานะทางการเงินอยู่ในวิกฤตระดับ 7 ซึ่งแย่ที่สุดหลายปี จนมีการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ รพ.ว่าจะเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายอย่างไร โดยให้ไปคิดกันมา เพราะแนวทางที่เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ร่วมคิด จะเกิดการหวงแหนความคิดและยึดถือที่จะทำให้ได้จริง จึงเกิดประสิทธิผลและสามารถคุมรายจ่ายได้จริง ปัจจุบันสถานะการเงินอยู่ในระดับ 2-4 สามารถมีเงินดูแลรักษาประชาชนและจ่ายค่าตอบแทนบุคลากรทุกเดือน สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป คือ จะต้องสร้างความรู้สึก รพ.ของเราให้เกิดขึ้นในใจของชาวบ้าน เพราะหากรู้สึกเช่นนี้จะเข้ามามีส่วนร่วมดูแลโรงพยาบาลด้วย


6 มี.ค. 2562   โดย: ผู้จัดการออนไลน์