ผู้เขียน หัวข้อ: ย้ำช่วงหยุดปีใหม่ เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต รักษาฟรี 72 ชม. ได้ทุกสิทธิ ทุก รพ.  (อ่าน 42 ครั้ง)

patchanok3166

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 260
    • ดูรายละเอียด
สธ.-สปสช.-ประกันสังคม ประสานเสียงไม่ต้องห่วงค่ารักษาช่วงปีใหม่ หากเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต อันตรายถึงชีวิต ใช้สิทธิยูเซปเข้ารักษาฟรี 72 ชั่วโมงแรกได้ ส่วนบัตรทองหากไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่จำเป็นต้องรับการรักษา ใช้สิทธิรักษา ม.7 ได้ ย้ำเข้า รพ.รัฐ ใกล้สุดไว้ก่อน


นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 จะมีความเข้มข้นในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ โดยขอให้ประชาชนระมัดระวังอุบัติเหตุทั้งที่เดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยว แต่หากเกิดเหตุสุดวิสัย หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมดูแลช่วยเหลือ โดยส่วนของนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ หรือ ยูเซป (UCEP) ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี มีปัญหาและเรื่องร้องเรียนน้อยมาก รวมถึงปัญหาการเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ประชาชนส่วนใหญ่พอใจ เป็นอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวไว้ว่า ใน 100 ราย อาจมีผู้ที่ไม่พอใจเพียง 1 รายเท่านั้น แต่เราก็พยายามแก้ไขปัญหาให้


นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 หากประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) มีความจำเป็นต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1. กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินระดับวิกฤต หากไม่รักษาทันทีมีโอกาสเสียชีวิตสูง สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทุกแห่งที่อยู่ใกล้สุด ตามนโยบายยูเซป และให้สถานพยาบาลที่ให้การรักษาเบิกค่าใช้จ่ายจาก สปสช.ตามอัตราที่กำหนด 2. กรณีเจ็บป่วยที่ไม่ใช่ฉุกเฉินระดับวิกฤต หรือผู้มีสิทธิบัตรทองที่เดินทางไปต่างถิ่นแล้วมีความจำเป็นต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล เช่น ความดันโลหิตขึ้นสูง ปวดศีรษะมาก ท้องเสียรุนแรง เป็นต้น เป็นภาวะที่ไม่ถึงขั้นฉุกเฉินแก่ชีวิต จะเป็นไปตามข้อบังคับ สปสช.ว่าด้วยการใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขกรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุหรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ระบุว่า


ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองหากมีเหตุสมควร หรือกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลอื่นที่ไม่ได้ลงทะเบียนหน่วยบริการประจำและสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามมาตรา 7 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ทั้งนี้ ขอแนะนำให้เข้ารับบริการสถานพยาบาลของรัฐและสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน ไม่มุ่งเจาะจงเข้าสถานพยาบาลเอกชนเท่านั้น เนื่องจากการเบิกจ่ายค่ารักษาจะเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้


“ในการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อความสะดวก นอกจากการเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนที่เป็นหลักฐานสำคัญแล้ว ควรศึกษาข้อมูลหน่วยบริการที่อยู่ในพื้นที่ระหว่างเดินทางและจุดหมายปลายทาง เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการเข้ารับการรักษาพยาบาลยังหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วและเพื่อความไม่ประมาท ส่วนประชาชนที่เจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่อง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหอบหืด เป็นต้น ควรเตรียมพร้อมยารักษาโรคเพื่อให้เพียงพอสำหรับการเดินทาง” เลขาธิการ สปสช.กล่าว และว่าหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน สปสช. โทร.1330 ขณะที่กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินนั้น โทร.สายด่วน 1669 ได้ทั่วประเทศ



ด้านนายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า สำหรับผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินหรือประสบอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ขออย่าได้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา หากเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุ หรือมีอาการเจ็บป่วยกะทันหัน ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันที โดย สปส.จะพิจารณาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ภายใน 72 ชั่วโมง ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด ทั้งนี้ ให้ผู้ประกันตนหรือโรงพยาบาลที่ให้การรักษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง แจ้งสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ทราบโดยเร็ว ตั้งแต่เข้ารับการรักษาเพื่อให้รับผิดชอบค่าบริการทางการแพทย์ให้กับผู้ประกันตน


นายอนันต์ชัยกล่าวว่า การรักษากรณีผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการจากโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน โดยไม่ถูกทวงถามสิทธิก่อนรักษา ไม่ต้องสำรองค่ารักษา ไม่ถูกบ่ายเบี่ยงการรักษา และได้รับการดูแลรักษาจนกว่าอาการจะทุเลา ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจในระบบบริการทางการแพทย์ของสำนักงานประกันสังคมว่าทุกคนจะได้รับการบริการสาธารณสุขที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ผู้ประกันตนท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิการรักษาสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1506 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง



เผยแพร่: 27 ธ.ค. 2561    โดย: ผู้จัดการออนไลน์