ผู้เขียน หัวข้อ: ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ดีกว่ากัน?  (อ่าน 115 ครั้ง)

patchanok3166

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 281
    • ดูรายละเอียด
ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น ดีกว่ากัน?
« เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2018, 13:31:35 »
น้ำถือได้ว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เพราะในร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70% หรือ 4/5 ของน้ำหนักตัว ดังนั้น น้ำจึงเป็นปัจจัยหลักสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่หลายคนก็ยังมีข้อสงสัยอยู่เหมือนกันว่า แล้วการดื่ม “น้ำอุ่น” หรือ “น้ำเย็น” แบบไหนดีกว่ากัน?


จริงๆ แล้ว น้ำอุ่น และ น้ำเย็น ล้วนแล้วแต่ก็มีประโยชน์แตกต่างกันไป

ประโยชน์ของ “น้ำอุ่น” มีดังนี้

1.มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน

2.เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหนัง และซ่อมแซมเซลล์ผิวพรรณ

3.บรรเทาอาการท้องผูก โดยการดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำจะช่วยควบคุมการเคลื่อนตัวของลำไส้ได้ดี

4.ช่วยกำจัดสารพิษต่างๆ ออกไปจากร่างกายทั้งจากทางเหงื่อ และการขับถ่าย

5.ช่วยขจัดน้ำหนักส่วนเกิน ช่วยให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลงได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหาร ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นด้วย

6.มีส่วนช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

7.เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต

8.บรรเทาอาการคอแห้ง

9.ช่วยลดอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อได้ เช่น การดื่มน้ำอุ่นช่วยลดอาการปวดประจำเดือน เพราะน้ำอุ่นจะช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูกที่กำลังหดตัว บรรเทาอาการเกร็งและกระตุกตัวของมดลูกได้ดีนั่นเอง

เวลาที่ดีในการดื่มน้ำอุ่น

•เวลา 05.00-07.00 น. ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว เพื่อกระตุ้นการขับถ่าย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ใหญ่เคลื่อนตัว พร้อมสำหรับขับของเสีย สิ่งที่ควรทำคือ ควรปฏิบัติให้เป็นกิจวัตร

•เวลา 07.00-09.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เนื่องจากเวลานี้กระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมอาหาร สิ่งที่ควรทำคือ รับประทานอาหารเช้าที่ย่อยและดูดซึมง่าย

•เวลา 11.00-13.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เพื่อให้หัวใจสูบฉีดเลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย เพราะเวลานี้เป็นช่วงที่จะทำงานหนักเป็นพิเศษ สิ่งที่ควรทำคือ รับประทานอาหารเที่ยง และหลีกเลี่ยงความเครียด

•เวลา 15.00-17.00 น. ดื่มน้ำอุ่นอย่างน้อย 2 แก้ว เป็นช่วงเวลาที่ดีในการระบายความร้อนออกจากร่างกาย สิ่งที่ควรทำคือ ออกกำลังกายให้เหงื่อออก โดยเฉพาะเวลา 17.00 น.จะเป็นเวลาที่ดีที่สุด

•เวลา 17.00-19.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เนื่องจากไตจะเก็บสะสมพลังงานเป็นทุนสำรองของร่างกาย สิ่งที่ควรทำคือ รับประทานอาหารเย็น ทำจิตใจให้สดชื่น

• เวลา 21.00-23.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เพราะพลังงานในร่างกายเชื่อมถึงกัน เป็นเวลาที่เกิดการพักฟื้น สิ่งที่ควรทำคือ ทำร่างกายให้อบอุ่น ไม่อาบน้ำเย็น




ประโยชน์ของการดื่มน้ำเย็น


หากต้องทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ออกกำลังกาย โดยการปั่นจักรยาน วิ่ง หรืออะไรก็แล้วแต่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้น การดื่มน้ำเย็นจะช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายได้ดีกว่าการดื่มน้ำอุ่น อีกทั้งการดื่มน้ำเย็นจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกายให้ทำกิจกรรมนั้นๆ ได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อย



ข้อแนะนำในการดื่ม น้ำอุ่น และ น้ำเย็น

- หลังจากรับประทานอาหาร ควรดื่มน้ำอุ่นทุกครั้ง เพราะหากคุณดื่มน้ำเย็น ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ ทำให้ประสิทธิภาพการย่อยอาหารลดลง

- หลังการออกกำลังกาย ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอุ่น เพราะในขณะนั้นร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงมากอยู่แล้ว ให้ดื่มน้ำเย็นแทน เพราะจะสามารถช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายและช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ได้



ปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสม


สำหรับผู้ที่อายุ 4-8 ปี 5 แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,200 มิลลิลิตร)
สำหรับผู้ที่อายุ 9-13 ปี 7-8 แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,600-1,900 มิลลิลิตร)
สำหรับผู้ที่อายุ 14-18 ปี 8-11 แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,900-2,600 มิลลิลิตร)
สำหรับผู้หญิงที่อายุ 19 ปีขึ้นไป 9 แก้วต่อวัน (ประมาณ 2,100 มิลลิลิตร)
สำหรับผู้ชายที่อายุ 19 ปีขึ้นไป 13 แก้วต่อวัน (ประมาณ 3,000 มิลลิลิตร)



เผยแพร่: 13 ก.ค. 2561 18:58  โดย: MGR Online