ผู้เขียน หัวข้อ: น่ารู้! ถอดรหัสสุขภาพอายุมากขึ้นจะอยู่อย่างไรให้แข็งแรง  (อ่าน 57 ครั้ง)

patchanok3166

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 102
    • ดูรายละเอียด
 แปลกใจไหม

    ทำไมบางคนอายุมากขึ้นยังดูสดใส ใช้ชีวิตเหมือนเป็นวัยเริ่มต้นที่พร้อมจะทดลองทำสิ่งใหม่ตลอดเวลา


     ขณะที่บางคนสัญญาณความเสื่อมถอยของร่างกายกลับปรากฏชัด แถมโรคต่างๆ ก็รุมเร้ามาเยือนรอบด้านทำร้ายให้ดูแก่ลงกว่าอายุ


     ทั้งหมดคือความจริงที่เป็นผลลัพธ์จากการดูแลตัวเอง ถ้าคุณดูแลตัวเองมาดี ผลที่ปรากฏก็ย่อมดีตาม ในทางกลับกัน ถ้าคุณทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ไม่เคยออกกำลังกาย กินอาหารแบบไม่เลือก แถมไม่เคยใส่ใจที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายก็ย่อมต้องส่งสัญญาณเตือนผ่านความเสื่อมโทรม


     แต่ก็ใช่ว่าแย่แล้วจะฟื้นฟูไม่ได้ ทั้งหมดเปลี่ยนได้แค่เริ่มใส่ใจดูแลตัวเอง พร้อมกับยอมรับให้ได้ว่าในวัยสี่สิบกว่าร่างกายจะเรียกร้องให้คุณลงทุนกับเขามากกว่าเดิม และจะรอรับอย่างเดียวไม่ได้ เพราะร่างกายไม่มีให้เหมือนในวัยยี่สิบกว่าอีกต่อไป เนื่องจากเมื่ออายุครบ 25 ร่างกายจะค่อยๆ เสื่อมลงในทุกด้าน  และทันทีที่เข้าสู่ช่วงอายุ 35-45 ปี เซลล์จะหยุดการสร้างเซลล์ใหม่มาทดแทนเซลล์เก่า และฮอร์โมนเริ่มลดลง ก่อนจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่เลข 45 ทำให้ร่างกายเกิดโรคต่างๆ ที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น อาทิ โรคทางสมอง โรคปวดตามข้อ ท้องอืดง่าย โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง



 แล้วจะต้องลงทุนแบบไหนให้กับร่างกาย

     สิ่งที่ร่างกายเรียกร้องให้คุณจ่ายให้กับเขาคือการลงทุนให้กับการดูแลตัวเองที่มากขึ้น ลงทุนเรื่องอาหารการกินมากกว่าเดิม ลงทุนเรื่องการพักผ่อน ลงทุนเรื่องการใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้ยิ่งลงทุนมาก คุณจะยิ่งได้รับ “ความแข็งแรง” กลับคืนมากขึ้นเท่านั้น และจะสามารถทำสิ่งที่คุณรักได้อีกยาวนาน


     แต่การดูแลตัวเองในวัยที่อายุเพิ่มมากขึ้นหรือเข้าเลขสี่ ซึ่งถือว่าเป็นวัยทองสำหรับผู้หญิง และเป็นช่วงเสื่อมสำหรับผู้ชายบางคนคือเรื่องเฉพาะตัวที่วัยนี้ต้องทำแบบไม่ซ้ำกับวัยไหน  โดยต้องเน้นหนักไปที่เรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ เพราะ You are what you eat ประโยคคลาสสิคที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยยังคงเป็นเรื่องจริง ถ้าอยากแข็งแรงก็ต้องกินให้ดี ทำตัวเหมือนเป็นตู้เย็น ถ้าอยากให้สะอาดสวยงามก็ต้องบรรจุผักไว้มากกว่าเนื้อสัตว์ มีน้ำเปล่ามากกว่าน้ำหวานที่จะมาเพิ่มน้ำตาลให้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน และไขมัน และหลีกเลี่ยงของมันของทอดให้ได้ ลองสังเกตดูถ้าเก็บของเหล่านี้ไว้ในตู้เย็นนานๆ จะมีกลิ่นหืนที่ไม่น่ากิน เช่นกันเราก็ไม่ควรให้ของเสียเหล่านั้นมาอยู่ในร่างกายของเรามากเกินกว่าที่ความสามารถภายในจะขับทิ้งออกไปได้


     “ลดหวาน ลดเค็ม เลิกกินของมัน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพิ่มข้าวกล้อง ผัก ปลา และนมถั่วเหลืองในมื้ออาหาร”

     

 เคล็ดลับกินดีเพื่อจะได้อยู่ดีเมื่ออายุมากขึ้น 


  ว่าแต่ทำไมต้องมี “นมถั่วเหลือง” ร่วมด้วย นั่นก็เพราะในวัยที่อายุเพิ่มขึ้น ยิ่งสำหรับคนที่เข้าสู่เลขสี่ร่างกายจะไม่เหมือนเดิม สัญญาณสุขภาพเริ่มชัดเจน  ซึ่งปัญหาหลักเป็นเรื่องของอาการปวดไขข้อที่เกิดขึ้นเนื่องจากเนื้อเยื่อที่ป้องกันในกระดูกและเชื่อมต่อกระดูกเข้าด้วยกันเริ่มหมดสภาพจึงเป็นที่มาของการปวดเมื่อยตามไขข้อส่วนต่างๆ เช่นข้อเข่า ข้อมือและข้อแขน อีกทั้งเริ่มหลงๆลืมๆ นึกช้า แป๊ปๆก็ลืม รวมไปถึงอาการแปร๊ปๆที่หน้าอก ที่บอกถึงอาการของสุขภาพหัวใจเริ่มแปรปรวน


     ดังนั้น “นมถั่วเหลือง” ที่คัดสรรสารอาหารสำคัญสำหรับคุณ จะช่วยดูแลระบบสำคัญของร่างกายทั้ง 3 ระบบได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นกระดูก สมองและหัวใจ


     ที่สำคัญถ้าเป็น “น้ำนมถั่วเหลือง วีซอย ไฮแคลเซียม” ที่ช่วยดูแลระบบกระดูก เพราะมีแคลเซียมสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน มีวิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและ มีไอโซฟลาโวน ช่วยดูแลระบบสมอง มีวิตามินB12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง มี Lecithin พร้อมกับมี Omega 3 และ OMEGA 6 ไม่มีโคเลสเตอรอล น้ำตาลน้อย และ ไม่เติมน้ำตาล


     ดื่มวีซอยไฮแคลเซียมวันละ 2 กล่อง เพื่อดูแลระบบกระดูก สมอง และหัวใจ .ให้แข็งแรงครบทั้งร่างกาย


 นอกจากจะเน้นหนักที่เรื่องกินแล้วควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย ถ้าไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลยเริ่มต้นที่เดินเบาๆ วันละ 30 นาทีก็เพียงพอ แต่ถ้าทำจนอยู่ตัวให้เพิ่มเวลาขึ้นจนครบชั่วโมง หรือจะเปลี่ยนจากเดินๆ วิ่งๆ ไปยืดเส้นด้วยโยคะหรือปั่นจักรยาน ได้หมดขอแค่ทำเท่านั้นก็พอ เพื่อให้เซลล์ในร่างกายถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งยังจะส่งผลให้ฮอร์โมนต่างๆ ปรับระดับขึ้นจนเหมาะสม


     อย่าคิดว่ายากเกินที่จะเริ่มต้นในวัย 40 กว่า เพราะในทางกลับกัน ทุกวันนี้เราเห็นผู้สูงอายุในวัย 60 ยังคงวิ่งพิชิตมาราธอนได้อย่างสบายภายใต้การฝึกฝนอย่างจริงจัง ได้เห็นหลายคนที่อายุเข้าเลขห้าเริ่มต้นลงไตรกีฬาเป็นครั้งแรก และอีกมากมายที่บ้างก็ผันตัวไปเป็นครูโยคะในวัยปลดเกษียณ หรือกระทั่งเริ่มต้นหัดว่ายน้ำครั้งแรกในชีวิตช่วงที่อายุแตะเลขสี่  ถ้าดูแลตัวเองมาดีขนาดนี้ อายุก็เป็นเพียงตัวเลขเท่านั้นจริงๆ!

 



14 พ.ค. 61  โดย sanook.com