ผู้เขียน หัวข้อ: สธ.รับห้ามใช้ไฟหลวง “ชาร์จมือถือ” ขัดหลักปฏิบัติจริง เตรียมออกเกณฑ์เปิดช่องแล้ว  (อ่าน 83 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6458
    • ดูรายละเอียด
หัวหน้าศูนย์ต้านทุจริต สธ. ยอมรับห้ามใช้ไฟหลวงชาร์จแบตมือถือ ขัดหลักปฏิบัติจริง เผยอยู่ระหว่างทำรายละเอียดแนบท้ายหรือเงื่อนไข เปิดช่องให้ชาร์จไฟได้บางส่วน ระบุมาตรการป้องกันใช้ทรัพย์สินราชการในประโยชน์ส่วนตนเดินหน้าตามข้อเสนอ ป.ป.ช.

จากกรณี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ โดยที่เป็นประเด็นดรามาคือ การห้ามนำโทรศัพท์มือถือมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ

ทั้งนี้ ในสื่อสังคมออนไลน์ที่ความคิดเห็นที่น่าสนใจ คือ การห้ามชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์มือถือในสถานที่ราชการนั้น เป็นเรื่องหยุมหยิมเกินไปและไม่ยุติธรรมหรือไม่ เนื่องจากบางส่วนก็ต้องใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวในการติดต่องานราชการ เมื่อแบตเตอ่รี่ลดลงหรือจะหมดจะใช้ไฟราชการในการชาร์จไม่ได้เลยหรือ ขณะที่บางส่วนแสดงความคิดเห็นว่า ใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวติดต่องานราชการ ต้องออกค่าโทรศัพท์เองอย่างนี้ยุติธรรมหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นการห้ามใช้ไฟหลวงในการชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์มือถือส่วนตัวนั้น ไม่ได้มีเพียงประกาศของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่จะมีการออกมาเป็นกฎหมายด้วย ซึ่งเป็นที่ฮือฮาและได้รับความสนใจมาตั้งแต่ ส.ค. 2560 หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมายปราบโกง 4 ชั่วโคตร โดยมาตรา 5 กำหนด ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น ซึ่งเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

ทั้งนี้ มาตราดังกล่าวมีการระบุถึงการกระทำต่างๆ ที่นับเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ คือ การใช้ทรัพย์สินของหน่วยงานที่ตนสังกัดหรือตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ ไปเพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกฎ หรือทรัพย์สินนั้นมีราคาเล็กน้อย ซึ่งข้อนี้นำมาซึ่งข้อสงสัยว่าการใช้สิ่งของในสำนักงานจะกลายเป็นความผิดหรือไม่ เช่น การชาร์จโทรศัพท์ หรือ ใช้ซองจดหมาย แต่ครั้งนั้น พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า ถ้าตีความกันแบบนี้จะโอเวอร์ไปซึ่งต้องมีการออกกฎหมายลูก กฎระเบียบของแต่ละหน่วยงานว่าอนุญาตให้อะไรแค่ไหนอย่างไร จะเสียบโทรศัพท์ได้กี่ชั่วโมง เป็นต้น

จากคำพูดของ นายวิษณุ สะท้อนให้เห็นชัดว่า หากห้ามไม่ให้ชาร์จโทรศัพท์มือถือในที่ทำงานราชการเลย คงเป็นเรื่องโอเวอร์เกินไป ดังนั้น การที่ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัด สธ. ออกประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยห้ามชาร์จโทรศัพท์ออกมาอย่างชัดเจนเลยนั้น จึงยิ่งทำให้คนมองว่าเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุหรือไม่

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอต่อ ครม.เรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่ง ครม. ก็เห็นชอบ และคงมีการมอบหมายให้ทุกส่วนราชการปฏิบัติ ซึ่ง สธ. ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น จึงมีการออกมามาตรการเหล่านี้มา ซึ่งข้อห้ามต่างๆ ก็มักเป็นประเด็นที่พบบ่อย เช่น การใช้รถของราชการไปในกิจส่วนตัว เป็นต้น ส่วนเรื่องการห้ามชาร์จโทรศัพท์มือถือนั้น จริงๆ เรื่องนี้ยังต้องมีรายละเอียดแนบท้ายว่าทำได้แค่ไหนอย่างไร เช่น ชาร์จได้กี่ชั่วโมง เป็นต้น เพราะถือว่าค่อนข้างขัดกับหลักปฏิบัติในความเป็นจริง หรือกิจวัตรประจำวัน เพราะก็ทราบดีจากการกระแสในสังคมออนไลน์ว่ามีการใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวในการติดต่องานราชการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดให้ชัดเจน ซึ่งคงไม่ได้ห้ามชาร์จไปเสียทั้งหมด

5 ม.ค. 2561 โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6458
    • ดูรายละเอียด
สธ. แจงออกมาตรการป้องกันการใช้ทรัพย์สินทางราชการเป็นไปตามร่างกฎหมายปราบโกง 4 ชั่วโคตร รับข้อห้ามชาร์จโทรศัพท์มือถือส่วนราชการ ทำให้ไม่สะดวกทั้งติดต่อเรื่องงานและส่วนตัว ขอให้ใช้ตามวิจารณญาณ มาตรการอื่นคงเดิม

นพ.ยงยศ  ธรรมวุฒิ  ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ด้านเวชกรรมป้องกัน ในฐานะรักษาราชการแทนหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข (ศปท.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันการใช้ทรัพย์สินทางราชการ เพื่อแสดงเจตจำนงสุจริตในการบริหารราชการและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวในตำแหน่งหน้าที่อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นแบบอย่างที่ดี ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อความเชื่อมั่นศรัทธาต่อประชาชน โดยมุ่งหวังที่จะปรับเปลี่ยนแนวคิดของคนในหน่วยงานให้สามารถคิดแยกแยะ ว่า “เรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนตนและเรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนรวม”

ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ที่รับทราบร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. ... หรือร่างกฎหมาย 4 ชั่วโคตร พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระเบียบว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับดูแล โดยให้พิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่สร้างภาระให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขที่มีกว่า 4 แสนคน

“รายละเอียดในประกาศที่ได้แจ้งไป บางข้ออาจทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความไม่สะดวกในการปฏิบัติงาน เช่น การใช้ไฟหลวงชาร์จโทรศัพท์มือถือ ที่ใช้ทั้งติดต่อราชการและเรื่องส่วนตัว ซึ่งอยู่ในวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ถึงความเหมาะสม ซึ่งคงไม่มีการออกประกาศแนบท้ายแล้วแต่อย่างใด” นพ.ยงยศ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อกำหนดตามประกาศดังกล่าว ประกอบด้วย
1. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำวัสดุ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานต่างๆ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ข้อ 2. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ
ข้อ 3. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ของทางราชการ ไปใช้ในกิจธุระส่วนตัว
ข้อ 4. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐให้พนักงานขับรถยนต์ของหน่วยงาน ไปกระทำภารกิจส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องในหน้าที่หรือภารกิจของทางราชการ
ข้อ 5. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำรถยนต์ส่วนตัวและครอบครัวมาจอดค้างคืนในสถานที่ราชการ และ
ข้อ 6. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาล้างในสถานที่ราชการ

กลไกการกำกับตามมาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ
ข้อ 1. ผู้บริหารต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตามมาตรการ
ข้อ 2. ผู้บริหารต้องเห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการ
ข้อ 3. หน่วยงานประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ทราบมาตรการ
ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทุกคน ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดทางวินัยและได้รับโทษทางวินัยตามควรแก่กรณี

5 ม.ค. 2561 โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6458
    • ดูรายละเอียด
สธ.สั่งยกเลิกประกาศห้ามชาร์จแบตมือถือแล้ว
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 10 มกราคม 2018, 10:03:51 »
จากประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ห้ามชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ออกหนังสือเวียนยกเลิกประกาศดังกล่าวแล้ว

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายแพทย์ เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกหนังสือเวียน ยกเลิก ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการแล้ว มีผล 6 มกราคม 2561 หลังเกิดข้อถกเถียงในสังคม กรณีห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ

ทั้งนี้ พิจารณาแล้วเห็นว่า มีประเด็นความไม่ชัดเจน เป็นการยากในการปฏิบัติ เพื่อความเหมาะสมจะทำหนังสือถามความเห็นจากทุกฝ่าย ว่า สามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ส่วนที่มีการแจ้งในประกาศก่อนนั้น ขอยกเลิกประกาศดังกล่าว

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัด สธ. กล่าวว่า หลังจากยกเลิกแล้ว ก็จะนำกลับมาทบทวนโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าประกาศเรื่องดังกล่าวจะออกมาเป็นเช่นใดต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าที่มีกระแสว่าจะแถลงข่าวในวันจันทร์ที่ 8 มกราคมนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

7 ม.ค. 2561   โดย: MGR Online