ผู้เขียน หัวข้อ: จวกยับ! "หมอใหญ่" ขับรถชน รปภ.ใน สธ. เหยียบร่างลากไปไกลกว่า 20 เมตร  (อ่าน 263 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
จวกยับ! "หมอใหญ่" ขับรถชน รปภ. ในกระทรวง สธ. ซ้ำยังเหยียบร่างลากไปไกลอีกกว่า 20 เมตร อาการสาหัส ผ่าตัดสมอง 2 รอบยังไม่ฟื้น ญาติเข้าทำพิธีเรียกขวัญ คาดผู้ขับมีอาการเมา สธ.และผู้เกี่ยวข้องเตรียมแถลงข้อเท็จจริง 16.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์กรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ถูกนายแพทย์ซึ่งเป็นระดับผู้บริหารของ สธ.ขับรถชนบริเวณประตูกระทรวงสาธารณสุขฝั่งสถาบันบำราศนราดูร เมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย. 2560 เวลา 20.10 น. จนมีอาการสาหัส โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ รปภ.กำลังปิดประตู แต่แพทย์คนดังกล่าวได้ขับรถเข้าชนเข้ากับ รปภ.และประตู ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากถึงกรณีเมาแล้วขับหรือไม่

วันนี้ (13 พ.ย.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัด สธ. กล่าวว่า เรื่องนี้ สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการประสานกับนายแพทย์ท่านนี้ ซึ่งปฏิบัติราชการประจำทางภาคใต้ โดยได้ประสานให้รีบขึ้นมาที่ กทม. เพื่อร่วมแถลงข้อเท็จจริงในช่วงบ่ายหรืออย่างช้าช่วงเย็นวันนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจากการสอบถามเมื่อเกิดเหตุได้นำส่ง รปภ.ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ส่วนครอบครัวของทาง รปภ. ขณะนี้สธ.มีมาตรการและกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดูแลอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เรื่องคดีขอให้รอการแถลงของแพทย์ท่านนี้ต่อไป

แหล่งข่าวที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า รปภ.ที่ถูกรถชนคือ นายสมชาย ยามดี หรือนายนัท เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใน สธ. โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย. 2560 เวลาประมาณ 20.30 น. โดยมีรถยนต์ฮอนด้าสีขาว จำทะเบียนรถไม่ได้ ขับมาด้วยความเร็วจากทางสถาบันบำราศนราดูร มุ่งหน้าเข้า สธ. โดยขณะนั้นนายสมชายกำลังนำกุญแจมาคล้องประตู เนื่องจากปกติจะปิดประตูดังกล่าวในช่วงเวลา 20.00 น. รถคันดังกล่าวจึงพุ่งเข้ามาอัดร่างของนายสมชายและประตูอย่างจัง จนร่างนายสมชายมุดเข้าไปใต้ท้องรถ และผู้ขับรถคันดังกล่าวยังเหยียบคันเร่งลากร่างของนายสมชายออกไปไกลประมาณ 20 กว่าเมตร ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของผู้พบเห็นเหตุการณ์

"จากสภาพของผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว สวมเสื้อสีฟ้า เปิดประตูลงจากรถด้วยสภาพเดินเซ ใบหน้าแดงก่ำ ขณะที่ รปภ.ที่ถูกชนไม่รู้สึกตัวแล้ว จึงถูกนำส่ง รพ.พระนั่งเกล้า ได้รับการผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง และจนถึงขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว โดยอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต โดยเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ทางญาติได้มาทำพิธีเรียกขวัญ" แหล่งข่าวผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่า สภาพเสาของประตูมีการแตกร้าวของปูน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกชนอย่างแรง โดยต้องนำหินไปทับไว้ที่ประตูรั้ว เนื่องจากรั้วหลุดไม่ได้สามารถล็อกได้ ขณะที่ผิวถนนยังพบร่องรอยของล้อรถยนต์ แม้จะมีการเข้ามาทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุแล้ว โดยเวลา 16.00 น. ผู้ที่เกี่ยวข้อง และ สธ.จะแถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรา 43 (2) พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือ ปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกําหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ โทษในเรื่องของการเมาแล้วขับแล้วทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 - 5 ปี ปรับ 20,000 - 100,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตฯ ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตฯ กรณีเมาแล้วขับแล้วเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 2 - 6 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 - 120,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต และหากเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 3 - 10 ปี ปรับ 60,000 - 200,000 บาทรวมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

13 พ.ย. 2560
 โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
"หมอยอร์น" สาธารณสุขนิเทศก์ยอมรับขับรถชน รปภ. พร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง ยืนยันไม่ได้ขับชนแล้วหนี รับบริเวณดังกล่าวมืด มองไม่เห็นทั้งคนทั้งประตู หากเห็นคงไม่ชน ปัดตอบเรื่องเมาแล้วขับ เรื่องคดีขอให้เป็นเรื่องของตำรวจ ด้านแพทย์เจ้าของไข้เผย รปภ.หนุ่มอาการยังวิกฤต ต้องติดตามอาการเป็นระยะ

วันนี้ (13 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางมาเยี่ยมนายสมชาย ยามดี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใน สธ. ที่หออภิบาลระบบทางเดินหายใจศัลยกรรม ชั้น 15 รพ.พระนั่งเกล้า จากกรณีถูกแพทย์รายหนึ่งขับรถชนในคืนวันที่ 10 พ.ย. 2560 จนมีอาการบาดเจ็บสาหัส ยังไม่รู้สึกตัว

เมื่อเวลา 17.10 น. พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้รับแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้ว เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุยังต้องรอผลการดำเนินคดีตามกฎหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เนื่องจากต้องเอาผลทางคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบการพิจารณาเรื่องโทษทางวินัยด้วย ทั้งนี้ เตรียมปรับเพิ่มไฟส้่องสว่างบริเวณประตูทางเข้าออกของกระทรวงสาธารณสุขให้มาก เพื่อลดอุบัติเหตุ

ด้าน นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 กล่าวว่า ตนยอมรับในสิ่งที่กระทำและผลที่ตามมา ซึ่งตนไม่ได้ตั้งใจอยากให้เรื่องเกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้ให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ได้มีการพูดคุยกับญาติว่า ตนยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนจะเป็นเรื่องไหนอย่างไรจะหารือรายละเอียดกับทางญาติคุณสมชายอีกครั้ง และการออกมายอมรับและเผชิญกับความจริงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ

นพ.ยอร์น กล่าวว่า วันเกิดเหตุขับรถเข้ามาบริเวณกระทรวงสาธารณสุขในช่วงเวลาค่ำ เพราะต้องการทะลุผ่านไปออกซอยอัคนี ซึ่งเป็นอีกด้านของกระทรวงสาธารณสุข แต่เส้นทางนี้ไม่ได้เป็นเส้นทางประจำในการขับรถ แต่ถ้าอธิบายจะเป็นเรื่องแก้ตัว เพราะประตูที่ปิดและบริเวณนั้นมืด ทำให้มองไม่เห็น ซึ่งรถคันหน้าตนได้ขับเข้าไปก่อน เมื่อตนขับแล้วเกิดเหตุแอร์แบ็กก็ระเบิด ตนจึงหยุดรถ ซึ่งในรายละเอียดในส่วนเหล่านี้จะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผมไม่ได้ขับรถมาเร็ว แต่ไม่แน่ใจว่าความเร็วเท่าไร

เมื่อถามว่าในคลิปวิดีโอจะเห็นว่ามีการขับรถชนแล้วมีการเร่งเครื่องขับไปต่อ นพ.ยอร์น กล่าวว่า ยืนยันว่าตนได้จอดรถและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ได้เป็นการชนแล้วหนีแต่อย่างใด ส่วนที่ว่าชนแล้วทำไมรถยังเคลื่อนต่อไปข้างหน้านั้น ตนตอบไม่ได้จริงๆ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การชนแล้วหนี หนีไม่ได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะขับรถได้ดื่มเครื่องอื่มแอลกอฮอล์มาก่อนหรือไม่ นพ.ยอร์น กล่าวว่า ตนได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจแล้ว ซึ่งเรื่องในส่วนที่เป็นคดีขออนุญาตให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบหรือไม่ว่าขับรถชนคนและมีคนเข้าไปอยู่ใต้รถ นพ.ยอร์น กล่าวว่า ตนคิดว่าขับรถชนประตู ไม่ทราบว่าชนคน จนกระทั่งมีคนตะโกนบอก หลังจากนั้นจึงหยุดรถและให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ ให้รถฉุกเฉินมาช่วย แต่ตนไม่ได้เข้าปฐมพยาบาลด้วยตัวเองมาก เพราะสิ่งที่คิดว่าอยากให้ทำเร็วที่สุดคือ นำผู้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

"ส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดเกิดอุบัติเหตุ ขอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยืนยันว่า ณ จุดนั้นมืดจริง จะบอกว่าชนประตู ชนคน ซึ่งผมไม่เห็นทั้งประตูทั้งคน ถ้าเห็นคงไม่ชน ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุผมไม่ได้ตามผู้เสียหายไปที่โรงพยาบาล เนื่องจากต้องไปให้การที่สถานีตำรวจ โดยข้อเท็จจริงผมก็ให้ได้เท่าที่เป็นข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องของคดีและในรายละเอียดก็ต้องเป็นเรื่องของตำรวจ" นพ.ยอร์น กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าประตูมีน้ำหนักพอสมควร เมื่อชนแล้วทำไมจึงไม่จอดรถ นพ.ยอร์น คิดอยู่ระยะหนึ่งและทวนคำถามว่า ทำไมถึงไม่จอดรถ ก่อนตอบว่า ตนไม่ได้เร่งเครื่องอะไร ยืนยันว่าไม่ใช่จะหลบหนี

นพ.สกล สุขพรหม รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า ศัลยแพทย์ระบบประสาท ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า รพ.พระนั่งเกล้าฯ ได้รับตัวผู้ป่วยเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. เศษ ได้รับการประเมินจากศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองว่าคนไข้มีเลือดออกบางๆ และมีภาวะสมองบวมเล็กน้อย จึงได้ใส่ท่อช่วยหายใจและรักษาตามอาการ ต่อมาจากการติดตามอาการเป็นระยะ ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 11พ.ย. 2560 จึงทำการเอกซเรย์พบว่า มีภาวะสมองบวมและเลือดออกมากขึ้น จึงได้ผ่าตัดเปิดกระโหลกเพื่อเอาเลือดที่คั่งออก

นพ.สกล กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยังไม่พ้นวิกฤตต้องใส่ท่อช่วยหายใจและติดตามอาการเป็นระยะ โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะสามารถย้ายออกจากห้องไอ.ซี.ยู.ได้ ส่วนบาดแผลอื่นๆ พบว่ามีปัญหากระดูกบริเวณใบหน้าต้องรอดูการตอบสนองอื่นๆ ก่อนจึงจะทำการรักษาได้ ส่วนบริเวณอื่นของร่างกายไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มีเพียงบาดแผลถลอกตามร่างกาย

13 พ.ย. 2560 18:33:00   โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
 ปรับยาปฏิชีวนะ ซึ่งยังตอบไม่ได้ว่าเกิดจากอะไรเพราะอาจเกิดจากหลังการผ่าตัด หรือมาจากการติดเชื้อก็ได้ จึงจำเป็นต้องมีการเพาะเชื้อ คาดว่า 2-3 วันจึงรู้ผล ทั้งนี้ โรงพยาบาลได้ติตตามอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องสิทธิการรักษาสามารถรักษาฟรี 72 ชั่วโมงได้

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัด สธ. กล่าวว่า จากการเยี่ยมผู้บาดเจ็บเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ตอบสนองได้ด้วยการขยับมือ ขยับนิ้ว เพียงแต่อาการอื่นๆ ยังคงที่ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จึงต้องอยู่ห้องอาร์.ซี.ยู. รพ.พระนั่งเกล้า สำหรับการดูแลช่วยเหลือ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัด สธ. ได้กำชับให้ดูแลอย่างดี ส่วนเรื่องคดีจะเป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ

เมื่อถามว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยด้วยหรือไม่ พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางคดีก่อน หากสิ้นสุดแล้วจะมีการพิจารณาว่าเกี่ยวโยงกับระเบียบราชการอย่างไรบ้าง และจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยตามระเบียบของข้าราชการพลเรือน แต่ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุด ส่วนการที่ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนควบคู่ไปนั้น เพราะต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าตำรวจก่อน หากตั้งควบคู่ก็จะเหมือนเราทำเรื่องงานแทนตำรวจ แต่หากเกิดกรณี นพ.ยอร์น หลบหนี สธ.ก็จะสามารถดำเนินการได้เลยตามระเบียบราชการ ทั้งนี้ อยากให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการทางกฎหมายใหญ่ที่สุด และการไปรับโทษทางกฎหมายถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือใครก็ไม่สามารถหนีพ้นกระบวนการทางกฎหายได้ แต่หากกระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดลง สธ.จะนำผลความผิดทางกฎหมายมาประกอบการพิจารณา และขอให้สังคมมั่นใจว่า สธ.ไม่นิ่งนอนใจหากผู้กระทำผิดหลบหนีหรือไม่รับผิดชอบเราจะดำเนินการตามระเบียบข้าราชการพลเรือนทันที ซึ่งเบื้องต้นผู้กระทำผิดก็ได้ออกมารับผิดชอบและให้ความร่วมมือกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดกรณีนี้ สธ.จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนเลยไม่ได้เหมือนกรณีข้าราชการลวนลามลูกน้อง พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า กรณีข้าราชการลวนลามเป็นคดีทางวินัย ที่ผู้บังคับบัญชาละเมิดผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นการผิดระเบียบราชการ ส่วนกรณี นพ.ยอร์นเป็นเรื่องอุบัติเหตุ จึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายก่อน เมื่อคดีสิ้นสุดจึงจะพิจารณาเรื่องวินัยราชการ

14 พ.ย. 2560 14:19:00   โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
เครือข่ายลดอุบัติเหตุ ชี้รถ "หมอยอร์น" เปิดไฟหน้า ตามหลักสามารถส่องเห็นได้ในระยะ 30 เมตร ย้ำมีลูกระนาดขนาดใหญ่อยู่ใกล้ประตู ยิ่งต้องขับช้า จะยิ่งมองเห็นทุกมิติ เว้นไม่ใส่ใจ ไม่มองทาง หรือมีอะไรทำสายตาพร่ามัว เชื่อขับรถเร็ว 30-50 กิโลเมตร จน รปภ.หลบไม่ทัน ยันทางตรงจุดเกิดเหตุไม่ได้มืดจนเกินไป

จากกรณี นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขับรถชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริเวณประตูทางเข้ากระทรวงสาธารณสุขฝั่งสถาบันบำราศนราดูร จนบาดเจ็บสาหัส โดยอ้างว่าทางมืด มองไม่เห็นทั้งคนและประตู และเมื่อชนแล้วก็คิดว่าชนแค่ประตูไม่ได้ชนคน ขณะที่สังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าทางไม่น่าจะมืดถึงขั้นมองไม่เห็น

วันนี้ (14 พ.ย.) นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า ตามปกติแล้วจุดเกิดเหตุดังกล่าวไม่สามารถใช้ความเร็วได้มาก เนื่องจากมีลูกระนาดอยู่ ส่วนใหญ่รถจึงวิ่งได้ช้า ประกอบกับหากมีการเปิดไฟหน้ารถย่อมสามารถมองเห็นได้ทุกมิติแน่นอน ยกเว้นว่าไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้มองทาง หรือมีอะไรมาทำให้สายตาพร่ามัวหรือไม่ ทั้งนี้ ตามหลักทางวิศวกรรมแล้ว ไฟหน้ารถสามารถช่วยให้มองเห็นได้ในระยะ 30 เมตร ดังนั้น เมื่ออยู่หลังพวงมาลัยก็ต้องใส่ใจเส้นทางที่ตนเองขับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นหลักหรือเส้นรองหรือเป็นถนนที่เคยชินหรือไม่ก็ตาม

"เท่าที่ดูจากคลิปกล้องวงจรปิดขณะรถชน ก็พบว่าไฟหน้ารถส่องสว่างจ้า สภาพรถถือว่าดีหมด จึงไม่แน่ใจว่าในขณะนั้นคุณหมอได้ละสายตาไปทำอะไรหรือไม่ เพราะไฟส่องสว่างของหน้ารถย่อมต้องมองเห็นแน่นอน ซึ่งหลายคนก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าคนขับเป็นปกติหรือไม่ เพราะถ้ายังมองถนน สติอยู่ในวิสัยของคนขับรถทั่วไป ก็น่าจะต้องมองเห็น" นายพรหมมินทร์ กล่าว

นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า ความเร็วในการขับรถบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุไม่ควรเกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากมีลูกระนาดขนาดใหญ่ สูง 5 เซนติเมตร ซึ่งหากขับรถเร็วกว่านี้จะกระดอน และหากขับในระยะ 20 กิโลเมตรจริง คนหรือ รปภ.น่าจะหลบได้ทัน จึงเชื่อว่ารถขับมาด้วยความเร็วอาจจะ 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะ รปภ.ไม่สามารถหลบทันได้ และเนื่องจากเวลาดังกล่าวเป็นช่วงประมาณ 20.00 น. รถก็มีน้อยมาก จึงเป็นไปได้ว่าจะมีการขับรถด้วยความเร็ว ซึ่งหากคนมีสติทั่วไปน่าจะไม่กล้าขับเร็วอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าทางบริเวณดังกล่าวมืดจริงหรือไม่ นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า จากที่เคยใช้เส้นทาง ในความคิดส่วนตัวมองว่าเส้นทางไม่ถึงกับมืด ส่วนการอ้างว่าทางมืดแล้วเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจริงๆ แล้วรถก็มีไฟหน้าเมื่อจำเป็นต้องผ่านที่มืดก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่หรือไม่ที่จะต้องเปิดไฟหน้ารถ ซึ่งจากที่เห็นในคลิปรถก็เปิดไฟหน้าอยู่แล้ว

14 พ.ย. 2560 14:18:00   โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
ปลัด สธ.ตั้ง คกก.สืบข้อเท็จจริง "หมอยอร์น" ขับรถชน รปภ. ลั่นให้การดูแลผู้บาดเจ็บและภรรยาที่ทำงานใน สธ.อย่างดีที่สุด พร้อมเพิ่มไฟส่องสว่างประตูเข้าออก เปลี่ยนสีประตูรั้วเป็นสีสะท้อนแสง

วันนี้ (14 พ.ย.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และโฆษก สธ. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณี นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 ขับรถชน รปภ.อาการสาหัส ว่า นพ.เจษฎา  โชคดำรงสุข ปลัด สธ. ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นคนของ สธ. และเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนราชการ พร้อมกำชับทีมแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้าดูแล รปภ.ผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด ได้รับรายงานว่าเช้าวันนี้ รู้สึกตัว สามารถทำตามคำสั่งแพทย์ได้ สัญญาณชีพคงที่ ยังใช้เครื่องช่วยหายใจ มีไข้ แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะ ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู และจะดูแลภรรยาที่ทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขด้วยเช่นกัน

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สธ.ได้เพิ่มไฟส่องสว่างที่ประตูทางเข้า-ออกทุกประตู และตัดแต่งต้นไม้ รวมทั้งได้สำรวจแก้ไขบริเวณจุดเสี่ยงอื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณประตูทางเข้า-ออก ด้านสถาบันบำราศนราดูรที่เป็นจุดเกิดเหตุ ยอมรับว่าค่อนข้างมืด และประตูโปร่งสีเข้มกลืนกับความมืด จะต้องมีการปรับปรุงให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น เป็นสีสะท้อนแสง

14 พ.ย. 2560 15:40:00   โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
"หมอแท้จริง" มูลนิธิเมาไม่ขับยื่น รมว.สธ.ตั้งสอบวินัย "หมอยอร์น" ขับรถชน รปภ. อย่าให้เมาไม่ขับตายลงทั้งที่ สธ.เป็นผู้เริ่ม หนุน ตร.แจ้งข้อหาเมาแล้วขับ เหตุไม่ยอมเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์

วันนี้ (14 พ.ย.) นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เดินทางมายื่นหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อให้ สธ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 สธ.ที่ขับรถชน รปภ.ใน สธ.จนมีอาการสาหัส โดยมีทีมงานเลขานุการ รมว.สธ.เป็นผู้รับหนังสือแทน

นพ.แท้จริง กล่าวว่า จากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นพบว่า เป็นแพทย์ระดับสูงซึ่งอาจเมาแล้วขับและขับชนอ รปภ.ของ สธ. ที่สำคัญคือไม่ลงไปช่วยเหลือ และยังขับคร่อมร่างลากไปอีกกว่า 20 เมตร และปฏิเสธการตรวจแอลกอฮอล์ของตำรวจ จึงตั้งใจมายื่นหนังสือถึง รมว.สธ.ให้ตั้งสอบวินัยแพทย์รายนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา สธ.ดำเนินการไว้ดีมาก อย่างเรื่องของคลิปข้าราชการ สธ.ลวนลามลูกจ้างก็ยังตั้งสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งเรื่องนี้ถ้าเป็นจริงยิ่งกว่าร้ายแรง และไม่รู้ว่าคนไข้จะเสียชีวิตหรือไม่ และจากการดูคลิปวีดีโอจะตั้งข้อหาการขับรถว่า เจตนาฆ่าได้หรือไม่ เพราะคลิปวีดีโอที่ปรากฏจะอ้างว่าแอร์แบ็กหรือถุงลมนิรภัยระเบิดนั้นไม่ได้ เพราะขนาดชนจนแอร์แบ็กระเบิดยังไม่ลงไปช่วยไม่ได้

"คนถูกชนเป็น รปภ.ใน สธ. ส่วนคนขับเป็นแพทย์ของ สธ. ซึ่ง สธ.เป็นผู้ริเริ่มโครงการเมาไม่ขับมาตั้งแต่แรก จึงไม่ควรปล่อยให้เรื่องเมาไม่ขับตายลงที่นี่ ส่วนกรณีการปฏิเสธการเป่าตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ทางตำรวจก็มีไม้แข็ง คือแจ้งข้อหาเมาแล้วขับได้เลย แล้วหาพยานแวดล้อมไปส่งฟ้อง ซึ่งหากบริสุทธิ์ใจจริง ไม่เมาจริงก็ควรให้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ เพราะการเป่าจะช่วยพิสูจน์ได้" นพ.แท้จริง กล่าว

นพ.แท้จริง กล่าวว่า จริงๆ กฎหมายเรื่องการตรวจวัดแอลกอฮอล์ถือว่าดีอยู่แล้ว แต่อยากให้ปรับแก้เล็กน้อยตรงที่ว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีคนเจ็บหรือตาย การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ให้เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรแก้ไขให้เป็นเมื่อเกิดอุบัติเหตุควรให้ตรวจทุกคน ไม่ต้องใช้ดุลพินิจ หากไม่ยินยอมตรวจก็ให้แจ้งเมาแล้วขับ

14 พ.ย. 2560 16:25:00   โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
สธ.ตั้ง "หมอณัฐวุฒิ" ผู้ตรวจราชการ ประธานสอบข้อเท็จจริง "หมอยอร์น" ขับรถชน รปภ. พร้อมฟระสาน กฟน.ติดตั้งเพิ่มไฟส่องสว่างทุกประตูเข้าออก ทาสีสะท้อนแสงประตูรั้วทั้งหมด ยกเว้นฝั่งสถาบันบำราศนราดูร ที่ต้องรอจนคดีสิ้นสุด

วันนี้ (15 พ.ย.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และโฆษก สธ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 ขับรถชนเจ้าหน้าที่ รปภ.ในกระทรวงสาธารณสุข ว่า นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัด สธ. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มี นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เป็นประธาน และมอบให้ตนรับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยในวันนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายอาคารสถานที่ เร่งดำเนินการเพิ่มความปลอดภัยด้านการจราจรภายใน สธ. เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดย 1.ประสานการไฟฟ้านครหลวงเขตนนทบุรี สำรวจ ออกแบบ ติดตั้งไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มไฟส่องสว่างทุกประตูทางเข้า-ออก ตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้สายไฟฟ้า เพื่อไม่ให้บดบังแสงไฟ เพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 2.ได้ทาสีสะท้อนแสงบนประตูรั้วเดิมที่เป็นสีเขียวเข้ม เพื่อให้เห็นชัดเจน ยกเว้นประตูด้านสถาบันบำราศนราดูรจะต้องรอจนกว่าคดีสิ้นสุด

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า สธ.ได้ให้การดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด และยินดีให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ดี ขอให้บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข และประชาชนที่ใช้ทางผ่านกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมหมวก/คาดเข็มขัดนิรภัย ลดความเร็วเมื่อขับขี่ในเขตชุมชน (city limit)

15 พ.ย. 2560 15:25:00   โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 16 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ น.ส.ทราย เจ้าของร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อร้าน ปู่ ย่า ตา ยาย หมู่ 4 ซอยบ้านไทรม้า ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี สอบถามเกี่ยวกับ นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศน์เขต 12 กระทรวงสาธารณสุข ที่เดินทางมาทานอาหารที่ร้านดังกล่าว เมื่อบ่ายวันที่ 10 พ.ย.60 ก่อนเกิดเหตุขับรถชนประตูกระทรวงสาธารณสุข และทับร่าง รปภ.ลากไปไกลกว่า 20 เมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีประเด็นว่าในช่วงบ่ายวันเกิดเหตุ นพ.ยอร์น ดื่มสุราหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน

จากการสอบถาม น.ส.ทราย เจ้าของร้านอาหารดังกล่าว ทราบว่าวันที่ 10 พ.ย.60 เวลาประมาณ 14.00-15.00 น. ชายที่ปรากฏในข่าวซึ่งตนจำหน้าได้ และทราบชื่อภายหลังว่าคือ นพ.ยอร์น ได้เดินทางมาทานอาหารที่ร้านกับผู้หญิงอีกหนึ่งคน อายุประมาณ 30-40 ปี แต่จำไม่ได้ว่ามีบุคคลอื่นมานั่งที่โต๊ะเพิ่มหรือไม่ ทั้งสองได้นั่งโต๊ะริมสุดติดแม่น้ำ และสั่งอาหารปกติ 3-4 อย่าง รวมทั้งสั่งโซดาและน้ำเปล่าอย่างละประมาณ 5-6 ขวด ซึ่งเขาได้นำสุรามาเองและมาเปิดที่ร้าน จากนั้นนั่งอยู่ ประมาณ 3 ชม. ก็ออกจากร้านไปประมาณ 18.00 น.คือท้องฟ้ามืดแล้ว ลักษณะของเขาก็ปกติดีไม่ได้แสดงอาการมึนเมา แต่ไม่ทราบว่าเขาขับรถยนต์อะไรมาและไปไหนต่อ สาเหตุที่จำได้เพราะเขามาบ่อยประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะมาทานอาหารและดื่มสุราบ้าง

16 พ.ย. 2560 20:47:00   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม
https://mgronline.com/crime/detail/9600000116119

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
ปภ.ขอสังคมอย่าเพิ่งตัดสิน "หมอยอร์น" จนกลายเป็นจำเลย ขอให้ฟังความรอบด้าน ชี้ปล่อยให้เป็นเรื่องคดีความ และแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการ และใช้เป็นบทเรียนระมัดระวังเรื่องการขับรถ

จากกรณี นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขับรถชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่กระทรวงสาธารณสุข จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากกรณีของ นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 ขับรถชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ถือเป็นบทเรียนที่บุคคลสาธารณะต้องระมัดระวังเรื่องของการขับรถ ซึ่งแน่นอนว่าการขับรถชนคนนั้นถือว่าทำผิด แต่ขณะนี้สังคมกำลังทำให้ นพ.ยอร์น กลายเป็นจำเลย ซึ่งจริงๆ แล้วก็ต้องให้โอกาสทาง นพ.ยอร์น ได้พูดบ้าง ต้องฟังอย่างรอบด้าน ส่วนที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง ก็เป็นมุมหนึ่งที่สามารถคิดได้ เพราะผิดวิสัยของคนที่เมื่อรถชนแล้วจะต้องลงมาดู แต่กลับมีการเร่งเครื่องเพื่อไปต่อ แต่มองว่าให้เป็นเรื่องของคดีดีกว่าหรือไม่ ก็ต้องให้โอกาส นพ.ยอร์น ได้แก้ข้อกล่าวหา

นายกอบชัย กล่าวว่า จากที่สื่อได้มีการไปเปิดเผยที่มาว่า นพ.ยอร์น มีการไปดื่มก่อนที่จะมาขับรถนั้น โดยปกติแล้วหากคนที่ดื่มจนเมาบางครั้งเมื่อเกิดการกระแทกก็อาจไม่รู้ตัวได้ ซึ่งก็อาจเป็นเรื่องจริงที่ไม่รู้ว่าชนคน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องไปพิสูจน์ในการแก้ข้อกล่าวหา แต่เรื่องทั้งหมดก็ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวัง

17 พ.ย. 2560
 โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
ปลัด สธ.มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว รปภ.ถูกหมอขับรถชน พร้อมลงนามคำสั่งให้ "หมอยอร์น" มาทำงานส่วนกลาง เพื่อสะดวกต่อการสอบข้อเท็จจริง ด้านภรรยาและพี่ชายยันไม่เคยถูกข่มขู่ เตรียมทำข้อตกลงเรื่องความเสียหาย

วันนี้ (17 พ.ย.) นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล  วิปุลากร รองปลัด มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนายสมชาย ยามดี หรือนัด พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ถูก นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 ขับรถชน โดยอยู่ระหว่างพักรักษาตัวที่ รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี แก่นางจำปี ศรีโพธิ์ทอง ภรรยา และนายชัยรณงค์ นาคไทย พี่ชาย เพื่อเป็นการแสดงความช่วยเหลือในเบื้องต้น

นพ.เจษฎา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนดูแลครอบครัวเบื้องต้น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างที่ รปภ.คุณสมชาย ยามดี ฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ นอกเหนือจากเรื่องรักษาพยาบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้ดูแลอย่างเต็มที่และดีที่สุด โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ได้รายงานอาการผู้บาดเจ็บทุกวัน ทราบว่า อาการดีขึ้นโดยลำดับ ในวันนี้ยังมีไข้ ได้ให้ยาฆ่าเชื้อ พร้อมวางแผนกายภาพบำบัดต่อไป รมว.สาธารณสุขได้แสดงความห่วงใย และสั่งกำชับให้ดูแลนายสมชายให้ดีที่สุด และให้มีการรายงานอาการทุกวัน

นพ.เจษฎา กล่าวว่า ในวันนี้ได้พิจารณาให้ นพ.ยอร์น เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลาง ในกลุ่มที่ปรึกษาระดับกระทรวง สำนักวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อความสะดวกในระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย รมว.สาธารณสุข ได้กำชับให้ดำเนินการสืบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นที่สังคมให้ความสนใจให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ซึ่งการสืบข้อเท็จจริงเป็นการทำคู่ขนานไปกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผลออกมาอย่างไร ก็จะดำเนินการตามระเบียบของทางราชการต่อไป พร้อมปฏิเสธไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี หรือมีส่วนเข้าไปเจรจาทางคดีของนพ.ยอร์น

“ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ในเรื่องคดีทุกอย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ จากการพูดคุยกับภรรยาและญาติผู้บาดเจ็บ ทราบว่า คุณหมอคู่กรณีไม่ทอดทิ้ง เข้าไปรับผิดชอบ ดูแลเต็มที่ ไม่มีการข่มขู่ใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งญาติค่อนข้างพอใจ และจะพูดคุยในรายละเอียดอีกครั้ง หลังจากผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้น” นพ.เจษฎา กล่าว

ด้านนางจำปี กล่าวว่า ลึกๆดีใจที่ นพ.ยอร์นยอมรับผิด และยินดีรับผิดชอบและให้การช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งตลอดที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครเข้ามาข่มขู่ และนพ.ยอร์น ยังได้ดูแลครอบครัวอย่างดี ซื้อรถเข็นให้กับมารดานายสมชายอีกด้วย ส่วนตัวเองทุกวันนี้ จะใช้เวลาช่วงเย็นไปเยี่ยมนายสมชาย ซึ่งนายสมชายเองก็มีการตอบสนองดีขยับตัว ลูกเลี้ยงของนายสมชายซึ่งเป็นบุตรสาวฝาแฝดก็อยากไปเยี่ยมพ่อเหมือนกันแต่ติดที่แพทย์ไม่อนุญาต ขณะนี้ยังไม่หมดกังวล ขออย่างเดียวให้สามีหายกลับมาเป็นเหมือนปกติเท่านั้น

นายชัยรณรงค์ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุมา นพ.ยอร์นไม่เคยข่มขู่ และในเร็วๆ นี้ทางครอบครัวก็จะมีการทำข้อตกลงรับผิดชอบความเสียหายกับ นพ.ยอร์น ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายสมชายเหมือนเป็นเสาหลักของครอบครัว และในวันนี้เมื่อช่วงเช้าตนก็ได้ไปเยี่ยมนายสมชายมา ทราบว่า มีอาการติดเชื้อ และหากอาการไม่ดีขึ้นแพทย์จะทำการเจาะคอ เพื่อช่วยหายใจ และดูดเสมหะ ตอนนี้ได้แต่ขอให้น้องชายอาการดีขึ้น

17 พ.ย. 2560
 โดย: MGR Online

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6509
    • ดูรายละเอียด
ประชุมสอบข้อเท็จจริง “หมอยอร์น” เมาแล้วขับชน รปภ. กว่า 4 ชั่วโมง ไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอหลังปีใหม่ เล็งขอข้อมูลตำรวจเพิ่ม ด้าน รปภ. อาการดีขึ้นมาก เตรียมกลับบ้านพรุ่งนี้

วันนี้ (28 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขับรถชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งมี นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และนิติกรกลุ่มเสริมสร้างวินัยและคุณธรรม เป็นประธาน ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ผลการสอบในวันนี้ ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากยังมีข้อขัดแย้งกันอยู่ในส่วนของความเห็นกรรมการ ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยหลังปีใหม่ 2561 จะไปขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาประกอบหลักฐานการสอบวินัย เพราะตามหลักการสอบวินัยข้อมูลต้องมีความสอดคล้องกันทั้งวินัยและอาญา โดยขณะนี้การสอบดูในเรื่องกรอบว่าเมาหรือไม่เมา ทำไมถึงไม่เป่า 2 ประเด็นนี้ก็ยังมีข้อถกเถียงว่าไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส จึงต้องนำข้อมูลจากทางตำรวจมาพิจารณาร่วม เชื่อว่า ไม่สายจนเกินไป สามารถนำมาพิจารณาได้ สำหรับการสอบที่ผ่านมา มีการคุยไปแล้วทั้งหัวหน้า รปภ. เพื่อน รปภ. ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งทั้งหมดจะนำส่งต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

นพ.สกล สุขพรหม รอง ผอ.รพ.พระนั่งเกล้า ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ นายสมชาย ยามดี หรือ นัด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ถูกรถชน กล่าวว่า ขณะนี้นายสมชายอาการดีขึ้นมาก พูดคุย โต้ตอบรู้เรื่อง สามารถเดินเองได้ แต่มีอาการอ่อนแรงเล็กน้อย โดยวันที่ 29 ธ.ค. เตรียมให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน

28 ธ.ค. 2560  โดย: MGR Online