ผู้เขียน หัวข้อ: พนักงาน ขสมก.เก็บเงินล้านกว่าบาทคืนเจ้าของ ได้สินน้ำใจเป็นขนม 2 ห่อ  (อ่าน 271 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6561
    • ดูรายละเอียด
นางสุมน ทิดุล อายุ 50 ปีพนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทางสาย ปอ.511 เส้นทางสายใต้ใหม่–ปากน้ำ เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เพื่อขอให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าได้ส่งมอบกระเป๋าเป้ ที่มีเงินสดภายใน1 ล้าน 1 แสน 2 หมื่นบาท คืนให้กับชายเจ้าของกระเป๋าซึ่งเดินทางมาพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นางสุมน เล่าว่า ขณะ ทำความสะอาดรถ ก็พบกระเป๋าเป้ และได้นำไปมอบให้นายท่าประจำอู่ตรวจสอบ จากนั้นนายท่าได้เรียกนางสุมน มาเป็นพยานว่าในกระเป๋ามีเงินจำนวนดังกล่าวอยู่ ระหว่างนั้นเจ้าของกระเป๋าเดินทางมาที่อู่ และได้นำหลักฐานสมุดบัญชีเงินฝากซึ่งมีรายการถอนเงินตามจำนวนในกระเป๋ามารับเงินคืน นายท่าจึงแนะนำให้ไปส่งมอบเงินกัน ที่สถานีตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน

ตำรวจจึงให้ทั้งสองคนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่เจ้าของเงินได้มอบขนม 2 ถุงเป็นสินน้ำใจให้กับนางสุมน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

23 กรกฎาคม 2560
https://www.thaich8.com/news_detail/41960/%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%82%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1-2-%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%AD

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6561
    • ดูรายละเอียด
คุณหมอเจ้าของเงิน โทร. ขอโทษ หลังดราม่าสนั่นเน็ตเก็บเงินล้านได้ แต่ให้ขนม 2 ถุง บอกต้องนำเงินไปใช้หนี้ ขณะที่กระเป๋ารถเมล์ บอกเข้าใจ...ใจเขาใจเรา ด้านข้อกฎหมายชี้ สามารถฟ้องร้องเรียกค่าสินน้ำใจได้

          เป็นข่าวดีที่ได้รับเสียงชื่นชมไปทั่ว สำหรับกรณีที่พนักงานเก็บค่าโดยสาร หรือกระเป๋ารถเมล์ สาย ปอ.511 เก็บกระเป๋าผู้โดยสาร ที่มีเงินสดอยู่กว่า 1,120,000 บาท ส่งคืนถึงมือเจ้าของ พร้อมกับได้รับขนม 2 ถุงเป็นสินน้ำใจ แต่แล้วเรื่องนี้ก็ไม่วายเกิดดราม่าในโลกออนไลน์ เพราะชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยมองว่า การเก็บเงินล้านได้ ทางเจ้าของน่าจะมอบสินน้ำใจให้มากกว่าขนมแค่ 2 ถุง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด (24 กรกฎาคม 2560) ทางรายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV ได้ไปสัมภาษณ์ คุณสุมน มทิดุลย์ อายุ 50 ปี กระเป๋ารถเมล์ สาย ปอ.511 ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ตอนที่เจอก็กลัว กลัวว่าจะเป็นระเบิด แต่พอเปิดซิปด้านหน้าดูพบว่ามีขนมขบเคี้ยว 2 กล่อง และเมื่อเปิดดูข้างในพบว่าเป็นเงินล้าน ตอนนั้นก็อยากคืนเจ้าของ เพราะคิดว่าเขาต้องร้อนใจแน่ ๆ พอเขามารับคืน เขาก็กล่าวขอบคุณและให้ขนม 2 กล่องนั้นเป็นสินน้ำใจ ตนก็เอาไปให้ลูก และที่ไม่ได้เรียกเงินสินน้ำใจ เพราะไม่ได้คิดแบบนั้นเลยจริง ๆ ต่อมาเขาก็โทรศัพท์มาบอกว่า ขอโทษที่ไม่ได้ให้สินน้ำใจ เขาจะนำเงินไปใช้หนี้

 "พี่เข้าใจอยู่ พี่ก็เป็นหนี้เหมือนกัน อกเขาอกเรา ก็เหมือนกันอะ ถ้าเงินพี่หาย 500 พี่ยังร้องไห้เลย แล้วถ้าอย่างนี้ เขาก็บอกว่าเขามีความจำเป็นจริง ๆ เงินที่เขาได้มา ถึงเขาจะเป็นหมอแต่เขาต้องไปใช้หนี้ให้กับครอบครัว แล้วยังไม่พอด้วย" คุณสุมน กล่าว

          ขณะเดียวกัน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ เผยข้อกฎหมายว่า ผู้ที่เก็บของคนอื่นได้ จะต้องได้รับค่าตอบแทนตามที่กฎหมายกำหนดคือ 10% ของมูลค่าของไม่เกิน 30,000 บาท (30,000 บาท จะได้ 3,000 บาท) แต่หากมูลค่าของที่เก็บได้เกิน 30,000 บาท จะต้องบวกส่วนต่างเพิ่มอีก 5% เช่น เก็บเงินได้ 50,000 บาท จะได้รับค่าตอบแทน 10% ในเงิน 30,000 บาทแรก และอีก 5% จากส่วนต่าง คือ 20,000 บาทหลัง โดยมีข้อกำหนดภายใน 3 วัน ผู้ที่เก็บได้ต้องไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ดี ทนายสงกานต์ ระบุว่า การนำข้อกฎหมายนี้ออกมาเผยแพร่นั้นไม่ได้อยากเป็นการชี้ช่องให้เรียกรับเงิน แต่อยากส่งเสริมให้คนทำดีเยอะ ๆ แล้วคนทำดีก็น่าจะมีสิ่งตอบแทน ส่วนที่เป็นประเด็นดราม่าก็ฝากเจ้าของเงินกลับไปคิดว่ามันพอต่อค่าน้ำใจหรือไม่ เพราะตามกฎหมายแล้วนั้นกระเป๋ารถเมล์สามารถฟ้องเรียกค่าสินน้ำใจได้ แต่เชื่อว่าคนทำดีก็คงไม่มีใครคิดอยากฟ้องร้องแน่นอน

https://hilight.kapook.com/view/157201

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6561
    • ดูรายละเอียด
#ความจริงอีกมุมจากหมอที่อ้างว่าลืมเงินล้านไว้บนรถเมล์
#หรือนี่จะคือเหยื่อที่ถูกสื่อทำลายคนใหม่

 คำแถลงของหมอที่ลืมเงิน เป็นคนละเรื่องกับข่าวเลย คนในข่าวคือผมเอง แต่เนื้อหาในข่าวบิดเบือนจากความจริงไปมาก

ความจริงคือผมลืมกระเป๋าไว้ในรถจริงเพราะถือกระเป๋ามาหลายใบและขณะลงรถกำลัง คุยโทรศัพท์อยู่ เป็นความสะเพร่าจริงๆ แต่พอลงจากรถก็นึกได้และเรียกแทกซี่ตามไปทันทีใช้เวลาประมาณ5นาทีห่างจากที่ ลงจากรถ ถัดมาบนแทกซีประมาณ2นาที ผมโทรไปคอลเซนเตอร์ของขสมกให้ช่วยแจ้งพนักงานขับรถและ จนทเก็บค่าโดยสารให้ช่วยเก็บกระเป๋าไว้ให้ และช่วยประสานงานกับทางอู่ปลายทางให้ช่วยเก็บกระเป๋าไว้โดยไม่ได้บอกว่าภายใ นกระเป๋ามีอะไร

ระยะห่างจากจุดที่ลืมไว้ถึงอู่ประมาณ8กิโล ก่อนถึงอู่ประมาณ1กิโลเริ่มจับสัญญาณว่ามีคนเปิดipadในกระเป๋า ตำแหน่งอยู่ที่อู่รถ พอไปถึงพบว่ากระเป๋าอยู่ที่อู่รถ มีเจ้าหน้าที่ปล่อยคิวรถกำลังลื้อค้นกระเป๋าอยู่ รวมถึงแกะซองเงินภายในออกมาดูด้วยโดยไม่ทราบว่าเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ ผมแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของและขอกระเป๋าคืน เจ้าหน้าที่อู่แจ้งว่าพนงเก็บเงินเป็นคนเอามาฝากไว้โดยที่ไม่ทราบว่าข้างในเ ป็นอะไร บอกว่าหนักๆมีคนลืมไว้ เป็นไปตามระบบที่จะต้องเอาของไปฝากไว้ที่อู่

ตอนแรกแกะออกมาเจอขนม พนงเก็บเงินยังบอกว่าวันนี้มีขนมให้ลูกที่บ้านกินแล้ว แล้วก็เดินออกไปจากบริเวณ พนงอู่เห็นว่ากระเป๋ายังหนักอยู่ เลยรื้อค้นกระเป๋าต่อ จึงเจอซองใส่เงิน บอกว่าไม่ทราบว่าเป็นอะไร คลำจากข้างนอกคิดว่าเป็นเงินเลยลองเปิดดูพบว่าเป็นเงินจริงๆ แต่พนงที่อู่ขอโทษที่ถือวิสาสะลื้อคนกระเป๋าโดยให้เหตุผลว่าเพื่อตรวจดูเพื่ อความปลอดภัย ผมไม่ค่อยโอเคที่ถูกรื้อกระเป๋า แต่เหตุผลพอเข้าใจได้ นับเงินแล้วยังอยู่ครบก็ไม่ได้ติดใจอะไร

#ความเป็นจริงคือ

1 พนงเก็บเงินที่นำส่งไม่รู้ว่าของในกระเป๋าเป็นอะไรก่อนส่งให้อู่

2 ผมเป็นคนไปเอาคืนด้วยตัวเองที่อู่ ไม่ได้มีคนเอากระเป๋ามาคืน หรือนำไปส่งสถานีตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ ผมรู้ว่าลืมแทบจะทันที และได้แจ้งคอลเซนเตอร์แทบจะทันทีหลังจากนั้นและก่อนกระเป๋าเดินทางถึงอู่ ความเป็นจริง อู่ไม่มีสิทธิในการรื้อค้นกระเป๋าเพราะผมแจ้งอยู่แล้วว่ากำลังจะไปเอา ถ้าเพื่อความปลอดภัยที่อ้าง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจค้น ไม่ใช่รื้อค้นด้วยตัวเอง แต่เงินที่ได้ยังอยู่ครบเลยไม่ได้ติดใจอะไร ขนม2ถุงคือให้เป็นสินน้ำใจในขั้นตอนนี้ที่ได้ยินว่าพนงบอกว่าคืนนี้ลูกที่มี ขนมกินแล้ว และมันเป็นคนละเรื่องกับการเก็บของมีค่าได้แล้วนำส่งเจ้าของเองหรือนำส่งเจ้ าหน้าที่ตำรวจซึ่งควรได้รับสินน้ำใจตอบแทน

อย่าหลงประเด็นกับการบิดเบือนข้อเท็จจริงของสื่อ
ถ้าคุณลืมกระเป๋าไว้ที่สนามบิน มีเจ้าหน้าที่สนามบินซึ่งปฏิบัติงานอ ยู่ในพื้นที่รับผิดชอบพบและนำไปเก็บไว้ที่ Lost & Found
คุณตามไปเอาของที่ Lost & Found ด้วยตนเอง
คุณจำเป็นหรือไม่ที่ต้องเปิดกระเป๋าให้ Lost & Foundดู เพื่อให้สินน้ำใจที่เหมาะสมกับมูลค่าของในกระเป๋า

และสุดท้ายเจ้าหน้าที่สนามบินหรือ Lost & Found มีสิทธิถือวิสาสะเปิดดูของในกระเป๋าคุณหรือไม่ ถ้าเหตุผลเพื่อความปลอดภัยควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหรือควรเปิดค้นดูด้วยตนเอง

ผมเอาสำเนาประชาชนยื่นให้เพื่อรับของคืน พร้อมลงบันทึกว่าของในกระเป๋ามีอะไรบ้างซึ่งต้องระบุจำนวนเงิน พนักงาน ขสมก จึงรู้จำนวนเงินจากตอนนี้ เห็นว่าเป็นเงินจำนวนมาก เลยอยากให้ถ่ายภาพและสัมภาษณ์เป็นเหตุการณ์ไว้เป็นการโปรโมทองค์กร ผมไม่ค่อยสะดวกเพราะตอนนี้เริ่มมีคนรู้ว่าเงินอยู่กับตัวเยอะ แต่เห็นว่าไหนๆก็ได้ของคืนครบ จึงไม่ได้ขัดข้องแต่ขอว่าไม่ประสงค์ให้รูปภาพหรือข้อมูลส่วนตัวปรากฎในข่าวหรือสื่อที่จะใช้โปรโมท

ยังไม่พอ จนท ขสมกขอร้องให้ช่วยเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สน ไว้ด้วย ผมแจ้งว่าไม่สะดวก แต่ จนท ขอร้องให้ไปให้ได้ ก็เลยยอมไป
ที่สน ตำรวจเห็นเงินเยอะเลยสอบถามว่าเป็นใคร อาชีพอะไร ทำไมขนเงินเยอะ กำลังเอาเงินไปทำอะไร เลยต้องบอกข้อมูลส่วนตัวไป มีคนถ่ายรูปที่ สน ได้แจ้งว่าไม่ประสงค์จะให้มีรูปหรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆปรากฏในข่าวต่อหน้าตำ รวจอีกครั้ง บันทึกประจำวันก็ระบุชัดว่า พนงเก็บเงินเอากระเป๋าไปที่อู่โดยไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร และเราเป็นคนไปเอาของคืนที่อู่ด้วยตนเอง พอออกจาก สน ก็แยกย้ายกันไป
แล้วข่าวก็ออกมาตามพาดหัว รูปภาพ และข้อมูลส่วนตัวต่างๆดังปรากฏ ด้วยจรรยาบรรณอันเปี่ยมล้นของสื่อไทย

จริงๆมีการติดต่อXXXออนไลนสื่อเจ้าแรกหลังจากนั้นด้วย ผมโทรขอร้องให้ช่วยลบข้อมูลระบุตัวตนส่วนตัวออก ทางโน้นบอกลบไม่ได้ ขอไปขอมาว่าข้อมูลที่คุณลงทำให้ผมลำบาก และผมแจ้งก่อนแล้วว่าไม่ยินยอมให้เปิดเผย ทางนู้นบอกงั้นขอข้อมูลเพิ่มไปลงพาดหัวข่าวใหม่ต่อแล้วจะแก้ให้ ผมไม่ตกลง เลยต่อรองว่าขอลงเป็นข้อความที่ผมกำหนดสั้นๆแต่พาดเรื่องต้องเป็นเรื่องความดีของจนท ทางโน้นบอกตกลง

สุดท้ายคือเอาข้อความที่ผมส่งให้ไปแต่งเพิ่มเติมเอง แล้วลงพาดหัวเฉพาะเรื่องผม และไม่แก้ข้อความเดิมตามที่ตกลง โทรไปอีกทีบอกลงข่าวให้เป็นตามความต้องการของผมแล้วไง จะเอาไรอีก ไม่ได้สัญญาว่าจะแก้ข้อความเก่าให้

Cr. Thai Clinic


https://www.facebook.com/queentogetherisone/posts/1025299234239911:0
28กค2560

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6561
    • ดูรายละเอียด
เมื่อครู่นี้ดูข่าวช่อง MCOT HD  มีข้อมูลน่าสนใจมาฝากครับ  ตามภาพล่างนี้  ทางทีมข่าวได้สรุปมาให้ดูว่า
หากเราเก็บเงินได้ 1 ล้าน  เราสามารถขอรับค่าตอบแทนได้  โดยบัญญัติใว้เป็นกฏหมายด้วย

จากภาพด้านบนนี้  หากเอาตามความในกฏหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 1323  เมื่อเก็บของตกหายได้
ผู้ที่เก็บของตกหายได้มีหน้าที่ตามประมวลกฎหมาย ฯ ดังกล่าว  ดังนี้ครับ

1. ส่งมอบของนั้นแก่เจ้าของ หรือ  ผู้ที่มีสิทธิจะได้รับของนั้น
2. แจ้งให้เจ้าของ หรือ ผู้ที่มีสิทธิได้รับของนั้นโดยเร็ว
3. ส่งมอบของนั้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจ  หรือ  พนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ภายใน 3 วัน
    และแจ้งถึงพฤติการณ์ หรือ เบาะแสที่ทราบ  เพื่อเป็นเครื่องช่วยในการตามหายตัวเจ้าของหรือผู้มีสิทธิได้รับของนั้น

ถ้าไม่ทราบตัวเจ้าของ หรือ ผู้ที่มีสิทธิได้รับของนั้น  ก็ให้ทำตาม ข้อ 3.  คือส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานตำรวจ
หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ๆ  อีกทั้งผู้ที่เก็บของตกหายได้ต้องรักษาของนั้นไว้ด้วยความระมัดระวัง

สิทธิได้รับรางวัล จากเจ้าของหรือผู้ที่มีสิทธิได้รับของนั้น  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1324
คือ  เรียกเอารางวัลจากผู้ที่เป็นเจ้าของหรือผู้ที่มีสิทธิได้รับของนั้น เป็นจำนวนร้อยละ 10 แห่งค่าของ จาก 30,000.- บาท
(เช่น  ทรัพย์สินมีค่า 30,000 บาท  ผู้เก็บได้จะได้รางวัล 3,000 บาท)  และหากทรัพย์สินนั้นมีราคาสูงกว่า 30,000.- บาท
ให้คิดเอาอีกร้อยละ 5 ของมูลค่านั้นได้ .... คำนวณแล้วก็คือตามภาพบนนั่นเองครับ


ก็ .... ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ครับ  อยากให้ทุกท่านได้รับทราบถึงกฏหมายข้อนี้ด้วย
ส่วนในกรณีนี้  ผมรู้สึกว่าการให้ ขนม 2 ถุง เป็นการตอบแทน นั้น  มันออกจะ น่าเกลียด ไปนิดนึง 
ในข่าวระบุว่าคุณสุมน ฯ ได้พูดคุยกับแพทย์เจ้าของเงินแล้ว  ทางแพทย์คนนั้นบอกว่ามีภาระเยอะ  ต้องเอาเงินไปใช้หนี้ด้วย

ทุกท่านมีอะไรก็เพิ่มเติมได้ครับ  ขอบคุณครับ

อ้อ .... ผมอยากเห็นว่าเป็นขนมอะไร  ท่าทางจะอร่อยมาก ๆ

 Partita
24 กรกฎาคม เวลา 20:48 น.
https://pantip.com/topic/36698592