ผู้เขียน หัวข้อ: 7 วันอันตราย ปีใหม่ 2560  (อ่าน 1293 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
7 วันอันตราย ปีใหม่ 2560
« เมื่อ: 05 มกราคม 2017, 11:31:15 »
7 วันอันตราย ปีใหม่ 2560 ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน?

ใกล้ถึงปลายปีแล้ว หลายคนอาจจะเตรียมตัวในการวางแผนการเดินทางเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2559 ต้อนรับปีใหม่ 2560 หลายคนอาจจะเคยได้ยินถึงเรื่องช่วง 7 วันอันตราย แต่คุณทราบหรือไม่ครับว่า 7 วันอันตราย ปีใหม่ 2560 นั้นนับตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน? วันนี้ Zcooby หาข้อมูลมาแจ้งให้ทราบนะครับ เพื่อให้คุณระมัดระวังในการเดินทางในช่วงปลายปีนี้ครับ
7 วันอันตราย คืออะไร?

7 วันอันตราย เป็นช่วงที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ (admit) เกิดมากที่สุดในช่วงเวลา 7 วัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากเป็นช่วงที่ประชาชนใช้รถใช้ถนนมากที่สุดเนื่องจากตรงกับช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวอย่าง ปีใหม่ หรือ สงกรานต์

7 วันอันตราย ปีใหม่ 2560 ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน?

โดยในปีก่อนๆ ข้อมูลของ 7 วันอันตราย ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ในแต่ละปี เราจะได้ข้อมูลมาจาก แผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๙ โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)

7 วันอันตราย ปีใหม่ 2560
ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2559 ถึงวันพุธที่ 4 มกราคม 2560

อย่างไรก็ดี ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอทุกท่านเดินทางปลอดภัย ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทนะครับ

http://www.zcooby.com/7-day-danger-endyear-2559-to-newyear-2560/
...........................................

เริ่มแล้ว!!! "7 วันอันตราย ปีใหม่ 2560 "อนุพงษ์"สั่งเข้มกฏหมาย เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) เทศกาลปีใหม่ 2560 ภายใต้แนวคิด "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร คุมเข้ม 7 วันอันตราย" ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.59-4 ม.ค.60 โดยพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ในด้านกายภาพให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จัดให้มีถนนปลอดภัยตามมาตรการ “1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย” แก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะจุดตัดทางรถไฟ ทางร่วม ทางแยก และสภาพแวดล้อมริมทางให้มีความปลอดภัย ขณะที่ยานพาหนะ จะคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยโดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกหยุดกิจการในช่วงเทศกาล และส่งเสริมการตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง


 ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนนั้น อยากให้ใช้เวลาอันเป็นมงคลของชีวิต ด้วยการสวดมนต์ข้ามปี นึกถึงพระมหกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 รวมถึงถวายความจงรักภักดีและถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทำตัวให้เป็นมงคลกับชีวิตตัวเอง ไม่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายตัวเอง เช่น การดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ  ในช่วง 7 วันอันตราย เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจะทำงานกันอย่างเข้มข้น ทั้งจำนวนด่านและจำนวนเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุเลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว และว่า  ขออวยพรปีใหม่ให้ประชาชนมีความสุข เดินทางกลับบ้านและกลับมาทำงานด้วยความปลอดภัย ที่สำคัญขณะนี้ประเทศยังอยู่ในช่วงแสดงความอาลัยถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังนั้นอย่าจัดกิจกรรมอะไรที่เกินเลย น่าจะใช้ทางใจให้เป็นมงคล ด้วยการสวดมนต์ข้ามปีจะดีกว่า

ทั้งนี้ จากสถิติอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2559 ถึง 3 ม.ค.2559 เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 3,379 ครั้ง เปรียบเทียบกับช่วงปีใหม่ 2558 (2,997 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 382 ครั้ง โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เชียงใหม่ จำนวน 139 ครั้ง สำหรับผู้เสียชีวิตสะสมรวม 380 ราย เปรียบเทียบกับช่วงปีใหม่ 2558 (341 ราย) เพิ่มขึ้น 39 ราย โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นครราชสีมา จำนวน 15 คน  ขณะที่ ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 3,505 คน เปรียบเทียบกับช่วงปีใหม่ 2558 (3,117 คน) เพิ่มขึ้น 388 คน โดยจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ เชียงใหม่ จำนวน 140 คน ขณะที่สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เกิดจากเมาสุรา ร้อยละ 25.06 เปอร์เซ็นต์ และขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 17.01 เปอร์เซ็นต์ และประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 83.36 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถยนต์

เรียบเรียง  นาตยา  เอนกธนะเศรษฐ์   สำนักข่าวทีนิวส์
http://headshot.tnews.co.th/contents/218642/
....................................
สตช.เตือนภัย 7 วันอันตราย

        สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 18 ธันวาคม - ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี จะมีการเดินทางสัญจรเป็นจำนวนมาก สตช. จึงทำการการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย
        สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 18 ธ.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ตร. เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี จะมีการเดินทางสัญจรเป็นจำนวนมาก ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และเลี้ยงสังสรรค์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มอบหมายให้ บก.จร. และ ทล. อำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพฯ และเส้นทางกลับภูมิลำเนา โดยกำชับให้แต่ละหน่วยให้ความสำคัญกับ การรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย ทั้งในเรื่องการประชาสัมพันธ์ การอำนวยความสะดวกการจราจร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย และฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างมีความสุข

        พล.ต.ต.ปิยะ  กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตราย ของปี 2556(27ธ.ค. - 2 ม.ค. 2556) จำนวนผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรการลดพฤติกรรมเสี่ยง 10 มาตรการ ทั่วประเทศ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย จำนวน 104,759 ราย, ไม่มีใบขับขี่ จำนวน 202,893 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จำนวน 88,069 ราย, ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย จำนวน 62,396 ราย, ขับรถเร็วเกินกฏหมายกำหนด จำนวน 31,712 ราย, ขับรถย้อนศร จำนวน 27,510 ราย, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร จำนวน 27,169 ราย, ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ จำนวน 20,051 ราย, แซงในที่คับขัน จำนวน 19,017 ราย และ เมาสุรา จำนวน 14,805 ราย โดยในเทศกาลปีใหม่ 2557 ที่จะถึงนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อผลในการลดอุบัติเหตุให้เกิดน้อยที่สุด

        โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนผู้ที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั้งผู้ที่ใช้รถส่วนตัว ให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง คาดเข็มขัดนิรภัย สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ให้สวมหมวกนิรภัย ไม่ขับรถเร็ว เมาไม่ขับและโทรไม่ขับ และผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ให้ใช้บริการรถที่ถูกกฎหมาย ถ้าคนขับมีอาการง่วงนอน ขับรถอันตรายหวาดเสียว ควรโทรศัพท์แจ้งหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือ

        ทั้งนี้ การดำเนินการการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในการเดินทางสัญจรช่วงดังกล่าว หากพบเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

http://pasawoei.go.th/index.php?op=dynamiccontent_detail&dynamiccontent_id=21411&id=8597
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 มกราคม 2017, 11:34:20 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
7 วันอันตรายปีใหม่วันแรก ตาย 42 ศพเจ็บ 565 ราย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 05 มกราคม 2017, 11:38:34 »

ศปถ.แผลงผลติดตามอุบัติเหตุวันแรกช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ 524 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 565 คน ปทุมธานีมากสุด 4 ศพ

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 เพื่อรับทราบข้อมูลการจราจรในช่วง 7 วันอันตรายจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

โดยพบว่าสถิติวันแรกของเทศกาลปีใหม่ในปีนี้มีการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 524 ครั้ง มี ผู้เสียชีวิต 42 ราย และ บาดเจ็บ 565 คน ซึ่งถือว่ามีสถิติผู้เสียชีวิตสูงกว่าปีที่ผ่านมา

ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการ เมาสุรา และ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.77 ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จักรยานยนต์

ขณะที่จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 21 ครั้ง ขณะที่ จ.ปทุมธานี มีผู้เสียชีวิตสูงสุด จำนวน 4 ราย บาดเจ็บสูงสุด คือ จ.อุดรธานี และ พิษณุโลก เท่ากัน ที่ 23 คน

http://news.mthai.com/general-news/541432.html

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
"สถิติวันที่สองของ 7 วันอันตราย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีอุบัติเหตุ 680 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 71 ราย รวม 2 วัน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 113 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 9 ราย

วันที่สอง 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 113 รายศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปยอดอุบัติเหตุ วันที่สองของ 7 วันอันตราย ในช่วงเทศกาลปีใหม่2560โดยวันที่ 30 ธันวาคม มียอดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 680 ครั้ง เพิ่มขึ้น 90 ครั้ง โดยมีผู้เสียชีวิต 71 ราย เพิ่มขึ้น 6 ราย บาดเจ็บ 734 คน เพิ่มขึ้น 110 คนส่วนยอดรวมสะสม 2 วัน มีอุบัติเหตุ 1,204 ครั้ง เสียชีวิต 113 ราย บาดเจ็บ 1,299 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นในทุกรายการเมื่อเทียบกับวันเดียวกันของปี 2558โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี เกิดอุบัติเหตุ 35 ครััง รองลงมา ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดบุรีรัมย 30 ครั้งจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่จังหวัดอุดรธานี มีผู้เสียชีวิต 7 ราย รองลงมาได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดร้อยเอ็ดมีผู้เสียชีวิต 5 รายส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดของวันที่ 2 ในช่วง 7 วันอันตราย ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี มีผู้บาดเจ็บ 43 ราย จังหวัดอุดรธานี 36 คน และจังหวัดเชียงใหม่ 31 คน ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในวันที่สองของ 7 วันอันตราย ยังคงมีสาเหตุมาจาก การเมาสุรา และพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์"


"31 ธันวาคม 2559"
http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378529312/

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
7 วันอันตรายปีใหม่ 2560 ช่วง 3 วันแรก ตาย 199 เจ็บ 2,099 ราย ด้าน คสช. เผย 3 วัน ยึดรถจากมาตรการดื่มไม่ขับแล้ว 1,011 คัน พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว

วันที่ 1 มกราคม 2560 สำนักข่าว INN รายงานว่า นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงข่าว สรุปผลงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนปี 2560 โดย สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" เกิดอุบัติเหตุสะสม 1,961 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 199 ศพ ผู้บาดเจ็บรวม 2,099 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 19 จังหวัด
ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ จ.เชียงใหม่ และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ จ.อุดรธานี มีจำนวน 12 ราย รวมถึงเป็นจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดด้วย ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจาการเมาแล้วขับ

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการคมนาคมพบว่าในช่วงระหว่างวันที่ 29-30 ธันวาคม 2559 มีปริมาณรถบนถนนเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติจำนวน 584,226 คัน คิดเป็นร้อยละ 85.86 จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเพิ่งสูงขึ้น

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า มาตรการดื่มไม่ขับ จับยึดรถ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหุต พบว่า รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 7,298 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 414 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 6,142 คน
สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 3,769 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 278 คน ยึดรถยนต์ 145 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 2,813 คน โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา (29-31 ธันวาคม 2559) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้วจำนวน 1,011 คัน แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 810 คัน และรถยนต์ 201 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 11,764 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 5,850 คน

http://hilight.kapook.com/view/147276

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
"ศปถ." ชี้ยอดตาย 4 วัน ยอดตายทะลุ 280 ราย เจ็บพุ่ง 2,877 คน เข้มทั่วไทยถนนสายหลัก-สายรอง รองรับแผนปชช.แห่กลับกรุงเทพฯ

2 ม.ค. 60 - ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ประจำปี 2560 ในช่วง 7 วันอันตราย ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่1ม.ค.60เกิดอุบัติเหตุ751ครั้ง ผู้เสียชีวิต81ราย ผู้บาดเจ็บ778คน รวม4วัน ตั้งแต่ 29 ธ.ค.59 1ม.ค.60 เกิดอุบัติเหตุ 2,712 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 280 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,877 คน เน้นย้ำจังหวัดปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยปรับย้ายจุดตรวจ จุดบริการ และเพิ่มจุดพักรถบนเส้นทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคและจังหวัดใหญ่ พร้อมจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอต่อการบริการประชาชน รวมถึงใช้กลไกของจังหวัดและอำเภอบูรณาการความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการดำเนินมาตรการทางสังคมอย่างเข้มข้นจริงจัง ตลอดจนประสานการปฏิบัติของจุดตรวจบริเวณรอยต่อของจังหวัด กวดขันความพร้อมของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้การสัญจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2560เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย

โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองประธานกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติคนที่สอง ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี2560กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่1มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์"ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร"เกิดอุบัติเหตุ751ครั้ง ผู้เสียชีวิต 81 ราย ผู้บาดเจ็บ 778 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ48.87ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.29 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ82.94ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ62.05บนถนนใน อบต. ในพื้นที่หมู่บ้าน ร้อยละ39.28ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.22 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01- 04.00 น. ร้อยละ 29.83 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 57.63 ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก2,041จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน64,338 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 657,349 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 108,984 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่29,796ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 28,635 ราย

สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สกลนคร 7 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่35คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม4วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.59 1 ม.ค.60 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,712 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 280 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,877 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 10 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่117ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ สกลนคร และอุดรธานี (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 125 คน โดยข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในช่วงวันปกติมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 46 ราย ขณะที่ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2559 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 54 ราย สำหรับข้อมูลปริมาณรถของศูนย์ปฏิบัติการคมนาคม พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่29 ธันวาคม 2559 - 1 มกราคม 2560 มีปริมาณรถบนท้องถนนขาเข้า และขาออกกรุงเทพฯ จำนวน 3,624,282 คัน เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปริมาณรถ 2,823,599 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 800,683 คัน คิดเป็นร้อยละ 28.36 จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น

"ในวันนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับ ขณะที่บางส่วนยังคงเฉลิมฉลองอยู่ในพื้นที่ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจึงได้สั่งกำชับให้จังหวัดเข้มข้นดูแลทั้งเส้นทางสายหลักและสายรองอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 พบว่า ดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงกว่าร้อยละ48.87และเวลา 00.01 04.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 29.83 จึงขอเน้นย้ำจุดตรวจเข้มงวดในการเรียกตรวจ เพื่อตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ จากสถิติอุบัติเหตุพบว่า กว่าร้อยละ 62.05 เกิดบนเส้นทางตรง จึงขอให้จังหวัดกวดขันการใช้ความเร็ว ปรับแผนเพิ่มจำนวนจุดตรวจบนเส้นทางสายตรงที่มีระยะทางยาว เพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับใน" รมว.คมนาคม กล่าวและย้ำว่านอกจากนี้ให้พิจารณาปรับแผนรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยปรับย้ายจุดตรวจ จุดบริการ และเพิ่มจุดพักรถบนเส้นทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคและจังหวัดใหญ่ รวมถึงจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอต่อการเดินทางกลับของประชาชน

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัด และอำเภอใช้กลไกของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2560โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายจราจร กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กฎหมายสถานบันเทิง และกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างจริงจัง ให้ฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินมาตรการทางสังคม โดยจัดตั้งด่านชุมชนและจุดสกัดในหมู่บ้าน กวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่ใช่อุปกรณ์นิรภัย และการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากกว่า1คน รวมถึงกลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนในทุกพื้นที่

ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ในวันนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับ ซึ่งความอ่อนล้าจากการเฉลิมฉลองและการขับรถทางไกล อาจเป็นสาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นายกรัฐมนตรีห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน จึงได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนกำชับจังหวัดประสานการปฏิบัติงานของจุดตรวจบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัด เพื่อส่งต่อการดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยกวดขันความพร้อมของผู้ขับรถ โดยเฉพาะพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะทั้งประจำทาง ไม่ประจำทาง และรถตู้โดยสาร เป็นพิเศษ พร้อมยึดมาตรการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการผลักดันกลไกมาตรการทางสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง อีกทั้งปรับแผนการปฏิบัติการสร้างความปลอดภัย โดยเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลเส้นทางขากลับกรุงเทพฯ และเส้นทางที่มุ่งสู่จังหวัดใหญ่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก จัดระบบการจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถในแต่ละเส้นทาง ทั้งนี้ ขอฝากเตือนผู้ขับขี่ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ ไม่ใช้โทรศัพท์ ขณะขับรถ หากมีอาการเหนื่อยล้าหรือง่วงนอน ให้จอดพักรถตามจุดบริการ และสถานีบริการน้ำมัน ทั้งนี้ เพื่อให้การสัญจรช่วงเทศกาลปีใหม่2560เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย"

http://www.nationtv.tv/main/content/social/378529529/

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
"พล.ต.ท.วิทยา" แถลงผลสรุป 7วันอันตรายช่วงปีใหม่ 5 วัน ตาย 367 ราย เจ็บ 3,342 ราย - ชลบุรีสูงสุด 31 ศพ - เหตุเมาแล้วขับ ด้าน คสช. ยึดรถเมาแล้วขับช่วงปีใหม่ 3,618 คัน เข้มมาตรการ รปภ.

พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2560 โดยสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 445 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 87 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 465 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ การเมาสุรา ร้อยละ 37.53 รองลงมา คือ การขับรถเร็วเกินกําหนด ร้อยละ 33.03

ทั้งนี้ ยอดสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน พบว่า เกิดอุบัติเหตุรวม 3,157 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 367 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3,342 คน ซึ่งจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 129 ครั้ง ขณะจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี คือ 31 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 137 คน


คสช.ยึดรถเมาแล้วขับช่วงปีใหม่3,618คัน-เข้มมาตรการรปภ.

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า สถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท ด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 2 มกราคม 2560 มีดังนี้
รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 13,060 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 480 คัน และส่ง
ผู้กระทำผิดดำเนินคดี 7,887 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 9,378 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 670 คน ยึดรถยนต์ 157 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 4,807 คน

โดยตลอด 5 วัน ที่ผ่านมา (29 ธ.ค.59 - 2 ม.ค.60) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้วจำนวน 3,618 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 2,507 คัน และรถยนต์ 1,111 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 30,798 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 16,965 คน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ประชาชนจำนวนมาก กำลังเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองปีใหม่ ทำให้การสัญจรในเส้นทางต่าง ๆ มีความหนาแน่นเป็นระยะและคาดว่า จะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ คสช. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปรับการจราจรให้สะดวกและทันต่อสภาพการใช้ถนนทั้งใน สายหลัก สายรอง และทางลัด เพื่อเร่งระบายการจราจรตามเส้นทางให้คล่องตัวที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าดูแลตรวจสอบตามสถานีขนส่ง ซึ่งมีประชาชนมารอขึ้นรถเดินทางกลับ ให้มีความเรียบร้อยในทุกด้านอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในเทศกาลปีใหม่ปีนี้ มีผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ/จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการทางนิติศาสตร์และทางรัฐศาสตร์ เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน หวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ  สำหรับรถที่ควบคุมไว้เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาอย่างเหมาะสม โดยหากไม่มีเหตุด้านคดีความ ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับคืนได้ตามเวลาที่กำหนด

http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=754360

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
7 วันอันตรายปีใหม่ 6วัน ตาย 426 เจ็บ 3761-ยึดรถ 4208 คัน
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 05 มกราคม 2017, 11:53:55 »
7 วันอันตรายปีใหม่ 6 วัน ตายแล้ว 426 บาดเจ็บ 3,761 ราย ชลบุรีสูงสุด 33 ศพ สาเหตุขับเร็ว เมาสุรา ขณะ คสช. ยึดรถเมาแล้วขับ 6 วัน 4,208 คัน

พล.ท.ธีรวัฒน์ บุญยะวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยพบว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 3 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ เกิดอุบัติเหตุ 422 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 419 คน สาเหตุหลักมาจากขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.73 รองลงมาคือเมาสุรา ร้อยละ 26.30 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.17 เมื่อสรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรวม 3,579 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 426 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,761 คน โดยจังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 146 ครั้ง และจังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 33 ราย ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ พังงา แม่ฮ่องสอน ยะลา ระนอง และสตูล

ทั้งนี้ พล.ท.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตรวม 6 วัน ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 380 ราย แม้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดอำนวยความสะดวกและจุดตรวจมากขึ้น แต่สาเหตุหนึ่งมาจากปริมาณการใช้รถใช้ถนนที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 6.27 ล้านคันจากช่วงปกติ จึงมีความเสียงต่อการอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับขี่และรณรงค์ให้เกิดความปลอดภัยตลอดทั้งปี


คสช.ยึดรถเมาแล้วขับปีใหม่6วัน4,208คัน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบกและรองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การดำเนินการมาตรการลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ ของ คสช. โดยมุ่งหวังให้ประชาชนให้ความร่วมมือ ระมัดระวังในการเดินทาง แต่ก็ยังคงพบเกิดอุบัติเหตุในบางพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการความปลอดภัยของการใช้เส้นทางให้มากขึ้น โดยเฉพาะรถบริการสาธารณะ ด้วยการตั้งจุดตรวจตามเส้นทางและบริเวณสถานีขนส่ง หรือจุดเชื่อมต่อคมนาคม โดยมาตรการดูแลความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ 14,143 ครั้ง ยึดรถ 458 คัน และส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 7,370 คน ส่วนรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 10,536 ครั้ง ยึดใบขับขี่ 562 คน ยึดรถยนต์ 132 คัน ส่งดำเนินคดี 3,924 คน

ทั้งนี้ ตลอด 6 วัน (29 ธ.ค.59 - 3 ม.ค.60) ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 4,208 คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 2,965 คัน และรถยนต์ 1,243 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดรถจักรยานยนต์ 38,168 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 20,889 คน

อย่างไรก็ตาม จากสถิติใน 6 วัน เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดในมาตรการลดอุบัติเหตุ แต่ยังคงมีผู้ขับขี่บางส่วนที่มีความประมาท ขับขี่ในสภาพที่ไม่พร้อม จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเกิดการสูญเสียขึ้น ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสู่การพิจารณาแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


http://news.sanook.com/2146910/

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
ศปถ.สรุป 7วัน อันตรายตาย 426 ราย
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 05 มกราคม 2017, 11:56:11 »
วันที่ 4 มกราคม 2560 ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่  3 ม.ค.60 เกิดอุบัติเหตุ 422 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 419 คน รวม 6 วัน (29 ธ.ค.59 – 3 ม.ค. 60) เกิดอุบัติเหตุ 3,579 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 426 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,761 คน นายกรัฐมนตรีห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน สั่งการ ศปถ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กวดขันการขับรถเร็ว คุมเข้มเมาแล้วขับ ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์นิรภัย และตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง รวมถึงการเรียกตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ ตลอดจนสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2560 พร้อมวิเคราะห์สาเหตุหลักและถอดบทเรียน เพื่อวางมาตรการและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมทั้งช่วงปกติและช่วงเทศกาลสำคัญควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
 
พลโท ธีรวัฒน์ บุญยะวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2560 เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 3 มกราคม 2560  ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 422 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 419 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.73 เมาสุรา ร้อยละ 26.30 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.17 ส่วนใหญ่เกิดในถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 41.00 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.02 เส้นทางตรง ร้อยละ 62.32 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 33.41 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 44.80 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,047 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,522 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 683,929 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี 110,704 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 30,958 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 30,366 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (20 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา (6 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (21 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (29 ธ.ค.59 – 3 ม.ค.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,579 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 426 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,761 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัด ได้แก่ พังงา แม่ฮ่องสอน ยะลา ระนอง และสตูล  จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (146 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี (33 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (156 คน) ทั้งนี้ จากข้อมูลปริมาณรถของศูนย์ปฏิบัติการคมนาคม พบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 มีปริมาณรถบนท้องถนนทั้งขาเข้าและขาออกกรุงเทพฯ จำนวน 6,274,767 คัน เมื่อเทียบกับช่วงปกติ มีปริมาณรถ 4,709,499 คัน เพิ่มขึ้น จำนวน 1,565,268 คัน คิดเป็นร้อยละ 33.24 จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น
           
พลโท ธีรวัฒน์ บุญยะวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  กล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงที่หมายแล้ว ขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง เมื่อเทียบสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง
6 วันที่ผ่านมา เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน จึงได้สั่งการให้ ศปถ. ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยกวดขันการขับรถเร็ว การคุมเข้มเมาแล้วขับ การส่งเสริมการใช้อุปกรณ์นิรภัย และตรวจสอบรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานก่อนเดินทาง และการประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันการง่วงหลับใน รวมถึงดำเนินการแก้ไขปัญหาและปิดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยตั้งกรวยริมไหล่ทาง ปิดจุดกลับรถ เปิดสัญญาณไฟวับวาบบนเส้นทางเป็นระยะ ตลอดจนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการดำเนินมาตรการยึดรถผู้ที่เมาแล้วขับอย่างเข้มข้น นอกจากนี้ ให้จังหวัดถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2560 เพื่อวางมาตรการและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานในช่วงปกติ และช่วงเทศกาลสำคัญ ควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

นายชยพล  ธิติศักดิ์  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดจัดประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด เพื่อสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2560 พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บอุบัติเหตุทางถนน
ในช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560  ซึ่งเสียชีวิตภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานสากล  รวมถึงวิเคราะห์สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ถอดบทเรียนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ เพื่อค้นหาสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุที่จะนำไปสู่การกำหนดมาตรการและกลยุทธ์ในการสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ครอบคลุมทั้งในช่วงปกติและช่วงเทศกาลสำคัญ
 
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 6 วันที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ขณะที่

ผู้ประสบอุบัติเหตุบางส่วนเป็นกลุ่มผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับรถระยะทางไกล มีสาเหตุจากการขับรถเร็ว สภาพรถไม่ปลอดภัย และความอ่อนล้าจากการเดินทาง ทำให้มีอาการหลับใน ศปถ. จึงได้ประสานจังหวัดคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ ทั้งการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และง่วงหลับใน โดยใช้กลไกการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น พร้อมรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน ควบคู่กับการดำเนินมาตรการทางสังคมและชุมชน รวมถึงมาตรการองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

http://www.banmuang.co.th/news/crime/72054