ผู้เขียน หัวข้อ: แพทย์ชนบทเรียกร้องทุกฝ่ายใช้สันติวิธีแก้ปัญหา (ผู้จัดการ16เมย2553)  (อ่าน 1721 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
“หมอเกรียง” ร่อนแถลงการณ์ชมรมแพทย์ชนบทแสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บ และไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากกรณีความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหานี้ตามแนวประชาคมโลก
       
       วันนี้ (16 เม.ย) นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ในฐานะผู้ประสานงานชมรมแพทย์ชนบท ได้ส่งแถลงการณ์ชมรมแพทย์ชนบท กรณีการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม นปช.และความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ความว่า “...ตามที่ได้มีการชุมนุมประท้วงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ หรือ นปช.เพื่อเรียกร้องให้มีการยุบสภา ตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา และรัฐบาลโดยศูนย์อำนวยการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศฮฉ.) ได้ตัดสินใจใช้กำลังทหารเข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้า เมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตนับจนถึงขณะนี้ 24 ราย และบาดเจ็บเข้ารับการรักษาอีกจำนวนหนึ่งนั้น
       
       ชมรมแพทย์ชนบทขอแสดงความเสียใจและขอร่วมไว้อาลัยต่อความสูญเสียที่ เกิดขึ้น ทั้งชีวิตของทหารและประชาชน ซึ่งล้วนแต่เป็นพี่น้องร่วมชาติด้วยกันทั้งสิ้น และขอแสดงความเห็นดังนี้
       
       1) ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ เป็นความขัดแย้งต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 ของประชาชนและแนวร่วม 2 กลุ่ม ซึ่งเกี่ยวโยงมาจากปัญหารากเหง้าเชิงโครงสร้างในสังคมไทยที่ดำรงอยู่มาอย่าง ยาวนาน และไม่อาจปฏิเสธการมองปรากฏการณ์โดยไม่คำนึงถึงสาเหตุที่แท้จริงได้ว่า ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม ทุจริตคอร์รัปชัน และความเป็นธรรม มีส่วนสำคัญที่ชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุม ดังนั้น การวิเคราะห์ปัญหาโดยละเลย ซึ่งปัญหาเชิงโครงสร้าง ย่อมไม่อาจแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน จึงขอร่วมสนับสนุนทุกฝ่ายที่พยายามเรียกร้องให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศไป พร้อมกันด้วย โดยชมรมแพทย์ชนบทพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในเวทีของการปฏิรูป
       
       2) การแก้ปัญหาต้องหลีกเลี่ยงความรุนแรงให้ได้ และคงไม่สามารถยุติได้โดยใช้กำลังเข้าทำลายล้างกัน สภาวการณ์ปัจจุบันนับว่าอันตรายและน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ทั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 เมษายน 2553 และความรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวันทั้งกรณีการยิง หรือการวางระเบิด ตลอดจนการใช้วาจายั่วยุให้เกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ของทุกฝ่ายก็ตาม รัฐบาลควรต้องแสวงหาความร่วมมือของทุกฝ่าย เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันและขจัดความรุนแรง ทั้งนี้ ทุกฝ่ายต้องเป็นไปภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
       
       3) หนทางของการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาโดยยึดแนวทางสันติวิธี เป็นหนทางที่ทุกฝ่ายพึงเรียกร้อง ซึ่งสอดคล้องกับประชาคมโลก ที่ต้องการเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่สงบ สันติ มีอารยวิถี โดยยึดแนวทางประชาธิปไตย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและประชาชนคนไทยทุกคนที่จักต้องดำเนินการให้เกิดขึ้น ให้จงได้ ชมรมแพทย์ชนบทจึงใคร่ขอเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายลดทิฐิมานะลง และกลับสู่หนทางแห่งสันติ โดยการเจรจาที่ลดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคให้เร็วที่สุด และขอชมเชยและให้กำลังใจทุกฝ่ายที่ร่วมกันปฏิบัติการเพื่อให้เกิดสันติขึ้น ในบ้านเมืองนี้
       
       เชื่อว่า ทั้ง 3 ความเห็นนี้ น่าจะสอดคล้องกับเจตจำนงของสังคม แม้นว่าขณะนี้เสมือนยังไม่มี ความเคลื่อนไหวตอบรับจากทั้ง 2 ฝ่าย แต่เชื่อมั่นในพลังของทุกฝ่ายที่จักนำพาความสุข สงบ สันติ และความเป็นธรรม มาสู่สังคมไทยให้จงได้
       
       เชื่อมั่นและศรัทธา
       ชมรมแพทย์ชนบท
       16 เมษายน 2553”