ผู้เขียน หัวข้อ: วิกฤตหนัก!!!ไม่ใช่ล้นแต่ขาด...เพราะเนเธอร์แลนด์ไม่เดินตามก้นอเมริกา ทำให้คุกร้าง  (อ่าน 582 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6619
    • ดูรายละเอียด
เมื่อวันที่ 11 พ.ย.59 เพจเฟซบุ๊ก "ธวัชชัย ไทยเขียว" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความ กรณีที่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกาศปิดเรือนจำ เนื่องจากแทบไม่มีเหตุอาชญากรรมในประเทศนั้น  นายธวัชชัย ได้นำเสนอกรณีที่ นายวันชัย รุจนวงศ์ อดีตอธิบดีกรมพินิจฯ กรมคุมประพฤติ และกรมราชทัณฑ์ เคยกล่าวกล่าวไว้ว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะ เนเธอร์แลนด์ไม่ดำเนินนโยบายทางอาญาตามก้นอเมริกาแบบไทยตามก้นอเมริกาอย่างเลียนแบบ เลยมีหลายปรากฎการณ์ที่เหมือนกัน ระหว่างไทยกับสหรัฐ   รายละเอียดดังนี้ ...

#เนเธอร์แลนด์ประกาศปิดเรือนจำ เหตุแทบไม่มีเหตุอาญชากรรมในประเทศ

ฮัฟฟิงตัน โพสต์ รายงานว่า กระทรวงยุติธรรมเนเธอร์แลนด์ประกาศปิดเรือนจำ 8 แห่ง เนื่องจากประเทศแทบไม่มีเหตุอาญชากรรมเลย
รายงานข่าว ระบุว่าเนเธอร์แลนด์มีเรือนจำที่สามารถรองรับนักโทษจำนวน 14,000 คน แต่ประเทศมีนักโทษอยู่ 12,000 คน หรือร้อยละ 0.074 ของประชากร (พื้นที่ 41,562 ตรม. ประชากรประมาณ 16.2 ล้านคน) ขณะที่ประเทศไทยมีนักโทษประมาณ 3 แสนคน หรือร้อยละ 0.461 ของประชากร 65 ล้านคน
ด้านนาย Nebahat Albayrak รัฐมนตรีช่วย กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า โดยเชื่อว่า ในอนาคตจำนวนนักโทษในประเทศจะลดลงอีกเรื่อยๆ และอาจต้องมีมาตรการในการเลย์ออฟเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกในอนาคตด้วย

นายวันชัย รุจนวงศ์ อดีตอธิบดีกรมพินิจฯ กรมคุมประพฤติ และกรมราชทัณฑ์ กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่าที่เป็นเพราะ เนเธอร์แลนด์ไม่ดำเนินนโยบายทางอาญาตามก้นอเมริกาแบบบ้านเรา ไทยตามก้นอเมริกาอย่างเลียนแบบ เลยมีหลายปรากฎการณ์ที่เหมือนกัน ระหว่างไทยกับสหรัฐ
1. อาชญากรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และรุนแรงมากขึ้นตลอด
2. มีการเพิ่มอัตราโทษให้รุนแรงขึ้นตลอด จำคุกยาวขึ้น เพิ่มโทษประหาร แต่อาชญากรรมไม่ลดลงเลย มีแต่เพิ่มมากขึ้น
3. มีนักโทษล้นคุก จนไม่รู้จะเอาที่ไหนขังแล้ว ต้องยัดเข้าไป
4. มีนักโทษที่พ้นโทษแล้วกลับมาทำผิดซ้ำในอัตราส่วนที่สูงมากๆ
5. เน้นการลงโทษด้วยการจำคุกมากกว่าการหาทางแก้ด้วยวิธีอื่น นึกอะไรไม่ออกก็สั่งจำคุกไว้ก่อน ยิ่งจำคุกคนมากๆ เราก็มีอดีตนักโทษที่ไม่มีที่ไปในสังคมมากขึ้นๆ ทุกที เมื่อไม่มีทางไปก็ต้องหันไปทำอาชญากรรม คดีจึงเพิ่มขึ้น
เนเธอร์แลนด์ไม่เอาอย่างอเมริกา ใช้มาตรการแก้ไขด้วยวิธีอื่น เขาจึงมีคนขี้คุกที่หมดอนาคตในสังคมน้อยมาก และแก้ปัญหาอาชญากรรมได้ผล

#ไทยจะเดินหน้าเข้าสู่ทางตันต่อไปอย่างสหรัฐใช่ไหมโดยเฉพาะนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด ที่เดินมาผิดทางจนหลงทางแล้ว.

ทั้งนี้ จากรายงาน ของ BBC รายงานว่า  เรือนจำในเนเธอร์แลนด์ถึง 19 แห่งต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีนักโทษให้คุมขัง และยังมีเรือนจำอีกหลายแห่งที่จะต้องเลิกทำการไปในปีหน้าเนื่องจากเหตุผลเดียวกันด้วย

จำนวนนักโทษในเรือนจำของเนเธอร์แลนด์มีต่ำมาก โดยลดลงจาก 14,468 คน เมื่อปี 2005 เหลือเพียง 8,245 คนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าลดลงถึงร้อยละ 43 ทำให้ปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีอัตราส่วนผู้ต้องขังต่อประชากรทั้งหมดเพียง 57: 100,000 ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

ส่วนสาเหตุนั้นที่ไม่ค่อยมีนักโทษถูกจำขัง รวมทั้งอัตราการกระทำผิดซ้ำและกลับเข้ามารับโทษใหม่ก็ต่ำมากนั้น  ฝ่ายงานด้านยุติธรรมและราชทัณฑ์ของเนเธอร์แลนด์มองว่าเป็นผลสำเร็จของนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาของผู้กระทำผิดเป็นรายบุคคล มากกว่าจะมุ่งลงโทษแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาผู้พิพากษาชาวดัชต์มักไม่ค่อยตัดสินลงโทษจำคุกหรือให้อาชญากรถูกจำคุกไม่นาน แต่ใช้วิธีอื่นในการลงโทษแทน เช่น ให้ติดแท็กอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหว ให้ทำงานบริการสังคม และให้เข้ารับการบำบัดพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการก่ออาชญากรรมขึ้น เช่น เข้ารับการบำบัดยาเสพติด เข้าหลักสูตรบริหารควบคุมอารมณ์โกรธเกรี้ยว หรือให้คำปรึกษาทางการเงินสำหรับผู้มีปัญหาหนี้สิน ซึ่งเชื่อว่าจะได้ผลในการปรับปรุงพฤติกรรมของนักโทษดีกว่าการคุมขัง

สำหรับนักโทษที่ต้องขังในเรือนจำเนเธอร์แลนด์นั้น ส่วนใหญ่เป็นบุคคลอันตรายที่จำเป็นต้องมีการควบคุม แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม เรือนจำดัชต์ยังให้นักโทษมีอิสระอย่างมาก โดยสามารถเดินไปไหนมาไหน เช่นไปเดินเล่นพักผ่อนในสวนที่กว้างขวางร่มรื่น ไปห้องสมุด โรงยิม หรือครัว โดยมีการให้ยืมมีดทำอาหารได้อีกด้วย ซึ่งทางเรือนจำเชื่อว่าแนวทางนี้จะลดความกดดันและช่วยให้นักโทษกลับตัวกลับใจ สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตในสังคมปกติหลังพ้นโทษได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายและเจ้าหน้าที่งานยุติธรรมบางส่วนมองว่า การที่คุกว่างนั้นเป็นวิกฤตอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดลดงบประมาณและยุบสถานีตำรวจหลายแห่งทั่วประเทศ ทำให้มีการรับแจ้งความน้อยลง และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่ออาชญากรรมได้น้อยลง

2016-11-13
http://headshot.tnews.co.th/contents/212847/

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6619
    • ดูรายละเอียด
  ประเทศเนเธอร์แลนด์กำลังประสบวิกฤตขาดแคลนนักโทษในเรือนจำ โดยหลายแห่งต่างทยอยปิดตัว สาเหตุมาจากไม่ค่อยมีผู้ทำผิดกฎหมาย ล่าสุดต้องรับนักโทษจากประเทศนอร์เวย์มาขังเพื่อเพิ่มจำนวน   

          วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เว็บไซต์บีบีซี รายงานข่าว เรือนจำหลายแห่งที่ประเทศเนเธอร์แลนด์กำลังอยู่ในวิกฤตขาดแคลนนักโทษอย่างหนัก และอาจส่งผลให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา

          หากพูดถึงเรือนจำ หลายคนคงนึกภาพสถานที่ซึ่งไม่มีใครอยากเข้าไป เนื่องจากในนั้นเต็มไปด้วยผู้ที่มีคดีจากถูกจับกุมและส่งมาอยู่รวมกันอย่างเบียดเสียด ซึ่งในหลายประเทศก็เกิดภาวะนักโทษแออัด จนตามมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติดหรือการก่อจลาจลในเรือนจำ

          อย่างไรก็ดี เหตุผลดังกล่าวใช้ไม่ได้กับประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยก่อนหน้านี้ "ดินแดนกังหันลม" มีปัญหานักโทษแออัดเป็นอันดับต้น ๆ ของยุโรป แต่ในช่วงสิบปีให้หลังปรากฏว่าจำนวนคนที่ติดคุกลดลง ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะมีคนโดนคุมขังแค่ 57 คน จากสัดส่วน 100,000 คนเท่านั้น และในปีก่อน มีผู้ถูกคุมขังลดลงถึง 43%

          โดยสาเหตุดังกล่าว มาจากการปฏิรูประบบเรือนจำ เช่น การช่วยนักโทษแก้ไขปัญหาอย่างถูกจุด หากนักโทษติดยาเสพติด นักโทษจะถูกส่งตัวไปบำบัด  หากนักโทษติดหนี้จนก่ออาชญากรรม จะส่งนักโทษไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการหนี้ หากนักโทษมีปัญหาด้านอารมณ์ จะถูกส่งไปเข้าคอร์สบำบัดอารมณ์ นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือนักโทษในการประกอบอาชีพ เช่น การทำอาหาร เป็นต้น

          นอกจากนี้ ผู้ที่กระทำความผิดในคดีเดิมซ้ำ จะถูกจำคุก 2 ปีและถูกส่งเข้าคอร์สที่วางไว้ จนทำให้มีน้อยกว่า 10% ที่จะกระทำความผิดซ้ำและกลับเข้าคุกใหม่อีกครั้ง

          อย่างไรก็ดี หากมาถึงขั้นต้องเข้าคุกจริง ๆ บรรยากาศในนั้นก็ไม่ใช่นรกเหมือนที่คิด ยกตัวอย่างเช่น ในเรือนจำ Norgerhaven ก็มีบรรยากาศที่ดีโดยที่ลานออกกำลังกายจะมีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 4 สนาม และมีต้นโอ๊ก โต๊ะปิกนิก เนตวอลเลย์บอล การที่นักโทษและผู้คุมได้รับอากาศบริสุทธิ์จะทำให้ทุกคนผ่อนคลายความเครียด นอกจากนี้ นักโทษยังสามารถไปห้องสมุด คลินิก โรงอาหาร โดยที่ไม่ต้องมีผู้คุมเดินตาม ซึ่งจะช่วยให้นักโทษปรับตัวเข้ากับชีวิตปกติได้ง่ายขึ้นหลังจากที่พวกเขาพ้นโทษ

          นอกจากนี้ การตรวจเข้มผู้ที่เดินทางผ่านเข้า-ออกสนามบิน Schiphol ก็น้อยลง โดยเมื่อปี 2005 ได้มีการตรวจเข้มผู้ที่ลักลอบขนยาเสพติด แต่ในตอนนี้ ตำรวจไปตรวจเข้มผู้ที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายและการค้ามนุษย์แทน

          ทั้งนี้ นางมาเดลลีน ฟาน ทูเดนเบิร์ก อดีตผู้อำนวยการเรือนจำ กลับไม่เห็นด้วยกับมาตรการลดนักโทษ โดยที่เธอบอกว่า "ตำรวจก็เหนื่อยและงานก็มีเยอะเกินไป แล้วรัฐบาลทำอย่างไร ? ปิดเรือนจำ ! ฉันว่ามันเป็นอะไรที่น่าแปลกประหลาดมากทีเดียว"

          สุดท้าย การที่ประเทศเนเธอร์แลนด์แทบไม่มีนักโทษ ก็หลีกหนีไม่พ้นที่เรือนจำหลายแห่งจะทยอยปิดไป โดยหลาย ๆ ที่ได้ปรับปรุงให้เป็นโรงแรมหรู รวมถึงโรงพยาบาล แต่สำหรับเรือนจำที่ยังเปิดอยู่ ล่าสุดพวกเขาก็ต้องหานักโทษมาเพิ่มเพื่อรักษางานเอาไว้ แม้จะเป็นการนำเข้าจากต่างแดนก็ตาม โดยเฉพาะประเทศนอร์เวย์ ที่มาใช้บริการฝากนักโทษไว้ที่นี่ถึง 234 คนเลยทีเดียว

13 พฤศจิกายน 2559
http://hilight.kapook.com/view/145017

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6619
    • ดูรายละเอียด
Dutch ปิดคุกเพราะไร้นักโทษ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2016, 11:16:37 »
ในปี 2013 คุก 19 แห่งใน Netherlands ถูกปิดลงเพราะไม่มีนักโทษในเรือนจำ

ตอนนี้คุกอีก 5 แห่งคาดว่าจะปิดตัวลงในช่วงปลายฤดูร้อนปีนี้ จากรายงานเอกสารของ  The Telegraaf

ผลการปิดคุกครั้งนี้ จะทำให้มีตำแหน่งงานหายไปถึง 2,000 ตำแหน่งงาน มีผู้คุมเพีบง 700 คนที่ได้ย้ายไป ทำงานประเภทอื่นที่ยังไม่ระบุชัด
ภายใต้กฎหมายของ Dutchสาเหตุการปิดคุกเพราะจำนวนอาชกรรมลดลงมาตลอดตั้งแต่ปี 2004

ปัญหาของคุกว่าง  ทำให้สิงหาคมปีที่แล้วจึงได้นำเข้านักโทษ 240 คนจาก Norwayเพื่อใช้ประโยชน์ให้เต็มที่จากทรัพย์สินที่มีอยู่ของเรือนจำ

ตามรายงานของ  Telegraafรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม  Ard van der Steur ชี้แจงต่อรัฐสภาว่า  ต้นทุนที่ยังคงเรือนจำไว้
แต่ที่มีนักโทษน้อยมากเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามสำหรับประเทศขนาดเล็ก

ปัจจัยหนึ่งของ Netherlands คือการทำให้มีอาชญากรรมต่ำมาก เพราะผ่อนคลายกฎหมายยาเสพย์ติดมุ่งเน้นการฟื้นฟูนักโทษมากกว่าการลงโทษและระบบสายรัดข้อเท้าอิเล็คโทรนิค(ไว้ตรวจสอบนักโทษว่าไปไหนมาไหน)ทำให้นักโทษสามารถกลับไปทำงานได้อีกครั้ง

ผลการศึกษาในปี  2008 พบว่าระบบตรวจสอบสายรัดข้อเท้า ลดอัตราการทำความผิดซ้ำลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง แทนที่รัฐจะเสียต้นทุนไปกับการจำคุกนักโทษกับต้องสูญเสียเงินค่าใช้จ่ายดูแลนักโทษการลดจำนวนนักโทษเปิดให้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคมแทน

ตัวชี้วัดที่เหลือเชื่อกับอัตราอาชญากรต่ำ แม้ว่า Netherlands มีประชากร 17 คนมีคนเพียง  11,600 คนที่ถูกติดสายรัดข้อเท้า
หรืออัตรานักโทษ 69 คนต่อประชากร 100,000 คน

สหรัฐอเมริกา มีอัตรานักโทษ 716 คนต่อประชากร 100,000 คน เป็นอัตราสูงที่สุดในโลก สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสำคัญคือ
ขาดการเอาใจใส่ดูแลการบริการทางสังคม และโครงการฟื้นฟูนักโทษให้กลับคืนสู่สังคมหลังติดคุกการไม่มีหลักประกันที่ดีพอในการให้ทางเลือกอื่น ๆทำให้นักโทษหลายคนหวนกลับคืนสู่นิสัยเดิมอีก

การที่ Netherlands ต้องนำเข้านักโทษมาติดคุก ประเทศขนาดใหญ่แบบสหรัฐอเมริกาควรเรียนรู้บางอย่างจากรูปแบบของ Dutch

21 พฤษภาคม 2559
http://pantip.com/topic/35182829

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6619
    • ดูรายละเอียด
อีทีนี้มาคุยถึงเรื่องที่น่าคิด น่าสนใจทางด้านอาชญาวิทยากับทัณฑวิทยา (criminology and penology) ดูบ้างนะครับเนื่องจากเมืองไทยบ้านเรานี้มีนักโทษ 234,000 กว่าคนในเรือนจำมากกว่า 143 แห่งทั่วประเทศไทย ตัวเลขนี่อ้างจากงานสำรวจขององค์กรเยซูอิตเซอร์วิสที่ตั้งอยู่ ณ บ้านเซเวียร์ หลังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่รายงานออกมาเมื่อ พ.ศ.2554 ซึ่งตัวเลขที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้คือ นักโทษแต่ละคนควรมีพื้นที่ 2.25 ตร.ม. ซึ่งหากนำตัวเลขดังกล่าวนี้มาคำนวณเปรียบเทียบกับพื้นที่ในเรือนจำในปัจจุบัน จะคิดคำนวณออกมาได้ว่า "จำนวนนักโทษที่มากที่สุดควรจะเป็น" อยู่ที่ 105,748 คน ทว่าในความเป็นจริง จำนวนนักโทษปัจจุบันของไทย คือ 224,392 คน (มีนักโทษ 331 คน ต่อประชากร 1 แสนคน) คิดเป็นเป็นพื้นที่ต่อคนอยู่ที่ 1.09 ตร.ม. เกินกว่าปริมาณที่รองรับได้ถึง 231 เปอร์เซ็นต์ (โปรดสังเกตตัวเลขของหน่วยงาน NGO กับทางการไทยมักไม่ค่อยตรงกันนัก)

ดังนั้น จึงมีการจะขอตั้งงบประมาณสามหมื่นล้านบาทเพื่อสร้างเรือนจำ (คุก) ใหม่อีก 42 แห่ง โดยกระทรวงยุติธรรมเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้

ครับ ! แต่ในทางกลับกันทางประเทศเนเธอร์แลนด์ (หรือที่มักเรียกกันว่าฮอลแลนด์ (Holland) หรือ ฮอลันดา เป็นประเทศซึ่งตั้งอยู่ในยุโรปตะวันตกตอนเหนือ ชื่อประเทศมีรากศัพท์มาจากคำว่า "Neder" หรือ "ต่ำ" เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเนเธอร์แลนด์เป็นที่ราบลุ่ม และพื้นที่ประมาณหนึ่งในสี่ของประเทศต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เนเธอร์แลนด์ได้ปรับพื้นที่โดยการสูบน้ำออกจากทะเลสาบและทางน้ำต่างๆ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ เนเธอร์แลนด์ได้สร้างเขื่อน ทางระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศประสบภาวะอุทกภัย เนเธอร์แลนด์จึงมีสิ่งก่อสร้างด้านวิศวกรรมการจัดการน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก) ได้ประกาศเมื่อ พ.ศ.2552 ว่าจะปิดคุก 8 แห่งในประเทศพร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำคุกออกจากงาน 1,200 คน เนื่องจากไม่มีนักโทษในคุกครับ !

แต่ประเทศเบลเยียมซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหานักโทษล้นคุกเลยขอเช่าคุกของเนเธอร์แลนด์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่จะต้องออกจากงานนั่นแหละทำงานควบคุมนักโทษให้เบลเยียมตั้งแต่ พ.ศ.2552 จนปัจจุบัน

ล่าสุด ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2556 นี้เองประเทศนอร์เวย์ก็ขอเช่าคุกพร้อมผู้ควบคุม (พัศดี) กับประเทศสวีเดนเช่นกันเพราะนอร์เวย์มีนักโทษล้นคุกในขณะที่สวีเดนไม่ค่อยมีนักโทษที่ติดคุกมากนักจึงมีที่ว่างเยอะ

ท่านผู้อ่านสงสัยไหมครับว่าทำไมจำนวนนักโทษของเนเธอร์แลนด์กับสวีเดนจึงมีน้อยจนต้องปิดคุกและสามารถให้ประเทศเพื่อนบ้านเช่าคุกของประเทศเป็นรายได้เสริมของประเทศได้อีก

ยาเสพติดครับ ! บรรดานักโทษปัจจุบันนี้ในทุกประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาประเทศเจ้าลัทธิวิชาการอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยาแต่มีนักโทษคดียาเสพติดติดคุกมากที่สุดในโลกโดยประชากรอเมริกันมีเพียง 5% ของประชากรโลก แต่กลับมีจำนวนนักโทษสูงถึง 25% ของนักโทษทั่วโลกคือนักโทษอเมริกันมีจำนวนถึง 2.2 ล้านคน และนักโทษของประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยนั้นก็จะมีนักโทษคดียาเสพติดเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาและส่วนมากก็เป็นแค่ผู้เสพเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง

สาเหตุหลักของคดียาเสพติด คืออะไรที่มีอยู่ในธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการกล่อมหรือกระตุ้นประสาท เช่น กัญชา ใบกระท่อมหรือหมาก มักถูกรัฐบาลกำหนดว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างไม่มีเหตุผล จึงเกิดการผสมสารเคมีขึ้นเป็นยาเสพติดเช่นยาบ้าขึ้น หากไม่รัฐไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่เป็นสารเสพติดเบาๆ เสีย ตำรวจก็จะได้ทำหน้าที่ที่สำคัญที่จริงจังเสียทีเช่น คดีฆ่าคนตาย การลักขโมย วิ่งราว ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ตลอดจนคดีข่มขืนกระชำเราเป็นหลักจะดีกว่าแทนที่จะคอยมาจับคนที่มีกัญชาหรือใบกระท่อมติดตัวเพียงพอแค่เสพให้ต้องติดคุกซึ่งมันไม่เข้าท่าเลยครับ

ประเทศทั้งสองคือเนเธอร์แลนด์เขาไม่สนเรื่องยาเสพติดที่เป็นของธรรมชาติหรอกครับ จึงทำให้นักโทษลดจำนวนลงจนคุกว่างดังที่รายงานไปแล้ว และเมื่อเดือนธันวาคมปีนี้เอง (2556) ประเทศอุรุกวัยก็อนุญาตให้ประชาชนปลูกต้นกัญชาได้คนละ 6 ต้น เอาไว้เสพหรือปรุงอาหารหรือทำเป็นยาได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ต่อไปนี้ประเทศอุรุกวัยคงลดจำนวนนักโทษไปได้เยอะละครับ

(ที่มา:มติชนรายวัน 18 ธ.ค.2556)

19 ธันวาคม พ.ศ. 2556
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1387362115

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 6619
    • ดูรายละเอียด
“เนเธอแลนด์” คุกว่างให้เช่า ปรับโฉมสู่โรงแรมหรู!
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2016, 11:20:28 »
ขณะที่เรือนจำในประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาการมีผู้ต้องขังจำนวนมากอยู่รวมกันอย่างแออัด และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต โดยไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนนักโทษมากที่สุดติดอันดับ Top10 ของโลก

แต่อีกฝากหนึ่งของโลก ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลับมีนักโทษอยู่น้อยมาก น้อยเสียจนกระทรวงยุติธรรมของดัตช์ต้องประกาศปิดเรือนจำ 8 แห่ง เนื่องจากที่ผ่านมาในประเทศแทบไม่มีเหตุอาญชากรรมเลย ทั้งยังให้บริการ “เช่าคุก” โดยประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เบลเยี่ยม ได้ทำสัญญาเช่าคุกระหว่างสองรัฐบาลขึ้น เนื่องจากเบลเยี่ยมประสบปัญหาคุกแออัด จึงขอเช่าคุก Tilburg ที่อยู่ใกล้เขตชายแดนดัตช์-เบลเยี่ยม ซึ่งว่างเปล่าไร้นักโทษมาเป็นเวลานาน ซึ่งเบลเยี่ยมได้ขนย้ายนักโทษ 500 คนมาขังที่คุกแห่งนี้ โดยตกลงจ่ายค่าเช่าคุก 30 ล้านยูโรต่อปีกับรัฐบาลเนเธอแลนด์จนถึงปัจจุบัน

การลดลงของอาชญากรรมอย่างต่อเนื่องในประเทศเนเธอร์แลนด์นั้น หมายความว่า ถึงแม้คุกในประเทศเนเธอร์แลนด์จะมีความสามารถรองรับนักโทษได้ 14,000 คน เมื่อเทียบกับอัตราส่วนจำนวนประชากรทั้งหมด แต่ทั้งประเทศกลับมีจำนวนนักโทษอยู่จริงเพียง 12,000 คน เท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก และคุกที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศจึงไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์นัก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมเนเธอแลนด์ เปิดเผยว่า เขาเชื่อว่าในอนาคตจำนวนนักโทษในประเทศจะลดลงอีกเรื่อยๆ และอาจต้องมีมาตรการในการเลย์ออฟเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกในอนาคตด้วยก็เป็นได้

ทั้งนี้ เมื่อปี 2007 เนเธอร์แลนด์ได้ทำการปรับปรุงคุกโบราณอายุเกือบ 150 ปี ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วให้เป็นโรงแรมหรูที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าใครที่ได้มาเห็นภาพเหล่านี้ก็คงไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าโรงแรมสุดหรูแห่งนี้ ในอดีตเคยเป็นคุกเก่าของเนเธอร์แลนด์ที่มีอายุนับร้อยปีมาก่อน

 11 พ.ย. 2015
http://www.bkkvariety.com/1364