ผู้เขียน หัวข้อ: 'บุญ วนาสิน': ใครจะขายโรงพยาบาลมาหาผม  (อ่าน 3895 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8874
    • ดูรายละเอียด
"ใครจะขายกิจการโรงพยาบาลเอกชนในเมืองไทย ผมพร้อมที่จะเป็นฝ่ายซื้อมากกว่า และไม่เคยคิดที่จะขายโรงพยาบาลในกลุ่มธนบุรี"

นี่คือคำยืนยันของ นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริการกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี ที่ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ในช่วงที่มีการแบ่งขั้วแข่งขันธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนระหว่างกลุ่มบำรุงราษฎร์ และกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ  ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่เหลือคงต้องเลือกข้าง เพื่อความอยู่รอด

แต่ในมุมมองของนายแพทย์บุญ บอกว่ากลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี เป้าหมายการทำธุรกิจที่ชัดเจน โดยเน้นตลาดระดับกลาง และด้วยเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ 18 แห่งนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องขายหุ้นโรงพยาบาลให้กับกลุ่มบำรุงราษฎร์ หรือกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ "เราอยู่ได้ด้วยตัวเอง"

ไม่เพียงแต่เท่านั้น กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี ก็มีความพร้อมที่จะเป็นฝ่ายซื้อกิจการมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายขาย ซึ่งหากผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนรายใด ที่มีความประสงค์จะขาย เราก็สนใจหากอยู่ในทำเลที่เหมาะสม

นายแพทย์บุญ ยังได้ฉายภาพธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในเมืองไทยให้ฟังว่า ตลาดเมืองไทยเล็กมาก ทำให้กลุ่มธนบุรีต้องมองออกไปนอกประเทศ โดยยังคงมุ่งเน้นที่ประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้ได้ร่วมลงทุนและรับจ้างบริหารโรงพยาบาลในจีน  3 แห่ง และมีเป้าหมายจะที่จะรับจ้างบริหารรวมทั้งร่วมทุนในจีนเพิ่มขึ้นปีละ 2 แห่ง จากปัจจุบันมีผู้ประกอบการในจีนกว่า 2 หมื่นราย

การลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลในเมืองจีนยังเป็นโฟกัสหลักของกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี โดยใช้บริษัทร่วมทุนคือ WJ International Medical Center ซึ่งถือหุ้นโดยโรงพยาบาลธนบุรี 60% ในนามส่วนตัวของนายแพทย์บุญประมาณ 20-30% และกลุ่มกระทิงแดงประมาณ 10% เป็นหัวหอกในการขยายธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศจีน

นอกจากนี้ยังได้ขยายการลงไปไปยังเวียดนาม  พม่า และตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการรับจ้างบริหาร

"ตลาดในเมืองจีนมหาศาล มีโรงพยาบาลเยอะมาก แต่ขาดการบริหารจัดการ เขาจึงสนใจเรา แต่รัฐบาลจีน ก็ยังมีนโยบายที่จะควบคุมการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาล และมีความเข้มงวดและมีกฎเกณฑ์มาก ดังนั้นการลงทุน จึงเป็นลักษณะของการเข้าไปร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลของรัฐเพื่อสร้างความเชื่อ มั่นก่อน"


เน้นรับจ้าง-บริหาร

ส่วนตลาดในเมือง กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี เน้นจับตลาดระดับกลาง แต่จะหันไปร่วมมือกับภาครัฐมากขึ้นในเชิงการรับจ้างบริหาร เพราะปัจจุบันโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่จะขาดทุนอยู่แล้ว หน้าที่ของเรา ก็คือ การไปช่วยลดต้นทุน ใช้เครือข่ายที่มีอยู่ช่วยหาบุคลากรด้านการแพทย์เข้าไปช่วย โดยที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาระบบไอที ในการบริหารจัดการเพื่อดูแลต้นทุน

"ตอนนี้เราจะเน้นการรับจ้างบริหารมากกว่า ทั้งต่างประเทศ และในประเทศเราก็จับมือกับภาครัฐควบคู่ไปกับการทำตลาดระดับกลางของกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี ขณะเดียวกันเราก็พร้อมจะเป็นฝ่ายซื้อกิจการ เพื่อเพิ่มเครือข่ายและขนาดของกลุ่ม"


หลายคนอาจจะตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรียัง มีเป้าหมายจะซื้อกิจการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการขายหุ้นที่ถืออยู่ในโรงพยาบาลปิยะเวท ให้กับกลุ่มกระทิงแดง ซึ่งนายแพทย์บุญ เฉลยให้ฟังว่า กลุ่มกระทิงแดงถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของเรามานาน และในช่วงที่ผ่านมาตนได้ไปโฟกัสที่ตลาดประเทศจีนเป็นหลัก ทำให้ไม่มีเวลาที่จะดูแลในส่วนของโรงพยาบาลปิยะเวท ซึ่งกลุ่มของคุณเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดงก็เข้ามาซื้อหุ้นไปบริหาร   แต่หากในอนาคตกลุ่มกระทิงแดงต้องการขายหุ้นออกมา ผมก็พร้อมที่จะซื้อคืน

ลุยทำการตลาดร่วมภาครัฐ

การทำตลาดร่วมกับภาครัฐนั้น เขาบอกว่า เริ่มต้นจากการจับมือกับโรงพยาบาลตำรวจและมหาวิทยาลัยสยาม ผลิตบุคลากรด้านการแพทย์ โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยสยามเป็นสถานการศึกษา และมีกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรีจัดการ เรื่องการเรียนการสอนร่วมมือกับโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน นอกจากนี้ยังรับจ้างบริหารโรงพยาบาลที่อยู่ในสังกัดองค์การบริหารส่วน จังหวัดภูเก็ต (อบจ.) 1 แห่ง ที่มีขนาดเตียง 140 เตียง

"บุคลากรด้านการแพทย์ที่ผลิตร่วมกัน ก็จะส่งให้กับโรงพยาบาลตำรวจและกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี จากที่ผ่านมาเราก็ร่วมกับมหาวิทยาลัยสยามผลิตพยาบาลให้กับกลุ่มธนบุรี"

ในระหว่างที่กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี พยายามจับขั้วกับภาครัฐ  แต่ก็ไม่ได้หยุดที่จะขยายกิจการ หันไปเน้นแพทย์เฉพาะทาง โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลตำรวจในการก่อตั้งศูนย์มะเร็งนานาชาติ โดยอาจเช่าพื้นที่โรงพยาบาลตำรวจ หรือใช้ที่ดินของเรา นอกจากนี้ก็มีแผนที่จะตั้งศูนย์กระดูก ย่านพญาไท

การทำธุรกิจของกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี แม้จะมีเครือข่ายไม่โดดเด่นเหมือนกับกลุ่มโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ แต่ก็มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรักษาการเติบโตของธุรกิจภายใต้การแข่งขันที่ รุนแรงมากขึ้น เพราะเรามีธุรกิจที่สามารถต่อยอดกับธุรกิจหลักได้อย่างครบวงจร ทั้งเรื่องของการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์ การรับจ้างบริหาร  หรือแม้กระทั่งการมีร้านขายยาใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ คือร้าน Apex   ขณะเดียวกันก็มีบริษัทที่ขายเครื่องมือการแพทย์

จากยุทธศาสตร์ของกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรีที่ วางไว้นั้น นายแพทย์บุญ บอกว่า โครงสร้างรายได้หลักยังจะมาจากการให้บริการทางการแพทย์ในเมืองไทย 70% ส่วนที่เหลือจะมาจากการรับจ้างบริหารและการไปร่วมทุนในประเทศจีน  ซึ่งในอนาคตมองว่ารายได้จากการลงทุนในประเทศจีนจะเพิ่มเข้ามาอย่างมีนัย สำคัญ

กรุงเทพธุรกิจ
28 มีนาคม 2554