ผู้เขียน หัวข้อ: WHO เผยกว่า 50 ชาติพลาดเป้า ฉีดวัคซีนโควิดไม่ถึง 10%  (อ่าน 50 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8247
    • ดูรายละเอียด
องค์การอนามัยโลกออกมาระบุว่าการตั้งเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับประเทศต่างๆ ได้อย่างน้อย 10% ของประชากรภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีมากกว่า 50 ประเทศที่อยู่ในข่ายดังกล่าว

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าประเทศที่พลาดเป้าหมายส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งในภาพรวมแล้วมีคนที่รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบทั้งสองเข็มเฉลี่ยที่เพียง 4.4% เท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีรายได้ต่ำและประสบปัญหากับการเข้าไม่ถึงวัคซีนรวมถึงมีปัญหาเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขพื้นฐาน

บางประเทศก็ประสบปัญหาความขัดแย้งหรือสงครามกลางเมือง อาทิ เยเมน ซีเรีย อิรัก อัฟกานิสถาน และเมียนมา ขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างเฮติ ก็เผชิญกับภัยธรรมชาติ ซึ่งทำให้ความพยายามที่จะกระจายวัคซีนต้องประสบกับความยากลำบาก

ขณะที่ไต้หวันซึ่งถือว่ามีฐานะร่ำรวย โครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนก็เผชิญกับการส่งมอบวัคซีนที่ล่าช้าและปัญหาอื่นๆ จนทำให้ขณะนี้มีประชากรที่ได้รับวัคซีนครบทั้งสองโดสต่ำกว่า 10% เช่นกัน

เช่นเดียวกับเวียดนามที่ก่อนหน้านี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในปริมาณที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก จนกระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็พลาดเป้าหมายในการฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 10% ของจำนวนประชากรด้วย

ในทวีปแอฟริกามีเพียง 15 จาก 54 ประเทศที่บรรลุผลตามเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ได้ 10% ขณะที่ประเทศกว่าครึ่งหนึ่งในทวีปแอฟริกาเพิ่งจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ไม่ถึง 2% เท่านั้น มีสองประเทศที่ยังไม่ได้แม้แต่เริ่มโครงการฉีดวัคซีนเสียด้วยซ้ำคือบุรุนดีและเอริเทรีย

องค์การอนามัยโลกระบุว่าประเทศส่วนใหญ่ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงคือประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงและประเทศที่มีรายได้สูง หรือประเทศที่สามารถได้รับวัคซีนตรงจากผู้ผลิต

ทั้งนี้ประเทศร่ำรวยประกาศว่าจะส่งมอบวัคซีนให้กับโครงการโคแว็กซ์ขององค์การอนามัยโลก เพื่อกระจายให้กับประเทศยากจน แต่จากการศึกษาล่าสุดพบว่าวัคซีนที่กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) รวมถึงอียูสัญญาว่าจะให้มากกว่า 1,000 ล้านโดสในความเป็นจริงแล้วมีการส่งมอบน้อยกว่า 15%

สถานการณ์ในประเทศยากจนเมื่อเทียบกับประเทศร่ำรวยพบว่า ในอังกฤษมีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้วเกือบ 66% ส่วนสหภาพยุโรป (อียู) อยู่ที่ 62% และสหรัฐ 55%

2 ตุลาคม 2564
https://www.matichon.co.th/foreign/news_2969683