ผู้เขียน หัวข้อ: บทความ อ.แก้วสรร ค่ะ  (อ่าน 2373 ครั้ง)

Thitiporn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
    • ดูรายละเอียด
บทความ อ.แก้วสรร ค่ะ
« เมื่อ: 16 มีนาคม 2011, 16:23:58 »
                               สวัสดิการสังคมตามแนวคิดขงจื๊อ
                                                                                                              แก้วสรร  อติโพธิ
...
      กว่าสิบปีมานี้ สินค้าประชานิยมเพื่อสวัสดิการของชาวบ้าน โดยงบประมาณแผ่นดิน กำลังท่วมประเทศอย่างหนัก  ทั้งการนำร่องในยุคทักษิณแล้วติดตามมาในยุคขิงแก่
และประชาธิปัตย์   ยิ่งมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนยุบสภาในปี ๒๕๕๔ นี้ก็ยิ่งจะเห็นของขวัญประชานิยมเหล่านี้เกลื่อนไปหมดเลยทีเดียว
      ภาระด้านงบประมาณของโครงการประชานิยมนี้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี  ดังตัวอย่างค่าใช้จ่าย ในโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนั้น  เมื่อสิบปีก่อนที่เริ่มโครงการก็อยู่ที่ ๑๔๐๐ บาทต่อหัว  แล้วก็เพิ่มขึ้นทุกปีไม่มีหยุดจนถึง ๒๔๐๐ บาทต่อหัวในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ มาปีนี้ก็จะขอเพิ่มอีก ๗๐๐ บาท     ซึ่งเมื่อรวมกับสวัสดิการสุขภาพของข้าราชการและผู้ใช้แรงงานอีก ๑๖% ด้วยแล้ว   งบประมาณสวัสดิการสุขภาพไทยในปีหน้าก็จะเกาะกินงบแผ่นดินถึงสองแสนล้านบาทเลยทีเดียว
นอกจากเนื้องบประมาณแผ่นดินในโครงการประชานิยมจะเพิ่มขึ้นแล้ว   ใน
ด้านความคิดก็ยังฝังรากลึกลงไปเรื่อยๆอีกด้วย    ดังตัวอย่างกรณีสวัสดิการสุขภาพตามระบบประกันสังคมที่ลูกจ้างควักเงินเดือนมากองไว้โดยมีนายจ้างและรัฐสมทบเงินด้วยนั้น    ก็มีการปลุกปั่นกันว่าไม่เสมอภาคถูกเอาเปรียบ  เพราะคนทั่วไปไม่ต้องออกเงินก็ได้รับการรักษาฟรีจากกองทุนบัตรทอง    ลูกจ้างจึงควรจะมารับการรักษาฟรีตามระบบนี้จะดีกว่าเพราะต่างก็ก็เสียภาษีให้รัฐเหมือนกัน
                       ข้อเรียกร้องให้คนที่รับผิดชอบตัวเองได้อยู่แล้ว   ให้ต้องกลับไปอยู่ในระบบขอทานเหมือนกับคนอื่นอย่างนี้    มาจากการกำเริบของโรคประชานิยมที่น่าวิตกมาก  จำเป็นต้องถูกท้วงติงด้วยระบบคิดตรงข้ามให้ได้คิดกันเสียใหม่   ซึ่งก็มีตัวอย่างจากสวัสดิการสังคมของสิงค์โปร์  ที่นายกฯลีกวนยู ได้ยึดแนวคิดตามลัทธิขงจื๊อมาเป็นหลักได้ อย่างเฉียบคมยิ่ง   และแตกต่างกับลัทธิขอทานนิยม หรือเอื้ออาทรนิยมเป็นอย่างมาก  ดังผมจะขอสังเขปมาเสนอในทำนองปุจฉา-วิสัชนาไว้ ดังนี้
ถาม   สวัสดิการสังคมของสิงค์โปร์มีที่มาของเงินมาจากไหน
ตอบ   นายกฯลีกวนยู  จัดตั้งระบบบังคับออมทรัพย์ขึ้น   ให้คนสิงค์โปร์ทุกคนต้องเปิดบัญชี
   ธนาคารเป็นบัญชีสวัสดิการของตนเองและครอบครัว    เงินจากบัญชีนี้จะไหลไปรวม
   เป็นกองทุนที่พักอาศัยให้กู้ยืมซื้อบ้านหลังแรก   เป็นกองทุนประกันสุขภาพที่ถ้วนหน้า
   จริงๆ  และเป็นเบี้ยยังชีพไว้ใช้ในยามชราด้วย   
ถาม   แล้วรัฐไม่ช่วยอะไรเลยหรือ
ตอบ   รัฐมีเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสุขภาพด้วย    แต่ลำพังเงินออมเหล่านี้ก็มีกองทุนของ
   รัฐนำไปลงทุนหาประโยชน์ตอบแทนได้เป็นอันมากอยู่แล้ว   มาซื้อกิจการโทรศัพท์
เอไอเอสที่เมืองไทย  ก็เงินออมพวกนี้นี่แหละครับ
ถาม   นายกฯ ลีกวนยู เอาความชอบธรรมมาจากไหน  มาบังคับให้ราษฎรต้องออมทรัพย์อย่างนี้
ตอบ   พ่อแม่คุณเคยซื้อกระปุกออมสินให้คุณบ้างไหม?
ถาม   เคยครับ   ท่านให้ผมเหลือเงินค่าขนมมาหยอดกระปุกให้ได้ทุกวันเลย   อาจารย์ล่ะครับ
ตอบ   เหมือนกันครับ   พอกระปุกเต็มเอาไปฝากออมสินท่านเติมเงินฝากให้ผมอีกด้วย   นี่
   แหละครับ  นายกฯลีกวนยูก็คิดอย่างนี้  ว่ารัฐต้องรู้จักสร้างราษฎรเหมือนพ่อแม่ที่ต้อง
   รู้จักสร้างลูก     สร้างให้รู้จักสร้างตนเองและครอบครัว   สังคมสิงค์โปร์ต้องสร้างจาก
คนสิงค์โปร์ที่เคารพตัวเองและรักครอบครัวเป็นหลัก   นี่คือหลักในลัทธิขงจื๊อที่ชัดเจน
มาก    เป็นที่มาของนโยบายหลายอย่างของสิงค์โปร์
ถาม   นโยบายอะไรบ้างครับ
ตอบ   ลีกวนยู เขียนไว้ว่า   เขาไม่เห็นด้วยกับสวัสดิการจากรัฐหรือสังคม   เพราะทำให้คนไม่
   เคารพตนเอง  ไม่ทำงานสร้างตัว   ส่วนคนที่ทำงานเสียภาษีก็จะสิ้นกำลังใจที่ถูกเอา
   เปรียบ   เขาสรุปว่าเขาต้องการ Social ที่ Fair  ไม่ใช่ Social Welfare  อย่าง
   บ้านอื่นเมืองอื่น   ด้วยเหตุนี้เขาจึงใช้วิธีบังคับออมเพื่อตนเองและครอบครัว  มาเป็นฐาน
   สวัสดิการทั้งสังคม  งานที่เหลือเขาก็ให้รัฐลงมาทุ่มเทอย่างเต็มที่
ถาม   งานอะไรที่เหลือครับ
ตอบ   สิงค์โปร์ทุ่มเทการศึกษาในด้านคุณภาพอย่างสุดตัว  ไม่ใช่ให้เด็กเรียนฟรีแต่คิดเงินทอน
   ไม่ถูกเหมือนบ้านเรา    ครูของเขาเงินเดือนสูงเท่าวิศวะกรคัดมาจาก ๕% แรกของคน
   หนุ่มคนสาว   ในระดับอุดมศึกษาเขาทุ่มเทสร้างสถาบันวิจัยไบโอเทคอย่างถึงไหนถึงกัน
   ทั้งคนและอาคาร  หาได้มีแต่ตึกอุทยาน กับนักวิจัยเงินเดือนจี๊ดเดยวเหมือนของเราที่
   ธรรมศาสตร์รังสิต
นโยบายนี้ลีกวนยูบอกเหมือนขงจื๊ออีกว่า  การศึกษาของลูกคือหน้าที่ของพ่อที่สำคัญ
ที่สุด   ซึ่งคนรุ่นเขาก็เป็นพ่อที่ทำงานหนักมากจริงๆ
ถาม   ด้านเศรษฐกิจล่ะครับ
ตอบ   เขาทุ่มเทสร้างสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เจ๋งมากๆ    มีคลัสเตอร์หรือกลุ่มการผลิตที่พร้อม
   หน้าที่เกี่ยวกับการขนส่งทางเรือและทางอากาศอยู่เต็มเกาะ    แค่นิตยสารของสายการบิน
   นี่  เขาก็มีคลัสเตอร์รับงานจากสายการบินต่างๆได้หนึ่งในสามของตลาดโลกแล้ว
คุณอย่าไปเห็นว่าเขาทำแค่ซื้อของถูกที่นี่ไปขายแพงที่โน่นเท่านั้น  ภาคการผลิตจริงที่
เก่งๆของเขาก็มีมาก
ในภาพรวมแล้ว  ลีกวนยูและคณะ  เขาได้สร้างคนของเขาให้เป็นคนที่แข็งแรงในความ
รับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว  ไม่งอมืองอเท้าขอการบริโภคหรือความช่วยเหลือ
จากรัฐ    จากนั้นเขาก็สร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพจริงๆ ให้แก่ราษฎร   แล้ว
เสริมด้วยสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่ดี  ให้ผู้ประกอบการสร้างความเก่งกาจของกลุ่มการผลิต
ต่างๆยกสินค้าของสิงค์โปร์ขึ้นไปสู่ตลาดระดับบน    ขายได้ราคาจนสั่งสมเป็นความ
มั่งคั่งของตนเองและประเทศชาติได้
ถาม   รัฐบาลของเขามีคอรัปชั่นไหม ?
ตอบ   เรื่องคอรัปชั่นสำหรับลีกวนยูผมไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่ลูกสะใภ้ของเขา   ลีกวนยูโด่ง
   ดังมากในเรื่องความซื่อตรง    ยุคของเขาเวนคืนที่ดินตัดถนนต้องเป็นเส้นตรงบ้านคนจน
   คนรวยไม่มีละเว้น  เจอสุสานตระกูลของเขาเอง  เขาก็ยังให้เดินตรงไปข้างหน้า    เขา
   ไม่เคยเอาข้อสอบรั่วมา   ให้ลูกติวก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนผู้นำบางคนเลย
ถาม   คนคอรัปชั่นขึ้นเป็นผู้นำแล้วสร้างบ้านสร้างเมืองได้แบบสิงค์โปร์มีไหม
ตอบ   คอรัปชั่นแปลว่าเน่าเปื่อย   คนเน่าเปื่อยจะเห็นตำแหน่งเป็นอำนาจ เป็นประโยชน์ที่ต้องแสวงหา    ไม่ใช่เห็นเป็นหน้าที่ ที่ต้องทุ่มเททั้งสมองและกายใจเพื่อแผ่นดินเกิด
   ผู้นำที่คอรัปชั่นจึงสร้างบ้านสร้างเมืองไม่ได้   มีแต่ราคาคุยเช่นคุยว่า ๖ เดือนหมดปัญหาจราจร   หรือ ๖ เดือนผมกลับมาทุกคนอู้ฟู่แน่เป็นต้น
ถาม   บ้านเมืองเราจะเลี้ยวกลับมาสร้างคนกันจริงๆ แบบสิงค์โปร์ได้ไหมครับ ?
ตอบ   ต้องเลิกพูดเลิกเน้นเรื่องฟรีๆ เช่น เรียนฟรี  รักษาฟรี  หรือเอื้ออาทรต่างๆนานากันเสียที
ปล่อยไว้อย่างนี้อีกหน่อยคงมีโลงฟรี  ฌาปนกิจฟรี ลอยอังคารฟรี เป็นแน่
ถาม   แล้วประกันสุขภาพบัตรทองนี่จะว่าอย่างไรครับ
ตอบ   อย่าเอาผู้ใช้แรงงานมาร่วมกองทุนนี้  เอาลูกเมียผู้ใช้แรงงานไปอยู่ประกันสังคมด้วย
   เอาระบบจ่าย ๓๐ บาทกลับคืนมาใช้     จะได้เลิกเห็นโรงพยาบาลเป็นโรงทานแจกยาเสีย
   ที    คัทเอาท์ที่มีใบหน้ารัฐมนตรีประกาศว่า  บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกโรคนั้นก็
   เลิกเสียที  จะเลือกตั้งแล้วเอาเงินชาวบ้านมาหาเสียงให้ตัวเองอยู่ได้  ไม่อายบ้างเลยหรือ ?
                                                              .............................

Meem

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2576
    • ดูรายละเอียด
Re: บทความ อ.แก้วสรร ค่ะ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 16 มีนาคม 2011, 21:27:28 »
เขียนได้ลึกซึ้ง ถึงปัญหา และแนวทางที่ประเทศเราน่าจะเดินไป
แต่............เราจะเดินไปทางนั้นได้อย่างไร
..................ใครจะนำพาไป หรือเราต้องทำอย่างไร..........