ผู้เขียน หัวข้อ: พระราชดำรัสในหลวง(ต่อวงการแพทย์ และสาธารณสุข) "ให้อ่อนน้อมถ่อมตน"  (อ่าน 5036 ครั้ง)

seeat

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 470
    • ดูรายละเอียด

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ - นับ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ธ ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ทรงพระประชวร และประทับรักษาพระวรกายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยก็เฝ้าติดตามพระอาการของพระองค์ท่านอย่างใจจดใจจ่อ คราใดที่พระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง เสด็จออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เหล่าพสกนิกรก็จะพากันสวมเสื้อเหลืองอันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สวมเสื้อชมพูอันเป็นสีที่ต้องโฉลกกับพระองค์ท่าน แห่แหนกันไปเฝ้ารอรับเสด็จ พร้อมกับเปล่งเสียง 'ทรงพระเจริญ' กึกก้องไปตลอดเส้นทาง
       
       ยิ่งตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นับเป็นช่วงเวลาที่หัวใจของชาวไทยทั้งประเทศพองโตด้วยความปลื้มปีติ เมื่อได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง ฉายให้เห็นถึงพระพลานามัยที่แข็งแรง นับแต่เสด็จทอดพระเนตร 'ศิริราชคอนเสิร์ต เทิดไท้องค์อัครศิลปิน' เสด็จลอยพระประทีป ณ ท่าน้ำศิริราช และวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และเปิดสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ที่ จ.สมุทรปราการ
       
       และเนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 'ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์' มีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุยกับ 'ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์' คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าคณะแพทย์ที่ถวายการรักษานับตั้งแต่เสด็จฯ เข้ารับการรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลศิริราช กระทั่งปัจจุบัน ซึ่งเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นภารกิจที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต
       
       **ในช่วงที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เข้ารับการรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลศิริราช ทราบมาว่า ขณะนั้นคุณหมอดำรงตำแหน่งคณบดี ดังนั้น จึงต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะแพทย์เพื่อถวายการรักษาพระองค์ท่าน
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลศิริราชมาตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ปีที่แล้ว ผมก็ได้ถวายการรักษาพระองค์ท่านมาตั้งแต่ต้น ซึ่งการที่ผมมีโอกาสได้ถวายการรักษาพระองค์ท่านนั้นถือเป็นภารกิจที่ยิ่ง ใหญ่ที่สุดในชีวิต คิดว่าไม่มีภารกิจใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้วเพราะพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวม ของคนไทยทั้งชาติ
       
       ทั้งนี้ ในแง่การถวายการรักษาพระองค์ท่านนั้น ผมในฐานะคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลก็เป็นหัวหน้าคณะแพทย์ แล้วก็มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ เข้ามาเป็นกรรมการถวายการรักษา ซึ่งโดยหลักก็จะเป็นคณะแพทย์จากศิริราชพยาบาล นอกจากนั้นก็จะมีคณะทำงานกลุ่มย่อยจากโรงพยาบาลอื่นๆด้วย เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณาจารย์จากเภสัชศาสตร์ รวมถึงแพทย์จากต่างประเทศ ซึ่งการถวายการรักษานั้นต้องดูให้ละเอียดรอบด้านที่สุด ต้องถวายสิ่งที่ดีที่สุดแด่พระองค์ท่าน
       
       คณะแพทย์ก็จะมีหลากหลายสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง คุณหมอแต่ละท่านก็เชี่ยวชาญกันคนละด้าน ในการถวายการรักษาก็จะต้องมีการประชุมกลุ่มย่อย อย่างคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้ก็จะคุยกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของเขา จากนั้นก็นำผลการประชุมของกลุ่มย่อยมาคุยกันในที่ประชุมใหญ่ของคณะแพทย์ซึ่ง ผมเป็นประธาน
       
       **คณะแพทย์ที่ถวายการรักษามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน?
       
       ก็เยอะเหมือนกัน 10 กว่าคน แล้วก็มีกลุ่มย่อยต่างหาก ก็มีทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด ก็เป็นทีมประจำ แต่ละคนก็เป็นผู้เชี่ยวชาญ ศิริราชมีอาจารย์ประมาณ 800 คน เราก็เลือกเอาผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาที่เกี่ยวข้องมาถวายการรักษา
       
       **คุณหมอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านบ่อยแค่ไหน
       
       ในส่วนของคณะแพทย์ก็เข้าเฝ้าฯ ในบางโอกาสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการถวายการรักษา แต่เราก็ต้องประชุมหารือเกี่ยวกับการถวายการรักษากันทุกวัน คณะแพทย์ต้องประชุมกันทุกวัน ก็มีการประเมินเกี่ยวกับพระพลานามัย ซึ่งตอนนี้พระองค์ท่านก็ทรงสดชื่นอย่างที่พสกนิกรได้เห็นกัน
       
       **ตอนนี้เหล่าพสกนิกร ชาวไทยต่างปลื้มปีติที่เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระพลานามัยแข็งแรง และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการบรรเลงเพลงแจ๊ซ เสด็จฯไปทรงลอยพระประทีป เสด็จฯ คลองลัดโพธิ์
       
       ตอนนี้พระองค์พระพักตร์แจ่มใสมาก คณะแพทย์ดีใจนะครับที่พระองค์ท่านทรงพระเกษมสำราญ และการเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ท่านแต่ละครั้งก็ทำให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นใน บ้านเมืองของเรามากมาย นอกจากความสุขใจของประชาชนแล้วในแง่อื่นๆ ก็ดีขึ้นตามไปด้วย เราคงจะสังเกตเห็นในหลายรูปแบบ พระองค์ก็เสด็จฯ ออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่สำคัญๆ อย่างตอนที่พระองค์เสด็จคลองลัดโพธิ์พระองค์ท่านก็ไม่เสด็จฯ เข้าด้านในเรือเลย นั่งทอดพระเนตรพสกนิกรที่แห่แหนมาเข้าเฝ้าฯ ริมฝั่งคลอง ผมคิดว่าพระองค์ทรงมีความสุขมาก
       
       **เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ คุณหมอก็ตามเสด็จโดยตลอด ?
       
       ใช่ครับ ก็ติดตามถวายการดูแลพระองค์ท่าน
       
       **พระกระยาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสวย ทางโรงพยาบาลศิริราชเป็นผู้ดูแลด้วยหรือไม่
       
       อันนี้เป็นเรื่องของสำนักพระราชวัง แต่ทางคณะแพทย์ก็จะเข้าไปให้คำปรึกษาด้วย พระองค์ท่านก็เสวยตามปกติ แต่เรื่องเกี่ยวกับพระพลานามัยของพระองค์ท่าน ทางทีมแพทย์กับทางสำนักพระราชวังก็คุยกันอยู่แล้วปกติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ประทับอยู่ทุกวันนะครับ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ก็ประทับอยู่ ประทับอยู่ 4 พระองค์
       
       **ทราบว่าในช่วงที่เกิดน้ำท่วมหนักพระองค์ท่านทรงเป็นห่วงมาก
       
       ครับ พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงมาก ทรงเป็นห่วงประชาชนมาก พระองค์ทรงทอดพระเนตรข่าวสารจากสื่อทุกรูปแบบ สิ่งเดียวที่พระองค์ทรงห่วงใยคือพสกนิกร ส่วนพระองค์จะมีกระแสรับสั่งอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของทางสำนักพระราชวัง ซึ่งทีมแพทย์ไม่อาจก้าวล่วง เวลาที่มีพระราชกรณียกิจที่พระองค์เสด็จออกมา เช่น เสด็จทอดพระเนตรแจ๊ซ เสด็จทรงลอยพระประทีป พระองค์ก็จะเสด็จฯทอดพระเนตรแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อดูสถานการณ์น้ำ
       
       นอกจากนั้น พระองค์ก็ทรงสนพระทัยสถานการณ์น้ำบริเวณรอบโรงพยาบาลศิริราชด้วย พระองค์จะทรงดูว่าศิริราชเป็นอย่างไร น้ำท่วมไหม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศิริราชก็จะถวายรายงานให้พระองค์ทรงทราบทุก วันว่าศิริราชเป็นอย่างไร น้ำท่วมแค่ไหน รวมทั้งถวายรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ ด้วย ก็ถวายรายงานให้พระองค์ทอดพระเนตรทุกวัน พระองค์ทรงสนพระทัยมาก ผมก็จะกราบทูลให้พระองค์ทรงทราบว่าดูจากเส้นวัดระดับน้ำที่ทางโรงพยาบาลจัด ทำนั้นน้ำขึ้นกี่เมตร ลงกี่เมตร อย่างเวลามีภาพแผนที่ของพื้นที่บริเวณที่เกิดน้ำท่วมซึ่งลงตามสื่อต่างๆ เราก็จะนำภาพขยายเพื่อให้พระองค์ทรงทอดพระเนตรได้ชัดเจน นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานด้วย
       
       **พระองค์ท่านทรงติดตามข่าวสารเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพสกนิกรอยู่ตลอดเวลา
       
       ใช่ครับ พระองค์ท่านทรงห่วงใยตลอด แม้กระทั่งเวลาที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินลงมาเพื่อประกอบพระราชกรณียกิจ เช่น ในวันปิยมหาราชพระองค์เสด็จวางพวงมาลัยที่พระราชาอนุสาวรีย์ จากนั้นก็เสด็จฯ ไปที่ท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทรงทอดพระเนตรสภาพน้ำ
       
       ในส่วนของโรงพยาบาลศิริราชพระองค์ก็ทรงห่วงใยเรื่องน้ำท่วม ช่วงที่น้ำท่วมเยอะ พระองค์ท่านตรัสถามผมและคณะแพทย์อีก 2-3 คนว่า...ว่ายน้ำเป็นกันทุกคนหรือเปล่า (หัวเราะ) แสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ท่าน แล้วก็อาจจะเป็นพระอารมณ์ขันด้วย (ยิ้ม) พระองค์ท่านเสด็จฯ ดูสถานการณ์น้ำท่วมของศิริราช เราก็กราบทูลถึงปัญหาต่างๆ พระองค์ท่านก็ทรงมีพระเมตตา คือที่ศิริราชนี่เมื่อก่อนน้ำจะท่วมทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระเมตตาให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกับ โครงการพระราชดำริ โดยให้สร้างถังขนาดใหญ่ไว้ที่บริเวณท่าน้ำโรงพยาบาลเพื่อระบายน้ำแล้วก็ สูบออกอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีน้ำท่วมโรงพยาบาลศิริราชอีกเลย นี่คือพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน จากนั้นเราก็นำแนวทางพระราชดำริจากที่พระองค์ท่านทำไปทำไว้อีกที่หนึ่ง คือตรงหอพักนักศึกษาแพทย์ ก็แก้ไขเรื่องน้ำท่วมได้เรียบร้อย
       
       **พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อคณะแพทย์ด้วย
       
       ใช่ครับ สายพระเนตรที่ทอดพระเนตรมายังพวกเราทรงพระเมตตามาก ทรงพระเมตตาเหลือเกิน แม้แต่พระองค์เสด็จฯ ลงลิฟต์ มา พนักงานเปิดปิดประตู ท่านก็รับสั่งด้วยว่า... “ขอบใจนะ” โอ้....ขนลุก ปลื้มปีติกันมากเลยว่าพระองค์ท่านก็ทรงเมตตาพวกเรา
       
       **ใครได้เป็นหนึ่งทีมแพทย์ที่ถวายการรักษาคงปลื้มปีติมาก
       
       ใช่ครับ ผมคิดว่าทุกคนก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน
       
       **พระองค์ท่านเคยรับสั่งชี้แนะอะไรคุณหมอบ้างไหมครับ
       
       ในระหว่างที่ทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชผมและคณะแพทย์ก็ได้ เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับวงการแพทย์และสาธารณสุข มีรับสั่งให้อ่อนน้อมถ่อมตน อย่าไปดูถูกใคร ซึ่งผมคิดว่าพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านมีความหมายอย่างยิ่งเพราะว่า ปัจจุบันความไม่เข้าใจระหว่างแพทย์และผู้ป่วย รวมถึงบรรดาญาติของผู้ป่วยนั้นเยอะมาก เพราะฉะนั้นถ้าแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติทุกคนเสมอ ไมตรีจิตก็จะเกิดขึ้นระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยและญาติ ปัญหาต่างๆ ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันก็น่าจะน้อยลงมากนะ ซึ่งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนก็ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ไปปฏิบัติ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับวงการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศเรา เพราะว่าฟ้องกันบ่อยเหลือเกิน สัมพันธภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจริงๆ แล้วก็คงไม่มีใครอยากให้มีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น
       
       อีกครั้งที่รู้สึกว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างมากคือตอนที่ผมรับ ตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็เข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานว่าข้าพระพุทธเจ้าเป็นคณบดีคนใหม่ พระองค์จึงมีรับสั่งกับผมว่า “ให้เป็นนักเรียนใหม่ ให้ตั้งใจทำงาน” ซึ่งผมก็น้อมนำมาปฏิบัติ ผมก็ตั้งใจทำงาน แล้วก็ทำตัวเป็นนักเรียนใหม่ ผมว่านักเรียนใหม่ก็หมายถึงว่าต้องพัฒนาอยู่เสมอ เปิดรับสิ่งใหม่ที่เข้ามาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องศึกษาค้นคว้าเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดต่อประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชาติบ้านเมือง
       
       **ถึงขณะนี้ก็ยังมีพสกนิกรจากหลากหลายสาขาอาชีพมาถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่โดยตลอด
       
       ครับ แต่ละวันก็มีประชาชนมาลงนามถวายพระพรจำนวนมาก เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อพระองค์ท่าน ซึ่งกำลังใจก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ตอนที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปคลองลัดโพธิ์ พระพักตร์ของพระองค์ท่านดูมีความสุขมาก ประชาชนก็มีความสุขตามไปด้วย คณะแพทย์ก็มีความสุขความปลื้มปีติไปด้วย เวลาพระองค์เสด็จไปที่ใดผมก็จะตามเสด็จไปด้วย ก็มักจะเห็นประชาชนแห่แหนมารอเฝ้าและเปล่งเสียงร้อง “ทรงพระเจริญ” บางคนก็น้ำตาไหลพรากเลยนะครับ ภาพเหล่านี้ทำให้ผมตื้นตันใจมาก คนไทยทุกคนรักพระเจ้าอยู่หัว ใครได้เข้าเฝ้าฯ ได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์ท่านก็จะรับรู้ถึงความรักที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่าน บางคนก็มาประจำเลยนะ พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของไพร่ฟ้าประชาชนในทุกเรื่องเลย
       
       **เมื่อวันที่ 5 ธันวาฯ ปีที่แล้ว พสกนิกร และแพทย์-พยาบาลโรงพยาบาลศิริราช รวมตัวกัน ที่ศาลาท่าน้ำ โรงพยาบาลศิริราช จุดเทียนชัยถวายพระพร ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทอดพระเนตรลงมาและทรงถ่ายภาพพสกนิกร
       
       คือพระองค์ท่านจะมีกล้องอยู่ตลอดเวลา ก็จะทรงถ่ายรูปของพสกนิกรอยู่บ่อยครั้ง
       
       **ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ทางโรงพยาบาลศิริราชมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไรบ้าง
       
       เท่าที่ทราบงานที่ทางรัฐจัดถวายจะมีเวทียื่นออกมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนทางศิริราชจะมีการจุดเทียนชัยถวายพระพรที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์และ ที่บริเวณสนามหญ้า ก็ได้จัดเตรียมไว้หมด ประชาชนท่านใดต้องการมาร่วมจุดเทียนชัยก็สามารถมาได้ แต่ว่าในบางตำแหน่งก็ต้องกันไว้บ้างเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัย

ASTVผู้จัดการรายวัน    3 ธันวาคม 2553