ผู้เขียน หัวข้อ: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (อ่าน 16608 ครั้ง)

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557
      
       เรื่อง การควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ
ตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล และพื้นที่ต่างๆ ของประเทศหลายๆ พื้นที่ เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัว จนอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น
      
       เพื่อให้สถานการณ์ดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ประชาชนในชาติเกิดความรัก ความสามัคคี เช่นเดียวกับห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทั่วทุกฝ่าย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป
      
       ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ ดำเนินวิถีชีวิต และประกอบอาชีพต่อไปตามปกติ ให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการดังที่เคยปฏิบัติ
      
       สำหรับข้าราชการทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่างๆ ที่มีอาวุธเพื่อใช้ในราชการของหน่วย ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังและอาวุธโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่เพียงผู้เดียว
      
       สำหรับคณะทูตานุทูต สถานกงสุล องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างประเทศที่พำนักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะได้ให้ความคุ้มครอง และขอยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ยังเป็นไปตามปกติ ตามที่รัฐบาลชุดเดิมดำเนินการไว้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะยึดมั่นในความจงรักภักดี และจะปกป้องเทิดทูนดำรงรักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจประชาชนชาวไทย และทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ฉบับที่ 2/2557
      
       เรื่อง การประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจัก
      
ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ยึดอำนาจการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557
      
       เรื่อง ห้ามออกนอกเคหสถาน
 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ยึดอำนาจการปกครองตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงกำหนดมาตรการดังนี้
      
       1. ห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหสถานภายในเวลา 22.00 - 05.00 น. ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ
      
       2. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนดได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 4/2557
      
       เรื่อง การถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ และสถานีวิทยุชุมชน
 เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง ทันต่อสถานการณ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียง สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิ้ลดำเนินการดังนี้
      
       1. ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของราชการ และเอกชนงดรายการประจำสถานี และให้ถ่ายทอดกระจายเสียงจากสถานีวิทยุกระจายเสียงของกองทัพบก
      
       2. ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของราชการ และเอกชนงดรายการประจำสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
      
       3. ให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิลทุกสถานี งดรายการประจำสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557
      
       เรื่อง การสิ้นสุดชั่วคราวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ตามที่ คสช. ได้ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. แล้วนั้น เพื่อให้การบริหารราชการภายในราชอาณาจักร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ดำเนินการดังนี้
      
       1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สิ้นสุดลงชั่วคราว เว้นหมวด 2 พระมหากษัตริย์
      
       2. คณะรัฐมนตรีรักษาการสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่
      
       3. วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่ตามจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้
      
       4. ศาลทั้งหลายคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณา และพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       5. องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 6/2557
      
       เรื่อง แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 เพื่อให้การบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดังนี้
      
       1. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       2.พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       3.พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       4.พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       5.พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       6.พลเอก อุดมเดช สีตะบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา
       ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2557
      
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัว
ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. แล้วนั้น เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้มารายงานตัว ณ กองบัญชาการรักษาความสงบแห่งชาติ (กองบังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557) ดังนี้
      
       1. นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล
       2. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา
       3. นายจาตุรนต์ ฉายแสง
       4. นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี
       5. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
       6. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
       7. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง
       8. นางเบญจา หลุยเจริญ
       9. นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์
       10. นางปวีณา หงสกุล
       11. พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต
       12. นายพ้อง ชีวานันท์
       13. นายยรรยง พวงราช
       14. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์
       15. นายสนธยา คุณปลื้ม
       16. นายประดิษฐ สินธวณรงค์
       17. นายสรวงศ์ เทียนทอง
       18. นายประเสริฐ บุญชัยสุข
      
       สั่ง ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 7/2557
      
       เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง
เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงห้ามมิให้มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      
       สำหรับผู้ที่ชุมนุมทางเมืองในปัจจุบันให้เดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 8/2557
       เรื่อง ข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถาน
 ตามที่ได้มีการประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 นั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบการประกอบอาชีพในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหสถาน จึงยกเว้นสำหรับบุคคลดังต่อไปนี้
       1. ผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ
       2. เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ต้องปฏิบัติงาน หรือทำงานในสถานที่ประกอบการที่ต้องปฏิบัติงานเป็นห้วงเวลา หรือเป็นผลัด อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ธุรกิจการบิน เป็นต้น
       3. การเดินทางขนส่งสินค้าของกิจการห้องเย็น การนำเข้า-ส่งออกสินค้าที่มีอายุจำกัด และอาจเกิดการเสียหาย
       4. ผู้มีกิจธุระจำเป็น เช่น ผู้ป่วยที่จะต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับมนุษยธรรม
       5. ผู้มีกิจธุระจำเป็นอื่น ๆ ให้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหารในเขตพื้นที่นั้นๆ
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 9/2557
       เรื่อง ให้สถานศึกษาหยุดทำการ
 เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้สถานศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐและเอกชน หยุดทำการตั้งแต่วันที่ 23 - 25 พฤษภาคม 2557
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 10/2557
       เรื่อง ให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 โดยที่มีกฎหมายบางฉบับได้บัญญัติไว้ถึงอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในอันที่จะปฏิบัติตามกฎหมายไว้และเพื่อประโยชน์แห่งการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
      
       ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ใดดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557
       เรื่อง การสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
 เพื่อความสงบเรียบร้อยในการปกครองประเทศจึงให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557 ลงวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การสิ้นสุดชั่วคราวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ข้อความตามประกาศฉบับนี้
      
       1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2
      
       2. คณะรัฐมนตรีรักษาการสิ้นสุดลง
      
       3. วุฒิสภา ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้
      
       4 ศาลทั้งหลายคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมายและประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       5. องค์กรอิสระ และองค์กรอื่น ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 12/2557

       เรื่อง ขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์
 เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือนอันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัวจนส่งผลต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ในการนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมโดยเร็ว จึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์ ระงับการให้บริการในการส่งข้อความเชิงปลุกระดม ยั่วยุ สร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือและไม่เคารพกฎหมาย ตลอดจนการต่อต้านการปฏิบัติงานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้ หากยังคงมีการดำเนินการอยู่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะระงับการให้บริการโดยทันที รวมทั้งเรียกตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มิถุนายน 2014, 00:14:49 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2014, 05:56:28 »
คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2557

       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม และแก้ไขวันเวลาและสถานที่ให้มารายงานตัว
เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัว ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 น. ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
       1.นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
       2.นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์
       3.นาย วราเทพ รัตนากร
       4. นาย นพดล ปัทมะ
       5.นาย โภคิน พลกุล
       6.นาย พิชัย นริพทะพันธุ์
       7.นาย ภูมิธรรม เวชยชัย
       8.นาย สาโรช หงส์ชูเวช
       9.นาย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
       10.พลโท มนัส เปาริก
       11.พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร
       12.พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก
       13.นายแพทย์ พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช
       14.นาย พันศักดิ์ วิญญูรัตน์
       15.นาย สุรนันท์ เวชชาชีวะ
       16.นาย วรพงษ์ ตันติเวชยานนท์
       17.นาย ยงยุทธ ติยะไพรัช
       18.ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง
       19.พลตำรวจเอก ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา
       20.นาย เกรียงกมล เลาหะไพโรจน์
       21.นาง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์
       22.นาย ธงทอง จันทราศุข
       23.พลตำรวจตรี ธวัช บุญเฟื่อง
      
       สำหรับบุคคลที่มีรายชื่อตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และยังไม่มารายงานตัว ให้เปลี่ยนไปรายงานตัวตามวันเวลาและสถานที่ ที่ปรากฏตามคำสั่งนี้
      
       สั่ง ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 13/2557

       เรื่อง ขอให้บุคคลสำคัญมารายงานตัว
  เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ารายงานตัวในวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 13.30 น. ดังนี้
      
       1.หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าขึ้นไป ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานอิสระ สหภาพ สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และหอการค้า ที่มีที่ตั้งสำนักงานในพื้นที่ภาคกลาง รายงานตัว ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
      
       2.ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงหนือ รายงานตัว ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
      
       3. ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ รายงานตัว ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
      
       4. ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ รายงานตัว ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2557

       เรื่อง ห้ามสร้างความขัดแย้งหรือต่อต้านการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ จึงให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติดังนี้
      
       1.ห้ามเจ้าของกิจการสื่อสิ่งพิมพ์และรายการวิทยุโทรทัศน์ทุกประเภท บรรณาธิการ พิธีกร และสื่อมวลชน เชิญบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มิได้ดำรงตำแหน่งราชการในปัจจุบัน ทั้งในส่วนของข้าราชการและนักวิชาการ รวมทั้งอดีตผู้ปฏิบัติงานในศาลและกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนองค์กรอิสระ ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการขยายความขัดแย้ง บิดเบือน และสร้างความสับสนให้กับสังคม รวมทั้งอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด ทั้งนี้หากฝ่าฝืนจะถูกเรียกตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนระงับการจำหน่ายจ่ายแจกสื่อสิ่งพิมพ์ และการออกอากาศของรายการดังกล่าวโดยทันที
      
       2. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด ระงับการชุมนุมหรือกิจกรรมที่ต่อต้านการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในโอกาสแรก ทั้งนี้หากเกินขีดความสามารถให้รายงานให้ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ใกล้เคียงทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 15/2557

       เรื่อง ขอให้ระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิติตอล และสถานีวิทยุชุมชน
 เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย จึงให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิติตอล และสถานีวิทยุชุมชน ระงับการถ่ายทอดออกอากาศทันที ดังนี้
      
       1. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มวี 5
       2. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีเอ็นเอ็น
       3.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี
       4.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท
       5.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีแอนด์พี
       6.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโฟร์แชนแนล
       7. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย
       8.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอฟเอ็มทีวี
       9.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์
       10.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี
       11.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมฮ็อตทีวี
       12.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมวอยซ์ทีวี
       13.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเร็สคิ้ว
       14.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)
       15.สถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่กำหนด
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 16/2557


       เรื่อง ให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว
 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 แล้วนั้น
      
       เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ จึงกำหนดให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวงเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2557

       เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต
 เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือนอันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่สงบภายในราชอาณาจักร จึงให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายดำนินการ ดังต่อไปนี้
      
       1. ติดตาม ตรวจสอบ และระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใดๆ ที่มีการบิดเบือน ยุยงปลุกปั่น อันจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
      
       2.ให้มารายงานตัว ณ หอประชุมชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.30 น.
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 18/2557

       เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ  
  เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ให้บริการด้านสื่อมวลชนทุกประเภท ทั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของราชการและเอกชน สถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และโทรทัศน์อินเตอร์เน็ตทุกสถานี หนังสือพิมพ์ วารสาร หรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งผู้ให้บริการด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท อันรวมถึงการสื่อสารทางสังคมสื่อออนไลน์ งดเว้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในลักษณะ ดังต่อไปนี้
      
       1.ข้อความอันเป็นเท็จ หรือส่อไปในทางหมิ่นประมาท หรือสร้างความเกลียดชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์รัชทายาท และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
      
       2. ข่าวสารที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมทั้งหมิ่นประมาทบุคคลอื่น
      
       3. การวิพากษ์ วิจารณ์ การปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
      
       4. ข้อมูลเสียง ภาพ วีดีทัศน์ ความลับของการปฏิบัติงานของหน่วยราชการต่างๆ
      
       5. ข้อมูลข่าวสารที่ส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร
      
       6. การชักชวน ซ่องสุม ให้มีการรวมกลุ่มก่อการอันเกิดการต่อต้านเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       7. การขู่จะประทุษร้ายหรือทำร้ายบุคคล อันนำไปสู่ความตื่นตระหนก หวาดกลัวแก่ประชาชน
      
       สื่อดังกล่าวข้างต้นมีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตามที่ได้รับแจ้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 19/2557

       เรื่อง ให้บุคคลสำคัญมารายงานตัวเพิ่มเติม  
 เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป เข้ามารายงานตัววันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 13.30 น. ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2014, 06:01:01 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 20-21-22
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2014, 21:12:59 »
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 20/2557
      
       เรื่อง เชิญคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร เข้าร่วมประชุม
      
        เพื่อดำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับมิตรประเทศ ตลอดจนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันต่อการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงขอเรียนเชิญคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารทุกเหล่าทัพ ที่ประจำประเทศไทย เข้าร่วมประชุม รับฟังการชี้แจงจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.00 น. ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
      
       ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 21/2557
      
       เรื่อง ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
      
       ตามที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลเข้ารายงานตัว ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 10.00 น. ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 ฉบับที่ 2/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 และฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2557 รวมจำนวน 155 รายนั้น เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงห้ามบุคคลตามคำสั่งดังกล่าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สำหรับบุคคลใดที่ไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่ง จะถูกติดตามจับกุมและดำเนินคดี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
.........................................................................................
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 22/2557
       
        เรื่อง การจัดส่วนงาน การกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
        เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด จึงกำหนดส่วนงาน อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้
        1.การจัดส่วนงาน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
        1.1 ระดับนโยบาย ได้แก่
        1.1.1 คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกอบด้วยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รองหัวหน้าคณะฯ 4 ท่าน และเลขาธิการฯ 1 ท่าน
        1.1.2 คณะที่ปรึกษาและประสานงานด้านความมั่นคง
        1.2 ระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ได้แก่
        1.2.1 ฝ่ายความมั่นคง
        1.2.2 ฝ่ายเศรษฐกิจ
        1.2.3 ฝ่ายสังคมจิตวิทยา
        1.2.4 ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
        1.2.5 ฝ่ายกิจการพิเศษ
        1.2.6 ส่วนงานขึ้นตรงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
        1.3 ระดับปฏิบัติ ได้แก่ ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกอบด้วย
        1.3.1 กระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ หัวหน้าคณะฯ
        1.3.2 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย
        2. อำนาจหน้าที่ให้แต่ละส่วน มีหน้าที่ดังนี้
        2.1 ระดับนโยบาย
        2.1.1 คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนโยบายเฉพาะหน้าและนโยบายระยะยาว เพื่อให้ส่วนงานระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติและระดับปฏิบัตินำไปดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้
        2.1.2 คณะที่ปรึกษาและประสานงานด้านความมั่นคงมีหน้าที่ให้คำแนะนำต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติร้องขอ หรือที่ริเริ่มขึ้นเอง
        2.2 ระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ มีหน้าที่อำนวยการ ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามความรับผิดชอบให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนด
        2.3 ระดับปฏิบัติมีหน้าที่ปฏิบัติราชการตามนโยบายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนด
        3. การแบ่งมอบความรับผิดชอบ
        3.1 สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด รับผิดชอบหน่วยงาน ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงาน ส่วนราชการที่มิได้กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ รวมทั้งกำกับดูแลการปฏิบัติงานทั้งปวงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมี พล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ รองเสนาธิการทหารบก เป็นรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
        3.2 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มีแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มีหน่วยงานในบังคับบัญชาประกอบด้วย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1-4 (กำลังของกองทัพไทย เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นควบคุมทางยุทธการ)
        3.3 ฝ่ายความมั่นคง มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และมี พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก เป็นรองหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง มีหน่วยงาน ส่วนราชการในความรับผิดชอบ รวม 4 หน่วยงาน ได้แก่
        - กระทรวงกลาโหม
        - กระทรวงมหาดไทย
        - กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
        - กระทรวงการต่างประเทศ
        3.4 ฝ่ายสังคมจิตวิทยา มี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา และมี พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก เป็นรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา มีหน่วยงาน ส่วนราชการในความรับผิดชอบ รวม 7 หน่วยงาน คือ
        - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
        - กระทรวงศึกษาธิการ
        - กระทรวงสาธารณสุข
        - กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
        - กระทรวงวัฒนธรรม
        - กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
        - กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
        3.5 ฝ่ายเศรษฐกิจ มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ และมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ มีหน่วยงาน ส่วนราชการในความรับผิดชอบ รวม 7 หน่วยงาน ได้แก่
        - กระทรวงการคลัง
        - กระทรวงพาณิชย์
        - กระทรวงอุตสาหกรรม
        - กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
        - กระทรวงพลังงาน
        - กระทรวงแรงงาน
        - กระทรวงคมนาคม
        3.6 ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และมี พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบกเ เป็นรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีหน่วยงาน ส่วนราชการในความรับผิดชอบ จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่
        - กระทรวงยุติธรรม
        - สำนักงานอัยการสูงสุด
        - สำนักงานป้องกันแล้วปราบปรามการฟอกเงิน
        3.7 ฝ่ายกิจการพิเศษ มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ และมี พล.ท.สุชาติ หนองบัว ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพล เป็นรองหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ มีหน่วยงาน ส่วนราชการในความรับผิดชอบ จำนวน 20 หน่วยงาน ได้แก่
        - สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
        - สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
        - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
        - สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
        - สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
        - สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
        - สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี
        - กรมประชาสัมพันธ์
        - สํานักงานคณะกรรมคุ้มครองผู้บริโภค
        - สำนักนายกรัฐมนตรี
        - สํานักงานราชเลขาธิการ
        - สํานักพระราชวัง
        - สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
        - สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
        - สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
        - ราชบัณฑิตยสถาน
        - สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
        - สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
        - สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
        - สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน
        3.8 ส่วนงานขึ้นตรงกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำนวน 5 หน่วยงาน ได้แก่
        - กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
        - สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
        - สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
        - สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
        - สำนักงบประมาณ
       
        ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2557
       
        พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
        หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2014, 21:15:00 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(เพิ่มเติม)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2014, 10:14:18 »
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 23/2557
เรื่อง การถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบแอนาล็อกและสถานีวิทยุกระจายเสียง

เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจนส่งผลต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงให้
1.สถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบแอนาล็อก ซึ่งได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ออกอากาศรายการประจำของสถานีได้ตามปกติ ดังต่อไปนี้
       (1)สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ช่อง5)
       (2)สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง NBT)
       (3)สถานีโทรทัศน์แห่งโมเดิร์นไนน์ (ช่อง 9)
       (4)สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (ช่อง TPBS)
       (5)สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 (ช่อง 3)
       (6)สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 (ช่อง 7)

2.สถานีวิทยุกระจายเสียงของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และรวมถึงสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาต สัญญา หรือสัมปทานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ยกเว้นสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ออกอากาศรายการประจำของสถานีได้ตามปกติ

3.การออกรายการประจำสถานีจะต้องงดเว้นการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารอันมีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2557  เรื่องห้ามสร้างความขัดแย้งต่อต้านการปฏิบัติงานของ คสช. และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 18/2557  เรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชน

4.เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประกาศ คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้สถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุกระจายเสียงข้างต้นถ่ายทอดสัญญาณภาพ เสียง จากสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุกระจายเสียงและกองทัพบกโดยทันที

       ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

       ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2557

       พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 24/2557

       เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ต่อไป
      
       เพื่อให้องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงประกาศให้ พระราชบัญญัตประกอบรัฐธรรมนูญดังต่อไปนี้ มีผลบังคับใช้ต่อไป
      
       1.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542
       2.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542
       3.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550
       4.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552
       5.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2552
      
       ทั้งนี้ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557

        เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 13.00 น. ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
        1.นายเกรียง กัลป์ตินันท์
        2.พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ
        3.พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก
        4.นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์
        5.นายสนธิ ลิ้มทองกุล
        6.นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์
        7.นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล
        8.จ.ส.อ.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ
        9.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
        10.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
        11.นายอนุทิน ชาญวีรกุล
        12.นายสุทิน คลังแสง
        13.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์
        14.นายสุนัย จุลพงศธร
        15.นายสงวน พงษ์มณี
        16.นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
        17.นายธนาพล อิ๋วสกุล
        18.นายณัฐ สัตยาภรพิสุทธิ์
        19.นายจักรพันธ์ บริรักษ์
        20.นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล
        21.นายวราวุธ ฐานังกรณณ์
        22.นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
        23.นายสุรภักดิ์ ภูไชยแสง
        24.นายสุรพศ ทวีศักดิ์
        25.นายพันทิวา ภูมิประเทศ
        26.น.ต.ชนินทร์ คล้ายคลึง
        27.นายนิธิวัต วรรณศิริ
        28.นายศรัณย์ ฉุยฉาย
        29.น.ส.สุดา รังกุพันธุ์
        30.นายไตรรงต์ สินสืบผล
        31.ชัยอนัตท์ ไผ่สีทอง
        32.นายชฤต โยนกนาคพันธุ์
        33.วัฒน์ วรรลยางกูร
        34.น.ส.สาวตรี สุขศรี
        35.นางสุดสงวน สุธีสร
      
        สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
        หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 25/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัว หรือแจ้งเหตุขัดข้อง
   ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัว และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม แก้ไขวันเวลา และสถานที่รายงานตัว และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติมลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ด้วยปรากฏว่ายังมีบุคคลที่มีรายชื่อตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติยังไม่มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนั้น เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคลลซึ่งมีรายชื่อตามคำสั่งดังกล่าวมารายงานตัวภายในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ภายในเวลา 16.00 น. หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      
        สำหรับผู้ที่มีเหตุขัดข้องจำเป็นเร่งด่วนไม่สามาระมารายงานตัวได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้แจ้งข้อขัดข้องมายังคณะรักษาความสงบแห่งชาติภายในเวลากำหนดข้างต้น
      
        ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
        ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
        พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
        หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 27/2557
      
        เรื่อง การถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลและสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาตสัญญา หรือสัมปทานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ

เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และเป็นไปด้วยความถูกต้องปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงให้
      
        1.ผู้ให้บริการโทรทัศน์ดังต่อไปนี้ออกอากาศได้ตามปกติ ผ่านทางระบบการใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ระบบผ่านดาวเทียม และเคเบิ้ล
        (1.)ผู้ให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบอนาล็อกตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 23/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557
      
        (2.)ผู้ให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล ซึ่งได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ยกเว้นสถานีโทรทัศน์ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 15/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
      
        2.ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกที่ได้รับอนุญาตออกอากาศรายการได้ตามปกติ ผ่านทางโครงข่ายระบบผ่านดาวเทียมและเคเบิ้ลแบบบอกรับสมาชิกเท่านั้น
      
        3.การออกอากาศรายการประจำสถานีจะต้องงดเว้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอันมีลักษณะต้องห้ามตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และฉบับที่ 18/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557)
      
        4.เมื่อมีการเผยแพร้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์ข้างต้นถ่ายทอดสัญญาณภาพ เสียงจากสถานีโทรทัศน์กองทัพบกโดยทันที
      
        5.ให้ผู้ให้บริการภาคพื้นดินทั้งระบบอนาล็อกและดิจิตอล รวมถึงผู้ให้บริการโครงข่ายที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดิน โครงข่ายดาวเทียม และโครงข่ายเคเบิ้ล ที่ให้บริการระดับชาติมารายงานตัว ณ หอประชุมชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.00 น.
      
        ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
        ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
        พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
        หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 28/2557
       เรื่อง การถวายรายงานสถานการณ์บ้านเมือง
ตามที่กองทัพบก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร และเข้าควบคุมอำนาจการปกครองเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมืองมาโดยลำดับนั้น กองทัพบก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เพื่อนำความกราบบังคมทูลฯ ตามโอกาสอันเหมาะสม
      
       บัดนี้ ได้มีหนังสือตอบกลับจากสำนักราชเลขาธิการว่า ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เรียบร้อยแล้ว จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
      
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 6/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้นายประวิตร โรจนพฤกษ์ มารายงานตัว ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 น.
      
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2557
       เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทน
      
       เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
  1. ให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน โดยยังคงเป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 6/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
       2. ให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557
       เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่  
เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
      
       1. ให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       2. ให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกหน้าที่หนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557
       เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทน
เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
      
       1. ให้ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       2. ให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 พฤษภาคม 2014, 10:23:50 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2014, 10:20:14 »
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 29/2557
      เรื่อง ให้บุคคลมรายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัว ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม และแก้ไขวันเวลาและสถานที่รายงานตัว ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 6/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัว ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       หากบุคคลที่มีรายชื่อตามคำสั่งดังกล่าว ไม่มารายงานตัวภายในวันเวลาที่กำหนด ต้องระวางจำโทษคุก 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามมิให้กระทำการใดๆ หรือสั่งให้การทำการใดๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคล เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...     
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 30/2557
       เรื่อง ให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง
ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ให้วุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
       
       ข้อ 1. ให้วุฒิสภาที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ สิ้นสุดลง
       
       ข้อ 2. ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้การดำเนินการเรื่องใดต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการให้ความเห็นชอบแทนรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ในเรื่องนั้น
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 10/2557
       
       เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใดๆ หรือสั่งให้กระทำการใดๆ เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
       
       ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 1/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัว นั้น เนื่องจากปรากฎว่าบุคคลที่มีรายชื่อต้องมารายงานตัวบางราย ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งดังกล่าว ดังนั้น เพื่อป้องกัน ระงับ มิให้บุคคลทั้งสองกระทำการช่วยเหลือหรือสนับสนุนด้านการเงินแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่กระทำการหรือมีการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงออกคำสั่งดังนี้
       
       ข้อ 1 ห้ามมิให้สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารตามที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเฉพาะ บริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด นิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน่าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทำนิติกรรมสัญญา หรือการดำเนินการใดๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน และห้ามมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลใดรับซื้อหรือรับแลกเปลี่ยนเช็ค ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ที่สั่งจ่ายให้กับบุคคลดังต่อไปนี้
       
       1.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
       2.นายจาตุรนต์ ฉายแสง
       
       ข้อ 2 ให้สถาบันการเงิน และนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจตามข้อ 1 แจ้งและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคลดังกล่าวที่ได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557 จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ส่งให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ภายในสามวันนับตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง
       
       ข้อ 3 การขอเพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใดๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลทั้งสอง เฉพาะรายครั้งแล้วแต่กรณี ให้บุคคลทั้งสองพร้อมด้วยสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ ตามข้อ 1 ยื่นคำขอ และแสดงตนต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมด้วยหลักฐานที่แสดงว่าการทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใดๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามข้อ 1 ไม่ได้เป็นการกระทำ หรือสนับสนุนการกระทำเพื่อให้เกิดเหตุแห่งความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
       
       ข้อ 4 ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
       
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
...       
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557
       เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่
       
       เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
       
       1.ให้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       
       2.ให้ นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกหน้าที่หนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...       
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 12/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ มารายงานตัว ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ห้วงเวลา 11.00 - 11.30
       
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 13/2557
      เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 11.00 - 12.00 ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
       
       1.นางจรรยา สว่างจิตร
       2.นายชเยนทร์ คำนวณ
       3.นายพิชิต ชื่นบาน
       4.นางกาญจนา หงษ์เหิน
       5.นางสาวณัชชานันท์ เครือชัย
       6.นางวิมลรัตน์ กุลดิลก
       
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...       
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 31/2557
      เรื่อง การประชุมกำหนดแนวทางดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ
       
       เพื่อให้การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร และการคลัง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงขอเรียนเชิญปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานสมาคมหอการค้าไทย ประธานสมาคมการค้า และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมทั้งคณะผู้ติดตาม หน่วยงานละ 1 คน เข้าร่วมประชุมกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 น. ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...       
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 32/2557       
       เรื่อง ระงับการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ
       
       เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทยต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 15/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และฉบับที่ 23 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 โดยระงับการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่กำหนด และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการแล้วนั้น และเพื่อให้เกิดความชัดเจนและมีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน จึงประกาศให้สถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ ถือปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้ง 2 ฉบับโดยเคร่งครัด
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...     
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 33/2557
       เรื่อง ขอความร่วมมือในการปฏิบัติของศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอื่น
       
       ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้ศาลทั้งหลาย คงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตลอดจนให้องค์กรอิสระ และองค์กรอื่น ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน และมีความสมานฉันท์ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี ดังนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือให้สถาบันศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นๆ งดแสดงความคิดเห็น ที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด มีตวามสับสนหรือเกิดการแตกความสามัคคี จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของพนักงานเจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...     
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 35/2557
       เรื่อง อำนาจในการอนุมัติงบประมาณของปลัดกระทรวง
       
       ตามที่ได้มีกำหนดให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราวตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 16/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 แล้วนั้น เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงกำหนดให้ดำเนินการดังนี้
       
       1.การอนุมัติแผนงาน/โครงการใดๆ ที่อยู่ในอำนาจอนุมัติของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงจะต้องเสนอเรื่องให้หัวหน้าฝ่ายซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่อำนวยการ ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของ กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 22/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 พิจารณาให้เห็นชอบก่อน จึงจะสามารถดำเนินการตามแผนงาน/โครงการได้
       
       2.การดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ ที่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แม้จะเคยได้รับการอนุมัติหลักการเอาไว้แล้ว โดยรัฐบาลในอดีต ในขั้นการอนุมัติงบประมาณจะต้องเสนอให้หัวหน้าฝ่าย ตามข้อ 1 พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน/โครงการก่อน
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...       
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 36/2557
       เรื่อง เชิญผู้ประกอบการค้าและการขนส่งน้ำมันเข้าร่วมประชุม
       
       ตามที่ ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง ห้ามออกนอกเคหะสถาน ซึ่งห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหะสถาน ภายในเวลา 22.00 - 05.00 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ นั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าและการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงขอเรียนเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าดำเนินการดังกล่าว เข้าร่วมประชุม ในวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 14.00 ณ สโมสารทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ดังนี้
       
       1.อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน
       2.อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม
       3.ผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช 2543
       4.ผู้ขนส่งน้ำมัน ตามมาตรา 12 แห่ง พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พุทธศักราช 2543 ที่มีรถขนส่งน้ำมันในครองครอง ตั้งแต่ 50 คัน ขึ้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...       
คำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 256/2557
       เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ
       
       เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสนับสนุนภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นได้ด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 และ 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ประกอบคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2557 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่และให้รักษาราชการแทน จึงให้ข้าราชการตำรวจที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้
       
       1. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
       2. พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
       3. พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
       4. พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4
       5. พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
       6. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7
       7. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
       8. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
       
       ไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 น.
       
       สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2557
       
       พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ
       รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
...     
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557
      เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร
       
       ตามที่ได้มีประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ให้ศาลทั้งหลายคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมายและประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ นั้น เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงประกาศให้บรรดาคดีความผิดตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้ ซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตราชอาณาจักรและในระหว่างที่ประกาศนี้ใช้บังคับ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร
       
       1.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
       1.ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา 107 ถึงมาตรา 112
       2.ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา 113 ถึงมาตรา 118 ยกเว้นความผิดซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 หรือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
       
       2.ความผิดตามประกาศหรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
       
       ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2014, 00:54:28 »
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 38/2557
       เรื่อง คดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร
      
       โดยที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พิจารณาเห็นว่า คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับอื่น ให้คดีที่มีข้อหาว่าการกระทำผิดบางอย่างอยู่ในอำนาจศาลทหารนั้น คดีดังกล่าวอาจมีข้อหาอื่นที่มีความผิดในตัวเองและมิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารรวมอยู่ สมควรให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาในข้อหานั้นด้วย เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยรวดเร็ว จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
      
       บรรดาคดีความผิดที่อยู่ในอำนาจศาลทหารพิจารณาพิพากษา ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2557 และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับอื่น ถ้าคดีใดประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกัน แม้แต่ละอย่างจะเป็นความผิดได้ในตัวเองและไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ก็ให้อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษาด้วย
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 - 12.00 ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
       1.นายสารัชต์ รัตนาวดี
       2.นายบัณฑิต พิทักษ์สิทธิ์
       3.พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงชัย
       4.นายวัชระพันธุ์ จันทรขจร
       5.พล.อ.สิงห์ทอง พลอยแดง
       6.พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน
       7.นายสำราญ สายชนะ
       8.นายธนเดช เอกอภิวัชร์
       9.นายคมกฤษ อาวุธเพชร
       10.ร้อยเอกกฤษณ์ อิสารพายุ
       11.นายดำรง พิเดช
       12.นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
       13.นายรังสี เสรีชัยใจมุ่ง
       14.นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง
       15.นายสมชาย ไพบูลย์
       16.นายอรรถชัย อนันตเมฆ
       17.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์
       18.นางจารุพรรณ กุลดิลก
       19.น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ
       20.นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ
       21.น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล
       22.นายนพพร นามเชียงใต้
       23.นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร
       24.นายชาญยุทธ เฮงตระกูล
       25.นายโสภณ เมฆตระกูล
       26.นายอนันต์ อัศวโภคิน
       27.นายเศรษฐา ทวีสิน
       28.นายธวัชชัย วิไลลักษณ์
       29.นายเปรมชัย กรรณสูตร
       30.นายอภิชาต จันทร์สกุลพร
      
       สั่ง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 15/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 - 12.00 ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
       1.นายสมหมาย แว่นแก้ว
       2.นายสมหมาย สกุลเมตตา
       3.นายวิทยา บูรณสิริ
      
       สั่ง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 16/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 - 12.00 ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
       1.นายบรรเจิด สิงคะเนติ
       2.นายสุรพล นิติไกรพจน์
       3.นายหริรักษ์ สูตะบุตร
       4.นายชัยอนันต์ สุทวณิช
       5.นายธีรยุทธ บุญมี
      
       สั่ง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2557
       เรื่อง การอนุญาตให้ขนส่งสินค้าในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน
      
       ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องห้ามออกนอกเคหะสถาน โดยห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถาน ภายในเวลา 22.00 - 05.00 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งสินค้าทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ตลอดจนเพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในการซื้อหาสินค้าอุปโภคบริโภค จึงอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว สามารถขนส่งสินค้าในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถานได้ ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังคงสามารถตรวจค้นยานพาหนะขนส่งสินค้าต่างๆ ได้ หากพบสิ่งบอกเหตุที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายหรืออาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ตลอดจนความมั่นคงของชาติ
      
       สั่ง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 18/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 13.00-14.00 น. ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
       1. พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี
       2. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา
       3. นายแทนคุณ จิตต์อิสระ
       4. พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร
      
       สั่ง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 19/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.00-14.00 น.ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
       1.นางปราณี เอ็งอายุรกูล
       2.นายวีระชัย วงศ์นภาจันทร์
      
       สั่ง ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...      
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 23/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 - 12.00 ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
      
       1.นายแดง แซ่เฮง
       2.นายมาลัยรักษ์ ทองชัย
       3.พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ
       4.นายบรรหาร ศิลปอาชา
       5.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
       6.นายอดิศร ผลลูกอินทร์
       7.นางจุรีพร สินธุไพร
       8.พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน
       9.นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์
       10.นายอุกฤษ มงคลนาวิน
       11.นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง
       12.นายสมศักดิ์ เกียรติพัฒนชัย
       13.นายจิรายุทธ ทรงยศ
       14.นายทยากร ยศอุบล
       15.นายวิทยา แก้วภราดัย
       16.น.ส.รังสิมา รอดรัศมี
      
       สั่ง ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 39/2557
       เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบของบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดเงื่อนไขและมาตรการเกี่ยวกับการรายงานตัวของบุคคลตามคำสั่งหรือประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนี้
      
       1.ให้บุคคลที่มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติและได้รับการปล่อยตัว ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามแบบแนบท้ายคำสั่งนี้อย่างเคร่งครัด
      
       2.บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ 1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...      
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 40/2557
       เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่ถูกกักตัวตามพระราชบัญญัติกฏอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 15 ทวิ
      
       เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบของบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดเงื่อนไขและมาตรการเกี่ยวกับการปล่อยตัวบุคคลที่ถูกกักตัวตามพระราชบัญญัติกฏอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 15 ทวิ ดังนี้
      
       1.ให้บุคคลที่ถูกกักตัวตามพระราชบัญญัติกฏอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 15 ทวิ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดตามแนบท้ายประกาศนี้อย่างเคร่งครัด
      
       2.บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ 1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 41/2557
       เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว เป็นความผิด      
              
       ตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ปรากฏว่ามีบุคคลบางราย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น เพื่อให้การปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกี่ยวกับการเรียกบุคคลให้มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นไปอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด จึงออกประกาศ ดังนี้
      
       1.บุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกสั่งห้ามกระทำการใดๆ หรือสั่งให้กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       2.บุคคลที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรียกให้มารายงานตัว ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 12/2557 และคำสั่งรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2557 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 รวมทั้ง คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 14/2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 15/2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 18/2557 คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2557 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ที่ยังไม่ได้มารายงานตัว หากยังไม่มารายงานตัวในวันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00-12.00 น. ถือว่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกสั่งห้ามกระทำการใดๆ หรือสั่งให้กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...................................................................................
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(เฉพาะ)ที่ 24 / 2557
       เรื่อง ห้ามให้มีการเล่นการพนันที่ผิดกฎหมาย

       เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย รวมทั้งเพื่อให้เกิดความสงบสุขแก่สังคมและผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมจึงให้ดำเนินการ ดังนี้
       1. ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มมาตรการและความเข้มข้นในการกำกับดูแลมิให้มีการเล่นการพนันที่ผิดกฎหมายทุกประการในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะบ่อนการพนัน ตู้ม้า สลากกินรวบ ฯลฯ โดยดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
       2. กรณีที่มีการปล่อยปะละเลย และ/หรือ มีข้าราชการผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบให้มีการเล่นการพนันผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ จะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและคดีอาญาจนถึงที่สุด
       3. ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานผลการปฏิบัติงานประจำวัน ตามข้อ 1 ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่อง

       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

       สั่ง ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
................................................................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤษภาคม 2014, 01:10:34 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2014, 01:06:47 »
ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 42/2557
       เรื่อง แก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน

       ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง ห้ามออกนอกเคหะสถาน โดยห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถานภายในเวลา 22.00 ถึง 05.00 น. ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหะสถานนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงกำหนดแก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน และแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
       1.ห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถาน ภายในเวลา 00.01 ถึง 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
       2.การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการรับส่งเงินและทรัพย์สินมีค่าของธนาคารให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการรับส่งเงินของธนาคาร เดินทางในห้วงเวลากลางคืน และพกพาอาวุธเพื่อประกอบธุรกิจ
       3.การปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน ให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2557 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การอนุญาตให้ขนส่งสินค้าในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน

       ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 43 / 2557
       เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร

       ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557 เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 นั้น เพื่อให้การดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนเป็นไปอย่างเหมาะสม หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงประกาศให้การกระทำความผิดของเด็กหรือเยาวชนตามประกาศฉบับดังกล่าว เป็นคดีที่ต้องดำเนินในศาลเยาวชนและครอบครัว และไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร

       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

       สั่ง ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 44 / 2557
       เรื่อง ให้เรือนจำในสังกัดกรมราชทัณฑ์กระทรวงยุติธรรมปฏิบัติตามหมายของศาลทหาร

       ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และ ฉบับที่ 38/2557 เรื่อง คดีที่ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างเกี่ยวโยงกันให้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2557 นั้น เพื่อให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งและคำพิพากษาของศาลทหาร หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงประกาศให้เรือนจำทั้งหลายที่อยู่ในสังกัดกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามหมายของศาลทหารด้วย

       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

       สั่ง ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...................................................................................................
คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 25/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม

       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00-11.00 น. ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
       1.จ่าสิบตำรวจมานัส เติมธนะศักดิ์
       2.พันตำรวจโท สันธนะ ประยูรรัตน์
       3.นายสุวัฒน์ วุฒิศักดิ์
       4.นายวิชา พร้อมเพรียงชัย
       5.นายธนิก มาสีพิทักษ์
       6.นายกฤษณะ มานะการ
       7.นายอิทธิพล สุขแป้น
       สั่ง ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 26/2557
       เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใดๆ หรือสั่งให้กระทำการใดๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม

ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 3/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และคำสั่งที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติมนั้น เนื่องจากปรากฏว่าบุคคลที่มีรายชื่อต้องมารายงานตัว บางรายฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งดังกล่าว ดังนั้น เพื่อป้องกันระงับมิให้บุคคลทั้งสองกระทำการช่วยเหลือหรือสนับสนุนด้านการเงินแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่กระทำการหรือมีการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงออกคำสั่ง ดังนี้

       ข้อ 1 ห้ามมิให้สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารตามที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ บริษัทหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด นิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ทำนิติกรรมสัญญา หรือการดำเนินการใดๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน และห้ามมิให้บุคคลหรือนิติบุคคลใดรับซื้อหรือรับแลกเปลี่ยนเช็ค ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ที่สั่งจ่ายให้บุคคลดังต่อไปนี้
1.นายสมบัติ บุญงามอนงค์
2.จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ
       ข้อ 2. ให้สถาบันการเงิน และนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจตามข้อ 1 แจ้งและส่งข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคลดังกล่าวที่ได้กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พุทธศักราช 2557 จนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 ส่งให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ภายในสามวันนับตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง
       ข้อ 3. การขอเพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรมสัญญาหรือการดำเนินการใดๆ ทางการเงินทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกับบุคคลทั้งสอง เฉพาะรายครั้งแล้วแต่กรณี ให้บุคคลทั้งสองพร้อมด้วยสถาบันการเงิน หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ ตามข้อ 1 ยื่นคำขอ และแสดงตนต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมด้วยหลักฐานที่แสดงว่าการทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใดๆ ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามข้อ 1 ไม่ได้เป็นการกระทำ หรือสนับสนุนการกระทำเพื่อให้เกิดเหตุแห่งความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
       ข้อ 4. ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤษภาคม 2014, 01:13:19 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 31 พฤษภาคม 2014, 21:11:20 »
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ)ฉบับที่ ๔๒/๒๕๕๗
       เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       ตามที่มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ ๒๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง การจัดส่วนงาน การกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แล้วนั้น เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามประกาศฉบับดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนี้
       
       ๑. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธาน
       
       ๒. พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รองประธาน
       
       ๓. หม่อมราชวงศ์ ปรีดียาธร เทวกุล รองประธาน
       
       ๔. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา
       
       ๕. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษา
       
       ๖. นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา
       
       ๗. นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ ที่ปรึกษา
       
       ๘. พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ที่ปรึกษา
       
       ๙. พลเอก นภดล อินทปัญญา ที่ปรึกษา
       
       ๑๐. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่ปรึกษาและเลขานุการ
       
       ให้คณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
       
       (๑) ให้ข้อเสนอแนะต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามเรื่องที่อยู่ในขอบเขตอำนาจความรับผิดชอบ และตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       (๒) ให้ความเห็นตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติขอคำปรึกษา
       
       (๓) แต่งตั้งคณะบุคคลทำหน้าที่คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และเจ้าหน้าที่ตามความเหมาะสม
       
       (๔) การเสนอเรื่องใด ๆ ต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้เสนอผ่านที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๗/๒๕๕๗
       เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่
       
       เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
       
       ๑. ให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ยังคงปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       
       ๒. ให้หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอีกหน้าที่หนึ่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๘/๒๕๕๗
       เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่
       
       เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
       
       ๑. ให้ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       
       ๒. ให้ นายดิสทัต โหตระกิตย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
     ... 
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๙/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ มารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๐.๓๐ น.
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00 น.ถึง 12.00 น. ดังนี้
       
       1. น.ส.อภิรดี สุพรรณ
       2. นายประเสริฐ ทองนุ่น
       3. นายสุนทร ลิ้มภิกุล
       4. นายประวิทย์ ใจห้าว
       5. นายอานำ วิภูสมิทธ์
       6. นายณรงค์ แก้วพรพงศ์
       7. พ.ต.อ.พินิจ ไชยเสนีย์
       8. นายชัยมงคล เสน่หา
       9. นายอนุศักดิ์ อนุการ
       
       สั่ง ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 31/2557
      เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00-11.00 น. ดังนี้
       
       1. นายสุวิชา พานิชผล
       2. น.ส.สายลม กาบบัวแดง
       3. นายโยธิน ศรีจันทร์เทพ
       4. นายแพทย์สง่า คุณยศยิ่ง
       5. ร.อ.ทองทศ มากสาคร
       6. นางมณีรัตน์ โกทันต์
       7. นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์
       8. นายปิยบุตร พรหมลักขโณ
       
       สั่ง ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 32/2557
       เรื่อง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457
       
       ตามที่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น.เป็นต้นไปแล้วนั้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการยุบ การระงับ การปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก จึงให้ดำเนินการดังนี้
       
       1.กำหนดเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ผู้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกดังนี้
       1.1 กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ทั่วราชอาณาจักร
       
       1.2 กองทัพบก
       1.2.1 ผู้บัญชาการทหารบกเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ทั่วราชอาณาจักร
       1.2.2 แม่ทัพภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากแม่ทัพภาค เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ตามเขตกองทัพภาค
       
       1.3 กองทัพเรือ
       1.3.1 ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในเขตรับผิดชอบของกองทัพเรือ
       1.3.2 ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในทะเลอาณาเขตที่รับผิดชอบ
       1.3.3 ผู้บัญชาการกองเรือภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการกองเรือภาค เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในเขตทะเล อาณาเขตที่รับผิดชอบ
       
       1.4 กองทัพอากาศ ผู้บัญชาการทหารอากาศ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในเขตรับผิดชอบของกองทัพอากาศ
       
       2.การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามคำสั่งนี้ หากเป็นการใช้อำนาจในการปฏิบัติการซ้อนกัน ให้ประสานกับปฏิบัติกับผู้รับผิดชอบพื้นที่ตามความจำเป็น
       
       3.การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เฉพาะการเกณฑ์ หากมีความจำเป็นต้องกระทำให้รายงานขออนุมัติต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก่อน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
     ... 
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 33/2557
       เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม
       
       เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ และให้การดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงออกคำสั่งดังนี้
       
       ข้อ 1 แต่งตั้งคณะทำงานในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล หรือนิติบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม ดังนี้
       
       1.1 อธิบดีกรมสรรพากร
       1.2 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
       1.3 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
       1.4 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
       
       ข้อ 2 ให้คณะทำงานตามข้อ 1 มีอำนาจแต่งตั้ง และมอบหมายเเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 45/2557
       เรื่อง การถ่ายทอดออกอากาศของช่องรายการสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไทยทีวีโกลบอลเน็ตเวิร์ก (สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก)
       
       เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสาร สถานการณ์ภายในประเทศ และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไปสู่ประชาชนชาวไทยภายในประเทศและทั่วโลก เป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมไทยทีวีโกลบอลเน็ตเวิร์ก(สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก)ออกอากาศได้ในทุกช่องทาง
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
       
       ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...   
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 46/2557
       เรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการติดตามทวงถามหนี้
       
       ด้วยปรากฏว่า มีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลมีพฤติกรรมในการติดตามทวงถามหนี้จากชาวนาอย่างไม่เป็นธรรม และเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยผู้กระทำความผิดไม่เกรงกลัวต่อการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และโทษที่จะได้รับสำหรับความผิดนั้น เพื่อเป็นการรักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงออกประกาศดังต่อไปนี้
       
       ผู้ใดข่มขืนใจชาวบ้านให้ยอมให้ หรือยอมจ่ายให้ตน หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่า จะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของชาวนา หรือของบุคคลที่ 3 จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๔/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
       
       ๑. นางสาวจิรนันท์ จันทวงษ์
       ๒. นายณัฐชัย อินทราย
       ๓. นายเมธี หรือนายนิติธาดา เมธาสุข
       ๔. นายเจริญ ปัญญาวงศ์
       ๕. นายมหวรรณ กะวัง
       ๖. นางสาวอุบลกาญจน์ อมรสิน
       ๗. นายไพรัช สร้างถิ่น
       ๘. นายชัชวาล กาญจนะหุต
       ๙. นายเฉลิมพล เจษฎางกูล ณ อยุธยาหรือ ผาสุก
       ๑๐. นายสมชาติ นาคบรรจง
       ๑๑. นายชาญ ไชยะ
       ๑๒. นายวุฒินันท์ ปราบนอก
       ๑๓. นางสาวสกุล บางระมาด
       ๑๔. นายไพวรรณ์ สีน้ำอ้อม
       ๑๕. นายประเทือง ภิญโญ
       ๑๖. นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา
       ๑๗. นายอำนวย คลังผา
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๕/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ ดังนี้
       
       ๑. นายวิรัช รัตนเศรษฐ
       ๒. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ
       ๓. พันตำรวจโทสมชาย เพศประเสริฐ
       ๔. นายโกศล ปัทมะ
       ๕. นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...   
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๖/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
       
       ๑. นายสมนึก ธนเดชากุล
       ๒. นายสมบูรณ์ สิมะแสงยาภรณ์
       ๓. นายโคทม อารียา
       ๔. นายนิติภูมิ นวรัตน์
       ๕. นายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์
       ๖. นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ
       
       เนื่องด้วยปรากฎว่าได้มีบุคคลจำนวนหนึ่งมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิด ดังกล่าว นำมามอบให้นายทะเบียนท้องที่ ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ ภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ ให้ผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ไม่ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนให้มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๒๐ ปี
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 47/2557
       เรื่อง ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่แทนประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
       
       ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 24/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ต่อไป แล้วนั้น
       
       เพื่อให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามประกาศดังกล่าวข้างต้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงประกาศให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่แทนประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
       
       ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...     
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 48/2557
       เรื่อง การสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง
       
       ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้ศาลทั้งหลาย องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ยังคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและพิพากษาอรรถคดี หรือปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แล้วแต่กรณีนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของศาลหรือองค์กรดังกล่าวเป็นไปได้โดยต่อเนื่อง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศดังต่อไปนี้
       
       ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ดำเนินการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เคยดำเนินการสรรหามาแล้วตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และหากในการสรรหาดังกล่าวไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งใดซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องมีในคณะกรรมการสรรหาด้วย ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...     
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 49/2557
       เรื่อง ความผิดสำหรับการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง
       
       ตามที่ได้มีการประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง โดยกำหนดห้ามมิให้มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป นั้น เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศดังต่อไปนี้
       
       โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลชุมนุมทางการเมืองฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติข้างต้น โดยมีบุคคลกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิด โดยการอนุญาตให้ใช้สถานที่ หรือสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการชุมนุมทางการเมือง เช่น เครื่องขยายเสียง เต็นท์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือกระทำโดยประการอื่น ให้ผู้กระทำการในลักษณะดังกล่าวระงับ หรือยุติกระทำการทันที มิเช่นนั้น ผู้กระทำดังกล่าวอาจถูดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานะผู้สนับสนุนผู้กระทำความผิด ซึ่งต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่ประกาศไว้ตามประกาศข้างต้น และอาจถูกริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวด้วย
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2014, 09:49:54 »
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๑/๒๕๕๗
       เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด
      
       เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมโดยรวม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
      
       ๑.ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้า และส่งออก รวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ สกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตลอดแนวชายแดน ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดในทุกหมู่บ้านและชุมนุมทั่วประเทศ และใช้มาตรการตรวจสอบเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องทั้งระบบ
      
       ๒.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมตรวจสอบสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ที่พัก อาคารในเชิงพานิชย์ ประเภท หอพัก อาคารชุด หรือ เกสเฮ้าส์ ที่ให้ผู้อื่นเช่า สถานที่ที่จัดให้มีการเล่น บิลเลียด สนุกเกอร์ รวมทั้งโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและสถานประกอบการอื่นๆ หากพบว่า มีการปล่อยปละละเลยให้มีการซุกซ่อน จำหน่าย และเสพยาเสพติด ให้มีการดำเนินการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของหรือผู้ประกอบการในทันที
      
       ๓.ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำผู้เสพยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาโดยทันที และติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ ทั้งในด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพ โดยประสานงานกับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชนและองค์กรชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานดังกล่าวอย่างจริงจัง
      
       ๔.เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดปล่อยปละละเลยหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะต้องถูกดำเนินการทางวินัย และทางอาญาทันที
      
       ๕.ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อ ๑-๔ และรายงานผลการปฏิบัติให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่อง
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๒/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑. นายคารม พลพรกลาง
       ๒. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...    
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๓/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑. พันตำรวจเอก นริศ แสวงจิตร
       ๒. นางหน่อย แดงเป้า
       ๓. นางสาว การิน ประจันทร์
       ๔. นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร
       ๕. นายประภัสร์ จงสงวน
       ๖. นายจักรพันธ์ุ ยมจินดา
       ๗. นายบัญญัติ เย็นใจเฉื่อย
       ๘. นายณรงค์ศักดิ์ พลายอร่าม
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๔/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑. นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
       ๒. นายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ
       ๓. นายรัชพงศ์ โอชาพงศ์
       ๔. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย
       ๕. น.ส.อุลัยรัตน์ ชูด้วง
       ๖. นายอัมรินทร์ ใสรัมย์
       ๗. นายนิพนธ์ ผดุงศิลป์ไพโรจน์
       ๘. นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์
       ๙.นายกิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์
       ๑๐. น.ส.จิตรา คชเดช
       ๑๑. นางสลิลทิพย์ ณ พัทลุง
       ๑๒. นายสุวัฒน์ หล่ำบุตร
       ๑๓. นายเสรีภาพ สุนทรชัยภัค
       ๑๔. นายพฤทธิ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข
       ๑๕. นายสราวุฒิ ภูธรโยธิน
       ๑๖. นายวันชัย จงจรูญหิรัณย์
       ๑๗. นายธนพร ศรียากูล
       ๑๘. นายพฤกษ์ พฤกษ์สุนันท์
       ๑๙. นายพิพัฒน์ พรรณสุวรรณ์
       ๒๐. นางยุพิณ กองจันดี
       ๒๑. นายเฉลียว จันเขียด
       ๒๒. นายสิรภพ กรณ์อรุษ
       ๒๓. นายเอกราช เนตรดี
       ๒๔. นายปัญญา สุรกำจรโรจน์
       ๒๕. นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์
       ๒๖. นายธนัท ศรีนิธิโฆษิต
       ๒๗. น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์
       ๒๘. นายคฑาวุธ บูรณ์พิทักษ์
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    
ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 51/2557
       เรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
      
       ตามที่ได้มีการประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องการสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาราจักรไทย แล้วนั้น เพื่อให้ศาลอุทธรณ์สามารถดำเนินการพิจารณาและพิพากษาคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นต่อไป คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศดังต่อไปนี้
      
       ให้ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาคมีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ในกรณีที่ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วต่อไป ทั้งนี้ วิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2550
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
      
       พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...    
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 52/2557
       เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่
      
       เพื่อเป็นการเสริมสร้างบรรยากศการท่องเที่ยว และลดผลกระทบจากการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ที่อยู่ในสภาวะสงบและปราศจากการชุมนุมทางการเมืองอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ จึงให้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต สำหรับพื้นที่อื่นให้ยังคงปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 42/2557 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง แก้ไขห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...    
คำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 45/2557
       เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ
      
       เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน และการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐเป็นไปด้วยความรอบคอบมีความโปร่งใส และอยู่ในระเบียบวินัยการเงินและการคลัง คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติจึงออกคำสั่งดังนี้
      
       ข้อ 1.แต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ คตร. ซึ่งประกอบด้วย
      
        1.ปลัดบัญชีทหารบก เป็นประธานกรรมการ
        2.ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง
        3.ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง
        4.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นรองประธานกรรมการคนที่สาม
        5.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ
        6.อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการ
        7.ผู้อำนวยการสำนักประเมินผล สำนักงบประมาณ เป็นกรรมการ
        8.เจ้ากรมจเรทหารบก เป็นกรรมการ
        9.ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก เป็นกรรมการ
        10.ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก เป็นกรรมการ
        11.ผู้แทนฝ่ายความมั่นคงตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 22 /2557 เป็นกรรมการ
        12.ผู้แทนฝ่ายสังคมจิตวิทยาตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 22 /2557 เป็นกรรมการ
        13.ผู้แทนฝ่ายเศรษฐกิจตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 22 /2557 เป็นกรรมการ
        14.ผู้แทนฝ่ายกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 22 /2557 เป็นกรรมการ
        15.ผู้แทนฝ่ายกิจการพิเศษตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 22 /2557 เป็นกรรมการ
        16.ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นเลขานุการ
        17.ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้ช่วยเลขานุการคนที่หนึ่ง
        18.ผู้แทนสำนักงบประมาณเป็นผู้ช่วยเลขานุการคนที่ สอง
      
       ข้อ 2.ให้คณะกรรมการตามข้อ 1 มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
      
        1.ติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส และถูกต้องภายใต้กรอบงบประมาณของรัฐ ควบคู่กับการติดตาม และตรวจสอบตามปกติของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยมุ่งเน้นแผนงานหรือโครงการที่สำคัญ ซึ่งอยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการที่มีผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และการพัฒนาประเทศ
        2.รายงานผลการดำเนินการ และเสนอแนะความเห็นให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบโดยเร็ว เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
        3.เสนอแนะเพื่อให้มีการดำเนินการในลักษณะที่เป็นคุณ หรือเป็นโทษต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบแบบแผนของราชการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
        4.เข้าไปในสถานที่ของส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือสถานที่อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการติดติดและตรวจสอบข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
        5.เชิญข้าราชการ บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง หรือส่งเอกสารให้ตามความเหมาะสม
        6.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการใดๆ ตามที่คณะกรรมการ หรือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย
      
       ข้อ 3.เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของคณะกรรมการตามข้อ 1 ให้สำนักปลัดบัญชีกองทัพบกเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ และมีกำลังพลตามจำนวนที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนงานทั่วไปและงานที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...    
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๖/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑. นายนายขรรค์ชัย บุนปาน
       ๒. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์
      
       สั่ง ณ วันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๗/๒๕๕๗
       เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการต่างๆ
      
       ตามที่มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เรื่อง ให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และฉบับที่ ๒๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เรื่อง การจัดส่วนงาน การกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้น
      
       โดยที่การกำหนดอำนาจหน้าที่ และการแบ่งมอบความรับผิดชอบดังกล่าว เป็นการมอบความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลหน่วยงานในสายงานของหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ดังนั้น เพื่อให้บริหารราชการแผ่นดินดำเนินไปได้โดยเรียบร้อย จึงสมควรมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
      
       ข้อ ๑.ให้ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายหรือรองหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ในระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธาน รองประธาน หรือกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีตามสายงาน ความรับผิดชอบของตน แล้วแต่กรณี โดยถือว่าการมอบหมายของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี เว้นแต่จะสั่งการเป็นอย่างอื่น
      
       ข้อ ๒. ในกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใด เป็นประธาน รองประธาน หรือกรรมการ ให้ปลัดกระทรวงซึ่งมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เรื่อง ให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว กำหนดไว้แล้ว เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธาน รองประธาน หรือกรรมการในคณะกรรมการนั้นๆ แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะสั่งการเป็นอย่างอื่น
      
       ข้อ ๓.ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑ และข้อ ๒ ถ้ามีข้อขัดข้อง หรือเป็นการพิจารณาปัญหาสำคัญในเชิงนโยบาย หรือคาบเกี่ยวกับฝ่ายอื่น หรือก่อให้เกิดภาระทางงบประมาณในสาระสำคัญ ให้หารือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแล้วแต่กรณี
      
       ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...    
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 53/2557
       เรื่อง กำหนดให้ผู้กระทำความผิดในบางกรณีไม่อยู่ภายใต้บังคับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37 /2557
      
       ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบนั้น เพื่อให้การรักษาความสงบ และการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศดังต่อไปนี้
      
       มิให้นำความในคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 37/2557 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ มาใช้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่ถูกจับกุม หรือตกเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นจำเลย ก่อนวันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 และอยู่ในระหว่างการสอบสวน หรือระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด
      
       ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...  

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มิถุนายน 2014, 00:15:26 โดย story »

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2014, 00:20:05 »
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๘/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ ดังนี้
       
       ๑. นายสมชาย สอนอุบล
       ๒. นายนาวิน บุญเสรฐ
       ๓.นายธานินทร์ อังสุวรังษี
       
       สั่ง ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
 ...     
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๙/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.ดังนี้
       
       ๑. นายใจลส์ ใจ อึ๊งภากรณ์
       ๒. นายจักรภพ เพ็ญแข
       ๓. นายพิษณุ พรหมสร
       ๔. นายเนติ วิเชียรแสน
       ๕.นายองอาจ ธนกมลนันท์
       ๖.นายอำนวย แก้วชมภู
       ๗.นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน
       ๘.นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ
       ๙.นายเอกภพ เหลือรา
       ๑๐. นายมนูญ “อเนก” ชัยชนะ
       ๑๑. นายเสน่ห์ ถิ่นแสน
       ๑๒. นายภิเษก สนิทธางกูร
       ๑๓. นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์
       ๑๔. นายสันติ วงษ์ไพบูลย์
       ๑๕. นางมนัญชยา เกตุแก้ว
       ๑๖. นางฉัตรวดี อมรพัฒน์
       ๑๗. นายจุติเทพ (เลอพงษ์) วิไชยคำมาตย์
       ๑๘. นางณหทัย ตัญญะ
       
       สั่ง ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2014, 22:56:01 »
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 54/2557
       เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานในบางพื้นที่เพิ่มเติม
      
       เนื่องจากสถานการณ์ในบางพื้นที่ได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฏแนวโน้มของการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานในพื้นที่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา
      
       สำหรับในพื้นที่อื่นๆ ให้ยังคงปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง ห้ามออกนอกเคหสถาน ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 42/2557 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง แก้ไขห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน และ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 52/2557 ลงวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๐/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑.นายทนง ศิริปรีชาพงษ์
       ๒.นายอุสมาน สแลแมง
       ๓.นายวิจารณ์ แสนลี่
       ๔.นายจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ
       ๕.นายมนตรี พฤกษาพันธ์ทวี
       ๖.นายวสุพล จตุรคเชนทร์เดชา
       ๗.นายหรั่ง ธุระพล
       ๘.น.ส.นุชนาถ สุวรรณคร
       ๙.นายฉกาจ คหบดีรัตน์
       ๑๐.พ.ต.ท.อุทัย บทมาตย์
       ๑๑.นายเจ๊ะอาแว สระมารอเม๊าะ
       ๑๒.นายประสิทธิ์ ดวงเพ็ชร
      
       สั่ง ณ วันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 55/2557
       เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
      
       เพื่อให้การดำเนินการส่งเสริมการลงทุนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังต่อไปนี้
      
       องค์ประกอบ
       1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ
       2.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ รองประธานกรรมการ
       3.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ กรรมการ
       4.นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
       5.นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
       6.นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ
       7.นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
       8.นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการ
       9.นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ
       10.นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กรรมการ
       11.นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการ
       12.นายสถิต ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรรมการ
       13.นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษา
       14.นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ที่ปรึกษา
       15.นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ที่ปรึกษา
       16.นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ที่ปรึกษา
       17.นายภัคพล งามลักษณ์ สมาคมผู้ค้าปลีก ที่ปรึกษา
       18.นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรรมการและเลขานุการ
      
       อำนาจหน้าที่
       ให้มีอำนาจและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520
      
       ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 56/2557
       เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่เพิ่มเติม
      
       เนื่องจากสถานการณ์ในบางพื้นที่ได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฏแนวโน้มของการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้นเพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลาย และบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน จึงให้ยกเลิกการประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ อ.เกาะช้าง จ.ตราด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
      
       สำหรับในพื้นที่อื่นๆ ให้ยังคงปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องการห้ามออกนอกเคหสถาน ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 42 /2557 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องแก้ไขห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 52/2557 ลงวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ 8 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๒/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑.นายพรศักดิ์ ศรีละมุล
       ๒.นายมนัส ไทยล้วน
       ๓.นายจิระประวัติ วศินทรงสุรเดช
      
       สั่ง ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๓/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง
       ๒.นายธนกฤษ ชะเอมน้อย
       ๓.นายสุนัย จุลพงศธร
       ๔.นายอารี ไกรนรา
       ๕.นายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์
       ๖.นายธีร์ บริรักษ์
       ๗.นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล
       ๘.นายธานัท ธนวัชรนนท์
       ๙.นางสาว สุดา รังกุพันธุ์
       ๑๐.นายชัยอนันต์ ไผ่สีทอง
       ๑๑.นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง
       ๑๒.นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์
       ๑๓.นายพฤทธ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข
      
       สั่ง ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
     ...  
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 54/255
       เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
      
       เพื่อให้การบริหารนโยบาย แผนงาน และมาตรการด้านพลังงานของประเทศ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงออกคำสั่งให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยมีองค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ดังนี้
      
       องค์ประกอบ
       1. หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ
       2. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ รองประธาน
       3. รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ กรรมการ
       4. ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ
       5. ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
       6. ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ
       7. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
       8. ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ
       9. ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ
       10. ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ
       11. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ
       12. ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
       13. ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ
       14. ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
       15. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
       16. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
       17. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ
       18. ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ
      
       อำนาจหน้าที่
       1. เสนอแนะนโยบายและแผนการบริหาร และพัฒนาพลังงานของประเทศต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       2. กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการกำหนดราคาพลังงาน ให้สอดคล้องกับนโยบาย และแผนการบริหาร และพัฒนาพลังงานของประเทศ
       3. ติดตามดูแล ประสาน สนับสนุน และเร่งรัดการดำเนินการของคณะกรรมการทั้งหลาย ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เพื่อให้มีการดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบาย และแผนการบริหาร และพัฒนาพลังงานของประเทศ
       4. ประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย และแผนการบริหาร และพัฒนาพลังงานของประเทศ
       5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย
      
       สั่ง ณ วันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 55/2557
       เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน
      
       ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มอบหมายให้รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ กำกับดูแลการแก้ไขปัญหา และเสนอแนวทางในการกำกับนโยบายการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ ให้มีความเหมาะสมและมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมาย จึงให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้
      
       องค์ประกอบ
       1. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ประธานกรรมการ
       2. ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ
       3. ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ
       4. ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ
       5. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ
       6. ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
       7. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
       8. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
       9. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรรมการ
       10. ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ
       11. ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
      
       อำนาจหน้าที่
       1. เสนอแนะนโยบาย แผนการบริหารและพัฒนา และมาตรการทางด้านพลังงาน
       2. เสนอความเห็นเกี่ยวกับแผนงานและโครงการทางด้านพลังงานของหน่วยงาน รวมทั้งเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของแผนงานและโครงการดังกล่าวด้วย
       3. กำหนดราคาและอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามกรอบและแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมอบหมาย รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย ในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และตามกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
       4. เสนอแนะนโยบายและมาตรการทางด้านราคาพลังงาน และกำกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ
       5. พิจารณาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และมาตรการอื่นๆ ที่จะออกตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
       6. ขอให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลใดๆ เสนอรายละเอียดทางวิชาการ การเงิน สถิติ และเรื่องต่างๆ ที่จำเป็น ที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย แผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศได้
       7. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือประธานกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มอบหมาย
       8. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการช่วยปฏิบัติงานในหน้าที่ตามความจำเป็น
      
       สั่ง ณ วันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 56/2557
       เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
      
       เพื่อให้การบริหารงานของคณะกรรมการกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไปเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุเป้าหมาย ในการดำเนินงานในการอนุรักษ์พลังงาน หรือการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการอนุรักษ์พลังงาน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงออกคำสั่งดังต่อไปนี้
      
       ข้อ 1.ให้แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานคณะหนึ่ง โดยมีองค์ประกอบดังนี้
      
       1. เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ
       2. ปลัดบัญชีทหารบก กรรมการ
       3. ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
       4. ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ
       5. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
       6. เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรรมการ
       7. อธิบดีกรมบัญชีกลาง กรรมการ
       8. อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรรมการ
       9. อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กรรมการ
       10. อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรรมการ
       11. ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ
       12. นายกสภาวิศวกร กรรมการ
       13. นายกสภาสถาปนิก กรรมการ
       14. ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรรมการและเลขานุการ
      
       ข้อ 2.ให้คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
      
       1. เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
       2. พิจารณาจัดสรรเงินกองทุน เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ทั้งนี้ตามแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญ ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติกำหนด
       3. กำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการขอจัดสรรขอเงินช่วยเหลือ หรือขอเงินอุดหนุนจากกองทุน
       4. เสนออัตราการส่งเงินเข้ากองทุน สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
       5. เสนอชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
       6. กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษ โดยความเห็นของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
       7. ยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษ
       8. พิจารณาอนุมัติคำขอรับการส่งเสริม และช่วยเหลือตามแนวทาง หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติกำหนด
       9. กำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการขอรับการส่งเสริม และช่วยเหลือ
       10. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมอบหมาย
      
       สั่ง ณ วันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
      
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 09 มิถุนายน 2014, 22:56:14 »
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 57/2557
       เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับ มีผลบังคับใช้ต่อไป
       
       ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องการสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น แต่ที่โดยประกาศดังกล่าว กำหนดให้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบางหมวด ยังคงมีผลใช้บังคับได้ต่อไป โดยเฉพาะการกำหนดให้ศาลทั้งหลาย คงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และให้องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
       
       นอกจากนั้น ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 24/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ต่อไปก็มิได้ยกเลิก หรือสั่งให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดสิ้นสุดลง นอกจากกำหนดให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับ มีผลบังคับใช้ต่อไป
       
       ทั้งนี้ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้เพื่อให้ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญนั้น สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงเห็นเป็นการสมควรกำหนดเพิ่มเติมให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับ ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไป ดังต่อไปนี้
       
       ข้อ 1. ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไป โดยมิได้สะดุดลง จนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิก แต่ให้งดเว้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้ง และการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาไว้เป็นการชั่วคราวก่อน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจกำหนด หรือขยายระยะเวลาในการยื่นบัญชีรายรับ และรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในการเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 ได้ตามที่เห็นสมควร
       
       ข้อ 2. ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไป โดยมิได้สะดุดลง จนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิก ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่ดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง และการดำเนินการเพื่อการจัดตั้ง หรือจดทะเบียนพรรคการเมือง ให้ระงับไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้ระงับการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมือง ของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองไว้เป็นการชั่วคราวด้วย ในกรณีมีข้อสงสัยให้หารือคณะกรรมการการเลือกตั้ง
       
       ข้อ 3. ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไป โดยมิได้สะดุดลง จนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิก
       
       ข้อ 4. บรรดาคำร้อง สำนวน อรรถคดี หรือการใด ที่ดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ตามข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายทะเบียนพรรคการเมือง หรือศาล ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง นายทะเบียนพรรคการเมือง และศาล ยังคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณา และวินิจฉัยต่อไป
       
       ข้อ 5. ให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณา และวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้วิธีพิจารณา และวินิจฉัยคดีให้เป็นไปตามระเบียบที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนด โดยต้องใช้ระบบไต่สวน และเป็นไปโดยรวดเร็ว ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นควรให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อวินิจฉัย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 7 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 58/2557
       เรื่อง การสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
       
       เพื่อให้การพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นของศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาค ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง คณะะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
       
       ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 51/2557 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น
       
       ข้อ 2 กรณีที่มีการประกาศผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว และศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาค ได้รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้วินิจฉัยว่า ควรให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใด ให้ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค ซึ่งมีอำนาจพิจารณา และวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ยังมีอำนาจพิจารณา และวินิจฉัยคดีเรื่องนั้นต่อไปเช่นเดิม
       
       ทั้งนี้ วิธีพิจารณา และวินิจฉัยคดีดังกล่าว ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2550
       
       ข้อ 3 เมื่อศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาค ได้รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามข้อ 2 แล้ว สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นั้น จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ จนกว่าศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาคจะมีคำสั่งยกคำร้อง แต่หากศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาคมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งใด หรือ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใด ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งนั้น สิ้นสุดลง และให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาค เป็นที่สุด
       
       ข้อ 4 กรณีที่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใด ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ มิให้นับบุคคลดังกล่าวเข้าในจำนวนรวมของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาท้องถิ่น หรือคณะผู้บริหารท้องถิ่น
       
       ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 1 แห่งประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 32 ลงวันที่ 30 กันยายน พุทธศักราช 2549 เรื่อง อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
       
        "ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งต้องไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง"
       
       ทั้งนี้ ข้อ 1 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2557 ส่วนข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2557
       
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 57/2557
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบ และการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันอังคารที่ 10 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 เวลา 10.00-12.00 น.ดังนี้
       
       1.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
       2.นายจรัล ดิษฐาอภิชัย
       3.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด
       4.นายวิสา คัญทัพ
       5.นางไพจิตร อักษรณรงค์
       6.นางดารุณี กฤตบุญญาลัย
       7.พันตำรวจตรีเสงี่ยม สำราญรัตน์
       8.นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ
       9.นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์
       10.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์
       11.นายสงวน พงษ์มณี
       12.นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
       13.นายนิธิวัต วรรณศิริ
       14.นายศรัณย์ ฉุยฉาย
       15.นายไตรรงค์ สินสืบผล
       16.นายชฤต โยนกนาคพันธุ์
       17.นายวัฒน์ วรรลยางกูร
       18.นาวาอากาศตรีชนินทร์ คล้ายคลึง
       
       สั่ง ณ วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
       
       พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 15 มิถุนายน 2014, 22:44:25 »
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๘/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑. นายชัยวัฒน์ อินทร์ชำนาญ
       ๒. นางศรีศศิร์อร ทรัพย์เงินทอง
       ๓. นายพงศ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ง
       ๔. นายเสน่ห์ จงจิตต์
       ๕. นายจรัล อัมพรกลิ่นแก้ว
       ๖.นายสรานุภล กองทอง
       ๗.นางสาว กชพร แสงชัชวาลย์
       ๘. นายวสันต์ งาหัตถี
       ๙. นางกรรณิการ์ เทียนเงิน
       ๑๐. นายชัยพฤกษ์ สมานรักษ์
       ๑๑. นางสาว กรกนก ห่อมกระโทก
       ๑๒. นายไพฑูรย์ สิงหา
       ๑๓. นางอภิศรา สเวหาด
       ๑๔. นายณัฐวุฒิ ด้วงนิล
       ๑๕. นางพัชร์อริญ ตั้งรัตนาพิบูล
       ๑๖. นายสุริยัน จันทไหว
       ๑๗. นางสาว ดวงใจ พวงแก้ว
      
       สั่ง ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...    
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๙/๒๕๕๗
       เรื่อง ขยายระยะเวลาการนำส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม
      
       ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๗/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง ให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำมาส่งมอบ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง กำหนดให้ผู้กระทำความผิดในบางกรณีที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๗/๒๕๕๗ แล้วนั้น เพื่อให้มีการนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายต่อไปอีกระยะหนึ่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
      
       ข้อ ๑. ให้ขยายระยะเวลาแก่ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ในการนำส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๗/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่องให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม นำส่งมอบต่อไปจนถึงวันที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       ข้อ ๒. ให้ผู้ที่นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑. ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
      
       ข้อ ๓. ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑. มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี
      
       ข้อ ๔. ประกาศนี้มิได้ให้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่ถูกจับกุมหรือตกเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นจำเลยก่อนวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ และอยู่ระหว่างการสอบสวนหรือระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๐/๒๕๕๗
       เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานในบางพื้นที่เพิ่มเติม
      
       เนื่องจากสถานการณ์ในบางพื้นที่ได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฎแนวโน้มของการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานในพื้นที่ ดังต่อไปนี้
      
       ๑. จังหวัดกาญจนบุรี
       ๒. จังหวัดราชบุรี
       ๓. อำเภอเขาย้อย อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอบ้านแหลม อำเภอแก่งกระจาน และอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
       ๔. จังหวัดระยอง
       ๕. จังหวัดจันทบุรี
       ๖. อำเภอคลองใหญ่ อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ อำเภอแหลมงอบ อำเภอเกาะกูด และอำเภอเมือง จังหวัดตราด
       ๗. จังหวัดนครพนม
       ๘. จังหวัดสกลนคร
       ๙. จังหวัดร้อยเอ็ด
       ๑๐. จังหวัดเลย
       ๑๑. จังหวัดสุรินทร์
       ๑๒. จังหวัดตาก
       ๑๓. จังหวัดสุโขทัย
       ๑๔. จังหวัดแม่ฮ่องสอน
       ๑๕. จังหวัดอุตรดิตถ์
       ๑๖. จังหวัดแพร่
       ๑๗. จังหวัดน่าน
       ๑๘. อำเภอสะเดา และอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
       ๑๙. จังหวัดตรัง
       ๒๐. จังหวัดสตูล
      
       สำหรับในพื้นที่อื่น ๆ ให้ยังคงปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง ห้ามออกนอกเคหะสถาน ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง แก้ไขห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหะสถาน และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานในบางพื้นที่
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
     ...  
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๑/๒๕๕๗
       เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ)
      
       เพื่อให้การกำหนดนโยบายการส่งเสริมสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีความเข้มแข็งและมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน จึงให้แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นการเฉพาะกิจ ดังต่อไปนี้
      
       ๑.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ
       ๒.พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รองประธานกรรมการ
       ๓.ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
       ๔.ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ
       ๕.ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
       ๖.ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
       ๗.ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
       ๘.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
       ๙. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรรมการ
       ๑๐.ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการ
       ๑๑. ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ
       ๑๒. ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กรรมการ
      
       อำนาจหน้าที่
       ให้มีอำนาจและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.๒๕๔๓
      
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      ...
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๙/๒๕๕๗
       เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว
      
       เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการแก้ไขแรงงานต่างด้าว ทั้งระบบ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการบูรณาการ ลดผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจและสังคม ครอบคลุมทั้งการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ชายแดนแบบมาเช้า-เย็นกลับ แรงงานตามฤดูกาล แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และแรงงานต่างด้าวประเภทอื่นๆ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
      
       ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.) ประกอบด้วย
      
       ๑.๑ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ
       ๑.๒ ปลัดกระทรวงแรงงาน รองประธานกรรมการ
       ๑.๓ ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการ
       ๑.๔ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
       ๑.๕ ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
       ๑.๖ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ
       ๑.๗ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กรรมการ
       ๑.๘ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรรมการ
       ๑.๙ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ
       ๑.๑๐ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรรมการ
       ๑.๑๑ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
       ๑.๑๒ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
       ๑.๑๓ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรรมการ
       ๑.๑๔ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ
       ๑.๑๕ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการ
       ๑.๑๖ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการ
       ๑.๑๗ ผู้บัญชาการทหารบก กรรมการ
       ๑.๑๘ ผู้บัญชาการทหารเรือ กรรมการ
       ๑.๑๙ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กรรมการ
       ๑.๒๐ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ
       ๑.๒๑ เลขาธิการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรรมการ
       ๑.๒๒ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กรรมการ
       ๑.๒๓ เสนาธิการทหาร กรรมการและเลขานุการ
       ๑.๒๔ เจ้ากรมยุทธการทหาร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
       ๑.๒๕ อธิบดีกรมการจัดหางาน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
      
       ๒.ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
      
       ๒.๑ เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ทั้งระบบต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       ๒.๒ อำนวยการ กำกับดูแล ติดตามผลการดำเนินการตามนโยบายการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว และรายงานผลต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       ๒.๓ พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน โครงการ และมาตรการที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       ๒.๔ พิจารณาสนับสนุนให้ทบทวนกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
       ๒.๕ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น
       ๒.๖ ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย
      
       ๓. คณะกรรมการตามคำสั่งนี้ สามารถยุบเลิก หรือปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู้ภาวะปกติ หรือมีคณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินแล้ว
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๐/๒๕๕๗
       เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว
      
       เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเอกภาพ และเกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (อกนร.) เพื่อช่วยปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.) โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      
       ๑.องค์ประกอบ
      
       ๑.๑ เสนาธิการทหาร ประธานอนุกรรมการ
       ๑.๒ อธิบดีกรมการจัดหางาน รองประธานอนุกรรมการ
       ๑.๓ เสนาธิการทหารบก อนุกรรมการ
       ๑.๔ เสนาธิการทหารเรือ อนุกรรมการ
       ๑.๕ เสนาธิการทหารอากาศ อนุกรรมการ
       ๑.๖ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม อนุกรรมการ
       ๑.๗ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ อนุกรรมการ
       ๑.๘ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อนุกรรมการ
       ๑.๙ อธิบดีกรมการปกครอง อนุกรรมการ
       ๑.๑๐ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อนุกรรมการ
       ๑.๑๑ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อนุกรรมการ
       ๑.๑๒ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อนุกรรมการ
       ๑.๑๓ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสัวสดิการ อนุกรรมการ
       ๑.๑๔ อธิบดีกรมควบคุมโรค อนุกรรมการ
       ๑.๑๕ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก อนุกรรมการ
       ๑.๑๖ อธิบดีกรมอาเซียน อนุกรรมการ
       ๑.๑๗ อธิบดีกรมอนามัย อนุกรรมการ
       ๑.๑๘ ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ อนุกรรมการ
       ๑.๑๙ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อนุกรรมการ
       ๑.๒๐ เจ้ากรมยุทธการทหาร อนุกรรมการและเลขานุการ
       ๑.๒๑ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการกรมยุทธการทหาร อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
       ๑.๒๒ ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวกรมการจัดหางาน อนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
      
       ๒. อำนาจหน้าที่
      
       ๒.๑ เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวต่อคณะกรรมการ
       ๒.๒ ประสานงาน ติดตามการดำเนินงาน ให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะแก่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
       ๒.๓ พิจารณากลั่นกรองแผนงาน โครงการ และมาตรการที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอคณะกรรมการ
       ๒.๔ พิจารณาทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ ก่อนเสนอคณะกรรมการพิจารณา
       ๒.๕ ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
      
       ๓. คณะอนุกรรมการตามคำสั่งนี้ สามารถยกเลิก หรือปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ หรือมีคณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินแล้ว
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
     ...  

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 15 มิถุนายน 2014, 22:44:34 »
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๑/๒๕๕๗
      เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
       
       ๑. นายรังสฤษฏิ์ ธิยาโน
       ๒. นายชัชชาญ บุปผาวัลย์
       ๓. นายยงยุทธ บุญดี
       ๔. นายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร
       
       สั่ง ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ... 
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๒/๒๕๕๗
       เรื่อง การแต่งตั้งให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่
       
       เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
       
       ๑.ให้ นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       ๒.ให้ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอาวุโสสูงสุด เป็นผู้รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
       ๓.ให้ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       ๔.ให้ นายตระกูล วินิจนัยภาค รองอัยการสูงสุด เป็นผู้รักษาราชการแทนอัยการสูงสุด
       ๕.ให้ นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปพลางก่อน
       ๖.ให้ นางเมธินี เทพมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
     ... 
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๓/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
       
       ๑. นายอิสระ สมชัย
       ๒. นายถนอม อ่อนเกตุพล
       ๓. นายพิภพ ธงไชย
       ๔. นายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี
       ๕. นายทินกร ปลอดภัย
       ๖. นายนัสเซอร์ ยีหมะ
       ๗. นายอุทัย ยอดมณี
       ๘. นายมั่นแม่น กะการดี
       ๙. พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ
       ๑๐. นายศิรวัฒน์ วิยะเศษ
       ๑๑. นายกิตติไชย ไสสะอาด
       ๑๒. นายสุดชาย บุญไชย
       
       สั่ง ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
   ...   
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๒/๒๕๕๗
      เรื่อง ให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฎหมายห้ามออกใบอนุญาต นำส่งมอบ
       
       ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติให้ ได้กำหนดให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม นำส่งมอบภายในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ แล้วนั้น แต่เนื่องด้วยปรากฏว่ายังมีบุคคลจำนวนหนึ่งมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฎหมายห้ามออกใบอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน มาใช้ในการกระทำความผิดต่างๆ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองเป็นไปโดยเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
       
       ข้อ ๑. ให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือที่มีกฏหมายห้ามออกใบอนุญาตตามกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฏหมายดังกล่าวภายในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ ทั้งนี้ เฉพาะอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ซึ่งนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ตามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๗/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง ให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕๙/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง ขยายระยะเวลาการนำส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม
       
       ข้อ ๒. ให้ผู้ที่ปฏิบัติตามข้อ ๑ ไม่ต้องรับโทษทางอาญาตามที่บัญญัติไว้ในกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน
       
       ข้อ ๓. ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
       
       ข้อ ๔. ประกาศนี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ซึ่งถูกจับกุมหรือตกเป็นผู้ต้องหาหรือเป็นจำเลยก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้ บังคับ และอยู่ระหว่างการสอบสวนหรือคดีไม่ถึงที่สุด
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  ...     
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๓/๒๕๕๗
      เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐ
       
       โดยที่การดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ของรัฐต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฏหมายทั้งปวง ตามแต่กรณี แต่การดำเนินคดีต่างๆ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาและการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมว่า มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งทำให้ปัญหาความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมเกิดขึ้นและอาจมีเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของรัฐดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฏหมาย รวดเร็ว เป็นธรรมแก่ประชาชน และเพื่อให้ประชาชนและนานาประเทศเกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
       
       คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีนโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐว่าประชาชนต้องได้รับความเป็นธรรมภายใต้บทบัญญัติแห่งกฏหมายทั่วถึง โดยเสมอภาคและเท่าเทียมกันในกระบวนการยุติธรรม องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นศาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ องค์กรอิสระอื่นๆ อัยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติงานด้วความเที่ยงธรรม และมีบรรทัดฐานที่ชัดเจนในการดำเนินคดีตามประเภทคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ซึ่งสาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่อาจมีผลทำให้เกิดความเข้าใจแก่สาธารณชนในการบังคับใช้กฏหมาย อันจะนำไปสู่ความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคม ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมและไม่มีการเลือกปฏิบัติ
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...   
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๕/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
       
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
       
       ๑. น.ส.กัญญาภัค มณีจักร
       ๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย
       ๓. พ.ท.สมจิตร เชื้อเดช
       ๔.นายสมชาย มงคลทรัพย์
       ๕. นายธนิต บุญญนสินีเกษม
       ๖. นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
       
       สั่ง ณ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       
       อนึ่ง กรณีการเชิญตัวบุคคลให้เข้ามารายงานตัว คสช.ก่อนหน้านี้ คสช. ขอเรียนชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าการเชิญตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาในการดูแลและทำความเข้าใจเท่าที่จำเป็นไม่เกิน 7 วัน ทั้งนี้ ผู้ที่มีรายชื่อในคำสั่งให้มารายงานตัวของ คสช. เกือบทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและสามารถเดินทางกลับได้ภายในวันที่รายงานตัว จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน
     ... 
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๔/๒๕๕๗
       เรื่อง ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานทั่วราชอาณาจักร
       
       ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานทั่วราชอาณาจักรตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ และได้มีการปรับลดห้วงระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหะสถาน และยกเลิกการห้ามออกนอกเคหะสถานในบางพื้นที่ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ฉบับที่ ๕๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ ฉบับที่ ๕๔/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ ฉบับที่ ๕๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ และฉบับที่ ๖๐/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ แล้วนั้น
       
       เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฎสิ่งบอกเหตุอันจะนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน รวมทั้งเพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานในพื้นที่ส่วนที่เหลือทั่วราชอาณาจักร
       
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
       
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
       
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

story

  • Staff
  • Hero Member
  • ****
  • กระทู้: 8313
    • ดูรายละเอียด
Re: ประกาศ-คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 24 มิถุนายน 2014, 14:00:43 »
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๔/๒๕๕๗
       เรื่อง การปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้
      
       เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดผลกระทบที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของประเทศโดยรวม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
      
       ๑. ให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบก และกองทัพเรือ ตลอดจนหน่วยงานที่มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก ยึดถือครอบครอง ทำลาย หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สถาพป่า รวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือ ให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ รวมทั้งสกัดกั้นการลักลอบตัดไม้มีค่าหรือไม้หวงห้าม การนำเข้าและส่งออกไม้ที่ผิดกฎหมาย ตลอดแนวชายแดน ตลอดจนปราบปรามเครือข่ายขบวนการตัดไม้ทำลายป่าในทุกหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ
      
       ๒. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ควบคุม ตรวจสอบ กิจการการแปรรูป การตั้งโรงงานแปรรูปไม้ การค้าไม้แปรรูป ตลอดจนการค้าหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามและสิ่งประดิษฐ์ใด เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้หวงห้าม หากพบมีการปล่อยปละละเลย หรือมีเจตนาจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายที่บัญญัติไว้ ให้ดำเนินการลงโทษตรากฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าของหรือผู้ประกอบการโดยทันที
      
       ๓. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ติดตามผลคดีป่าไม้และดำเนินการพื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย ให้คืนสภาพป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม โดยประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชนและองค์กรชุมชนได้เข้ามีส่วนรวมในการดำเนินการดังกล่าวอย่างจริงจัง
      
       ๔. เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามกรณีดังกล่าวข้างต้น จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาเด็ดขาดโดยทันที
      
       ๕. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามผลการดำเนินการตามข้อ ๑-๔ และรายงานผลการปฏิบัติให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่อง
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      ...
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๕/๒๕๕๗
       เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม
      
       เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ามารายงานตัว ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ ดังนี้
      
       ๑. น.ส.กัญญาภัค มณีจักร
       ๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย
       ๓. พ.ท.สมจิตร เชื้อเดช
       ๔.นายสมชาย มงคลทรัพย์
       ๕. นายธนิต บุญญนสินีเกษม
       ๖. นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       อนึ่ง กรณีการเชิญตัวบุคคลให้เข้ามารายงานตัว คสช.ก่อนหน้านี้ คสช. ขอเรียนชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าการเชิญตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาในการดูแลและทำความเข้าใจเท่าที่จำเป็นไม่เกิน 7 วัน ทั้งนี้ ผู้ที่มีรายชื่อในคำสั่งให้มารายงานตัวของ คสช. เกือบทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและสามารถเดินทางกลับได้ภายในวันที่รายงานตัว จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน
      ...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๕/๒๕๕๗
       เรื่อง การออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล และระบบผ่านดาวเทียม
      
       ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๕/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่องขอให้ระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และสถานีวิทยุชุมชน เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย และโดยที่ในปัจจุบันสถานการณ์การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชนเริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
      
       ข้อ ๑. ให้สถานีโทรทัศน์ ดังต่อไปนี้ออกอากาศรายการประจำของสถานีได้ตามปกติ
       ๑) สถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิตอล ซึ่งได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี
       ๒) สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม แบบบอกรับสมาชิก สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์
      
       ข้อ ๒. การออกอากาศรายการประจำสถานีของสถานีโทรทัศน์ตามข้อ ๑ จะต้องถือปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่องห้ามสร้างความขัดแย้งหรือต่อต้านการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๓/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่องการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบแอนาล็อก และสถานีวิทยุกระจายเสียง และประกาศรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๗/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่องการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิตอล และสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาต สัญญา หรือสัมปทานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดตลอดระยะเวลาการออกอากาศ
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       ...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗
       เรื่อง การออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ
      
       ตามที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๓ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง การถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบแอนาล็อก และสถานีวิทยุกระจายเสียง และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ ๓๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง ระงับการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการ แล้วนั้น เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
      
       ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ออกอากาศรายการได้ตามปกติ เมื่อได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม แล้วแต่กรณี
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      ...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๗/๒๕๕๗
       เรื่อง มาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว
      
       ตามที่ปรากฏข่าวสารที่ส่งผลกระทบต่อการจ้างแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย จนเป็นผลให้แรงงานต่างด้าวอพยพ และละทิ้งงานกลับไปภูมิลำเนาของตนเอง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบกิจการ ตลอดจนระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีความกังวลต่อผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนั้นจึงขอแจ้งมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าวให้ทราบ ดังต่อไปนี้
      
       ๑. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังไม่มีนโยบายที่จะเร่งรัดจับกุมกวาดล้างแรงงานต่างด้าวตามที่ปรากฏเป็นข่าว
      
       ๒. การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ในขณะนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ กำหนดให้มีมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าว โดยให้ผู้ประกอบการ นายจ้าง ที่ประกอบกิจการบนบก และทางทะเล จัดเตรียมรายชื่อลูกจ้างในสังกัดให้ครบถ้วน เพื่อให้พร้อมรับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในห้วงต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม การประทุษร้าย รวมทั้งเพื่อให้แรงงานได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรม ตลอดจนสามารถชี้แจงต่างประเทศได้ โดยไม่ถูกลดระดับความหน้าเชื่อถือ
      
       ๓. สำหรับมาตรการ/กระบวนการ และการปรับปรุงกฎหมาย ตลอดจนระเบียบต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ มีความยั่งยืน และไม่ให้เกิดผลกระทบดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มุ่งหวังที่จะได้ดูแลแรงงานของทุกชาติที่อยู่ในประเทศไทย อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ให้สมกับที่ประเทศต้นทางของแรงงานเหล่านั้นให้ความเป็นห่วง
      
       ๔. ให้ระมัดระวัง กรณีที่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคล แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ มาปล่อยข่าวให้แรงงานเกิดความหวาดกลัว ซึ่งกลุ่มที่กระทำดังกล่าว อาจเป็นกลุ่มที่มุ่งหวังผลประโยชน์ในการจัดระเบียบแรงงานผิดกฎหมายกลุ่มใหม่ หรือไม่ต้องการจ่ายค่าจ้างให้ครบถ้วนตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ทั้งนี้ หากตรวจพบการกระทำดังกล่าว ให้แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและลงโทษตามกฎหมายต่อไป
      
       ๕. ให้ผู้ประกอบการ นายจ้าง ฯลฯ ที่มีลูกจ้างเป็นแรงงานต่างด้าว ทำความเข้าใจกับลูกจ้างและให้ความร่วมมือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบโดยในระยะนี้ ให้ถือว่าเป็นมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่าวด้าว
      
       ๖. หากผู้ประกอบการ นายจ้าง แรงงานต่างด้าว และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มีข้อสงสัยในการดำเนินการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ขอให้แจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และคณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบ ตลอดจนสอบถามข้อสงสัยดังกล่าวโดยทันที ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ ต่อไป
      
       ๗. ประเทศไทย ถูกกดดันจากองค์กรสิทธิมนุษยชน และสังคมโลก ในประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเถื่อน แรงงานทาส การใช้กำลังประทุษร้ายต่อแรงงาน ฯลฯ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่ประการใด ดังนั้น การเผยแพร่ประเด็นดังกล่าวจึงทำให้ประเทศไทยขาดความน่าเชื่อถือและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      
       ๘. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ให้สื่อต่างประเทศ/องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เข้าใจโดยทั่วกัน เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก เสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ตลอดจนการก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับประเทศต้นทาง โดยเฉพาะกรณีที่มีการปล่อยข่าวว่าเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธต่อแรงงานจนเสียชีวิต หรือมีการจับกุมกวาดล้าง ฯลฯ ซึ่งไม่เป็นความจริง ตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน
      
       ๙. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองกำลังป้องกันชายแดนของกองทัพบกและกองทัพเรือ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ยึดถือการดำเนินการ ตามข้อ ๑ - ๘ เป็นแนวทางในการปฏิบัติโดยทั่วกัน
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
      
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
       ...
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๘/๒๕๕๗
       เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ระยะที่ ๑ เป็นการชั่วคราว
      
       ตามที่ปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายได้ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน เพื่อให้การแก้ไข้ปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างจริงจัง มีประสิทธิภาพและมีการบูรณาการ เคารพต่อหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีประกาศดังต่อไปนี้
      
       ข้อ ๑. ให้ผู้ประกอบการ นายจ้าง ที่ใช้แรงงานต่างด้าว ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้แรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองในการทำงานและไม่ถูกบังคับใช้แรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ นายจ้าง ในอุตสาหกรรมประมงและกิจการต่อเนื่อง โดยในช่วงนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีมาตรการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการ นายจ้าง จัดทำบัญชีแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในความดูแลให้ครบถ้วน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดระเบียบในห้วงต่อไป
      
       ข้อ ๒. ให้ผู้ประกอบการ นายจ้าง และแรงงานต่างด้าวที่อยู่อาศัยในประเทศไทยให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามแนวทางที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ เพื่อทางการไทยสามารถให้การคุ้มครองดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม ตามมาตรการระยะที่ ๑ ที่ยังมีการผ่อนผันอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องมีการควบคุม
      
       ข้อ ๓. ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดด้านการค้ามนุษย์ และขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
      
       ข้อ ๔. เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ กลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย แรงงานเด็ก สตรี และการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินการทางวินัยและทางอาญาทันที
      
       ข้อ ๕. ให้การดำเนินการข้างต้นสอดคล้องกับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมโลก ตลอดจนมาตรฐานสากลด้านสิทธิแรงงานและหลักการด้านมนุษยธรรม เพื่อความเป็นธรรม เสมอภาค และมนุษยธรรม
      
       ข้อ ๖. ให้คณะกรรมการนโยบายการจัดการปํญหาแรงงานต่างด้าว ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ และให้รายงานผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่อง
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      ...
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗
       เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน
      
       เพื่อให้การดำเนินการและการประสานงานในการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถลดผลกระทบที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของประเทศโดยรวม จึงให้ปฏิบัติ ดังนี้
      
       ๑. ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบดังกล่าวเพิ่มเติม ทั้งนี้การปฏิบัติอื่นๆ ให้เป็นไปตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ลง วันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เรื่อง การปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้
      
       ๒.ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ยึดถือนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ดังนี้
      
       ๒.๑ การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
       ๒.๒ การดำเนินการเร่งด่วนในปัจจุบัน คือ การป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด
       ๒.๓ การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมาตั้งแต่เดิมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณากำหนดมาตรการและวิธีดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อเสนอขออนุมัติจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยด่วน
       ๒.๔ กรณีใดๆ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการที่กำหนด
      
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
    ...  
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๖๗/๒๕๕๗
       เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
      
       เพื่อให้การพิจารณาและเสนอแนะแนวทางและมาตรการต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งให้ภาคเอกชนร่วมกับภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตและสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและแก้ปัญหาของประเทศได้ในภาพรวม หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ขึ้น โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้
      
       ๑. องค์ประกอบ
      
       ๑.๑ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการ
       ๑.๒ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย รองประธานกรรมการ
       ๑.๓ ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการ
       ๑.๔ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ
       ๑.๕ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรรมการ
       ๑.๖ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ
       ๑.๗ ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการ
       ๑.๘ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการ
       ๑.๙ ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ
       ๑.๑๐ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ
       ๑.๑๑ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
       ๑.๑๒ ปลัดกระทรวงแรงงาน กรรมการ
       ๑.๑๓ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ
       ๑.๑๔ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ
       ๑.๑๕ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
       ๑.๑๖ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ
       ๑.๑๗ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการ
       ๑.๑๘ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการ
       ๑.๑๙ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการ
       ๑.๒๐ ประธานสมาคมธนาคารไทย กรรมการ
       ๑.๒๑ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรรมการ
       ๑.๒๒ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กรรมการ
       ๑.๒๓ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการ
       ๑.๒๔ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (นายธานินทร์ ผะเอม) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
      
       ๒. อำนาจหน้าที่
      
       ๒.๑ พิจารณาและเสนอแนะแนวทางและมาตรการต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งให้ภาคเอกชนร่วมกับภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตและสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
       ๒.๒ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือหรือปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสม
       ๒.๓ ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย
       ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       สั่ง ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
      
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       (ประยุทธ์ จันทร์โอชา)
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
      ...