กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21
สธ.จ่อยกระดับ รพ.ปลวกแดง จ.ระยอง เป็น รพ.ชุมชนขนาดใหญ่ หรือ รพ.ทั่วไปขนาดเล็ก พร้อมอาจเปิด รพ.เพิ่ม รองรับพื้นที่อีอีซี พร้อมวางแผนร่วม รพ.สังกัดอื่นและเอกชน ส่วนพยาบาลที่ถูกต่อยขวัญกำลังใจดี กำชับเรื่องความปลอดภัย

วันนี้ (12 มิ.ย.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนได้ลงไปเยี่ยมการทำงานของบุคลากร รพ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่มีข่าวพยาบาลถูกทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ พบว่า เจ้าหน้าที่มีขวัญกำลังใจดี ส่วนคดีความก็ดำเนินไปตามกฎหมาย ขณะนี้ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่างร่วมมือกันดูแลเรื่องความรุนแรงในรพ.เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก รพ.ปลวกแดง อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีโรงงานเข้ามาตั้งเยอะ และมีแรงงานเข้ามามากถึง 1.4 แสนคน ดังนั้น นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว สธ.ยังมีแผนพัฒนาการบริการให้เพียงพอ

"จากการหารือจะต้องปรับขยายเรื่องการให้บริการ โดยอาจเปิดสถานพยาบาลเพิ่ม ซึ่งเล็งพื้นที่ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไว้ และอาจจะมีการยกระดับ รพ.ปลวกแดง เป็น รพ.ชุมชนขนาดใหญ่ หรือเป็นรพ.ทั่วไปขนาดเล็ก อยู่ระหว่างการวางแผนว่า จะเปิดให้บริการกี่เตียง ต้องใช้งบประมาณมากน้อยแค่ไหน ส่วนงบประมาณที่ใช้คิดว่าคงเป็นงบเฉพาะของพื้นที่อีอีซี" ปลัด สธ.กล่าวและว่า สำหรับการพัฒนาสถานบริการของ สธ. ในพื้นที่อีอีซี ไม่ได้ทำเฉพาะ อ.ปลวกแดง แต่จะพัฒนาทุกจังหวัดในพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือและวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีหลายจุดที่ต้องศึกษาจากแผนที่ รวมถึงต้องมองเรื่องความร่วมมือกับสถานพยาบาลสังกัดอื่นๆ รวมถึงรพ.เอกชนในพื้นที่ด้วย


2 มิ.ย. 2562 13:46   โดย: ผู้จัดการออนไลน์
22
คณะกรรมการฯ เห็นชอบ "น้ำมันกัญชา" สูตร อ.เดชา เป็นตำรับยาหมอพื้นบ้าน เตรียมชงคณะกรรมอำนวยการฯ และคกก.ควบคุมยาเสพติดให้โทษ พิจารณาต่อ

วันนี้ (12 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการด้านการประเมินรับรองตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาและกระท่อมและการใช้ยาแผนไทยที่มีกัญชาและกระท่อมปรุงผสมอยู่ในหน่วยบริการสาธารณสุขของรัฐและเอกชน ซึ่งมีการพิจารณาตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมเฉพาะรายของหมอพื้นบ้าน โดยหนึ่งในนั้นมีการพิจารณาน้ำมันกัญชาสูตรของนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการหารือนอกรอบถึงเรื่องของการปรับปรุงสูตร

นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การพิจารณาตำรับยาแผนไทยของหมอพื้นบ้านที่มีส่วนผสมของกัญชา มียื่นขอรับการพิจารณาทั้งสิ้น 68 ตำรับ ทั้งนี้ คณะกรรมการด้านการประเมินรับรองตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาฯ ได้ดำเนินการพิจารณาตำรับยาของหมอพื้นบ้านที่ส่งเข้ามาแล้ว 2 ครั้ง รวมจำนวนตำรับยาที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวพิจารณาทั้งสิ้น 9 ตำรับ ผ่านความเห็นชอบ 8 ตำรับ และไม่เข้าเกณฑ์ 1 ตำรับ โดย 8 ตำรับที่ผ่านความเห็นชอบ มีตำรับน้ำมันกัญชาของ นายเดชา รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการฯ จะรายงานเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการการนำกัญชาและกระท่อมมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทย เพื่อพิจารณา หากเห็นชอบจะเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต่อไป


12 มิ.ย. 2562 17:40   โดย: ผู้จัดการออนไลน์
23
จุฬาฯ เสวนา ย้ำ "กัญชา" ไม่ใช้ยารักษาทุกโรค การนำมาใช้รักษาต้องมีคุณภาพ ปลอดภัย มีผลชัดเจนทางวิชาการ และต้องใช้อย่างมีสติ เผยจุฬาฯ เดินหน้า 4 งานวิจัย พัฒนาสายพันธุ์กัญชา เล็งหาวิธีเอาสารสกัดกัญชาไปปลูกในต้นไม้ชนิดอื่น พ่วงวิจัยกฎระเบียบกัญชา หวังพัฒนานโยบายในอนาคต ส่วนวิจัยร่วม อ.เดชา ช่วยรู้รักษาโรคอะไรได้เพิ่มบ้าง

วันนี้ (2 พ.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีจุฬาฯ เสวนา ครั้งที่ 19 "กัญชา เพื่อเยียวยาสุขภาพ" โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดีด้านวิจัย จุฬาฯ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมเกิดคำถามเกี่ยวกับ "กัญชา" ว่า รักษาทุกโรคจริงหรือไม่ ปลอดภัยหรือไม่ ทำให้เสพติด มีสารปนเปื้อน ที่จะทำให้แย่ลงหรือไม่ และคนไข้ที่จำเป็นต้องใช้จะได้ใช้เมื่อไร ทั้งนี้ จากการสืบค้นข้อมูล พบว่า สารสกัดจากกัญชาซีบีดี ที่ได้รับรองทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์มี 35 ประเทศ กฎหมายเปิดบางส่วน 18 ประเทศ ส่วนอีกหลายร้อยประเทศยังผิดกฎหมายอยู่ ก็ต้องมาคิดให้รอบคอบทั้งวิทยาศาสตร์ การแพทย์ สังคม กฎหมาย การจะรณรงค์เปิดกัญชาเสรีก็ต้องมาคิดร่วมกัน

"การนำกัญชามาใช้มี 4 ประเด็นที่ต้องถกกันชัดเจน คือ 1.โรคอะไรได้ผลชัดเจน 2.ความปลอดภัย เพราะแม้แต่พาราเซตามอล ก็ทำให้คนตายได้ 3.คุณภาพ สกัดถูกวิธี มีสารปนเปื้อนหรือไม่ และ 4.เข้าถึงได้อย่างไรให้เป็นระบบ ทั้งระยะสั้น ระยะยาว ซึ่งตรงนี้จะช่วยกันขจัดความหลงเชื่องมงายในสังคม โดยเฉพาะการคิดว่ากัญชาสามารถรักษาได้ทุกโรค และต้องไม่สุดโต่ง เพราะเมื่อคนอยากจะใช้จะมีเรื่องการหลอกลวงการค้าเข้ามา ทั้งนี้ กัญชาเหมือนยาทุกชนิดที่ใช้รักษาโรค ทำอย่างไรให้คนไข้ที่จำเป็นเข้าถึงยาเร็วที่สุด ถูกต้องปลอดภัยที่สุด ต้องมุ่งเน้นหลักฐานเชิงประจักษ์ ประสิทธิภาพคุณภาพความปลอดภัย และใช้อย่างมีสติ" ศ.นพ.รุ่งเกียรติ กล่าว

ผศ.ภญ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ขณะนี้จุฬาฯ มีงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาหลายชิ้น คือ 1.งานวิจัยร่วมหลายคณะของจุฬาฯ เช่น คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ ทั้งในเรื่องของการปลูกพัฒนาสายพันธุ์กัญชา ให้ได้สายพันธุ์ที่ดี มีคุณภาพ ได้สารสกัดที่ต้องการ และวิจัยให้สารสกัดกัญชาที่ต้องการไปเกิดในต้นไม้อื่น ให้ได้สารสกัดปริมาณเหมาะสม ซึ่งจะรวดเร็วกว่าการปลูกกัญชา การวิจัยความปลอดภัยของสารสกัด การวิจัยพัฒนาตำรับจากกัญชาที่เหมาะสมกับการใช้ในช่องทางต่างๆ เช่น ทางปาก การเหน็บ การพ่น รวมถึงวิจัยเรื่องความปลอดภัยในการใช้ในคนและมิติต่างๆ ไม่เกิดการติด หรือเอาไปใช้ในทางที่ผิด หรือผลข้างเคียงการใช้ยาต้องติดตามได้ ผลิตภัณฑ์ใช้แล้วได้ผลกับการรักษาใด เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นยาที่เอาไปใช้อย่างปลอดภัย

ผศ.ภญ.รุ่งเพ็ชร กล่าวว่า 2.ยังมีงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่น โดยได้รับทุนจาก สกว. เพื่อวิจัยภาพรวมเรื่องเกี่ยวกับกัญชาที่ยังไม่รู้ เพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้ของประเทศ จะได้ไม่ต้องเริ่มนับศูนย์ใหม่ เช่น งานวิจัยโรดแมปกัญชา ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงการตลาด นโยบายกัญชา เพราะสุดท้ายแล้วหากจะมีนโยบายกัญชาอะไรออกมาก็จะเสนอแนะได้ 3.งานวิจัยประเมินกฎระเบียบต่างๆ ที่ออกมาเกี่ยวกับกัญชา ว่า มีความเหมาะสมระดับไหน มีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่ มีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ถ้าเอาไปปรับนโยบายต่างๆ

ผศ.ภญ.รุ่งเพ็ชร์ กล่าวว่า และ 4.งานวิจัยร่วมกับนายเดชา ศิริภัทร หมอพื้นบ้าน และประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี เพื่อดูการใช้กัญชาของหมอพื้นบ้าน หรือแพทย์แผนไทย ใช้ในโรคและอาการอะไรบ้าง มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลข้างเคียง และอาการไม่พึงประสงค์อะไรบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ โดยเป็นงานวิจัยที่เกิดจากการใช้จริง เป็นโอกาสที่จะทราบว่า โรคอาการต่างๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ใช้ได้ผลหรือไม่

2 พ.ค. 2562 16:45   โดย: ผู้จัดการออนไลน์
24



เริ่มต้นพิธีการเปิดประชุมสัมมนา When Health Personnel Get Sick โดยพิธีกร แพทย์หญิงชนันณ์ชิฎา ประพิณโรจน์ (โรงพยาบาลปัตตานี) เชิญนายแพทย์ประดิษฐ์ ไชยบุตร ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธี กล่าวเปิดการสัมมนา



นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวปาฐกถาเรื่อง "เจ้าหน้าที่มีความสุข"



เนื้อหาในสไลด์ที่ท่านปลัดกระทรวงได้ พูดคุยกับผู้เข้าร่วมการสัมมนา



นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้เกียรติร่วมสนทนา และถ่ายรูปร่วมกับผู้เข้าสัมมนาหลังจากการกล่าวปาฐกถา



การสัมมนาภาคเช้า เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การป่วย(sick)ทางกาย
๑๐.๐๐ – ๑๑.๐๐ น.           เมื่อบุคลากรกลายเป็นผู้ป่วย:ประสบการณ์ และปัญหา
ดำเนินการอภิปรายโดย นายแพทย์ประดิษฐ์ ไชยบุตร (ประธานสมาพันธ์แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปฯ)
เริ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยนายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์
ต่อด้วยนายแพทย์วินัย วิริยกิจจา อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข  นางสาวปุญญิศา วัจฉละอนันท์ โรงพยาบาลโนนสูง จ.นครราชสีมา และนายแพทย์พีรพงษ์ กุนอก โรงพยาบาลนาแก จ.นครพนม ตามลำดับ
                                                                                 
                                       

๑๑.๐๐ –  ๑๒.๐๐ น.         ระบบการดูแลบุคลากรเมื่อเจ็บป่วย:อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ดำเนินการอภิปรายโดย นายแพทย์ปราโมทย์ ศรีสำอางค์ (โรงพยาบาลสรรพสิทธิประส่งค์ จ.อุบลราชธานี)
เริ่มด้วยศาสตราจารย์นายแพทย์ประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ อดีตนายกแพทยสมาคมฯ ต่อด้วยนางพวงทอง ตันวงษ์วาน อุปนายกสมาคมพยาบาลฯ   นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต๑๐ และ นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน     


การสัมมนาภาคบ่าย เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การไม่สบาย(sick)ทางจิตใจ
๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ น.         Workplace Bullying ความรุนแรงระหว่างบุคลากร
ดำเนินการอภิปรายโดย นายแพทย์ศักรินทร์ ธนเกียรติสกุล (รพ.หล่มศักดิ์ จ.เพชรบูรณ์)
เริ่มต้นด้วยดร.กฤษดา แสวงดี ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ต่อด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์พนม เกตุมาน อดีตหัวหน้าภาควิชาจิตเวชศาสตร์    แพทย์หญิงเพ็ญนภา กวีวงศ์ประเสริฐ   ผู้แทนจากเครือข่ายแพทย์ยุคใหม่ และ นายแพทย์ศิริชัย ศิลปอาชา ผู้บริหารโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต
                                                                                   

การซักถามแลกเปลี่ยนระหว่างวิทยากรกับผู้ร่วมสัมมนา และถ่ายรูปร่วมกัน



การประชุมสัมมนาในครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี ขอขอบพระคุณท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุช วิทยากร และผู้่เข้าร่วมการสัมมนาทุกท่าน
ที่จะลืมไม่ได้เลย คือ ผู้ที่สนับสนุนให้การประชุมสัมมนาครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่นเรียบร้อย (ท่านนายกและเลขาธิการแพทยสภา, ท่านนายกและกรรมการแพทยสมาคมฯ,  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้ออกนาม)
25


[imghttp://i66.tinypic.com/2v275mh.jpg]http://[/img]

26
การประชุมสัมมนา “When health personnel get sick”
สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ และแพทยสมาคมฯ
ห้องประชุมไพจิตร ปวะบุตร ชั้น ๙ อาคาร ๗ ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๒   
๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น.   ลงทะเบียน
๐๙.๐๐ – ๐๙.๓๐ น.   พิธีเปิดการประชุม และกล่าวปาฐกถา
                   โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
๐๙.๓๐ – ๑๐.๐๐ น.          นโยบาย เจ้าหน้าที่มีความสุข 
                                         โดย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
๑๐.๐๐ – ๑๑.๐๐ น.           เมื่อบุคลากรกลายเป็นผู้ป่วย:ประสบการณ์ และปัญหา
                                         โดย นายแพทย์พีรพงษ์ กุนอก โรงพยาบาลนาแก จ.นครพนม
                                          นางสาวปุญญิศา วัจฉละอนันท์ โรงพยาบาลโนนสูง จ.นครราชสีมา
                                          นายแพทย์วินัย วิริยกิจจา อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข
                                          นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์
                                          ดำเนินการอภิปรายโดย นายแพทย์ประดิษฐ์ ไชยบุตร   โรงพยาบาลราชบุรี
๑๑.๐๐ –  ๑๒.๐๐ น.         ระบบการดูแลบุคลากรเมื่อเจ็บป่วย:อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
                                         โดย นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข
                                          ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ อดีตนายกแพทยสมาคมฯ
                                          นางพวงทอง ตันวงษ์วาน อุปนายกสมาคมพยาบาลฯ
                                          นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน
                                          ดำเนินการอภิปรายโดย นายแพทย์ปราโมทย์ ศรีสำอางค์   โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์       
๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น.         พักรับประทานอาหารกลางวัน
๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ น.         Workplace Bullying ความรุนแรงระหว่างบุคลากร
                                         โดย ดร.กฤษดา แสวงดี ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
                                          ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์พนม เกตุมาน อดีตหัวหน้าภาควิชาจิตเวชศาสตร์                                         
                                          นายแพทย์ศิริชัย ศิลปอาชา ผู้บริหารโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต
                                          แพทย์หญิงเพ็ญนภา กวีวงศ์ประเสริฐ   ผู้แทนจากเครือข่ายแพทย์ยุคใหม่
                                          ดำเนินการอภิปรายโดย นายแพทย์ศักรินทร์ ธนเกียรติสกุล   โรงพยาบาลหล่มสัก
๑๕.๐๐ – ๑๕.๓๐ น.         สรุปความเห็น และปิดประชุม               
...

27
              กรรมการบอร์ด สปสช.ภาคประชาชนหวั่นโรงพยาบาลเข้าใจผิดเรียกเก็บเงินคนไข้บัตรทองที่มารับบริการนอกเวลาทุกกรณี แจงหากคนไข้บัตรทองไม่ประสงค์เข้ารับบริการในคลินิกพิเศษนอกเวลา เพราะคิดว่าอาการที่มาเป็นอาการฉุกเฉินในมุมของคนไข้ หน่วยบริการต้องจัดระบบบริการไว้รองรับต่างหากด้วย ย้ำในกรณีที่ผู้ป่วยบัตรทองมา รพ.ด้วยอาการฉุกเฉินหรือมีเหตุอันควร ห้ามเรียกเก็บเงินในกรณีเหล่านี้
              ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สัดส่วนภาคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดให้บริการคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาและเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยบัตรทองว่า คนไข้ที่เข้ารับบริการอาจมีหลายประเภท บางคนมีเจตนาเข้าคลินิกพิเศษเพราะต้องการความสะดวกสบายหรือพบเแพทย์เฉพาะทางก็สามารถทำได้เพราะมีกติกาของ สธ. ออกมารองรับ
              อย่างไรก็ดี ในส่วนของคนไข้ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินหรือมีเหตุอันควร และไม่มีเจตนาเข้ารับบริการในคลินิกพิเศษ ทางโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการก็ต้องจัดระบบบริการไว้ให้ด้วยว่าจะให้ไปรับบริการที่ไหนที่จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น เด็กเป็นไข้ แม้อาจจะไม่ได้ฉุกเฉินมากนัก แต่ในมุมคนไข้อาจรู้สึกว่าฉุกเฉิน จะรอถึงเช้าก็กังวลใจ ขณะที่แพทย์อาจจะมองว่ากินยาลดไข้ก็หายแล้ว ไม่ต้องมาโรงพยาบาลก็ได้ ซึ่งในมุมของ สปสช. ต้องมีมุมมองของผู้ป่วยมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาด้วย ไม่ใช่เฉพาะมุมของผู้ให้บริการฝ่ายเดียว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นป่วยฉุกเฉินระดับสีเขียว เหลือง หรือแดง ก็สามารถเข้ารับบริการได้

             "เรื่องนี้ที่ผ่านมาคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ตั้งทีมมาพิจารณา เราคุยกันว่าถ้าคนไข้มีอาการฉุกเฉินไม่ว่าสีอะไรก็ตาม หน่วยบริการต้องจัดระบบบริการให้เขาได้รับการรักษา เป็นระบบคู่ขนานไปกับคลินิกนอกเวลาสำหรับคนไข้ที่ไม่ประสงค์จะใช้ช่องทางพิเศษ" ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าว

              ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าวอีกว่า ประเด็นดังกล่าวมีการหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพหลายครั้งแล้ว และมีความเข้าใจผิดของโรงพยาบาลในการติดป้ายประกาศเรียกเก็บเงินเป็นระยะๆ ซึ่งที่ประชุมก็ได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะถ้าไม่ทำความเข้าใจร่วมกัน สุดท้ายก็จะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างคนไข้กับโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

              "ก็เป็นไปได้ว่าอาจเกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นจึงอยากให้แก้ตั้งแต่ต้นน้ำ โรงพยาบาลอาจมีความยุ่งยากที่ต้องจัดหลายระบบ ทั้งคลินิกพิเศษ ห้องฉุกเฉิน แล้วยังต้องมีอีกหนึ่งระบบมารองรับคนไข้บัตรทองที่ไม่ได้ฉุกเฉินรุนแรงสีแดงและไม่อยากประสงค์ไปใช้คลินิกพิเศษ แต่มติมันออกมาอย่างนั้น ถ้าคุณไม่สามารถจัดระบบบริการได้ แล้วเขาจำเป็นต้องไปใช้คลินิกพิเศษนอกเวลา คุณก็ไม่มีสิทธิเก็บเงินเขา เพราะโรงพยาบาลไม่ได้จัดระบบที่ไม่ต้องเสียเงินไว้ต่างหากสำหรับเขา" ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าว

เผยแพร่ Fri, 2019-05-10 11:28   เผยแพร่โดย -- hfocus
28
                  "กรมป่าไม้" ประกาศแจกกล้าไม้หายาก ไม้หวงห้าม หลังมี มีประกาศราชกิจจาฯ อนุญาตประชาชน-เอกชน ปลูกตัดขาย "ไม้หวงห้าม" 158 ชนิด และ "ไม้หายาก" 13 ชนิด ในที่ดินกรรมสิทธิ์ และครอบครองได้แล้วโดยไม่ต้องขออนุญาต สนใจติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ 116 สถานี ทั่วประเทศ
                 
                  เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เพจ "บางอ้อ" ได้โพสต์เชิญชวนผู้ที่สนใจปลูกไม้หวงห้าม และ ไม้หายาก ในที่ดินของตนเอง ทางส่วนเพาะชำกล้าไม้ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้ ได้จัดการหากล้าไม้มาแจกฟรี สำหรับ เกษตรกร ประชาชนทั่วไป หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่สนใจนำกล้าไม้ปลูกเพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือเพื่อการต่างๆ ทั้ง ยางนา , พะยูง , มะค่า , แดง , ประดู่, ฯลฯ หาสนใจสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ 116 สถานี ทั่วประเทศ

                  สำหรับหลักเกณฑ์ในการขอรับกล้าไม้

                               1. ผู้ขอรับกล้าไม้ต้องยื่นคำขอและมาขอรับกล้าไม้ด้วยตนเอง (ตามแบบคำขอรับกล้าไม้พร้อมหลักฐาน)

                               2. ตรวจสอบชนิดไม้ที่ต้องการนำไปปลูกว่ามีชนิดไม้ที่ต้องการหรือไม่

                               3. ติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ สถานีเพาะชำกล้าไม้ และหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่แจกจ่ายกล้าไม้ โดยไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น

                               4. ประชาชนทั่วไปสนใจติดต่อขอรับกล้าไม้ได้รายละไม่เกิน 1,500 ต้น/ปีหากมีโครงการปลูกต้นไม้ที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าและมีพื้นที่เป้าหมายชัดเจน สามารถขอรับกล้าไม้ได้มากกว่ารายละ1,500 ต้น/ปี โดยให้ยื่นหนังสือแสดงโครงการ พร้อมหลักฐานประกอบแนบคำขอ

                               5. ศาสนสถาน หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนทั่วไป ขอได้หน่วยงานละไม่เกิน 10,000 ต้น/ปี แต่หากมีโครงการปลูกต้นไม้ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการค้าและมีพื้นที่เป้าหมายชัดเจน สามารถขอรับกล้าไม้ได้มากกว่ารายละ10,000 ต้น/ปี โดยให้ยื่นหนังสือแสดงโครงการพร้อมหลักฐานประกอบแนบคำขอ

                  หลักฐานการขอรับกล้าไม้

                               1. บัตรประชาชน

                               2. ถ้าเป็นโครงการต้องแนบรายละเอียดโครงการ เอกสารที่ดินและแผนที่สังเขป
            1. หน่วยงานเพาะชำกล้าไม้ เมื่อได้รับคำขอจะพิจารณาแจกจ่าย
กล้าไม้ได้ตามจำนวนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงจำนวนผู้ยื่นคำขอ ปริมาณกล้าไม้ที่มีอยู่และจำนวนพื้นที่ปลูกเป็นหลัก

            2. เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับหนังสือแสดงโครงการจะตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นก่อน หากเป็นโครงการที่สมควรสนับสนุนกล้าไม้ให้พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับจำนวนกล้าไม้ที่ควรสนับสนุน โดยคำนึงถึงเป้าหมายของโครงการ จำนวนผู้ยื่นโครงการ ปริมาณกล้าไม้ที่มี และจำนวนพื้นที่ปลูก เป็นหลัก

            อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มีประกาศราชกิจจาฯ อนุญาตประชาชน-เอกชน ปลูกตัดขาย "ไม้หวงห้าม" 158 ชนิด และ "ไม้หายาก" 13 ชนิด ในที่ดินกรรมสิทธิ์ และครอบครองได้แล้วโดยไม่ต้องขออนุญาต รวมถึงนิรโทษคดีเก่า ดันที่ดินรกร้าง 96 ล้านไร่ถูกใช้ประโยชน์มากขึ้น ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ ฉบับที่ 8 มีผลนับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562


เผยแพร่: 16 พ.ค. 2562 11:53   โดย: ผู้จัดการออนไลน์
29
                  กระทรวงสาธารณสุข เร่งผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ดูแลประชาชนร่วมกับทีมหมอครอบครัวครบ 6,500 ทีมภายใน 10 ปี ตาม พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ประชาชนเข้าถึงระบบบริการใกล้บ้าน ที่มีคุณภาพ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ผศ.ดร.นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ ประธานราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เปิดการปฐมนิเทศโครงการปฏิบัติงานเพื่อการสอบวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ประจำปีการศึกษา 2562 โดยมีแพทย์จบใหม่ที่ได้รับคัดเลือกจากสถาบันการศึกษาและคณะกรรมเขตสุขภาพที่เกี่ยวข้องทั้ง 13 เขตสุขภาพ ให้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 132 คน
                  นพ.สุขุม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพใกล้บ้าน ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ลดความแออัดและลดระยะเวลารอคอยการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวทำงานร่วมกับสหวิชาชีพเป็นทีมหมอครอบครัว 1 ทีมดูแลประชาชน 10,000 คน โดยได้ร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันอุดมศึกษา ผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ตั้งเป้าหมายมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวครบ 6,500 ทีมภายใน 10 ปี
ขณะนี้จัดตั้งแล้ว 996 ทีม ในปี 2562 มีเป้าหมายให้ครบ 1,170 ทีม รวมทั้งมีการจัดการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมหมอครอบครัวให้มีคุณภาพ มาตรฐานสูงขึ้น มีการวางแผนกำลังคน และวางแนวทางขับเคลื่อนการผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โดยการสร้างเครือข่ายสถาบันการผลิต 1 เครือข่าย 1 จังหวัดภายในปี 2567 สนับสนุนให้แพทย์สอบอนุมัติบัตรเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อทำงานในคลินิกหมอครอบครัว รวมทั้งการเพิ่มแรงจูงใจต่าง ๆ เช่น ความก้าวหน้าในวิชาชีพ ค่าตอบแทน เป็นต้น สนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ.2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2562
                  นพ.สุขุม กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการนี้ เป็นการสร้างแรงจูงใจและสิทธิพิเศษให้แพทย์จบใหม่ มาศึกษาต่อในสาขาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เป็นหลักสูตร 3 ปี โดยไม่ต้องลาเรียน เปิดรับสมัครนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายผ่านระบบรับสมัครทางเว็บไซต์ของกระทรวง เรียนในจังหวัดที่เปิดรับภายในเขตสุขภาพ ไม่ต้องจับฉลากเลือกพื้นที่ตามเงื่อนไข เมื่อผ่านการฝึกอบรมจะมีคุณสมบัติในการสอบเพื่อรับวุฒิบัตรเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และต้องปฏิบัติงานอีกหนึ่งปีในพื้นที่ตามเงื่อนไขของโครงการ ขณะที่แพทย์ใช้ทุนทั่วไปจะต้องปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนทักษะอย่างน้อยหนึ่งปี จึงจะสามารถลาเรียนเพื่อศึกษาต่อแพทย์ประจำบ้านในสาขาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวได้ ซึ่งจะทำให้มีการกระจายตัวของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รองรับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ รวมถึงการพัฒนาการเรียนการสอนด้านเวชศาสตร์ครอบครัวในทุกภาคของประเทศ

Tue, 2019-05-14 22:50 -- hfocus
30
                   กระทรวงสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลทุกแห่ง ทำประกันภัยรถพยาบาลชั้น 1 เพิ่มความคุ้มครองผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยที่ใช้รถพยาบาล ตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญและห่วงใยความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ขณะนำส่งผู้ป่วย ได้มีนโยบายให้โรงพยาบาลทุกแห่งต้องทำประกันภัยรถพยาบาล ชั้น 1 ภาคสมัครใจ และเพิ่มวงเงินประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสารหากเสียชีวิตหรือทุพลภาพถาวรเป็นคนละ 2,000,000 บาท สูงสุด 7 ที่นั่ง โดยรถพยาบาลที่หมดประกันภัยฉบับเดิมให้ต่อประกันภัยฉบับใหม่กับบริษัทประกันภัยที่มีข้อตกลงร่วมกัน จำนวน 4 บริษัท
                  นอกจากนี้ ได้กำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาลอย่างเคร่งครัด โดยพนักงานขับรถพยาบาลต้องผ่านการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของกระทรวงสาธารณสุข และตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จำกัดความเร็วของรถพยาบาล ไม่เกิน 80 กม./ชม. หรือไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ในรถต้องมีผู้โดยสารรวมพนักงานขับทั้งหมดไม่เกิน 7 คน ทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย และห้ามทำหัตถการขณะรถเคลื่อนที่ รถพยาบาลทุกคันต้องติดตั้งอุปกรณ์ GPS และกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ ห้ามขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงทุกกรณี และให้คำนึงถึงเวลาทำงานที่เหมาะสมของบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ


Wed, 2019-04-17 15:44 -- hfocus
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10