กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
11
ข่าวสมาพันธ์ / มั่วตั้งผู้ตรวจกระทรวงหมอ--Gossip สาสุข
« กระทู้ล่าสุด โดย story เมื่อ 23 ตุลาคม 2019, 10:47:23 »
ถึงวาระการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ตรวจราชการสธ. แทนผู้ตรวจฯ 3 ตำแหน่งที่ว่าง โดยเป็นคราวที่ต้องย้าย “ซี 9” ระดับรองอธิบดี สาธารณสุขนิเทศก์ ผู้ช่วยปลัดสธ. ขึ้นซี 10 ที่ตำแหน่งผู้ตรวจฯ ก่อนขยับขยายไปตำแหน่งอื่น
•   
รอบนี้ “โผ” ดันหลุดออกมาล่วงหน้า เพราะมีข่าวว่ากรรมการคัดเลือกข้าราชการซี 10 ที่มีสัดส่วนทั้ง “คนนอก” และ“คนใน” ในซีกของคนนอก ดันไม่เห็นด้วยกับชื่อที่กรรมการเสียงส่วนใหญ่ เสนอแต่งตั้ง เลยมีรายชื่อ “หลุด” ออกมาทางหน้าสื่อเต็มไปหมด เพื่อ “ดักคอ” ชื่อที่ “ผู้ใหญ่” บางคน ยัดใส่มือกรรมการเสียงข้างมาก
•
ตามธรรมเนียมข้าราชการไทย หากจะตั้งใคร เลื่อนขั้นคนไหน เมื่อไม่มี “เส้น” ไม่รู้จัก “ผู้หลักผู้ใหญ่” คนไหนเป็นพิเศษ หรือไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นเป็นพิเศษ ก็จะใช้ระบบที่เรียกว่า “อาวุโส” นั่นคือใครขึ้นก่อนมานานกว่า คนนั้นย่อมมีสิทธิ์ได้เลื่อนก่อน
•
ทุกปี ก็จะมีลิสต์อาวุโส มาให้กรรมการเหล่านี้นั่งพิจารณา เพื่อเอารายชื่อเหล่านี้เสียบแทนตำแหน่งที่ว่าง
•
ชื่อแรกคือ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แน่นอน คนนี้ไม่มีปัญหา เพราะอาวุโสสูงสุด แช่อยู่ในระนาบนี้มานานกว่า 6 ปี จะขึ้นเป็นผู้ตรวจ ก็ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจอะไรนัก แม้หมอพงศ์เกษม จะรู้จักมักคุ้น กับ ม.ล.นพ.สมชาย จักรพันธุ์ อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต ประธานที่ปรึกษาเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ก็เถอะ
•
แต่ที่น่าตั้งคำถามแน่ๆ คือชื่อที่เหลือ นั่นคือ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย และ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดสธ. ที่ติดโผขึ้นผู้ตรวจเช่นเดียวกัน
•
ที่วิจารณ์กันหนักหน่วงก็คือ ทั้งคู่ ต่างก็ “อาวุโส” ไม่ถึง เพราะ หมออัมพร นั้น อยู่ในตำแหน่งรองอธิบดีเพียง 1 ปี ขณะที่ หมอวิพรรณ อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดสธ. เพียง 6 เดือน
•
สำหรับ พญ.อัมพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก - วัยรุ่น ว่ากันว่า “เหาะ” มาในสายของ “เสี่ยหนู”  และหมอสมชาย ที่มี “ลูกน้อง” เต็มกรมจิต ถึงขนาดว่ายุคนี้ รู้กันภายในว่า ใครที่มาจากกรมจิต จะได้รับความดีความชอบเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นสายตรงรัฐมนตรี
•
หมออัมพร แม้จะมีชื่อในหน้าสื่อบ่อย และเป็นโฆษกกระทรวงฯ ในยุคนี้ แต่หากไล่ลิสต์อาวุโสแล้ว พบว่าอยู่อันดับที่ 17 หรือข้ามคนอื่นมา 10 กว่าคน บางคนขึ้นเป็นซี 9 ตั้งแต่ปี 2557 ก็ขอให้รอต่อไป เพราะงวดนี้คนจาก “กรมจิต” ล้วนมาแรง...
•
แต่งตั้งโยกย้ายรอบที่แล้ว หมอเกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ก็เกือบได้ขึ้นอธิบดี “กรมใหญ่” รอนั่งเป็นปลัดต่อ แต่ดันมีคนรู้ทัน คาบข่าวจนลือกันทั่วกระทรวง เพราะว่ากันตามตรง หมอเกียรติภูมิ ยังชื่อชั้นห่างจากเต็ง 1 เต็ง 2 ที่เป็นอธิบดีกรมใหญ่อยู่แล้ว และรอเป็นปลัดเหมือนกัน จะไปย้ายบรรดาเต็ง 1 เต็ง 2 ออก โดยไม่ผิดอะไร ก็มีแววกระทรวงจะวุ่นตั้งแต่แรก
•
อย่างไรก็ตาม หลังหมอสุขุม กาญจนพิมาย เกษียณปีหน้า หากรัฐบาลประยุทธ์ยังอยู่ และเสี่ยหนู ยังเป็นรัฐมนตรี ก็ขอให้จดชื่อหมอเกียรติภูมิ ในฐานะว่าที่ปลัดได้เลย
•
ส่วนตำแหน่งผู้ตรวจอีกคน อย่างหมอวิพรรณนั้น คนสธ.งงกันยิ่งกว่าเก่า หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคือใคร มาจากไหนเพราะเป็นผู้ช่วยปลัดมายังไม่ถึงปี อาวุโสในลิสต์อยู่ลำดับที่ 23
•
แต่ถ้าย้อนดูประวัติก็จะร้องอ๋อทันที เพราะหมอวิพรรณ มาจากผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก ศิษย์สำนักเดียวกับ“หมอขุม” ปลัดกระทรวงฯ ทำให้ได้ขึ้นซี 10 รวดเร็วเป็นพิเศษ
•
อย่างที่ Gossipสาสุข เล่ามาตลอด “หมอขุม” นั้น ไม่มีพรรคพวก รู้จักใครไม่เยอะ เพราะไม่เคยผ่านตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ไม่เคยทำงานในภูมิภาค อยู่ไกลสุดคือที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก แถวแยกแคราย เพราะฉะนั้น มองซ้ายมองขวาไม่เหลือใคร ก็เลยหันไปหาพวกชมรมแพทย์ชนบท ที่ “เล่นการเมือง” เก่งไม่แพ้ใครในกระทรวงนี้
•
ผลงานที่ผ่านมา เอาแค่ย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาล ย้ายนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ที่ไม่เคยมีปัญหาอะไร พอกลุ่มนี้เข้ามาทำโผ ก็แต่งชุดดำประท้วงคัดค้านกันหลายจังหวัดมาแล้ว
•
ทีนี้พอแพทย์ชนบท ได้ดิบได้ดีกันหลายคนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมอยงยศ ธรรมวุฒิ ที่ขึ้นเป็นรองปลัด หรือหมอสุเทพ เพชรมาก ที่เป็นผู้ตรวจ หาสล็อตใส่ให้ใหญ่ขึ้นไม่ได้ ก็ถึงคิวดัน “ศิษย์น้อง” อย่างหมอวิพรรณขึ้นผู้ตรวจ ข้ามอีก 20 กว่าคน โดยไม่ต้องสนอะไร
•
ความจริงถ้าหมอขุม สามารถตอบได้ว่า หมอวิพรรณ มีความสามารถ “โดดเด่น” เหนือรองอธิบดีคนอื่นๆ ที่นั่งนานกว่าได้อย่างไร และถ้าเสี่ยหนู ตอบได้ว่า หมออัมพร เก่งกว่า คนอื่นอีก 10 กว่าคนแค่ไหน เรื่องนี้ก็จะไม่เป็นข่าว ไม่มีปัญหา และก็คงไม่มี “คนนอก” คนไหน ปล่อยข่าวให้สื่อ
•
แต่กระบวนการสรรหารอบนี่กลับทะแม่งๆ กรรมการสรรหาฝั่งคนสธ.ที่ล้วนแล้วแต่ใกล้ชิดปลัด กลับยืนกรานรายชื่อ 2 คนนี้ ตามรายการ “คุณขอมา” ไม่สนใจชื่ออื่น
•
อย่างไรก็ตาม ถ้าย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ กระทรวงหมอ ก็เป็นอย่างนี้ สมัยปลัดกระทรวงเป็นคนดีศรีนกหวีด ก็มีรายการโยกย้ายข้ามหัวไปมา คนใกล้ชิดได้กรมใหญ่ ส่วนคนชัง โดนเขี่ยไปเป็นผู้ตรวจเหมือนกัน
•
เอาเป็นว่า กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์รวมบรรดา “คนเก่ง” จากทั่วประเทศ ก็มีปรากฏการณ์ย้ายมั่ว ย้ายสลับ ย้ายข้ามหัว และการพกมีดคนละเล่ม แทงกันไปมา ประหนึ่งละครน้ำเน่า ให้คนนอกดูกันสนุกๆ เหมือนกระทรวงอื่นเขาเหมือนกัน
•
ปีหน้าปลัดสุขุมเกษียณ ส่วนเสี่ยหนูก็ไม่รู้จะอยู่อีกนานแค่ไหน เพราะฉะนั้น ช่วยใครได้ ก็ต้องรีบช่วยตั้งใครเป็นมือเป็นไม้ได้ ก็ต้องรีบตั้ง ส่วนหมอคนไหนที่ไม่เกี่ยว ไม่อยู่ในวง “ผู้หลักผู้ใหญ่” พูดเองว่า ขอให้อยู่ห่างๆ
•
งานนี้คนนอกคนในที่โวยวายจะสร้างกระแสสำเร็จหรือไม่ และแท็กทีมระหว่างเสี่ยหนู-หมอขุม จะ “แข็ง” แค่ไหน รอดูผลประชุม ครม.วันอังคารนี้ เดี๋ยวก็รู้กัน…
จากเพจ Gossipสาสุข
20 ตุลาคม 2562
………......……………......………......
12

………………...…………………...……………………...…………………...…...…......
คุณธรรม​ จริยธรรม​ ธรรมภิบาล​เป็นรากฐานสำคัญของงานสาธารณสุข
ต้องช่วยกันรักษาไว้
ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง​ต้องเป็นกิจที่สอง
…...………………...………………...……......…………......……………...…...…….

 ที่ สพศท./พิเศษ/๒๕๖๒                                                                                                                                                                        วันที่  ๒๑ ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๖๒                                                                                                                                                                                                     
เรื่อง ขอให้แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขอย่างมีธรรมาภิบาล
เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
สิ่งที่แนบมาด้วย ข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
                      งานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของประเทศไทยได้รับการวางรากฐานและพัฒนาจนเจริญก้าวหน้ามาถึงปัจจุบันนี้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และผู้ปฏิบัติงานก็อาศัยจริยธรรมและคุณธรรมที่ได้รับปลูกฝังมา ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชน ประเทศไทยมีประชากรมีมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็มากขึ้นด้วย การมีผู้บริหารองค์กรที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม และมีธรรมาภิบาลจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้นด้วย
                           ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎ และหลักเกณฑ์ต่างๆในการบริหารบุคคล และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ล้วนแล้วแต่กำหนดให้เป็นไปตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล โดยให้คำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และอาวุโส แต่จากการสำรวจความเห็นของประชาชน และข่าวที่ปรากฎออกมา ยังพบว่ามีความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอยู่มาก
                            สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ และเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะจะให้ความสำคัญกับการผดุงความเป็นธรรมในคัดเลือกและแต่งตั้งผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข โดยยึดหลักการธรรมาภิบาล เพื่อรักษารากฐาน และจิตวิญญาณของงานสาธารณสุขที่ยึดถือประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่งเอาไว้         
   
                                                                          ขอแสดงความนับถือ     
                                                       
                                                                     นายแพทย์ประดิษฐ์ ไชยบุตร
                                (ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย)
…………...………………...……...…...…...…………………………...…………...…………..
การแต่งตั้งโยกย้ายทุกระดับทุกวิชาชีพ ต้องมีกฏเกณฑ์ที่ชัดเจน​โปร่งใส​ตรวจสอบได้​ ต้องไม่ทำลายขวัญกำลังใจของคนดีมีความสามารถด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม
ความไร้ธรรมาภิบาลจะทำร้ายระบบสาธารณสุข​ และทำร้ายประชาชน
บาปกรรมจริงๆ


ตามประกาศคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทบริหาร ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดเกณฑ์การประเมินบุคคลในการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริการ ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 
1.สมรรถนะหลักทางการบริหาร
2.สมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่
3. ความประพฤติรวมทั้งพฤติกรรมทางจริยธรรม และค่านิยมสร้างสรรค์ที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร
4. ประวัติการรับราชการและผลงาน ความสำเร็จในการบริหารที่ได้รับเกียรติ ชื่อเสียงประวัติทางวินัย และ
5.คุณลักษณะอื่นๆที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง วิสัยทัศน์และทัศนคติในการทำงาน ภาวะผู้นำ มนุษยสัมพันธ์ ความคิดริเริ่ม การเสียสละและอุทิศเวลา ความอดทนต่อการทำงานและสุขภาพจิต
...
13
เปิดโผตั้ง 3 ผู้ตรวจราชการ สธ. "พงศ์เกษม-อัมพร-วิพรรณ" คนในกระทรวงหมอวิจารณ์สนั่น "เด็กปลัด" เป็นผู้ช่วยแค่ 6 เดือน แต่ตั้งข้ามหัวแซง 20 คน ขึ้นไปรับตำแหน่ง บางคนอยู่ในตำแหน่งกว่า 3-6 ปี ด้านปลัด สธ.ยันมีคณะกรรมการคัดเลือก พิจารณาจากคุณสมบัติ หากคุณสมบัติครบมีสิทธิได้แต่งตั้งทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทบริหาร ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายบุญปลูก ชายเกตุ เป็นประธานนั้น ขณะนี้มีการเผยแพร่ผลการคัดเลือกรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในหมู่ข้าราชการ สธ. ซึ่งมีจำนวน 3 ราย ได้แก่ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่อยู่ในตำแหน่งนี้มาแล้ว 6 ปี  พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 1 ปี และ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดสธ. ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 6 เดือน ซึ่งจะมีการเสนอรายชื่อนี้ให้กับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สธ. ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวออกมา ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะส่วนของ พญ.วิพรรณ ที่ระบุว่า เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยปลัด สธ.ได้เพียง 6 เดือน จากก่อนหน้านี้เป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ แต่ผ่านการพิจารณาเป็น 1 ใน 3 คนที่ได้รับการคัดเลือก แซงหน้าผู้บริหารคนอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติครบและอยู่ในตำแหน่งเดิมมานานตั้งแต่ 1-6 ปี รวม 20 คน ขึ้นไปคว้าตำแหน่งผู้ตรวจฯ โดยมีผู้ที่อยู่ในตำแหน่งเดิมนาน 6 ปี 2 คน , 5 ปี 1 คน , 4 ปี 1 คน  , 3 ปี 5 คน , 2 ปี  7 คน , 1 ปี 6 คน และ 6 เดือน 5 คน ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ก็อยู่ในการจับตาของชมรมต่างๆ ใน สธ.อยู่แล้ว หากมีการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ก็เตรียมที่จะมีการเคลื่อนไหว เพื่อทวงถามเรื่องธรรมาภิบาล

นพ.สุขุม กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานผลการคัดเลือกผู้ตรวจฯ แต่ตามหลักจะพิจารณาจากคุณสมบัติ ใครมีคุณสมบัติครบมาก่อน นอกจากนี้ ยังต้องมีการดูตามประเด็นต่างๆ มีการแบ่งเป็นกลุ่มอย่างชัดเจน

เมื่อถามถึงกระแสว่าตั้งข้ามหัวรุ่นพี่ นพ.สุขุม กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ใครมีคุณสมบัติครบก็มีโอกาสที่จะเป็นได้ แต่ก็ต้องดูเรื่องการมีความรู้ ความสามารถ ซึ่งต้องมีหลายอย่างมาประกอบกัน แต่ก็จะมีเกณฑ์อยู่และมีกรรมการพิจารณาชัดเจนอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งผู้ช่วยปลัดที่ทำได้เพียง 6 เดือนไปนั่งตำแหน่งผู้ตรวจฯ  นพ.สุขุม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูที่คุณสมบัติมากกว่า ว่าครบหรือไม่ ทุกคนสามารถสมัครได้หากมีคุณสมบัติครบ เพราะมีเกณฑ์ของ ก.พ.อยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการตั้งเองได้ตามอำเภอใจ ต้องมีคณะกรรมการพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามประกาศคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทบริหาร ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดเกณฑ์การประเมินบุคคลในการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริการ ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้ 5 ข้อ ได้แก่  1.สมรรถนะหลักทางการบริหาร 2.สมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ 3. ความประพฤติรวมทั้งพฤติกรรมทางจริยธรรม และค่านิยมสร้างสรรค์ที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร 4. ประวัติการรับราชการและผลงาน ความสำเร็จในการบริหารที่ได้รับเกียรติ ชื่อเสียงประวัติทางวินัย และ 5.คุณลักษณะอื่นๆที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง วิสัยทัศน์และทัศนคติในการทำงาน ภาวะผู้นำ มนุษยสัมพันธ์ ความคิดริเริ่ม การเสียสละและอุทิศเวลา ความอดทนต่อการทำงานและสุขภาพจิต

17 ต.ค. 2562 : ผู้จัดการออนไลน์
14
"อนุทิน" จ่อปรับทิศทาง "บัตรทอง" มุ่งป้องกันโรค เปลี่ยนความเชื่อป่วยรักษาฟรี เป็นต้องไม่เจ็บป่วย หลังพบเกือบ 20 ปี ซีโรซัมเกม ใช้งบลงทุนไปแสนล้านบาทแต่กลับมาเท่าเดิม ย้ำต้องใช้งบให้คุ้ม

วันนี้ (21 ต.ค.) ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กับทิศทางในอนาคต” ระหว่างเปิดการประชุมชี้แจงหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่า ปัจจุบันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยครอบคลุมทุกโรค แม้แต่โรคหายาก ก็ยังครอบคลุม และยืนยันว่า อะไรที่จะทำให้สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต อายุขัยของคนไทยดี พร้อมสนับสนุนผลักดันเต็มที่ แต่ต้องเป็นการที่ชี้แจงได้อธิบายได้  อย่างไรก็ตาม การจะทำให้เกิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนนั้น จะต้องมุ่งไปสู่เรื่องการส่งเสริมป้องกันโรค ไม่ให้คนเจ็บป่วย

นายอนุทิน กล่าวว่า จะต้องดำเนินการเปลี่ยนความเชื่อของคนไทยที่ว่า ฉันป่วยเมื่อไรก็ได้ เพราะรัฐให้การรักษาฟรี  เพราะฉะนั้นไม่ต้องดูแลตนเอง มีอะไรไม่เดือดร้อนครอบครัว ไม่เดือดร้อนลูกหลาน  ซึ่งเป็นความเชื่อก่อนจะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่หลังจากมีแล้ว เกือบ 20 ปีได้ให้บริการอย่างดี ยกระดับคนไทยทุกคน พยายามครอบคลุมโรคและการบริการให้ได้มากที่สุด รวมถึงเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคและความเข้าใจในสุขภาพ ถึงวันนี้ต้องเปลี่ยนความเชื่อของประชาชน มิเช่นนั้นจะต้องใช้จ่ายไปเรื่อยๆ แต่แทนที่จะใช้จ่ายให้ได้ประสิทธิภาพ ให้ได้คุณภาพชีวิตของคนในชาติ กลับกลายเป็นใช้จ่ายเพื่อการรักษาให้เขากลับเข้ามาหาย หรือ ซีโรซัมเกม (zero–sum game) คือใช้งบแทบตายก็กลับมาเท่าเดิม

นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้ไปจะต้องได้ผลลัพธ์กลับมาแล้ว จากเงินที่ลงทุนไปเป็นแสนๆ ล้านบาทในช่วงเวลาที่มีบัตรทอง คนไทยจะต้องมีสุขภาพดีอย่างถ้วนหน้าเสียที คนไทยต้องไม่ป่วยง่าย คนไทยต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพมากกว่าเรื่องได้รับยาที่ดีที่สุดในโลก ได้รับการดูแลด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีที่สุดในโลก แต่จะต้องทำให้เขาคิดว่าจะต้องไม่ป่วย และเอาทรัพยากรจากคนที่ไม่ป่วย ไปใช้กับคนป่วยที่ธรรมชาติไม่เป็นใจและจำเป็นต้องได้รับการรักษา การป้องกันโรคต้องนำความเจ็บป่วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารสุขภาพ พักผ่อนเพียงพอ ไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือติดโรค เหล่านี้ต้องทำให้เกิดขึ้น เอาเงินเหล่านี้แทนที่จะไปรักษา เอามาเพิ่มความรอบรู้ให้คนไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมได้มอบนโยบายแบบนี้ ส่วนแนวทางปฏิบัติเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องคิดร่วมกัน เชื่อว่าจะไม่เกินความสามารถของบุคลากรสาธารณสุขทุกคน

“การที่คนไทยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ช่วยให้ประเทศมีเศรษฐกิจแข็งแรง และมีสังคมที่ดีแน่นอน ซึ่งพื้นฐานสังคมไทยแข็งแรงอยู่แล้ว ความแตกแยกที่ผ่านมาเป็นเพราะความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง ก็ออกมาเคลื่อนไหว ที่ผ่านมากว่า 15 ปีก็เกิดซีโรซัมเกมทะเลาะกันไปก็ไม่ดีขึ้น ทุกคนเริ่มเห็นแล้ว ซึ่งการจะทำให้ปัญหาประเทศหายไปครึ่งหนึ่งคือการดูแลสุขภาพของประชาชนให้แข็งแรง จากนี้ขอให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ภารกิจไม่ได้ยากเกินความสามารถ”นายอนุทินกล่าว

21 ต.ค. 2562 : ผู้จัดการออนไลน์
15
"อนุทิน" ยันชง ครม.ตั้ง 3 ผู้ตรวจราชการฯ ตามที่ปลัด สธ.เสนอ เชื่อเหมาะสมแล้ว ไม่แคร์เสียงวิจารณ์ตั้งข้ามหัวรุ่นพี่ ไม่กังวลก่อม็อบประท้วง ย้ำปลัดต้องอธิบายความเหมาะสมให้ได้ เลือกคนทำงานมาสนองนโยบายตนได้ แจงแนวทางการทำงานจะบี้แค่ปลัดคนเดียว
วันนี้ (21 ต.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์รายชื่อผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการ สธ. โดยเฉพาะ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ที่เพิ่งมารับตำแหน่งผู้ช่วยปลัด สธ. เพียง 6 เดือน แต่กลับได้รับการเสนอข้ามหัวรุ่นพี่กว่า 20 คน ว่า ขณะนี้ตนได้ส่งรายชื่อผู้ที่จะรับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการ สธ.ทั้ง 3 รายชื่อ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่ไม่ทราบว่า จะทันบรรจุเข้าวาระพิจารณาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 รายชื่อตนไม่ได้เป็นคนตั้ง แต่เป็นปลัด สธ. ซึ่งก็ตั้งผ่านคณะกรรมการพิจารณา ตนก็ต้องเชื่อในวุฒิภาวะของปลัด สธ. เพราะมาทำงานร่วม ไม่ได้มาทำงานค้านกัน ซึ่งขณะนี้ไม่รู้สึกว่ามีความขัดแย้งอะไรเกี่ยวกับรายชื่อ ทุกคนตั้งใจทำเพื่อกระทรวง ซึ่งปลัด สธ.ก็ต้องอธิบายความเหมาะสมของแต่ละคนได้

เมื่อถามว่า การแต่งตั้งแบบนี้จะส่งผลต่อขวัญกำลังใจ  นายอนุทิน กล่าวว่า ขวัญกำลังใจอยู่ที่เราทำงานให้ดีที่สุด แค่เห็นผลงานนั่นแหละคือขวัญกำลังใจ

เมื่อถามว่าทางสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) เตรียมเคลื่อนไหว นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่กังวลว่าจะเป็นไฟลามทุ่ง เพราะมั่นใจว่าเจตนาดี ทำสิ่งที่ดีใครอยากจะเผาบ้านก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ถามย้ำว่าการตั้งผู้ช่วยปลัดที่เพิ่งรับตำแหน่ง 6 เดือนขึ้นเป็นผู้ตรวจฯ เหมาะสมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องเหมาะสม ถ้าไม่เหมาะสมก็เดี๋ยวหางานอื่นให้เขาทำก็ได้ นโยบายที่ตนให้กับปลัด สธ.ไปนั้น คือ ต้องอธิบายกับทุกคนให้ได้ และเหมาะสมที่สุด มีความรู้ มีความสามารถและสามารถทำงานร่วมกันได้ ไม่ใช่แค่ทำงานได้ แต่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ อย่าไปให้ความสำคัญมาก เราต้องมั่นใจว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว   
“หลักการทำงานแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้ามีอะไรผมจะบี้ปลัดกระทรวงฯ คนเดียว เพราะขี้เกียจไปบี้แต่ละคนๆ ดังนั้นปลัดต้องเลือกคนที่ท่านทำงานได้ตามนโยบายตนมา แค่นั้นเอง” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง 3 คน ประกอบด้วย นพ.พงษ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย และพญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง สำหรับรายชื่อคณะกรรมการแต่งตั้งประกอบด้วย นายบุญปลูก ชายเกตุ เป็นประธาน ,ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ. และนพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจฯ สธ. เขตสุขภาพที่ 6 เป็นคณะกรรมการ

21 ต.ค. 2562  ผู้จัดการออนไลน์
16
ขรก.กองแบบแผน สวมชุดดำเดินขบวนประท้วง ไม่เอา ผอ.คนนอก อ้างไม่มีความรู้ด้านงานออกแบบอาคารโรงพยาบาล วอน สธ.ทบทวน

วันนี้ (4 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการและบุคลากร กองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กว่า 50 คน ต่างสวมชุดดำเดินขบวนประท้วงจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มายังบริเวณหน้าตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) จากนั้นมารวมตัวบริเวณลานหน้าพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมกับร้องเพลงจำขึ้นใจ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ว่า ไม่เห็นด้วย และคัดค้านการแต่งตั้ง นายถาวร แสงขาว ที่ได้รับการแต่งตั้งมาเป็นผู้อำนวยการกองแบบแผนคนใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการแจกเอกสารให้แก่ข้าราชการ บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขโดยทั่วไป ถึงความไม่ชอบธรรมในการแต่งตั้งครั้งนี้ และประกาศว่า กองแบบแผนไม่เอา ผอ.คนนอก

ทั้งนี้ บุคลากรกองแบบแผนที่ออกมาเคลื่อนไหว ต่างระบุว่า นายถาวร แสงขาว ผอ.กองแบบแผนคนใหม่ที่ย้ายมาจากส่วนภูมิภาคนั้น ขาดทักษะ ความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งลักษณะงานต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ทักษะ และประสบการณ์ในการทำงานขั้นสูง โดยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สังกัดกองแบบแผนทุกคนมีความเห็นว่า การแต่งตั้งดังกล่าวมีความไม่ชอบธรรมหลายประการ เนื่องจากไม่ได้มีการสั่งสมประสบการณ์ และองค์ความรู้จากกองแบบแผนมาตั้งแต่ต้น ลักษณะงานที่นายถาวรปฏิบัติมาเป็นการซ่อมบำรุง สอบเทียบเครื่องมือแพทย์ ไม่เคยมีความรู้ ประสบการณ์ด้านการออกแบบอาคารสถานบริการสุขภาพ ที่ต้องสามารถควบคุมกำกับการทำงานเป็นทีม ขณะที่อาคารโรงพยาบาลเป็นอาคารสาธารณะใหญ่พิเศษ มีความซับซ้อน ต้องถูกต้องตามมาตรฐาน มั่นคง ปลอดภัย และเห็นว่า นายชาตรี ปัญญาพรวิทยา ที่ทำงานกองแบบแผนมา 33 ปี ตำแหน่งวิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ และเป็นรักษาการ ผอ.กองแบบแผน ควรได้รับการแต่งตั้ง จึงขอเรียกร้องให้มีการทบทวน


4 ต.ค. 2562 : ผู้จัดการออนไลน์
17
สมาคมเวชสถิติ ร่อนหนังสือถึงปลัด สธ.ขอความเป็นธรรมแทน พนักงานเวชสถิติ รพ.ชุมชนแห่งหนึ่งในโคราช ถูก ผอ.รพ.เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ล็อกห้องทำงาน ลบข้อมูลสแกนนิ้วมือ
วันนี้ (4 ต.ค.) นางสมพิศ รักแดน นายกสมาคมเวชสถิติแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมเวชสถิติฯ ได้ทำหนังสือถึง นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อขอความเป็นธรรมให้แก่เจ้าพนักงานเวชสถิติ ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวของโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ซึ่งมาร้องทุกข์กับทางสมาคมฯ โดยระบุว่า ถูก ผอ.รพ.ชุมชน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาบังคับให้ลาออกจากงานเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2562 โดยถูกกลั่นแกล้งปิดกั้นไม่ให้เข้าปฏิบัติงาน คือ ล็อกประตูห้องทำงาน ไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือลงเวลางานได้ เนื่องจากถูกลบข้อมูลออกไป จนต้องเดินวนเวียนรอบๆ โรงพยาบาล ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อีก
"สมาคมฯ ได้นำเรื่องนี้เข้ากรรมการฯ และมองว่า หากมีการประเมินไม่ผ่านงาน หรือเจ้าพนักงานมีความผิดอะไร ก็ควรมีการตั้งคณะกรรมการสอบก่อน ไม่ใช่ใช้วิธีเช่นนี้ เนื่องจากกระทบต่อจิตใจอย่างมาก และการทำเช่นนี้อาจทำให้งานเวชสถิติของโรงพยาบาลเสียหาย” นางสมพิศ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถามไปยังโรงพยาบาลแล้วหรือไม่ นางสมพิศ กล่าวว่า สมาคมฯ จะไม่ก้าวล่วงถึงผู้อำนวยการ แต่จะขอความเป็นธรรมผ่านปลัด สธ. เพราะ รพ.ชุมชนอยู่ในสังกัด สธ. ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง ทั้งนี้ อยากย้ำว่าตำแหน่งเจ้าพนักงานเวชสถิติ มีความสำคัญไม่แพ้วิชาชีพอื่นๆ เพราะทำหน้าที่ด้านข้อมูลทุกอย่างของ รพ. ตั้งแต่เวชระเบียนผู้ป่วย ข้อมูลของแผนกต่างๆ การวิเคราะห์ข้อมูล แปลงข้อมูลเพื่อส่งต่อไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการเบิกงบประมาณ ซึ่งปัจจุบัน สธ.ก็ผลิตเจ้าพนักงานเวชสถิติเองปีละประมาณ 100 คน นักเรียนที่จบก็จะเป็นโควตา หรือเรียกว่าเป็นนักเรียนทุนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ ที่ส่งไป เมื่อจบแล้วก็ต้องมารายงานตัวที่ สสจ. จากนั้น สสจ.ก็จะส่งไปยังโรงพยาบาลเพื่อทำงาน ดังนั้น แม้จะเป็นลูกจ้างชั่วคราว แต่ก็ถือว่ามีความสำคัญ
ด้าน นพ.สุขุม กล่าวสั้นๆ ว่า ตนยังไม่ทราบ และไม่เห็นหนังสือร้องเรียนดังกล่าว จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้


4 ต.ค. 2562  ผู้จัดการออนไลน์
18
ประชุม คกก.ระบบสุขภาพปฐมภูมินัดแรก เห็นชอบร่างประกาศ ให้แพทย์สาขาอื่นทำหน้าที่แทนหมอเวชศาสตร์ครอบครัว พร้อมกำหนดลักษณะหน่วยบริการปฐมภูมิ ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 2,600 แห่งในปี 63 ดูแลคนไทย 26 ล้านคน ลดเจ็บป่วยโรคที่ป้องกันได้ ลดไป รพ. ลดค่าใช้จ่าย

วันนี้ (4 ก.ย.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ ครั้งที่ 1/2562 ว่า คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ให้มีหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ทั้งในและนอก สธ. รวมถึงให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการ ดูแลประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้าน มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวประจำตัวเป็นที่ปรึกษา ให้การดูแลส่งเสริมสุขภาพคนในครอบครัวและชุมชน และมีข้อมูลด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการทุกระดับ โดยจากการมีบริการปฐมภูมิ ตาม พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ใน 10 ปี จะทำให้ประชาชนสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ ลดนอนโรงพยาบาล ลดป่วย ลดพิการ ประหยัดเวลารอคอย จาก 3 ชั่วโมง เหลือ 44 นาที ประหยัดเงินค่าเดินทางไป รพ. เฉลี่ย 1,655 บาท/คน และลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 227,570 ล้านบาท

นพ.สุขุมกล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ จำนวน 1,180 แห่ง ครอบคลุมประชากร 13 ล้านคน ซึ่งในปี 2563 จะมีเพิ่มหน่วยบริการเป็น 2,600 แห่ง ครอบคลุมประชากร 26 ล้านคน หรือร้อยละ 40 ของประชากร โดยที่ประชุมได้เห็นชอบประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เกี่ยวกับการปรับปรุงเรื่องแพทย์และการบริการ คือ ประกาศคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง การกำหนดให้แพทย์อื่นทำหน้าที่ดูแลผู้รับบริการแทนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พ.ศ. ... เรื่อง ลักษณะของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการที่จะขึ้นทะเบียน การขึ้นทะเบียน และการแบ่งเขตพื้นที่ เพื่อเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิหรือเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ พ.ศ. ...

ทั้งนี้ หน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ 1 หน่วย ให้การดูแลประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ 8,000 - 12,000 คน โดยมีทีมหมอครอบครัวประกอบด้วย แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 1 คน พยาบาลวิชาชีพ 2 คน และนักวิชาการสาธารณสุข 2 คน และทีมสหสาขาวิชาชีพอื่นๆ ได้แก่ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ แพทย์แผนไทย เจ้าพนักงานสาธารณสุข เจ้าพนักงานเภสัชกรรม ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

4 ต.ค. 2562 ผู้จัดการออนไลน์
19
อย.สั่งเรียกคืนยาฆ่าเชื้อชนิดฉีด "TAZOCIN" 9 รุ่นการผลิต หลังรับแจ้งจาก รพ.รามาธิบดี พบมี Silicon สารเคลือบเคลือบผิวแก้วปนเปื้อนในขวดบรรจุยา ย้ำไม่ต้องกังวล มียาตัวอื่นใช้แทน และไม่ได้เป็นยาที่ใช้โดยทั่วไปเป็นลำดับแรก

วันนี้ (2 ต.ค.) นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ อย.ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดที่ สธ 100 9.5/ว ลงวันที่ 1 ต.ค. 2562 เรื่อง แจ้งเตือนภัยเร่งด่วนเรียกคืนยา TAZOCIN เลขทะเบียน 2C 1/54 (N) นำสั่งโดยบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลรามาธิบดีว่า ผลิตภัณฑ์เลขทะเบียน 2C 1/54 นำสั่งโดยบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พบสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนในขวดบรรจุยา ภายหลังการผสมด้วยตัวทำละลายแล้ว เป็นจำนวน 9 รุ่นการผลิต บริษัทฯ แจ้งผลการสืบสวนหาสาเหตุเบื้องต้น พบว่า สิ่งแปลกปลอมดังกล่าว คือ Silicone Oil หรือ Polydimethulsiloxane ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของ Silicon ที่ใช้เป็นสารเคลือบผิวแก้วเพื่อป้องกันการก่อตัวของหยดน้ำ หรือสารหล่อลื่นที่พบได้ในอุตสาหกรรมยานั้น

อย.พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยา TAZOCIN จัดเป็นยาปราศจากเชื้อ ดังนั้น การพบสิ่งแปลกปลอมในขวดบรรจุยา อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตหรือก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้ยา จึงจัดเป็นปัญหาคุณภาพยาที่สำคัญ จำเป็นต้องเร่งดำเนินการจัดการปัญหาคุณภาพยาอย่างเร่งด่วน ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคที่อาจได้รับยาที่มีสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ยา TAZOCIN จำนวน 9 รุ่นการผลิต จึงเห็นควรให้มีการแจ้งเตือนภัยไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบ

สำหรับยา TAZOCIN ทั้ง 9 รุ่น ได้แก่ 1.รุ่น ALI4/T1 วันที่ผลิต 12/2018  วันหมดอายุ 11/2021  2.รุ่น ALI4/V2 วันที่ผลิต 12/2018  วันหมดอายุ 11/2021 3.รุ่น ALI5/T1 วันที่ผลิต 12/2018  วันหมดอายุ 11/2021  4.รุ่น ALCP/E1 วันที่ผลิต 09/2018  วันหมดอายุ 08/2021  5.รุ่น ALI7/V1 วันที่ผลิต 12/2018  วันหมดอายุ 11/2021 6.รุ่น ALIA/12 วันที่ผลิต 12/2018  วันหมดอายุ 11/2021 7.รุ่น ALCR/E1 วันที่ผลิต 09/2018  วันหมดอายุ 08/2021 8.รุ่น ALI5/V1 วันที่ผลิต 12/2018  วันหมดอายุ 11/2021 9.รุ่น ALHY/1 วันที่ผลิต 12/2018  วันหมดอายุ 11/2021

นพ.สุรโชค กล่าวว่า ยา TAZOCIN เป็นยาฆ่าเชื้อปฏิชีวนะชนิดฉีด ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์กว้างในการรักษาผู้ป่วยที่เชื้อดื้อยา หรือเชื้อรุนแรง ซึ่งไม่ใช่การรักษาขั้นตอนแรก แต่จะเป็นขั้นตอนที่ 2 และ 3 อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่ต้องกังวล เนื่องจากยาฉีดฆ่าเชื้อตัวนี้ ไม่ได้มีเพียงตัวเดียว ยังมีตัวอื่นๆอยู่อีก และยา TAZOCIN  เป็นยาฉีดที่ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เบื้องต้นพบที่ รพ.รามาธิบดี เนื่องจากรพ.รามาฯ แจ้งเข้ามา ขณะที่โรงพยาบาลอื่นๆ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขอย้ำว่าอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เนื่องจากยังมียาตัวอื่นอีก และปกติการรักษาในขั้นแรก แพทย์จะไม่ได้ใช้ยาฉีดตัวนี้

นพ.สุรโชค กล่าวว่า สำหรับการปนเปื้อนที่พบในขวดบรรจุยา คือ Silicone oil เป็นชิ้นส่วนของ Silicon ที่ใช้เป็นสารเคลือบผิวแก้วเพื่อป้องกันการเกาะตัวของหยดน้ำ หรือสารหล่อลื่นที่พบได้ในอุตสาหกรรมยา ซึ่งปกติการพบเพียงเล็กน้อยในการผลิตยาจำเป็นต้องหยุด และเรียกคืนทันที เพราะยาต้องปราศจากเชื้อ หากมีสิ่งแปลกปลอมเล็กน้อย แม้ในขวดบรรจุยาก็ต้องหยุดใช้ เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตหรือก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้ยา

ผู้สื่อข่าวถามว่า โรงพยาบาลในสังกัด สธ.พบด้วยหรือไม่ นพ.สุรโชค กล่าวว่า กำลังตรวจสอบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลใหญ่ๆ ซึ่งไม่ต้องกังวล อย.กำลังดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

2 ต.ค. 2562  ผู้จัดการออนไลน์
20
อปสข.กทม.เห็นชอบ 3 รพ.ใหญ่กรมการแพทย์ "ราชวิถี-เลิดสิน-นพรัตน์" นำร่องจ่ายยาที่ร้านยา เริ่ม 1 ต.ค.นี้  "อนุทิน-สาธิต" เตรียมลงพื้นที่ติดตามการจ่ายยาที่ร้านยา

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (อปสข.กทม.) กล่าวว่า การประชุม อปสข.กทม.เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา มีวาระพิจารณาโครงการลดความแออัดในโรงพยาบาลโดยร้านขายยา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้พื้นที่ กทม.นำร่องดำเนินการในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 3 แห่งก่อน คือ 1.รพ.ราชวิถี มีเครือข่ายร้านยา ได้แก่ ร้าน Boots สาขายูเนี่ยนมอลล์  ร้านขายยาเซฟดรัก เซนเตอร์ สาขาบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ  2.รพ.เลิดสิน มีเครือข่ายร้านยา ได้แก่ ร้านฟาสซิโน สาขาสีลม (ซอยละลายทรัพย์) ร้านเอ็กตร้าพลัส สาขาปุณณวิถี 28, ร้านยาเคยู ฟาร์มา และ 3.รพ.นพรัตนราชธานี มีเครือข่ายร้านยา ได้แก่ ร้านยาฟาสซิโน สาขา ปตท.สุขาภิบาล, ร้านยา Pure สาขาแฟชั่นไอแลนด์ และร้านขายยาเซฟดรัก เซนเตอร์
ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าวว่า เบื้องต้นร้านยา ข.ย.1 เข้าร่วมโครงการที่เป็นเครือข่ายของโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง เป็น “ร้านยาชุมชนอบอุ่น” ซึ่งจะร่วมให้บริการด้านยาและเวชภัณฑ์เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ใน 3 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด  รวมถึงโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่ไม่ซับซ้อน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน และผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นไปโดยสมัครใจ และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งหมดจะเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ ผลที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่เป็นการลดความแออัด ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ละวันจะมีผู้ป่วยนอกเข้ารับบริการหนาแน่มาก แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องรอคิวนาน เป็นการเพิ่มความสะดวกในการรับบริการ นับเป็นการพัฒนาระบบบริการสุขภาพไปอีกก้าวหนึ่ง

นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 13 กทม. กล่าวว่า การลดความแออัดในโรงพยาบาลโดยการจ่ายยาที่ร้านยา ทำให้ผู้ป่วยได้รับความสะดวกเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มคุณภาพบริการด้านยา เภสัชกรร้านยาจะมีเวลาให้คำปรึกษาผู้ป่วยเรื่องการใช้ยาได้ ซึ่งช่วงเริ่มต้นจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อนำไปปรับปรุงและขยายต่อไป สำหรับขั้นตอนเริ่มจาก 1.พบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อประเมินการรับยาที่ร้านยา 2.ลงทะเบียนรับยาที่ร้านยาโดยกรอกแบบฟอร์มแสดงความยินยอมและเลือกร้านยาที่โรงพยาบาล 3.รับใบนัดหรือใบสั่งยาจากโรงพยาบาล และ 4.รับยาได้ที่ร้านยาตามที่เลือกไว้ โดยแสดงบัตรประชาชนและใบนัดหรือใบสั่งยา กรณีมอบอำนาจให้รับยาแทนจะต้องแจ้งที่โรงพยาบาลไว้ก่อน และการรับยาต้องแสดงบัตรประชาชนตัวจริงของผู้ป่วย บัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และใบนัดหรือใบสั่งยาของผู้ป่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 ต.ค. เวลา 15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินการจ่ายยาที่ร้านยา โดยลงพื้นที่ร้านยาเซฟดรัก เซนเตอร์ สาขาบิ๊กซี แจ้งวัฒนะ


30 ก.ย. 2562 : ผู้จัดการออนไลน์
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10