แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - story

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 591
31
เจ้าอาวาสวัดดังขอนแก่นขับเก๋งพุ่งออกจากซอย ตัดหน้า จยย.ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านดับคาที่ ลูกชายบาดเจ็บ เศร้าผู้เสียชีวิตเพิ่งเรียนจบรอรับปริญญาปีหน้า

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. มีรายงานว่าเกิดเหตุสลดขึ้น เมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดขอนแก่น ได้ขับรถยนต์ไปชนเข้ากับจักรยานยนต์ของ น.ส.สโรชา อายุ 23 ปี เหตุเกิดบริเวณใกล้ปากทางเข้าบ้านหนองไผ่ ต.ลอมคอม อ.พล จ.ขอนแก่น

โดยบิดาของผู้ตาย นายนิวัฒน์ ห่อยไธสงค์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหนองคูรอง ม.7 ครอบครัวมีบุตร 3 คน นางสาวสโรชา หรือน้องอายเป็นบุตรสาวคนโต คนที่ 2 และ 3 เป็นบุตรชาย น้องอายเพิ่งจะเรียนจบระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และจะรับปริญญาในปีหน้า แต่ยังคงพักและทำงานอยู่ในเมืองขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ทราบชื่อพระสงฆ์รูปที่ขับรถยนต์ไปประสบอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ชื่อ พระเสน สีกะยอม อายุ 74 ปี เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม บ้านหนองคูรอง โดยหลังเกิดเหตุพระเสนให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าวันเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งมาสด้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กม 6096 อุดรธานี ออกจากวัดไปทำกิจของสงฆ์ที่บ้านหนองไผ่

โดยวันนั้นเจ้าอาวาสวัดดังขอนแก่นยืนยันว่าได้ขับรถยนต์ไปเพียงลำพัง เมื่อเสร็จกิจธุระจึงขับรถกลับมาที่วัด แต่จังหวะที่จอดรถชะลอปากซอยเพื่อออกไปสู่ถนนใหญ่คิดว่าไม่มีรถแล้วจึงพุ่งรถออกมาจากซอยเป็นช่วงเดียวกันกับที่รถจักรยานยนต์ขี่มาจากทาง อ.พล ทำให้พุ่งชนที่ฝั่งคนขับ ทำให้รถเก๋งเสียหลักตกลงไปในคลองข้างทาง ส่วนคนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รู้สึกเสียใจต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ที่ทำให้ลูกหลานเสียชีวิต จึงขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ตายด้วย ส่วนค่าเสียหายและค่าทำขวัญคนเจ็บ หรือการช่วยเหลืองานศพฝ่ายคนตายนั้นยังไม่มีการพูดคุยกัน และในทางคดีอาญานั้นหากถูกแจ้งข้อหา ก็จะพิจารณาดูว่าจะสึกหรือไม่ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้รายงานให้ทางเจ้าคณะตำบลและพระผู้ใหญ่ทราบ

ทั้งนี้ อุบัติเหตุในครั้งนี้ยังไม่ได้ทำการสอบสวนฝ่ายใด เพราะฝ่ายคนเจ็บต้องรักษาตัว และญาติพี่น้องก็ต้องการจัดงานศพให้คนตายก่อน และเมื่อทุกฝ่ายพร้อมก็จะทำการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ที่เป็นฝ่ายผิด หากการสอบสวนอย่างละเอียดชัดเจนแล้วพบว่าพระเป็นฝ่ายผิดก็จะถูกแจ้งข้อหาทางอาญา ในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด และได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์จากพระแล้วไม่พบ

17 ต.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

32
กทม. เดินหน้าจัดการขยะจริงจัง ประกาศปรับ 1 หมื่นบาท หากทิ้งขยะชิ้นใหญ่ลงทางน้ำ ส่วนคนแจ้งได้ส่วนแบ่งด้วย หากทิ้งนอกภาชนะหรือจุดที่กำหนด ปรับ 2,000 บาท

กรุงเทพมหานครโพสต์ข้อความแจ้งเตือน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันทิ้งขยะชิ้นใหญ่ให้เป็นที่ ทางเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร ระบุว่า "ทิ้งขยะชิ้นใหญ่ไม่ถูกที่ มีโทษ ตาม พรบ. รักษาความสะอาดฯ" โดยแบ่งโทษเป็นดังนี้

1. หากทิ้งนอกภาชนะหรือจุดที่กำหนด มีโทษปรับ 2,000 บาท
2. ทิ้งลงในทางน้ำ ปรับ 10,000 บาท

ทั้งนี้ ผู้แจ้งจับจะได้รับส่วนแบ่งค่าปรับด้วย

ขยะชิ้นใหญ่ เช่น โซฟา ตู้ เตียง โต๊ะ ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงขยะอันตราย เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ เป็นต้น
ล่าสุด ทางกรุงเทพมหานคร ได้มีโครงการ“นัดทิ้ง นัดเก็บ ขยะชิ้นใหญ่” เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา (15-16 ต.ค.2565) โดยให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทุกสำนักงานเขตยินดีให้บริการ

สำหรับผู้ที่สนใจทิ้งขยะชิ้นใหญ่ สามารถตรวจสอบตารางนัดหมายทิ้งขยะชิ้นใหญ่ตาม วัน/เวลา/สถานที่ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร

17 ต.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

33
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า มีการแชร์ภาพวิดีโอในโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ของไฟเซอร์ บริษัทยาชื่อดังสัญชาติอเมริกัน ผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ท่านหนึ่งออกมายอมรับกับรัฐสภายุโรป ขณะให้การถึงความโปร่งใสในการเจรจาจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ระหว่างสหภาพยุโรปและไฟเซอร์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมว่า ไฟเซอร์ไม่เคยทดสอบวัคซีนของทางบริษัทในเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อนนำวัคซีนออกวางจำหน่าย

ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียหลายบัญชีได้แชร์วิดีโอคำให้การของ จานีน สมอล ประธานการตลาดระหว่างประเทศของบริษัทไฟเซอร์ ตอบคำถามของนายร็อบ รูส์ สมาชิกรัฐสภายุโรปชาวเนเธอร์แลนด์ ถึงคำถามที่ว่า ไฟเซอร์เคยทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในการหยุดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนออกสู่ตลาดหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้จากสมอล คือ ไฟเซอร์ไม่เคยทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนออกวางจำหน่าย เพราะเราต้องทำงานด้วยความเร็วตามหลักวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากขณะนั้นไวรัสได้แพร่กระจายไปทั่วโลก

ด้านนายรูส์ ผู้ยิงคำถามในวิดีโอดังกล่าวก็ได้โพสต์ข้อความในบัญชีทวิตเตอร์ของตนเองเช่นกันว่า ด่วน ในการประชุมเรื่องโควิด ผู้อำนวยการของไฟเซอร์ยอมรับว่า วัคซีนของไฟเซอร์ไม่เคยถูกทดสอบในการหยุดการแพร่ระบาด “เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อคนรอบข้าง” เป็นเรื่องโกหก จุดประสงค์เดียวของวัคซีนพาสปอร์ตคือบังคับให้ทุกคนไปเข้ารับการฉีดวัคซีน โลกต้องรู้เรื่องนี้ แชร์วิดีโอนี้เลย!

ทั้งนี้ ไฟเซอร์ไม่เคยออกมากล่าวว่าการทดลองทางคลินิกของวัคซีนดังกล่าว ซึ่งทำให้วัคซีนได้รับอนุญาตให้มีการใช้งานจริง มีการประเมินถึงการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในวัคซีนที่บริษัทจำหน่าย โดยนายโรเบิร์ต บัวร์ลา ซีอีโอของไฟเซอร์ ย้ำก่อนหน้าการกระจายวัคซีนว่า ประเด็นดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการประเมิน ขณะที่ผลของการวิจัยของไฟเซอร์ระบุเพียงว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็มจะช่วยลดการติดเชื้อไวรัสได้ 95% ในคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปเท่านั้น

โฆษกของไฟเซอร์ยืนยันว่า การทดลองทางคลินิกมีขึ้นเพียงแค่ประเมินประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ และป้องกันการป่วยหนักเท่านั้น เรื่องการหยุดยั้งการแพร่ระบาดไม่ได้อยู่ในประเด็นการวิจัย ขณะที่บรรดาหน่วยงานกำกับดูแลด้านยา เช่น องค์การยาของยุโรป หรืออีเอ็มเอ ไม่ได้ขอให้บริษัทไฟเซอร์แจ้งผลของความสามารถในการการลดการติดเชื้อของวัคซีนในการยื่นขอใบอนุญาตทางการตลาด เช่นเดียวกับองค์การอาหารและยาของสหรัฐ หรือเอฟดีเอ ไม่ได้บังคับให้ไฟเซอร์ต้องส่งผลของประสิทธิภาพที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 มีต่อการลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นกัน

สอดคล้องผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ก็ได้ออกมาบอกเช่นกันว่า การที่ไฟเซอร์ไม่ได้แจ้งถึงประสิทธิภาพของวัคซีนในการลดการแพร่ระบาดในขั้นตอนการทดลองทางคลินิกไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากการที่จะประเมินประสิทธิภาพในการลดการแพร่ระบาดมีตัวชี้วัดที่ซับซ้อนและเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก

มติชน
17ตค2565

34
ช็อก! หมอนักวิ่ง รพ.ดัง จมทะเลหาดทุ่งวัวดับพร้อมเพื่อน 2 ศพ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ต.ค.65 พ.ต.ท.สุขสันต์ ยิ้มแย้ม รอง ผกก.สอบสวน สภ.ปะทิว จ.ชุมพรได้รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต บริเวณหาดทุ่งวัวแล่น ม. 8 ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์
 
ที่เกิดเหตุ พบผู้ประกอบการร้านอาหารและชาวบ้าน ในพื้นที่กำลังช่วยกันทำ CPR ผู้ประสบเหตุอยู่ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ทราบชื่อคือ นายพิศิษฐ วัฒนเรืองโกวิท อายุ 54 ปี สวมชุดกีฬาเสื้อยืดแขนในตัวสีม่วงสลับเหลือง กางเกงขาสั้นสีดำ สวมนาฬิกาสีดำที่ข้อซ้าย สภาพตัวซีดขาว โดยที่บริเวณปากมีฟองน้ำลายไหลออกมาจำนวนมาก
 
สอบถามเพื่อนผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนพร้อมเพื่อนอีก 3 คน เพิ่งกลับมาจากไปร่วมงานแข่งขันวิ่งมาราธอน ที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช แล้วมาเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ โดยแยกนอนกันห้องละ 2 คน ซึ่งก่อนจะแยกกันเข้าพัก ได้นัดหมายตื่น 6 โมงเพื่อออกกำลังกายด้วยการวิ่ง สัก 1 ชั่วโมง แล้ว 7 โมงเช้า มาเจอที่ห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้า โดยมีเป้าหมายจะเดินทางต่อไปเที่ยววัดทางสาย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
 
เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า จนกระทั่งช่วงเช้า ทุกคนไปตื่นมาเจอกันที่หน้ารีสอร์ท ตนและเพื่อนได้ขอออกไปวิ่ง ส่วนผู้ตาย คือ หมอตั๊ก เป็นแพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต ได้ขอออกไปว่ายน้ำทะเลกับ นายพจน์  นัยนภาเลิศ  อายุ 55 ปี อยู่แขวงคันนายาว กรุงเทพฯ จนกระทั่งเวลา 7 โมง ทั้งสองยังไม่กลับมาตามเวลานัดหมาย ตนและเพื่อนอีกคน ได้นั่งรอจนผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง รู้สึกผิดสังเกต จึงได้ออกเดินตามริมชายหาด จนมาพบชาวบ้านจำนวนมาก ยืนห้อมล้อมอยู่ริมชายหาด คล้ายลักษณะกำลังช่วยเหลือคนอยู่ จึงเดินเข้าไปก็พบว่าผู้ที่ชาวบ้านกำลังช่วยทำ CPR นั้นก็คือหมอตั๊ก นั้นเอง ส่วน นายพจน์  ไม่ทราบชะตากรรมว่า จะจมน้ำไปด้วยหรือไม่ เพราะยังหาไม่เจอ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย และชาวบ้าน ต่างระดมกันค้นหาทั้งบนบกและในน้ำ จนกระทั่งพบศพ นายพจน์ ถูกคลื่นซัดอยู่ในน้ำ ซึ่งลึกไม่ถึง 1 เมตรและห่างจากริมฝั่งเพียง 10 เมตร จึงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมาบนหาด อยู่ในสวมชุดกีฬาเสื้อแขนในตัวลายขาว น้ำเงิน แดง กางเกงขาสั้นสีดำ ที่แขนซ้ายแขวนนาฬิกา โดยสภาพมีเลือดไหลบริเวณหน้าผาก คาดจะกระแทกกับของมีคมในทะเล   
 
ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ทั้งสอง คงลงไปว่ายน้ำเล่นเพื่อออกกำลังกายตามความเป็นนักกีฬา ประกอบกับหาดทุ่งวัวแล่นแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุด อากาศและบรรยากาศดีที่สุด โดยเฉพาะในเวลาช่วงเช้าตรู่ จึงเหมาะที่จะทำกิจกรรมตามความถนัด แต่คาดน่าทั้งสองคงจะเจอจุดที่ร่องลึกและมีทรายไหล จนทำให้จมน้ำในที่สุด อย่างไรก็ตามได้นำร่างทั้งสอง ส่ง รพ.ปะทิว เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายพร้อมติดตามทางญาติของทั้งสองมารับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป
 
ด้านเจ้านิด ผู้ประกอบการร้านอาหารซีฟู้ด ซึ่งเป็น 1 ที่เข้าช่วย ทำ CPR บอกว่า สำหรับหาดทุ่งวัวแล่น แห่งนี้ จะมีเหตุนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำแล้วเจอทรายไหล ลงร่องน้ำลึก แล้วจมหายไปอยู่ประจำทุกปี จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาดูแลในเรื่องนี้อย่างเข้มข้น อย่าทำเฉพาะช่วงเทศกาลแล้วจัดเจ้าหน้าที่มาดูแล เป็นครั้งเป็นคราว ควรจะตั้งเป็นศูนย์ช่วยเหลือถาวร เพราะหาดทุ่งวัวแล่นแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ดีที่สุด ขึ้นชื่อที่สุดและมีนักท่องเที่ยวรู้จักมากที่สุด และยังสร้างรายได้ให้กับจังหวัดมากที่สุดอีกด้วย

17 ตุลาคม พ.ศ. 2565
บ้านเมือง

35
น้าพาหลานป่วยไป รพ. คิวแรกแต่รอ 4 ชั่วโมงกว่าจะได้เจอหมอ สุดเฟลเจ้าหน้าที่ประชดทนมาได้ตั้ง 3 วัน ให้ทนต่อไป

 (8 ต.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความในลักษณะไม่พอใจกับการให้บริการของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า "พาหลานมาหาหมอตั้งแต่ 6 โมงเช้า อาการหลานหนาวสั่น บอกนายไม่ไหวแล้ว มาถึงไม่มีหมอสักคน เห็นแค่คนเข็นเปล เลยถามพี่คะหมอมากี่โมงคะ เขาก็ตอบมา 8-9 โมงคับ เขาถามน้องเป็นมากี่วัน เราตอบ 3 วันค่ะ เขาเลยตอบกลับมาว่าทนมา 3 วันแล้วงั้นก็ทนต่อไป 3 วัน แล้วยังทนได้ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ตอบมาได้ไง เราเลยหันมาบอกหลาน งั้นเอ็งก็ตายก่อนแล้วกันหมอมาค่อยตื่นหาหมอ นานเรารอได้นะ ไม่ว่า แต่คำพูดที่ได้ยินมามันไม่น่าฟัง ป่านนี้ก็ยังไม่กลับ บัตรคิวที่1 นะ แจ๋วมาก"

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก หลายคนบอกว่าเคยโดนแบบนี้เหมือนกัน จนบางคนต้องเปลี่ยนไปรักษาที่ รพ.อื่น แม้จะเดินทางไกลกว่า

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามรายละเอียดกับผู้โพสต์ คือ น.ส.จรรยาภรณ์ หรือ ก้อย อายุ 34 ปี พร้อมกับหลานชายและหลานสาวซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ไปรับบริการในวันดังกล่าวมาให้ข้อมูลด้วย โดย น.ส.ก้อย บอกว่า เรื่องราวที่ตนเองโพส์ตเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.65) ซึ่งตนเองได้พาหลาน 2 คน คือนายเติ้ล (นามสมมติ) อายุ 17 ปี หลานชายซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.6 ซึ่งมีอาการไข้สูงหนาวสั่นและมีหนองในหู และ น.ส.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี หลานสาวซึ่งเรียนอยู่ ม.3 เป็นไข้น้ำมูกไหลไอเจ็บคอ ไปหาหมอ

ไปถึง รพ.ประมาณ 6 โมงเช้า แต่ไม่มีหมอสักคน มีแค่พนักงานเปลผู้ชาย 1 คน ตนจึงเดินไปถามว่าหมอจะมากี่โมง เขาก็ตอบว่ามา 8-9 โมง แล้วเขาก็ถามว่าน้องเป็นอะไร เป็นมากี่วันแล้วตนก็ตอบไปว่า 3 วันแล้ว พนักงานเปลคนดังกล่าวกลับพูดว่าเป็นมา 3 วันแล้วยังทนไหวก็ทนต่ออีกคงไม่เป็นไร ตนก็รู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เพราะตอนนั้นหลานชายก็บอกว่า ผมทนไม่ไหว ถึงกับนอนฟุบกับเก้าอี้ จากนั้นก็รอจนถึง 10 โมงเช้า ถึงได้คิวเข้าตรวจทั้งที่หลานเป็นคิวแรก พอตรวจเสร็จหมอให้นั่งรอรับยาต่อจนถึงเที่ยง

ที่นำเรื่องราวมาโพสต์เพราะอยากให้ปรับปรุงแก้ไขการบริการ มองว่า รพ. ควรจะมีหมอเข้าเวรประจำเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้น และ เจ้าหน้าที่ไม่ควรใช้คำพูดประชดหรือตะคอกใส่คนไข้ที่เขาเจ็บป่วยแล้วหวังมาพึ่งหมอ

ขณะที่นายเติ้ล ก็บอกว่า ตนเริ่มมีอาการไข้มา 3 วันแล้ว แต่ยังไม่หนักมาก กระทั่งเช้าของวันที่ 7 ต.ค. ก็ไปบอกน้าว่ารู้สึกไม่ไหวเพราะไข้สูง หนาวสั่น น้าจึงรีบพาไปหาหมอ แต่พอไปถึง รพ.ตอน 6 โมงเช้าก็ไม่มีหมอสักคน ต้องรอหลายชั่วโมงจนนั่งไม่ไหวต้องฟุบลงกับเก้าอี้ กระทั่งประมาณ 10 โมง มีผู้ป่วยพยาบาลคนหนึ่งเรียกไปแล้วถามว่าไหนบัตรตรวจเลือด แล้วตะคอกใส่ตนเองว่าบัตรตรวจเลือดอยู่ไหน แต่พอถึงคิวเข้าไปตรวจกับหมอ ก็ใช้เวลาตรวจจริงๆ ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แล้วให้นั่งรอรับยาต่ออีกจนถึงเที่ยง ตนจนบอกกับน้าว่าไม่อยากรอรับยาแล้วเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั่งไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายพอได้ยา ก็ได้แค่ยาแก้ไข้และแกอักเสบมากิน ถ้ารู้ว่ารอนานขนาดนี้คงให้น้าซื้อยาที่ร้านให้กินแล้ว

ด้าน นายแพทย์พิเชษฐ พืชขุนทด นายแพทย์สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า หลังจากรับทราบเรื่องที่มีการโพสต์ในสื่อโซเชียล ก็ได้สั่งการให้ ผอ.รพ.พลับพลาชัย ที่ถูกระบุถึง ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดจากประเด็นอะไร ทำไมถึงเกิดปัญหา มีปัญหาที่กระบวนการไหน การสื่อสารเป็นยังไง เมื่อได้ข้อมูลว่าเกิดปัญหาที่จุดไหน ก็ให้ปรับปรุงแก้ไขภายในองค์กรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก และให้ไปสอบถามพูดคุยกับญาติหรือผู้ป่วยที่มารับบริการที่เกิดประเด็น ว่ามีจุดตรงไหนที่ต้องการให้ทาง รพ. แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อจะได้นำไปพัฒนาปรับปรุงด้านการให้บริการในระดับพื้นที่ จากนั้นให้สรุปผลรายงานมายังทางสาธารณสุขจังหวัดได้รับทราบต่อไป ซึ่งทางสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจเมื่อทราบเรื่องก็รีบให้ผู้บริหารในพื้นที่ดำเนินการอย่างเร่งด่วน

8 ต.ค. 65
https://www.sanook.com/news/8636226/

36
สลด! นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ กระโดดอาคารพักแพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เสียชีวิต ญาติเผยอยู่ระหว่างนำตัวเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับการรักษาด้านจิตเวช ไม่คิดจะก่อเหตุดังกล่าว

เมื่อเวลา 19.30 น.วานนี้ (12 ต.ค.) พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เหล็กดี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ว่า มีชายกระโดดจากชั้น 8 อาคารสีม่วง ซึ่งเป็นอาคารหอพักแพทย์ของโรงพยาบาล จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว รับทราบ ก่อนเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

โดยพบเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้นำร่างของผู้ประสบเหตุส่งรักษาที่แผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายประเสริฐชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นชาว จ.สุพรรณบุรี และกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

จากการสอบสวนญาติของผู้เสียชีวิตทราบว่าเพิ่งจะรับตัวมาจากกรุงเทพฯ เพื่อทำเรื่องเข้ารักษาด้านจิตเวช ที่โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ แต่สุดท้ายได้เกิดเหตุเศร้าสลดขึ้นก่อน

ญาติผู้เสียชีวิตบอกว่า ระหว่างที่แม่ของผู้เสียชีวิตพูดคุยกับแพทย์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เพื่อนำตัว นายประเสริฐชัย เข้ารักษา นายประเสริฐชัย ได้เดินหลบออกมาจากห้องโดยอ้างว่าเครียด ก่อนจะเดินตรงไปยังอาคารสีม่วง ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของโรงพยาบาล และเป็นอาคารที่พักแพทย์และเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความสูง 8 ชั้น

และยังบอกอีกว่าขณะเดินเข้าไปภายในอาคาร เจ้าหน้าที่และพนักงานรักษาความปลอดภัยคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงไม่เอะใจ กระทั่งเกิดการกระโดดจากชั้น 8 ของอาคารลงมา

น.ส.กาญจนา ตรีสุวรรณ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่าได้เห็นผู้เสียชีวิตเดินผ่านจุดตรวจของ รปภ. เข้าไปที่ลิฟต์โดยไม่คิดว่าจะเป็นคนไข้ กระทั่งตนเองขึ้นไปด้านบนอาคารจึงได้ยินเสียงวัตถุตกกระแทกพื้นจึงรีบลงมาดูที่ด้านล่าง และพบว่ามีคนกระโดดตึกเสียชีวิต

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อาคารสีม่วง 8 ชั้นดังกล่าวได้เคยเกิดเหตุแพทย์จบใหม่ที่มีความเครียดสะสมได้กระโดดลงมาจากชั้น 8 จนเสียชีวิตเมื่อปี 2564 มาแล้ว

13 ต.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์


37
โรงพยาบาลขอโทษคนไข้และครอบครัว พร้อมยืนยันรับผิดชอบ หลังหลานสาวโพสต์คลิปมดขึ้นเต็มตัวตา แต่พยาบาลกลับนิ่งเฉย

วันที่ 13 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Nu A Pidthong” โพสต์คลิปผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น มีมดแดงเต็มตัว พร้อมข้อความระบุว่า “ตาป่วยนอนโรงพยาบาล ห้ามญาติเฝ้า ให้เข้าเยี่ยมได้เป็นเวลา แต่มาเจอแบบนี้คืออะไรคะ ปล่อยให้มดรุมกัดเต็มมือเต็มตัวไปหมด แย่มาก ๆ #โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ขอนแก่น” ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดข่าวสดติดต่อไปยังผู้โพสต์และได้พูดคุยกับนางทองฉัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ชาวบ้านโต้น อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ลูกสาวคุณตาซึ่งเป็นคนถ่ายคลิปเล่าว่า พ่อป่วย หลง ๆ ลืม ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ผ่านไป 7-8 เดือน เกิดล้มลง ผ่านไป 2 วันมีอาการขาอ่อนแรง จึงพาไปโรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลบอกว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรง เกล็ดเลือดต่ำ จึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาลในตัวเมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร

วันต่อมาช่วงเที่ยงวันที่ไปเยี่ยมพ่อ ได้ยินพ่อพูดอะไรสักอย่าง จากนั้นตนก็เห็นมดอยู่ที่มือพ่อแล้วแตกออกมาเป็นรัง จึงรีบไปบอกพยาบาล แต่พยาบาลมีสีหน้านิ่งเฉย พร้อมบอกว่าไม่เป็นอะไรและให้รีบเอาแป้งไปโรย

เมื่อเปิดเสื้อขึ้นก็พบว่ามดแดงเป็นจำนวนมากเต็มทั้งแขนและหลัง จึงนำโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ จากนั้นหลานได้นำคลิปดังกล่าวไปโพสต์ในโซเชียล พอช่วงเย็นมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโทรศัพท์มาขอโทษ

ส่วนสาเหตุที่มีมดขึ้นนั้น คาดว่าเป็นเพราะใช้ผ้าปูเตียงเช็ดตัวให้กับพ่อ เนื่องจากพยาบาลให้ตนเช็ดตัวเอง แต่ไม่ได้พกผ้าเช็ดตัวมาด้วย ทำให้เตียงเปียก และมีมดขึ้น

ขณะที่โรงพยาบาลทราบเรื่องแล้ว ได้พูดคุยทำความเข้าใจ และขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณตาและครอบครัว โดยพร้อมรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

ประชาชาติ
13 ตค 2565

38
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ประสิทธิ์ เหล็กดี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.แห่งหนึ่ง ว่ามีชายกระโดดลงมาจากตึกสูงเสียชีวิต จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว ทราบ ก่อนลงพื้นที่พร้อมด้วย ชุดสืบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เข้าตรวจจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของผู้ประสบเหตุส่งไปรักษาที่แผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินของ รพ. และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อภายหลังว่า นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี

จาการสอบสวนทราบว่า นายเอ เป็นหลานชายผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระแก้ว เพิ่งจะมาจากกรุงเทพฯ พร้อมกับแม่ เพื่อทำเรื่องระบบการรักษาด้านจิตเวช โดยผู้เสียชีวิตอาศัยจังหวะที่แม่กำลังพูดคุยกับแพทย์ เดินหลบออกมาด้วยความเครียด ก่อนจะเข้าไปในอาคารจุดเกิดเหตุบนชั้น 8 ซึ่งช่วงที่เข้าไปนั้น ทาง รปภ.คิดว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ. จึงไม่ได้ห้ามเข้าแต่อย่างใด ปล่อยให้เดินขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ใน รพ.รายอื่น ๆ กระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝันดังกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในเดือน มิ.ย. 64 ก็เคยมีเหตุนักศึกษาแพทย์จบใหม่ เกิดอาการเครียดสะสม กระโดดลงมาจากชั้น 8 เสียชีวิตเช่นกัน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุให้แน่ชัด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

เดลินิวส์
13ตค2565

39
คืบหน้า โรงพยาบาลปล่อยให้มดเป็นรัง ไต่ผู้ป่วยในโรงพยาบาล

ในส่วนของผู้ป่วย ที่ญาติโพสต์ลงโซเชียลนั้น เป็นผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรง เมื่อแพทย์ตรวจร่างกายแล้วพบว่า มีอาการอัมพฤกษ์ และไข้สมองอักเสบ โรงพยาบาล ทำการรักษาจนอาการดีขึ้น และช่วงที่ญาติมา พบมดขึ้นที่ร่างของคนป่วยนั้น เป็นช่วงรอรถส่งต่อกลับบ้าน ญาติเห็นเลยถ่ายภาพ ถ่ายคลิป ซึ่งเมื่อทราบเหตุ จึงมีการตรวจสอบสาเหตุของมดขึ้นก็พบว่า ผ้าห่มคนป่วยหย่อนจากเตียง ลงมาที่พื้น จึงเป็นเหมือนทางผ่านให้มดขึ้นไปที่ตัวคนป่วย

หลังจากทางโรงพยาบาลทราบเรื่อง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบขอโทษและดูแลคนป่วยจนร่างกายสะอาดไม่มีมดแล้ว จากนั้นก็จัดรถนำส่งตัวกลับไปรักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลพระยืน อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเเล้ว

ในส่วนของการเยียวยาผู้ป่วยนั้น โรงพยาบาลไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่จะดูแลตามความเหมาะสม ตามสิทธิ์ มาตรา 41 พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการทางสาธารณสุขต่อไป

อีจัน
13ตค2565
.......................................

ดูแลยังไง? สาวโพสต์แฉ ตาป่วยนอนโรงพยาบาล โดนปล่อยให้มดรุมกัดเต็มมือ

ที่รพ.แห่งหนึ่ง ใน จ.ขอนแก่น ข้องใจ มาเจอแบบนี้คืออะไร แย่มากๆ

ผู้หญิงรายหนึ่ง โพสต์ภาพ และคลิปวิดีโอ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ในคลิปเป็น ผู้เฒ่านอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ปรากฎว่ามีมดขึ้นมาเกาะแผลที่มือเป็นจำนวนมาก

ผู้โพสต์ เขียนข้อความบรรยายว่า ตาป่วยนอนโรงพยาบาล ห้ามญาติเฝ้า ให้เข้าเยี่ยมได้เป็นเวลา แต่มาเจอแบบนี้คืออะไรคะ ปล่อยให้มดรุมกัดเต็มมือ เต็มตัวไปหมด แย่มากๆ #โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ขอนแก่น

ข่าวสด
13 ตตค 2565

40
วันที่ 13 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันนี้น้ำได้เอ่อเข้าท่วมภายในเขตโรงพยาบาลอุทัยธานีอย่างรวดเร็ว ในจุดทางเข้าออกของโรงพยาบาลทั้ง 2 ฝั่ง จนทำให้เทศบาลเมืองอุทัยธานี และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต้องเร่งช่วยกันวางกระสอบทรายทำแนวกั้นไม่ให้น้ำทะลักเข้าเพิ่ม ทำให้ ผู้ที่มาใช้บริการเดินทางเข้าออกกันค่อนข้างลำบาก

โดยต้องเปลี่ยนมาทางเข้าออกช่องทางเล็กแทน ซึ่งมวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมโรงพยาบาลในครั้งนี้เกิดจากน้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ ที่รับน้ำมาจากฝั่งแม่น้ำสะแกกรังและมวลน้ำจากเขื่อนทับเสลา ทำให้เพียงแค่ประมาณ 5 ชั่วโมง มีระดับน้ำท่วมขังอยู่ที่ประมาณ 50 เซนติเมตร แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำสะแกกรังเช้านี้ ยังคงเพิ่มระดับสูงกว่าตลิ่งเป็น 2.01 เมตร ประกอบกับ เขื่อนทับเสลา ยังคงมีการระบายลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้มีการระบายน้ำผ่าน Spill Way ที่ 5.82 ล้านลูกบาศก์เมตร และ เขื่อนห้วยขุนแก้วระบายน้ำ ระบายน้ำผ่าน Outlet อยู่ที่ 1.94 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำผ่าน Spill Way 0.61 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้สถานการณ์ น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี ยังคงต้องเฝ้าระวังรับมืออย่างต่อเนื่อง


มติชน
16ตค2565

41
“อนุทิน” รองนายกฯและรมว.สธ.ร่วมปาฐกถา การประชุมระดับภูมิภาคของ WHO South-East Asia ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เผย 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ไทย ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

วันที่ 10 ต.ค. 65 ที่ โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมปาฐกถาในการประชุม The Regional Meeting - Catalyzing Integrated Approach to Quality of Care, Patient Safety and Infection Prevention and Control หัวข้อเรื่อง “Integrated approach on quality of care, patient safety, and infection prevention and control to promote health system strengthening and universal health coverage” ว่า การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ด้านคุณภาพการดูแล (Quality of Care; QoC) ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient safety) และการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (Infection Prevention and Control; IPC) เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งเป็นรากฐานในการเสริมสร้างสุขภาพระบบและสนับสนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของทุกคน

ประเทศไทย มีการบูรณาการเรื่องคุณภาพการดูแล ความปลอดภัยของผู้ป่วย และการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในระบบบริการสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เราประสบความสำเร็จในการออกแบบ UHC ให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ สามารถดูแลผู้ป่วยโควิดให้ได้รับคุณภาพในการดูแล และมีความปลอดภัย ทั้งผู้ป่วย ครอบครัวและบุคลากรด้านสุขภาพ ความปลอดภัย คือ การไม่มีอันตรายที่สามารถป้องกันได้ผู้ป่วย ครอบครัว และบุคลากร ในระหว่างกระบวนการให้บริการด้านสุขภาพบริการ โดยการติดเชื้อในโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์สำคัญที่ป้องกันได้ ในสถานการณ์โควิดการมีระบบป้องกันและควบคุมการติดเชื้อที่ดี จึงเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นต้องมีอยู่ในทุกสถานพยาบาล

สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ความปลอดภัยและคุณภาพของผู้ป่วยดีขึ้น การดูแลเป็นองค์ประกอบสำคัญในการก้าวไปสู่ UHC และที่จำเป็นในการได้รับและรักษาความไว้วางใจจากประชาชนในเรื่องสุขภาพระบบต่างๆ ระบบสุขภาพของไทย ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยเป็นอย่างสูง ซึ่งสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) หรือ สรพ.ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยใช้กระบวนการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลมาเป็นแนวทางในการสนับสนุนการทบทวนกลไกการประกันคุณภาพ นอกจากนี้ประเทศไทยได้มีการประกาศนโยบาย Patient and Personnel Safety หรือ 2P Safety โดยการมีส่วนร่วมของ ผู้ป่วย ครอบครัว บุคลากรด้านสุขภาพ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัย ในทุกสถานพยาบาล

ด้านแพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล กล่าวว่า World Health Organization, South East Asia Regional หรือ SEARO ให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก อันเป็นพื้นฐานในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพ และเป็นหัวใจของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) การขยายการเข้าถึงให้ครอบคลุมจะเพิ่มคุณค่าและสร้างความไว้วางใจกับประชาชน หากบริการสุขภาพที่เข้าถึงมีคุณภาพและความปลอดภัย องค์การอนามัยโลกจึงมีการจัดทำแผนปฏิบัติการความปลอดภัยของผู้ป่วย หรือ Global Patient Safety Action Plan 2021 - 2030 โดยมีการประกาศในการประชุม World Health Assembly ครั้งที่ 74 (WHA74) เพื่อสื่อสารให้ประเทศสมาชิกร่วมขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม


แพทย์หญิงปิยวรรณ กล่าวต่อว่า ในปี 2565 จึงมีการจัดการประชุมระดับภูมิภาคสำหรับประเทศสมาชิก SEARO เพื่อรวบรวมงาน ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการดูแล ความปลอดภัยของผู้ป่วยและการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IPC) ในภูมิภาคโดยมุ่งเน้นที่การบูรณาการและขับเคลื่อนโดยการดูแลสุขภาพและสุขภาพเบื้องต้นตามแนวทางการเสริมสร้างระบบที่ SEARO ดำเนินการใน 3 หัวข้อ ได้แก่ คุณภาพการดูแล (Quality of Care; QoC) ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient safety) และการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (Infection Prevention and Control; IPC) WHO ได้มีการประสานงานความร่วมมือในการจัดการประชุมมาที่ สรพ. เพื่อร่วมจัดการประชุม ที่ประเทศไทย ในวันที่ 10-12 ตุลาคม พ.ศ. 2565 โดยประเทศที่เข้าร่วมการประชุมจะสามารถเรียนรู้จากตัวอย่างที่ดี และการแบ่งปันประสบการณ์ของประเทศไทย สรพ. จึงร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวกับ WHO SEARO และ WHO Thailand โดยมีสมาชิกในกลุ่ม SEARO ผู้แทนประเทศต่างๆ เข้าร่วมการประชุม จำนวน 50 ท่าน ได้แก่ สมาชิกในกลุ่ม SEARO โดยมีผู้แทนประเทศต่างๆ ในภูมิภาค 11 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ ภูฏาน เกาหลี อินเดีย มัลดีฟส์ เมียนมา เนปาล ศรีลังกา ติมอร์ตะวันออก จำนวน 33 คน และเจ้าหน้าที่และคณะผู้บริหารจาก WHO SEARO, เจ้าหน้าที่ WHO Thailand และผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 17 คน.

11 ต.ค. 2565
ไทยรัฐ

42
ครม.เห็นชอบโครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน วงเงิน 5,116 ล้านบาท ช่วยเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพปีละ 62,000 ล้านบาท

วันที่ 11 ตุลาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน โดยมีสถานที่ตั้งโครงการอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 5,116 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 2566-2570) โดยขอผูกพันงบประมาณดังนี้ คือ ปีงบประมาณ 2566 วงเงิน 1,291 ล้านบาท ปี 2567 วงเงิน 1,656 ล้านบาท ปี 2568 วงเงิน 1,476 ล้านบาท ปี 2569 วงเงิน 498 ล้านบาท ปี 2570 วงเงิน 193 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า สำหรับโครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน จะเป็นสถานที่ผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ แพทย์ทางเลือก และอื่น ๆ และเป็นสถานที่ทำการวิจัย พัฒนาด้านวิชาการด้านสาธารณสุข เป็นสถานพยาบาลขั้นตติยภูมิและเฉพาะทางเป็นหลัก โดยสามารถรักษาโรคระดับต้นและโรคซับซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเข้ามาท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอันดามันและประเทศไทย

โดยการพัฒนาทั้งด้านบุคลากร การวิจัยเทคโนโลยีทางการแพทย์จากศูนย์สุขภาพนานาชาติฯ จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) และศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต สร้างรายได้แก่ประเทศสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอีกด้วย

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ คือ มีศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ขนาด 300 เตียง ให้บริการผู้ป่วยโรคซับซ้อนชาวไทยไม่น้อยกว่า 12,500 คน/ปี ผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 300,000 คน/ปี มีรายได้จากการรักษาชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 1,600 ล้านบาท/ปี มีศูนย์ทันตกรรมที่ทันสมัยแห่งแรกในภาคใต้ และมีรายได้จากการให้บริการชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท/ปี

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า สามารถผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพที่สำเร็จตามหลักสูตรปีละ 110 คน อบรมทักษะต่าง ๆ ตามความต้องการของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 คน/ปี ลดการไปรักษาโรคซับซ้อนในพื้นที่อื่นของคนในพื้นที่อันดามันไม่น้อยกว่า 13,500 ครั้ง/ปี ทำให้ประหยัดเงินไม่น้อยกว่า 135 ล้านบาท/ปี และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามันให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 62,000 ล้านบาท/ปี


11ตค2565
ประชาชาติ


43
ในอดีต แม้ว่าเงินเดือนจะน้อย แต่ค่าครองชีพถูก ราคาสินค้าและบริการไม่แพง จึงทำให้ดำรงชีวิตกันได้อย่างสบาย ซึ่งผิดกับปัจจุบัน แม้ว่าเงินเดือนจะสูง แต่ค่าครองชีพก็สูงตาม หรือแย่กว่านั้นคือ เงินเดือนน้อย แต่ค่าครองชีพก็สูง

เทพชู ทับทอง บอกเล่าเรื่อง “ค่าครองชีพ” ของคนไทยในอดีต ตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เรื่อยมาจนถึงรัชกาลที่ 7 ไว้ในหนังสือ “กรุงเทพฯ เมื่อวันวาน” (สำนักพิมพ์บริษัท พี. วาทิน พับลิเคชั่น จำกัด, 2525) มีดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่ – กองบรรณาธิการ)

“…เพื่อให้เห็นว่าค่าครองชีพสมัยก่อนคือสมัยเมื่อปลายรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 เป็นอย่างไร จึงขอเล่ารายละเอียดของราคาข้าวของในสมัยนั้น เท่าที่ค้นคว้าได้ และเท่าที่สัมภาษณ์จากคนอายุ 70-80 ดังนี้

ราคาข้าวของในปลายรัชกาลที่ 5 มีดังนี้

ข้าวแกงจานละไพ, ก๋วยเตี๋ยวจานละไพ, ก๋วยจั๊บชามละ 1 อัฐ, ขนมถ้วยละไพก็มี ถ้วยละ 1 อัฐก็มี, บุหรี่ตรานกร้อย ซองละ 7 สตางค์ ตรานกอินทรี ซองละ 6 สตางค์, กางเกงนกเรียนขาสั้นตัวละ 2 สลึงเฟื้อง เสื้อนักเรียนตัวละสลึง,

รองเท้ายางญี่ปุ่นคู่ละ 75 สตางค์, ข้าวดีเกวียนละ 40 บาท ข้าวเลวเกวียนละ 20-30 บาท, ควายดี (ควายเมืองกรุง) ตัวละ 40 บาท ควายลูกเขมรหรือควายตะวันออกตัวละ 30 บาท”

ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 6-7 มีดังนี้

“…จากการสัมภาษณ์ นายเฉลิมศักดิ์ วงศ์เทวัญ อายุ 71 ปี (พ.ศ. 2521) อดีตแพทย์ทหารบกพญาไท ได้ความว่าในสมัยรัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 ค่าครองชีพก็ถูกมากเช่นเดียวกัน ราคาของกินของใช้เท่าที่จำได้ มีดังนี้

ข้าวสารถังละ 2 สลึงถัง 1 บาท, ข้าวแกงจานละ 1 สตางค์ ถ้าดีหน่อยก็จานละ 2-3 สตางค์, ก๋วยเตี๋ยวชามละ 1 สตางค์ อย่างดีก็ 2-3 สตางค์, ก๋วยจั๊บชามละ 1 สตางค์, หมี่ซั่วหรือที่เรียกว่าก๋วยเตี๋ยวถังแตก คือก๋วยเตี๋ยวสำหรับคนไม่มีเงินกินชามละ 1 สตางค์, ขนมต่าง ๆ ถ้วยละ 1 สตางค์ น้ำแข็ง ยังไม่มีแพร่หลาย

กินน้ำเปล่า ไม่ต้องซื้อ ไอศกรีมยังไม่มีแพร่หลาย เช่นเดียวกับน้ำแข็ง, ส่วนคนมีเงินถ้ากินข้าวต้มหอยนางรม อย่างแพงก็ชามละ 10 สตางค์ ถ้ากินแบ๊ะแซ ก็จานละ 15-20 สตางค์

น้ำมะเน็ต สีเขียวสีแดง ขวดละ 3 สตางค์, เหล้าฝรั่งตรามือ ขวดละ 4 บาท, โซดาขวดละ 1 สตางค์, บุหรี่ตรานกอินทรีมี 10 มวน ซองละ 3 สตางค์, บุหรี่ตราลูกโลกมี 20 มวน ซองละ 3 สตางค์, บุหรี่ห้างเพ็ญภาคตราละครมี 20 มวน ซองละ 5 สตางค์,

บุหรี่ทรีคาลเซล การิค (เสือหมอบ) มี 10 มวน ซองละ 10 สตางค์, เสื้อนักเรียนคอตั้ง ตัวละ 6 สลึง, กางเกงแพร 6 เส้น อย่างแพงตัวละ 5 บาท 9 เส้น ตัวละ 7 บาท 12 เส้นตัวละ 10 บาท, รองเท้าหนังอย่างดีวัดเท้าตัดคู่ละ 5 สลึง”

เงินเดือนข้าราชการ
“ส่วนเงินเดือนข้าราชการได้ดังนี้ ครูขั้นต้นได้เดือนละ 4 บาท, พลตำรวจได้เดือนละ 4 บาท เบี้ยเลี้ยงเดือนละ 7.50 บาท รวมเดือนละ 11.50 บาท, ข้าราชการขั้นต้นได้เดือนละ 15 บาท

สําหรับนายเฉลิมศักดิ์ สำเร็จแพทย์ปริญญา เข้ารับราชการใหม่ ๆ ได้เดือนละ 80 บาท ซึ่งก็นับว่ามากพอใช้สำหรับในสมัยนั้น

จากการสัมภาษณ์ ร.ท. ขุนนบเสนีย์ (นพ สุวรรณาคร) ซึ่งมีอายุ 80 ปี (พ.ศ. 2521) ถึงราคาข้าวของในสมัยรัชกาลที่ 5 และที่ 7 ได้ความว่า

ข้าวแกงจานละ 3 สตางค์, ก๋วยเตี๋ยวชามละ 3 สตางค์, น้ำแข็งใส่น้ำหวานอัดเป็นแท่งราคา 1 สตางค์, บุหรี่ตรากลองซอง 3 สตางค์, บุหรี่ตรานกอินทรีซองละ 5 สตางค์, บุหรี่ตราจิ้งจก ตราแม็กนั่ม และการิคกระป๋องละ 50 สตางค์, บุหรี่สี่กัก (ทำที่สี่กักพระยาศรี) ห่อด้วยใบตอง ห่อหนึ่งมี 5 มวนและ 100 มวน ราคาไม่กี่สตางค์,

เหล้าตราขาวขวดละ 3.50 บาท, กางเกงแพรตัวละ 3.5 บาท, รองเท้าท็อปบู๊ทตัดวัดเท้าราคาคู่ละ 12 บาท, ที่ดินในสวนแถวบางลำพู (นอกกำแพงพระนคร) ประมาณ 10 ไร่ ราคา 8 ชั่ง, บ้านไม้สัก หลังใหญ่มากราคา 10 ชั่ง, โสเภณีที่ถนนบ้านแขก บางลำพู ครั้งละ 50 สตางค์ แถมบุหรีตรากลอง 1 ซอง

สำหรับผ้านุ่งผ้าห่มของผู้หญิงเมื่อสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ 7 ได้ความว่ามีราคาดังนี้ ผ้าพื้นผืนละ 1 บาท, ผ้าลายมัสกาตีผืนละ 3 บาท ตรารามสูรผืนละ 4 บาท, ผ้าแถบ (จีบมัดปลาย) ผืนละสลึง

ส่วนเมื่อก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คือก่อน พ.ศ. 2484 เสื้อผ้าของผู้หญิงมีราคาดังนี้ ผ้าป่านโรเบียดอกเมตรละ 3.50 บาท, ผ้าป่านอื่น ๆ เมตรละ 30 สตางค์ ผ้าดังกล่าวมีขายที่ร้านเมรัยและร้านการาจี, เสื้อคอแหลมตัวละ 50 สตางค์

ส่วนราคาข้าวของในปัจจุบัน [พ.ศ. 2521] มีดังนี้ ข้าวสารถังละ 100-130 บาท, ข้าวแกงหาบจานละ 5 บาท ถ้าข้าวแกงตามร้านอาหารจานละ 6-8 บาท, ข้าวหมูแดงจานละ 8 บาท, ก๋วยเตี๋ยวชามละ 5-6 บาท พิเศษชามละ 8-10 บาท, เกี๊ยวบะหมี่ชามละ 7-8 บาท, ไอศกรีมกะทิรถเข็นถ้วยละ 3 บาท,

เหล้าแม่โขงขวดกลม ขวดละ 60 บาท, โซดาขวดละ 3 บาท, น้ำอัดลมต่าง ๆ ขวดละ 3 บาท, บุหรี่กรองทิพย์ สามิต 14 และกรุงทอง 85 ซองละ 10 บาท, เสื้อเชิร์ต เสื้อฮาวายธรรมดาตัวละ 50-300 บาท, รองเท้าหนังธรรมดาคู่ละ 150-300 บาท…”

เหล่านี้เป็นค่าครองชีพในอดีต ผ่านมาหลายสิบปี ค่าเงินอะไรต่าง ๆ ย่อมเฟ้อไปตามยุคสมัย คงนำมาเทียบกับปัจจุบันไม่ได้ แต่นั่นก็ทำให้เห็นสภาพการณ์ชีวิตคนไทยสมัยนั้นได้

หากเป็นครูขั้นต้นได้เดือนละ 4 บาท ข้าวแกงจานละ 1 สตางค์ สามารถซื้อได้ 400 จาน เทียบกับสมัยนี้ เงินเดือนครู 15,000 บาท ข้าวแกงจานละ 40-50 บาท ก็ลองเปรียบเทียบกันดู

แต่ใช่ว่าเงินเดือนครูจะอยู่ที่ 15,000 บาท เสียที่ไหน

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มกราคม 2565
เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม




44
สาววัย 26 พนักงานช่วยเหลือคนไข้ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พร้อมสร้างกุศลใหญ่ครั้งสุดท้าย ด้วยการบริจาค "อวัยวะและดวงตา" เพื่อต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วย

วันที่ 11 ต.ค. 2565 เฟซบุ๊ก Thai Red Cross Society ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า นางสาวมณีวรรณ หม่องกระโทก อายุ 26 ปี พนักงานช่วยเหลือคนไข้ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ประสบอุบัติเหตุทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือนและบาดเจ็บอย่างรุนแรง

ขณะที่ แพทย์ผู้รักษาได้วินิจฉัยพบว่า ผู้ป่วยมีภาวะสมองตาย ทางญาติมีความเห็นร่วมกันที่จะบริจาคอวัยวะให้กับทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและสภากาชาดไทย ตามความประสงค์ของผู้ป่วยที่ได้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยที่ยังรอรับการปลูกถ่ายอวัยวะอีกจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สภากาชาดไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้บริจาคอวัยวะมา ณ ที่นี้.

ไทยรัฐ
11ตค2565

45
กรมทางหลวงชนบท (ทช.) แจ้งว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ (8 ต.ค.65) สำนักบำรุงทาง รายงานสถานการณ์อุทกภัย ว่ามีถนนทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง นครนายก ปราจีนบุรี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และเชียงราย ได้รับผลกระทบ 171 สายทาง  สัญจรผ่านได้ 72 สายทาง และผ่านไม่ได้  99 สายทาง เช่น

1.จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 สายทาง ได้แก่ 1.สาย อย.019 สะพานข้ามแม่น้ำน้อย น้ำท่วม 60 ซม. และ 2.สาย อย.026 สะพานวัดอินทาราม น้ำท่วม 60 ซม.

2.มหาสารคาม 5 สายทาง ได้แก่ 1.สาย มค.007  สะพานท่าสองคอน-ขามเรียง น้ำท่วม 40 ซม. 2.สาย มค.009 สะพานบ้านคุยเชือก น้ำท่วม 60 ซม. 3.สาย มค.012 สะพานท่าตูม น้ำท่วม 50 ซม. 4.ถนนสาย มค.3001 แยก ทล.213 - บ้านมะค่า อ.กันทรวิชัย น้ำท่วม 41 ซม. และ 5.ถนนสาย มค.3062 แยก ทล.208 – บ้านหนองผือ อ.โกสุมพิชัย น้ำท่วม 40 ซม.

3.นครสวรรค์ 4 สายทาง ได้แก่ 1.ถนนสาย นว.3099 แยก ทล.333-บ้านยางขาว อ.พยุหะคีรี น้ำท่วม 80 ซม. 2.ถนนสาย นว.3102 ทล.117-บ้านเนิน อ.เก้าเลี้ยว, ชุมแสง น้ำท่วม 47 ซม. 3.ถนนสาย นว.3119 แยก ทล.225-ชุมชนเกาะยม อ.เมือง น้ำท่วม 120 ซม. และ 4.ถนนสาย นว.3041 แยก ทล.117 - บ้านหัวถนน อ.เมือง น้ำท่วม 41 ซม.

4.สุโขทัย 1 สายทาง ถนนสาย สท.4001 แยก ทล.1293-บ้านหนองกระดิ่ง อ.กงไกรลาศ,คีรีมาศ น้ำท่วม 30 ซม. 5.เชียงใหม่ 1 สายทาง ถนนสาย ชม.3003 แยก ทล.108-บ้านหนองล่อง อ.จอมทอง, เวียงหนองล่อง สะพานทรุดตัว และ 6.ลำพูน 1 สายทาง ถนนสาย ลพ.3008 แยก ทล.106-บ้านผาด้าย อ.ลี้ คอสะพานทรุดตัว

ทั้งนี้จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุบริเวณสายทางสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน กรมทางหลวงชนบท 1146

เดลินิวส์
9 ตค 2565

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 591