แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - story

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 591
16
ชายชาวญี่ปุ่นอายุ 81 ปี ถูกจับในข้อหาฆาตกรรม หลังผลักภรรยาที่นั่งรถเข็นลงทะเล นับเป็นเหตุการณ์น่าตื่นตระหนก สะท้อนภาพสังคมผู้สูงอายุ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เจแปนทูเดย์รายงานว่า ตำรวจในเมืองโออิโซะ จังหวัดคานางาวะ จับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุ 81 ปีรายหนึ่ง ในข้อหาฆาตกรรมภรรยาอายุ 79 ปี ซึ่งนั่งรถเข็น ด้วยการผลักเธอลงทะเล

ตำรวจเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันพุธตามเวลาท้องถิ่น ที่เกิดเหตุเป็นท่าเรือแห่งหนึ่ง

ผู้ต้องสงสัยที่ชื่อว่า “ฮิโรชิ ฟูจิวาระ” ยอมรับว่าได้ฆ่าภรรยาของตัวเองคือ “เทรุโกะ” โดยอ้างว่ารู้สึกเหนื่อยในการดูแลเธอ ซึ่งจำเป็นต้องใช้รถวีลแชร์มาตลอด 40 ปี

ตำรวจเผยว่าฟูจิวาระขับรถพาภรรยาไปยังท่าเรือที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงนำเธอขึ้นวีลแชร์ และผลักเธอลงทะเล ก่อนจะรีบออกจากท่าเรือภายในเวลาไม่กี่นาที

เขาได้ขับรถไปที่บ้านของลูกชายคนโต และบอกถึงสิ่งที่ได้ทำลงไป ลูกชายของเขาจึง โทร.แจ้งตำรวจ

ชาวประมง โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ หลังจากพบศพของเทรุโกะลอยในน้ำ

เดอะไทเกอร์รายงานว่า ข่าวดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวญี่ปุ่น แต่หลายคนบอกว่าเป็นการสะท้อนถึงสถานการณ์ที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญในญี่ปุ่น เนื่องจากผู้สูงอายุหลายคนไม่ได้รับความช่วยเหลือ พวกเขาจึงต้องดูแลทั้งตัวเองและคนรักที่มีอายุมากเช่นกัน

ข้อมูลจากโครงการ Borgen Project ระบุว่า ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว และด้วยอายุขัยที่ยืนยาว ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่นเดียวกับฟูจิวาระและภรรยาของเขาที่อาศัยด้วยกันตามลำพัง โครงการดังกล่าวตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สถาการณ์ของฟูจิวาระไม่ใช่เรื่องแปลก

ปัจจุบันญี่ปุ่นมีผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี เป็นสัดส่วน 28.4% ของประชากรทั้งหมด คาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็น 35.3% ภายในปี 2583

ประชาชาติ
4พย2565

17
ผอ.รพ.ดังใน จ.เชียงราย เผยสั่งพักงาน 5 วัน แพทย์หญิงด่าคนไข้ว่า "โง่" พร้อมส่งเรื่องให้ สสจ. พิจารณา พบเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เคยก่อเรื่องลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง

4 พฤศจิกายน 2565

เรียกได้ว่ากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง ภายหลังบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า สยุมภู รอดมี ได้คลิปวิดีโอสุดเดือดหลังเข้าใช้บริการ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่า มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่สาวในโรงพยาบาล พร้อมระบุข้อความว่า “อยากดัง จัดไป”

โดยในคลิปวิดีโอจะเห็นได้ว่า ทางคนไข้ได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่สาวรายดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่สาวรายนี้นั่งไขว่ห้างสบายใจ เล่นโทรศัพท์ พร้อมกับพูดกับคนไข้ว่า “ออกไป ออกไป” ญาติคนไข้จึงได้พูดว่า “ทำไมคุณไม่บริการลูกค้าเลย” เจ้าหน้าที่สาวจึงบอกว่า “ไม่ใช้ลูกค้า หมอไม่ใช่ผู้ให้บริการ หมอเป็นผู้บริบาล อยากถ่ายคลิปถ่ายไป” หลังจากนั้นญาติคนไข้ก็แจ้งว่า “คนไข้มาเพื่อรักษา ไม่ได้มาเพื่อให้คุณด่า” และเจ้าหน้าที่สาวก็พูดว่า “อยากพูดอะไรก็เชิญ ตามสบาย เต็มที่” ก่อนเกิดการโต้เถียงกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ นั้น

ล่าสุด จากการตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวถูกถ่าย โดยนายวีรวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาวบ้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยนายวีรวุฒิ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา น้องสะใภ้ซึ่งท้องประมาณ 3 เดือน แต่เกิดอาการแพ้ท้องอย่างหนัก มีการอาเจียนและอ้วกออกมาเป็นเลือด จะไปโรงพยาบาลเอกชนที่ทำประกันอยู่ก็ปิด ที่เปิดอยู่ก็อยู่ไกลถึงตัวเมือง ตนเห็นอาการไม่ค่อยจะดี จึงแวะโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ เพื่อเช็กดูอาการก่อนว่า ต้องรักษาเลยหรือสามารถส่งตัวต่อไปรักษายังโรงพยาบาลที่ทำประกันไว้ได้

นายวีรวุฒิ กล่าวต่อว่า พอไปถึงทำบัตรผู้ป่วยปกติ แพทย์พยาบาลก็ทักทาย ก่อนมีการนำตัวน้องสะใภ้ไปยังห้องฉุกเฉินทางแพทย์และพยาบาลก็ให้ญาติออกรอด้านนอก พวกตนจึงแจ้งว่า หากจะรักษายังไงหรือให้ยาอะไรช่วยแจ้งญาติด้วย เพราะผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ จากนั้นแพทย์จะมีการฉีดยาแก้อาเจียนให้ แต่ทางน้องสะใภ้ขอไม่ฉีด เคยฉีดมาแล้วหายใจไม่ออกเพราะเป็นโรคหัวใจ ขอให้น้ำเกลือและนอนดูอาการก่อนได้ไหม จากนั้นแพทย์ก็ฉุนเฉียวขึ้นมา ต่อว่าจะนอนโรงพยาบาลให้ได้ใช่ไหมป่วยแค่นี้ กลับเรื่องมาก ทางน้องสะใภ้จึงเรียกตนและญาติเข้าไปเพื่อจะขอไปรักษาที่ รพ.อื่น ตนจึงถามว่า ทำไมเขาบอกว่าถูกหมอด่า ตนจึงถามว่าใครด่า ก่อนที่หมอคนดังกล่าวจะบอกว่าเป็นตนเอง แล้วบอกว่าทำไมเหรอ จะดราม่าวีนเหรอ จึงถามว่าทำไมคุยกับลูกค้าแบบนี้ ก่อนเกิดการโต้เถียงกันตามคลิปดังกล่าว ซึ่งตนงงกับพฤติกรรมของผู้เป็นแพทย์ว่า เป็นแบบนี้ได้อย่างไร จึงนำคลิปมาโพสต์ในกลุ่มข่าวเชียงแสน เพื่อเตือนไม่ให้มีการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ไม่คาดหวังให้มารับผิดชอบอะไร และอยากให้ รพ. มีการปรับ เพราะทุกฝ่ายบริการดีหมด ยกเว้นแพทย์คนนี้คนเดียว

ทั้งนี้ นายสุขชัย เธียรเศวตตระกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงราย ได้ยอมรับว่า แพทย์หญิงที่ปรากฏในคลิปเป็นแพทย์หญิงประจำโรงพยาบาล จริง โดยเป็นแพทย์หญิงทั่วไป ไม่ได้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะโรงพยาบาลขนาดเล็ก ซึ่งปกติแพทย์คนนี้เป็นจิตอาสา มีงานบริการที่ไหนก็จะอาสาไป ปกติก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่เป็นคนที่มีอารมณ์ค่อนข้างแปรปวน บางครั้งก็เป็นลักษณะนี้จนเคยเกิดกรณีคล้ายกันนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ซึ่งทาง รพ. มีการทำทัณฑ์บน พิจารณาขั้นเงินเดือน และออกหนังสือเตือนอยู่ตลอด แต่พฤติกรรมก็ยังแก้ไม่หาย จึงหารือกับคณะกรรมการโรงพยาบาล ทบทวนข้อเท็จจริงพฤติกรรมของแพทย์ ถึงความไม่เหมาะสม ก่อนจะมีคำสั่งให้พักงานแพทย์หญิงคนนี้ไว้ก่อนเป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้ไตร่ตรองพฤติกรรมของตนเอง

ผอ.รพ.เชียงราย กล่าวอีกว่า เบื้องต้นทางแพทย์คนดังกล่าวรู้ตัวว่ากระทำผิด อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ไขระยะยาว จะมีการเสนอเรื่องไปทางสำนักงานสาธารณสุข หรือ สสจ. พิจารณาว่า จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไรอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีคนไข้ทราบว่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนอยู่ ซึ่งทางโรงพยาบาลและทางฝ่ายบริหาร จะประสานเพื่อทำการขอโทษต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง....

https://www.dailynews.co.th/news/1649046/

18
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ "แพทยสภา สอบข้อมูล กรณีแพทย์หญิงที่มีพฤติกรรม ไม่สุภาพ ที่เผยแพร่ ในโซเชียลมีเดีย" ผ่านเฟซบุ๊ก Ittaporn Kanacharoen โดยระบุว่า แพทยสภาได้รับเรื่อง จากผู้พบเห็นร้องเรียนในกรณีดังกล่าว จึงได้ประสานไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพื่อแสวงหาข้อมูลและขอข้อเท็จจริง โดยเร่งด่วน

ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และได้ให้แพทย์หญิงท่านดังกล่าวพักการปฏิบัติงาน เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและแก้ไข พร้อมป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งได้ดำเนินการให้ทีมงานติดตามดูแลผู้ป่วยรายดังกล่าวหากได้รับผลกระทบ รายงานว่าพบว่าแพทย์หญิงเคยมีกรณีเกิดขึ้นแล้วและได้ถูกลงโทษโดยหน่วยต้นสังกัด ครั้งนี้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้จะสรุปนำเรื่องรายงาน ตามลำดับชั้นและแจ้งแพทยสภาต่อไปครับ

ส่วนแพทยสภา หลังได้ข้อมูลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะตั้งกรรมการพิจารณาว่า พฤติกรรมนี้เข้าข่ายการดูแลผู้ป่วยโดยไม่สุภาพและเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์วิชาชีพ ตามข้อบังคับจริยธรรมแพทยสภาในระดับใด เพื่อให้กรรมการแพทยสภา พิจารณาโทษต่อไป

ขอขอบคุณ ผู้บริหาร กระทรวงสาธารณสุข ที่เร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วครับ

อนึ่ง แม้ในกรณีดังกล่าว จะปรากฏปัญหาชัดเจน ที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งทางจริยธรรม

แต่อยากขอเรียนข้อเท็จจริงว่า แพทย์ที่ปฏิบัติงานห้องฉุกเฉินทุกท่าน โดยทั่วไปแม้ไม่มีปัญหาปรากฏ แต่ทุกท่านจะต้องรับความเครียดจำนวนมากสะสม เพราะห้องฉุกเฉินเป็นห้องที่รับความทุกข์ของทุกๆ คนที่เจ็บป่วย และญาติๆ ที่เป็นห่วงกังวลและรักผู้ป่วย ที่พวกเราทุกคนเข้าใจ

ทั้งคุณหมอและคุณพยาบาลจึงอยู่ในภาวะที่มีความเครียดสูงกว่าปกติ ในการที่แก้ไขปัญหาให้กับแต่ละรายให้รวดเร็ว ซึ่งบางแห่งมีคนไข้ฉุกเฉินในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก แพทยสภา เชื่อว่า บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน จะดูแลคนไข้ทุกคนอย่างเต็มที่ตามขีดจำกัดความสามารถของแต่ละสถานพยาบาล โดยขึ้นกับจำนวนของผู้มาใช้บริการในเวลานั้นๆ ที่อาจจะต้องรอคอย

หากมีผู้ป่วยจำนวนมากเกินกำลัง ซึ่งย่อมทำให้เกิดความเครียดทั้งผู้ป่วยญาติและบุคลากร และมักจะนำไปสู่ปัญหาขัดแย้งได้ง่าย จึงขอให้ผู้มารับการรักษาโปรดเข้าใจ และเห็นใจ บุคลากรทางการแพทย์ด้วย จะเป็นพวกคุณยิ่ง พวกเราจะดูแลท่านอย่างเต็มที่ และหากคุณหมอรู้สึกเครียดเกินไป อาจจะต้องพักเบรกหรือรายงาน ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา ในสถานพยาบาลนั้นๆ ครับ.

เดลินิวส์
4พย2565
...................................
จวกยับ! เจ้าหน้าที่รพ.นั่งไขว่ห้างสบายใจ ไม่บริการคนไข้แถมด่าว่า ‘โง่’ อีก

เรียกได้ว่ากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง ภายหลังบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า สยุมภู รอดมี ได้คลิปวิดีโอสุดเดือดหลังเข้าใช้บริการ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่สาวในโรงพยาบาล พร้อมระบุข้อความว่า “อยากดัง จัดไป”

โดยในคลิปวิดีโอจะเห็นได้ว่าทางคนไข้ได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่สาวรายดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่สาวรายนี้นั่งไขว่ห้างสบายใจ เล่นโทรศัพท์ พร้อมกับพูดกับคนไข้ว่า “ออกไป ออกไป” ญาติคนไข้จึงได้พูดว่า “ทำไมคุณไม่บริการลูกค้าเลย” เจ้าหน้าที่สาวจึงบอกว่า “ไม่ใช้ลูกค้า หมอไม่ใช่ผู้ให้บริการ หมอเป็นผู้บริบาล อยากถ่ายคลิปถ่ายไป” หลังจากนั้นญาติคนไข้ก็แจ้งว่า “คนไข้มาเพื่อรักษา ไม่ได้มาเพื่อให้คุณด่า” และเจ้าหน้าที่สาวก็พูดว่า “อยากพูดอะไรก็เชิญ ตามสบาย เต็มที่”

หลังจากนั้นทางญาติคนไข้ก็พูดว่า “นี่มันกินเงินรัฐบาลนะพวกคุณ และนี่ก็มาจ่ายเงินไม่ได้มาฟรีๆ ไม่ได้มาบัตรทอง 30 บาท เงินมีจ่าย คนไทยด้วยไม่ใช่ต่างด้าว ไม่ใช่ต่างแดน มีบัตรประชาชนคนไทย ทำไมคุณทำแบบนี้ เต็มใจทำงานไหมเนี่ย” ทางเจ้าหน้าที่สาวจึงบอกว่า “ไม่” ทางญาติจึงพูดต่อว่า “แล้วอยู่ทำไม ลาออกไปเลย ไม่เต็มใจก็ไป มาอยู่ทำไม” ทางเจ้าหน้าที่สาวจึงบอกว่า “ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน”

ก่อนที่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายจะขึ้นเสียงคำหยาบ ซึ่งทางญาติคนไข้ก็ได้ถามไปว่า “ถ้าเป็นญาติของคุณ คุณจะทำแบบนี้ไหม” ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สาวก็ได้ตอบไปว่า “ฉันก็จะทำแบบนี้เหมือนกัน ถ้าญาติฉันโง่ขนาดนี้” ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการต่อว่าเรื่อยๆ และเสียงดัง จนทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเข้ามาเจรจา และคลิปวิดีโอดังกล่างสิ้นสุด และตัดจบไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ ต่างก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างร้อนแรง พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า ทำไมเจ้าหน้าที่สาวรายดังกล่าวถึงทำพฤติกรรมแบบนี้.....

https://www.dailynews.co.th/news/1646847/

19
เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางสำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอความยาวประมาณ 2 นาที เพื่อชี้แจงกรณีเหตุวิวาทระหว่างแพทย์หญิงคนหนึ่งของโรงพยาบาลเชียงแสน กับคนไข้ที่นำหญิงท้องประมาณ 3 เดือนมารักษาตัวเหตุเกิดเมื่อวันเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยมีนพ.สุขชัย เธียรเศวตตระกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงแสน​ เป็นผู้แถลงผ่าน โดยมีเนื้อหาระบุว่าตามที่ได้มีการเผยแพร่คลิปในสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. – 20.00 น. ทางโรงพยาบาลเชียงแสน ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากเหตุการณ์หญิงไทยอายุ 35-36 ปี ท้องอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ มาด้วยอาการ 2 ชั่วโมงก่อนมา มีอาการอาเจียนมากว่า 10 ครั้ง กินไม่ได้อ่อนเพลียมวนท้อง ผู้ป่วยไปรักษาที่คลินิคเอกชน หลังกลับไปบ้านยังมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลียเลยมารักษาที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเชียงแสน

เวลา 18.35 น แพทย์สั่งการรักษาด้วยการฉีดยาแก้อาเจียน แต่ผู้ป่วยไม่ต้องการยาฉีด ขอนอนโรงพยาบาลและให้น้ำเกลือ แพทย์ไม่ทำการตามผู้ป่วยร้องขอทำให้ผู้ป่วยไม่พอใจและเรียกญาติเข้ามาในห้องฉุกเฉินและได้มีการโต้เถียงตามที่ปรากฎตามคลิปดังกล่าว

ทางโรงพยาบาลเชียงแสนได้ทบทวนมาตรฐานการรักษาพยาบาล ซึ่งพบว่าการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นมาจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน ได้ให้แพทย์รายดังกล่าวหยุดปฎิบัติงานเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างรอผลการตรวจสอบเกี่ยวกับเหตุการที่เกิดขึ้นโดยละเอียด

สำหรับผู้ป่วยได้ติดตามสอบถามอาการทราบว่าขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงราย อาการดีขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ตนในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงแสนและแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะได้นำมาเป็นแนวทางในการปรับการให้บริการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก พร้อมกันนี้ได้รายงานผลการทบทวนดังกล่าว ให้นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย รับทราบแล้ว ส่วนรายงานโดยละเอียดจะรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาได้ทราบอีกครั้ง

4 พย 2565
มติชน

20
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีได้ปรากฏวิดีโอสั้น หรือคลิปไปตามสื่อสาธารณะหรือโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะไลน์ โดยเป็นภาพภายในห้องทำงานของแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งตั้งอยู่พื้นที่ชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย ภายในเป็นโต๊ะทำงานและพลาสติกป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 และพบหญิง 1 คน ซึ่งผู้ที่ถ่ายคลิปและบุคคลอื่นที่อยู่ใกล้กัน ต่างระบุว่าเป็นแพทย์หญิงคนหนึ่ง โดยเธอกำลังนั่งบนเก้าอี้โดยที่ใช้และจ้องอยู่ที่โทรศัพท์มือถืออยู่เกือบตลอดเวลา

ขณะที่ผู้ที่ถ่ายคลิปและคนอื่นที่ไปด้วยได้เดินเข้าไปในห้องเพื่อพยายามสอบถามไปยังเข้าใจกันว่าเป็นแพทย์หญิงว่าเหตุใดจึงพูดคุยกับผู้ป่วยเช่นนั้น ส่วนแพทย์หญิงคนดังกล่าวได้บอกให้ผู้ที่ถ่ายคลิปออกจากห้องไปแต่ไม่เป็นผล จากนั้นก็เกิดการโต้เถียงกันขึ้นโดยชาวบ้านที่เข้าไปพยายามสอบถามว่าเหตุใดไม่ให้บริการส่วนแพทย์หญิงตอบกลับว่าไม่ใช่ผู้ให้บริการ แต่เป็นผู้บริบาลและหากอยากถ่ายคลิปก็ถ่ายไป กระนั้นพบว่าเบื้องหลังที่นั่งของแพทย์หญิงมีป้ายข้อความใหญ่ว่า “ห้ามถ่ายภาพ บันทึกเสียง ก่อนได้รับอนุญาต” ด้วย

จากนั้นทางผู้ถ่ายคลิปและชาวบ้านพยายามต่อว่าแพทย์หญิงว่าเป็นผู้มีรายได้จากรัฐบาล และเมื่อญาติของตนป่วยก็ได้พาไปโรงพยาบาลจึงขอให้แพทย์มีจรรยาบรรณด้วย โดยญาติของตนควรได้รับการรักษาไม่ใช่ไปถึงแล้วกลับโดนด่าและคนที่ไปรักษาก็เป็นคนไทยและใช้สิทธิด้วยการจ่ายเงินโดยไม่ได้ใช้สิทธิบัตรทองด้วย จากนั้นก็เกิดการโต้เถียงกันโดยคนถ่ายคลิปถามว่า “เต็มใจทำงานหรือเปล่า?” ก็ถูกอีกฝ่ายตอบว่า “ไม่” ทำให้ฝ่ายที่ถ่ายคลิปตะโกนต่อว่า “ไม่เต็มใจทำงานแล้วอยู่ทำไม จรรยาบรรณมีแค่นี้หรือไม่” จนเกิดเป็นการทะเลาะวิวาทกันด้วยวาจาขึ้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตอนหนึ่งผู้ที่ไปกับคนถ่ายคลิปถามว่า “หากเป็นญาติคุณไปรักษาคุณจะทำอย่างไร” ซึ่งผู้ที่เข้าใจกันว่าเป็นแพทย์หญิงตอบกลับว่า “ฉันก็จะทำอย่างนี้เหมือนกัน ถ้าญาติของฉันโง่อย่างนี้” จากนั้นการทะเลาะก็ยิ่งรุนแรงขึ้นถึงชั้นสรรพนามว่า “มึง” และ “กู” กันด้วย

ในช่วงท้ายของคลิปได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) เข้าไปไกล่เกลี่ยซึ่งผู้ที่ถ่ายคลิปก็ฟ้องกลับว่าแฟนของตนและคนไข้ถูกด่าว่า ซึ่งทาง รปภ.ก็ขอให้ทุกคนได้ใจเย็นๆ ไว้ แต่ก็ยังเกิดการต่อว่าแพทย์หญิงคนดังกล่าวอีก เช่น มีหน้าที่เป็นแพทย์เรียนสูงกว่าคนอื่นไม่ควรด่าว่าคนอื่นว่าโง่ สงสัยว่าเหตุใดจึงด่าว่าคนไข้โง่ โง่อย่างไร คนไข้โง่ตรงไหน ฯลฯ โดยผู้ถ่ายคลิประบุว่าตนมีเงินมากพอที่จะไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแต่เนื่องจากแฟนของตนมีอาการป่วนฉุกเฉินและใกล้บ้านจึงต้องมารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งนอกจากอาการเจ็บป่วยยังต้องมาถูกด่าจนทำให้ทนไม่ไหว กระนั้นผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นแพทยหญิงยังคงใช้โทรศัพท์มือถือและไม่ตอบกลับในช่วงท้ายก่อนที่คลิปจะจบลง ทั้งนี้ หลังจากคลิปเผยแพร่ไปผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา

ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวถูกถ่ายโดยนายวีรวุฒิ ยาสมุททร์ อายุ 40 ปี ชาวบ้านห้วยเกี๋ยง หมู่ 8 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยนายวีรวุฒิเล่าว่า เหตุการณ์ได้เกิดเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งน้องสะใภ้ซึ่งท้องประมาณ 3 เดือนแต่เกิดอาการแพ้ท้องอย่างหนักมีการอาเจียนออกมาเป็นเลือด จะไปโรงพยาบาลเอกชนที่ทำประกันอยู่ก็ปิด ที่เปิดอยู่ก็อยู่ไกลถึงตัวเมือง ตนเห็นอาการไม่ค่อยจะดีจึงแวะโรงพยาบาลที่เกิดเหตุเพื่อเช็กดูอาการก่อนว่าต้องรักษาเลย หรือสามารถส่งตัวต่อไปรักษายังโรงพยาบาลที่ทำประกันไว้ได้

นายวีรวุฒิกล่าวว่า พอไปถึง ก็ทำบัตรผู้ป่วยปกติ แพทย์พยาบาลก็ทักทายก่อนมีการนำตัวน้องสะใภ้ไปยังห้องฉุกเฉิน ทั้งแพทย์และพยาบาลก็ให้ญาติออกรอด้านนอก พวกตนจึงแจ้งว่าหากจะรักษายังไงหรือให้ยาอะไรช่วยแจ้งญาติด้วยเพราะผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ จากนั้นแพทย์ก็จะมีการฉีดยาแก้อาเจียนให้ แต่ทางน้องสะใภ้ขอไม่ฉีด เพราะเคยฉีดมาแล้วหายใจไม่ออกเพราะเป็นโรคหัวใจ ขอให้น้ำเกลือและนอนดูอาการก่อนได้ไหม จากนั้นแพทย์ก็ฉุนเฉียวขึ้นมาต่อว่าจะนอนโรงพยาบาลให้ได้ไช่ไหม ป่วยแค่นี้ กลับเรื่องมาก

ทางน้องสะใภ้จึงเรียกตนและญาติเข้าไปเพื่อจะขอไปรักษาที่ รพ.อื่น ตนจึงถามว่าทำไม เขาบอกว่าถูกหมอด่า ตนจึงถามว่าใครด่า ก่อนที่หมอคนดังกล่าวจะบอกว่าเป็นตนเอง แล้วบอกว่าทำไมเหรอ จะดราม่าควีนเหรอ ตนจึงถามว่าทำไมคุยกับลูกค้าแบบนี้ก็เกิดการโต้เถียงกันตามคลิปดังกล่าว ซึ่งตนนั้นงงกับพฤติกรรมของผู้เป็นแพทย์ว่าเป็นแบบนี้ได้อย่างไร จึงนำคลิปมาโพสต์ในกลุ่มข่าวเชียงแสน เพื่อเตือนไม่ให้มีการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ไม่คาดหวังให้มารับผิดชอบอะไร และอยากให้ รพ.มีการปรับเพราะทุกฝ่ายบริการดีหมดยกเว้นแพทย์คนนี้คนเดียว

ล่าสุดทีมข่าวได้ตรวจสอบพบว่าโรงพยาบาลที่เกิดเหตุเป็นโรงพยาบาลเชียงแสน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย จึงติดต่อนายสุขชัย เธียรเศวตตระกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงแสน ซึ่งพร้อมจะให้ข้อมูลแต่ไม่อนุญาตให้มีการเก็บภาพหรือทำการบันทึกเสียงใดๆ โดยทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลยอมรับว่า แพทย์หญิงคนในคลิปเป็นแพทย์หญิงประจำโรงพยาบาลเชียงแสนจริง โดยเป็นแพทย์หญิงทั่วไป ไม่ได้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะโรงพยาบาลขนาดเล็ก ซึ่งปกติแพทย์คนนี้เป็นคนจิตอาสา มีงานบริการที่ไหนก็จะอาสาไปและปกติก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่เป็นคนที่มีอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวน บางครั้งก็เป็นลักษณะนี้ จนเคยเกิดกรณีคล้ายกันนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ซึ่งทาง รพ.มีการทำทัณฑ์บน และพิจารณาขั้นตักเตือนและออกหนังสือเตือนอยู่ตลอด แต่พฤติกรรมก็ยังแก้ไม่หาย

“ครั้งนี้จึงหารือกับคณะกรรมการโรงพยาบาลทบทวนข้อเท็จจริงพฤติกรรมของแพทย์ ถึงความไม่เหมาะสม จึงมีคำสั่งให้พักงานแพทย์หญิงคนนี้ไว้ก่อนเป็น 5 วัน เพื่อให้ไตร่ตรองพฤติกรรมของตนเอง ซึ่งเบื้องต้นทางแพทย์คนดังกล่าวก็รู้ตัวว่ากระทำผิด อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ไขระยะยาวจะมีการเสนอเรื่องไปทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สสจ. พิจารณาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไรอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีคนป่วยทราบว่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนอยู่ ซึ่งทางโรงพยาบาลและทางฝ่ายบริหารจะประสานเพื่อทำการขอโทษต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง”

มติชน
4พย2565

21
โตโน่ ประกาศลาบวช หลังว่ายข้ามโขงสำเร็จ โครงการหนึ่งคนว่ายหลายคนให้ One Man & The River ยอดบริจาค 68 ล้านแล้ว

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขง ในโครงการหนึ่งคนว่ายหลายคนให้ One Man & The River เพื่อรับบริจาคหาเงินช่วยเหลือ 2 โรงพยาบาล โดยได้รับความสนใจจากประชาชน 2 ฝั่งประเทศจำนวนมาก ทั้งประเทศไทยและสปป.ลาว

ล่าสุด โตโน่ ออกมาประกาศแจ้งข่าวลาบวช เตรียมที่จะทำหน้าที่ตามประเพณี ของผู้ชายไทยด้วยความเต็มใจ เพื่อเป็นการตอบแทนทั้ง 2 ฝั่ง ไทย-ลาวด้วย

โดยระบุว่า การตัดสินใจนี้ขอมอบให้ทุกความรักที่พวกเรามีต่อกันระหว่าง ไทย ลาวนะครับ ผมไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยาย หาคำไหนมาขอบคุณ หรือตอบแทนความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจที่ทุกคนมาร่วมไม้ร่วมมือกัน เพื่อ แม่น้ำโขงของเรา เพื่อคุณหมอ คุณพยาบาล จากโรงพยาบาลของทั้ง 2 ฝั่งโขง ในครั้งนี้

อีกไม่กี่วัน เราก็จะปิดรับบริจาคแล้วนะครับ สำหรับ One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ ยอดบริจาคที่ทุกคนช่วยกัน"ลงมือทำ"มันเกินเป้าไปมาก ความดีงามของน้ำใจที่ทุกคนมีให้คนไทย คนลาวของทั้ง 2 ฝั่งโขง ที่นครพนม+ท่าแขก ในครั้งนี้

ผมขอตอบแทนน้ำใจของทุกคน รวมถึงองค์พ่อพญาศรีสัตตนาคราช และพญานาคทุกองค์ด้วยการบวชให้นะครับ ได้ปรึกษากับพระครูแล้ว ตั้งใจว่าจะบวชที่ "วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร" ตามความเชื่อ ตามหน้าที่ ตามประเพณี ของผู้ชายไทยอย่างผมด้วยความเต็มใจของตัวกระผมเอง เป็นการตอบแทนนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็จะไปฝั่งลาวด้วย :-) แต่คงจะเป็นช่วงต้นปีหน้านะ เพราะต้องทำงานของปีนี้ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือคอนเสิร์ตที่รับไว้แล้วให้เสร็จสิ้นก่อน รวมถึงการประชุมกับคุณหมอ คุณพยาบาล ของทั้ง 2 ฝั่งโขง เพื่อประโยชน์สูงสุดของพวกเราทุกคนที่จะได้รับ ในการซื้อเครื่องมือแพทย์ในครั้งนี้ด้วย

ยอดบริจาค ณ ตอนนี้ 68,143,136 บาท ทุกคนยังสามารถบริจาคได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้นะครับ

ข่าวสด
25ตค2565

22
เปิดประวัติ “หมอสอง-นพ.นพรัตน์ รัตนวราห” ศัลยแพทย์ชื่อดังของคนวงการบันเทิง ผู้ออกไปท่องโลกกว้างและถูกลักพาตัว เรียกค่าไถ่ ขณะเที่ยวในประเทศแถบแอฟริกา

วันที่ 25 ตุลาคม 2565 จากกรณีที่ หมอสอง หรือ นพ.นพรัตน์ รัตนวราห ขาดการติดต่อไปหลังเดินทางท่องเที่ยวเพียงคนเดียวในประเทศแถบแอฟริกา และมีรายงานภายหลังว่าถูกลักพาตัวไปเพื่อเรียกค่าไถ่ โดยล่าสุดเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยแล้ว ช่วงเช้าวันนี้ (25 ต.ค. 2565)

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ทุกคนจะรู้จักชื่อ “หมอสอง” ในฐานะแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งชื่อดัง และเป็นอดีตสามีของ หญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข ซึ่งคบหาดูใจมาอย่างยาวนาน

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จักผู้ชายที่ชื่อ “หมอสอง-นพ.นพรัตน์ รัตนวราห” ให้มากขึ้น

ทำความรู้จัก “หมอสอง”
หมอสอง หรือ นพรัตน์ รัตนวราห เกิดและเติบโตที่ จ.แพร่ มีความฝันที่อยากจะเป็นแพทย์มาตั้งแต่สมัยประถมศึกษา โดยตลอดช่วงที่ศึกษา หมอสองได้รับโอกาสดี ๆ มาตลอด อาทิ การเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนสมัยมัธยมศึกษา

กระทั่งสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และศึกษาต่อในด้านศัลยกรรมทั่วไป 4 ปี ด้านศัลยกรรมตกแต่ง อีก 2 ปี และศึกษาด้านศัลยกรรมเพิ่มเติมที่ประเทศออสเตรเลีย

หลังจากศึกษาจนเชี่ยวชาญแล้ว หมอสอง ได้กลับมาเปิดโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งที่ประเทศไทย โดยใช้เงินลงทุนกว่า 120 ล้านบาท และเป็นที่ไว้วางใจในการดูแลด้านการศัลยกรรมตกแต่งของเหล่าคนวงการบันเทิง และเซเลบริตี้ จนได้รับฉายาว่า “หมอศัลย์ร้อยล้าน”

นอกจากบทบาทของการเป็นศัลยแพทย์ชื่อดังในหมู่ของคนวงการบันเทิงแล้ว ปัจจุบัน หมอสองยังมีเฟซบุ๊กแฟนเพจ หมอสองท่องโลก ที่นำเสนอเรื่องราวการออกไปท่องโลกต่างประเทศ ทั้งมุมของการท่องโลกแบบสบาย ๆ ไปจนถึงการผจญภัยในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

ชีวิตรัก “หมอสอง”
ในอดีต หมอสองเคยแต่งงานกับ หญิงแย้-นนทพร ธีระวัฒนสุข ซึ่งคบหาดูใจกันมานานถึง 9 ปี ในเดือน มกราคม ปี 2559 ก่อนจะตัดสินใจแยกทางกัน หลังจากที่แต่งงานได้เพียง 3 เดือน เพราะทัศนคติและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

จากนั้น ปี 2563 มีข่าวคบกับ หมิง-อรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ นางสาวไทยปี 2546 แต่ก็จบความสัมพันธ์ลงเป็นที่เรียบร้อย

ปัจจุบัน หมอสอง มีสาวคนรู้ใจคนใหม่ และเป็นหนึ่งในคนที่คอยประสานการช่วยเหลือ หมอสอง จากการถูกลักพาตัวในครั้งนี้ เช่นเดียวกับญาติและเพื่อนของหมอสองอีกด้วย

ประชาชาติ
25ตค2565

23
อุทาหรณ์! หญิงดับสลด หลังลืมถอดฟันปลอมก่อนนอน ทำให้เผลอกลืนโดยไม่ตั้งใจ จนเป็นเหตุให้ฟันปลอมอุดตันช่วงช่องคอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เหตุการณ์สุดเศร้าของผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยแพทย์แนะนำให้ถอดฟันปลอมตอนกลางคืนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ แต่มาเรีย ฟาเรียส กุซมาน หญิงวัย 48 ปีจากภูมิภาคอาร์เมเนียของโคลัมเบียไม่ปฏิบัติตาม

มีรายงานว่า ผู้หญิงคนนั้นเข้านอนโดยสวมฟันปลอมในปากของเธอ แต่ดันเกิกเหตุสุดวิสัย ขณะที่เธอกำลังนอนหลับนั้นเธอกลืนฟันปลอมเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และกลายเป็นว่าฟันติดอยู่ในลำคอของเธอ ครอบครัวของมาเรียบอกพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมาว่า พวกเขาได้ยินเสียงผิดปกติมาจากห้องจึงตัดสินใจตรวจดูเธอ แต่กลับพบว่าเธอไม่หายใจแล้ว

มาเรียถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเดลซูร์ในเมืองควินเดียว บ้านเกิดของเธอ ซึ่งแพทย์พยายามช่วยชีวิตเธอ น่าเสียดายที่ความพยายามของพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีฟันปลอมติดบริเวณคอ ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นจนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต

“ญาติของเธอรับรู้ถึงสถานการณ์ในขณะที่เธอกำลังหลับ แต่เธอมาถึงโรงพยาบาลโดยไม่มีสัญญาณชีพใด ๆ และเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยชีวิตเ แต่เธอไม่ตอบสนอง” พันเอกวิลเลียม อัลเบอร์โต ซูเบียตา ปาร์โด แห่ง กรมตำรวจกล่าวกับสำนักข่าว

ฟันปลอมอุดกั้นลมหายใจถือเป็นเรื่องที่หายากมาก ดังนั้น กรณีนี้จึงทำให้เกิดความฮือฮาทางโลกออนไลน์ ชาวเน็ตจำนวนมากถามถึงรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในการเผยแพร่รายงานทางนิติเวชฉบับเต็ม

ทางทีมข่าวสดขอแนะนำวิธีการดูแลฟันปลอมสักเล็กน้อย จากคำแนะนำของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังรับประทานอาหาร คุณควรถอดฟันเทียมและทำความสะอาดทุกครั้ง รวมไปถึงก่อนเข้านอน ควรถอดฟันเทียม ห้ามใส่นอนเด็ดขาด โดยถอดฟันเทียม แช่น้ำเปล่าในภาชนะมีฝาปิด หากผู้ป่วยไม่ยอมถอดฟันเทียมกลางคืนจะทำให้ติดเชื้อรา เหงือกจะแดงในช่องปาก ทำให้เกิดปากอักเสบ แนะนำให้แช่ด้วย 12% คลอเฮกซิดีน นาน 15 นาที วันละ 2 รอบ

ขอบคุณที่มาจาก Eltiempo

ข่าวสด
18ตค2565

24
สปสช.เผย 18 ปี บัตรทองจ่ายเบื้องต้นผู้ได้รับความเสียหาย 1.3 หมื่นราย กว่า 2 พันล้านบาท
วันนี้ (18 ตุลาคม 2565) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ในการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สปสช. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แพทย์สภา ราชวิทยาลัยและสภาวิชาชีพทางการแพทย์ ตลอดจนหน่วยบริการสังกัดหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมดำเนินการเพื่อจัดสิทธิประโยชน์บริการรักษาพยาบาลและสาธารณสุขที่จำเป็นให้กับประชาชนผู้มีสิทธิอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน แต่โอกาสที่จะเกิดภาวะไม่พึงประสงค์จากการรับบริการย่อมเกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการรองรับเพื่อสร้างความมั่นใจต่อการเข้ารับบริการและเป็นการดูแลช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ป่วยหากเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ขึ้น ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดความขัดแย้งและการฟ้องร้องระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้บริการในระบบสุขภาพได้

“ด้วยเหตุนี้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มาตรา 41 ได้กำหนดให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กันเงินจำนวนหนึ่งไม่เกินร้อยละ 1 ของเงินที่จ่ายให้กับหน่วยบริการไว้เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้รับบริการในกรณีที่ได้รับความเสียหายที่เกิดจากการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด โดยในช่วงแรก สปสช. กำหนดประเภทความเสียหายและอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเป็น 3 กรณี คือ กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 200,000 บาท, กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการ จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 120,000 บาท และกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 50,000 บาท” นพ.จเด็จ กล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ได้มีการปรับเพิ่มจำนวนการจ่ายเงินช่วยเหลือ โดยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 240,000 บาท แต่ไม่เกิน 400,000 บาท กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการ เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 240,000 บาท และกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาท

นพ.จเด็จ กล่าวว่า จากการดำเนินการตามมาตรา 41 ที่ผ่านมา ในช่วงเริ่มต้นจำนวนผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยได้ขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้นฯ มีไม่มาก โดยปี 2547 ที่เป็นปีเริ่มต้น มีจำนวน 73 ราย เป็นเงินช่วยเหลือ 4.86 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้ว่าต่อมาจำนวนการยื่นคำร้องและการช่วยเหลือจะเพิ่มมากขึ้น รวมถึงจำนวนเงินการช่วยเหลือเบื้องต้นฯ แต่ถือว่าเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับการเข้ารับบริการของประชาชนผู้มีสิทธิ และเมื่อดูข้อมูลการช่วยเหลือเบื้องต้นฯ ตามมาตรา 41 ตั้งแต่ปี 2547–2565 หรือ ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา มีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นฯ ทั้งสิ้น 13,913 ราย หรือเฉลี่ยปีละ 773 ราย เป็นกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร 7,210 ราย กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการ 1,902 ราย และกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง 4,801 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,622.75 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 145.71 ล้านบาท โดยปี 2565 เป็นปีที่มีผู้ที่ได้การช่วยเหลือเบื้องต้นฯ สูงสุด 1,140 ราย และเป็นปีที่จ่ายเงินช่วยเหลือสุดสุดเช่นกัน 297.32 ล้านบาท

“จากข้อมูลจะเห็นได้ว่ากลไกการช่วยเหลือนี้ แต่ละปีมีจำนวนไม่มาก รวมถึงงบประมาณที่จ่ายไป แต่ได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ป่วยและครอบครัว ทั้งยังได้รับการยอมรับ โดยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ถูกนำไปเป็นต้นแบบการช่วยเหลือผู้ที่เกิดภาวะไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อกระตุ้นและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ที่สำคัญกลไกนี้ยังมีส่วนผลักดันการพัฒนาให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีคุณภาพและมาตรฐานยิ่งขึ้น” นพ.จเด็จ กล่าว

มติชน
18ตค2565

25
เป็นเรื่องที่ทำให้ทาสแมวใจสลาย และไม่อยากให้เกิดขึ้น เมื่อเจ้าของพาแมวไปหาหมอคลินิกแห่งหนึ่งที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก

ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความในคลิปว่า

“ไม่คิดว่าจะมาโดนกับตัวเองเลย คิดอะไรไม่ออกมึนไปหมด พาแมวไปรักษาคลินิกหนึ่งแถวบ้าน แล้วหมอป้อนยาแมว จุกที่ป้อนยาแมวหลุดเข้าคอแมวเรา

หมอก็โดนแมวกัดที่นิ้วด้วย

เรารู้สึกผิดมากตั้งใจจะเอาไปรักษาให้ดีขึ้น แต่อาการกลับแย่ลง แล้วโดนหมอพูดแบบนี้ใส่อีก ใครจะเอาแมวไปรักษาที่ไหนหาข้อมูลดีๆ นะคะ เรากลัวจะโดนแบบเรา ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์คนรักสัตว์”

ในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าของแมวกำลังคุยกับสัตวแพทย์หญิงคนดังกล่าว ซึ่งเจ้าของแมวถามกับหมอว่า “ที่หมอบอกว่าหนูเลว คือยังไง”

หมอตอบกลับมาว่า “น้องเลวที่น้องไม่รับผิดชอบมือพี่

เจ้าของจึงถามกลับว่า “แล้วที่แมวหนูต้องไปเอกซเรย์คือหมอไม่รับผิดชอบ?”

ซึ่งหมอตอบกลับว่า “ถ้าอย่างนั้นก็หายกัน”

ซึ่งเจ้าของแมวบอกอีกว่า เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ตนจึงตรวจสอบพบว่าหมอคนดังกล่าวเป็นหมอจริง และได้ทำเรื่องร้องเรียนสัตวแพทยสภาแล้ว

เจ้าของอัปเดตอีกครั้งหลังจากเกิดเหตุว่า แมวของตนตายแล้ว ส่วนหมอตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อกลับมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ตนจึงร้องไปที่สัตวแพทยสภา และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

อีจัน
18ตค2565

26
สึกแล้ว เจ้าอาวาสวัดดังขอนแก่น ขับเก๋งชน ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต พ่อผู้ตาย รอให้เสร็จพิธีทางศาสนาจึงจะคุยกับคู่กรณี โดยต้องจบที่โรงพักเท่านั้น

ความคืบหน้า กรณี พระเสน สีกะยอม อายุ 74 ปี เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม บ้านหนองคูรอง ตำบลลอมคม อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ขับรถยนต์ ชนรถจักรยานยนต์ ทำให้ น.ส.สโรชา ห่อยไธสงค์ อายุ 23 ปี เสียชีวิต และ นายนวพล ห่อยไธสงค์ อายุ 19 ปี รับบาดเจ็บ ซึ่งทั้ง 2 เป็นลูกของผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองคูรอง เหตุเกิดใกล้ปากทางเข้าบ้านหนองไผ่ ต.ลอมคอม อ.พล จ.ขอนแก่น เมื่องบ่ายวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา

วันที่ 18 ต.ค.65 พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.พล เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยกัน เพื่อตกลงกันให้ได้ เพื่อที่พนักงานสอบสวน จะแจ้งข้อกล่าวหากับอดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม ซึ่งต้องรอการสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลบสิรินธร ส่วนข้อกล่าวหานั้น เบื้องต้นเข้าข่ายข้อกล่าวหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ” คาดว่าจะพูดคุยในสัปดาห์นี้

ส่วนที่บ้านหนองคูรอง ม.7 ต.ลอมคอม อ.พล จ.ขอนแก่น ที่ตั้งศพของนางสาวสโรชา ห่อยไธสงค์ ญาติยังคงเดินทางมาช่วยงานและร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัว

นายนิวัฒน์ บิดาผู้ตาย ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องพระรูปดังกล่าว ได้เดินทางมาร่วมงานศพโดยร่วมทำพิธีนำสวดอภิธรรม จากนั้นคืนที่ 2 ไม่ได้มาร่วมงาน เพราะถูกสึกจากการเป็นพระสงฆ์ และกลับไปที่บ้านเกิดที่บ้านศรีกระดานพล ตำบลลอมคอม แล้ว โดยหลังจากเสร็จพิธีฌาปนกิจลูกสาวของตนเองในวันพรุ่งนี้ ( 19 ต.ค. 65 ) จะพูดคุยกับคู่กรณี ซึ่งตนอยากให้เรื่องทั้งหมดถ้าคุยกันได้ อยากให้จบลงเอยที่สถานีตำรวจเท่านั้น เพราะอยากให้ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ลูกชายคนเจ็บด้วย

18ตค2565
ข่าวสด

27
ลอสแอนเจลิส, 18 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (17 ต.ค.) สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯ รายงานเหตุหญิงวัย 36 ปี ถูกตำรวจใช้อาวุธปืนยิงหลังจากเธอยิงตัวเอง เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ (16 ต.ค.) ที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลคลินิกบิลลิงส์ ในเมืองบิลลิงส์ เมืองใหญ่สุดในรัฐมอนทานาของสหรัฐฯ

หญิงรายดังกล่าวมายังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลและเริ่มขู่ยิงตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดมายังที่เกิดเหตุ โดยหญิงคนนี้ได้ยิงปืน 1 นัด เมื่อตำรวจชุดแรก 4 คน เข้ามายังแผนกฉุกเฉิน

ตำรวจพบเธอมีบาดแผลจากกระสุนปืนบริเวณศีรษะซึ่งเกิดจากการยิงตัวเอง จากนั้นเธอหยิบปืนขึ้นและไม่ทำตามคำสั่งของตำรวจ ตำรวจหนึ่งคนจึงยิงเธออีก 1 นัด

รายงานเผยว่าหลังตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และยึดปืนไว้ได้ หญิงรายนี้จึงได้รับการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ และปลอดภัยจากบาดแผลทั้ง 2 จุด

Xinhua_Thailand
18 ตค 2565

28
สสจ.ระยอง ร่วมเอกชนผุดโครงการ “Telehealth Together” ทำระบบรักษาผู้ป่วยทางเดินหายใจ ทั้งหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง ภูมิแพ้ทางจมูก ผ่านการแพทย์ทางไกล ลดค่าใช้จ่ายเดินทาง ลดเสี่ยงติดเชื้อใน รพ. นำร่องระยองแห่งแรก

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานลงนามความร่วมมือโครงการ “Telehealth Together” ระหว่าง สสจ.ระยอง บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีระยอง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

นายสาธิต กล่าวว่า สธ.มีนโยบายนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบสุขภาพเป็น Digital Health Platform ช่วยผู้ป่วยพื้นที่ห่างไกลได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง เพิ่มเข้าถึงบริการ ลดภาระการเดินทาง ลดความแออัดและความเสี่ยงติดเชื้อใน รพ. สำหรับ “Telehealth Together” ภาคเอกชน นำโดยบริษัท GSK และ True Health ร่วมกับเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย พัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมต่อการรักษาผ่านระบบการแพทย์ทางไกล เพื่อให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคภูมิแพ้ทางจมูก เข้าถึงการตรวจรักษาและรับคำปรึกษาอย่างต่อเนื่องผ่านออนไลน์ ไม่ต้องเดินทางไป รพ. นำร่องที่ระยองเป็นแห่งแรก และเตรียมขยายไปยัง รพ.ต่างๆ ทั่วประเทศต่อไป

นพ.สุนทร เหรียญภูมิการกิจ นพ.สสจ.ระยอง กล่าวว่า ระยองมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วและมีประชากรย้ายถิ่นฐานมาประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น ทำให้ระบบบริการสุขภาพต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก โดยโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นโรคที่มีผู้ป่วยสูงเป็นอันดับ 3 ของผู้ป่วยนอกในระยอง สสจ.ระยอง จึงร่วมกับภาคเอกชนนำร่องระบบการแพทย์ทางไกลกลุ่มผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเป็นจังหวัดแรกในภาคตะวันออก เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ป่วยในการเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

17 ต.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

29
ปลัด สธ.เผยแผนบำบัดผู้ติดยาเสพติดปี 66 เพิ่มอัตราเข้าถึง แบ่งบำบัด 3 กลุ่ม ผู้ใช้สีเขียว บำบัดในชุมชน สั่งขยายทุกตำบล ผู้เสพสีเหลือง รักษาผู้ป่วยนอก รพ.ชุมชน ผู้ป่วยใน รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป สั่งทุกแห่งเพิ่มวอร์ดจิตเวชและยาเสพติด และผู้ติดสีแดง รักษาใน รพ.เฉพาะทาง

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานบำบัดผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2566 ว่า การดำเนินงานจะยึดตามกรอบ (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (พ.ศ. 2566-2570) และนโยบาย ข้อสั่งการของ รมว.สธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ซึ่งมีแนวทางการขับเคลื่อน 5 ด้าน คือ

1.เพิ่มอัตราการเข้าถึงบริการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด 2.สนับสนุนการบำบัด รักษา ฟื้นฟูที่มีคุณภาพมาตรฐาน 3.สนับสนุนการบำบัดฟื้นฟูโดยชุมชนเป็นฐาน (CBTx) 4.ส่งเสริมด้านวิชาการและระบบเฝ้าระวัง และ 5.การบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศ ด้วยการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในเครือข่ายบำบัดรักษาฟื้นฟู พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบำบัดรักษาฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรด้านการบำบัด รักษา ฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.โอภาสกล่าวว่า การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จะแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ติด (สีแดง) จะให้การรักษาตามระบบผู้ป่วยใน ที่สถานพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต/กรมการแพทย์ หรือสถานฟื้นฟูฯ ระยะยาว , กลุ่มผู้เสพ (สีเหลือง) รักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) รพ.ชุมชน หรือผู้ป่วยในระยะสั้น ที่ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป และกลุ่มกลุ่มผู้ใช้ (สีเขียว) ให้บำบัดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการเร่งรัดดำเนินการ 7 ประเด็น ได้แก่
1. สสจ.ให้สำรวจและขึ้นทะเบียนศูนย์คัดกรองทั้งสังกัด สธ. และท้องถิ่นให้ครอบคลุมทุกตำบล
2.บำบัดฟื้นฟูโดยชุมชนเป็นฐานให้ครอบคลุมทุกตำบล
3.ตรวจสอบและขึ้นทะเบียนศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมให้ครอบคลุมถึงระดับตำบล
4.รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป มีหอผู้ป่วยในจิตเวชและยาเสพติดครบทุกแห่ง
5.รพ.ชุมชนจัดตั้งกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดครบทุกแห่ง
6.สสจ. รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไปสนับสนุนการดำเนินงานของสถานฟื้นฟูภาคีเครือข่ายเพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบระยะยาว และ
7.สสจ.ลงทะเบียนบุคลากรผู้ใช้งานระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) ทั้งในและนอก สธ. กำกับการบันทึกข้อมูล คัดกรอง บำบัด ฟื้นฟูให้เป็นปัจจุบัน

17 ต.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

30
กาญจนบุรี - สมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า”จีน๊ำเกาะ ทำพิธีล้างป่าช้า ได้ 282 ศพ ถึงกับอึ้ง 1 ใน 282 ศพ เป็นพระสงฆ์ ร่างไม่เน่าเปื่อย ผมยังดกเต็มศีรษะ เผยเป็นคนต่างด้าวเสียชีวิตและถูกฝังมานาน 2 ปีแล้ว

วันนี้ (17 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า”จีน๊ำเกาะ ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอบ่อพลอย องค์กรการกุศลต่างๆ และสาธารณชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปของอำเภอบ่อพลอย ได้ร่วมทำพิธีมหากุศลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าที่วัดหนองย่างช้าง ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย ขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.65 รวม 3 วัน

ที่ผ่านมาการทำพิธีล้างป่าช้าศพไร้ญาติ ส่วนใหญ่จะพบร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกฝังมานานเหลือแต่โครงกระดูกเท่านั้น แต่การล้างป่าช้าวัดหนองย่างช้างในครั้งนี้เกิดสิ่งอัศจรรย์ที่เหลือเชื่อเป็นอย่างมาก เนื่องจากพบร่าง 1 ใน 282 ศพที่ขุดขึ้นมาเป็นพระสงฆ์นั้น ไม่เน่าเปื่อย โดยผิวหนังยังห่อหุ้มร่างกาย ศีรษะยังมีผมขึ้นตามปกติ สร้างความแปลกใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

โดยนายสามารถ คงอาจหาญ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบ่อพลอย เล่าว่า สำหรับพระสงฆ์องค์ดังกล่าวชื่อหลวงพี่ทอง อายุประมาณ 50-55 ปี คาดว่าน่าจะเป็นคนต่างด้าวและบวชพระมาจากที่อื่น โดยเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาพระทองได้มรณภาพลง แต่เนื่องจากเป็นศพไร้ญาติ ทางมูลนิธิบ่อพลอยร่วมใจ จึงนำร่างมาฝั่งเอาไว้ที่ป่าช้าวัดหนองช้าง จนกระทั่งมูลนิธิบ่อพลอยร่วมใจ“เต็กก่า”จีน๊ำเกาะ ร่วมกับมูลนิธิและสมาคมต่างๆทำพิธีล้างป่าช้าขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.และมาพบว่าศพหลวงพี่ทองนั้น ไม่เน่าเปื่อยดังกล่าว ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากร้านเสน่ห์หีบศพ ที่อยู่อำเภอท่าม่วง นำโรงแก้วมามอบให้เพื่อบรรจุศพ

หลังจากนี้สภาวัฒนธรรมอำเภอบ่อพลอย และสมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า”จีน๊ำเกาะ จะได้มอบศพไร้ญาติทั้งหมด จำนวน 282 ศพและอัฐิศพไร้ญาติที่รวบรวมมาจาก 12 วัด ให้กับทางพุทธสมาคม “เต็กก่า” จีแซเกาะ นำไปประกอบพิธีบำเพ็ญมหากุศลตามลำดับขั้นตอนในงานมหามงคลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าที่ทางพุทธสมาคม “เต็กก่า” จีแซเกาะ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ที่ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 ต.ค. ถึงวันที่ 4 พ.ย.โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนและจะได้ร่วมกันโปรดเหล่าดวงวิญญาณให้ไปสู่ภพภูมิที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ นายวิทยา วงศ์ลิขิตปัญญา นายกพุทธสมาคมคุณธรรม เปิดเผยว่า สมาคมบ่อพลอยร่วมใจ “เต็กก่า”จีน๊ำเกาะ ได้จัดพิธีมหากุศลเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งทางสมาคมได้เชิญพุทธสมาคมคุณธรรมแห่งประเทศไทย มาร่วมประกอบพิธีเก็บศพไร้ญาติในครั้งนี้ ด้วย และงานเก็บศพไร้ญาติล้างป่าชานั้นถือว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่มาก เนื่องจากศพเหล่านี้หากถูกฝังทิ้งไว้นานๆ ก็จะไม่มีใครมาเซ่นไหว้ ตามหลักที่สืบทอดกันมา

สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีเก็บศพไร้ญาติล้างป่าช้าในครั้งเดินทางมาจากหลายจังหวัด ทุกคนจะต้องนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีเหมือนกัน เมื่อขุดศพขึ้นมาแล้วจะต้องนำกระดูกที่เหลืออยู่ไปล้างทำความสะอาด โดยไม่มีการรังเกียจ ถึงแม้จะส่งกลิ่นเหม็นก็ตาม เมื่อได้กระดูกที่สะอาดแล้วก็จะนำไปรวมกัน ก่อนจะนำไปทำพิธีบำเพ็ญกุศล ที่มณฑลพิธี อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ต่อไป ” นาย วิทยา วงศ์ลิขิตปัญญา นายกพุทธสมาคมคุณธรรม เผย

17 ต.ค. 2565 ผู้จัดการออนไลน์

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 591