แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - story

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 456
31
อุทยานหินเขางู เป็นปฏิมากรรมธรรมชาติที่แปลกตา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นแห่งหนึ่งของจังหวัดราชบุรี ห่างตัวเมืองเพียง ๖-๗ กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาที่มีความสูงไม่สม่ำเสมอกัน และมีชื่อต่างกันไป มองแต่ไกลเห็นทอดยาวคล้ายงูเลื้อย ยอดสูงที่สุดคือเขาหลักว่าว สูง ๒๘๑ เมตร ส่วนเขางูนั้นเป็นส่วนหัวอยู่ทางทิศใต้ มีความสูงเพียง ๒๐ เมตร หน้าเขางูเป็นที่ราบกว้างใหญ่ เคยเป็นสนามรบครั้งสำคัญใน “สงคราม ๙ ทัพ” ส่วนเขางูก็มีถ้ำหลายแห่งที่มีความสำคัญทางโบราณคดี มีพระพุทธรูปสลักในฝาผนังถ้ำมาแต่ยุคทวารวดี อาณาจักรที่รุ่งเรืองในอดีต ทั้งยังมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่บนยอดเขา

สมัยก่อนในฤดูน้ำหลาก คือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน น้ำจะไหลบ่าเจิ่งนองจากแม่น้ำแม่กลองไปถึงเชิงเขา และมีระดับน้ำขนาดเรือยนต์ใหญ่ๆเข้าไปได้ จึงมีเทศกาลพายเรือไปนมัสการหลวงพ่อฤาษีและรอยพระพุทธบาทในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวันพ้นออกพรรษา ถือเป็นงานประเพณีของท้องถิ่นมาช้านาน ผู้คนในจังหวัดใกล้เคียงต่างนำเรือยนต์เรือพายมาร่วมชุมนุมกันแน่นขนัด ที่สนุกสนานก็คือการจัดแข่งเรือ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสไปที่เขางูหลายครั้ง ครั้งหนึ่งในปี ๒๔๓๑ ในการเสด็จประพาสไทรโยคที่ขบวนเรือเสด็จต้องผ่านราชบุรี ทรงนิพนธ์บทกลอนบรรยายลักษณะของเขางูไว้ว่า

“ ตรงหน้านั้นเขางูเปนหมู่ยาว
แต่หลายยอดหลายอย่างต่างชื่อเสียง
ที่เล็กเคียงข้างลงมาหน้าผาขาว
เป็นเขางูอยู่เท่านั้นปั้นเรื่องราว
เขาหลักว่าวและเปนสูงในฝูงนี้
ยอดเป็นหลักปักเห็นเด่นถนัด
เขาที่ถัดเป็นรากกล้วยพรวยแผกหนี
ถ้าเปนเขารอกไปได้จะดี
ต่อยอดนี้เขาจุฬาท้าพนัน...”

สมเด็จกรมพระยาดำรราชานุภาพทรงชื่นชมทุ่งเขางูมาก ได้ทรงกล่าวไว้ในรายงานเสด็จตรวจราชการมณฑลราชบุรีใน พ.ศ.๒๔๔๑ ไว้ว่า

“...ฉันพึ่งเคยมาเห็นทุ่งเขางูในระดูน้ำคราวนี้ พอแลเห็นก็ทำยอมโดยทันทีว่า บรรดาทุ่งที่จะเที่ยวเล่นในระดูน้ำ จะเปนทุ่งหนึ่งทุ่งใดในกรุงเก่าก็ดี ท้องพรหมมาศเมืองลพบุรีก็ดี แม้ที่สุดถึงบึงบอระเพ็ดนครสวรรค์ก็ดี บรรดาที่เคยไปเห็นแล้วไม่มีแห่งใดที่จะสู้ทุ่งเขางูนี้เลย ด้วยเปนทุ่งกว้างน้ำลึกและมีเขาอยู่ใกล้ๆ จะแล่นเรือพายไปเท่าใดก็ไม่มีที่สุด โดยจะมีเรือใบเล็กๆมาแล่นเล่นก็ได้ กระบวนเรือที่จะเที่ยวทุ่งเก็บกุ่มเก็บบัวอย่างทุ่งกรุงเก่าก็ได้ หรือเอาเรือแวะจอดที่ดอนขึ้นไร่เก็บน้อยหน่าก็ได้ จะเดินเที่ยวไปถึงเขาก็ไม่ทันเหนื่อย เพราะอย่างนี้ใครๆจึงกลับมาชมกันว่าสนุกนัก...”

น้ำท่วมทุ่งเขางูนี้ ยังเคยถูกใช้เป็นตราประจำจังหวัดราชบุรีในช่วงปี ๒๕๐๐-๒๕๐๙ เป็นภาพน้ำหลากทุ่งกับภูเขา ล้อมรอบด้วยงูใหญ่

ปัจจุบัน น้ำท่วมทุ่งเขางูในฤดูน้ำหลากนี้ไม่มีเกิดขึ้นแล้ว ท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนและเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนี้หลังจากที่มีการสร้างเขื่อนใหญ่ ๒ เขื่อนที่ต้นน้ำแม่กลองในจังหวัดกาญจนบุรี ควบคุมน้ำไว้ได้

ทุ่งเขางูยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ด้วย ใน “สงคราม ๙ ทัพ” ที่พม่าระดมพลเข้ามาทุกทิศ จะบดขยี้ไทยไม่ให้ได้ผุดได้เกิดขณะที่เพิ่งเริ่มสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ขณะนั้นไทยเราไม่มีกำลังทหารมากพอจะรับมือกับทัพพม่าได้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระอนุชา จึงทรงวางยุทธวิธีส่งกองทัพเล็กๆไปยันทัพพม่าที่เข้ามาทางภาคเหนือและราชบุรี เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้เข้ามาช่วยทัพหลวงที่เข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ได้ จากนั้นกรมพระราชวังบวรก็ทรงนำทัพไปรับทัพหลวงพม่า และทรงใช้ยุทธวิธี “ปิดตรอกตีพม่า” ล่อให้พม่าเข้ามาในชัยภูมที่เราได้เปรียบ แล้วบดขยี้ทัพหน้าจนแตกพ่ายไม่เป็นขบวน ทำให้ทัพหลวงของพระเจ้าปะดุงที่เข้ามาถึงแค่ด่านเจดีย์สามองค์ต้องรีบถอยออกไปด้วย จากนั้นจึงทรงนำทัพไปช่วยทางราชบุรีต่อไป

กองทัพไทยที่ส่งไปยันพม่าที่ราชบุรีนั้นมีพระยาธรรมากับพระยายมราชเป็นแม่ทัพ เมื่อยกไปถึงราชบุรีไม่เห็นวี่แววพม่าแต่อย่างใด จึงตั้งค่ายอยู่แต่ในเมือง ทั้งไม่ได้ส่งกองลาดตระเวนออกไปตรวจพื้นที่โดยรอบด้วย ส่วนกองทัพพม่าที่ยกเข้ามาทางด่านเจ้าเขว้า มาถึงราชบุรีเมื่อทัพหลวงแตกไปแล้วก็ยังไม่รู้ เลยตั้งค่ายที่ทุ่งเขางู ลอบเข้ามาเก็บผลหมากรากไม้ของชาวบ้านกินกันสบาย

เมื่อพระยากลาโหมราชเสนากับพระยาจ่าแสนยกทัพลัดป่าจากเมืองกาญจน์จะมาช่วยราชบุรี เห็นพม่าตั้งค่ายอยู่ที่เขางู จึงเข้าโจมตีถึงขั้นตะลุมบอน จนพม่าแตกพ่ายหนีไป เมื่อกรมพระราชวังบวรยกทัพหลวงตามมาถึงทราบเรื่อง ก็ทรงพระพิโรธให้ลงพระราชอาญาจำขังแม่ทัพนายกองที่ราชบุรีทุกคน แล้วบอกเข้ามากราบทูลสมเด็จพระเชษฐาที่กรุงเทพฯ จะขอประหารชีวิตแม่ทัพทั้ง ๒ พระเจ้าอยู่หัวได้ขอชีวิตแม่ทัพทั้ง ๒ ไว้ ด้วยมีความดีความชอบมาแต่ก่อน ให้ลงแต่พระอาญาทำโทษประจานตามกฎพระอัยการศึก กรมพระราชวังบวรจึงลงพระอาญาเจ้าพระยาธรรมาและพระยายมราช โดยโกนศีรษะเป็น ๓ แฉก แล้วให้ตระเวนรอบค่าย ถอดเสียจากฐานันดรศักดิ์ ส่วนนายทัพนายกองทั้งหลายก็ให้เฆี่ยนทั้งสิ้น

นี่คือเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของทุ่งเขางู
ส่วนในด้านโบราณคดี เขางูเป็นศาสนสถานอันเก่าแก่มาแต่ครั้งทวารวดี มีพระพุทธรูปจำหลักหินบนฝาผนังถ้ำอยู่หลายแห่ง คือ

ถ้ำฤาษี อยู่บนเนินเขา ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปหลายองค์ องค์เด่นที่สุดแกะสลักลงในฝาถ้ำ เป็นศิลปะสมัยทราวดี ประทับห้อยขา ระหว่างพระบาทจารึกอักษร ๑๒ ตัว รูปอักษรเหมือนอักษรที่ใช้อยู่ในอินเดียสมัยราชวงศ์ปัลลวะ ประมาณพุทธศตวารรษที่ ๑๑-๑๒ และยังมีพระพุทธรูปสมัยอยุธยาอีกมาก

บริเวณด้านข้างยังเป็นถ้ำอีกโพรงหนึ่ง มีรูปปั้นพระฤาษีในอิริยาบถต่างๆอีกหลายองค์ อันเป็นที่มาของชื่อถ้ำ
จากถ้ำเขางูนี้ยังสามารถเดินไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่อยู่ใกล้กัน เป็นพระพุทธบาทจำลองที่สลักบนศิลาแลง ซึ่งสร้างแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน

ห่างจากถ้ำเขางูไปประมาณ ๒๕๐ เมตรคือ ถ้ำฝาโถ มีพระพุทธรูปไสยาสน์ปางนิพพาน ยาว ๙ เมตร เหนือพระพุทธรูปขึ้นไปเป็นภาพเทพชุมนุมและภาพปูนปั้นรูปต้นสาละ ด้านข้างยังมีภาพสลักพระสาวก ๒ องค์ ด้านในมีช่องทางลึกลับเป็นโพรงถ้ำเข้าไปอีก เป็นต้นเหตุให้เกิดตำนานเล่าขานกันว่าเป็นทางไปสู่เมืองลับแล

ส่วนถ้ำจีน อยู่บนเนินเขาสูงจากพื้นดิน ๖๐ เมตร มีพระพุทธรูปปูนปั้นประดับบนฝาผนัง องค์ที่อยู่ด้านในเป็นปางปฐมเทศนา องค์ด้านนอกเหลือเพียงครึ่งองค์ สันนิษฐานว่าสร้างมาในสมัยทวารวดีเช่นกัน ต่อมาถูกดัดแปลงด้วยปูนพอกเป็นศิลปะอยุธยา

ถ้ำจามอยู่สูงจากถ้ำจีนขึ้นไปหน่อย มีภาพสลักบนฝาผนังทุกด้าน ด้านหนึ่งเป็นภาพตอนมหาปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี ประกอบกับพระพุทธรูปปางต่างๆ เช่นปางสมาธิ ปางแสดงธรรมในสวนมะม่วงที่มีผลอยู่บนต้น สอดคล้องกับชาดกที่กล่าวว่า เมื่อพระพุทธองค์เสวยผลมะม่วงแล้วได้ทรงนำเมล็ดลงปลูก ทันใดมะม่วงเมล็ดนั้นก็เติบโตเป็นต้นออกผลให้ภิกษุเก็บไปฉัน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ลักษณะใกล้เคียงกับในถ้ำฝาโถ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปไสยาสน์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

โบราณสถานเขางูมีความสำคัญล้ำค่าทางโบราณคดีถึงเพียงนี้ แต่ก็น่าแปลกใจที่ครั้งหนึ่งมีการออกสัมปทานบัตรให้ระเบิดย่อยหินเขางูเอาไปขายเป็นวัสดุก่อสร้างได้ จนคนในพื้นที่เหลืออดพากันเรียกร้องให้ระงับการระเบิดหิน ฉะนั้นในวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๐ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ยุติสัมปทานนี้ ต่อมาในปี ๒๕๓๔ สำนักงานนโยบายและแผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการจัดทำแผนการอนุรักษ์เขางู ต่อมาในปี ๒๕๕๖ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดราชบุรี จึงดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ของเขางู จนเป็นอุทยานหินเขางู สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดราชบุรีในวันนี้

6 ก.ย. 2564  โรม บุนนาค
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000088025

32
ในงานนิทรรศการ AI และ Big Data กองทัพเรือ ประจำปี 2564 ผ่านระบบออนไลน์เสมือนจริง (Virtual Exhibition) จัดโดย กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กองทัพเรือ ซึ่งมี พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานเปิดงานเมื่อเร็วๆนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี แสดงผลงานหุ่นยนต์ AI ช่วยผ่าตัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมฝีมือคนไทย เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความตื่นตัวการใช้นวัตกรรมของคนไทยและเผยแพร่องค์ความรู้การประยุกต์ใช้หุ่นยนต์และ AI ในการแพทย์และสุขภาพมากยิ่งขึ้น

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้อำนวยการบริหาร ศูนย์เครือข่ายวิจัยประยุกต์ทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และชีวการแพทย์ (BART LAB) กล่าวว่า สาขาวิชาวิศกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อตั้งเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียน โดยนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ผสมผสานแพทยศาสตร์มาตอบโจทย์แก้ปัญหา สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ มาเสริมประสิทธิภาพบุคลากรทางการแพทย์ในการทำงานบำบัดรักษาผู้ป่วยได้สะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ วิศวกรชีวการแพทย์ เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานทั่วโลกสูงมาก โดยจะต้องมีความรู้ในศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรมและพื้นฐานทางการแพทย์ ปัจจุบัน BART LAB มีห้องแล็บผ่าตัดจำลองและได้พัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ มาอย่างต่อเนื่อง (www.BARTLAB.org) เพื่อแก้ปัญหาของประเทศไทยซึ่งขาดแคลนแพทย์ที่มีความชำนาญสูง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย เช่น DoctoSight หุ่นยนต์ผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะ ระบบนำทางผ่าตัดมะเร็งเต้านม และ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ที่สามารถทำงานร่วมกับศัลยแพทย์ได้ โดยจุดเด่นของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะสามารถทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ในหลายด้าน เช่น ความแม่นยำสูงในพื้นที่ทำงานอันจำกัด ลดระยะเวลาการผ่าตัดและเพิ่มประสิทธิผล ลดความผิดพลาดจากความเหนื่อยล้า ทำงานได้ตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสำหรับการเปิดแผลเล็กนั้น โดยปกติการผ่าตัดประเภทนี้จะต้องใช้บุคลากรจำนวนมากและมีความชำนาญในพื้นที่อันละเอียดอ่อนและจำกัด เมื่อมีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะเข้ามาช่วยแพทย์ให้การผ่าตัดได้รับความแม่นยำและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พร้อมลดภาระบุคคลากรลงด้วย

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Minimal Invasive Surgery: MIS) ที่นำมาแสดงสาธิตในงานนี้ คือ หุ่นยนต์ผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งในการผ่าตัด จะเจาะรูเล็กๆ เพียง 1 - 2 ซม. บริเวณผิวหนังที่ต้องการจะผ่าตัด เพื่อสอดอุปกรณ์ผ่าตัดและกล้องขนาดเล็กเข้าไป หุ่นยนต์จะทำหน้าที่ช่วยถือจับอุปกรณ์การผ่าตัดอย่างมั่นคง โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ซึ่งจะอิงอยู่กับจุดที่ทำการผ่าตัดที่กำหนดไว้ ไม่ให้เคลื่อนออกพ้นจากจุดที่ทำการผ่าตัดเปิดแผลไว้ ช่วยป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อ และที่สำคัญคือ เมื่อต้องทำการฆ่าเชื้อ สามารถถอดอุปกรณ์ออกมาได้ หรือระหว่างการผ่าตัดต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องมือบ่อยครั้ง ไม่เป็นอุปสรรค ในลักษณะของการขับเคลื่อน หุ่นยนต์จะช่วยขับเคลื่อนเข้ามาช่วยให้แพทย์ทำงานอย่างแม่นยำเพิ่มมากขึ้น โดยใช้ ระบบขับเคลื่อนผ่านสายส่งกำลัง เป็นระบบที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ จะมีตัวส่งกำลัง ระบบมอเตอร์สำหรับขับเคลื่อนหุ่นยนต์อยู่ด้านหลัง นอกจากนี้ ในยุคเทคโนโลยีสื่อสารที่ก้าวหน้า เรายังได้พัฒนาระบบผ่าตัดที่ควบคุมระยะไกล ทำให้ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์และทีมแพทย์ที่อยู่หน้างานกับผู้ป่วยได้แม้จะอยู่ในที่ห่างไกลกัน เช่น กรณีศัลยแพทย์อยู่ในกรุงเทพ แต่ผู้ป่วยอยู่ต่างจังหวัดต้องได้รับการผ่าตัดด่วน การมีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ที่หน้างานจะสามารถตัดสินใจและเรียนรู้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์กับหุ่นยนต์ได้ ใช้งานง่าย ซึ่งถอดแบบมาจากผู้ที่มีประสบการณ์ความชำนาญสูง ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้แพทย์การรักษาบำบัดผู้ป่วยได้แม่นยำรวดเร็ว สามารถเข้าถึงอวัยวะที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนได้ในพื้นที่ทำงานอันจำกัด ผู้ป่วยได้รับการบำบัดรักษาที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น แผลเล็ก เสียเลือดน้อย เจ็บแผลน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว อีกทั้งเพิ่มโอกาสให้แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยคนอื่นได้มากขึ้นด้วย ปัจจุบันทีม BART LAB กำลังพัฒนาการเชื่อมต่อ โดยยึดหลักความปลอดภัย และประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และหุ่นยนต์เป็นสำคัญ

31 ส.ค. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

33
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ระบุอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรในกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 7 ตารางเมตร/คน หากนับรวมประชากรแฝง คาดว่ามีประมาณ 10 ล้านคน อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรอยู่ที่ 3.54 ตารางเมตร/คนเท่านั้น ถือว่าสภาพ..ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ WHO

ขณะที่ผู้ว่า กทม.มั่นใจ ว่า 9 ปีข้างหน้านี้ โครงการ Green Bangkok 2030 จะขยายผลจนทำให้คนกรุงมีพื้นที่สีเขียว ผ่านเกณฑ์มาตรฐานโลก คือ ขนาด 9 ตรว./คน



‘พื้นที่สีเขียว’ อีกสิ่งสำคัญของคนกรุงที่ยังขาด
การเจริญเติบโตที่ไม่หยุดยั้งทั้งสภาพเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก ส่งผลให้เมืองหลวงและเมืองสำคัญๆ หลายประเทศมีที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ถนนหนทาง และรางรถไฟฟ้า ตอบรับการพัฒนาดังกล่าวมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเชิงพาณิชย์เพียงด้านเดียว หลายๆ ประเทศยังให้ความสำคัญกับ “พื้นที่สีเขียว” ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองอย่างยั่งยืน ทั้งในแง่การพักผ่อน การออกกำลังกาย

กรุงเทพฯ ก็เช่นเดียวกันกำลังเจริญรอยตามเมืองใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้ว แต่ยังขาดเพียงอย่างเดียวคือ “พื้นที่สีเขียว” ที่ยังน้อย แม้กระทั่งทางกรุงเทพมหานคร หน่วยงานดูแลก็ยอมรับ และตั้งเป้าว่าจะขยายพื้นที่สีเขียวให้ได้ตามมาตรฐานโลก คือ 9 ตารางเมตร/คน

นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,568.737 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์กว่า 6 ล้านคน รวมประชากรแฝงแล้วอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านคน จากความหนาแน่นของจำนวนประชากร ทำให้กรุงเทพมหานครต้องมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัย พื้นที่ประกอบธุรกิจการค้า การขนส่ง ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ จากการเติบโตในทุก ๆ ด้าน ทั้งหมดล้วนส่งผลให้พื้นที่สีเขียวของเมืองมีปริมาณลดลง

สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้จัดทำโครงการ GREEN BANGKOK 2030 ขึ้นเพื่อบูรณาการและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่มีศักยภาพและมีจิตสาธารณะในการร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าบรรลุโครงการ GREEN BANGKOK 2030 ในปี 2573 ใน 3 เป้าหมาย ได้แก่

1.เพิ่มอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรให้ได้ 10 ตร.ม./คน
2.มีพื้นที่สาธารณะสีเขียวที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในระยะเดิน 400 เมตร หรือ 5 นาที ไม่น้อยกว่า 50% ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร
3.พื้นที่ร่มไม้ (Urban Tree Canopy) ต่อพื้นที่เมืองเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของพื้นที่กทม.

พื้นที่สีเขียว กรุงเทพฯ น้อยกว่ามาตรฐานเกือบ 3 เท่า
จากเกณฑ์มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำหนดไว้ว่าเมืองใหญ่ๆ ควรมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 9 ตารางเมตร/คน ซึ่งจากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (กรุงเทพมหานคร) พบว่า กรุงเทพมหานครมีสวนสาธารณะ ขนาดใหญ่ที่สุด คือ สวนหลวง ร.9 ขนาดพื้นที่ 500 ไร่ เป็นสวนสาธารณะระดับเมือง ให้บริการประชาชนทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร

นอกจากนั้นจะเป็นสวนสาธารณะระดับต่างๆลดหลั่นกันลงมา รวมพื้นที่สวนสาธารณะทั้งสิ้น 2,481.69 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่สวนสาธารณะต่อประชากรในกรุงเทพมหานครเท่ากับ 0.70 ตาราง เมตรต่อคน นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ว่าสัดสวนของสวนสาธารณะต่อประชากรจะต้องเท่ากับ 15 ตารางเมตรต่อคน ขณะที่เมืองใหญ่ แห่งอื่นของโลกล้วนแล้วแต่มีสัดสวน สวนสาธารณะต่อประชากรสูงกว่ากรุงเทพมหานครเกือบทั้งสิ้น

ข้อมูลพื้นที่สวนสาธารณะของกรุงเทพฯ (เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2560) มีจำนวน 7,642 แห่ง เนื้อที่ 22,134 ไร่ 76.04 ตารางวา พื้นที่ 35,414,704.16 ตารางเมตร จำนวนประชากรของกรุงเทพฯ (จากสำนักทะเบียนราษฎร์ ไม่รวมประชากรแฝง) 5,686,646 คน อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากร ขณะนั้นอยู่ที่ 6.23 ตารางเมตร/คน หากนับรวมประชากรแฝงซึ่งคาดว่ารวมแล้วจะมีประมาณ 10 ล้านคน อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรอยู่ที่ 3.54 ตารางเมตร/คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของ WHO มาก

พื้นที่สีเขียว กรุงเทพฯ เมื่อเทียบกับทั่วโลก
กรุงเทพฯ ถือว่ามีพื้นที่สีเขียวน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ของโลก อาทิ ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) สิงคโปร์ ฮ่องกง กัวลาลัมเปอร์ ลอนดอน นิวยอร์ก ปารีส โตเกียว โซล และกวางโจว

จากการสำรวจของ MIT’s Senseable City Lab และ the World Economic Forum พบว่า ประเทศที่มีความหนาแน่นของพื้นที่สีเขียวมากที่สุดคือสิงคโปร์ อยู่ที่ 29.3% ซึ่งสิงคโปร์ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 ประชากร 85% จะต้องอาศัยอยู่ใกล้กับสวนในระยะไม่เกิน 400 เมตร

สอดคล้องกับผลสำรวจของ Economist Intelligence Unit พบว่า อัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรอยู่เฉลี่ยในเอเชียอยู่ที่ 39 ตารางเมตร/คน โดยสิงคโปร์มีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรสูงถึง 66 ตารางเมตร/คน ซึ่งสูงกว่ากรุงเทพฯ เกือบ 22 เท่า ทั้งที่ขนาดเนื้อที่ทั้งประเทศเล็กกว่ากรุงเทพฯ ถึง 2.5 เท่า ขณะที่กัวลาลัมเปอร์อยู่ที่ 50 ตารางเมตร/คน

Green Bangkok 2030 ความหวังของคนกรุง

ถึงตอนนี้ เหลือเวลาอีกประมาณ 9 ปี ตามที่ กรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงฯ ผ่านโครงการ Green Bangkok 2030 พร้อมนำร่องในเฟสแรกแล้ว จำนวน 11 โครงการ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2573 จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ถึง 10 ตารางเมตรต่อคน โดยจะขับเคลื่อนผ่านโครงการ GREEN BANGKOK 2030 ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียว 7.08 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน ซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกนั้นกำหนดให้แต่ละเมืองควรมีพื้นที่สีเขียวในอัตรา 9 ตารางเมตรต่อคน

"สถานการณ์ตอนนี้แม้ว่ากรุงเทพฯจะยังไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานตามที่องค์การอนามัยโลกตั้งไว้ แต่เราก็พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และเราคาดหวังว่าความร่วมมือของทุกภาคส่วนและภาคีเครือข่ายภายใต้โครงการ GREEN BANGKOK 2030 จะทำให้กรุงเทพฯเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้"

โครงการ GREEN BANGKOK 2030 เป็นการวางแผนและมองพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ ไปข้างหน้าอีก 10 ปี ว่า การใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละย่านจะเป็นแบบไหน พร้อมทั้งได้ทำการสำรวจพื้นที่ว่าง ที่รกร้าง และที่ดินที่ไม่มีการใช้ประโยชน์เพื่อนำมาพัฒนาเป็นสวนหย่อม สวนสาธารณะ และสวนป่า โดยเริ่มนำร่อง (ระยะที่ 1) แล้ว จำนวน 11 โครงการ เช่น สวนปิยะภิรมย์ เขตบางกะปิ พื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว สวนสันติพร เขตพระนคร พื้นที่ 2.5 ไร่ สวนสาธารณะบริเวณทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้ากับถนนเจ้าคุณทหารเขตลาดกระบัง พื้นที่ 18 ไร่ และสวนสาธารณะภายในสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร (ถนนบางขุนเทียน - ชายทะเล) เขตบางขุนเทียน พื้นที่ 37 ไร่ เป็นต้น

กทม.ประสานมือสิบทิศ ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ ปตท. We!park และ Big Trees และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนโครงการ GREEN BANGKOK 2030 ให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ โดย บริษัท ปตท. ปรับภูมิทัศน์เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้ยืนต้นจำนวนมากในพื้นที่อาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ และเป็นภาคีเครือข่ายหลักในการดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ ตามแนวถนนพหลโยธิน ระยะทางรวม 5.5 กม. โดยร่วมกับภาคเอกชน และสำนักงานเขตพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาเส้นทางเดินเท้าตลอดระยะทางโครงการ

สำหรับ We!Park และสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย มีส่วนช่วยในกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน และออกแบบงานด้านภูมิสถาปัตยกรรม ตลอดจนจัดทำรูปแบบสำหรับการก่อสร้างเพื่อให้กรุงเทพมหานครนำไปจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียว

และ Big Trees ร่วมกับ กทม. และภาคีเครือข่ายที่เป็นสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดอบรมหลักสูตรการดูแลและตัดแต่งต้นไม้ตามหลักรุกขกรรม ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสวนและพื้นที่สีเขียวของสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตต่าง ๆ

พล.ต.อ.อัศวิน ย้ำว่า "กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองสีเขียว และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น แต่การก้าวไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ นั้นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ซึ่งหากท่านยังมีที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์และประสงค์จะมอบให้กทม.นำไปพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.2 (ดินแดง)"

14 ก.ย. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

34
ในหนังสือ “ขุนนางสยาม ประวัติศาสตร์ ‘ข้าราชการ’ ทหารและพลเรือน” (สนพ. มติชน, พิมพ์ครั้งที่ 2 มกราคม 2548) ผู้เขียน ส. พลายน้อย กล่าวถึงมิติต่างๆ เกี่ยวกับ “ขุนนาง” หรือ “ข้าราชการสมัยโบราณ” เช่น ความเป็นมาของขุนนาง, การแต่งตั้งขุนนาง,ยศบรรดาศักดิ์, การแต่งตั้งเจ้าเมือง ฯลฯ รวมถึงเรื่องวิ่งเต้น และสินบนของขุนนางไทยไว้ดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่และสั่งเน้นคำโดยกองบรรณาธิการ)

 
การวิ่งเต้นเป็นเจ้าเมือง

ในปัจจุบันเราได้ยินว่าข้าราชการมีการ “ปัดแข้งปัดขา” หายศตําแหน่งให้ตนเองและพรรคพวกด้วยการใส่ร้ายป้ายสีให้คนอื่น เรื่องเช่นนี้เคยมีปรากฏในสมัยโบราณเหมือนกัน ดังมีเรื่องกล่าวไว้ในพระราชกําหนดเก่าเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 9 พ.ศ. 2283 รัชกาลพระเจ้าบรมโกศ มีความว่า (สะกดการันต์ตามต้นฉบับ)

“ด้วยมีพระอัยการพระราชกําหนดกฎหมายอยู่แต่ก่อนว่า ถ้าผู้ใดมีน้ำใจอาสาราชการงานพระราชสงครามมีไชยชนะแก่ราชศัตรูก็ดี และมีน้ำใจกระทําความชอบในราชการก็ดี และพระบาทสมเด็จพระบรมนาถบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัวจึงตั้งแต่งเลี้ยงดู ตามผู้ซึ่งได้กระทําความชอบมีบําเหน็จ      บํานาญนั้น

แลขุนพิพัทนากอนปลัดซ้ายฟ้องให้พญารัตนาธิเบด กราบทูลพระกรุณากล่าวโทษพระทณบุรี แลยกความชอบของตัวเอง แลขอเป็นที่พระทณบุรีนั้นผิดอย่างทําเนียม ด้วยว่าผู้ซึ่งมาฟ้องร้องติดสอยบนบาน ขอเปนที่นี้ เห็นจะเปนประโยชน์แต่ตน ครั้นเปนแล้วย่อมเบียนฉ้อประบัดไพร่ แลอนาประชาราษฎรเอาแต่รายประโยชน์แก่ตัว จึ่งมาติดสอยบนบานร้องฟ้อง ขอเปนที่อันนั้น แลข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งปวงย่อมเห็นแก่สินบนกราบทูลพระกรุณายกถอดผู้หาความผิดมิได้ออกเสีย

เอาผู้ซึ่งมาบนบานนั้นเปนที่พระ หลวง ขุน หมื่น ฝ่ายทหาร พลเรือน แลผู้รักษาเมือง ผู้รังกรมการหัวเมืองใหญ่น้อย ทั้งปวง ครั้นได้เป็นที่หลวงขุนหมื่นผู้รั้งกรมการแล้ว เบียดเบียนอนาประชาราษฎรข่มเหงผู้ฉ้อประบัด เอาพัสดุทองเงินมาใช้ค่าสินบนแลเลี้ยงบุตรภรรยามิได้กลัวแก่บาป ละอายแก่บาป อนาประชาราษฎรไพร่พลเมืองจึงได้ความยากแค้นเดือดร้อน ไพร่ท้องหมู่แลไพร่บ้าน พลเมืองจึงร่วงโรย

แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ถ้าแลผู้ใดร้องฟ้องยกความชอบของตัวเอง ติดสอยบนบานให้กราบทูลพระกรุณาขอเป็นที่พระ หลวง ขุน หมื่น ผู้รั้งกรมการ เมืองใหญ่เมืองน้อยทั้งปวง อย่าให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเอากราบทูลพระกรุณา ยกถอดพระ หลวง ขุน หมื่น แลผู้รักษาเมือง ผู้รั้งกรมการใหญ่น้อยทั้งปวงซึ่งหาความผิดมิได้ ออกเสียเปนอันขาดที่เดียว

ถ้าผู้ใดยกย่องความชอบของตัวเอง บนบานติดสอยขอเป็นที่พระหลวงขุนหมื่น ผู้รักษาเมือง ผู้รั้งกรมการ เมืองใหญ่น้อยทั้งปวง ถ้าแลผู้ใดเห็นแก่อามิสสินจ้างสินบนรับเอาฟ้องมากราบทูลพระกรุณายกถอดผู้หาความผิดมิได้ออกเสีย เอาผู้ซึ่งบนบานนั้นตั้งให้เปนพระหลวงขุนหมื่น ผู้รักษาเมือง ผู้รั้งกรมการ จะเอาผู้ร้องฟ้องยกความชอบตัวเอง แลผู้กราบทูลพระกรุณานั้นเปน โทษตามพระไอยการ

อนึ่งขนบทําเนียมผู้จะเปนพระหลวงขุนหมื่น ผู้รักษาเมือง ผู้รั้งกรมการ ย่อมมีความชอบตามคุณานุรูปสมควร แลกอปรด้วย วุทธิสี่ประการคือ ชาติวุทธิ  ไวยวุทธิ คุณวุทธิ ปัญญาวุทธิ ชาติวุทธิ นั้นตระกูลเปนอัครมหาเสนา เสนาบดีสืบๆ กันมา ไวยวุทธิ นั้นคือ อายุสมควรตั้งแต่สามสิบแปดปีขึ้นไป คุณวุทธิ นั่นคือมีความรู้ฝ่ายทหารพลเรือนชํานิชํานาญ ปัญญาวุทธิ นั้นคือจําเริญด้วยปัญญา ฉลาดในที่จะตอบแทนแก้ไขอัตถะปฤษนาประเทษกรุงอื่น แลคิดอ่านให้ชอบด้วยโลกียราชกิจธรรมทั้งปวง

ควรสมุหกระลาโหม สมุหนายกจตุสดมภ์ปฤกษาพร้อมกัน จึงนําเอากราบทูลพระกรุณาเอาผู้กอปรด้วยวุทธิสี่ประการนั้นเป็นที่พระหลวงขุนหมื่น แม้นแต่สองประการ สามประการ ก็พอจะเอาเปนที่พระหลวงขุนหมื่นตามสมควร

อนึ่งผู้จะเป็นพระหลวงขุนหมื่น ย่อมประกอบด้วยอธิบดีสี่ ประการ คือฉันทาธิบดี คือวิริยาธิบดี คือจิตาธิบดี คือวิมังสาธิบดี

ฉันทาธิบดี นั้นคือ ล้นเกล้าล้นกระหม่อมต้องพระราชประ สงค์สิ่งใด ผู้นั้นนําซึ่งสิ่งนั้นมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย

วิริยาธิบดี นั้นคือ กอปรด้วยความเพียรในราชการมิได้ขาด

จิตาธิบดี นั้นคือ มีน้ำใจกล้าแขงในการณรงค์สงคราม

วิมังสาธิบดี นั้นคือ ฉลาดในที่พิพากษาความแลอุบายในราชการต่างๆ

ถ้าผู้ใดมิประกอบด้วยวุทธิสี่ประการ แลอธิบดีสี่ประการ แต่ประการใดประการหนึ่งไซ้ ถึงคุณานุรูปสมควรก็ดี อย่าให้สมุห กลาโหม สมุหนายก จตุสดมภ์ กราบทูลพระกรุณาตั้งแต่งผู้นั้นเป็น พระ หลวง ขุน หมื่น เป็นอันขาดทีเดียว”

พระราชกําหนดดังกล่าวข้างต้นนั้น แสดงว่าในสมัยโบราณ เมื่อ 250 ปีมาแล้ว ก็มีระเบียบแบบแผนในการแต่งตั้งขุนนางให้มีคุณธรรมความสามารถ มีอายุ 31 ปีขึ้นไป มีความรู้ในเรื่องราชการ มีสติปัญญาความคิด ซึ่งในปัจจุบันถือเอาประกาศนียบัตรและปริญญาเป็นสําคัญ ข้าราชการจึงขาดคุณธรรมเป็นส่วนมาก

อย่างไรก็ตาม ระเบียบแบบแผนที่วางไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2283 เมื่อนานวันนานปีเข้าก็คงจะหลงลืม ขุนนางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็คง จะมีทัศนคติใหม่ เห็นแก่ได้เห็นแก่กิน จึงได้เกิดเดินเหินติดสินบน วิ่งเต้นหาตําแหน่งกันมากขึ้น ซึ่งพอจะพิจารณาได้จากพระราชปรารภ เรื่องเดินเป็นผู้ว่าราชการเมือง ในรัชกาลที่ 4 มีความตอนหนึ่งว่า

“พระยานครสวรรค์ (ภู่) ถึงแก่กรรมแล้วแต่เดือน 5 ข้างแรม กรงพระราชดําริว่า พระยอดเมืองขวางปลัด เดิมเปนหลวงเฑียรฆราชยกกระบัตรมานานแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จรพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นเมื่อพระยานครสวรรค์ (ภู่) เปน พระยานครสวรรค์ พระยอดเมืองขวางเก่าเปนพระยาบรรพตภูมาธิการแล้ว ได้โปรดฯ ให้เป็นพระยอดเมืองขวางปลัด ทำราชการ

ที่แท้พระยานครสวรรค์ (ภู่) แต่ก่อนเป็นแต่หลวงธรรมา กรรมการผู้น้อย ต่ำศักดิ์กว่าพระยอดเมืองขวางผู้นี้เมื่อเปน หลวงเฑียรฆราชยกกระบัตรนั้นอีก แต่เพราะเปนข้าหลวงเดิมมา จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปนพระยานครสวรรค์ ก็บัดนี้ถึงแก่กรรมแล้ว ทรงพระราชดําริเห็นว่า ควรจะให้พระยอดเมืองขวางปลัดเป็นพระยานครสวรรค์ทำราชการ ฉลองพระเดชพระคุณต่อไป เพราะราชการในเมืองนครสวรรค์ประการใดๆ พระยอดเมืองขวางย่อมเข้าใจ จะได้ทําราชการถ้วนถี่ดีกว่า ผู้อื่นจะไปเปน

ก็ผู้อื่นจะไปเปนนั้น ถ้าผู้มีบรรดาศักดิ์สูงอย่างครั้งหนึ่งพระยาอนุชิตราชา จางวางกรงพระตํารวจไปเปน ครั้งหนึ่งพระยาอภัยสงคราม เจ้ากรมอาสาใหญ่ฝ่ายพระบวรราชวังไปเปน ผู้ที่มีบรรดาศักดิ์ใหญ่ในกรุงเทพฯ อยู่ก่อนแล้วไปเป็นผู้สําเร็จราชการเมืองดังนั้นยกไว้ แต่ผู้น้อยๆ มิใช่ผู้มีบรรดาศักดิ์ใหญ่ในกรุงเทพฯ ถ้าขึ้นไป เปนที่พระยานครสวรรค์ เห็นขนบราช การในเมืองนั้นจะได้ส่วนถ้วนถี่ดีไปกว่าพระยอดเมืองขวางซึ่งทําราชการอยู่ในเมืองนั้นนาน ดังนี้จะหมายเชื่อว่าเปนดีกว่าไม่ได้

เพราะใครตะกุยตะกายขึ้นก็คงเดินเหินเสียสินบน 40 ชั่ง 50 ชั่งขึ้นไป เงินสินบนนั้นจะเอามาแต่ไหน ที่มีของตัวก็จะลงทุนของตัวมาเสียสินบน ถ้าไม่มีก็คงจะกู้ยืมเขามาเสียสินบน ต้องเสียดอกเบี้ยไปพลาง ต้นทุนแลดอกเบี้ยนั้นจะเอามาแต่ไหน ก็คงจะไปรีดเอาที่ไพร่บ้านพลเมืองแลลูกค้าวานิชดิบๆ สุกๆ ไปต่างๆ ทําให้ราษฎรได้ความเดือดร้อนยิ่งไปกว่าปรกติเปนแน่

ยังเห็นเปนแท้อยู่แล้วว่า ผู้ใดเดินเหินจะไปเปนผู้สําเร็จราชการหัวเมือง คนนั้นสําหรับเกี่ยวกับปีศาจที่เรียกว่าห่า ผู้ใดรับสินบนเดินเหินช่วยแก้ไขให้คนเช่นนั้นได้ไปเปนผู้สําเร็จราชการหัวเมืองจะได้บาปกรรมมากนัก เหมือนกับเอาห่าไปปล่อยในบ้านเมืองเปนที่อยู่ของมนุษย์ขอเสียเถิดอย่าเอาเลย”

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กันยายน  2564
ศิลปวัฒนธรรม

35
ณ บ้านพระอาทิตย์
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

โรคไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเรามีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยระบบภูมิคุ้มกันโดยทั่วไปแล้วจะมีปฏิบัติการหน้าที่สำคัญถึงสี่ประการ

ประการแรก ป้องกันมิให้จุลชีพเข้าสู่ร่างกาย
ประการที่สอง ทำความรู้จักกับจุลชีพเพื่อกำหนดว่าจุลชีพเหล่านั้นมีอันตรายหรือไม่
ประการที่สาม ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่กำจัดหรือฆ่าจุลชีพที่เป็นอันตรายเหล่านั้น
ประการที่สี่ ภูมิคุ้มกันสร้างการจดจำจุลชีพนั้นเพื่อทำให้จัดการกับจุลชีพเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงหากกลับมาติดเชื้อซ้ำอีก[1]

ระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็ต้องอาศัยภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่มีมาแต่กำเนิดที่เรียกว่า Innate immunity กับ ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการเรียนรู้และวิวัฒนาการในการปรับตัวที่เรียกว่า Adaptive immunity ที่ทำงานกันอย่างสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้สูงวัย” เป็นกลุ่มเป้าหมายของเชื้อไวรัสโรคร้ายนี้ เพราะมีอัตราการป่วยรุนแรง ต้องรักษาในโรงพยาบาล และอัตราการเสียชีวิตสูงมากที่สุด โดยเฉพาะข้อสำคัญคือกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำลงตามธรรมชาติอีกด้วย

ประมาณร้อยละ 80 ของอัตราความรุนแรงของโรคและอัตราการเสียชีวิต จะเกิดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป โดยแม้แต่คนที่อายุ 50 ปีขึ้นไปก็มีอัตราความจำเป็นต้องใช้บริการในโรงพยาบาลมากเป็น 4 เท่าตัว และมีอัตราการเสียชีวิตเป็น 10 เท่าตัวเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรอายุ 18-29 ปี [2]

ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีอายุ 85 ปีขึ้นไป ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้นไปกว่านั้น กล่าวคือ เมื่อป่วยในโรคระบาดนี้จะมีความจำเป็นต้องการใช้บริการในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 13 เท่าตัว และมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่า 630 เท่าตัวเมื่อเทียบกับกลุ่มประชากรที่อายุระหว่าง 18-29 ปี [2]

แต่สำหรับประเทศไทย ณ ข้อมูลประจำเดือนกันยายน 2564 พบว่ามีผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 60 ปีเสียชีวิตในอัตราร้อยละ 72 ในขณะที่กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังอีกร้อยละ 18 ซึ่งหมายความว่า กลุ่มผู้สูงวัยที่อายุมากกว่า 60 ปี และกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังคิดเป็นอัตราส่วนถึงร้อยละ 90 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด [3]

ซึ่งมีข้อที่น่าสังเกตได้จากงานวิจัยพบว่าส่วนใหญ่ของผู้สูงวัยที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตมากนั้น ไม่ค่อยมีไข้ ไม่ไอ และไม่ได้มีความล้มเหลวหรือปัญหาการทำงานของอวัยวะในร่างกายด้วย[4] และจากการเอกซ์เรย์ก็ไม่พบการผิดปกติใดๆ ที่ปอดมาก่อนด้วย [5]

ภาวะ“เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมถอย” (Immunosenescence) จะเกิดขึ้นได้ในผู้สูงวัย และทำให้ผู้สูงวัยติดเชื้อได้ง่ายขึ้น[6] เช่นเดียวกับกลุ่มที่เกิดโรคเบาหวานชนิดที่สอง ภาวะการอักเสบของหลอดเลือด ก็มีผลทำให้การทำงานของกระบวนการอักเสบในร่างกายรุนแรงขึ้น และสูญเสียความสามารถในการจัดการของระบบภูมิคุ้มกันได้น้อยลง[7]-[9]

ดังนั้นจะไปโทษหรือด้อยค่าวัคซีนอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้ ในขณะเดียวกันยาทั้งหลายในวันนี้รวมถึงยา “ฟ้าทะลายโจร” ต่างอยู่ในสถานภาพ “ยับยั้ง”เชื้อโรคไวรัสเท่านั้น ส่วนหน้าที่ของการกำจัดไวรัสนั้นแท้ที่จริงมาจาก “ระบบภูมิคุ้มกัน”ของมนุษย์ว่าจะยังคงทำหน้าที่ได้ดีจริงหรือไม่

ภาวะ “เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมถอย”นี้ ไม่ได้แปลว่าการกระตุ้นด้วยการฉีดวัคซีนจะได้ผลดีเหมือนคนปกติทั่วไป เพราะในความจริงแล้ววัคซีนทำหน้าที่เพียงแค่ “กระตุ้น”ภูมิคุ้มกันเท่านั้น ส่วนภูมิคุ้มกันจะขึ้นได้จริงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่อายุและสภาพร่างกายของเราเอง และความจริงนี้ก็ยังส่งผลกระทบต่อการฉีดวัคซีนของสูงวัยที่พบว่าภูมิคุ้มกันจะขึ้นน้อยกว่าประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะชายสูงวัย ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่มีการใช้ยาสเตียรอยด์[10] ซึ่งรวมทั้งกลุ่มประชากรผู้สูงวัยที่มีโรคเบาหวานด้วย[11]

การถอดบทเรียนจากกลุ่มประชากรผู้สูงวัยและเบาหวานข้างต้นที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์นั้น เราอาจจะต้องพิจารณาอะไรไปมากกว่าวัคซีน ฟ้าทะลายโจร หรือยาอื่นๆได้แล้วหรือไม่ นั่นก็คือการใช้ชีวิตที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นกว่าเดิม

เริ่มจากงดหวาน แป้งขัดขาว[12] งดของผัดทอดกรอบๆด้วยไขมันไม่อิ่มตัวไลโนเลอิกสูง (น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันรำข้าว)[13] งดสูบบุหรี่[14], งดดื่มแอลกอฮอล์[15] เพื่อลดภาวะการอักเสบของหลอดเลือดให้น้อยลงที่สุดเท่าที่จะทำให้ได้

เราอาจจะต้องมาสนใจการกินอาหารจากพืชที่มีกากใยมากขึ้น กินอาหารสดมากขึ้น กินผลไม้รสเปรี้ยว ธัญพืช และเห็ดมากขึ้น เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลายในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง อันได้แก่วิตามินซี วิตามินบี ซิงค์ ธาตุเหล็ก และเซเรเนียม[16]

รวมถึงการให้ร่างกายรับพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเสริมสร้างวิตามินดีให้มากขึ้นอันจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันให้มีความแข็งแรงมากขึ้น[16] รวมถึงไขมันที่มีโอเมก้า 3 (เช่นน้ำมันปลา, น้ำมันแฟลกซ์, น้ำมันงาขี้ม้อน) ที่ทำให้เลือดเหลวตัวลง ลดการอักเสบในหลอดเลือดก็ยังสามารถมีส่วนช่วยต่อระบบภูมิคุ้มกันเช่นกัน และหากเป็นไปได้ก็ควรเสริมด้วยแบคทีเรียที่ดีที่ได้จากโยเกิร์ตก็ยังมีส่วนสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันด้วย[16]

ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต

อ้างอิง
[1] Philip C. Calder, Nutrition and immunity: lessons for COVID, Nutrition and Diabetes 11, 19 (2021). https://doi.org/10.1038/s41387-021-00165-0
https://www.nature.com/articles/s41387-021-00165-0#citeas

[2]Lithander FE, et al., COVID-19 in older people: a rapid clinical review.
Age Ageing. 2020; 49: 501-515
https://academic.oup.com/ageing/article/49/4/501/5831205

[3] ผู้จัดการออนไลน์, ศบค. แจงตัวเลขติดเชื้อน้อย เป็นธรรมชาติการระบาดในช่วงขาลง พบคลัสเตอร์รง.-แคมป์ก่อสร้าง 318 แห่งทั่วประเทศ, เผยแพร่: 8 ก.ย. 2564 15:49 น. ปรับปรุง: 8 ก.ย. 2564 15:49 น.
https://mgronline.com/qol/detail/9640000089095

[4] Guo T, et al., Clinical Characteristics of Elderly Patients with COVID-19 in Hunan Province, China: A Multicenter, Retrospective Study. Gerontology. 2020;66(5):467-475. doi: 10.1159/000508734. Epub 2020 May 29. PMID: 32474561.
https://www.karger.com/Article/FullText/508734

[5] Mori H., Comparison of COVID-19 disease between young and elderly patients: hidden viral shedding of COVID-19. J Infect Chemother Off J Japan Soc Chemother. 2021;27:70–75.
https://www.jiac-j.com/article/S1341-321X(20)30323-8/fulltext

[6] Nikolich-Žugich J. The twilight of immunity: emerging concepts in aging of the immune system. Nat Immunol. 2018;19:10–19.
https://www.nature.com/articles/s41590-017-0006-x#change-history

[7] Lim, S., Bae, J.H., Kwon, HS. et al. COVID-19 and diabetes mellitus: from pathophysiology to clinical management. Nat Rev Endocrinol 17, 11–30 (2021). https://doi.org/10.1038/s41574-020-00435-4
https://www.nature.com/articles/s41574-020-00435-4

[8] Hostetter M.K. Handicaps to host defense. Effects of hyperglycemia on C3 and Candida albicans. Diabetes. 1990;39:271–275. doi: 10.2337/diab.39.3.271.
https://diabetes.diabetesjournals.org/content/39/3/271


X


[9] Monika Sakowicz-Burkiewicz, et al., High glucose concentration impairs ATP outflow and immunoglobulin production by human peripheral B lymphocytes: Involvement of P2X7 receptor, Immunobiology, Volume 218, Issue 4, April 2013, Pages 591-601
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S017129851200174X?via%3Dihub

[10] David A Nace, Antibody Responses After mRNA-Based COVID-19 Vaccination in Residential Older Adults: Implications for Reopening,
J Am Med Dir Assoc. 2021 Aug;22(8):1593-1598. doi: 10.1016/j.jamda.2021.06.006. Epub 2021 Jun 12. PMID: 34129831; PMCID: PMC8196346.
https://jamda.com/retrieve/pii/S1525861021005557

[11] Murat Karamese, Emin E. Tutuncu,The effectiveness of inactivated SARS-CoV-2 vaccine (CoronaVac) on antibody response in participants aged 65 years and older, First published: 24 August 2021 https://doi.org/10.1002/jmv.27289
https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/jmv.27289

[12] Soldavini J., Andrew H., Berner M. Characteristics associated with changes in food security status among college students during the COVID-19 pandemic. Transl. Behav. Med. 2021;11:295–304. doi: 10.1093/tbm/ibaa110.

[13] Aseem Malhotra, et al., Saturated fat does not clog the arteries: coronary heart disease is a chronic inflammatory condition, the risk of which can be effectively reduced from healthy lifestyle interventions, British Journal of Sports Medicine, Volume 51, Issue 15, 2017;51:1111-1112.
http://dx.doi.org/10.1136/bjsports-2016-097285
https://bjsm.bmj.com/content/51/15/1111

[14] John W McEvoy, et al, The Relationship of Cigarette Smoking with Inflammation and Subclinical Vascular Disease: The Multi-Ethnic Study of Atherosclerosis, Arterioscler Thromb Vasc Biol. 2015 Apr; 35(4): 1002–1010.
Published online 2015 Mar 5. doi: 10.1161/ATVBAHA.114.304960
https://www.ahajournals.org/doi/10.1161/ATVBAHA.114.304960

[15] Antoine Drieu, et al, Alcohol exposure–induced neurovascular inflammatory priming impacts ischemic stroke and is linked with brain perivascular macrophages, JCL Insight, Published January 28, 2020
doi:10.1172/jci.insight.129226
https://insight.jci.org/articles/view/129226

[16] Justine Bold, et al, Nutrition, the digestive system and immunity in COVID-19 infection,Gastroenterol Hepatol Bed Bench. 2020 Autumn; 13(4): 331–340.
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7682975/

10 ก.ย. 2564 ผู้จัดการออนไลน์

36
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส เผยผลการวิเคราะห์คลิปวิดีโอปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งอ้างว่าพุ่งเป้าสังหารมือระเบิดฆ่าตัวตายของกลุ่มรัฐอิสลามในภูมิภาคโคราซาน หรือ ISIS-K ซึ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อสนามบิน พบว่าบุคคลที่ถูกล็อกเป้าเป็นเพียง “อาสาสมัครบรรเทาทุกข์” ชาวอัฟกันรายหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และเหตุการณ์นี้ยังคร่าชีวิตพลเรือนไปด้วยถึง 10 คน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่าปฏิบัติการของโดรน “รีปเปอร์” สามารถสกัดแผนโจมตีของมือระเบิดไอเอสไว้ได้ ก่อนที่จะสหรัฐฯ จะปิดฉากภารกิจอพยพ และถอนกำลังพลทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานในอีก 1 วันต่อมา

อย่างไรก็ตาม ไอมาล อาห์มาดี ชาวบ้านในกรุงคาบูลคนหนึ่ง ให้ข้อมูลกับเอเอฟพีว่า การโจมตีครั้งนั้นทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 10 คน ในจำนวนนี้มีทั้งลูกสาว หลานชาย หลานสาว และพี่ชายของเขาที่ชื่อ “เอซมาไร อาห์มาดี” ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์โตโยต้าสีขาวคันที่ถูกโดรนสหรัฐฯ ยิงถล่ม

นิวยอร์กไทม์สซึ่งได้วิเคราะห์คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวรายงานเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ อาจจะเข้าใจผิดเมื่อเห็น อาห์มาดี กับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งขนย้าย “ถังบรรจุน้ำ” และหิ้วกระเป๋าแล็ปท็อป

ญาติผู้เสียชีวิตเล่าว่า เอซมาไร อาห์มาดี เคยเป็นวิศวกรไฟฟ้าให้ Nutrition and Education International ซึ่งเป็นองค์กรบรรเทาทุกข์ที่มีฐานอยู่ในแคลิฟอร์เนีย และตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในชาวอัฟกันหลายพันคนที่ยื่นคำร้องขอย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในสหรัฐอเมริกา

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างว่า การระเบิดที่รุนแรงกว่าซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่โดรนโจมตี แสดงให้เห็นว่าในรถยนต์คันดังกล่าวมีวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ แต่จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ภาพโดยนิวยอร์กไทม์ส “ไม่พบ” ร่องรอยของการระเบิดครั้งที่ 2

ไอมาล อาห์มาดี ให้ข้อมูลกับเอเอฟพว่ามีพลเรือนถูกสังหารทั้งหมด 10 คน ในขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนเพียงแค่ 3 คน และย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้สามารถยับยั้งเหตุวินาศกรรมรุนแรงที่อาจทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายอีกมากมาย

จอห์น เคอร์บีย์ โฆษกเพนตากอน ระบุว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ “ยังอยู่ระหว่างประเมินผลลัพธ์” ของการโจมตี และยืนยันว่า “ไม่มีกองทัพชาติใดที่พยายามปกป้องชีวิตพลเรือนมากเท่าเรา”

นิวยอร์กไทม์สตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กลุ่มนักรบรัฐอิสลามที่ก่อเหตุยิงจรวดโจมตีในเช้าวันถัดมา (30) ใช้รถยนต์โตโยต้าโคโรลลาสีขาวรุ่นเดียวกันกับรถยนต์ของ อาห์มาดี

สงครามอัฟกานิสถานที่สหรัฐฯ ก่อขึ้นเพื่อตอบโต้เหตุวินาศกรรม 9/11 ส่งผลโดยตรงให้พลเรือนทั้งชาวอัฟกันและปากีสถานเสียชีวิตไปกว่า 71,000 คน และตัวเลขผู้เสียชีวิตก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีคำสั่งผ่อนคลายกฎการปะทะ (rules of engagement) เมื่อปี 2017 ตามผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยบราวน์ที่เผยแพร่เมื่อเดือน เม.ย.

ที่มา : เอเอฟพี

11 ก.ย. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

37
มีประชาชนมากกว่า 120,000 คน ชุมนุมทั่วฝรั่งเศสเมื่อวันเสาร์ (11 ก.ย.) เพื่อประท้วงต้านต้าน "บัตรผ่านสุขภาพ" ที่พวกเขาโวยวายว่ามันเป็นการเลือกปฏิบัติกับคนที่ไม่ฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ฝรั่งเศสบังคับใช้บัตรผ่านสุขภาพ หรือต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เมื่อเร็วๆ นี้เป็นลบ สำหรับเข้าไปยังคาเฟ่ ร้านอหาร และสถานที่สาธารณะอื่นๆ อีกจำนวนมาก

กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีผู้ประท้วงราวๆ 121,000 คนทั่วฝรั่งเศส ในนั้น 19,000 คนรวมตัวกันในกรุงปารีส และในเมืองหลวงนี้เอง ตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุมไป 85 ราย หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประท้วง

ถ้อยแถลงของกระทรวงมหาดไทยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยระหว่างการประท้วง

นับเป็นช่วงสุดสัปดาห์ 9 สัปดาห์ติดต่อกันแล้วที่มีการชุมนุมต่อต้านบัตรผ่านสุขภาพในฝรั่งเศส และในช่วงสุดสัปดาห์นี้ มีน้อยกว่าที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้เข้าร่วมชุมนุมช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วทั่วฝรั่งเศสราว 140,000 คน ส่วนในสัปดาห์ช่วงต้นเดือนสิงหาคม เคยมีผู้เข้าร่วมราวๆ 237,000 คน

การประท้วงในวันเสาร์ (11 ก.ย.) แอกเนส บูซิน มีขึ้นหลังจาก แอกเนส บูซิน อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขฝรั่งเศส ถูกตั้งข้อกล่าวหาจากความผิดพลาดในการรับมือโรคระบาดใหญ่โควิด-19 หลังจากทีมสืบสวนของศาลพิเศษในกรุงปารีส ได้ข้อสรุปว่ามีมูลเหตุที่จะดำเนินคดีกับเธอ

บูซิน ซึ่งเป็นอดีตแทพย์ ถูกตั้งข้อหา "ทำให้ชีวิตผู้อื่นตกอยู่ในอันตราย"

(ที่มา : เอเอฟพี)

12 ก.ย. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

38
เปิดผลสำรวจ "เด็กจบใหม่" ยุค 2021 อยากร่วมงานกับบริษัทเอกชนและ "องค์กรระดับโลก" จำนวนมาก โดยปัจจัยในการเลือกองค์กรที่อยากทำงานด้วยคือ การยอมรับความแตกต่างของบุคคล 77% มีโอกาสการก้าวหน้าในสายงาน 75% และถูกใจแนวคิดของผู้บริหาร 73%

เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา สภาพัฒน์ (สศช.) ได้นำเสนอรายงาน "ภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2564" เอาไว้หลายประเด็น แต่หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ ภาวะการว่างงานของ "เด็กจบใหม่" ที่พบว่าปีนี้ อัตราว่างงานเพิ่มขึ้น 10.04% หรือประมาณ 2.9 แสนคนเลยทีเดียว

เมื่อพิจารณาระยะเวลาของการว่างงาน พบว่าผู้ว่างงานมีแนวโน้มว่างงานนานขึ้น คือรองานนานกว่า 12 เดือน อีกทั้ง ผู้จบการศึกษาระดับอาชีวศึกษา พบมีอัตราการว่างงานสูงขึ้น 3.18% ส่วนผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ว่างงานสูงขึ้น 3.44%

แน่นอนว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ "เด็กจบใหม่" ว่างงานเพิ่มขึ้น มาจากผลกระทบของสถานการณ์โรคระบาด "โควิด-19" ที่ทำให้หลายๆ องค์กรต้องรัดเข็มขัด แต่ขณะเดียวกัน ก็อาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เด็กจบใหม่ยังไม่เข้าสู่ระบบแรงงาน เช่น อาจรองานในองค์กรที่ตนเองสนใจจริงๆ รวมถึงเรื่องฐานเงินเดือน และประโยชน์ที่ได้จากการทำงาน

พอพูดถึงองค์กรที่ "เด็กจบใหม่" สนใจอยากไปสมัครงานแล้ว หลายคนคงอยากรู้ว่าเด็กสมัยนี้ เรียนจบไปแล้วอยากไปทำงานบริษัทไหนกันบ้าง? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนมาดูผลสำรวจจาก Universum 2021 Thailand ที่เชี่ยวชาญเรื่องการสำรวจกลุ่มบุคคลผู้มีทักษะสูงและนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่มีความสำคัญในการสมัครงาน ได้เปิดเผยถึงรายชื่อองค์กรในไทย ที่เด็กจบใหม่อยากร่วมงานด้วย ดังนี้

1. "เด็กจบใหม่" อยากทำงานองค์กรเอกชน

ผลสำรวจชี้ว่า นักศึกษาไทยส่วนใหญ่ต้องการทำงานในภาคเอกชน โดยเมื่อแบ่งนักศึกษาจบใหม่ออกเป็น 2 สายงาน พบว่า

เด็กจบใหม่ สายธุรกิจ/พาณิชย์ อยากทำงานในบริษัทเอกชนมากถึง 88% และ ต้องการทำงานในองค์กรระดับโลก 73%
เด็กจบใหม่ สายวิศวกรรมศาสตร์ อยากทำงานในบริษัทเอกชน 84% และ ต้องการทำงานในองค์กรระดับโลก 74%

2. ปัจจัยในการเลือกองค์กรที่อยากร่วมงาน

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจ คือ มีการสำรวจพบว่า ปัจจัยที่กลุ่มเด็กจบใหม่นำมาพิจารณาเลือกองค์กรที่อยากร่วมงานด้วยนั้น นอกจากเรื่องฐานเงินเดือนสูงและความมั่นคงแล้ว ยังมีปัจจัยเสริมอื่นๆ อีก ได้แก่

การส่งเสริมความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคล 77%
โอกาสการก้าวหน้าในสายงาน 75%
ถูกใจกับแนวคิดของผู้บริหารบริษัท 73%

ในประเด็น "เงินเดือนที่คาดหวัง" ผลสำรวจพบว่า เด็กจบใหม่สายธุรกิจ/พาณิชย์ คาดหวังว่าจะมีรายได้ 452,869 บาทต่อปี ส่วนเด็กจบใหม่สายวิศวกรรมศาสตร์ คาดหวังรายได้น้อยกว่า อยู่ที่ 434,663 บาทต่อปี

3. นายจ้างในอุดมคติ

สำหรับองค์กรที่กลุ่มเด็กจบใหม่ให้การยอมรับมากที่สุด และถือเป็นนายจ้างในอุดมคติของพวกเขา ได้แก่

อันดับ 1  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)(PTT)
อันดับ 2  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
อันดับ 3  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

4. องค์กรสาขาธุรกิจ/พาณิชย์ ที่เด็กจบใหม่สนใจมากที่สุด

อันดับ 1  บริษัท กูเกิล ประเทศไทย (Google)
อันดับ 2  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
อันดับ 3  บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
อันดับ 4  บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
อันดับ 5  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)(PTT)

5. องค์กรสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ที่เด็กจบใหม่สนใจมากที่สุด

อันดับ 1  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)(PTT)
อันดับ 2  บริษัท กูเกิล ประเทศไทย (Google)
อันดับ 3  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
อันดับ 4  บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)(SCG)
อันดับ 5  บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด

6. สายงาน "ไอที" ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจจาก ManpowerGroup ระบุว่า สายงานด้าน “ไอที” ก็เป็นอีกหนึ่งสายงานที่มาแรงในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะในยุคนี้หลายบริษัทต้องการผู้เชี่ยวชาญในด้านปัญญาประดิษฐ์ (A.I.), FinTech, Digital Payment, Cloud System, Big Data, Blockchain, Cybersecurity และ Internet of Things (IoT) ฯลฯ มาร่วมงานด้วย

สอดคล้องกับ World Economic Forum (WEF) ที่ระบุว่า ภายในปี 2565 เครื่องจักรและ AI จะเริ่มเข้ามามีบทบาทแทนมนุษย์ในองค์กรต่างๆ และทำให้พนักงานจำนวนถึง 75 ล้านคนทั่วโลกต้องตกงาน

อีกทั้ง ภายในปี 2568 เครื่องจักรและ AI จะขยายอัตราการทำงานมากขึ้น และเข้ามาทดแทนตำแหน่งงานที่ทำโดยมนุษย์มากขึ้นอีกถึง 71% ทำให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ๆ อีก 133 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสายอาชีพด้าน “โรโบติกส์ (Robotics)” จะเป็นที่นิยมของตลาดแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น งานด้านการทำงานของมนุษย์ร่วมกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ, งานติดตั้งหุ่นยนต์ให้กับโรงงานใหม่, งานปรับปรุงระบบให้โรงงานเก่า โดยการเปลี่ยนงานของสายอาชีพนี้แต่ละครั้ง รายได้จะเพิ่มขึ้นถึง 20-25%


10 ก.ย. 2564
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/959453

39
ตอบรับกระแส "Digital Transformation" ไทยมีสัดส่วนการใช้ "Mobile Banking" ต่อประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เปิด "พร้อมเพย์" กว่า 57.7 ล้านบัญชี มูลค่าธุรกรรมปี 63 รวม 40.2 ล้านล้านบาท

ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น แม้ว่าส่งผลสะเทือนถึงระบบเศรษฐกิจโลกมูลค่ามหาศาล แต่ในทางกลับกันก็กลายเป็นโอกาสของ "โลกใหม่" ที่มี "ดิจิทัล" เป็นจุดหมุนให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

กิจกรรมมากมายเกิดขึ้นผ่าน "ออนไลน์" โดยเฉพาะบน "สมาร์ทโฟน" ซึ่งถือเป็นภาพของ "ดิจิทัล ดิสรัปชั่น" ที่แม้จะพูดกันบ่อยในระยะ 2-3 ปีหลัง แต่ก็มีโควิดเป็นตัวเร่งให้เกิดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ กิจการห้างร้าน ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด ต่างก็ถูกดิสรัป โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบมาสู่ virtual ผ่านสมาร์ทโฟน ที่หากวันนี้ใครไม่ปรับตัวก็อาจเสียโอกาสค้าขายได้ง่ายๆ

Digital Transformation คืออะไร? สำคัญอย่างไร?
Digital Transformation คือการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการดำเนินการของภาคธุรกิจ เช่น การเก็บ การจัด และการประมวลผลข้อมูล เป็นต้น กับข้อมูลจำนวนมาก และจากช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ทำให้การธุรกรรมตามปกติของผู้คนนั้นไม่สามารถทำได้ กระบวนการ Digital Transformation จึงได้ทวีคูณความสำคัญมากยิ่งขึ้น ซึงกระบวนการนี้สามารถนำมาปรับใช้กับทุกภาคส่วนของธุรกิจได้ ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยต้นที่ทุนที่ต่ำลง

Digital Transformation กับภาคการเงินไทย
ภาคการเงิน เป็นหนึ่งในเสาหลักของระบบเศรษฐกิจในประเทศ การนำกระบวนการ Digital Transformation มาปรับใช้กับภาคการเงินไทยจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยยกระดับการให้ยริการทางการเงินทั้งกับภาคธุรกิจและภาคประชาชน ส่งเสริมการทำธุรกรรมระหว่างผู้คนและธุรกิจในระบบเศรษฐกิจให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญของการนำกระบวนการ Digital Transformation มาปรับใช้กับภาคการเงินให้ประสบความสำเร็จนั้นจะเกิดขึ้นจากการบริหารและจัดการทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน

‘อันดับหนึ่ง’ 3 ปีซ้อน การันตีความพร้อมด้านอุปสงค์
ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีสัดส่วนการใช้ Moblie Banking ต่อประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากการสำรวจของ We Are Social และ Hootsuite ปี 2564 พบว่าในปีที่ผ่านมา 68.1% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยที่มีอายุระหว่าง 16 - 64 ใช้ Mobile Banking ทุกเดือน

คาดว่าเป็นผลมาจากการผลักดันให้ใช้การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบ "พร้อมเพย์" และ Standard QR Code อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยมีผู้ลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์ถึง 57.7 ล้านบัญชี และมีจุดรับชำระเงิน QR Payment กว่า 7.2 ล้านจุด กระตุ้นให้มีความต้องการต่อการใช้บริการทางการเงินอื่นๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้มาตรการช่วยเหลือประชาชนของภาครัฐในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เน้นผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก จึงทำให้การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น โดยข้อมูลทางสถิติจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า มีการทำธุรกรรมการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ 243 รายการต่อคนต่อปี สูงขึ้นก่อนช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือจาก ณ สิ้นปี 2562 ถึง 80% (ข้อมูล ณ​ เดือนพฤษภาคม 2564) และมูลค่ารวมของธุรกรรมที่ดำเนินการผ่าน Mobile Banking ในปี 2563 สูงถึง 40.2 ล้านล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 45.5%

แนวโน้มดังกล่าวบ่งบอกถึงการมีความเข้าใจและความพร้อมในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลที่ดีของคนไทย เสริมสร้างความพร้อมต่อการบรรลุผลสำเร็จในการปรับใช้กระบวนการ Digital Transformation ในด้านอุปสงค์ของของภาคการเงินไทย

เสริมสร้างความพร้อมต่อยอดกระแสด้วยความมั่นคง
การเติบโตทางด้านอุปสงค์นั้นยังไม่เพียงพอ แต่ผู้บริให้บริการทางการเงินและผู้กำกับดูแล (Regulators) ยังต้องตอบรับกระแสดังกล่าวด้วยการเตรียมความพร้อมในการให้บริการทางการเงินดิจิทัลได้อย่างสะดวกและปลอดภัย เพื่อเอื้อต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ที่ผ่านมาผู้ให้บริการทางการเงินได้มีการปรับใช้กระบวนการ Digital Transformation มาตั้งแต่ก่อนช่วงวิกฤตครั้งนี้แล้ว และได้เร่งปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมีการใช้กลยุทธ์อื่นๆ มาปรับใช้เพิ่มเติม เพื่อนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาพัฒนาการให้บริการทางการเงินดิจิทัลที่หลากหลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่มีความสำคัญอย่าง ภาครัฐ จำเป็นจะต้องเข้ามาสนับสนุนในอีกสองส่วน คือ การปรับกรอบกำกับและดูแลกฎเกณฑ์ต่างๆ และ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินดิจิทัล เพื่อช่วยให้ภาคการเงินไทยบรรลุการใช้ Digital Transformation อย่างเต็มศักยภาพ และสร้างประโยชน์แก่ผู้ให้และผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง

อ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธรรมรักษ์ หมื่นจักร์

11 ก.ย. 2564
https://www.bangkokbiznews.com/business/959448

40
ปี 2021 การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด และรูปแบบของการทำงานแบบนี้กำลังเข้ารูปเข้ารอย จากปี 2019-2020 (ที่มีการปรับตัวการทำงานแบบกะทันหันจากโรคระบาดโควิด-19)

โดยจากผลวิจัย หรือผลสำรวจหลายๆ ที่จะมีผลลัพธ์ตรงกันว่าการทำงานจากที่บ้าน ส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานมากกว่าการไปทำงานที่ออฟฟิศ เหตุผลที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ประหยัดเวลาการเดินทาง และการมีเวลายืดหยุ่นในการทำงานสูง

ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้บริษัทใหญ่อย่าง Twitter และ Shopify หรือ บริษัทซิลิคอนวัลเลย์ (Silicon Valley) บางแห่ง ประกาศรูปแบบการทำงานที่พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านโดยที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศได้แบบ 100 %

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการทำงานแบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามา เรียกว่า Hybrid Working คือรูปแบบการทำงานแบบใหม่ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างที่บ้าน และที่สำนักงานในแบบครึ่งๆ อย่างเช่น การทำงานที่บ้าน 3 วัน เข้าออฟฟิศ 2 วันเป็นต้น

สำรวจอุปสรรคทำงานแบบ WFH  ‘ลูกกวน ไฟมืด แม่เรียกกินข้าวระหว่างประชุม’

อุปสรรคของการทำงาน WFH
อนิจจา สิ่งใดในโลกล้วนไม่ได้มีแค่ด้านสว่างเพียงด้านเดียว บริษัทส่วนใหญ่อาจจะชื่นชอบการทำงานแบบ Work From home แต่สำหรับตัวพนักงานเอง การทำงานจากที่บ้านล้วนมีอุปสรรคจนต้องเอามือกุมหัว

Buffer ผู้ให้บริการข้อมูลการบริหารจัดการ และจัดการตลาดบน social media ทำผลสำรวจ The 2021 State of Remote Work จากการสอบถามพนักงานมากกว่า 2,300 คน  ซึ่งสรุปอุปสรรคของการทำงานทางไกล หรือการทำงานจากที่บ้าน แบบ Work From Home คือ

27% ไม่สามารถหยุดทำงานได้
16% ปัญหาการติดต่อสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน
16% ความเหงา
15% การถูกรบกวนจากทางบ้าน
12% ทำให้ตัวเองมีแรงจูงใจทำงาน
7% อยู่คนละไทม์โซนกับเพื่อนร่วมงาน
7% อื่นๆ

ปัญหาหลักๆ คือการมีเวลาทำงานที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีการประชุมที่ถี่ และยาวนานขึ้น ปัญหารองลงมา คือความเหงา ที่ใครคิดว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย อาจจะต้องคิดใหม่ เพราะความเหงา หรือขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อาจจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้พนักงานรู้สึกเฉา และเกิดภาวะเบิร์นเอาท์ (Burn Out) หรือภาวะหมดไฟในการทำงานได้ในสักวันหนึ่ง

นอกจากนี้การได้รับการรบกวนจากที่บ้าน เหตุการณ์จำลองที่ชวนขำ (แต่ไม่ขำ) “แม่เรียกกินข้าวระหว่างประชุม ลูกสาวชวนให้เล่นเป็นเพื่อนระหว่างชั่วโมงทำงาน” ก็สร้างความหงุดหงิดใจให้กับพนักงานหลายๆ คน

นอกจากนี้จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพลเรื่องการทำงานที่บ้าน เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2564 ที่ผ่านมา ก็พบปัญหาว่าคนไทยได้รับผลกระทบจากทำงานที่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งไปที่ค่าใช้จ่ายของค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่มเป็นเท่าตัว นอกจากนี้อุปกรณ์ หรือห้องทำงานยังไม่พร้อมหรือสะดวกเท่าที่สำนักงาน

เทคนิค WFH ให้มีประสิทธิภาพ
แล้วจะแก้ปัญหายังไง สูตรสำเร็จทางจิตวิทยามักจะแนะนำให้ทำเช็คลิสต์เป็นข้อๆ ซึ่งหากเริ่มที่สิ่งรอบข้างไม่ได้ ก็ให้เริ่มที่ใจตัวเองก่อน ขอสรุปคำแนะนำที่น่าสนใจไว้ดังนี้

-ตั้งเวลาการทำงานที่ชัดเจน รวมเวลาพัก

"แยกเวลางานกับเวลาส่วนตัวออกจากกัน" ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อต้อง "Work from home" เพราะบรรยากาศที่บ้านชวนให้เราปลีกตัวออกจากงานได้ตลอดเวลา ฉะนั้น จึงต้องแบ่งเวลาส่วนตัวให้ดี จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดหลังเวลางาน และไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาด้วย

นอกจากบริหารตัวเองแล้วการทำงานจากที่บ้านยังต้อง สื่อสารกับทีมให้ดี เช่น ชี้แจงให้ชัดเจนว่าทำงานเวลาไหน หยุดพักเวลาไหนบ้าง อาทิ หากคุณต้องการใช้เวลาตอนเย็นกับครอบครัวต้องแน่ใจว่าไม่กระทบกับงาน และทีมรับรู้ว่าคุณไม่สามารถทำงานได้ในช่วงเวลานั้น เพื่อทำให้กระบวนการทำงานดำเนินไปอย่างราบรื่น

-สร้างพื้นที่สำหรับทำงานให้น่าทำ

การ "จัดพื้นที่" ทำงานเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงาน ให้รู้สึกจดจ่อกับการทำงานเป็นอันดับแรก ซึ่งช่วยในการคิดงานได้มากกว่าทำงานอยู่ในบรรยากาศของบ้าน ที่ทำให้เราคุ้นชินกับการพักผ่อนมากกว่าการทำงาน

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทำงาน ไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนออฟฟิศ เราอาจจะประยุกต์ใช้โต๊ะกินข้าวเคาท์เตอร์ในครัว ตู้หัวเตียง หรือมุมใดๆ ก็ได้ในบ้าน เพียงแต่กำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนว่าเป็น "พื้นที่ทำงาน" เพื่อตัดบริบทความสบายที่แสนดึงดูดจากรอบข้างออกไป

-จัดตารางงานที่ต้องทำสำเร็จภายใน 1 วัน

จัดลำดับความสำคัญ เริ่มต้นจากการ List รายการงานที่ต้องทำ โดยแบ่งงานออกเป็น 4 กลุ่มตามหลักของ Eisenhower Matrix จากแนวคิดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ได้แก่

1) Urgent and important งานที่สำคัญและเร่งด่วน
2) Urgent but not important เป็นงานที่เร่งด่วน แต่ไม่สำคัญ
3) Important but not urgent เป็นงานที่สำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน
4) Not important and not urgent เป็นงานที่ไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วน

-ลำดับความสำคัญของงาน

"วางแผนเรื่องงานให้ดี ก่อนที่จะเริ่มทำงาน" เคล็ดไม่ลับที่ทำให้งานง่ายขึ้น โดยเรียงลำดับ ดังนี้

- ทำภารกิจที่มีลำดับความสำคัญสูงสุดก่อน
- วางแผนวันตามวิถีชีวิตธรรมชาติของคุณ เช่น เลือกทำงานหนักที่สุด หรือยากที่สุด ในเวลาที่คุณมีพลังงานมากที่สุดของวัน (แต่ละคนไม่เหมือนกัน).                                   - วางแผนรางวัลของตัวเอง และการหยุดพักระหว่างวัน

ทริคในการวางแผนงานง่ายๆ คือ ใช้เวลา 2-3 นาทีก่อนที่จะเข้านอนเพื่อวางแผนสำหรับวันถัดไป เพื่อให้ไม่ต้องเครียดจากการวางแผนในใจอยู่ตลอดเวลา พอสบายใจว่างานเป็นระบบแล้วจะ ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ตื่นตัวทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้น อาจทำให้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้นสำหรับการออกกำลังกายก่อนทำงาน หรือดูแลตัวเองในด้านอื่นๆ ด้วย

-ตั้งรางวัลให้ตัวเองเมื่อทำงานสำเร็จ

เรารู้สึกสนุกกับการตั้งหน้าตั้งตารอรางวัลมากกว่าการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะมุ่งมั่นกับการวางแผนทำงาน ลองเปลี่ยนเป็นวางแผนผ่อนคลายหลังเสร็จงาน การให้รางวัลสำหรับทุกความสำเร็จเล็กๆ แก่ตัวเราเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

11 ก.ย. 2564
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/959496

41
หลังจากกรุงเทพมหานคร เชิญชวนประชาชนร่วมนำขวดน้ำพลาสติก PET เพื่อนำไปผลิตเป็นชุด PPE ในโครงการ “แยกขวด ช่วยหมอ” ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิด-19

อีกทั้งเป็นการหมุนเวียนพลาสติกใช้แล้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ด่านหน้าโดยเปิดจุดรับฝากบริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 และ 2 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฎว่ามีประชาชนให้ความสนใจและนำขวดน้ำพลาสติก PET จำนวนมาก มาฝากกับ กทม. เพื่อร่วมโครงการ ฯ รวมน้ำหนักกว่า 900 กิโลกรัม และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้เพิ่มจุดรับฝาก ณ สำนักงานเขต 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ

นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ประชาชน สามารถนำขวดพลาสติก PET ที่แห้งสะอาดและบีบแบนแล้ว เข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 (เสาชิงช้า) และบริเวณลานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) รวมถึงสำนักงานเขต 50 เขต ได้ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2564 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 - 17.00 น.

9 ก.ย. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

42
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยถือเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยหนึ่งในแนวทางที่สำคัญคือ การส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทางภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน และประชาชน ในการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง สามารถนำไปต่อยอด ขยายผล และเป็นต้นแบบการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางให้หน่วยงานอื่นๆ

ด้วยในปัจจุบันปัญหาปริมาณขยะมูลฝอยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวิกฤตสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เกิดขยะพลาสติกมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 60 จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการคัดแยกขยะจากต้นทาง เช่น กลุ่มของเศษอาหาร ขยะพลาสติก ขยะติดเชื้อ เป็นต้น

“ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ 3 จังหวัดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด สำหรับผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในขณะนี้ได้เป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยล่าสุดกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้มีการจัดกิจกรรมอบรมภายใต้โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทางขึ้น ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้กิจกรรมจิตอาสาตามแนวพระราชดำริเข้ามาช่วยในการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรและขยายเครือข่ายจิตอาสาการจัดการขยะที่ต้นทาง และเกิดต้นแบบการขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั่วประเทศ”

นายวราวุธกล่าวต่อไปว่า โครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทางจะประกอบด้วย การเสวนา : ผู้นำจิตอาสาสร้างวินัย ลด คัดแยกขยะที่ต้นทาง โดยมีผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนภาคเอกชน และผู้นำชุมชน ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมกันนี้มีการบรรยายจากนักวิชาการสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อนวัตกรรมการจัดการขยะอินทรีย์ “หนอนแมลงวันลาย” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยจัดการขยะอินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งการอบรมออนไลน์ดังกล่าวได้นำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจ และหันมาให้ความสำคัญในการกำจัดขยะ ตลอดจนทราบถึงแนวทาง และนวัตกรรมต่างๆ ที่มีส่วนในการลด และคัดแยกขยะที่ต้นทางเพื่อนำไปสู่สังคมปลอดขยะอย่างยั่งยืน

“ขณะนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งหามาตรการและวางแนวทางแก้ไข รวมถึงรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ซึ่งโครงการอบรมออนไลน์ขับเคลื่อนผู้นำจิตอาสาลดแยกขยะที่ต้นทาง ที่ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงเป็นอีกความพยายามในการดำเนินการเพื่อสร้างความร่วมมือช่วยกันลดปริมาณขยะได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนคนไทยได้ช่วยคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อง่ายต่อการกำจัด เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ และระบบนิเวศที่ยั่งยืน” นายวราวุธกล่าวทิ้งท้าย


21 ส.ค. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

43
สาเหตุที่ตามท้องถนน สวนสาธารณและชายหาดของประเทศสิงคโปร์ ปลอดจากขยะเรี่ยลาด หรือส่งกลิ่นเหม็น นอกจากที่นี่เขามีกฏระเบียบเคร่งครัด จับจริง ปรับจริง และให้ทุกบ้านทุกคนมีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง

ในประเภทของขยะพลาสติกที่มีแนวโน้มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะพลาสติกจากบรรจุภัณฑ์อาหารต่างๆ ที่ใช้แล้วทิ้ง ทางการสิงคโปร์ยังวางเส้นทางเดินไปสู่ Zero waste อย่างมีประสิทธิภาพ

แสดงให้เห็นเส้นทางของขยะพลาสติกไปไหน ยกตัวอย่างจากบรรจุภัณฑ์ถุงมันฝรั่งยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งหากว่าเรากินแล้วทิ้งโดยไม่กำจัดก็อาจจะตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมยาวนานถึง 500 ปี กว่าจะสูญสลาย แต่ที่นี่เขาสามารถกำจัดให้สูญหายไปจากสิ่งแวดล้อมภายในวันเดียวปัจจุบันขยะพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ในสิงคโปร์เกือบทั้งหมด ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ถูกนำไปเผาด้วยความร้อนสูงถึง 1,000 องศา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าที่นำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ก่อมลพิษทางอากาศ ขณะที่ส่วนของเหลือจากการเผาซึ่งเป็นเถ้าและขยะบางส่วนก็ถูกส่งไปยังเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นในบริเวณใกล้เคียง โดยมีวิธีกำจัดซึ่งไม่ก่อพิษที่อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในทะเลและสัตว์น้ำ

บรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ ถือว่าเป็นประเภทขยะมีปริมาณมากที่สุดในสิงคโปร์ ตามข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (NEA) ระบุว่า ในปี 2018 สิงคโปร์สร้างขยะพลาสติกประมาณ 949,300 ตัน แต่มีการรีไซเคิลเพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

และขยะพลาสติกต่อหัวเพิ่มขึ้นเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานของหนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทมส์ ระบุไว้ว่า แต่ละคนในสิงคโปร์ทิ้งถุงเฉลี่ย 13 ถุงต่อวันในปี 2016 นั่นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

9 ก.ย. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

44
เพจช่วยกันเปิดข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขถูกแฮกข้อมูลคนไข้ ล่าสุด “อนุทิน” ทราบเรื่องแล้ว สั่งปลัดจัดการ เตรียมแถลงข่าวบ่ายนี้

วันที่ 7 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (6 ก.ย.) เพจเฟซบุ๊ก น้องปอสาม ที่นำเสนอข้อมูลด้านพลังงานเพื่อการรับรู้ที่ไม่บิดเบือน มีผู้ติดตามกว่า 7 หมื่นคน ได้โพสต์อ้างว่า ข้อมูลคนไข้ของกระทรวงสาธารณสุขโดนแฮก ระบุว่า ไม่แน่ใจมีใครนำเสนอเรื่องนี้ยัง ตอนนี้เราไปสนใจเรื่อง พส.กันหมด แต่เรื่องนี้ก็สำคัญ ข้อมูลคนไข้ของกระทรวงสาธารณสุขโดนแฮก โดยมีการเรียกค่าไถ่ด้วย

เว็บไซต์ Raidforums.com ก่อนหน้าได้มีการ Hack พวกเว็บ e-commerce ขายของรายใหญ่ไปแล้ว คราวนี้ได้มี Hack และโพสต์ขายข้อมูลของคนไข้ของกระทรวงสาธารณสุข โดยประกอบไปด้วย

ข้อมูลผู้ป่วย-ที่อยู่-โทรศัพท์-รหัสประจำตัว-มือถือ-วันเดือนปีเกิด-ชื่อบิดา-ชื่อโรงพยาบาล-ข้อมูลแพทย์ทั้งหมด-ชื่อโรงพยาบาล-และรหัสผ่านทั่วไปของระบบโรงพยาบาลและข้อมูลที่น่าสนใจทั่วไป มีภาพตัวอย่างข้อมูลค่อนข้างละเอียดนะครับ ไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่

ในเวลาต่อมาเพจ Drama-addict ให้ข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า จากประเด็นข้อมูลคนไข้ถูกแฮกของเพจ น้องปอสาม ข้างในเป็นฐานข้อมูลคนไข้ ประกอบด้วย ชื่อคนไข้ เบอร์โทร. ที่อยู่ ชื่อหมอที่รักษา ชื่อแผนก ชื่อ รพ. รวมทั้งสิ้น 16 ล้านข้อมูล ไม่รู้ว่าแฮกเกอร์ไปแฮกมาจากไหน แต่เอาไปขายกันสนุกเลยข้อมูลนี้ แถมขายถูกด้วย พับผ่าสิวะ ถ้าพวกเว็บพนันซื้อไปนี่เดี๋ยวได้ sms ชวนเล่นการพนันกันรัว ๆ แน่ทั้งสิบหกล้านคนนั่น

ล่าสุด มติชน รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เรื่องเกิดขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และเคยเกิดที่สระบุรี หลังจากทราบข่าวได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ และได้มีการสั่งการเรียบร้อยแล้ว ที่ทราบมาข้อมูลที่ถูกโจรกรรมเป็นข้อมูลเบื้องต้นทั่ว ๆ ไป ไม่ได้เป็นความลับอะไร

เมื่อถูกถามเรื่องการปรับมาตรการ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองแล้ว นายอนุทินตอบว่า หลังจากนี้จะปรับมาตรการทางปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น

“เราไม่คิดจะมีคนคิดทำได้ขนาดนี้ แต่เชื่อว่าโรงพยาบาลจะมีการจัดข้อมูลชั้นความลับของคนไข้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักปลัดกระทรวงต้องไปแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่ ไม่ตื่นตระหนกอะไร”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะแถลงกรณีการแฮกข้อมูลผู้ป่วยอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันนี้ (7 ก.ย.) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมไพจิตรปวะบุตร ชั้น 9 อาคาร 7 กระทรวงสาธารณสุข

1 กันยายน 2564
https://www.prachachat.net/marketing/news-755382

45
อุทกภัยร้ายแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 รายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในรัฐอีดัลโก ทางภาคกลางของเม็กซิโก ในนั้นเกือบทั้งหมดเป็นคนไข้โควิด-19 หลังฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ก่อให้น้ำในแม่น้ำทูลาล้นตลิ่ง ไหลทะลักเข้าท่วมเมือง เจ้าหน้าที่เปิดเผยเมื่อวันอังคาร(7ก.ย.)

นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินยังได้ทำการอพยพคนไข้รายอื่นๆอีกมากกว่า 40 คนของโรงพยาบาลรัฐในเมืองทูลา และถ้อยแถลงของรัฐบาลเม็กซิโกระบุว่าจากการประเมินเบื้องต้น มีอาคารบ้านเรือนราวๆ 2,000 หลังได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้

โอมาร์ ฟายัด ผู้ว่าการรัฐอีดัลโก ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่น ในบรรดาผู้เสียชีวิต 17 รายนั้น มีอยู่ถึง 15 หรือ 16 คนที่เป็นคนไข้โควิด-19 ขณะที่สื่อมวลชนรายงานว่าเหตุเสียชีวิตเกิดขึ้นเนื่องจาก น้ำท่วมที่มีต้นตอจากฝนตกต่อเนื่องนานหลายวัน ทำไฟฟ้าดับที่โรงพยาบาล

ภาพถ่ายที่ ฟายัด เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ พบเห็นพยาบาลกำลังดิ้นรนเข็นเตียงออกจากโรงพยาบาล ในความพยายามพาผู้ป่วยไปยังพื้นที่ปลอดภัย และพยาบาลบางส่วนลงทุนเดินลุยน้ำระดับหัวเข่า

นอกจากนี้แล้วยังปรากฏวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ พบเห็นคนไข้บางส่วน บางรายใส่ท่อช่วยหายใจ กำลังถูกเคลื่อนย้ายขึ้นสู่เรือเร็ว

ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ เขียนบนทวิตเตอร์ เรียกร้องให้ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยง อพยพไปยังจุดปลอดภัย ไม่ว่าจะขึ้นไปหลบบนที่สูง หรือไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนๆหรือญาติๆเป็นการชั่วคราว "มีฝนตกลงมามากในแถบหุบเขาเม็กซิโก และมันจะยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง" เขากล่าว

(ที่มา:รอยเตอร์)


8 ก.ย. 2564 ผู้จัดการออนไลน์

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 456