แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - story

หน้า: [1] 2 3 ... 560
1
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำพิพากษาที่สร้างความผิดหวังแก่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ม.ค.) ขัดขวางมาตรการบังคับฉีดวัคซีนหรือตรวจเชื้อโควิด-19 ของเขา สำหรับลูกจ้างของภาคธุรกิจขนาดใหญ่

แต่ในขณะเดียวกัน ศาลสูงสุดของประเทศมีคำพิพากษาอนุญาตให้บังคับฉีดวัคซีนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตามสถานพยาบาลต่างๆ ที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลกลาง

ไบเดน แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินของศาลที่ตีตกคำสั่งของเขาที่บังคับให้ธุรกิจต่างๆ ที่มีพนักงาน 100 คนขึ้นไป ต้องฉีดวัคซีนหรือตรวจเชื้อโควิด-19 พนักงานของตนเอง "ผมรู้สึกผิดหวังที่ศาลสูงเลือกบล็อกข้อบังคับปกป้องชีวิตสำหรับลูกจ้างของธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานทั้งทางวิทยาศาสตร์และกฎหมาย"

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีรายนี้แสดงความยินดีที่ศาลเห็นชอบบังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีน พร้อมระบุว่า มันจะส่งผลกระทบครอบคลุมเจ้าหน้าที่ตามสถานพยาบาลต่างๆ ราว 10 ล้านคนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและจะช่วยปกป้องชีวิต

หลายเดือนหลังจากร้องขออเมริกันชนให้เข้ารับวัคซีนต้านโควิด-19 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในสหรัฐฯ ไปแล้วมากกว่า 845,000 คน ไบเดนแถลงเมื่อเดือนกันยายน ว่า เขาจะบังคับฉีดวัคซีนพนักงานของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ขณะที่พนักงานรายใดที่ไม่ฉีดวัคซีนก็จำเป็นต้องแสดงผลตรวจเชื้อเป็นลบรายสัปดาห์และต้องสวมหน้ากากในที่ทำงาน

สํานักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติสหรัฐฯ (OSHA) หน่วยงานของรัฐบาลกลาง ให้เวลาภาคธุรกิจจนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ สำหรับปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าว ไม่อย่างนั้นอาจเผชิญกับโทษปรับเงิน

อย่างไรก็ตาม คณะผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยม 6 ท่าน วินิจฉัยว่าคำสั่งบังคับจะเป็นตัวแทนของ "การล่วงล้ำเข้าสู่ชีวิตและสุขภาพของลูกจ้างจำนวนมาก" คณะผู้พิพากษาระบุ "แม้ไม่อาจโต้แย้งได้ว่าสภาคองเกรสให้อำนาจ OSHA กำหนดกฎระเบียบควบคุมอันตรายจากการประกอบอาชีพ แต่พวกเขาไม่ได้ให้อำนาจหน่วยงานนี้กำหนดกฎระเบียบด้านสาธารณสุขในวงกว้าง"

แต่ผู้พิพากษาหัวเสรีนิยม 3 ท่านเห็นต่าง โดยระบุว่า คำพิพากษาดังกล่าวจะเป็นตัวขัดขวางศักยภาพของรัฐบาลกลางในการตอบโต้ภัยคุกคามของโควิด-19 ที่มีต่อแรงงานของประเทศ

การฉีดวัคซีนกลายเป็นประเด็นแตกแยกทางการเมืองในสหรัฐฯ ประเทศที่มีประชาชนฉีดวัคซีนครบเข็มแล้ว คิดเป็นสัดส่วน 63% ของประชากร

พันธมิตรหนึ่งในสมาคมภาคธุรกิจ 26 แห่ง ยื่นฟ้องคัดค้านกฎระเบียบของ OSHA และหลายรัฐที่นำโดยรีพับลิกัน แสดงจุดยืนคัดค้านคำสั่งบังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีน

ริค สกอตต์ วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน พูดถึงคำพิพากษาว่า "เป็นการส่งสารอย่างชัดเจน ว่าไบเดนไม่ใช่กษัตริย์และการใช้อำนาจรัฐบาลกลางที่เลยเถิดของเขาจะไม่เป็นที่อดทนอีกต่อไป ผมเคยติดโควิดและฉีดวัคซีนแล้ว แต่ผมจะไม่มีทางสนับสนุนบังคับฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นการรังแกอเมริกันชนผู้ทำงานหนักและทำลายการจ้างงาน"

เช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่แสดงความยินดีต่อกรณีที่ศาลบล็อกคำสั่งฉีดวัคซีนพนักงานบริษัทเอกชน "ศาลสูงได้พูดแล้ว ยืนยันในสิ่งที่เราทุกคนรู้ดี นั่นก็คือคำสั่งหายนะของไบเดนไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ" ทรัมป์กล่าวในถ้อยแถลง "เราภูมิใจที่ศาลสูงไม่สนับสนุน ไม่เอาคำสั่งบังคับ!"

ไบเดน ระบุในถ้อยแถลงว่า เวลานี้ขึ้นอยู่กับรัฐต่างๆ และนายจ้างแต่ละรายเองแล้วที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าพวกเขาควรบังคับพนักงานฉีดวัคซีนหรือไม่

เขาบอกว่าคำพิพากษาของศาลสูง "ไม่ได้หยุดผมจากการใช้สิทธิใช้เสียงของผมในฐานะประธานาธิบดี สนับสนุนพวกนายจ้างทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อปกป้องสุขภาพของอเมริกันชนและเศรษฐกิจ เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกันหากเราต้องการปกป้องชีวิต ช่วยผู้คนให้สามารถเดินหน้าทำงานต่อไปและทิ้งโรคระบาดใหญ่นี้ไว้เบื้องหลัง"

(ที่มา : เอเอฟพี)

14 ม.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

2
เรื่องเล่าเช้านี้

คุณสุวสิน หรือคุณเจ เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ว่า ครอบครัวตนเองติดเชื้อโควิดทั้งหมด 5 คน โดยเริ่มจากภรรยา ติดเชื้อจากที่ทำงาน และนำตัวไปรักษาที่ฮอสพิเทลแล้ว ต่อมาพ่อของตน ก็มีอาการและตนเองก็มีอาการ จึงไปตรวจเชื้อ พบว่าทั้งตนเองและคุณพ่อติดเชื้อทั้งคู่ โดยคุณพ่อก็ได้รับไปรักษาที่รพ.แล้ว ส่วนคุณแม่ตนเองไม่ติด ซึ่งแน่นอนว่าการสัมผัสใกล้ชิดในบ้าน กับผู้ติดเชื้อ คนที่อยู่ด้วยก็เสี่ยงสูง

คุณสุวสิน จึงเป็นห่วงลูกชาย ฝาแฝดสองคน น้องภาคินและน้องมาร์วิน อายุ 7 เดือน จึงไปขอตรวจที่สถานพยาบาลที่รับตรวจเบื้องต้น ผลออกมาพบว่า ลูกชายฝาแฝดติดเชื้อโควิด

จึงแจ้งไปรพ.ตามสิทธิบัตร 30 บาทของลูก แต่ ทางรพ.บอกว่า ไม่รับผลการตรวจจากแล็บภายนอก ต้องตรวจที่รพ.เท่านั้น และตรวจเจอที่ไหนก็ให้รักษากับที่โรงพยาบาลนั้น

คุณสุวสิน จึงขอให้รพ.ตามสิทธิ์ของลูก เพื่อตรวจเชื้อให้ รพ.ก็ปฏิเสธว่า ไม่มีหมอเด็ก ไม่มีน้ำยา เมื่อรพ.แรกไม่ได้ ก็ไปรพ.ที่สอง รพ.นี้ก็ปฏิเสธ บอกว่า ไม่มีหมอเด็ก และจะไม่ตรวจให้เด็กเล็ก พอ ร พ.ที่สองไม่ได้ ก็ไปแห่งที่ 3 ไปถึงถูกปฏิเสธอีก บอกว่าน้ำยาตรวจมีน้อย ต้องสำรองไว้ให้ผู้ป่วยที่อาการหนักและสัมผัสเสี่ยงสูง ตนก็ขอร้องยกมือไหว้ ขอตรวจให้ลูกตนมี เขามีผลจากแล็บแล้วว่าติด ทางรพ.ก็ปฏิเสธ

สุดท้ายก็ได้จิตอาสาและสื่อมวลชน ช่วยประสานพาน้องภาคิน และมาร์วิน เด็กฝาแฝดวัย7เดือน ไปตรวจเชื้อที่ รพ.จุฬารัตน์ 9 และให้กลับบ้าน รอผลตรวจ หากผลตรวจออกก็จะมารับไปรักษา

คุณสุวสิน บอกว่าถือว่ายังโชคดีที่ลูกชายไม่ได้มีอาการหนัก มีแค่ไอ น้ำมูก และงอแง แต่หากอาการหนัก จะทำอย่างไร อยากขอร้องให้ภาครัฐ ช่วยหันมาดูแลผู้ป่วยเด็กด้วย เพราะยังเล็กมากและทั้งหมดที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล ไม่ได้จะโจมตี หรือตำหนิ รพ.ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่อยากให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเด็กเล็กด้วย

สำหรับเด็กๆ ตอนนี้ก็รอผลตรวจ โดยมีคุณพ่อ และคุณย่าคอยดูแล และหากผลตรวจออกในวันนี้ ก็รอการประสานรับไปรพ.เพื่อรักษาต่อไป

Jul 2, 2021
https://www.youtube.com/watch?v=G1F2Y2JJEcY

3
"นายกฯ" ห่วงเด็กติดโควิดเพิ่มขึ้น ฝากสธ.กำชับโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน อย่าปฏิเสธรับเด็กติดโควิด ต้องให้ความสำคัญกับผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นลำดับแรก ต้องรับ-ส่งต่อให้เร็วที่สุด

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด การศึกษายังไม่อาจหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่มีตัวแปรสำคัญอย่างโควิด-19 ได้ จากสถิติของปี 2565 มีการคาดการณ์ถึงความเสี่ยงของเด็กที่จะหลุดจากระบบการศึกษา มากถึง 1.9 ล้านคน และพบว่ามีเด็กกว่า 43,000 คนที่ยังไม่กลับเข้ามาเรียนต่อ และล่าสุดเด็กเล็กถูกปฏิเสธเข้ารับการรักษา เรื่องนี้ระดับ “นายกฯ” ต้องออกโรงเอง

โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2565  น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยต่อกรณีที่พบผู้ป่วยโควิด-19 ในเด็กเพิ่มขึ้น รวมถึงที่มีการเผยแพร่ในสื่อว่าได้เกิดกรณีโรงพยาบาลปฏิเสธการรับรักษาเด็ก โดยในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีขอให้กระทรวงสาธารณสุขกำชับโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน อย่าปฏิเสธการรับผู้ป่วยเข้ารักษา หากเกิดกรณีผู้ป่วยเต็มให้มีการประสานงานส่งต่อผู้ป่วยให้เร็วที่สุด โดยต้องให้ความสำคัญกับผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นลำดับแรก

"นายกรัฐมนตรีมีความกังวลต่อกรณีที่มีการปฏิเสธไม่รับเด็กเข้ารักษาในโรงพยาบาล ขอให้กระทรวงสาธารณสุขวางระบบเพื่อให้มีการรับหรือส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ มีระบบให้คำปรึกษาในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด เนื่องจากเด็กมีภูมิคุ้มกันน้อยเพราะยังไม่ได้รับวัคซีนเหมือนผู้ใหญ่”น.ส.ไตรศุลี กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินีซึ่งเป็นสถาบันหลักที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาโรคเด็ก ให้เตรียมการให้พร้อมเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิดเด็กทุกกลุ่มทุกระดับอาการ และเป็นหน่วยงานหลักในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยเด็กแก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งขั้นตอนวิธีการดูแล การเตรียมยาน้ำฟาร์วิพิราเวียร์สำหรับเด็ก เป็นต้น

สำหรับผู้ปกครอง มีข้อแนะนำว่าในช่วงที่แนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังเพิ่มขึ้นนี้ ขอให้หลีกเสี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้เด็กรับเชื้อมากขึ้น และขอแนะนำให้ผู้ปกครองซึ่งต้องอยู่ใกล้ชิดเด็กให้เข้ารับวัคซีนให้ครบโดส เพื่อลดโอกาสที่จะนำเชื้อมาสู่เด็กด้วย ส่วนของการคัดกรองเพื่อนำเด็กเข้าสู่การรักษาให้เร็วที่สุด เนื่องจากเด็กจะไม่สามารถถ่ายทอดอาการของตนเองได้เหมือนผู้ใหญ่

น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่าขอให้ผู้ปกครองเฝ้าสังเกตอาการ หากเด็กมีไข้ ไอ มีน้ำมูกและมีประวัติไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือมีคนในครอบครัวเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ถือว่าเด็กมีความเสี่ยงควรใช้ชุดตรวจ ATK ที่ปัจจุบันมีทั้งแบบตรวจโพรงจมูกและน้ำลายเพื่อตรวจคัดกรอง หากให้ผลลบควรตรวจซ้ำในวันที่ 3-4 แต่หากผลเป็นบวกกรณีอยู่ในภูมิภาคให้ติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้าน หากอยู่ใน กทม.และปริมณฑล สามารถติดต่อไปยังสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ยังได้มีข้อสั่งการให้กรมการแพทย์ร่วมกับภาคีเครือข่ายร่วมกันดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มเด็กให้ดีที่สุด ซึ่งล่าสุดได้มีการประสานกับ กทม.ให้จัดทำเตียง Community Isolation (CI) สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้ 6 โซน โซนละ 1 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ แห่งละอย่างน้อย 50 เตียง โดย 1 ห้องเด็กอยู่ร่วมกัน 3-4 คน พร้อมให้สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินีเผยแพร่วิธีการเตรียมยาน้ำฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็ก ผ่านทาง YouTube เผยแพร่แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศให้เตรียมยาได้ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก

10 ม.ค. 2565
https://www.komchadluek.net/news/500542

4
ปู่ย่าขับรถตระเวน 3 จังหวัด หาที่รักษาหลาน 8 เดือน ติดโควิด แต่ไม่มี รพ.ไหนรับ เพราะไม่มีหมอเด็ก

(9 ม.ค.65) เพจสายไหมต้องรอด ได้แชร์เรื่องราวของ ปู่และย่าที่อุ้มหลานทารกวัย 8 เดือน ที่ติดโควิด ตระเวนหาที่รักษา 3 จังหวัด ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึงตี 2 แต่ไม่มีโรงพยาบาลไหนรับ

ปู่ของเด็กเผยว่า เมื่อ 5 วันที่แล้ว ลูกสาวกับลูกเขยติดเชื้อโควิดและรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล และวันที่ 9 ม.ค.65 ช่วงเที่ยง ตนเองกับภรรยาและหลานสาววัย 8 เดือน ได้ไปตรวจโควิดที่ปทุมธานี ผลปรากฏว่า หลานสาววัย 8 เดือน ติดเชื้อโควิด ส่วนตนเองไม่ติด และโรงพยาบาลแจ้งว่าตอนนี้เตียงเต็ม ต้องรออีก 150 คิว เตียงถึงจะว่าง จึงให้กลับไปกักตัวอยู่ที่บ้านหรือติดต่อโรงพยาบาลอื่น

ต่อมาช่วงประมาณ 21.00 น. ในวันเดียวกัน หลานอาการไม่ดี หายใจติดขัด ตัวร้อน อาการแย่ลง จึงตัดสินใจขับรถพาหลานไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่เปิดอยู่ในปทุมธานี กรุงเทพฯ และนนทบุรี แต่ไม่มีโรงพยาบาลไหนรับ เนื่องจากทุกโรงพยาบาลไม่มีหมอรักษาเด็ก จึงตัดสินใจจอดรถรอริมถนนหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนนทบุรี เพื่อรอถึงหมอเด็กมาทำงานตอนเช้า โชคดีเพจสายไหมต้องรอด ติดต่อเข้าให้การช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้าตรวจอาการเด็กหญิงวัย 8 เดือน ผลปรากฏว่ามีค่าออกซิเจนในเลือดที่ต่ำมาก วัดไข้ได้ 38 องศา และเด็กมีอาการหายใจติดขัด จึงให้ทีมงานประสานไปยังโรงพยาบาลเด็กทันที พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพ่อแม่ที่มีลูกอ่อนให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะโควิดระลอกนี้เด็กมีอาการหนักมากและทรุดลงอย่างรวดเร็ว

10 ม.ค. 65
https://www.sanook.com/news/8500734/

5
ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เผยเกษตรกรคนเลี้ยงหมูในไทยเจอโรคระบาดไวรัสอหิวาต์แอฟริกา (ASF) มาตลอดปี 2564

ประธานภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ฯ ระบุว่าเจตนาส่งหนังสือถึงกรมปศุสัตว์เพื่อให้กรมมีข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยสถาบันการศึกษาด้านสัตวแพทย์ 14 แห่ง พร้อมสนับสนุนด้านวิชาการพัฒนาวัคซีนและให้การจัดการความรู้ผู้เลี้ยงเพื่อให้สามารถกลับมาเลี้ยงหมูได้

"ถ้าจากภาพของสถานการณ์ที่เห็นในปี 2564 ทั้งปีล่ะครับ ที่มีปัญหาในเรื่องของการสูญเสียของฟาร์มต่าง ๆ มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่ฟาร์ม แล้วแต่สถานที่... ใน ปี 2564 ก็มี ASF (ไวรัสอหิวาต์แอฟริกา) ด้วย" ผศ.น.สพ.ดร. คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ประธานภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวกับบีบีซีไทย

ผศ.น.สพ.ดร. คงศักดิ์ กล่าวเมื่อ 10 ม.ค. หลังสื่อมวลชนหลายแขนงเผยแพร่หนังสือจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ส่งถึงกรมปศุสัตว์ เพื่อแจ้งเหตุการพบไวรัส ASF ในประเทศไทย จากการตรวจชันสูตรโรค ที่หน่วยบริการที่มหาวทิยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา

ผศ.น.สพ.ดร. คงศักดิ์ ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า หนังสือฉบับดังกล่าวเป็นหนังสือจริงที่ออกโดยภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีมติหลังการประชุมร่วมกันให้ส่งข้อห่วงใยไปยังกรมปศุสัตว์

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า ไม่เคยเห็นหนังสือจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ดังกล่าวที่แจ้งการตรวจพบเชื้อ ASF

"เราดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง เราไม่ได้ปกปิด" อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในการแถลงข่าววันนี้ (10 ม.ค.)

"ถ้าตรวจสอบพบโรค (ASF) เราจะรีบประกาศโรคตามขั้นตอน"

ประธานภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับท่าทีของกรมปศุสัตว์ที่ผ่านมา และเห็นว่าตัวเกษตรกรเองก็อยู่ในสถานะที่ได้รับผลกระทบทุกทาง จึงทำให้อาจมีส่วนในการไม่ได้รายงานแจ้งเหตุ

"ทางภาคการศึกษามีความพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะแก้ไขปัญหาให้การเลี้ยงสุกรกลับมาโดยเร็ว"

สถานการณ์โรคระบาดในหมูของไทย เริ่มเป็นที่จับตา เมื่อราคาเนื้อหมูในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กรมปศุสัตว์ โฆษรัฐบาล ต่างออกมาชี้แจงถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปริมาณการผลิตหมูในประเทศลดลง ว่ามาจากโรคโรคพีอาร์อาร์เอส (porcine reproductive and respiratory syndrome PRRS) โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร (PED) และโรคอหิวาต์สุกร (CSF) ทำให้ปริมาณหมูขุนลดลงประมาณ 15% โดย ปฏิเสธตลอดมาว่า ประเทศไทยไม่มีการระบาดของไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)

สถานการณ์ของเกษตรกรเลี้ยงหมูที่คณะสัตวแพทย์ 14 สถาบัน เจอ
นอกจากเอกสารการตรวจชันสูตรซากหมูแคระของหน่วยชันสูตรโรคสัตว์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ถูกเปิดเผยผ่านสื่อก่อนหน้านี้แล้ว ผศ. น.สพ.ดร. คงศักดิ์ กล่าวว่า การให้บริการทางสัตวแพทย์แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่ภาคีคณะสัตวแพทย์เจอ ทำให้รับรู้ถึงสถานการณ์ การสูญเสียของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในช่วงที่ผ่านมา

"เป็นไวรัสไม่มียารักษา และยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่จะให้ เพราะฉะนั้น เมื่อฟาร์มได้รับเชื่อโรคเข้าไป หมูติดโรค แน่นอนว่จะรุนแรงถึงขนาดว่าที่เราเห็นภาพในปัจจุบัน หลาย ๆ ฟาร์มต้องปิดตัว ไม่สามารถเลี้ยงได้ และอัตราการตายสูง อันนี้ คือความรุนแรงของโรค"

ประธานภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์เช่นนี้ เกิดขึ้นในปี 2564 ตลอดทั้งปี ที่เห็นการสูญเสียของฟาร์ม

เมื่อถามว่าโรคอื่น ๆ ที่กรมปศุสัตว์ เคยประกาศได้แก่ โรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร (PED) และโรคอหิวาต์สุกร (CSF) นั้นทำให้เกิดความสูญเสียที่รุนแรงเช่นนี้หรือไม่ ผศ. น.สพ.ดร. คงศักดิ์ กล่าวว่า โรคทั้ง 3 ชนิดนี้ มีวัคซีนป้องกัน ซึ่งเป็นเงื่อนไขกระบวนการของการเลี้ยงหมูในประเทศไทยที่เกษตรกรจะใช้วัคซีนเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อโรค ดังนั้น ในภาพรวม วัคซีนของโรคทั้ง 3 ชนิด ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและก็ป้องกันโรค ได้ หากมีการตาย อัตราความสูญเสียของหมูจะไม่สูงเท่ากับความรุนแรงของโรค ASF

"จะมีบางฟาร์มที่ยังคงมีการป่วยอยู่ ตรวจและเจอเชื้อ PRRS และ PED แต่อัตราการเสียหาย ก็ไม่ได้มีลักษณะของการเสียหายล้มตายจำนวนมากแบบนี้"

ผู้เลี้ยงหมูรายเล็กมีความเสี่ยงสูงสุด
ผศ. น.สพ.ดร. คงศักดิ์ กล่าวว่าการระบาดของโรค ASF กระทบผู้เลี้ยงหมูทั้งรายเล็ก กลาง ใหญ่ แต่ทั้งนี้ รายเล็กจะมีความเสี่ยงมากที่สุด โดยปัจจัยที่ทำให้หมูตายมากหรือน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับ ความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) หรือมาตรการการดูแลฟาร์ม ฟาร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพที่ดี ส่วนมากจะเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ซึ่งอัตราการสูญเสียจะน้อยกว่าฟาร์มขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มีลักษณะการเลี้ยงในโรงเรือนที่ปิดมิดชิด และยังคงมีการสัมผัสจากภายนอก

"เชื้อเป็นได้กับทุกหมู ทั้งฟาร์มขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ว่าฟาร์มไหนจะมีมาตรการในการป้องกันโรค ในแง่ของการจัดการที่ดีกว่า ข้อเท็จจริงคือ ฟาร์มขนาดเล็กก็น่าจะมีความเสี่ยงมากกว่า เมื่อหมูได้รับเชื้อเข้าไป ก็มีอัตราการสูญเสียที่มาก"

getty
ที่มาของภาพ,AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ,
ASF ไม่ใช่โรคติดเชื้อสู่คน ไม่ก่อโรคหรือส่งผลต่อสุขภาพในคน ผู้คนยังสามารถบริโภคสุกรได้ตามปกติทั่วไป แต่ควรบริโภคเนื้อสุกรที่ปรุงสุกและซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

คาดรุนแรงถึงกลางปี 2565
ประธานภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ของเกษตรกรที่เจอโรค ASF นั้น ต้องหยุดเลี้ยงหมูระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากหากกลับมาเลี้ยงอีกครั้ง แต่ยังไม่มีวัคซีนและการจัดระบบโรงเรือนให้มีมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ ก็ยังคงมีความเสี่ยงของการเลี้ยง

"พอหยุดเลี้ยง หมูก็หายไปจากตลาด ราคาหมูก็แพง เป็นเรื่องปกติ พี่น้องเกษตรกรตอนนี้ น่าจะต้องรอความหวัง จากการแก้ไขปัญหาที่ตรงสาเหตุจากภาครัฐ"

เมื่อถามว่าสถานการณ์นี้จะยาวนานแค่ไหน ประธานภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าขึ้นอยู่กับระยะเวลาของรอบการผลิตหมูตามรอบของการเลี้ยงสุกร ที่ต้องรอการผลิตแม่หมูและกระจายลูกเพื่อไปเลี้ยงตามพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือน

"อย่างน้อย ๆ ก็กลางปีนี้ น่าจะยังคงเจอสภาพของการที่เราไม่ได้มีหมูเลี้ยงในฟาร์มเกษตรกร"

กลับมาเลี้ยงใหม่ ไม่ง่าย เพราะเชื้อรุนแรง คงทนในสภาพแวดล้อม
ผศ.น.สพ.ดร. คงศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของการกลับมาฟื้นคืนการเลี้ยงหมูของเกษตรกร คือ ตัวเชื้อไวรส ASF นั้นคงทนได้สภาพแวดล้อม รายงานการศึกษาของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ ก็เจอเชื้อ ทั้งในน้ำ อาหาร คอก กรง ซึ่งนับเป็นปัจจัยที่ทำให้ยากที่เกษตรกรจะกลับมาเลี้ยงหมูได้อีกครั้งโดยปลอดจากโรค

ดังนั้น จึงต้องมีวัคซีนซึ่งขณะนี้ภาควิชาการกำลังวิจัยและพัฒนา และการจัดการความรู้ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งหากหน่วยงานรัฐที่ดูแลไม่เข้าใจปัญหาที่ตรงจุด จะยิ่งทำให้ปัญหายืดเยื้อออกไปอีก

"เชื้อ ASF มีความคงทนในสภาพแวดล้อม แม้แต่ในผลิตภัณฑ์ของเนื้อสัตว์ เนื้อสุกร กุนเชียง ซึ่งผ่านอุณหภูมิความร้อนระดับหนึ่ง แต่เชื้อไม่ตาย เพราะฉะนั้นการที่เชื้อยังคงทนในสิ่งแวดล้อม จึงเป็นปัญหามากที่เกษตรกรไม่สามารถใช้คอก ใช้เล้าเดิมมาเลี้ยงได้ ต้องใช้ความรู้ทางวิชาการมาช่วย"

กรมปศุสัตว์ ระบุไม่เคยเห็นหนังสือจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทย์ฯ
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงในวันนี้ (10 ม.ค.) ว่า ไม่เคยเห็นหนังสือดังกล่าวเสนอขึ้นมารายงานให้ทราบ แต่ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบและจะทราบข้อเท็จจริงภายในสัปดาห์นี้

ส่วนการควบคุมโรคในหมู เขากล่าวว่า ทางกรมได้มีการตรวจจับอย่างต่อเนื่องในส่วนที่มีเกษตรกรบางกลุ่มบางพวกลักลอบนำหมูป่วยเข้าไปในโรงฆ่าสัตว์ และทำให้เกิดการกระจายแพร่โรค พร้อมชี้ว่าการควบคุมการระบาดอยู่ที่ตัวเกษตรกรด้วย อีกทั้ง พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ ในปัจจุบัน ไม่ได้มีบทลงโทษที่สูง จึงทำให้การควบคุมโรคทำได้ยาก จึงขอให้ประชาชนร่วมมือในการแจ้งทางการเมื่อมีเหตุหมูป่วยตาย

"หลาย ๆ ครั้งที่เกษตรกรบางกลุ่ม มีสัตว์ป่วยตาย ไปดำเนินการเอง อันนี้เป็นตัวที่แพร่โรคไปได้"

ย้อนรอย รัฐบาลทักษิณ ปกปิดไข้หวัดนก ช่วงปี 2546-2547
รายการ 3 นาทีคดีดัง ของไทยรัฐ บันทึกเหตุุการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในช่วงของรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี 2546-2547 ที่กว่าจะมีการยืนยันว่ามีเชื้อไข้หวัดนก (H5N1) ในไทย ก็ผ่านไปกว่า 1 เดือน

เริ่มต้นจากช่วงปลายปี 2546 พบไก่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุนับหมื่นตัวภายในฟาร์มแห่งหนึ่งที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนลุกลามไปในหลายจังหวัด โดยในเวลาต่อมา นสพ.จิโรจ ศศิปรียจันทร์ นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคนแรกที่ลงพื้นที่ตรวจโรค ได้เตือนไปยังกรมปศุสัตว์ว่าต้องทำลาย เพื่อควบคุมการระบาด

14 ม.ค. 2547 นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ ขณะนั้น แถลงสาเหตุไก่ไทยตายไม่ได้เกิดจากโรคไข้หวัดนก แต่เกิดจากโรค 2 ชนิด คือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หรือโรคที่จะส่งผลให้ไก่มีปัญหาด้านหลอดลมอักเสบจนล้มตาย และโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารหรือเชื้ออหิวาต์ ซึ่งทั้งสองโรคอยู่ในการควบคุมของทางการแล้ว

ในเวลานั้นนายยุคล ลิ้มแหลมทอง อธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็ออกมายืนยันว่าไม่มีการระบาดและรัฐไม่ได้ปิดข่าว

17 ม.ค. 2547 นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการวิทยุว่า เชื้อโรคที่แพร่ระบาดในฟาร์มไก่ไม่ใช่เป็นเชื้อไข้หวัดนก เป็นเชื้อทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ และมีไก่ตายประมาณ 1.5 ล้านตัวเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนอย่าพูดเกินเหตุ เนื่องจากจะกระทบต่อการส่งออกเนื้อไก่

20 ม.ค. 2547 นายทักษิณ พร้อมคณะรัฐมนตรี ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน โดยเมนูทั้งหมดล้วนทำด้วยไก่ เพื่อเรียกความมั่นใจให้ประชาชนว่า "ไก่ไทยปลอดไข้หวัดนก" กิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นนี้ถูกเรียกชื่ออย่างไม่เป็นทางการในช่วงนั้นว่า ทักษิณโชว์กินไก่

22 ม.ค. 2547 ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช และที่ปรึกษาด้านไวรัสขององค์การอนามัยโลก ให้ความเห็นว่า "หลังดูผลการตรวจสอบเชื้อโรคระบาดในไก่ในระดับห้องปฏิบัติการ มีผลการทดลองออกมาว่าเชื้อที่ระบาดในไก่ขณะนี้คือ "เชื้อโรคของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1"

23 ม.ค. 2547 เมื่อมีคำยืนยันจากฟากสาธารณสุขแล้ว นายทักษิณ ก็ยอมรับว่ามีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย

กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค สรุปการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก ตั้งแต่ปี 2547-2549 ว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก 25 ราย มีผู้เสียชีวิต 17 ราย โดยหลังจากปี 2549 ก็ไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดนกอีกเลยจน

9มค2565
https://www.bbc.com/thai/thailand-59935969

6
ไม่ถึง 1 เดือนหลังออกข้อกฎระเบียบเข้มงวดบังคับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฉีดวัคซีน ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ซึ่งยังติดเชื้อโควิด-19 กลับมาทำงาน หลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก ท่ามกลางการเคสผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พุ่งสูง ความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

ตามกรอบคำแนะนำใหม่ของกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียเมื่อวันเสาร์ (8 ม.ค.) ระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีผลตรวจโควิด-19 ไม่จำเป็นต้องกักโรคอีกต่อไปและสามารถกลับมาทำงานทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีผลตรวจเป็นลบ ตราบใดที่พวกเขาไม่แสดงอาการ

ในถ้อยแถลงที่ส่งถึงสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์ ทางกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียระบุว่ากรอบคำแนะนำใหม่ดังกล่าว เป็น "เครื่องมือชั่วคราว" สำหรับบรรเทาภาวะขาดแคลนเจ้าหน้าที่ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ สืบเนื่องจากเคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งสูง

นอกจากนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียระบุด้วยว่า โรงพยาบาลต่างๆ ควรให้เจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อโควิด-19 ดูแลเฉพาะคนไข้ที่มีผลตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ออกมาเป็นบวก เท่าที่จะเป็นไปได้

พวกเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและสหภาพแรงงานของพวกเขาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายใหม่นี้อย่างดุเดือด

"เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและคนไข้จำเป็นต้องได้รับการปกป้องโดยกฎระเบียบที่ชัดเจนตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น การอนุญาตให้นายจ้างเรียกเจ้าหน้าที่ที่อาจยังติดเชื้อกลับไปทำงาน เป็นหนึ่งในความคิดที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยได้ยินระหว่างโรคระบาดใหญ่นี้เลย" บ็อบ ชูนโอเวอร์ แกนนำสหภาพแรงงาน SEIU สาขาแคลิฟอร์เนียกล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น คำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนีย ยังใช้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ประจำบ้านพักคนชราทั้งหลาย สถานที่ที่คนไข้คือกลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตมากที่สุดจากการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งจากข้อมูลพบว่า จนถึงตอนนี้มีผูู้พักอาศัยตามบ้านพักคนชราต่างๆ ของแคลิฟอร์เนีย เสียชีวิตไปแล้วเกือบ 10,000 คนนับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้น คิดเป็นสัดส่วนราว 13% ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งหมดของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ก่อนหน้าที่จะมีคำแนะนำเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ติดเชื้อโควิด-19 กลับมาทำงาน ทางกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียได้ขอให้โรงพยาบาลต่างๆ ไล่ออกบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนหรือยื่นผลตรวจเชื้อ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

จนถึงวันศุกร์ (7 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ที่ยังไม่ฉีดเข็มกระตุ้นยังคงถูกพิจารณาจากกระทรวงสาธารณสุขแคลิฟอร์เนียว่าเป็นบุคคลที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ในขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนียออกข้อบังคับบุคลากรทางการแพทย์ฉีดวัคซีนมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม

แคลิฟอร์เนียไม่ใช่รัฐเดียวที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่หลังจากออกกฎระเบียบลักษณะดังกล่าว ก่อนหน้านี้ โร้ด ไอส์แลนด์ ต้องตัดสินใจอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่ยังติดเชื้อกลับมาทำงานตามโรงพยาบาลและบ้านพักคนชราทั้งหลายในช่วงปลายเดือนที่แล้ว หลังจากมีเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนถูกไล่ออกมาช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โทษฐานที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน

(ที่มา : เอ็นบีซีนิวส์/รัสเซียทูเดย์)

10 ม.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

7
เผยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ส่งไลน์ถึงปลัด สธ. อ้างที่ให้ธนาธรฉีดวัคซีนก่อนคนแก่และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรังเมื่อเดือน ก.ค. เพราะทีมงานติดต่อเข้ามาขอรับวัคซีนแบบวอล์กอิน ด้านอดีตอธิการบดี มธ. เผยกรรมตามทัน โจมตีสถาบันฯ ส่วนเพจล้อการเมืองนิยามศัพท์ใหม่ "ตั๋วทอน" พร้อมสรุปให้ฟังแบบที่สื่ออื่นไม่นำเสนอ

วันนี้ (10 ม.ค.) จากกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 43 ปี ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ได้เดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ได้กักตัวและตรวจโควิดตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เวลาประมาณ 15.00 น. ผลออกมาเป็นบวก อยู่ในระหว่างการกักตัวตามมาตรการของรัฐบาล และปฏิบัติตัวภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แต่พบว่า นายธนาธร ไม่มีการเปิดเผยไทม์ไลน์แต่อย่างใด และกลุ่มผู้สนับสนุนนิ่งเฉย ต่างจากช่วงที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ติดโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว มีกระแสจากการเมืองอีกขั้วหนึ่งโจมตีและเรียกร้องให้เปิดเผยไทม์ไลน์

ต่อมา ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยข้อมูลการฉีดวัคซีนของบุคคลรายหนึ่ง ที่พบว่า ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แอสตร้าเซนเนก้า ลอตที่ A10062 ซึ่งผลิตจากโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 เวลา 19.15 น. ที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จากนั้นได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 โมเดอร์นา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 64 เวลา 10.42 น. ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าลอตดังกล่าว มาจากโรงงานที่นายธนาธร วิจารณ์การผลิตวัคซีนในประเทศไทย โดยพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทั่งถูกดำเนินคดีในมาตรา 112

กระทั่ง นพ.จอมเทพ หวังสันติตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ ยืนยันว่า นายธนาธรฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 1 ที่โรงพยาบาลจริง เพราะได้รับนโยบายจากกระทรวงสาธารณสุข ว่า ต้องฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ให้ได้มากที่สุด สำหรับคนที่ฉีดวอล์กอิน โรงพยาบาลก็ฝากประชาสัมพันธ์ว่า ขอให้ไปบอกต่อๆ กันให้มาฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด ส่วนใครไปบอกนายธนาธร โรงพยาบาลไม่อาจทราบได้ จนวันนัดหมายฉีดวัคซีน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ได้มีการโทร. ตาม ซึ่งจากการตรวจสอบก็มีชื่อของนายธนาธรรวมอยู่ด้วย ส่วนที่ต้องฉีดในช่วงค่ำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะต้องโทร.ตามผู้ที่มีรายชื่อ ซึ่งผู้ที่มีรายชื่อที่มาฉีดอาจจะใช้เวลาในการเดินทาง โดยในวันนั้นไม่ใช่มีแค่นายธนาธรเพียงคนเดียว แต่มีประชาชนอีกหลายคนที่มาฉีดในช่วงเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เพจที่ชื่อว่า “คนปากน้ำคุยอะไรกัน” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “คนในพื้นที่รอฉีดมากมายไม่โทร.หา ไหนหลักฐานที่บอกว่ามีการเปิดให้ Walk in ตอนนั้น คนปากน้ำยืนยัน ได้ฉีดหลังธนาธร รอนาน-โดนเลื่อน ผอ.โรงพยาบาลให้ข้อมูลมัดตัวเอง จัดให้คนนอกจังหวัดได้ฉีดวัคซีนก่อนคนในพื้นที่ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข” ขณะที่ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว ระบุว่า ช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ที่เข้ารับการฉีดคือผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง แต่นายธนาธรเข้ามาฉีดวัคซีนเมื่อเวลา 19.15 น. ช่วงเวลาและสถานที่ฉีดวัคซีนก็อาจจะ VVIP กว่าใคร ทะเบียนบ้านของเขาไม่ได้อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการแต่อย่างใด อีกทั้งเป็นแกนนำม็อบที่ด้อยค่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ แต่สุดท้ายเขากลับหักหลังบรรดามวลชน ด้วยการแอบไปฉีดเสียเอง

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ของ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ระบุว่า "ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ไลน์ต่อๆ กันมาให้ผมนะครับ ผมคิดว่าน่าจะจริง ขอเชิญวิจารณ์ได้ตามความเหมาะสม ทาง ผอ.รพ. แจงว่าทีมงานธนาธรวิ่งประสานงานมาขอฉีควัคซีนครับผม เหมือนประชาชนทั่วๆ ไปครับ"

โดยได้แนบข้อความของ นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2565 11.30 น. ระบุว่า "เรียนท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข จากกรณี ประเด็นการได้รับวัคซีน ของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในวันที่ 1 ก.ค. 2564 เวลา 19.15 น. ณ รพ. พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการนั้น จากการตรวจสอบข้อมูล ขออนุญาตนำเรียนเบื้องต้นดังนี้ครับ ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรปราการ และโรงพยาบาลในเครือข่ายจังหวัดสมุทรปราการ ได้รณรงค์ให้วัคซีนเข็มแรก ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยระบบนัดหมาย และส่วนหนึ่งสามารถบริการแบบ walk in โดยทาง รพ. ได้เปิดบริการนอกเวลาราชการ และประสานกลุ่มเป้าหมายแบบ walk in กรณีที่มีจำนวนโดสที่มีเหลือ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการวัคซีน ไม่ให้เกิดการสูญเสียวัคซีนเกิดขึ้น และเพื่อให้มีความครอบคลุมการได้รับวัคซีนให้รวดเร็วที่สุด ในวันดังกล่าว ทางโรงพยาบาลได้จัดบริการวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมายตามระบบนัด โดยมีปริมาณวัคซีนบางส่วน สามารถจัดให้เพิ่มเติมในกลุ่ม walk in ที่มีความต้องการ โดยทางทีมงานของคุณธนาธรฯ ได้ติดต่อเข้ามาขอรับวัคซีนแบบ walk in ซึ่งทาง รพ. จึงได้ดำเนินการจัดบริการให้ ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าว เป็นมาตรฐานเดียวกันกับกลุ่มประชาชนที่มีความต้องการการฉีดวัคซีนแบบ walk in โดยทั่วไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และพิจารณาครับ"

ด้านเฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr ของ รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความ ระบุว่า "มีข่าวจาก facebook ของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเองว่า คุณธนาธรติดเชื้อโควิด 19 ดูเหมือนไม่ได้บอกว่าเป็นเชื้อ delta หรือ omicron แต่มีหลักฐานที่ได้รับการยืนยันว่า คุณธนาธรได้ฉีดวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม เข็มแรกฉีดวันที่ 1 ก.ค. 64 เป็นวัคซีน Astra Zeneca ล็อตแรกที่ผลิตโดยบริษัท Siam Bioscience ฉีดที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ เวลา 19.15 น เข็มที่ 2 ฉีด Moderna ที่โรงพยาบาลรามคำแหง เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 64 คุณธนาธรจึงน่าจะได้รับสิทธิพิเศษบางประการ เมื่อคำนึงถึงเวลาที่ฉีดเป็นเวลาค่ำ นอกเวลาฉีดวัคซีนตามปกติ และเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาผู้ที่อายุน้อยกว่า 60 ปี ที่ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์จะได้รับวัคซีน ไม่ว่าจะเป็น Sinovac หรือ Astra Zeneca ก็ตาม
คงยังไม่ลืมกันว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 คุณธนาธรได้พูดออก facebook live ในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย" ในการพูดในวันนั้น คุณธนาธรได้ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจเรื่องวัคซีนบนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เพราะรัฐบาลไม่ได้เจรจาเรื่องวัคซีนกับบริษัทอื่นๆนอกจาก Astra Zeneca ซึ่งได้มอบหมายให้บริษัท Siam Bioscience เป็นผู้ผลิตในประเทศไทย บริษัท Siam Bioscience เป็นบริษัทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงยาที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ได้ในราคาที่ถูกลง

คุณธนาธรได้เปรียบเทียบว่าการทำข้อตกลงกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนเพียงบริษัทเดียว เปรียบเสมือนแทงม้าตัวเดียว อีกทั้งบริษัท Siam Bioscience มีผลประกอบการที่ขาดทุนมาโดยตลอด แต่ยังได้รับมอบหมายให้ผลิตวัคซีน คำถามที่คุณธนาธรต้องการถามคือ การทำเช่นนี้ เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทเอกชน และเป็นการสร้างคะแนนนิยมให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ทำให้ประชนต้องเสียประโยชน์ คือได้รับวัคซีนช้าลง และไม่ได้วัคซีนที่มีคุณภาพหรือไม่ คุณธนาธรยังยกตัวอย่างประเทศต่างๆ ว่า ล้วนมีการฉีดวัคซีนได้เร็วกว่าประเทศเรา หากฉีดวัคซีนได้เร็ว เมื่อเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ประชาชนก็จะใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ นักท่องเที่ยวจะเริ่มเข้ามา เศรษฐกิจจะฟื้นตัว

หลังจากวันนั้น ม็อบที่นำโดยเพนกวินและเบ็ญจาก็ไปก่อความวุ่นวายประท้วงที่หน้าบริษัท Siam Bioscience และกลุ่ม 3 นิ้ว และสาวกของคุณธนาธรก็เริ่มปฏิเสธ Astra Zeneca และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนแบบ mRNA มาเป็นวัคซีนหลักของประเทศแทน Astra Zeneca ให้ได้ และยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยหลงเชื่อจนไม่ยอมฉีดวัคซีนแบบอื่นนอกจาก mRNA เท่านั้น ประชาชนเหล่านั้นจึงยังไม่ยอมฉีดวัคซีน แต่เฝ้ารอวัคซีนเทพทั้ง 2 ยี่ห้อ มิใยที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างออกมากระตุ้นเตือนว่า วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด

หลังจากนั้นประมาณเดือนมิถุนายน คุณธนาธรก็ออกมาปรามาสอีกว่า Siam Bioscience ไม่มีทางส่งมอบวัคซีนให้รัฐบาลได้ทันตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน

เมื่อเวลาผ่านไปถึงวันนี้ คงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่คุณธนาธรพูดมาทั้งหมดล้วนไม่เกิดขึ้น การจัดหาวัคซีนและการฉีดวัคซีน เป็นไปตามเป้าหมายทุกประการ ประเทศไทยได้มีกากรฉีดวัคซีนได้มากกว่า 100 ล้านโดสก่อนสิ้นปี 2564 ทั้งยังมีวัคซีน Pfizer ให้ฉีดอย่างเหลือเฟือ ส่วน Moderna ที่เอกชนสั่งเข้ามาสำหรับผู้ที่ต้องการจ่ายเงินก็มาถึงตามกำหนดเวลา ที่ไม่เป็นไปตามที่คุณธนาธรพูดก็คือ ผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนเทพทั้ง 2 ยี่ห้อไปแล้วในต่างประเทศอย่างน้อย 2 โดส ก็ยังคงติดเชื้อกันเป็นว่าเล่นเมื่อเจอกับเชื้อโควิดที่กลายพันธุ์คือ delta และ omicron สรุปแล้วยังไม่มีประเทศใดเกิดภูมิคุ้มกันหมู่และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างที่คุณธนาธรกล่าวไว้แต่อย่างใด

ชัดเจนเช่นเดียวกันว่า การที่คุณธนาธรโจมตีรัฐบาลในเรื่องวัคซีน เป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล หากแต่ต้องการให้กระทบสถาบันพระมหากษัตริย์ตรงๆ ไม่ทราบว่าเวรกรรมตามทันหรือไม่ที่ทำให้คุณธนาธรต้องมาติดเชื้อโควิด 19 ครั้งนี้ หวังว่าคุณธนาธรจะไม่เป็นอะไรมาก หลังจากหายป่วยแล้ว เชื่อว่าคุณธนาธรและสาวกก็จะยังคงเดินหน้าจับผิดสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป เพียงหวังว่าคุณธนาธรพึงนึกถึงกฎแห่งกรรมให้มากไว้ จะได้ไม่ต้องพบกับวิบากกรรมต่างๆ อีกทั้งประเทศชาติก็จะได้วุ่นวายน้อยลงด้วย"

ส่วนเฟซบุ๊ก "สมชาย แสวงการ" ของนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความระบุว่า "ประหลาดมั้ย ยิ่งฟังคำสัมภาษณ์แก้เกี้ยวของ ผอ.รพ.พระสมุทรเจดีย์ เรื่องโทรตามมาให้ฉีดวัคซีนก้นขวด ยิ่งฟังไม่ขึ้น เพราะบ้านเขาอยู่สมุทรปราการก็จริง แต่คนละทิศคนละทางเลย ทำไมเจ้าหน้าที่ รพ. ถึงขยันมากมาย ต้องอุตส่าห์โทรศัพท์ไปตามคนที่อายุน้อยและไม่ใช่กลุ่ม 608 คือผู้สูงอายุ คนป่วย 7 โรคเรื้อรังและคนท้อง ทั้งที่เดือน ก.ค. ช่วงนั้นกำลังโหมระดมฉีดเร่งด่วนให้คนกลุ่ม 608 ทำไมไม่ตามชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์หรืออำเภอพระประแดงที่อยู่ในพื้นที่ให้ไปฉีดวัคซีน ขยันผิดวิสัยตามคนที่อยู่ไกลถึงหมู่บ้านเลคไซด์วิลล่า 2 บางนาตราด อำเภอบางพลี ต้องขับรถข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาหรือข้ามเรือไป รพ.พระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระสมุทรเจดีย์คนละทิศ เรื่องแบบนี้มีเงื่อนงำครับ อมพระทั้งอำเภอมาแถลงก็ไม่เชื่อว่า ไม่มีอะไรๆกันใต้โต๊ะใต้เก้าอี้ ศบค. สธ. ควรตรวจสอบเอาผิดพวกลักไก่กันหน่อยดีมั้ยครับ"

อีกข้อความหนึ่ง นายสมชาย กล่าวถึงกรณีที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการชี้แจงกรณีนายธนาธร โดยโพสต์ว่า "พี่น้องชาวสมุทรปราการ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนใกล้ รพ.พระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระสมุทรเจดีย์และอำเภอพระประแดงที่อยู่ใกล้เคียง โปรดรับทราบ ส่วนจะเชื่อคำชี้แจงหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ดุลยพินิจครับ แต่ผมอ่านแล้วยังไม่เชื่อ…ครับ? เพราะมีคนในอำเภอพระสมุทรเจดีย์เขาบ่นมาว่ารอเก้อ รอทั้งวัคซีนในขวดก้นขวดใต้ขวด ไม่ได้แอ้มสักหยด แต่ไปจัดประเคนคนไกลต้องโทรตามข้ามให้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เปิด รพ. รอค่ำๆ มืดๆ ทำอะไรลับๆ ล่อๆ หรือกลัวชาวบ้านข้างรพที่รอวัคซีนเห็นไงครับ น่าจะหากล้องวงจรปิดมาตรวจพิสูจน์กันแบบคราววัคซีนก้นขวดที่หมอคนหนึ่งในภาคใต้ต้องออกมาขอโทษกันดีมั้ย"

ส่วนเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ของนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า "ถามมา ตอบไป 9 มกราคม 2565 ท่านจะไม่แสดงความคิดเห็นกรณีนายธนาธร แอบไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ตนเองด้อยค่ามาตลอด แถมวัคซีนที่นายธนาธรฉีดเข็มแรกดันเป็นวัคซีนที่ผลิตจากโรงงานสยามไบโอฯ ที่พ่อหลวง ร.9 ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้น โดยนายธนาธรและพวกก็โจมตีมาตลอด และที่แลวร้ายที่สุดคือ วัคซีนที่นายธนาธรฉีดเป็นเข็มแรกในวันที่ 1 กค 64 เป็นวัคซีนที่รัฐจัดสรรให้แก่คนสูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรือไม่ก็ต้องมี 7 โรคเรื้อรังที่ต้องรับการรักษาต่อเนื่องเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ได้วัคซีน ประเด็นก็คือ นายธนาธรเอาสิทธิ์อะไรไปฉีดวัคซีนในเวลาที่คนทั้งประเทศที่อายุต่ำกว่า 60 ปี ยังไม่ได้ฉีด เรื่องเหล่านี้ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร

ตอบ คุณน่าจะไปถามพวกสาวก 3 ... เขาดูนะว่าพวกเขามีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมของผู้นำของพวกเขาอย่างไร แต่ถ้าจะถามฉัน ก็ต้องตอบว่า คุณจะไปเอาอะไรกับเด็กเลี้ยงแกะ ที่ชอบปั้นน้ำให้เป็นตัว ชอบประดิษฐ์ถ้อยคำที่ฟังแล้วดูดี แต่ไม่มีความจริง อีกทั้งตัวเองก็มีปกติชอบพูดโกหกจนตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงไปแล้ว อย่าไปวิตกกังวลอะไรเลย คงไม่เกินปี 65 นี้ดอก ที่พวกนี้จะต้องรับผลกรรมที่ก่อไว้กับบ้านเมือง แต่งานนี้ก็ต้องให้เครดิตท่าน ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ที่ช่วยนำข้อมูลนี้มาเปิดเผยให้สังคมรับรู้"

ขณะที่เฟซบุ๊ก The METTAD (เดอะ เมตตาดี) เพจล้อการเมืองที่มีผู้ติดตามมากกว่า 178,027 คน โพสต์ข้อความระบุว่า "ตั๋วทอน สามารถแย่งฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ เวลา 19.15 น. ที่โรงพยาบาลรัฐบาลได้ ในช่วงเวลาฉีดให้เฉพาะคนแก่และ 7 โรคกลุ่มเสี่ยง" ซึ่งเป็นการล้อมาจากคำว่า "ตั๋วช้าง" ที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่ เคยนำมาใช้อภิปรายโจมตีการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ

อีกข้อความหนึ่ง ได้โพสต์ว่า "ประชาชนสงสัย สื่อฯ เป็นเห้อัลไล ถึงไม่ยอมทำข่าวธนาธรแย่งวัคซีน" ซึ่งพบว่าสำนักข่าวหลายสำนักพร้อมใจกันไม่นำเสนอข่าวความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการได้รับวัคซีนของนายธนาธร

ขณะเดียวกัน ยังได้โพสต์ข้อความระบุว่า "#ไวรัลวันนี้ #วัคซีนVIP ค่ะ (สรุปแทน...ที่ไม่ยอมสรุป)

- ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่แกนนำสามนิ้วยังติดคุก และไม่ได้ประกันตัวออกมา นายธนาธร นักยุยงม็อบคนสำคัญ ได้พาครอบครัว เดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปในช่วงปีใหม่ ในขณะที่โอมิครอนกำลังระบาดหนักในยุโรป

- เมื่อนายธนาธรเดินทางกลับมา ก็ตรวจพบว่าติดเชื้อ โควิด-19 แบบไม่มีอาการ แต่ก็ทำให้นายธนาธรต้องกักตัว 14 วัน ตามมาตรการ

- ส่วนสื่อมวลชน และแก๊งสามนิ้ว ก็พากันให้กำลังใจ โดยไม่มีใครสนใจจี้ถามไทม์ไลน์จากนายธนาธรเลย ทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่น จะโดนจี้ถามละเอียดยิบ

- หลังจากนั้นเพจปั่นของสลิ่ม อย่างเมตตาดี จึงตั้งสเตตัส ถามถึงวัคซีนที่ธนาธรได้รับว่า เป็นวัคซีนชนิดใด ฉีดที่ไหน และ เมื่อไหร่ เพราะอยากรู้ว่า ทำไมวัคซีนของเค้าดีจัง ขนาดติดโควิดมาจากยุโรปแต่ก็ยังไม่มีอาการ

- ประเด็นนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่า ธนาธร รับวัคซีนอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และ ในไม่นาน ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ก็ได้โพสต์ ข้อมูลการรับวัคซีนของนายธนาธร โดยระบุว่า ได้รับมาจากคนในครอบครัวของธนาธรเอง

- ข้อมูลในระบบหมอพร้อม ระบุว่า นายธนาธร รับวัคซีนเข็มแรก ที่ รพ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 เป็น วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ล็อตที่ผลิตโดย บ.สยามไบโอไซเอนซ์ ที่นายธนาธร โจมตีมาตลอดทั้งปีนั่นเอง

- ข้อมูลนี้นำมาซึ่งความสงสัยยิ่งขึ้น เพราะนายธนาธรทำไมถึงได้สิทธิ์ไปฉีดวัคซีนที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งในขณะนั้นเป็นพื้นที่ระบาดหนัก และวัคซีนล็อตแรกของแอสตร้าเซนเนก้า ได้ถูกกันไว้สำหรับผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง 7 โรคเรื้อรัง

- และยังพบว่า นายธนาธร ได้รับวัคซีนตอน 19.15 น. ซึ่งเป็นนอกเวลาการฉีดวัคซีนของ รพ.รัฐฯ อีกด้วย

- หลังจากสังคมตั้งข้อสงสัย ทางสำนักข่าว Top News จึงได้ ติดต่อสอบถามไปยัง รพ.พระสมุทรเจดีย์ และได้คำตอบจาก ผอ.รพ. ว่า ในวันที่ 1 ก.ค. 64 มีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เหลืออยู่จำนวนหนึ่ง รพ.จึงต้องรีบฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ ที่ Walk in เข้ามาฉีด ตามนโยบายของ สธ. ที่ต้องฉีดให้เยอะที่สุด และ ในส่วนของนายธนาธรนั้น ไม่ได้ลงทะเบียน แต่ได้ Walk in เข้ามาฉีด เช่นกัน

- ส่วนเหตุผลที่ได้ฉีดวัคซีนตอน ทุ่มกว่านั้น เพราะ รพ.รอ นายธนาธร เดินทางมาฉีด จากการโทรตามของเจ้าหน้าที่ รพ. นั่นเอง

- คำสัมภาษณ์ของ ผอ.รพ. ยิ่งทำให้งงหนักเข้าไปใหญ่ เพราะหากวัคซีนเหลือ ทำไมถึงไม่ฉีดให้คนในพื้นที่ก่อน แต่กลับรอให้ นายธนาธร เดินทางข้ามจังหวัด เพื่อมาฉีดวัคซีนที่ปล่อยทิ้งไว้นานไม่ได้

- และนายธนาธร อายุ 42 ไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 โรคเรื้อรัง หรือเป็นผู้สูงอายุ แต่อย่างไร ซ้ำยังเป็นนักกีฬา สุขภาพแข็งแรง ใช้ขวานทุบประตูจนแหลกคามือได้ แม้กางเกงในจะบาดไข่จนเป็นหนองในบางครั้งก็ตาม

- ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากนั้นเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 2 ก.ค. กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ สมุทรปราการ โดยเฉพาะ รพ.พระสุมทรเจดีย์ ก็ถูกเลื่อนคิวจองวัคซีนไปข้ามเดือน

- จึงเป็นเรื่องสงสัยว่า ทำไมธนาธร ที่ไม่ได้ลงทะเบียนใด ๆ แต่กลับมีเจ้าหน้าที่ รพ. โทรไปตามให้มาฉีดวัคซีนก่อนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ที่เขาจองวัคซีนกันมาเป็นเดือน ๆ

- เรื่องยิ่งปวดหัวกันไปใหญ่ เมื่อ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เผยว่า ในวันที่ 1 ก.ค. 64 ทาง รพ.พระสมุทรเจดีย์ มีวัคซีนเหลือส่วนหนึ่ง ดูสิ ทีมงานของนายธนาธร ไม่ต้องเป็นอภิสิทธิ์ชน ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องรอคิว แค่ติดต่อมาขอ Walk in ก็ได้ฉีดวัคซีน ก่อนกลุ่มเสี่ยง เหมือนประชาชนธรรมดาเลย นั่นหมายความว่า ไม่ใช่ธนาธรคนเดียวที่ได้ #วัคซีนวีไอพี ในวันนั้น จึงไม่ใช่ #ตั๋วทอน แต่เป็น #ตั๋วจึง

- ทำเอาประชาชนธรรมดา งุนงงว่า ในช่วงนั้นวัคซีนมีจำกัด เพราะจำเป็นต้องให้กลุ่มเสี่ยงฉีดก่อน และยังไม่มีการ Walk in ฉีดวัคซีน ทำไม รพ. ถึงมีวัคซีนเหลือให้กับคนนอกพื้นที่ เดินทางเข้ามารับวัคซีนกันเป็นหมู่คณะได้ โดยที่ประชาชนในพื้นที่ ต้องรอวัคซีนเป็นเดือน ๆ

- ส่วนสาม... หลังจากรับรู้ข่าวนี้แล้ว ก็พากันแถว่า พวกตนได้รับวัคซีนก่อนธนาธรซะอีก ดังนั้น การแย่งวัคซีนคนแก่ของธนาธร ถือเป็นเรื่องถูกต้อง พวกสลิ่มมันจะกลบข่าวหมูแพงล่ะสิ ทีไอ้ตู่มึงใช้สิทธิ์นายกฯ ฉีดก่อนใคร นั่นไม่อภิสิทธิ์ชนเหรอ บ้างก็บอกว่า นายธนาธรเป็นคนดัง เขาเลยให้ไปฉีด เพื่อประชาสัมพันธ์ไงล่ะ

- ส่วน ส.ส.ผู้เกลียดอภิสิทธิ์ชน และ เกลียดพวกแย่งวัคซีนประชาชน อย่าง ท่านวิโรจน์ ก็เงียบกริบ เอาแต่ปั่นเรื่องอื่น โดยแกล้งทำเป็นไม่เห็น ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่ตอบคำถามใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

- โดยหลังจากที่ นายธนาธร พาพรรคพวกไปแย่งฉีดวัคซีนคนแก่ในพื้นที่เสี่ยง เรียบร้อยแล้วนั้น ในวันที่ 3 ก.ค. นายธนาธร ก็ได้โพสต์โจมตีวัคซีนของสยามไบโอไซเอนซ์ ต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และปิดข่าวเรื่องแอบไปฉีดวัคซีน ไม่ยอมบอกใคร จนกระทั่งความจริงปรากฏขึ้นมา

- ส่วน นส.เบนจา รุ่นน้องสุดรัก ที่หลงเชื่อนายธนาธร แล้วไปชูป้าย "ผูกขาดวัคซีน หาซีนให้เจ้า"​ จนโดนคดีต่างๆ นั้น ไม่รู้ว่าเธอรู้หรือยังว่า นายธนาธร แอบไปฉีดวัคซีนที่ปั่นข้อมูล หลอกเธอให้ไปชูป้ายด่าจนติดคุกยาวมาจนถึงวันนี้

#โตไปไม่ทอน #วัคซีนทอน #ฉีดไปด่าไป #ที่หลวงก็จะเอาวัคซีนเจ้าก็จะฉีด"

10 ม.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

8
เพจ “คนปากน้ำคุยอะไรกัน” โวย ผอ.รพ.พระสมุทรเจดีย์ คนในพื้นที่รอฉีดมากมายไม่โทร.หา แต่ให้ธนาธรฉีดวัคซีนนำหน้าคนแก่ ยืนยันได้ฉีดหลังธนาธร รอนาน-โดนเลื่อน สุดท้ายพูดมัดตัวเอง ด้าน ดร.นิว จวกยับ VVIP กว่าใคร แย่งวัคซีนคนแก่ไม่พอ หักหลังมวลชนอีกต่างหาก

วันนี้ (8 ม.ค.) จากกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 43 ปี ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ได้เดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ได้กักตัวและตรวจโควิดตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข เวลาประมาณ 15.00 น. ผลออกมาเป็นบวก อยู่ในระหว่างการกักตัวตามมาตรการของรัฐบาล และปฏิบัติตัวภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แต่พบว่า นายธนาธร ไม่มีการเปิดเผยไทม์ไลน์แต่อย่างใด และกลุ่มผู้สนับสนุนนิ่งเฉย ต่างจากช่วงที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ติดโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว มีกระแสจากการเมืองอีกขั้วหนึ่งโจมตีและเรียกร้องให้เปิดเผยไทม์ไลน์

ต่อมา ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยข้อมูลการฉีดวัคซีนของบุคคลรายหนึ่ง ที่พบว่า ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แอสตร้าเซนเนก้า ลอตที่ A10062 ซึ่งผลิตจากโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 เวลา 19.15 น. ที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จากนั้นได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 โมเดอร์นา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 64 เวลา 10.42 น. ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ทำให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าลอตดังกล่าว มาจากโรงงานที่นายธนาธร วิจารณ์การผลิตวัคซีนในประเทศไทย โดยพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทั่งถูกดำเนินคดีในมาตรา 112

กระทั่งวันต่อมา สำนักข่าวเดอะทรูธ (The Truth) ได้สอบถามไปยังโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ ได้ความว่า นายธนาธรเข้าไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าวันดังกล่าวจริง โดยไม่มีการลงทะเบียนล่วงหน้า แต่เป็นการวอล์กอินเข้าไปฉีด แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวมีวัคซีนเหลืออยู่จากการฉีดภาคสนาม จึงได้เปิดให้คนในพื้นที่ หรือคนที่ต้องการฉีดสามารถเข้ามาฉีดได้ โดยที่ไม่ต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้าแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้มีการประกาศออกไปอย่างเป็นทางการ จะเป็นการบอกต่อกันของบุคลากรภายในเท่านั้น

ล่าสุด เพจที่ชื่อว่า “คนปากน้ำคุยอะไรกัน” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “คนในพื้นที่รอฉีดมากมายไม่โทร.หา ไหนหลักฐานที่บอกว่ามีการเปิดให้ Walk in ตอนนั้น คนปากน้ำยืนยัน ได้ฉีดหลังธนาธร รอนาน-โดนเลื่อน ผอ.โรงพยาบาลให้ข้อมูลมัดตัวเอง จัดให้คนนอกจังหวัดได้ฉีดวัคซีนก่อนคนในพื้นที่ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข”

โดยเพจดังกล่าวได้อ้างถึง นพ.จอมเทพ หวังสันติตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ จ.สมุทรปราการ ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์ ยืนยันว่า นายธนาธรฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 1 ที่โรงพยาบาลจริง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกประหลาดใจ ว่า ทำไมถึงเปิดประเด็นดังกล่าวขึ้นมาได้ เพราะข้อเท็จจริงไม่มีอะไร โดยก่อนที่นายธนาธรจะมาฉีดวัคซีน ทางโรงพยาบาลได้รับนโยบายจากกระทรวงสาธารณสุข ว่า ต้องฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งการฉีดมีทั้งแบบวอล์กอิน และแบบลงทะเบียน สำหรับคนที่ฉีดวอล์กอิน โรงพยาบาลก็ฝากประชาสัมพันธ์ว่า ขอให้ไปบอกต่อๆ กันให้มาฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ครอบคลุม

ส่วนใครไปบอกนายธนาธร โรงพยาบาลไม่อาจทราบได้ จนวันนัดหมายฉีดวัคซีน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ได้มีการโทร. ตาม ซึ่งจากการตรวจสอบก็มีชื่อของนายธนาธรรวมอยู่ด้วย ตอนนั้นโรงพยาบาลคิดเพียงแค่ว่า ต้องการฉีดให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ประเด็นต่อมาคือ ประสิทธิภาพของวัคซีน โดยช่วงเวลาดังกล่าว โรงพยาบาลได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่ง 1 โดส สามารถฉีดได้ 6 คน และอายุวัคซีนหลังเปิดขวดจะมีเวลา 6 ชั่วโมง ถ้าหากเกิน 6 ชั่วโมง ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลง โรงพยาบาลจึงต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้วัคซีนเสีย จึงต้องมีการโทร.ตามให้คนมาฉีด

“ที่ต้องฉีดในช่วงค่ำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะต้องโทร.ตามผู้ที่มีรายชื่อ ซึ่งผู้ที่มีรายชื่อที่มาฉีดอาจจะใช้เวลาในการเดินทาง โดยในวันนั้นไม่ใช่มีแค่นายธนาธรเพียงคนเดียว แต่มีประชาชนอีกหลายคนที่มาฉีดในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา” นพ.จอมเทพ กล่าว

ขณะที่เฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan ของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ภาพการฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ เมื่อวันที่ 1-2 ก.ค. 2564 พบว่าผู้ที่เข้ารับการฉีดผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง แต่นายธนาธรไม่ได้อยู่ในภาพ เพราะเข้ามาฉีดวัคซีนเมื่อเวลา 19.15 น. ซึ่งทั้งช่วงเวลาและสถานที่ฉีดวัคซีนก็อาจจะ VVIP กว่าใครๆ อีกทั้งทะเบียนบ้านของเขาไม่ได้อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการแต่อย่างใด อีกทั้งเป็นแกนนำม็อบที่ด้อยค่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ แต่สุดท้ายเขากลับหักหลังบรรดามวลชน ด้วยการแอบไปฉีดแอสตร้าเซนเนก้าของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เสียเอง

8 ม.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

9
สรุปยอด ป๊อก ภัสสรกรณ์ รู้เองยังตกใจ ค่าผ่าตัดเนื้องอก นอนโรงพยาบาล8วัน เบ็ดเสร็จอยู่ที่ 1,160,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนหกหมื่นบาท)

ส่วนค่าใช้จ่ายการรักษา ป๊อก บอกว่าตัวเองยังตกใจเลย มาร์กี้บอกว่ามีส่วนที่เป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด ทางโรงพยาบาลจะบอกก่อนว่าค่าผ่าตัดอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ตอนแรกเขาบอกว่าอยู่ที่ 7-8 แสนบาท สรุปก็อยู่ที่ 8 แสนกว่าบาทตามที่เขาบอก แล้วจะมีค่าพยาบาล ค่ายา ค่า MRI  ค่าเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ ป๊อกสรุปยอดค่าใช้จ่ายอยู่ที่โรงพยาบาล 8 วัน ราคารวม 1,160,000 บาท เป็นราคาที่ผมเองก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าค่าใช้จ่ายจะสูงขนาดนี้

18 ธค 2564
https://www.thebangkokinsight.com/news/lifestyle/entertainment/769284/

10
เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ช็อกใจคนทั้งบ้าน เมื่อแร็ปเปอร์ไฮโซหนุ่ม ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ ไปหาหมอหลังปวดหัวและมีอาการคล้ายความดัน เป็นอยู่ต่อเนื่องจนทนไม่ไหวและต้องไปตรวจเพื่อหาสาเหตุ แต่ผลตรวจจากคุณหมอทำเอาตกใจจนตั้งตัวแทบไม่ทัน เพราะตรวจพบเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องผ่าตัดโดยด่วน

โดยในคลิป “ตกใจทั้งบ้าน! หมอสั่งผ่าตัดสมองด่วน | ป๊อกกี้ on the run SS4 EP50” ทางยูทูบแชนแนล Mindset TV ป๊อกเล่าถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ตัวเองและครอบครัวช็อกมากๆ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ปีนี้อายุ 35 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือมีอาการปวดหัวที่หาสาเหตุไม่ได้ พยายามหาคำตอบมานานเกือบ 1 เดือน ไปหาหมอหลายที่ก็หาคำตอบไม่ได้ เริ่มต้นมีอาการหูอื้อก่อนพร้อมกัน 2 ข้าง ก็คิดว่าเครียดไปรึเปล่า นอนไม่พอ หรือน้ำในหูไม่เท่ากัน ก็ปรึกษาหมอหู ตา คอ จมูก ผลตรวจทุกอย่างก็โอเคหมด

แต่อาการก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกหูอื้อทุก 3-4 วัน ตอนหลังเริ่มเป็นเกือบทุกวัน แล้วเริ่มเป็นพร้อมกับการปวดท้ายทอย ตอนที่พีกที่สุดคือเหมือนมีคนบีบขมับ 2 ข้างเข้าหากัน เป็นทุกวัน วันละ 4-5 รอบ ที่หนักที่สุดคือปวดมากจนต้องหลับตา ค่อยๆ หายใจ รู้สึกว่าอาจจะล้มได้ ต้องหาที่จับที่ทำให้รู้สึกว่าปลอดภัย เรียกว่าวิกฤติเลยดีกว่า ไม่คิดเลยว่าจะมีความรู้สึกนี้เข้ามา ครั้งสุดท้ายก็เลยตัดสินใจโทรหาคุณพ่อ (สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์) แล้วถามว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทแนะนำมั้ย

ด้านนางเอกสาว มาร์กี้ ราศรี ภรรยา บอกว่าก่อนหน้านี้เจอพี่ฟองเบียร์ (ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม) เขาก็บอกว่าอาจเป็นเรื่องเส้นเลือดในสมอง เลยแนะนำให้ไปหาหมอ ป๊อกเล่าต่อว่าคุณพ่อก็เลยนัดหมอให้ แล้วเล่าอาการให้คุณหมอฟัง คุณหมอบอกว่าอยากให้ทำ MRI จะได้รู้ว่าที่เกิดขึ้นจริงๆ คืออะไร ก็เลยไปทำ MRI โดยไม่ได้กังวลอะไร “แต่พอผลออกมา คุณหมอโทรหาผม ผมฟังเสียงคุณหมอแล้วผมรู้เลยว่าไม่ดี แย่แน่ๆ คุณหมอบอกว่าสะดวกกลับมามั้ย อยากให้ดูผลด้วยกัน กะจิตกะใจไม่อยู่แล้วแหละ ก็กลับไป คราวนี้ก็ตกใจมากที่เจอผลพร้อมกับคุณหมอ เพราะสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเราจริงๆ นั่นคือเจอก้อนเนื้องอกในสมองผม”

ป๊อกบอกว่าตอนนั้นไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นเนื้องอกในสมอง เพราะตอนนั้นคิดว่าอาจเป็นพวก Blood Flow ที่ไม่ดีในหัวของเรา หรือเรื่องเส้นเลือดต่างๆ เครียดเกินไป ทำงานเยอะไป นอนไม่พอ ใช้ร่างกายหนักมาก ที่ตกใจกว่านั้นหมอบอกว่าถ้าเป็นคุณหมอจะไม่รออะไรแล้ว ถ้าทำได้วันนี้คือทำวันนี้เลย คือต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกออก มาร์กี้เสริมว่าดูในภาพคือใหญ่ เขากะว่าน่าจะประมาณ 3.5-4 ซม.

ป๊อกพูดต่อว่า “หมอกะว่าไซส์น่าจะขนาดประมาณลูกปิงปอง ผมก็ Blank เพราะผมมีประสบการณ์ที่ไม่ดี คือผมเคยมีคนในครอบครัวที่มีการผ่าตัดเกี่ยวกับสมองแล้วไม่ได้ฟื้นกลับมา เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่กลัวมาก เพราะผมแอบคิดว่าแล้วถ้าผมโชคไม่ดีล่ะ ถ้าผมเป็นหนึ่งในคนที่ผ่าไปแล้วไม่ฟื้นกลับมา ผมจะทำยังไง ผมยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมเวลาตรงนั้นเลย

สิ่งๆ นึงที่ลอยขึ้นมาทันทีทันใด ณ ตอนนั้นก็คือหน้าลูกและครอบครัวของผม วันนั้นพอพูดขึ้นมาปุ๊บ ผมก็บอกคุณหมอว่าผมไม่รู้จะพูดอะไร น้ำตาก็ไหลเอง ทางนี้ (ชี้ไปที่มาร์กี้) ก็น้ำตาไหลเรื่อยๆ เหมือนกัน ผมก็อยากมีเวลาให้เขามากกว่านี้ เพราะผมไม่รู้ว่าถ้าผมดวงไม่ดีหรือว่าเราไม่ฟื้นกลับมา หรือแม้กระทั่งไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว เขาจะทำยังไง ผมไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งเหล่านี้ไว้เลยสักนิดเดียว

ผมไม่คิดอะไรแล้วตอนนั้น ผมคิดแค่ว่านี่มันเหมือนเป็น final signal ที่บอกผมว่าต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตแล้ว ผมเลยคิดว่า ณ ตอนนั้นคือผมอยากได้โอกาสอีกสักครั้งให้ผมได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวของผม ผมรู้แล้วว่าสิ่งที่ผมทำมาทั้งหมดมันไม่มีอะไรมีค่าเลย ถ้าผมไม่มีชีวิตอยู่กับพวกเขา สิ่งเดียวที่ผมขอก่อนเข้าไปผ่าตัด ผมก็ไหว้พระที่บ้าน ที่ รพ. ไปไหว้ศาล ผมก็ขอแค่อย่างเดียวเลย ถ้าผมมีโอกาสอีกสัก 1 ครั้ง ผมรู้แล้วว่าผมต้องให้ค่ากับอะไร นั่นคือมีชีวิตให้ได้อยู่กับครอบครัวผมให้ได้มากที่สุด โดยที่ผมไม่ได้มองถึงสิ่งอื่นแล้ว”

จากนั้นป๊อกเล่าต่อว่า หลังผ่าตัดแล้วหมอเห็นของจริง กลับกลายเป็นว่าไซส์ไม่ใช่เท่าลูกปิงปองที่วิเคราะห์กันไว้ ไซส์จริงๆ เกือบเท่าลูกเทนนิส มาร์กี้เสริมว่าตอนนั้นพบว่ามีเลือดออกในสมองด้วย เลยอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ปวดมากเป็นพิเศษ ป๊อกเล่าต่อว่าหลังจากผลการตรวจชิ้นเนื้อออกมา คุณหมอบอกว่าไม่รู้ป๊อกโชคดีขนาดนี้ได้ยังไง แต่ตอนนี้ไม่ต้องไปซื้อหวยแล้ว เพราะจากการผ่าตัดทั้งหมด หวยมาออกตรงนี้หมดแล้ว ทุกอย่างที่คิดว่าป๊อกจะเป็น หรือแม้กระทั่งหมอสันนิษฐานว่าอาจจะมีชีวิตอยู่อีกไม่ถึง 2 ปี

มาร์กี้เสริมว่าหลังจากที่ผ่า คุณหมอบอกว่าโชคดีมาก ผลออกมาไม่ใช่เนื้อร้าย ก็ถามว่าที่ก่อนหน้านี้หมอหน้าเครียดมากมันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าจากที่ดูฟิล์ม MRI เห็นชิ้นเนื้อตัวจริง มีเลือดออกในสมองด้วย มันเป็นอาการของคนที่เป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย เขาเช็กว่าอาจมีชีวิตอยู่ไม่เกิน 2 ปี สำหรับคนไข้ที่เป็นแบบนี้ เขาก็เลยเครียดเพราะว่ามันรักษาไม่ได้ด้วย เขาเลยไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เขาเลยอยากทำ Family Meeting แต่พอผลออกมาคือไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

ซึ่งเขาแปลกใจว่าไม่ได้เป็นได้ยังไง เพราะทุกอย่างไปในทางนั้นแล้ว พอถามว่าแล้วที่เป็นคือแบบไหน เขาบอกว่าเป็นเนื้องอก Pilocytic astrocytoma (grade 1) ที่มักพบในเด็ก 5 ขวบ ไม่เกิน 10 ขวบ เคสผู้ใหญ่ที่เจอเนื้องอกชนิดนี้คือน้อยมาก ในเมืองนอกอาจจะมีเจอแล้ว แต่ในเมืองไทยคือแทบไม่มีเลย เขาบอกว่าอันตรายน้อยที่สุด เอาออกไปแล้วไม่ต้องทำการรักษาอะไรต่อ

ไทยรัฐออนไลน์
11 ธ.ค. 2564

11

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป พร้อมลายพระหัตถ์เชิญพระพุทธภาษิต เป็นพระคติธรรม ประทานพร ปีใหม่ 2565 "ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้"

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2565 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป พร้อมลายพระหัตถ์เชิญพระพุทธภาษิต เป็นพระคติธรรม ประทานพรสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช 2565 ว่า

“ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ
ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้”

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๕
ขอท่านจงเจริญเมตตาจิต แบ่งปัน เพื่อความผาสุกร่วมกันของประชาชาติไทย เทอญ
ขออำนวยพร

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

12
ปัญหาไม่จบ! ก.ก.ถ.ชุดใหญ่ ไฟเขียว ประธานอนุฯถ่ายโอนระบบสาธารณสุขให้ท้องถิ่น ลดจำนวนตัวแทน “รพ.สต.” เหลือคนเดียว ร่วมภารกิจถ่ายโอน สอน.- รพ.สต. ไปให้ อบจ. อ้างตัวแทนคนเดิม “ก้าวล่วง-ล้ำเส้น” เผยมติ ก.ก.ถ.ให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ 2 ชุด ลดจำนวน “ผอ.รพ.สต.” จาก 3 คน เหลือคนเดียว ดัน “หมอเจ้าของรางวัลระดับอาเซียน” นั่งคนเดียว แต่ยังมีอำนาจเต็ม

วันนี้ (31 ธ.ค. 64) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ที่มี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบตาม “คณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)”

พบว่า เป็นวาระจร เพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

“ที่ประชุมเห็นชอบตามที่ คณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนฯ ชี้แจงปัญหาข้อขัดข้องและแนวทางแก้ไขปัญหาในที่ประชุม พร้อมทั้งเสนอเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการเพิ่มชื่อ นายบัณฑิต ตั้งเจริญดี ผอ.ศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูบึงยี่โถ จ.ปทุมธานี เป็นตัวแทน ชมรม รพ.สต.เพียงคนเดียว”

มติดังกล่าวสืบเนื่องจาก คณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนชุดนี้ ที่มี นายเลอพงศ์ ลิ้มรัตน์ ในฐานะกรรมการ ก.ก.ถ. เป็นประธาน ได้รายงาน ก.ก.ถ. ถึงปัญหา รวมถึงพฤติกรรมของตัวแทนชมรมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (แห่งประเทศไทย)

“ที่พบว่า มีความไม่เหมาะสมหลายครั้ง เช่น การก้าวล่วง ล้ำเส้นหลายหน่วยงานทำให้จำเป็นต้องถอดถอนผู้แทนชมรม รพ.สต.ออก”

โดยการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ ที่ ก.ก.ถ. เห็นชอบ ยังมีการแต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุด ได้แก่ คณะทำงานกำหนดแนวทางการพัฒนาและการบริหารงานบุคคล และคณะทำงานพิจารณาแนวทางการพัฒนาคุณภาพและระบบงบประมาณ

ซึ่งพบว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีการลดตำแหน่ง ผอ.รพ.สต.ในคณะทำงาน จากเดิมที่มีข้อเสนอเพิ่มมา 3 คน โดยที่ประชุมเห็นชอบให้เหลือเพียง 1 คน เท่านั้น

“ที่ประชุมเห็นชอบ รายชื่อ ผอ.รพ.สต. ที่เคยได้รับรางวัลการประสานงานระดับอาเซียน มานั่งในคณะทำงานเพียงคนเดียว”

ที่ประชุมอนุกรรมการมีมติวันที่ 23 ธ.ค. และรายงานเป็นวาระจร ในที่ประชุม ก.ก.ถ.เมื่อ 24 ธ.ค. โดย “ยกเลิกคำสั่งเก่า” และทำงานแต่งตั้งคณะทำงานชุดใหม่

สำหรับ คณะอนุกรรมการชุดเดิม มีชื่อ นายสมศักดิ์ จึงตระกูล ประธานชมรมฯ เพียงคนเดียว เข้ามาเป็นผู้แทนชมรมและทำงานมาด้วยตลอด

โดยที่ผ่านมา อนุกรรมการได้ประเมินศักยภาพให้ 49 อบจ. ผ่านรับถ่ายโอนภารกิจ สอน.และ รพ.สต.เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา


31 ธ.ค. 2564  ผู้จัดการออนไลน์

13
2.2 หมื่นคนสาธารณสุข จาก 3,384 รพ.สต. จ่อถ่ายโอนภารกิจไป 49 อบจ. หลังผ่านประเมิน คณะอนุฯ บริหารภารกิจ 4 ชุด สรุปยอดคน/งบก่อนโอนย้ายจริง พบ รพ.สต.พื้นที่ “ขอนแก่น-ร้อยเอ็ด” ขอเข้าระบบมากกว่า 200 แห่ง เฉพาะ “ขอนแก่น-โคราช-ร้อยเอ็ด-สกลนคร” ขอถ่ายโอนพ้นระบบกระทรวงสาธารณสุข แห่งละมากกว่าพันคน

วันนี้ (3 ม.ค. 2565) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองล่วนท้องถิ่น (ก.ถ.ถ.) ที่มี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ได้รับทราบผลการประเมินความพร้อมในการรับการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

พบว่า มี อบจ. รับถ่ายโอนภารกิจ รวม 49 จังหวัด รพ.สต. จํานวน 3,384 แห่ง บุคลากรของกระทรวงสาธารณสุข ที่ถ่ายโอนไปยัง อปท. จํานวน 22,265 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2564)

ยังพบว่า เป็น อบจ.ที่มีความพร้อมในระดับดีเลิศ จํานวน 45 แห่ง ซึ่งสามารถรับการถ่ายโอนภารกิจ สอน. และ รพ.สต. ทุกแห่งในเขตพื้นที่จังหวัด หรือตามจํานวนที่แจ้งความประสงค์ขอรับการถ่ายโอนภารกิจ

เป็น อบจ. ที่มีความพร้อมในระดับดีมากจํานวน 4 แห่ง ซึ่งสามารถรับการถ่ายโอนภารกิจ สอน. และ รพ.สต. ได้อย่างน้อยอําเภอละ 2 แห่ง หรือรวมแล้วไม่เกิน 60 แห่ง ในเขตจังหวัด

โดย 45 อบจ. ระดับดีเลิศ ประกอบด้วย อบจ.กระบี่ รับโอน รพ.สต. 30 แห่ง บุคลากร 248 คน อบจ.นครศรีธรรมราช รับโอน 36 แห่ง 228 คน อบจ.ปัตตานี รับโอน 32 แห่ง 329 คน อบจ.ภูเก็ต รับโอน 21 แห่ง 156 คน

อบจ.สงขลา รับโอน 23 แห่ง 175 คน อบจ.สุราษฎร์ธานี รับโอน 105 แห่ง 816 คน อบจ.กาฬลินธุ์ รับโอน 51 แห่ง 359 คน อบจ.ขอนแก่น รับโอน 248 แห่ง 1,867 คน อบจ.ชัยภูมิ รับโอน 167 แห่ง 373 คน

อบจ.นครพนม รับโอน 15 แห่ง 84 คน อบจ.นครราชสีมา รับโอน 182 แห่ง 1,563 คน อบจ.มหาสารคาม รับโอน 128 แห่ง 890 คน อบจ.มุกดาหาร รับโอน 78 แห่ง 521 คน อบจ.ยโสธร รับโอน 49 แห่ง 330 คน

อบจ.ร้อยเอ็ด รับโอน 229 แห่ง 1,467 คน อบจ.ศรีสะเกษ รับโอน 117 แห่ง 803 คน อบจ.สกลนคร รับโอน 139 แห่ง 1,040 คน อบจ.หนองบัวลำภู รับโอน 83 แห่ง 542 คน อบจ.อำนาจเจริญ รับโอน 71 แห่ง 497 คน

อบจ.อุบลราชธานี รับโอน 54 แห่ง330 คน อบจ.กาญจนบุรี รับโอน 97 แห่ง 607 คน อบจ.นครปฐม รับโอน 36 แห่ง 239 คน อบจ.นนทบุรี รับโอน 18 แห่ง 106 คน อบจ.ปทุมธานี รับโอน 13 แห่ง 117 คน

อบจ.ราชบุรี รับโอน 79 แห่ง 488 คน อบจ.สมุทรสาคร รับโอน 37 แห่ง 246 คน อบจ.สิงห์บุรี รับโอน 11 แห่ง 48 คนอบจ.สุพรรณบุรี รับโอน 174 แห่ง 877 คน อบจ.อุทัยธานี รับโอน 26 แห่ง 168 คน

อบจ.ปราจีนบุรี รับโอน 94 แห่ง 625 คน อบจ.ระยอง รับโอน 40 แห่ง255 คน อบจ.กำแพงเพชร รับโอน 76 แห่ง 559 คน อบจ.เชียงราย รับโอน 118 แห่ง 854 คน อบจ.เชียงใหม่ รับโอน 62 แห่ง 393 คน

อบจ.ตาก รับโอน 19 แห่ง 125 คน อบจ.นครสวรรค์ รับโอน 101 แห่ง 617 คน อบจ.น่าน รับโอน 95 แห่ง 637 คน อบจ.พิจิตร รับโอน 68 แห่ง 452 คน อบจ.พิษณุโลก รับโอน 37 แห่ง 252 คน

อบจ.เพชรบูรณ์ รับโอน 62 แห่ง 401 คน อบจ.แพร่ รับโอน 70 แห่ง 320 คน อบจ.ลำพูน รับโอน 11 แห่ง 73 คน อบจ.สุโขทัย รับโอน 18 แห่ง 81 คน อบจ.อุตรดิตถ์ รับโอน 40 แห่ง 293 คน และ อบจ.พะเยา รับโอน 55 แห่ง 377 คน

ขณะที่ อบจ.ระดับดีมาก ประกอบด้วย อบจ.ชุมพร รับโอน รพ.สต. 17 แห่ง บุคลากร 95 คน อบจ.พัทลุง รับโอน 33 แห่ง 187 คน อบจ.สตูล รับโอน 3 แห่ง 18 คน และ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ รับโอน 16 แห่ง 137 คน

นอกจากนั้น ยังรับทราบคำสั่งปรับปรุงคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 4 คณะ ที่มีภารกิจสรุปยอดคน/งบประมาณก่อนโอนย้าย

3 ม.ค. 2565  ผู้จัดการออนไลน์

14
หมอธีระวัฒน์ชี้โอไมครอนอาการไม่หนัก แนะให้ระวังผลข้างเคียงจากวัคซีนแทน หลังผู้ฉีดวัคซีนในไทยตายทะลุ 2 พันราย ย้ำฉีดวัคซีนโควิดเข้าชั้นผิวหนังผลข้างเคียงน้อยกว่า 10 เท่า ภูมิคุ้มกันสูงเทียบเท่าฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

วันที่ 29 ธันวาคม 2564 นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า สถานการณ์โอไมครอนที่ดูอาการไม่หนัก ดังนั้น ต้องระวังผลข้างเคียงจากวัคซีน โอไมครอนน่าจะดูดี เพราะที่อยู่โรงพยาบาลจำนวนไม่มากจากข้อมูลประเทศอังกฤษ และอาการไม่หนักมาก เสียชีวิต 39 ราย และหลังติดเชื่ออาการเกิดขึ้นเร็วภายใน 2 วัน และจบภายใน 8 ถึง 9 วัน กักตัวถ้าไม่มีอาการ 5 วัน

จากข้อมูลในประเทศอังกฤษ โอไมครอนครองสัดส่วนเป็น 90% (จาก ดร.จอห์น แคมป์เบล 29/12/64)
ดังนั้น ในประเทศไทยถ้าเป็นตามในประเทศอังกฤษ โอไมครอนเข้ามาแทนที่เดลต้า โดยถ้ายังไม่ยกระดับความรุนแรงจาก “ร้ายอาจกลายเป็นดี” ได้

ทั้งนี้ ต้องไม่มีสายประหลาดเกิดใหม่ด้วย เพราะฉะนั้น การฉีดวัคซีนที่ระดมมหาศาลขณะนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยคุณต้องฉีดเป็นการเข้าชั้นผิวหนัง

จากข้อมูล สปสช. มีผู้ขอชดเชยค่าเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนโควิด 11,911 ราย เป็นจำนวนเงินที่ต้องชดใช้ 955 ล้านบาท และยังมีกรณีที่อยู่ในการอุทธรณ์ เลียชีวิต 19.15% ของ 11,911 ราย นั่นคือ มากกว่า 2,000 ราย
เกิดจากวัคซีนแอสตร้าฯ 6,043
ซิโนแวค 4,239
ซิโนฟาร์ม 467
ไฟเซอร์ 811
ทั้งนี้ ต้องจับตาไฟเซอร์ที่เริ่มใช้ขณะนี้ และแอสตร้าฯที่ใช้แต่แรกจนปัจจุบันในเรื่องผลข้างเคียงและการเสียชีวิต

ขณะที่ประเทศไทยเสียชีวิตจากโควิด 21,598 ราย เสียชีวิตจากโควิดวัคซีนมากกว่า 2,100 ราย ตามที่มีการเรียกร้องค่าชดเชยจาก สปสช. นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องฉีดเข้าชั้นผิวหนังโดยใช้ปริมาณน้อยกว่า และกลไกคนละแบบกับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อและภูมิไม่ได้ลดลงเร็วกว่าการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยระดับภูมิได้เท่ากัน

นพ.ธีระวัฒน์ขยายความในโพสต์ต่อมาเกี่ยวกับความเข้าใจการฉีดวัคซีนเข้าชั้นผิวหนังว่า ภูมิคุ้มกันขึ้นเท่ากับการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง แต่ผลข้างเคียงน้อยกว่า 10 เท่า ขณะที่ภูมิคุ้มกันหลังฉีดอยู่ได้นานพอกัน

ส่วนในเรื่องของทีเซลล์การฉีดชั้นผิวหนังจะมีตัวจับย่อยวัคซีน 2 ชนิดด้วยกัน ไม่ใช่ชนิดเดียวแบบในกล้ามเนื้อ และส่งผ่านไปยังต่อมน้ำเหลืองซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาขั้นต้น คือ ทีเซลล์ ถูกกระตุ้นโดยใช้เวลาประมาณ 4 วัน ตามการศึกษาตั้งแต่ปี 2008 โดยใช้วิธี 2 photon microscopy และจะควบรวมสัมพันธ์กับบีเซลล์ในการสร้างภูมิคุ้มกันในน้ำเหลืองต่อการกระตุ้นทีเซลล์ ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

โดยตัวคนแต่ละคนที่แบ่งออกเป็นตอบสนองกับวัคซีนได้สูง กลาง และต่ำ ซึ่งทราบกันดีมาตั้งแต่ก่อนปี 2010 ขึ้นอยู่กับอายุและมีโรคประจำตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน แม้แต่ SV SV AZ แม้กระตุ้นภูมิได้น้ำเหลืองได้สูงมากแต่การตอบสนองของที่เซลล์นั้นยังพบได้น้อยก็มี

29 ธันวาคม 2564
https://www.prachachat.net/general/news-831522

15
สาวโพสต์ประจาน หลัง "คุณย่า" ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง เจอ "หมอหญิง" พื้นที่สิงห์บุรี พูดต่อหน้าว่า "อยากตายด้วยวิธีไหน" หลังจากถูกญาติผู้ป่วยขอคำแนะนำการรักษา

กำลังเป็นเรื่องราวดราม่าอยู่ในเวลานี้ เมื่อญาติผู้ป่วยท่านหนึ่ง เผยแพร่เรื่องราวสุดเจ็บปวด หลัง “คุณหมอ” โรงพยาบาลใน จ.สิงห์บุรี พูดต่อหน้า “คุณย่า” ที่เพิ่งผ่าตัดสมองได้ไม่นานว่า “เลือกเอาจะเสียชีวิตด้วยวิธีไหน” จนสร้างความไม่พอใจให้ชาวโซเชียลอย่างมาก

โดยผู้โพสต์ ระบุข้อความว่า ขอให้ทุกคนหยุดอ่านสักนิด เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ย่ามีนัดที่โรงพยาบาล...ตั้งแต่ย่าผ่าตัดสมอง ทางเราดูแลและฟื้นฟูมาเกือบ 3 เดือน จนตอนนี้พูดได้ขยับตัวได้ ยกแขนยกขาได้ และล่าสุดเจอหมอคนหนึ่งห้องเบอร์ 6 รอคิวอยู่พักใหญ่ๆ เข็นย่าเข้าไป หมอถามว่าเป็นไงมั่ง พลอยเลยตอบหมอว่าเริ่มขยับตัวได้ค่ะพูดได้บ้าง

แล้วหมอก็บอกว่าค่าเลือดต่ำลง จาก 28.7 เหลือ 24.5 เนื่องจากฉีดยาละลายลิ่มเลือด หมอถามว่า จะเอายังไง จะหยุดฉีดไหม ถ้าฉีดเลือดก็จะจาง แต่ถ้าหยุดปอดก็จะหายใจไม่ได้ พลอยไม่รู้เลยถามว่า ขอคำปรึกษาจากคุณหมอได้ไหมคะ หมอตอบว่า #ไม่ต้องมาปรึกษาไม่ได้รับปรึกษา

“ไปตัดสินใจเอาเลยว่าจะเอายังไง #เลือกเอาว่าเลยว่าจะเสียชีวิตด้วยวิธีไหน เราก็ย้ำอีกว่าทางไหนน่าจะดีคะบ้างคะหมอ #หมอก็พูดอีกว่า เลือกเอาจะเสียชีวิตด้วยวิธีไหน แล้วตัวย่าเข้าไป จากที่ยิ้มอยู่ก็หน้าเสียไปเลย สงสารย่ามากที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้” 

พลอยกายภาพบำบัดดูแลเอาใจใส่กว่าจะได้ขนาดนี้ ใช้เวลาหลายเดือน มาหาหมอวันเดียวจิตใจย่าต้องทรุด เพราะคำพูดของหมอ คุณจะรับผิดชอบจิตใจคนป่วยติดเตียงแบบไหน #ควรใช้คำพูดอะไรกับหมอแบบนี้ได้มั่ง

จากการสอบถามผู้โพสต์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ คุณย่าอายุ 74 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง จากอาการเส้นเลือดในสมองแตก โดยวันเกิดเหตุพาคุณย่าไปพบหมอตามนัด แต่หมอผู้หญิงคนดังกล่าว กลับพูดจาไม่เหมาะสมต่อผู้ป่วยว่า “เลือกเอาจะเสียชีวิตด้วยวิธีไหน”

หลังเกิดเหตุทางผู้บริโรงพยาบาล ติดต่อเข้ามาขอโทษแล้ว พร้อมเรียก “แพทย์หญิง” คนดังกล่าว ตักเตือนไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก ส่วนตัวอยากขอพบ ผอ.โรงพยาบาล และให้หมอผู้ก่อเหตุ เดินทางมาขอโทษคุณย่าด้วยตัวเอง ก่อนจะยินยอมลบโพสต์ต่อไป

30 ธ.ค. 2564
https://www.nationtv.tv/news/378858600

หน้า: [1] 2 3 ... 560