แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - story

หน้า: [1] 2 3 ... 578
1
ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐอเมริกา เผย บริษัทหรือผู้ประกอบการห้างใหญ่-ร้านค้าที่ "ขึ้นเงินเดือน" หรือเพิ่ม "ค่าแรงขั้นต่ำ" ให้พนักงาน ทำให้บได้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการ "ลาออก" ของลูกจ้างได้จริง!

เมื่อไม่กี่วันก่อน (29 ก.ค. 65) มีผลสำรวจของมหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐอเมริกา เรื่อง “Minimum Wage and Individual Worker Productivity” ได้สำรวจและวิจัยการทำงานของพนักงานขายปลีก 40,000 คน ที่ทำงานกับร้านค้าขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ พบว่า บริษัทที่ "ขึ้นเงินเดือน" หรือเพิ่ม "ค่าแรงขั้นต่ำ" ให้แก่พนักงานตามผลงาน ช่วยให้ลูกจ้างทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลาออกน้อยลง!

โดยทีมวิจัยได้สำรวจข้อมูลจากพนักงานที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้ค้าปลีกรายใหญ่ (ห้างสรรพสินค้า) ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 10% จากทั่วประเทศ รวมถึงร้านค้าทั่วไปมากกว่า 2,000 แห่งทั่วทั้ง 50 รัฐ ซึ่งศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มลูกจ้างที่ได้รับค่าตอบแทนตามผลงาน (ยอดขายต่อชั่วโมง ทำมากได้มากทำน้อยได้น้อย) กับกลุ่มลูกจ้างที่ได้ค่าแรงแบบกำหนดตายตัวแบบถัวเฉลี่ย (ไม่ว่าจะทำยอดขายได้มากหรือน้อยก็จ่ายเท่ากัน) ทำให้เห็นผลวิจัยที่ชัดเจนดังข้างต้น

โดยเหตุผลที่ทำให้การขึ้นเงินเดือนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของลูกจ้าง ก็เนื่องมาจากเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เป็นแรงจูงใจให้พนักงานไม่อยากลาออก เพราะกลัวจะเสียค่าตอบแทนที่สูงขึ้น จึงยิ่งกระตุ้นตนเองทำงานให้ดียิ่งขึ้นๆ เพื่อให้ได้ค่าตอบแทนมากขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกันทีมวิจัย ม.ชิคาโก ก็ค้นพบอีกอย่างว่า การขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำบ่อยเกินไป จะส่งผลให้กำไรของบริษัทลดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจึงอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับทุกบริษัท การจัดรูปแบบค่าจ้างที่เหมาะสมต่อทั้งสวัสดิการของลูกจ้าง ประสิทธิภาพของผลงาน และผลกำไรของบริษัท ล้วนสำคัญเท่าๆ กัน และต้องบาลานซ์ให้เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจาก Paychex องค์กรด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล เงินเดือน สวัสดิการ และบริการประกันภัยในสหรัฐ ก็สะท้อนผลวิจัยสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากประเด็นการ “ขึ้นเงินเดือน” ที่จะรั้งพนักงานที่ทำผลงานดีให้อยู่กับบริษัทได้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะช่วยจูงใจพนักงานได้อีก

โดยทีมวิจัยได้สำรวจความคิดเห็นจากพนักงาน 4.3 ล้านคนในสหรัฐ ที่เพิ่งจะลาออกจากงานในช่วงเดือน พ.ค. 65 ที่ผ่านมา และพบว่านอกเหนือจากค่าตอบแทนและสวัสดิการแล้ว ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่ส่งผลมากที่สุด ต่อการตัดสินใจของพนักงานที่จะอยู่ทำงานต่อกับบริษัทนั้นๆ ได้แก่

การรับรู้ถึงความมั่นคงในบริษัทที่ทำงาน 60%
การรู้สึกว่างานนี้มีความหมายกับชีวิต 45%
การมีแพชชันในสายงานของตนเอง 33%
 
ส่วนปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญน้อยที่สุด ในการที่จะเลือกอยู่ต่อกับบริษัทนั้นๆ (แม้ว่าหลายๆ บริษัทจะให้ความสำคัญกับองค์ประกอบเหล่านี้ก็ตาม) ได้แก่

แบรนด์ของบริษัท 19%
วัฒนธรรมองค์กร 19%
ผลิตภัณฑ์ของบริษัท 13%

Alison Stevens ผู้อำนวยการฝ่าย HR Services Paychex กล่าวว่า “ผลวิจัยข้างต้นแสดงให้เห็นว่าพนักงานเกือบครึ่ง ไม่ต้องการเปลี่ยนบริษัทภายใน 12 เดือนข้างหน้า แต่ก็ไม่รับประกันว่าพนักงานเหล่านั้นจะยังคงอยู่ในระยะยาว การลาออกครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามา บริษัทต่างๆ ควรใช้โอกาสนี้เพื่อเสนอโปรแกรมสิทธิพิเศษ และผลประโยชน์ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน”

อีกทั้ง ผลสำรวจชิ้นนี้ยังแสดงให้เห็นถึงเหตุผลสำคัญในการเลือกทำงานกับบริษัทต่างๆ ของพนักงาน โดยแบ่งตาม #เจนเนอเรชัน ได้แก่ Baby Boomers (32%), Gen X (35%) และ Millennials (31%) สามกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับบริษัทที่ให้ความมั่นคงในอาชีพการงาน แต่กลุ่ม Gen Z (18%) จะให้ความสำคัญกับงานที่มีความหมายต่อตนเองมากกว่าความมั่นคง

ที่สำคัญ.. ผลสำรวจยังบอกอีกว่า การที่องค์กรจะรักษาพนักงานให้ทำงานในระยะยาวได้นั้น ต้องมีปัจจัยเหล่านี้ด้วย นั่นคือ

การประกันสุขภาพ 64%
แผนการเกษียณอายุ 62%
ผลประโยชน์ด้านสุขภาพจิต 23%

"ผลประโยชน์ด้านสุขภาพจิต" กำลังเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z (23%) โดยพวกเขาระบุว่า ผลประโยชน์ด้านสุขภาพจิตทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะอยู่ที่องค์กรของตนในระยะยาว มากกว่าคนรุ่น Millennials (14%), Gen X (5%) และ Baby Boomers (3%)

--------------------------------------

อ้างอิง : Journals.uchicago.edu, Paychex 

3 ส.ค. 2565
กรุงเทพธุรกิจ

2
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยืดเยื้อต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนไทยถดถอยลงทั้งนี้ งานวิจัยฉบับใหม่ของบริษัทวิจัยด้านการตลาดระดับโลก Mintel (มินเทล) ชี้ ผู้บริโภคชาวไทยประมาณ 8 ใน 10 ราย ต่างประสบปัญหาสุขภาพจิตในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา 3 อันดับแรก คือความเครียด (46%) นอนไม่หลับ (32%) และวิตกกังวล (28%)
 
Gen Z คือกลุ่มวัยที่รู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด

การทำงาน/การเรียน (48%) ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค Gen-Z โดยเฉพาะอายุระหว่าง 18-24 ปี โดยพบว่า ผู้บริโภคในกลุ่มวัยนี้จะรู้สึกโดดเดี่ยวที่สุด (38%) เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่นๆ  อาทิ กลุ่ม Millennials (26%) และ Gen X (15%) ที่มีอายุมากกว่า ทั้งนี้ แรงกดดันจากเพื่อน (33%) และโซเชียลมีเดีย (25%) ต่างเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความท้าทายด้านสุขภาพจิตของพวกเขา

วิลาสิณี ศิริบูรณ์พิพัฒนา นักวิเคราะห์อาวุโสด้านการวิจัยไลฟ์สไตล์ ประจำ Mintel Reports Thailand กล่าวว่า ตามข้อมูลจากงานวิจัยของเรา มากกว่าหนึ่งในสามของผู้บริโภคชาวไทยที่มีอายุน้อยกล่าวว่า พวกเขาขาดความมั่นใจในตนเอง และมีสภาวะทางจิตใจบางอย่าง เช่น การนับถือตนเองต่ำ อาการซึมเศร้า และความวิตกกังวล สภาวะเหล่านี้เกิดจากการสร้างภาพชีวิตที่ “สมบูรณ์แบบ” บนโซเชียลมีเดีย จากการได้เห็นบุคคลที่พวกเขาชื่นชอบ อินฟลูเอนเซอร์ หรือคนที่พวกเขารู้จักมีในสิ่งที่พวกเขาไม่มี ก่อให้เกิดความกดดันที่จะต้องใช้ชีวิตให้ได้ตามมาตรฐานที่ผู้อื่นวางไว้ แบรนด์ต่าง ๆ สามารถช่วยเหลือประชากรกลุ่มที่มีอายุน้อยนี้ได้ ด้วยแคมเปญที่ผลักดันและส่งเสริมให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกพึงพอใจในตนเอง
 
ผู้หญิงเครียดกว่าผู้ชาย

เกือบหนึ่งในสาม (31%) ของหญิงไทยที่มีอายุ 18-34 ปี กล่าวว่า พวกเขารู้สึกหมดไฟ เมื่อเทียบกับชายในวัยเดียวกัน (17%) ผู้หญิงให้ความสำคัญกับงาน/การศึกษา ความไม่แน่นอนในการวางแผนอนาคต และสถานการณ์/ความรับผิดชอบทางการเงิน  จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้บริโภคกลุ่มนี้

วิลาสิณี  กล่าวว่า ผู้หญิงอายุ 18-34 ปี มีแนวโน้มที่จะต้องรับมือและรับผิดชอบกับงาน บ้าน สร้างความมั่นคงในหน้าที่การงาน และคำนึงถึงการแต่งงานใช้ชีวิตคู่ ตามที่ระบุไว้ในงานวิจัยฉบับใหม่ของเราเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิง พวกเธอต้องการที่จะรักษาสมดุลในชีวิตและมีสุขภาพที่ดี ทั้งทางกายและทางใจ แบรนด์ต่าง ๆ สามารถวางผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นเป้าหมายได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งหรือวุ่นวายตลอดเวลา ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่จะช่วยบรรเทาความเครียดทางด้านจิตใจ และช่วยให้พวกเธอสามารถทำกิจกรรมเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีได้
 
การอดนอนส่งผลกระทบต่อคนทุกรุ่น

การวิจัยของ Mintel เผยให้เห็นว่า ประมาณ 35% ของ Gen Z และ Millennial จะมีอาการนอนไม่หลับ ในขณะที่ Gen X อยู่ที่ 28% เนื่องจากคนไทยมีปัญหาด้านการนอนหลับ แบรนด์ต่าง ๆ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถตรวจจับรูปแบบการนอนและให้ประโยชน์ด้านสุขภาพอื่น ๆ ได้

4สค2565
มติชน

3
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ ๙ สถาบัน ทำพิธีลงนาม องค์กรภาคีเครือข่าย ๑๐ สถาบัน เพื่อผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์
 
ด้วยการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา ตั้งเป้าผลิตจำนวนบัณฑิต ๑๕,๐๐๐ คน ใน ๑๐ ปี จากปัจจุบันเพียงปีละ ๒๐๐ คน

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ ๘ สถาบันการศึกษา และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จัดพิธีลงนาม “องค์กรภาคีเครือข่าย ๑๐ สถาบัน

เพื่อผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์ ด้วยการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา” เพื่อผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์ที่ตอบโจทย์นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ด้วยการพัฒนารูปแบบการศึกษาให้ยืดหยุ่น ให้บุคคลที่ปฏิบัติงานการแพทย์ฉุกเฉินหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่หรือภูมิประเทศที่ไม่มีผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอ
 
ได้มีโอกาสเข้าศึกษาโดยไม่ต้องลาศึกษาหรือเว้นจากการปฏิบัติงานประจำ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเข้าศึกษาต่างถิ่นที่อยู่ อันจะส่งผลให้มีนักฉุกเฉินการแพทย์ปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นในเขตพื้นที่หรือภูมิประเทศที่ไม่มีผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอ และเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาในการผลิตบุคลากรสายวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นสาขาขาดแคลนของประเทศ

ซึ่งอาจพัฒนาเป็นเป็นต้นแบบในการผลิตบุคลากรสายวิชาชีพด้านสุขภาพสาขาอื่นได้ในอนาคต ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสักขีพยาน พร้อมตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษาชั้นนำและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ รวม ๑๐ สถาบันร่วมลงนามเห็นชอบ เมื่อเร็ว ๆ นี้ (วันอังคารที่ ๒ สิงหาคม ๖๕ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ ชั้น ๒ ห้อง Magic 2)

ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิงโฉมศรี โฆษิตชัยวัฒน์ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยว่า การบริการการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล เป็นงานบริการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสุขภาพของประเทศ

 
โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การที่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการปฏิบัติการทางการแพทย์ขั้นสูงตั้งแต่เมื่ออยู่นอกโรงพยาบาล ทำให้มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ดังนั้นการบริการการแพทย์ฉุกเฉินจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่บริบาลผู้ป่วยฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล อันเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉิน

 
ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้มีประกาศ “พระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาฉุกเฉินการแพทย์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๖๔”

 
โดยให้มีคณะกรรมการวิชาชีพทำหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ ซึ่งผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ต้องได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรสาขาอื่นที่เทียบเท่าปริญญาด้านฉุกเฉินการแพทย์

 
ประเทศไทย ได้เริ่มมีการจัดการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ระดับปริญญามาแล้วประมาณ ๑๓ ปี ตราบจนปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้สำเร็จการศึกษาสาขาฉุกเฉินการแพทย์ที่มีความสามารถในระดับนี้จำนวน ๖๗๔ คน (ข้อมูลเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕) อัตราการผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์ เพียงปีละ ๑๘๐-๒๐๐ คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

 
ดังนั้นในฐานะหน่วยงานจัดการศึกษาด้านฉุกเฉินการแพทย์ระดับปริญญาในประเทศไทยร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จึงได้ร่วมกันหาทางออกเพื่อให้ประเทศมีบุคลากรด้านฉุกเฉินการแพทย์ที่มีความสามารถระดับสูงอย่างเพียงพอและรวดเร็ว

 
โดยใช้โอกาสจากการที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีนโยบายในเรื่องการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา นำมาสู่งานแถลงข่าวการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตบัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์

 
เพื่อตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า โครงการฯ นี้

 
ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานชั้นนำ แบ่งบทบาทความรับผิดชอบของแต่ละส่วน ประกอบด้วย คณะกรรมการวิชาชีพสาขาฉุกเฉินการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ บทบาทคือ เป็นองค์กรรับรองความรู้ในวิชาชีพของผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาสาขาฉุกเฉินการแพทย์

 
ให้มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์, วิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย บทบาท คือ ร่วมมือในการจัดหาและเตรียมความพร้อมให้อาจารย์ผู้สอน, สถาบันฝึกอบรมความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉินทุกแห่ง บทบาทคือ เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติการ และจัดหาอาจารย์ผู้สอน, กระทรวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสภากาชาดไทย

 
รวมทั้งสถานพยาบาลและหน่วยปฏิบัติการอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน บทบาทคือ เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติการ จัดหาอาจารย์ผู้สอน และครูช่วยฝึกปฏิบัติการ รวมทั้งเป็นผู้ใช้บัณฑิต ระยะเวลาการดำเนินการปีงบประมาณ ๒๕๖๖ – ๒๕๗๕ (เริ่มรับผู้เรียนปีงบประมาณ ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ เริ่มมีผู้จบการศึกษาปี ๒๕๖๘ เป็นต้นไป) จำนวนบัณฑิตที่คาดว่าจะผลิต ๑๕,๐๐๐ คน

 
โดยวันนี้ได้รับเกียรติจาก อธิการบดีและตัวแทน ๑๐ สถาบัน ร่วมลงนามในความร่วมมือ ประกอบด้วย ๑ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ๒ มหาวิทยาลัยมหิดล ๓ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๔ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ๕ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ๖ มหาวิทยาลัยพะเยา ๗ มหาวิทยาลัยบูรพา ๘ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ๙ สถาบันพระบรมราชชนก ๑๐ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
 
ตั้งเป้าผลสัมฤทธิ์ บัณฑิตฉุกเฉินการแพทย์ที่จะสำเร็จการศึกษา ต้องสามารถปฏิบัติงานด้านฉุกเฉินการแพทย์ โดยครอบคลุมความรู้ทักษะ และความสามารถในระดับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์
 
โดยต้องมีความรู้ ทักษะ และความสามารถครอบคลุมด้านต่าง ๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หมายถึง ความเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และกิจนิสัยที่ดี ด้านความรู้ หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง หลักการ ทฤษฎี และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเน้นความรู้เชิงทฤษฎีและ/หรือข้อเท็จจริงเป็นหลัก เช่น ความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานฉุกเฉิน ระบบสุขภาพของประเทศไทย ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย และนานาชาติหลักการพื้นฐานด้านระบบคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย
 
รวมทั้งมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉิน ด้านทักษะ หมายถึง ความสามารถปฏิบัติงาน ซึ่งนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ควรทำได้เมื่อได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย ทักษะด้านกระบวนการคิด (Cognitive Skills) ทักษะการหยั่งรู้และความคิดสร้างสรรค์ (Logical, Intuitive, and Creative Thinking) หรือทักษะการปฏิบัติ/วิธีปฏิบัติที่มีความคล่องแคล่วและความชำนาญในการปฏิบัติตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ระดับ ๖ ได้แก่ ทักษะทางปัญญา ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ทักษะพิสัย ด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบ ซึ่งประกอบไปด้วยความสามารถในการสื่อสาร ภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ (Responsibility) และความเป็นอิสระ (Autonomy) ในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น ความสามารถในการตัดสินใจและความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น
 
คาดว่าหลังจากนี้ ประเทศไทยจะมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ระดับสูง ซึ่งมีผู้ปฏิบัติการที่เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาฉุกเฉินการแพทย์ เพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่หรือภูมิประเทศที่ไม่มีผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ หรือสถานพยาบาลเพียงพอ อันจะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพมาตรฐาน
 
โดยได้รับการช่วยเหลือและรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์เดิมได้พัฒนาศักยภาพให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยปฏิบัติการและสถานพยาบาลที่เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติการ เรียนรู้วิธีการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ ซึ่งผลิตบัณฑิตได้ตรงต่อความต้องการของผู้ใช้ที่สุด

ด้วยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้บัณฑิต สามารถต่อยอดการผลิตนักฉุกเฉินการแพทย์เฉพาะทางได้ และพัฒนาต้นแบบของรูปแบบการศึกษาแนวใหม่ในการผลิตบัณฑิตสายวิชาชีพด้านสุขภาพ ที่เป็นสาขาขาดแคลนของประเทศ

3สค2565
INN News

4
ญาติเศร้า เตรียมรับศพพยาบาลวิชาชีพ รพ.มัญจาคีรี หลังเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวร์คนไทยชนรถพ่วงที่ สปป.ลาว เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตได้บริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แต่เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุจึงไม่เข้าเกณฑ์การรับร่าง ญาติกำลังรับศพเดินทางกลับบ้านเกิด

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่บ้านเลขที่ 347 หมู่ 3 ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.พนิดา เฮ้าประมงค์ อายุ 57 ปี พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ โรงพยาบาลมัญจาคีรี ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวร์ลาวที่มีผู้โดยสารต่างชาติ รวมทั้งผู้มีสัญชาติไทย เดินทางกลับจากเวียดนาม ผ่านเมืองอาดสะพังทอง (ดงเห็น) แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ห่างจากด่านไทย 60 กม. ได้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุก 18 ล้อ ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อวานที่ผ่านมา

ซึ่งบรรยากาศที่บ้านของผู้เสียชีวิตนั้นพบว่า มีบรรดาญาติของผู้ตายได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับจัดงานศพของผู้เสียชีวิต และมีญาติบางส่วนเดินทางไปติดต่อประสานงานเรื่องต่างๆ ในการรับศพเดินทางกลับมาที่บ้านเกิด เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาจากจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางกลับคาดว่าจะมาถึงในช่วงค่ำวันนี้

จากการสอบถามญาติที่อยู่ในงานทราบว่า ผู้ตายเป็นโสด ครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ซึ่งผู้ตายเป็นคนสุดท้อง โดยญาติๆ ที่อยู่ที่นี่ ไม่มีใครทราบรายละเอียดใดๆ ทราบแค่เกิดเหตุขึ้น จึงช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับศพอยู่ที่บ้าน โดยอยู่ระหว่างรอศพมาถึงโรงพยาบาลมัญจาคีรี เพื่อนำศพเข้าโลงเย็นและเคลื่อนศพมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านทันที และยังไม่ได้มีการพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการตั้งศพว่าจะตั้งศพกี่วัน ซึ่งจะต้องรอญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางมาที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อพูดคุยกันถึงรายละเอียดต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เบื้องตนนั้นจากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิตที่เดินทางไปรับศพพร้อมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ทราบว่า ญาติๆ ได้ออกเดินทางไปรับศพที่ จ.มุกดาหาร ภายหลังจากทราบเรื่องเมื่อวานที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินทางกลับ ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นเป็นพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ได้ทำเรื่องขอบริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แต่เนื่องจากเป็นศพที่เกิดจากอุบัติเหตุจึงไม่เข้าเกณฑ์ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะต้องรอพูดคุยกันในครอบครัวอีกครั้ง.


l สค 2565
Thairath


5
ครม. เห็นชอบกว่า 14,510 ล้านบาท จ่ายค่าตอบแทน/ค่าเสี่ยงภัย ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีภารกิจเพิ่มขึ้นจากโควิด-19

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (2 ส.ค. 65) เห็นชอบกรอบวงเงินกว่า 14,510 ล้านบาท จ่ายค่าตอบแทนและเสี่ยงภัยบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีภารกิจเพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งหมด 6 โครงการ คือ

1. โครงการแก้ปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรณีโรคโควิด-19 ของกองสาธารณสุขฉุกเฉิน

2. โครงการค่าตอบแทน บุคลากรนอกเหนือจากภารกิจปกติของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

3. โครงการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ของกรมการแพทย์

4. โครงการจ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานบริการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

5. โครงการจ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ของกรมสุขภาพจิต

6. โครงการสนับสนุนการจัดบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข รองรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของกรมอนามัย

ทั้งนี้ ครม. ได้มอบหมายให้ กระทรวงสาธารณสุขปรับกรอบวงเงินของโครงการให้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง จนถึงเดือน มิ.ย. 65 พร้อมทั้งปรับแผนดำเนินงาน แผนการเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับกิจกรรมภายใต้โครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ ครม. ได้เห็นชอบกรอบวงเงิน 2,021 ล้านบาท ดำเนินโครงการค่าใช้จ่ายบรรเทาแก้ปัญหาและเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด-19 กลุ่มผู้ไร้สิทธิ และค่าฉีดวัคซีน กลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ รวมทั้งไม่ใช่ประชาชนคนไทย ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วช่วงเดือน ต.ค. 64 – มิ.ย. 65 คือ

1. กลุ่มผู้ไร้สิทธิการรักษาพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลโควิด-19 วงเงิน 1,923 ล้านบาท (เบิกจ่ายส.ค.-ธ.ค. 65)

2. ค่าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ รวมทั้งผู้ไม่ใช่ประชาชนคนไทย วงเงิน 98 ล้านบาท (เบิกจ่าย ก.ย.- ธ.ค. 65)


2สค2565
workpointTODAY

6
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พญ.นันทนา ศิริทรัพย์ เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสพท และนายชาลี เจริญลาภนพรัตน์  ผู้จัดการระบบสอบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แถลงข่าวการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต หลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2566

พญ.นันทนากล่าวว่า ปีนี้ กสพท ได้รับมอบอำนาจจากคณะ/วิทยาลัย/สำนักวิชา แพทยศาสตร์ 17 สถาบัน คณะ/สำนักวิชาทันตแพทย์ศาสตร์ 12 สถาบัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ 12 สถาบัน และคณะเภสัชศาสตร์ 12 สถาบัน รวมมี 53 สถาบัน 61 สาขาวิชา รับโดยประมาณ 2,308 คน ที่เปิดรับนิสิตนักศึกษา

ด้าน นพ.สรนิตกล่าวว่า สำหรับการคัดเลือก กสพท ปีการศึกษา 2566 จะคล้ายกับปีการศึกษา 2565 แต่มีการเปลี่ยนรูปแบบการสอบ คือ มีการสอบ TPAT 1 หรือวิชาเฉพาะ กสพท และ สอบ A-Level หรือวิชาสามัญ ส่วนคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัคร ส่วนใหญ่จะเป็นตามหลักเกณฑ์เดิม คือ เป็นผู้ท่ีมีความรับผิดชอบสูง มีความละเอียดรอบคอบ ซื่อสัตย์สุจริต ที่สามารถแสดงให้เห็นได้ทุกขั้นตอน ต้ังแต่ ขั้นตอนการสมัครสอบ การสอบข้อเขียน การสัมภาษณ์ และตรวจสุขภาพ เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรหรือกาลังศึกษาชั้นปีสุดท้ายในระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย และคาดว่าจะจบการศึกษาก่อนเดือนสิงหาคม พ.ศ.2566 สำหรับผู้ท่ีสมัครหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ต้องสำเร็จการศึกษาหรือกาลังศึกษาในสายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่าเท่านั้น ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้อ่านผู้สมัครประกาศโดยละเอียด ไม่อยากให้มีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนที่ผ่านมา

นพ.สรนิตกล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการคัดเลือก มีดังนี้ สมัครสอบ TPAT 1 (วิชาเฉพาะ กสพท) ทางอินเทอร์เน็ต วันที่ 1-20 กันยายน สำหรับค่าสมัครสอบเก็บ 800 บาท ผู้สมัครชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ ภายในวันที่ 23 กันยายน ผู้สมัครตรวจสอบสถานภาพการสมัครสอบ หลังจากวันที่ ชำระเงินค่าสมัครแล้ว 7 วัน หากพบว่าเอกสารไม่สมบูรณ์ให้ทาการแก้ไขก่อนเวลา 16.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน ผู้สมัครยื่นคำร้องอุทธรณ์ในกรณีที่ไม่มีสิทธิเข้าสอบ TPAT 1 โดย กสพท ขอสงวนสิทธิ ในการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์เฉพาะกรณีที่เกิดความ คลาดเคลื่อนจากระบบการรับสมัครสอบของ กสพท ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม จนถึงเวลา 16.00 น.ของ วันที่ 4 ตุลาคม สอบ TPAT 1 ด้วยกระดาษ วันที่ 17 ธันวาคม 2565

นพ.สรนิตกล่าวต่อว่า สมัครสอบ A-Level และชำระเงินค่า สมัครสอบ A-Level จัดสอบโดย ทปอ. ผู้สมัครสอบทุกคนต้องเข้าสอบ 7 วิชาสามัญ ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ 1 ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา สอบวันที่ 18-19 มีนาคม 2566 กสพท ประกาศคะแนนสอบ TPAT 1 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้เข้าสอบยื่นคำร้องขอตรวจสอบคะแนนวิชาเฉพาะ โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมในการขอตรวจสอบคะแนน ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จนถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 สมัครและชำระเงินค่าสมัครผ่านระบบ TCAS66 ตามจำนวนสาขาวิชาที่เลือก โดยผู้สมัครสามารถเลือกได้ ตามที่ ทปอ. กำหนดไม่เกิน 10 สาขาวิชา วันที่ 7-13 พฤษภาคม 2566 ทปอ.ประกาศผลการคัดเลือกรอบที่ 3 ครั้งที่ 1 วันที่ 20 พฤษภาคม ผู้ผ่านการคัดเลือกในคร้ังที่ 1 ยืนยันสิทธิเข้าศึกษาใน ระบบ TCAS 66 วันที่ 20-21 พฤษภาคม ทปอ.ประกาศผลการคัดเลือกรอบที่ 3 คร้ังที่ 2 วันที่ 26 พฤษภาคม สถาบันสอบสัมภาษณ์/ตรวจสุขภาพผู้มีสิทธิเข้าสอบ สัมภาษณ์และตรวจสุขภาพในรอบที่ 3 ทั้งนี้ผู้สมัครต้องดำเนินการตามที่สถาบันกำหนดโดย เคร่งครัด หากไม่ดำเนินการจะถือว่าสละสิทธิไม่ประสงค์ เข้าศึกษาในสาขาวิชาที่ได้รับการประกาศรายชื่อ วันที่ 29 พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2566 กสพท ส่งรายชื่อผู้ผ่านการสอบสัมภาษณ์และ ตรวจสุขภาพเข้าระบบ TCAS66 วันที่ 5 มิถุนายน และ สถาบันที่เข้าร่วมกับ กสพท ประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิเข้าศึกษา วันที่ 6 มิถุนายน

“ทั้งนี้ ในขั้นตอนการสมัคร ขอให้ละเอียด รอบคอบ โดยเฉพาะภาพที่ใช้สมัครเพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องนี้อยู่เสมอ จึงขอให้ผู้สมัครใช้ภาพหน้าตรง เห็นหน้าชัดเจน และเป็นทางการ  ภาพต้องไม่เกิน 6 เดือน ทั้งนี้ต้องเตรียมอัปโหลดวุฒิการศึกษา สำเนาบัตรประชาชน หากมีการเปลี่ยนชื่อนามสกุลขอให้ถ่ายสำเนาอัปโหลดในการสมัครด้วย ” นพ.สรนิตกล่าว

นพ.สรนิตกล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการจัดสอบ จะเหมือนปีที่แล้ว คือ กำหนดให้การสอบตั้งแต่เวลา 08.30-12.30 น. เพราะจากการปีที่ผ่านมาพบว่าการสอบเป็นไปด้วยดี ทุกคนพึงพอใจ ไม่ให้มีการกินอาหารกลางวัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และการจัดสอบจะต้องเว้นระยะห่างด้วย ทั้งนี้ ได้จัดห้องสอบสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้วย สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือก ปีการศึกษา 2566 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามที่ กสพท กำหนด ดังนี้ A-Level 70% จัดสอบโดย ทปอ. ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 30 % ของคะแนนเต็ม ในแต่ละวิชา ใช้คะแนนสอบ A-Level ในวันท่ี 18-19 มีนาคม 2566 เท่านั้น แบ่งเป็น วิทยาศาสตร์ (คิดคะแนนรวมของฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา) 40% คณิตศาสตร์ 1 20% ภาษาอังกฤษ 20% ภาษาไทย 10% และสังคมศึกษา 10% ส่วน TPAT 1 30% จัดสอบโดย กสพท โดยจะทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ ได้แก่ ความสามารถใน การจับใจความ คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ เชื่อมโยง ความเป็นเหตุเป็นผล และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการประเมินแนวคิดทางจริยธรรม ส่วนสนามสอบ TPAT 1 มีดังนี้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสงขลา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดนครนายก

นายชาลีกล่าวว่า สำหรับผู้ที่สงสัยว่าปกติแล้วการสอบ กสพท จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงจบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 เรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมปีนี้ถึงเลื่อนการสอบมาเร็วขึ้น มาเป็นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่นักเรียน ม.6 จะจบการศึกษา ทปอ.ได้หารือร่วมกัน โดยการสอบของ ทปอ. จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ การสอบเน้นเนื้อหาตามหลักสูตร ซึ่งนักเรียนจะต้องเรียนให้จบก่อนถึงจะเริ่มดำเนินการสอบได้ และ การสอบความถนัดเชิงวิชาชีพ ซึ่งเป็นการวัดศักยภาพของผู้สมัคร โดยจะมีการพัฒนามาตั้งแต่ ม.4 แล้ว ดังนั้นการสอบส่วนนี้จะไม่เชื่อมโยงกับหลักในระดับชั้น ม.6 ซึ่ง การสอบ ของ กสทพ จะอยู่ในส่วนนี้ ประกอบกับ ทปอ.ไม่อยากจัดสอบทุกวิชาในเดือนมีนาคม ซึ่งทำให้นักเรียน นักศึกษา มีภาระอย่างมาก จึงจะแยกการสอบส่วนทักษะให้เร็วขึ้น เพื่อให้ไม่เกิดความเครียดมากจนเกินไป

2สค2565
มติชน

7
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า สุนัขดมกลิ่นด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ “ซินตา” ได้กลิ่นของต้องห้ามที่มีเนื้อและไข่ ในกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่สนามบินดาร์วิน จนเป็นเหตุให้เจ้าของกระเป๋าถูกปรับเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก

“นี่คงจะเป็นแมคมัฟฟินที่แพงที่สุด เท่าที่ผู้โดยสารคนนี้เคยซื้อมาเลย” นายเมอร์เรย์ วัตต์ รมว.เกษตรออสเตรเลีย กล่าว

ทั้งนี้ ออสเตรเลียมีกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวดมาก ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ของประเทศจากศัตรูพืชและโรคที่มาจากการนำเข้า

ขณะนี้ ทางการออสเตรเลียมีการเฝ้าระวังระดับสูง หลังมีการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในอินโดนีเซีย โดยเนื้อสัตว์ทั้งหมดที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด แม้โรคนี้จะไม่มีความเสี่ยงต่อมนุษย์ แต่มันติดต่อง่ายและมีความรุนแรงสำหรับปศุสัตว์

อนึ่ง จำนวนเงิน 2,664 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 67,437 บาท) ค่าปรับดังกล่าวเทียบเท่ากับราคาของแมคมัฟฟินไส้กรอกและไข่ 567 ชิ้น ในเมืองซิดนีย์ หรือเที่ยวบินกับไปยังเกาะบาหลีอีกหลายเที่ยว.


2 สค 2565
เดลินิวส์

8
นายกฯ ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ทำงานกันอย่างเต็มที่ มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากการระบาดของ BA.5 ย้ำการรับวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็ม ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และเจ็บป่วยรุนแรงได้
     
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้กำลังใจหมอ พยาบาล อสม. บุคลากรทางการแพทย์ ที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ตลอดในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 ประกอบกับในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.5
 
ที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นกว่าการแพร่ระบาดในระลอกก่อน เพียงแต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย ในปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงแต่ดูแลผู้ป่วยโควิด แต่รวมถึงผู้ป่วยประเภทอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ จึงขอให้ประชาชนใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ป้องกันการติดเชื้ออย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่า การฉีดวัคซีนโควิด อย่างน้อย 3 เข็ม จะช่วยป้องกันโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน สปสช. ร่วมมือกับ สธ. ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยให้เข้าถึงระบบการดูแลรักษาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นระบบเสริมการให้บริการของหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่เป็นระบบหลัก มีการจัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์” ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล 5 จังหวัด

ได้แก่ นนทบุรีปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ที่ต้องการรับยาฟาวิพิราเวียร์ สามารถติดต่อไปยังสายด่วน สปสช. 1330 เจ้าหน้าที่จะทำการคัดกรองอาการตามหลักเกณฑ์ของกรมการแพทย์ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกร หากพบว่าผู้ติดเชื้อเริ่มมีอาการที่จำเป็นต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ สปสช. จะจัดส่งยาให้ผู้ติดเชื้อทันทีภายใน 24 ชั่วโมง

24 กค 2565
INN News


9
สมาพันธ์แพทย์ผู้ปฏิบัติงาน ออกเเถลง ถึงอนุทิน ด่านหน้าไม่ไหว ขอเรียกร้องในฐานะมนุษย์ ทำงาน 72 ชั่วโมง ไม่ได้พัก

โดย สมาพันธ์แพทย์ผู้ปฏิบัติงาน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า

“ถึง อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

พวกเรา แพทย์หน้างานที่ปฏิบัติงานเป็นด่านหน้าของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงพี่น้องบุคลากรทางการแพทย์หลายวิชาชีพ ที่ทำงานร่วมมือกันเพื่อสุขภาพของประชาชนไทย ด้วยแรงและกำลังทั้งหมดที่เรามี

วันนี้พวกเราหลายคนเหนื่อยล้า จากภาระงานที่บีบคั้นให้พวกเราละทิ้งครอบครัว ละทิ้งการพักผ่อน และสุขภาพที่ดี บีบให้พวกเราต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการทำงานที่สร้างความเสียหายให้กับผู้ป่วย

พวกเราในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อหยุดยั้งความเสียหายดังกล่าวนี้

เราขอเรียกร้องในฐานะมนุษย์ ที่ไม่ต้องการทำงานติดต่อกัน 72 ชั่วโมงโดยไม่ได้พักผ่อน ขอให้พวกเราได้พัก เพื่อร่างกายของพวกเราและคนไข้

ในฐานะ ผู้ใต้บังคับบัญชาใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข พวกเราขอส่งจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ เรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกเรื่องการกำหนดกรอบอัตรากำลังเพื่อแก้ไขชั่วโมงการทำงานของแพทย์ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฏาคม 2565 เวลา 13.30 นาฬิกา ตามที่คณะกรรมาธิการแรงงาน ได้ส่งจดหมายเชิญท่านรัฐมนตรีแล้ว

นอกจากท่านรัฐมนตรี เรายังขอเชิญ แพทยสภา ,สภาการพยาบาล ,คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) และรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม”

นอกจากนี้ ในเพจ สมาพันธ์แพทย์ผู้ปฏิบัติงาน ยังโพสต์ถึงเหตุผลที่ต้องออกมาจี้ให้เเก้ปัญหา เพราะ ปัญหาปัจจุบันที่แพทย์ต้องเจอ คือ

- จำนวนแพทย์ที่ผลิตจะล้นในอีกไม่นาน แต่ตำแหน่งบรรจุเท่าเดิม

- แพทย์ที่ทำงานปัจจุบัน 1 คน แบกภาระงานที่ควรให้หมอ 4 คนทำ

- จำนวนหมอที่ สธ.นับ มีแพทย์ที่ทำงานบริหาร และแพทย์อายุมาก ที่อยู่เวรข้ามคืนไม่ไหว ทำให้จำนวนไม่ตรงกับความจริง

- แพทย์ทำงานเกิน 36 ชั่วโมงจนเป็นปกติ ความปกติที่ไม่ปกติ

- แพทย์กว่า 60% ทำงานเกิน 120 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (หนึ่งสัปดาห์มี 168 ชั่วโมง เหลือเวลาส่วนตัว 48 ชั่วโมง = 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอันนี้ต้องรวมเวลานอนเข้าไปด้วย ไม่มีเวลาส่วนตัวให้ครอบครัว และตัวเอง)

อีจัน
เผยแพร่เมื่อ : 19 ก.ค., 2022

10
นาทีสิ้นลมหายใจ ซันนี่ ยูโฟร์ อดีตดาวดังบอยแบนด์ยุค 90 ป่วยโรคไทรอยด์เรื้อรัง อยู่กับสุนัข 2 ตัว จนนิติบุคคลฯ เห็นว่าอาการแย่ จึงให้ตำรวจมาช่วยเจรจาเพื่อพาไปรพ. นำมารอหน้าตึก แต่ขณะรอรถกู้ชีพมารับ ซันนี่เกิดช็อกหมดสติ พยายามปั๊มหัวใจแต่ไม่ฟื้นเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ

กรณีการเสียชีวิต ซันนี่ ยูโฟร์ หรือนายญาณวรุตม์ สุทธิวาส ศิลปิน กลุ่มบอยแบนด์ยุค 90 โดยเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 ก.ค. พ.ต.ต.จุฑาพงศ์ ชาญดิลกโชติ สว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตด้านหน้าอาคารศรีวราการ์เด้น ตึก 2 ซอยทาวน์อินทาวน์ แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัย สูง 7 ชั้น ที่ฟุตปาททางเดินหน้าอาคารพบศพนายญาณวรุตม์ สุทธิวาส หรือซันนี่ ยูโฟร์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1205/38 ชั้น 4 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. สภาพศพนอนหงายอยู่ที่พื้นปูน นุ่งผ้าเช็ดตัวลายการ์ตูน สีชมพู ไม่สวมเสื้อ ร่างกายไม่มีบาดแผล ผลตรวจเอทีเค (หาเชื้อโควิด-19) ขึ้นขีดเดียว ไม่ติดเชื้อโควิด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้ซันนี่ป่วยเรื้อรังด้วยโรคไทรอยด์เป็นพิษมานานหลายเดือนมีสภาพร่างกายซูบผอมและเป็นผู้ป่วยติดเตียงแต่เจ้าตัวไม่อยากเป็นข่าว โดยทางนิติฯ ของอาคาร ได้เข้าไปดูแลให้การช่วยเหลือมาตลอด กระทั่งวันนี้พบว่าอาการของซันนี่เริ่มทรุดหนักและไม่น่าจะปล่อยไว้ได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมการเจรจากับซันนี่

จากนั้นเมื่อตำรวจสายตรวจ สน.วังทองหลางเดินทางมาถึงได้เดินขึ้นไปที่ห้องพักของซันนี่เคาะประตูเรียก ก่อนขออนุญาตเดินเข้าไปในห้องโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมนิติฯ อาคารได้ เจรจากับซันนี่ว่าจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งซันนี่ก็ยินยอม ตำรวจจึงประสานไปทางกู้ชีพนรินทรและสาธารณสุขเขตวังทองหลางเข้ามาตรวจสอบภายในห้องพัก ป้องกันปัญหาในเรื่องโควิด พร้อมประสานรถกู้ชีพศูนย์นเรนทรมารับซันนี่ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำซันนี่ลงมารอรถกู้ชีพด้านล่างอาคาร แต่ในระหว่างรอรถ ซันนี่เกิดอาการช็อกหมดสติไป เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์พยายามทำ CPR ยื้อชีวิตของซันนี่นานกว่า 15 นาทีแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ เบื้องต้นตำรวจระบุว่าซันนี่พักอาศัยอยู่ภายในห้องพักบนชั้น 4 เพียงลำพังโดยเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อน 2 ตัว และระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือพบว่าห้องพักของซันนี่เลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยขนและมูลสุนัข ลักษณะคล้ายไม่ได้ทำความสะอาดห้องมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามศพของซันนี่ยูโฟร์เจ้าหน้าที่นำส่ง สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ประสานให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์
18 ก.ค. 2565

11
วันนี้ (12 ก.ค.65) เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2565 ความว่า


ดิถีอาสาฬหบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ควรที่สาธุชนจักได้น้อมรำลึกถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ณ อิสิปตนมฤคทายวัน อันเป็นการเริ่มประกาศพระศาสนา กระทั่งบังเกิดมีพระอริยสงฆ์ ครบถ้วนพร้อมเป็น “พระรัตนตรัย” ซึ่งเป็นสรณะนำทางชีวิตของพุทธบริษัท ให้มุ่งหน้าดำเนินไปสู่หนทางดับเพลิงกิเลสกองทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง 

ปฐมเทศนาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นั้น คือ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ทรงชี้บอกวิถีทางดับทุกข์ด้วยมรรคมีองค์ 8 ที่เรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์

 ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวการณ์ปัจจุบัน อันเต็มไปด้วยภยันตรายอันน่าหวาดหวั่นที่หลายคนคิดว่าคงไม่อาจเกิดมีขึ้นแล้ว ก็กลับบังเกิดมีขึ้นอีกทั่วไปในโลก เช่น ภัยสงคราม ทุพภิกขภัย และภัยอาชญากรรมร้ายแรงต่างๆ เป็นต้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสวัสดิภาพของผู้คนในวงกว้าง

ท่านทั้งหลายพึงหันมาพิจารณาทบทวนอริยมรรค โดยใช้หนทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุสำคัญประการหนึ่ง ได้แก่ “สัมมาสังกัปปะ” ซึ่งหมายถึง “ความคิดที่ถูกต้อง” กล่าวคือ ความคิดที่จะลดละความอยากได้อยากมีจนเกินประมาณ ความคิดที่จะไม่พยาบาทจองเวรกัน และความคิดที่จะไม่เบียดเบียนกัน

ขอจงช่วยกันระดมความคิดเห็นในทางสันติ ฉลาดในการปรึกษาหารือกันด้วยสัมมาวาจา เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมในทุกระดับ ให้คลี่คลายไปได้ด้วยความอดทนอดกลั้น รู้จักละวางทิฐิมานะ ให้อภัย และมุ่งแผ่เมตตาต่อกันด้วยใจจริง 

วันอาสาฬหบูชา นอกจากจะเตือนใจให้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อันเป็นสรณะสูงสุดของพุทธบริษัทแล้ว ยังอาจเตือนใจให้ทุกท่านตระหนักแน่วแน่ในปณิธานแห่ง “สัมมาสังกัปปะ” ได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้น หากท่านประสงค์ให้สังคมไทยร่มเย็นเป็นสุข ก็ขอจงหมั่นเพียรศึกษาอบรมและปฏิบัติธรรมะ โดยเริ่มที่ตนเอง จากการมี “สัมมาสังกัปปะ” อยู่ทุกขณะจิต เป็นการเกื้อกูลให้ตนเอง และสรรพชีวิตผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ต่างสามารถปลอดพ้นจากภยันตรายทั้งที่เป็นทุกข์ประจำ และทั้งที่เป็นทุกข์จรทั้งหลาย ได้สมความมุ่งมาดปรารถนาทุกประการ เทอญ.

ที่มา : สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

12
ยกย่อง 'หมอโต' สุดกล้าหาญ โดดลงไปช่วยหนุ่มอังกฤษ ถูกคลื่นซัดจมน้ำที่ภูเก็ต จนดับทั้งคู่ เพื่อนเผยหมอใจดี น่ารัก ได้ฉายาหมอวิ่ง อุทิศร่างอาจารย์ใหญ่ให้มช.

วันที่ 15 ก.ค.2565 ทางครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของนพ.สุรสิทธิ์ พงษ์เลาหพันธุ์ หรือ หมอโต อายุ 55 ปี นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลลำปาง ซึ่งลงไปช่วยนักท่องเที่ยวอังกฤษที่ถูกคลื่นซัดจนจมน้ำที่หาดกะตะ จ.ภูเก็ต จนเสียชีวิตทั้งคู่ เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) ทั้งนี้ทางเพื่อนร่วมงานต่างร่วมอาลัยต่อการจากไป ในความกล้าหาญของหมอโตอย่างมาก อ่านข่าว ดับ 2 คลื่นซัดที่ภูเก็ต คนไทย-นักท่องเที่ยวอังกฤษ จมหาย พบเจ็บอีก 2

ทั้งนี้หมอโตเป็นคนพูดจาไพเราะ ใจดี น่ารักกับทุกคน เป็นหมอที่ชอบวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ จนได้ฉายาว่าหมอวิ่ง โดยคุณหมอยังได้อุทิศร่างให้เป็นอาจารย์ใหญ่ แก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย

โดยร่างของหมอโต จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง ในวันที่ 16 ก.ค. ทางรพ.ลำปางเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม จากนั้นวันที่ 17 ก.ค. ในเวลา 09.30 น. จะมีพิธีส่งร่างหมอโตให้กับคณะแพทยศาสตร์ มช.ต่อไป


16 กค 2565
ข่าวสด
.......................................

ดับ2 คลื่นซัดที่ภูเก็ต คนไทย-นักท่องเที่ยวอังกฤษ จมหาย พบเจ็บอีก2

นักท่องเที่ยวอังกฤษ เจอคลื่นซัด ดับสลด ร่วมกับคนไทย รวม 2 ราย นอกจากนี้ยังพบเจ็บสาหัส 2 เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลรักษาตัวแล้ว

วันที่ 14 ก.ค.2565 เจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทร อันดามัน จ.ภูเก็ตรับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษจมน้ำเสียชีวิต โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเสียชีวิตไปด้วย รวม 2 ราย ในพื้นที่หาดกะตะน้อย โดยยังพบผู้บาดเจ็บอีก 2 รายที่ลงเล่นน้ำในจุดเกิดเหตุด้วย

โดยผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นายสุรสิทธิ์ พงศ์เลาหพันธุ์ อายุ 55ปี รายที่2 นายอาลี โมฮัมหมัด เมียน สัญชาติอังกฤษ อายุ 34 ปี

ทั้งนี้สอบสวนทราบว่าทางผู้เสียชีวิตทั้งสองลงเล่นน้ำที่หาดกะตะน้อย ต่อมามีคลื่นซัดทำให้จมน้ำ เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดดูแลเข้าไปช่วย แต่คลื่นลมแรงทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว เบื้องต้นได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงเทพแล้ว

ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 รายนั้น เป็นหญิง อายุ 30-40 ปี รายที่ 2 เป็นชายอายุ 30-40 ปี ทั้งสองมีอาการสำลักน้ำ แต่รู้สึกตัวดี จึงนำตัวส่งรพ.ฉลองเพื่อทำการรักษาต่อไปแล้ว


14 ก.ค. 2565
ข่าวสดออนไลน์

13
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รับลูกอนุทิน บุกตรวจรพ.เอกชน ย่านคลองหลวง พบโฆษณาแพ็คเกจรักษาโรคโควิด 19 ไม่ได้ขออนุมัติและไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณา สั่งลงโทษตามกม.สถานพยาบาล​

วันที่ 13 กรกฎาคม ​2565 นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. ตรวจสอบรพ.เอกชนย่านคลองหลวง

พบว่าโรงพยาบาลมีการโฆษณาแพ็คเกจรักษาโรคโควิด 19 แบบให้ผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) บางแพ็คเกจมีการโฆษณาด้วยข้อความว่าจะมีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ให้ผู้ป่วยนำไปรับประทานระหว่างกักตัวตามอาการ

แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องสั่งจ่ายและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้สถานพยาบาลห้ามทำการโฆษณายา นอกจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงจะมาขออนุมัติโฆษณาจากกรม สบส.

แต่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวไม่ได้มีการยื่นเรื่องขออนุมัติ และไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณาแต่อย่างใด

พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งข้อหาการกระทำผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว

ขณะ​เดียวกัน​ การโฆษณาแพ็คเกจการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ ก็เป็นการจ่ายยาตามอาการโดยไม่ได้จ่ายยาให้กับผู้ป่วยในทุกราย

ทำให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล ว่าเมื่อเข้ารับบริการแล้วจะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์

จึงถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 38 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว

ทั้งนี้การโฆษณาหรือประกาศทางการค้าของสถานพยาบาล จะต้องยื่นเรื่องขออนุมัติจากผู้อนุญาต โดยยื่นขออนุมัติต่อ กรม สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ก่อนจึงจะสามารถเผยแพร่ได้

โดยโฆษณาของสถานพยาบาลที่ผ่านการอนุมัติจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เป็นข้อมูลเท็จหรือโอ้อวดเกินจริง หรือหลอกลวง

อีกทั้ง เป็นการลดปัญหาการฟ้องร้อง และเกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันด้านธุรกิจสถานพยาบาล

13 กค 2565
ประชาชาติธุรกิจ

14
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่า สำนักงานความปลอดภัยอาหาร สิ่งแวดล้อม และอาชีวอนามัยของฝรั่งเศส ( อันเซส ) เผยแพร่รายงานซึ่งมีเนื้อหาสนับสนุนผลการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) เมื่อปี 2561 ว่า สารไนเตรทและไนไตรท์ คือหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งกับอวัยวะหลายส่วน รวมถึงลำไส้ ตับอ่อน ไต รังไข่ และเต้านม

ด้วยเหตุนี้ รายงานของอันเซสจึงระบุคำแนะนำ ในการให้ประชาชนลดการบริโภคอาหารซึ่งมีส่วนประกอบของสารไนเตรทและไนไตรท์ โดยค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ไม่ควรเกิน 150 กรัม หรือลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง จากค่าเฉลี่ยการบริโภคอาหารที่มีสารไนเตรทและไนไตรท์ของชาวฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 280 กรัมต่อสัปดาห์

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขขอฝรั่งเศสให้ความเห็นต่อรายงานของอันเซส ว่าการกำหนดมาตรการ "ห้ามอย่างเด็ดขาด" ในเรื่องนี้ ยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจาก 99% ของชาวฝรั่งเศสไม่ได้บริโภคอาหารต่อวัน จนมีสารไนเตรทและไนไตรท์สูงเกินมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเห็นด้วยกับการกำหนดแนวทางเป็นรูปธรรม เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

ทั้งนี้ สภาฝรั่งเศสมีมติเมื่อเดือน ก.พ.ปีนี้ รับรองกฎหมายว่าด้วยการลดปริมาณสารไนไตรท์ ในเนื้อสัตว์แปรรูปที่ไม่ผ่านความร้อน แต่รัฐบาลยังคงมีเวลาทบทวนอีก 12 เดือน เพื่อกำหนดแนวทางลดปริมาณ หรือห้ามการใช้สารถนอมอาหารดังกล่าวอย่างถาวร โดยเดิมทีมีการผลกดันให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเด็ดขาด ในปี 2566

ปัจจุบัน 90% ของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปไม่ผ่านความร้อนที่จำหน่ายในฝรั่งเศส มีส่วนประกอบของสารไนไตรท์และไนเตรท ซึ่งนอกจากช่วยยืดอายุการเก็บรักษาแล้ว ยังทำให้เนื้อสัตว์มีสีชมพูสวยเมื่อผ่านความร้อนด้วย.


14กค2565
เดลินิวส์

15
เครื่องราชบรรณาการจากสยามสมัยรัชกาลที่ 4 ส่งไปพระราชทานพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ถึงฝรั่งเศส ไม่ได้มีเพียงพระมหามงกุฎเท่านั้น แต่ยังมีช้างสยามอีก 2 เชือก ที่มีชีวิตอยู่ที่นั่นนานกว่า 10 ปี แต่อนิจจา ช้างทั้ง 2 เชือก ต้องเผชิญชะตากรรมน่ารันทด และจบชีวิตลงด้วยฝีมือทหารฝรั่งเศส ใน ค.ศ.1870 เกิดอะไรขึ้นกับของขวัญจากสยาม

ช้างบรรณาการจากสยามได้รับการต้อนรับที่ปารีสอย่างอบอุ่น พระเจ้านโปเลียนที่ 3 ได้ทรงมอบให้หน่วยงานของสวนสัตว์กรุงปารีสเป็นผู้ดูแลเป็นอย่างดี จนพอจะคุ้นเคยกับสภาพภูมิอากาศแบบเมืองหนาว และมีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางกับเด็กๆ ที่มาเยี่ยมเยียนสวนสัตว์อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เมื่อใดที่มีการโฆษณาหรือพูดถึงสวนสัตว์ Jardin des Plantes ช้างสยาม 2 เชือกนี้ก็จะเป็นดาวเด่นในใบโฆษณาเสมอ

ที่ปารีสพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ได้พระราชทานชื่อใหม่อันโก้หร่านให้ช้างบรรณาการคู่นี้ว่า คาสเตอร์ และพอลลุกซ์ (Castor & Pollux) ตามชื่อของพระโอรสแฝดของเทพธิดาลีด และเทพเจ้าซีอุส (Leda & Zeus) ทำให้ช้างทั้งคู่มีสถานภาพค่อนข้างมีเส้นสายกับทางราชสำนักและมีกิตติศัพท์พอควร

ช้างสยามทั้ง 2 เชือก ใช้ชีวิตอยู่ภายในสวนสัตว์กรุงปารีสจนมีอายุราว 14 ปี ก็เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองขึ้นปลายรัชกาลของพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของช้างคู่นี้โดยตรง!?

ในปี ค.ศ. 1870-71 เกิดสงครามฟรังโก-ปรัสเซีย ส่งผลให้ฝรั่งเศสพ่ายแพ้อย่างยับเยิน พวกสาธารณรัฐนิยมในปารีสฉวยโอกาสทำการปฏิวัติล้มราชบัลลังก์ แล้วจัดตั้งระบอบสาธารณรัฐขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยโจมตีและประณามพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ว่าเป็นต้นเหตุของความพ่ายแพ้และอับจน ทรงถูกจับและเนรเทศออกนอกประเทศอย่างน่าเวทนา คุณความดีของราชวงศ์โบนาปาร์ตลบเลือนออกไปจากหัวใจของประชาชนจนหมดสิ้น

กรุงปารีสถูกปิดล้อมนานหลายเดือน เกิดยุคข้าวยากหมากแพง แต่ในปารีสเป็นที่อยู่ของทั้งคนรวยและคนจน คนจนต้องจับหนู และเอาหมาแมวที่ตนเลี้ยงไว้มากินกันตาย

แต่คนรวยที่อยู่ในปารีสก็ยังพอใช้เงินซื้อหาอาหารได้ แต่ที่ขาดแคลนคืออาหารชั้นดีที่คนมีฐานะต้องการในช่วงเทศกาลคริสต์มาสของสังคมมีระดับปลายปี ค.ศ. 1870 ทางการจึงตัดสินใจชำแหละเนื้อของสัตว์ในสวนสัตว์อันเป็นแหล่งเนื้อชั้นดีแห่งเดียวที่เหลืออยู่ และกองกำลังป้องกันชาติตั้งกองกำลังดูแลสัตว์จากการถูกขโมยมาปีกว่า

แต่แล้วในที่สุด ช้างสยาม 2 เชือกสุดท้าย ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้ากรุงสยามก็ถูกสังเวยชีวิตเพื่อเอาใจคนมีฐานะ ถูกฆ่าและชำแหละที่ร้านขายเนื้อ เป็นเมนูอาหารชั้นเลิศ ณ ภัตตาคารหรูของปารีส เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วยุโรปต้นปี ค.ศ. 1871

 
หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “‘ช้างบรรณาการ’ จากรัชกาลที่ 4 จบชีวิตที่ร้านขายเนื้อกรุงปารีส จริงหรือ?” เขียนโดย ไกรฤกษ์ นานา ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2559

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 2560


หน้า: [1] 2 3 ... 578