แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - story

หน้า: [1] 2 3 ... 384
1


มาถึงเรื่องที่เราบอกกันไว้นะครับนั่นก็คือเรื่องร้อนแรงในกระทรวงสาธารณสุขกรณีมีคำสั่งย้ายนายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุลผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นมาประจำที่กระทรวงสาธารณสุข และก็มีคำสั่งให้นายแพทย์เกรียงศักดิ์ ผู้อำนายการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี มารักษาราชการแทน

จากมูลเหตุที่มีการอ้างว่ามีการร้องเรียนนายแพทย์ชาญชัยด้วยบัตรสนเท่ห์ และข้อกล่าวหาว่ารับเงินบริจาคทั้งๆที่มีคำสั่งห้ามรับเงินบริจาคตามมติคณะรัฐมนตรีเวียนไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 จนนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่มีนายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานสอบในเรื่องนี้พร้อมกรรมการอีก 4 คนนะครับ

แล้วก็จู่ๆก็มีคำสั่งย้ายนายแพทย์ชาญชัยด้วยในคำสั่งมีข้อความว่ามีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวงและมีพฤติกรรมข่มขู่พยาน
...............................................
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ(รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข)...โรงพยาบาลไม่สามารถเรียกรับได้ เพราะฉะนั้นที่ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นถูกร้องเรียนแล้วก็แนบหลักฐานเชิงประจักษ์  ว่ายังมีการเรียกรับจากบริษัทยาต่างๆมาตลอด มันจึงเป็นกระบวนการที่มาสู่กระบวนการสืบข้อเท็จจริง แล้วก็คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงได้ลงไปค้นพบว่าในกระบวนการยังดำเนินการอยู่จริงเหมือนกับที่คุณสุชาดาพูดมา เพราะฉะนั้นจึงเป็นความเห็นของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง...หลังจากโรงพยาบาลรับหนังสือแล้ว กระบวนการของโรงพยาบาลขอนแก่นยังเป็นไปเหมือนเดิม เท่าที่กรรมการตรวจพบนะครับ 

ผู้สื่อข่าว...ยังเป็นไปเหมือนเดิม ในที่นี้หมายถึงว่า ยังมีการรับเงินต่อใช่ไหมครับ

นายแพทย์ยงยศ...ก็ยังรับเงินจากบริษัทยาเหมือนเดิม จริงๆแล้วในส่วนข้อมูลตรงนี้ ข้อมูลจากภาคเอกชนเองซึ่งมีรายงานตรงกับคณะกรรมการ ปปช เหมือนสมาคมเภสัชภัณฑ์ไทย เค้ายังรายงานมาตลอดว่า โรงพยาบาลไหนยังรับเงิน โรงพยาบาลไหนยังมีพฤติกรรมรับเงินจากบริษัทยาเป็นปกติ
....
....
คุณผู้ชมครับครับเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมานะครับมีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 624/2563 นะครับแล้วก็ให้ข้าราชการปฏิบัติราชการก็คือนายแพทย์ชาญชัยนะครับ และคำสั่งนี้ระบุ 2 อย่างครับอย่างแรก ก็คือ กล่าวหานายแพทย์ชาญชัยฉ้อราษฎร์บังหลวง และอีกหนึ่งเรื่อง ก็คือ มีพฤติกรรมที่ข่มขู่พยานนะครับ คำว่าข่มขู่พยานวันนี้ผมพยายามสอบถามนะครับว่ามีการข่มขู่พยานในฝั่งตรงไหนบ้างหรือว่าคนไหนบ้างจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงนะครับเดี๋ยวเราจะให้ดูการชี้แจงของฝั่งปลัดกระทรวงฝั่งของกระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าว...  ที่ในคำสั่งว่ามีการข่มขู่พยาน มีการข่มขู่พยานยังไงครับ
 
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ...อืม... อ่า...เป็นการ..อ้า...เหมือนแสดงออกนะครับ แล้วจะสังเกตุได้ว่ามีบางวิชาชีพของโรงพยาบาลขอนแก่นไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งเป็นวิชาชีพหลักซึ่งตรงนี้ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันจากข้อมูล ตรงนี้แต่ว่าการมีภาพของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไปศาลากลางมั่ง ไปโน้นมั่ง มีการกระจายในส่วนนี้มั่ง มันเกิดความไม่สงบ ไม่เป็นยูนีตี้ หรือไม่เป็นการจัดการที่เป็นระเบียบเรียบร้อยตามเหมือนที่คุณสุทินบอก ข้าราชการถ้าเกิดมีความคับข้องใจ ก็ควรที่จะร้องเรียนมาตามลำดับซึ่งเราไม่เคยที่จะไม่ฟังนะครับ

ผู้สื่อข่าว... ขออนุญาตถามเยอะนิดหนึ่ง ผมตามเรื่องนี้อยู่นะครับ ที่คณะกรรมการไปสอบครับ ที่ข่มขู่พยาน ข่มขู่สักกี่คนครับ

นายสุทิน สิริอภัย(นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม)...ประเด็นนี้มันบอกไม่ได้ครับ มันเป็นเรื่องภายในว่าพฤติกรรมเนี่ย การข่มขู่มันไม่ใช่ที่เราเห็นกันทั่วไป บางครั้ง...จริงๆผมบอกได้เลยว่าในการสอบสวนครั้งนี้เป็นนโยบายครั้งแรกตั้งแต่ท่านปลัดมารับตำแหน่ง... ท่านประกาศว่าจะต้องดำเนินการให้กระทรวงสาธารณสุขใสสะอาด ผมยืนยันว่าตั้งแต่ผมเกิดมา เป็นปลัดกระทรวงคนแรกของประเทศที่ประกาศว่าจะทำให้โปร่งใสเอากฎระเบียบของพระราชบัญญัติของ กพ.ให้รางวัลพิเศษซึ่งมีอยู่ในกฎหมาย แต่ยังไม่เคยมีใครทำ ไม่เคยคิด..แต่ท่านปลัดสุขุมเป็นคนคิดคนแรก จริงๆในหลักการพอทำผิดระเบียบปั๊บ จะต้องย้ายออกตั้งแต่ครั้งแรก โอเคเราสืบสวนไป ถ้ามันเป็นแบบนี้ถ้ามันทำได้ พอมันเป็นแบบนี้ปั๊บมันทำให้เกิดความแตกแยกแบ่งเป็น2-3ฝ่าย ในกรณีนี้ สถานการณ์ต่อไปจะทำให้การสืบสวนมีปัญหานะครับ...

ฟังไป 2 ประเด็นแล้วนะครับนั่นก็คือการชี้มูลรวมถึงการสืบสวนแล้วก็การตรวจสอบแล้วก็กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมข่มขู่พยานอีกหนึ่งเรื่องนะครับที่วันนี้เราได้มีโอกาสสอบถามทางกระทรวงสาธารณสุขนั่นก็คือเรื่องของกรณีที่กล่าวหาว่านายแพทย์ชาญชัยฉ้อราษฎร์บังหลวงนะครับเดี๋ยวเราจะให้ฟังทั้งสองฝ่ายชี้แจงกันแล้ว ก็ให้ขอให้คุณผู้ชมตัดสินกันเอง...

ผู้สื่อข่าว...การสืบสวนมันยังไม่ชัดเจนแต่ว่ามีหนังสือออกมาว่า ผอ.มี พฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง ตรงนี้มันจะเกี่ยวกับราชการของเค้าไหมคะ

นายสุทิน สิริอภัย...มันเป็นการ การกล่าวหาเรื่องพฤติกรรม คือ...คือ ผมว่าพวกเราพูดกันไปเองมากกว่ามั่ง เรื่องฉ้อราษฎร์บังหลวง  ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่อง คณะกรรมการสืบสวนรายงานว่าเป็นพฤติกรรมที่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงนะครับ เพราะฉะนั้นตามกฎหมาย ปปช.ที่มีอยู่ รับเงินอย่างนี้เค้าห้าม เป็นเรื่องที่กฎหมายห้าม แต่ในส่วนที่มันลึกลงไป ข้อเท็จจริงเป็นยังไง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนที่จะดำเนินการ อาจจะผิดก็ได้ ไม่ผิดก็ได้ อาจจะผิดร้ายแรง หรือไม่ร้ายแรงก็ได้ หรือไม่ผิดวินัยเลยก็ได้  ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องดำเนินการอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าว...มีหนังสือชัดเจน เป็นหนังสือคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข)...อันนั้นเป็นผู้กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ไม่ได้บอก แต่ว่า ตอนนี้ยังโดนกล่าวหา

นายสุทิน สิริอภัย...เป็นการกล่าวหา ไม่ใช่การพิพากษา เป็นการกล่าวหาว่า...แต่สิ่งที่เราเห็นอย่างนี้เบื้องต้นไม่ได้เป็นการพิพากษา...แต่มันมีมูลอย่างนี้ มันเป็นภาษาทางกฎหมาย
....................................
นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ...ผมเชื่อว่าการที่จะสอบวินัยร้ายแรง ส่วนนึงนะครับถ้าเราตั้งข้อหาไม่แรงจะไม่โดนย้ายออกไป พอเข้าใจนะ  เพราะว่าตามระเบียบ ถ้าถูกวินัยร้ายแรงมีสิทธิที่โยกย้ายก่อนได้ ผมคิดว่าอาจจะมีกระบวนการที่เกี่ยวผลประโยชน์อะไรบางอย่างในระบบ แต่จริงๆแล้วเนี่ยยังไม่อยากคิดขนาดนั้นนะครับ
.....................................
ล่าสุดนะครับวันนี้ทางผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขนะครับนายแพทย์สุเทพ เพชรมากก็ขอลาออกจากประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้วนะครับทำให้ตอนนี้เหลือเพียงกรรมการ 4 คนเท่านั้นแล้วก็หลังจากนี้นะครับท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็บอกว่าก็จะต้องหาประธานคนใหม่มาดำเนินการในเรื่องนี้ต่อ

ส่วนตลอดช่วงเย็นที่ผ่านมานะครับมีความเคลื่อนไหวในโรงพยาบาลหลายแห่งโดยเฉพาะที่ขอนแก่นกับกาฬสินธุ์นะครับ มีบุคลากรทางแพทย์ออกมาเคลื่อนไหวชูป้ายเซฟหมอชาญชัยแล้วก็เคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์หลายๆอย่างซึ่งทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็บอกนะในช่วงแถลงข่าวนี้นะครับว่าไม่มีคำสั่งรับห้ามการทำกิจกรรมเมื่อช่วงเย็นซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูต่อไปสำหรับปฏิกิริยาบุคลากรทางการแพทย์ต่อเรื่องนี้นะครับที่เรียกร้องให้มีการตรวจสอบธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขวันนี้นะครับ ก็ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายรวมถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ตอนนี้นายกรัฐมนตรีก็ทราบเรื่องด้วยครับ คุณอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสั้นๆนะครับ

กรณีมีการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นโดยคุณอนุทินบอกว่า ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขั้นตอนการโยกย้ายและไม่มีการใช้ความสนิทสนมในเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวนะครับ ดำเนินการพร้อมขอเวลาในการตรวจสอบซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอนครับ ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัตินะครับ เราก็ต้องดูว่าทำไมถึงถึงมีการตั้งคณะกรรมการผลออกมาเป็นยังไง อะไรยังไง เราก็ต้องดู ผมพูดได้อย่างเดียวว่าผมยึดกฎหมาย ผมให้ความเป็นธรรมเพราะรู้จักทุกคน มีข่าวว่าผมสนิทกับกลุ่มนี้กลุ่มนั้นไม่จริง ผมสนิทกับทุกคน แม้กระทั่งคณะกรรมการประธานกรรมการที่ตรวจสอบนะครับสนิทกับท่านประธานท่านเก่า แล้วผมก็เชื่อว่าผู้ตรวจราชการทั้ง12 คน ผมก็สนิทด้วยเพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ต้องฟังผมด้วยอยู่แล้ว ที่บอกว่าให้ความเป็นธรรมความเป็นธรรม ให้ความเป็นธรรมนะครับ .........


เปิดปมข้อกล่าวหา ย่าย ผอ.ชาญชัยฯ พ้น รพ.ขอนแก่น
เรื่องดังหลังข่าว
NewsNBT THAILAND
4 มิย 2563
https://www.youtube.com/watch?v=_Orb8T5IeRk&t=577&feature=youtu.be&app=desktop
นาที ที่ 9.38 ถึง 26.45

.............................................

2


จับพิรุธปลัดฯสธ.ตั้งหมอชาญชัย นั่งผอ.ศูนย์โควิด ผอ ศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีติดเชื้อโควิด ความจริงปลัดโดนจับพิรุธหลายครั้งแล้วนะ ไม่รู้จะพูดยังไงเลย
เรื่องนี้เริ่มจากข้อแรกเลย เร่งด่วนเหมือนกับว่าหาที่ลงให้หมอชาญชัยเพื่อที่จะไม่ให้กลับไปที่ขอนแก่น

อันที่สอง ทำไมเพิ่งมาตั้งศูนย์ทรัพยากรโควิดในช่วงนี้ ถ้าจะมีจริงๆมันควรตั้งมาก่อนหน้านี้ ช่วงที่ขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ แล้วช่วงนี้เราเป็นศูนย์มา33 วัน แล้วตอนนี้ทรัพยากรเกี่ยวกับโควิดเราไม่ได้ขาดแคลน ไม่ได้เป็นปัญหาที่จะต้องมีศูนย์ฉุกเฉิน

อันที่สามมีพนักงานมีข้าราชการมาช่วยรึยัง เขาบอกให้นึกสภาพแบบนี้มีห้องอยู่ห้องหนึ่ง มีป้ายติดข้างหน้าว่า ศูนย์บริหารทรัพยากรโควิด มีโต๊ะทำงานอยู่โต๊ะเดียว แล้วหมอชาญชัยนั่งคนเดียว แล้วลูกน้องล่ะครับยังไม่มีเลย
นี่ยังไม่นับรวมนะทีเค้าตั้งคำถามกลับไปว่า ก็ในเมื่อคุณกล่าวหาเค้า ฉ้อราษฎร์บังหลวง  ดึงเค้าออกมา แล้วคุณตั้งเค้าเป็น ผอ.ทำไม เหมือนกับ promoteนะ ตั้งข้อน่าสังเกตนะ เหมือนหาทางลง แล้วไม่ให้กลับไปที่นู่น เพราะว่าตัวหมอเกรียงศักดิ์ก็จะถอนตัวออกไป แต่ยังก็นั่งทำงานอยู่ อันนี้ก็ยังเป็นประเด็น แต่แกแถลงแล้วนะออกแล้วนะ นั่นน่ะซิครับมันเต็มไปด้วยคน...หือ...หยิกหน้าไม่เจ็บน่ะ

ที่องค์กรแพทย์เค้าเรียกร้องว่า ก็ให้อยู่ที่เดิมก่อน ตรวจสอบกันไป คณะกรรมการตรวจสอบที่โปร่งใสทำกันไป แต่ถ้ามีความผิดเมื่อไหร่ค่อยย้ายออกมา ให้เค้าอยู่ เพราะเหมือนว่าเค้ายังไม่มีความผิด ทำไมต้องมาตั้งศูนย์พิเศษขึ้นมาเพื่อเอาหมอชาญชัยออกมาให้ได้เหมือนกับว่ามันเริ่มต้นมาจากจะเอาคนนี้ออกแล้วอยากจะเอาคนนี้เข้า อาจจะเริ่มจากอยากเอาคนนี้เข้า ฉะนั้นต้องไปหาเรื่องเอาคนนี้ออกก่อน ฉะนั้นจะทำยังไงเอาคนนี้ออกได้ แล้วคนนี้เคยเอาออกทีหนึ่งแล้ว ตอนนั้นเนี่ยเอาออกไม่ค่อยมีเหตุผล ทีนี่ก็ใส่เหตุผลซะแรงเลยว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง พอใส่เหตุผลแรงไปปุ๊บ โอ้โหบรรดาเครือข่ายต่างๆก็ประท้วง ทีนี้ก็จะหาทางออกละแต่ทำไงได้เพราะว่าคำสั่งระบุไปแล้วฉ้อราษฎร์บังหลวง ก็เลยในขณะที่คิดไม่ออก "เอ็งถอนตัวก่อนโว้ย" ไอ้นี่ก็ถอนตัว แต่เจ้าตัวยังนั่งปฏิบัติงานอยู่ แล้วก็ยังไม่หยุด เครือข่ายก็ยังมีการประท้วงอะไรอยู่ ไปๆมาๆก็ตั้งศูนย์นี้ขึ้นมา ไม่มีใครซักคน โอ้... ต้นทุนความน่าเชื่อถือในตัวปลัดกระทรวงสาธารณสุขแทบจะไม่เหลือแล้ว  ไม่เหลือแล้วปนปี้หมดแล้วครับ แล้วท่านอีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณแล้ว แล้วท่านจบ จบชีวิตการเป็นข้าราชการแบบนี้ มันยิ่งกว่าไม่สวย ท่านไม่สุขุมเลยนะ เออท่านไม่สุขุมสมชื่อเลย  ท่านเปลี่ยนชื่อก่อนไหม ท่านปลัดสุขุม

คือความจริงกระทรวงสาธารณสุขเริ่มต้นในช่วงโควิดได้สวยงาม หมอต่างๆเนี่ยฮีโร่ ท่านก็ไปร่วมแถลงข่าวกับศูนย์ระยะแรกๆ แต่พอตั้ง ศบค.ขึ้นมา ทีนี้ก็ไปที่หมอทวีศิลป์ ไปที่คุณหมออะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ ตัวท่านก็เฟดออกมา ท่านเฟดออกมา ก็มาเกิดเรื่องนี้  มีเวลาว่างไง สงสัย ทำให้มันเป็นรอยด่างดำรอยแผลให้กับกระทรวงสาธารณสุข ที่แผลเหมือนกับเป็นแผลเล็กๆ แต่มันรักษาไม่หาย มันทำท่าจะติดเชื้อเพราะว่าเจ้ากระทรวงเนี่ยก็...อือหือ...เจ้ากระทรวงล่าสุดก็ ตอนที่ตั้งศูนย์นี้ขึ้นมาก็บอกว่าเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงซึ่งถูกต้องครับเป็นอำนาจของปลัดกระทรวง  แต่รัฐมนตรีคือคนกำกับดูแลให้เป็นธรรมและถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องแล้วไม่สนใจเลยน่ะ มันไม่ควรจะมีตำแหน่งรัฐมนตรี ช่วยดูหน่อยช่วยกำกับดูแลว่ามันถูกต้องไหมลูกน้องท่านน่ะ แล้วในที่สุดท่านจะโดนหางเลขด้วย ด้วยนะตอนนี้ก็คือองค์กรแพทย์ต่างๆเค้าไม่ยื่นเรียกร้องต่อท่านละ เค้าบายพาสไปนายกละ ครั้งก่อนท่านมารับแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วเค้าจะไปหานายก ท่านอย่าไปตัดตอนมาดักพบอีกนะ ให้หนังสือไปถึงนายกเถอะขอร้อง ขอร้องนายกให้มารับด้วยครั้งนี้ บอกตรงๆนะเป็นข่าวที่เดาตอนจบไม่ได้จริงๆ เดายากมากเพราะเจอคนอย่างหมอสุขุมเนี่ย...โอ้โหะ... ใจคอหมอสุขุมจะลากเรื่องนี้ไปจนเกษียณเลยหรอ...  จะจบยังไง ตอนนี้องค์กรแพทย์ต่างๆก็คิดว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะว่าถ้าเคสนี้จบลงไม่สวยมันจะเป็นบรรทัดฐาน และความรู้สึกของคนในสังคมเลยว่า ธรรมาภิบาลในระบบราชการเป็นยังไงกันแน่ ข้าราชการก็อยู่อย่างหนาวๆร้อนๆทุกคน

จัดอันดับ 10 ข่าวเด่นดังรอบสัปดาห์ 21 - 27 มิ.ย. 63 | ข่าวมีระดับ NATION TOP NEWS | NationTV22
Jun 27, 2020

3
ถูกแฉหนักจน “ผอ.รพ.มุกดาหาร” ต้องขอพื้นที่ชี้แจง!! หลังเก็บเงิน “ค่ามัดจำแลกบัตรเฝ้าไข้” กับญาติผู้ป่วยในราคา 20-100 บาท เพราะกลัวบัตรหาย ย้ำไม่ใช่นโยบายทางโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่มีเจตนาทำด้วยความหวังดีเท่านั้น

เก็บเงินค่ามัดจำ เพราะกลัวบัตรหาย

เป็นประเด็นเมื่อชาวบ้านออกมาร้องเรียน ว่าโรงพยาบาลมุกดาหาร ได้มีการเก็บเงินค่ามัดจำในการแลกบัตร เฝ้าไข้กับประชาชนที่มาเฝ้าไข้ หรือเยี่ยมคนไข้ที่มารักษาตัวในโรงพยาบาล
โดยหลังจากคนไข้ออกจากโรงพยาบาล หรือเยี่ยมคนไข้เสร็จต้องนำบัตรที่โรงพยาบาลให้ไว้ตอนเข้าเยี่ยมคนไข้มาแลกเงินคืนตามที่แต่ละคนมัดจำไว้ โดยแต่ละคนจะถูกเก็บค่ามัดจำไม่เท่ากัน
จึงมีการตั้งคำถามออกมามากมายว่าทางโรงพยาบาลทำถูกต้องหรือไม่ เพราะชาวบ้านที่มีฐานะยากจน หรือคนหาเช้ากินค่ำ เงินจำนวน 100 บาท มีค่าต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก บางคนมีเงินติดตัวมา 100 บาท มาเฝ้าคนไข้ที่โรงพยาบาล จึงทำให้ไม่มีเงินซื้ออาหารเครื่องดื่มรับประทานได้ เพราะต้องเอาไปแลกบัตรเฝ้าคนไข้

นอกจากนี้ ยังต้องมารอเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อทำการแลกบัตรคืนที่นานแสนนาน เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยทำการรับแลกบัตร และเจ้าหน้าที่ทำการรับแลกบัตรส่วนใหญ่เป็นพยาบาลที่ขึ้นเวรนั้น ทำหน้าที่รับแลกบัตรคนเฝ้าคนไข้ หน้าที่พยาบาลก็ล้นมืออยู่แล้วในการปฏิบัติงาน
จนมีเสียงสะท้อนออกมาอย่างเป็นวงกว้าง จึงอยากให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน และหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความทุกข์ให้กับประชาชนที่มาเข้ารับบริการ

ด้าน นพ.บัญชา ผลานุวงษ์ ผอ.รพ.มุกดาหาร เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงเรื่องราวดังกล่าว ว่านโยบายเก็บเงินค่ามัดจำไม่ได้เป็นนโยบายของทางโรงพยาบาล เป็นการจัดการของเจ้าหน้าที่ที่ประสบปัญหากับชาวบ้านที่ทำบัตรหายอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้เจ้าหน้าที่คิดมาตรการนี้ขึ้นมา

“จริงๆ ก็คือในช่วงที่มีโควิดระบาด เขาก็จำกัดการเยี่ยมคนไข้ ก็มีการไปจัดทำบัตรขึ้นมา เสร็จแล้วมันก็มีปัญหาเรื่องบัตรหายอยู่เรื่อย เขาก็เลยไปคิดเพื่อที่จะไปเก็บการมัดจำหรืออะไรอย่างนี้

แต่ว่าจริงๆ อันนี้ไม่ได้เป็นนโยบายผม ผมไม่สั่ง แต่ว่าเขาก็คงทำด้วยความหวังดี บัตรมันหายอยู่เรื่อย ตอนนี้เรารับทราบแล้ว แล้วก็ทางท่านรองแพทย์ท่านสั่งการไปแล้วว่าให้ยกเลิก ก็ให้ไปดำเนินการ

หลังจากเกิดกระแสเรื่องราวดังกล่าวขึ้นทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งให้ยกเลิกการเก็บค่ามัดจำทันที นอกจากนี้ ผอ.รพ.มุกดาหาร ยังย้ำอีกว่าหากใครโดนเรียกเก็บแล้วไม่ได้เงินคืนสามารถเข้ามาร้องเรียนได้โดยตรงเลย เข้าใจดีว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความเดือดร้อน และความลำบากให้กับชาวบ้าน
“มันก็สร้างความลำบากไง ยุคนี้มันไม่ควรที่จะมีใครสร้างความลำบากให้ใคร ตอนแรกผมว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ว่าดูแล้วเขาก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปเอาเงินเข้าส่วนตัวอะไร เพียงแค่ว่ารับมาแล้วก็คืนไป แต่มันก็สร้างความเดือดร้อน ผมก็เลยบอกว่ายกเลิกไป
คือมันเป็นเรื่องของบางคนนะ มันไม่ใช่เรื่องของทางโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลสั่งการ นำเรียนเบื้องต้นก่อนว่า จริงๆ ไม่ทราบ ถ้ามีปัญหาก็ช่วยแจ้งมาได้เลย จะช่วยดูแลให้
ก็ขอบคุณมากที่ช่วยสะท้อน ก็ได้บอกให้ท่านรองแพทย์ท่านไปช่วยดู ท่านก็ไปบอก เอาจริงๆ ก็ไม่มีอะไร ก็เป็นการเขาก็กลัวบัตรหายนั่นแหละ ไม่ใช่กลัวมันหายด้วยซ้ำ มันหายแล้ว
ลักษณะที่เขาให้ขึ้นมาเยี่ยม เขาก็จะพยายามทำบัตรให้มันดี ตอนแรกเขาก็พยายามจะพัฒนา แต่ผมก็ไม่รู้ทำไมถึงเก็บเงินเยอะ แล้วทำไมถึงเก็บต่างกัน แล้วก็ถ้าเก็บต่างกันมีใครที่เสียเงินไปจริงๆ ไหม ก็ลองสอบถามดู ถ้าเกิดมีใครที่ถูกเก็บเงินไปจริงๆ ก็มาแจ้งได้ เดี๋ยวจะแจ้งกรรมการตรวจสอบอีกที
แต่ว่าเบื้องต้นเท่าที่ทราบก็คือเขาคืนให้หมด มันก็ไม่มีปัญหาถ้าเขาคืน ผมก็บอกว่าแล้วอย่าทำอีก คือเรื่องนี้เขาไม่ได้มาขออนุญาตไม่ได้มาขออะไรเลย เขาคงเห็นหน้างานที่เขาทำ เพราะว่าประสบปัญหาตรงหน้างานว่ามันมีบัตรหาย แล้วเขาควบคุมไม่ได้
เนื่องจากคนที่ทำ ผมเข้าใจว่าเขาก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรไม่ดี แล้วก็ไม่ได้มีเรื่องร้องเรียนว่าเขาไปเอาเงินมาเลย ซึ่งต่างกันนะ ถ้าไปเก็บเงินแล้วเอาของเข้ามาเลย ผมถือว่ามีความผิดแน่ ก็ต้องสอบสวนเอาความจริง แต่ว่าเรื่องนี้เท่าที่ผมไปตรวจสอบดู เขาก็บอกว่าเขาเลิกไปแล้ว ไม่มีการดำเนินการแล้ว อันนี้ผมทราบจากท่านรองแพทย์นะที่ท่านรายงานผม”

ไม่เห็นด้วยเรียกเก็บเงิน เจ้าหน้าที่มีความผิด

ไม่เพียงเท่านี้ ยังได้พูดคุยกับ นฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ในฐานะองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่างๆ โดยเธอให้ข้อมูลว่าหากไม่ใช่นโยบายทางโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ถือว่ามีความผิด
“อันนี้มีความผิด เพราะว่าถ้าไม่ใช่นโยบาย แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าหน้าที่ไหม อย่างเช่นโรงพยาบาลกำหนดว่าทุกคนที่จะเข้าเยี่ยมไข้ต้องมีบัตร แค่กำหนดแค่นี้ แต่เจ้าหน้าที่กลัวจะมีภาระว่าจะต้องไปหาบัตรมาทำให้ญาติเฝ้าไข้ใหม่บ่อยๆ เขาก็เลยตัดความรำคาญว่า ทุกคนต้องดูแลบัตร แต่ด้วยความที่บัตรมันหายบ่อย ก็เลยใช้วิธีเก็บเงินซะเลย”

หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยังย้ำอีกว่า ไม่เห็นด้วยกับการเรียกเก็บเงินกับชาวบ้าน แต่ทางโรงพยาบาลควรจะมีมาตรการดูแลที่ดีกว่านี้ และคนที่มาใช้บริการก็ควรจะมีความรับผิดชอบในการดูแลบัตรเพื่อที่จะไม่ให้บัตรหาย

“ ส่วนวิธีการการเก็บมันต้องถามหาสาเหตุว่าทำไมถึงต้องเก็บ อันนี้เราคงตอบแทนโรงพยาบาลไม่ได้ เขามีเหตุผลในการเก็บว่าชาวบ้านทำบัตรหายบ่อย คิดว่ามาตรการเก็บเงินก็ไม่ใช่ประโยชน์ แต่มันเป็นมาตรการว่าถ้าบัตรคุณหาย คุณไม่มีสิทธิได้เยี่ยมไข้คนนั้นเลย อันนี้เป็นการสร้างมาตรการเพื่อให้เขาดูแลบัตรนั้นให้ดี

เพราะบางทีมันก็เป็นภาระของเจ้าหน้าที่อย่างหนึ่งว่าเดี๋ยวต้องมาทำบัตรให้ใหม่บ่อยๆ แล้วชาวบ้านก็แบบว่าถือไปก็ไม่รับผิดชอบ นึกออกไหมคะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเกิดเป็นประชาชนทั่วไป คือบางคนเขามองว่าถ้าเก็บเงินก็จะกลายเป็นว่าทุกคนก็ดูแลรักษา
แต่ไม่ใช่ช่องทางการหาเงิน ก็คือหาเหตุยึดเงินชาวบ้านไม่ได้ อันนี้เราคิดว่าไม่ควรเก็บเงิน แต่เราสร้างมาตรการอื่นได้ อย่างเช่นถ้าเกิดว่าโรงพยาบาลจำกัดสิทธิคนเฝ้าและก็คนเยี่ยม ก็ควรจะมีมาตรการว่าบัตรไหนให้เฝ้า บัตรไหนให้เยี่ยม ก็คือแจกบัตรกันไปเลย ถ้าไม่มีบัตรห้ามเข้า

แต่ว่าการเรียกเก็บเงิน มันหมายถึงว่าโรงพยาบาลตั้งกติกายังไง อย่างเช่นคุณว่าเขาทำบัตรหาย คุณจะลิบเงินเขาหรอ หรือว่ายังไง อันนี้มันเป็นภาระนะ โรงพยาบาลก็ไม่ได้มีนโยบาย เพราะบัตรมันก็ไม่ใช่ต้นทุนอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าคุณกำจัดสิทธิ์คนเข้าหรืออะไรก็อธิบายให้ชัดเจน ถ้าถามในความเห็นพี่มันก็น่าจะมีมาตรการอื่นมากกว่าการเก็บเงินค่าบัตร”

23 มิ.ย. 2563    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

4
ข่าวสมาพันธ์ / นิ่งเฉยอยู่ใยพี่น้อง
« เมื่อ: 25 มิถุนายน 2020, 00:17:16 »


5


บางส่วนจากบทความ  "ความมั่นคงของชาติด้านสาธารณสุข" โดย พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓

..กำลังพลสาธารณสุขต้องทำงานสู้ศึกเชื้อโรคแบบนี้มาตลอดเวลา โดยรัฐบาลก็มองไม่เห็น ประชาชนบางคนก็มองไม่เห็นในยามปกติ แต่พอเกิดโรคโควิด มีคนเจ็บป่วยล้มตามมากมายในเวลาดียวกัน หรือใกล้ๆกัน ทำให้คนทั่วไปหันมาให้ขวัญกำลังใจ และสละเวลา เงินทอง สิ่งของ ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขมากขึ้น

แต่กำลังพลสาธารณสุข คนใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรี คนที่ต้องทำงานจนมีผลงานโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลให้เกิดขวัญกำลังใจแล้ว รัฐมนตรีร่วมมือกับปลัด และลูกน้องคนสนิท ทำการกระทืบเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้ช้ำใจ ด้วยการย้ายคนดีศรีเมืองขอนแก่น คือ ผอ. ชาญชัย จันทร์วรชัยกุลไปเข้ากรุอย่างไม่ชอบธรรม ไม่ชอบด้วยระเบียบวินัย และกฎหมาย ค้านสายตา และความเห็นของบุคลากรสาธารณสุขที่เป็นคนดี ค้านมติของประชาชนชาวขอนแก่น

แต่ รัฐมนตรีคนนี้ ไม่ยอมทำงานตามอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการทำงานของตน พูดแต่ว่าจะไม่แทรกแซงปลัด ไม่แทรกแซงการทำงานของปลัด แล้วไปตั้งคณะกรรมการสอบอีกร้อยๆโรงพยาบาล ที่ไม่เกี่ยวกับการให้ความเป็นธรรมแก่ ผอ.ชาญชัยเลย
ไม่ตรวจสอบเงื่อนงำว่า ทำไมบางคนจึงอยากไปสวมตำแหน่งคนดีที่ขอนแก่น ทั้งๆที่คนใน รพ.ขอนแก่นเขาไม่ต้องการ
ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงสาธารณสุขที่มีพฤติกรรมเป็นแบบนี้ นอกจากจะไม่พัฒนาระบบสาธารณสุขให้ก้าวหน้ามั่นคงแล้ว กลับกลายเป็นผู้ทำลายความมั่นคงของระบบสาธารณสุขเสียเอง

ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ปลดคนแบบนี้ออกจาก ครม. สมควรที่พรรคฝ่ายค้านต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ออกไปเสียจากอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบต่อระบบสาธารณสุข เพราะเป็น คนทำลายความมั่นคงในระบบสาธารณสุข เพื่อหาคนใหม่มากำจัดคนพาล อภิบาลคนดี ของสาธารณสุข ให้มีขวัญ มีกำลังใจทำงาน จัดให้มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ในการสู้ศึกเชื้อโรค ความเจ็บป่วย และ โรคระบาดให้ชนะ เพื่อดูแลพี่น้องคนไทย ให้ปลอดภัยจากโรคร้าย และโควิด ที่อาจจะเกิดอีกไม่ช้าก็เร็ว


๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓
https://www.facebook.com/churdchoo.ariyasriwatana/posts/10157420747645208

6


เรื่องเล่าจากเฟสบุ๊ค Arnond Sakworawich

เมื่อวาน รมว มิคกี้เมาส์เสพกัญชาจนเมามายได้ที่ ได้เรียกช้างชัยเข้าไปพบ เมื่อช้างชัยเข้าไปพบมิคกี้เมาส์ มิคกี้เมาส์ก็ถามว่า แอบอัดเสียงหรือไม่ ช้างชัยเลยตอบมิคกี้เมาส์ไปว่า ผมลูกผู้ชายพอ ไม่อัดเสียงครับ
มิคกี้เมาส์จึงกล่าวว่า ห้ามอุทธรณ์กรรมการสอบ พทพ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นศัตรูกับ รัฐมนตรี
โถๆ พทพ นี่ เคยปั้นข้อมูลมากิจการไม่ขาดทุนเลย ไปหลอกพี่หลวง พี่หลวงไปพบตู่ ถูกตู่บอกว่าคุณถูกลูกน้องหลอกลวงแล้วแหละ
ข้อมูลที่คุณเอามาเสนอผม ผิดหมด หลอกลวงทั้งหมด
พี่หลวงโกรธ พทพ มากเหลือเกิน ด่าในรถตู้ตั้งแต่ ตึกสารขัณฑ์คู่ฟ้าไปจนถึงกระทรวงงูสองตัวฉกกันไม่เลิกรา แล้วปลด พทพ ออกจากตำแหน่ง
แต่สุดท้าย พทพ ก็กลับมาได้ดีมีตำแหน่งใหญ่

อ้อ พทพ เป็นเพื่อนซี้ไอ้ฉิกหายเอ๊ย เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ มัธยมยันมหาวิทยาลัย
แล้วมันจะเป็นธรรมได้อย่างไร

มิคกี้เมาส์ ยังกล่าวกับช้างชัยอีกว่า ถ้าอุทธรณ์คัดค้าน พทพ จะถือว่าเป็นศัตรูของมิคกี้เมาส์
แล้วจะย้าย ยย มาเป็น กรรมการสอบ
แล้วเดือนตุลานี่้ จะเอาไอ้ฉิกหายกลับมาอีกด้วย เป็นรอบที่สาม

แต่ถ้าช้างชัยเชื่อใจและไว้ใจมิคกี้เมาส์ จะยกตำแหน่งใหญ่ให้ที่โคราช และทุกอย่างจะจบ โดยไม่มีบาดแผลใดๆ

โถ ช้างชัย คงไม่เชื่อ มีแต่ควายเท่านั้น ที่เชื่อ เอ แต่ควายก็คงฉลาดกว่านี้

20 มิถุนายน 2563
https://www.facebook.com/784302727/posts/10158617810617728/
.........................................


เรื่องจริงจากกระทรวงสาธารณสุข


มีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่กองบริหารการสาธารณสุข สนง.ปลัดกระทรวง และให้นพ.เกรียงศักดิ์ ( ฉิก ) ผู้อำนวยการรพ.ประปกเกล้า จันทบุรี มารักษาการตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น

ในกรณีที่มีบัตรสนเท่ห์กล่าวหาว่าสั่งเรียกรับเงิน 5% เข้ากองทุนสวัสดิการโรงพยาบาล แล้วตามมาด้วยคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง คำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ลงนามโดยรองปลัด ยงยศ

มีการตั้งประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรง คือ นพ.สุเทพ เพชรมาก (ผู้ตรวจราชการเขต6) นพ.ชาญชัยทำหนังสือคัดค้านเพราะคิดว่าประธานไม่เป็นกลาง ต่อมา นพ.สุเทพ ขอลาออกจากประธาน (ตามคิวประธานสอบวินัยจะเป็นผู้ตรวจราชการเขต5) มีการตั้งประธานสอบวินัยคนใหม่ คือ นพ. พิทักษ์พล (ผู้ตรวจราชการเขต11)




7

เสนอปลด รมว./ให้ปลัด สธ.พ้นตำแหน่ง/ย้ายหมอชาญชัยคืน รพศ.ขอนแก่น/ย้ายออกหมอเกรียงศักด์-ธรรมาภิบาล ตอน9

สวัสดีค่ะดิฉันชื่อแพทย์หญิงอรพรรณ เมธาดิลกกุลนะคะ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมายการแพทย์กรมการแพทย์ วันนี้เป็นตอนที่ 9 นะคะเรื่องการย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลขอนแก่นไปประจำที่กระทรวงสาธารณสุขโดยที่มีผู้เดือดร้อนคือผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขผู้ที่สู้กับ covid ผู้ที่ทำเพื่อประชาชนกำลังเดือดร้อนใจแต่เจ้ากระทรวงก็คือ คุณอนุทินนอกจากนิ่งเฉย และยังเบี่ยงประเด็นส่อเจตนาบางอย่าง ...
คุณอนุทินเป็นเจ้ากระทรวงตามมาตรา 20 แห่งระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 มีหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการทั้งปวงรวมทั้งคุณสุขุม ขณะนี้คำสั่งของคุณสุขุมที่ย้ายฟ้าผ่าคุณหมอชาญชัย โดยอ้างความอันเป็นเท็จ ได้สร้างความปั่นป่วนในกับวงการสาธารณสุข และอาจกระทบบริการของประชาชน ตรงนี้คุณอนุทินชอบที่ต้องทำหน้าที่ตามมาตรา 20 ย้ายคุณสุขุม หรือเด้งคุณสุขุมไปอยู่ที่สำนักนายก..ก็จะยุติความขัดแย้งและก็หย่าศึกได้จริงอันนี้คือข้อแรก คือใช้อำนาจตามมาตรา 20 แล้วถ้ามีความผิด ฐานอะไรก็ดำเนินต่อไป เช่นกรณีที่ว่าประพฤติมิชอบก็ดำเนินไปตามนั้น ต่อมาในมาตรา41 กรณีมีความเดือดร้อนและมีคนทักท้วงมากมาย ล่าสุดก็มีแพทย์หญิงเชิดชู อริยศรีวัฒนา กรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน ได้ไปยื่นหนังสือต่อท่าน ตัวท่านเองก็เป็นผู้รับเอง และขณะเดียวกันก็มีผู้เดือดร้อนมากมายนะคะโดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานได้ออกมาแสดงและทักท้วง ท่านก็นิ่งเฉย จริงๆท่านต้องใช้อำนาจของท่าน ตามมาตรา41 ในเมื่อสิ่งที่เค้าร้องมา มีสาระตามสมควรที่จะต้องหาข้อเท็จจริงและพร้อมต้องแจ้งเขาด้วย นี่เวลาก็ผ่านมา10กว่าวันแล้ว นอกจากไม่หยิบมาแล้ว อันนี้เป็นความผิดปกติอย่างมาก...

นอกจากนั้นคุณได้มาพูดในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ  เช่น คุณมาพูดในหน้าที่ของการสอบวินัยร้ายแรง ใครๆก็รู้ว่าไม่ใช่หน้าที่คุณ คุณมีหน้าที่เป็นประธาน อกพ ตอนสุดท้าย แปลว่าคุณจะปล่อยให้มีการใช้คำสั่งอันไม่ชอบ ทั้งการตั้งมูลความผิดวินัยร้ายแรงโดยสืบมาไม่ถึงมูลนี้ แล้วคุณจะไปรอตรงนั้น หรือคุณอาจจะไม่ได้รอ อาจจะไปไหน อาจจะพ้นตำแหน่งไปแล้วก็ได้ หรือคุณอาจจะถูกเด้งเองก็ได้นะคะ ...

ฉะนั้นอย่าไปพูดถึงเรื่องว่าตนเองไม่มีหน้าที่ ไม่มีหน้าที่ และไม่ล้วงลูกนะ  ทั้งที่ตัวเองตอนนี้ขาดความเป็นกลาง เพราะผู้ได้ประโยชน์คือคุณหมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ใครๆก็รู้ ตัวท่านเองก็บอกว่าท่านสนิทมา 10 ปีแล้ว และขณะเดียวกันก็มี H focus พูดถึงว่าท่านพูดว่า ท่านกับคุณหมอเกรียงศักดิ์ ใครๆก็ว่าท่านเป็นมาเฟีย แต่ท่านเป็นคนที่ถูกคอคนนี้ แต่เป็นมาเฟียในทางที่ดีทำนองอย่างนั้น แล้วท่านก็บอกว่า10กว่าปีแล้วสนิทกันมา ทุกๆปีคุณหมอเกรียงศักดิ์ก็จะนำเพื่อน พรรคพวกไปพบท่านที่บ้าน อย่างน้อยปีละ 2-3ครั้ง เป็น10กว่าปีแล้ว ท่านยังคงมีความเป็นกลาง ที่จะเป็นผู้ตัดสินในกรณีความขัดแย้งกับคุณหมอเกรียงศักดิ์ คุณหมอสุขุมฝ่ายหนึ่ง กับคุณหมอชาญชัยได้อยู่หรือไม่ ท่านขาดความเป็นกลาง ท่านไม่สามารถใช้อำนาจตามวิปฏิบัติทางปกครองได้เลยนะคะ ซึ่งท่านอาจเป็นคู่กรณีด้วยซ้ำ ถ้าท่านสง่างาม ท่านต้องขอถอนตัวเองจากการเป็นรัฐมนตรี ไปบอกท่านนายกเลยว่า ผมขาดคุณสมบัติ ฉะนั้นผมขอลาออก หรือผมไม่พิจารณาคดีนี้ มอบคุณสาธิต ปิตุเดชะ ก็ได้ การพูดเฉไฉของท่าน  มันสร้างความปั่นป่วนให้หนักยิ่งขึ้นนะคะ ดิฉันขออนุญาตพูดถึงเรื่องการสอบวินัยร้ายแรงนิดหนึ่ง ในเมื่อยังคงจะทำทำทำทั้งที่มีการท้วงติงว่ามูลมันไม่ถึง

แล้วก็มาพูดถึงกรรมการสอบวินัยร้ายแรง...ตอนนี้คุณหมอพิทักษ์พล เป็นประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะคุณหมอสุเทพ เพชรมากได้ขอลาออก คุณพิทักษ์พลเป็นเพื่อนสนิทของคุณหมอเกรียงศักดิ์ อันนี้ใครๆก็รู้ ในแวดวงสาธารณสุข ถามว่าคงจะเป็นแบบนี้ได้หรือหรอคะ ใครก็รู้ว่ามันไม่เป็นธรรม

ดิฉันขอเสนอ คุณอนุทินต้องลาออกเองหรือไม่งั้นก็ต้องไปขอให้นายกปลดท่านนะครับออกจากทุกๆตำแหน่งตำแหน่ง ไม่ว่าจะรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่าท่านขาดคุณสมบัติเป็นผู้บริหาร ท่านไม่รู้อำนาจหน้าที่ของท่าน และท่านไม่ลงมือมาแก้ปัญหา และยังสร้างปัญหาเพิ่ม คุณอนุทินข้อที่ 1 ข้อที่2ตัวคุณสุขุมและคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งตัวคุณหมอยงยศ และคุณหมอเกรียงศักดิ์ซีกนี้ ท่านจะต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เอาคุณหมอเกรียงศักดิ์เข้ามาในกรุแทน คุณหมอชาญชัยซึ่งปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปอยู่ในที่ตั้งทำงาน แล้วก็ดูแลเขาทุกๆฝ่ายอย่างเป็นธรรม  ไม่ว่าใครผิดใครถูก สอบไปเลยคะ แล้วก็ ดำรงไว้ซึ่งงานขวัญกำลังใจของพี่น้องประชาชนไทยก็จะดีว่าเราจะมีคุณหมอที่มีความสุขคุณพยาบาลที่มีความสุขบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสุข ทำหน้าที่ แม้จะเกิด next pandemic ก็จะมีการเสียสละกันต่อเนื่อง ขออนุญาตนะคะขอย้ำ คุณพิทักษ์พลเป็นคนที่ขาดคุณสมบัติ ในกรณีที่จะมาเป็นประธานสอบวินัย ดิฉันเชื่อว่ากรณีนี้ การตั้งกรรมการสอบวินัยจะไม่มีถ้าไม่มีมูล เรื่องการสอบมันไม่มีมูลชัดเจนอยู่แล้วนะคะเพราะว่าไม่ถึงกับการเรียกรับและขอให้ลงโทษนะที่ 1 คุณสุชาดานะคะที่อยู่ศูนย์ปฏิบัติอะไรทุจริตอะไรต่างๆนะคะซึ่งมาให้ข้อเท็จจริงว่ามีการข่มขู่พยาน คุณต้องแสดงหลักฐานเรื่องการข่มขู่พยานนะคะ เพราะว่าในนั้นปรากฏว่ามันจากศูนย์ที่คุณดูแลกับคุณหมอยงยศ ธรรมวุฒิเป็นคนดูแล ต้องแสดงหลักฐาน และคุณได้ทำหน้าที่ไหม ว่าถ้ามีการข่มขู่ คุณมีการรายงานและขอกันพยานตามกฎ กพ.หรือไม่ คุณก็ไม่ได้ทำ นอกจากกล่าวหาเขาแล้ว ยังทำด้วยหลักฐานที่ไม่ครบ.....

11 มิถุนายน 2563
https://www.youtube.com/watch?v=0sgkblzz-cI&feature=youtu.be

8


เรื่องนี้มันไปไกลกว่า  Save หมอชาญชัย คำว่า Save ธรรมาภิบาล มันมีความหมายมากกว่า เซฟหมอชาญชัย
มันยกระดับไปอีกขั้นนึงแล้วนะครับ....

คุณหมอกนกวรรณ บอกว่าทุกวันนี้ก็สวมชุดดำ แต่วันศุกร์นี้จะมีกิจกรรมพิเศษเพราะเรารู้สึกว่าในวันศุกร์เราไม่มีความสุขอีกต่อไป

ฟังเสียงของคุณหมอกนกวรรณดูนะ....จากท่าทีการให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีวันนี้

เราไม่รู้สึกมั่นใจเลยว่าเราจะได้รับความเป็นธรรมอย่างที่ได้เรียกร้องไป เพราะท่านก็ยังยืนยันว่าจะใช้ประธานกรรมการสอบคนเดิมที่เราเห็นว่าไม่เป็นกลางแล้วก็ไม่เป็นระบบปกติที่ควรจะเป็น  จริงๆคำขอของเราก็ง่ายตรงไปตรงมาอยากให้กระบวนการสอบสวนทั้งหมดกลับมาเป็นไปตามกลไกปกติ......

เราถอยไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราไม่ยอมถอย ถ้าเราถอยแปลว่าเรายอมรับความไม่ยุติธรรม คำมั่นสัญญาอะไรก็ไม่เท่ากับการกระทำ ไม่ว่าคำสัญญานั้นจะให้ความเป็นธรรมให้ความเป็นกลาง แต่ว่าเราก็ไม่สามารถมั่นใจ จนกว่าเราจะได้เห็นความเป็นธรรมอย่างแท้จริง......

มีนิติกรจากสำนักนายกรัฐมนตรี(พูด)ถึงหนังสือที่ยื่นไปถึงสำนักนายกฯ บอกว่าเอกสารทั้งหมด ส่งให้กับกระทรวงฯพิจารณาแล้ว พอนิติกรบอกว่าเอกสารทั้งหมดตอนนี้ส่งให้กับกระทรวงฯพิจารณาแล้ว แพทย์หญิงกนกวรรณก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นทุกอย่างก็วนอยู่ที่เดิม เพราะเราจะส่งให้กับนายก แต่ตอนนี้วนอยู่แค่กระทรวงสาธารณสุข แสดงว่าไม่สามารถก้าวพ้นกระทรวงสาธารณสุขไปได้เลย ตอนที่ไปทำเนียบ ปรากฏว่ารองหนูมารับเอกสารแทน แต่จริงๆต้องการส่งถึงนายกฯโดยตรง แล้วตอนนี้ก็ยังอยู่ที่กระทรวง คุณหมอพูดแบบนี้ประโยคนี้ เราไม่สามารถก้าวพ้นกระทรวงสาธารณสุขไปได้เลย กระทรวงสาธารณสุขตอนนี้อาจจะไม่ใช่ที่พึ่งของเรา

ประเด็นต่อมาคือว่า คุณหมอเกรียงศักดิ์แถลงลาออกไปนานแล้วนะ แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีผล ไม่น่าเชื่อนะเพราะว่ายังไม่มีผล เพราะว่ามันมีการโยนกันไปโยนกันมาเรื่องของคำสั่ง ก็เท่ากับว่าตอนนี้คุณหมอเกรียงศักดิ์ยังเป็นรักษาการอยู่ ซึ่งรักษาการมันก็ทำอะไรไม่ได้ เรื่องนี้มันสอดคล้องกับที่ นักข่าวไปถามคุณอนุทิน เรื่องของ ถามว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุข คุณหมอสุขุมลงนามให้หมอเกรียงศักดิ์กลับไปปฏิบัติหน้าที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าแล้วหรือยัง คุณอนุทินบอกว่าคุณหมอสุขุมรายงานมาว่าจะลงนามเร็วๆนี้ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ให้เวลาหมอสุขุมบ้าง คนระดับปลัดกระทรวงระบุว่าจะลงนามก็ถือว่าต้องจบ ก็ต้องจบแล้ว ไม่เชื่อถึงปลัดกระทรวงไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน กว่าจะพิมพ์เสร็จต้องดูรายละเอียด คนระดับปลัดกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าจะลงนาม ก็ถือว่าต้องจบแล้ว ถ้าไม่เชื่อถือ ไม่เชื่อถือปลัดกระทรวงไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาไม่เชื่อถือคุณหมอเกรียงศักดิ์ประกาศลาออกไปหลายวันแล้ว ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก็แค่พิมพ์หนังสือลงนามโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเนี่ย โทษครับมันจะเกินกว่าวันนึงนะ เพราะมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน...ตอนนี้เขาไม่เชื่อถือแล้ว เขาไม่เชื่อถือปลัดกระทรวงสาธารณสุข เขาไม่เชื่อถือกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังมีคุณอนุทินเชื่อถือ แต่ยังมีรองหนูเชื่อถือ
 
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่คุณอนุทินเนี่ยเรียกคุณหมอชาญชัยมาคุยเป็นครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ เท่าที่นักข่าวทราบ ครั้งแรกที่เรียกคุณหมอชาญชัยมาคุย เราก็ติดต่อพยายามสัมภาษณ์คุณหมอชาญชัย คุณหมอชาญชัยบอกว่าก็เพิ่งไปคุยกับท่านรัฐมนตรีมาแล้ว เหมือนกับท่านรัฐมนตรีขอไว้ไม่ให้พูด เราก็ไม่รบกวน วันนี้เรียกไปคุยอีกแล้วก็คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็บอกนะว่า เมื่อหมอชาญชัยมาประจำอยู่ที่สำนักงานปลัด 2 อาทิตย์แล้ว ผมว่างก็เลยเรียกมาพูดคุยกันว่าเป็นยังไงบ้าง อึดอัดไหม ก็ย้ำว่าอย่าไปคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอยืนยันว่ามีความเป็นธรรมเพราะทุกคนที่หมอสุขุม ท่านปลัดแต่งตั้งขึ้นมาเป็นคณะกรรมการสอบสวนหมอชาญชัยนั้นรับรองว่าจะให้ความเป็นธรรม นี่คุณอนุทินรับรองให้นะครับ นอกจากนั้นได้ฝากให้หมอชาญชัยไปแจ้งกับสมัครพรรคพวกว่าไม่ต้องห่วง ตนจะให้ความเป็นธรรมแน่นอน ขอให้ตั้งใจทำงานบริการประชาชน ไม่ต้องลางานเพื่อมาให้กำลังใจหมอชาญชัยเพราะจะเสียค่าใช้จ่าย และเสียการบริการประชาชน คุณอนุทินบอกแบบนี้เหมือนกับที่เขาเคลื่อนไหวกันตอนนี้ เคลื่อนไหวกัน black friday คุณหมอชาญชัยจะไปพูดให้ยกเลิกได้หรอ ถึงบอกคุณหมอชาญชัยนะว่าไปแจ้งสมัครพรรคพวกไม่ต้องเป็นห่วงนะไม่ต้องลางานมาประท้วง จากการพูดคุยกับหมอชาญชัยก็ดูมีสปิริตดีเพราะเป็นปัญญาชนทั้งนั้น ส่วนที่องค์กรแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่นและบุคลากรทางการแพทย์แต่งดำ ไม่เป็นไร แต่งดำก็ดูผอมดี อย่าไปคิดอะไร เพราะจะทำอะไรก็ได้แต่อย่าให้การบริการประชาชนเสียหาย การแต่งดำแต่งสัญลักษณ์อะไรก็อยู่ในวิสัยที่เป็นอิสระของทุกคน แม้แต่ผมเวลาไปเที่ยวยังอยากแต่งดำเพราะมันผอม คนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพูดในยามที่กระทรวงกำลังมีเรื่องการปีนเกลียว มันมีเรื่องของความไม่น่าเชื่อถือ มันมีเรื่องของบุคลากรในวงการของท่านเห็นว่า ในกระทรวงสาธารณสุขไม่มีธรรมาภิบาล แต่ท่านยังมีอารมณ์มาพูดเล่น แต่งดำก็ดี แต่งดำก็ดูผอมดี ดูซิครับ คนระดับรัฐมนตรีพูด คุณต้องคิดนะ....แสดงว่า รัฐมนตรีใช้คำพูด ไม่ยี่หระต่อการแสดงออกของบุคลากรทางการแพทยฺ์ เหมือนไปดูแคลนการแสดงออกของเค้า พูดอะไรไม่คิด...
คุณควรจะไปสนใจเขาว่าเค้าแต่งดำ เค้า save ธรรมาภิบาล และควรจะไปสนใจสิ่งที่เขาเรียกร้อง เขาต้องการยื่นขอความเป็นธรรมไปที่ตัวนายกฯไม่ใช่คุณ ตอนที่คุณมารับน่ะ เค้าต้องการยื่นที่ตัวนายก แต่คุณดันมารับ แล้วหนังสือมันยังวนเวียนอยู่ในกระทรวงของคุณ แล้วเรื่องนี้มันไม่จบ......

ตอนนี้บุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะที่ขอนแก่น เขาไม่เชื่อถือปลัด จะมาบอกว่า ปลัดต้องเชื่อถือซิ ไม่เชื่อถือได้ยังไง ก็เค้าไม่เชื่อถือ ก็มันไม่จบเห็นไหมครับ พอหมอเกรียงศักดิ์ถอนตัวจากการรักษาการโรงพยาบาลที่ขอนแก่นนึกว่าจะจบ ไม่จบครับ ไม่รู้ใครไปสั่ง ไม่รู้ใครไปบอกให้ “หมอถอนตัว” ไม่รู้ใครไปสั่ง สั่งโดยคิดว่าเรื่องนี้มันจะจบง่ายๆทันทีที่หมอเกรียงศักดิ์ถอนตัว โอ้โฮ คิดแบบทารก ...มันไม่จบเพราะว่ามันมีหนังสือที่ทางด้านของหมอชาญชัยทำถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงวันที่ 10 มิถุนายนร้องเรียนขอให้ดำเนินการทางวินัยกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อปฏิบัติและใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ  เนื่องจากตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขอ้างเหตุในการย้ายหมอชาญชัยว่ามีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวงรับเงินบริษัทยาและร้านค้า 5% และตั้งแต่เดือนเมษายนปี 61 ตุลาคมปี 61 ยังมีการรับเงินจากบริษัทยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาแต่หมอสุขุมกับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับหมอเกรียงศักดิ์ หนังสือที่ปลัดคนนี้คนนี้ตั้งข้อหาออกคำสั่งลงนามในวันที่ 1 มิถุนายนบอกว่าหมอชาญชัยฉ้อราษฎร์บังหลวงมีพฤติกรรมในการข่มขู่พยานมีการรับเงินบริษัทยาและร้านค้า 5% ทางด้านของหมอชาญชัยทำหนังสือถึงท่านว่าในสมัยที่หมอคนนี้มาเป็นปลัดใหม่ๆก็แต่งตั้งหมอเกรียงศักดิ์มา ตุลาคม 61 ช่วงนั้น ช่วงนั้นมีการรับเงิน 5% จากบริษัทยาและร้านค้าไหม มี อ้าวแล้วทำไมหมอสุขุมไม่ทำแบบนี้กับหมอเกรียงศักดิ์ หรือผอ.ตอนนั้น....


https://www.youtube.com/watch?v=UpD2j2MbyDE&feature=youtu.be

9
เปิดข้อพิรุธคำสั่งย้าย "หมอชาญชัย" หลังปลัด สธ.พูดไม่ชัดกลับไปกลับมา
NationTV22
Jun 11, 2020



วันนี้ตอนเย็นนะครับประมาณ 16:30 น แพทย์ และพยาบาลโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นกว่า 100 คนนะครับ รวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าตึกศูนย์แพทยศาสตรศึกษานะครับข้างโรงพยาบาล ถือป้าย Everyday is Black... เป็นนัยยะว่าคือแม้ว่าไม่ได้ใส่ชุดดำแต่ว่ามันมีความดำมืดทุกวัน มีความคลุมเครือในบรรยากาศเกิดขึ้นทุกวันประมาณนั้นนะครับ องค์กรแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่นขอต่อสู้โดยสันติ และแสดงออกด้วย  แต่งกายด้วยชุดสีดำเพื่อเป็นการแสดงออกตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงมีจนกว่าธรรมาภิบาลจะกลับสู่โรงพยาบาลขอนแก่น เซฟธรรมาภิบาล คนดีต้องมีที่ยึน   
... (ผอ.)รักษาการ (รพ.ขอนแก่น)ไม่มีความชอบธรรมเพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับ 2 คดี คือ ของอดีตผอ.และของคนก่อนหน้านี้นะครับซึ่งอาจจะมีผลกับพยานหลักฐานได้ จึงอยากให้เอาคนอื่นมารักษาการแทน หรือให้เอา ผอ. คนเก่ากลับมารักษาการแทนก็ได้นั้น หากยังไม่มีการดำเนินการใดๆบุคลากรทางการแพทย์จะแสดงออกด้วยการแต่งชุดดำเป็นการแสดงออกตามสิทธิ ไม่ได้ขัดต่อหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
.......
ทุกวันนี้เราทำงานอย่างไม่มีความสุข หลายคนป่วย กินข้าวไม่ลง และทำอะไรต้องระวังตัวตลอดเวลาเรารู้สึกว่าจะมีใครมาจับผิดเราหรือ.......
คุณอนุทินบอกว่าอย่าพึงย้ายขาด จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสรรพเรียบร้อย ทางด้านคณะคุณหมอที่เคลื่อนไหวก็บอกว่า ย้ายเลยซิ รักษาการทำไมต้องเอามาจากจันทบุรี เอามาทำไม ทำไมต้องเป็นหมอเกรียงศักดิ์ .......คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีวันนี้บอกนะครับ เรื่องที่ผมสั่งการใน LINE Group ผู้บริหารแต่ท่านบอกว่าท่านเล่านะผมสั่งการสั่งการใน LINE ผู้บริหารสาธารณสุข ห้ามย้ายขาดหมอชาญชัย ผอ. โรงพยาบาลขอนแก่น และหมอเกรียงศักดิ์ ผอ. โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี จนกว่าสอบวินัยร้ายแรงจะแล้วเสร็จ และจะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเรียกรับเงิน และการออกคำสั่งย้ายว่า ผมไม่ทราบว่าไลน์มันหลุดไปได้อย่างไร แต่ผมไม่ได้สั่งการ เพียงแต่ส่งเป็นข้อความไปใน LINE ผู้บริหารของสาธารณสุขและบอกปลัดสาธารณสุขว่า ช่วงนี้ทุกฝ่ายต้องการความเป็นธรรม และกับที่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือข้อสอบวินัยต่างๆทำให้เสร็จสิ้นก่อนอย่าเพิ่งไปทำอะไรนะครับ ส่วนเรื่องการสั่งหมอเกรียงศักดิ์ไปรักษาการก็ไม่ว่าอะไรเป็นดุลพินิจเป็นอำนาจของปลัด ตรงนี้ต้องเข้าใจว่าการทำงานด้วยกัน ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันมีอำนาจอะไรเท่าไหร่ตรงไหน ใครที่รับผิดชอบตรงนั้นตัดสินใจแล้วกล้ารับผิดชอบ คนที่เหนือกว่านั้นก็ทำอะไรไม่ได้ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วยนะผมสั่งไม่ได้และไม่ได้สั่ง เพราะถ้าสั่งก็เท่ากับเป็นการก้าวกายเพราะฉะนั้นสรุปหมอชาญชัยยังเป็น ผอ. โรงพยาบาลขอนแก่นแต่ย้ายมาปฏิบัติงานที่สาธารณสุขหมอเกรียงศักดิ์ยังเป็น ผอ. โรงพยาบาลพระปกเกล้าแต่ก็เป็นรักษาการ ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่นด้วยแต่ที่ผมเขียนข้อความใน LINE กลุ่มผู้บริหารเพื่อป้องกันว่าถ้ามีใครจะย้ายขาด ก็ขออย่าให้ทำ ให้นิ่งที่สุดเพราะผมสั่งไปแล้ว

....ที่แพทย์หญิงกนกวรรณสงสัยว่าคุณตั้งรักษาการมาจากโรงพยาบาลที่จันทบุรีทำไม รักษาการแทนใช้คนคนอื่นก็ได้ ทำไมต้องข้ามมาจากตรงนู้น คุณอนุทินยอมรับว่านี่เป็นอำนาจของปลัด ปลัดผมก็ต้องให้เกียรติปลัด ปลัดเค้าจะทำ ผมก็ต้องให้เกียรติเขา เพราะถ้าผมเกิดไปก้าวก่าย ก็จะหาว่าผมไปก้าวก่ายงานเขานะครับ ผมก็ต้องให้เกียรติเขา ก็แสดงว่าเรื่องนี้ท่านปลัดว่ากันเองเลย แล้วก็ย้อนกลับอีกแล้วมันก็เป็นคนที่ท่านปลัดต้องการจะให้ย้ายมาตั้งแต่ปี 61 ตอนที่ท่านขึ้นมาเป็นปลัดใหม่ๆแล้ว

เหตุผลที่ย้ายคุณหมอชาญชัย คุณหมอสุขุม ปลัดกระทรวง บอกคุณอนุทินว่า มันมีการข่มขู่พยาน คุณอนุทินบอกอย่างนี้ นี่คือเหตุผลที่ย้ายคุณหมอชาญชัยมาส่วนกลาง ข่มขู่พยาน แต่นักข่าวก็ย้อนถาม  อ้าวจำได้ว่าในวงที่คุณหมอสุขุมแถลง ถามว่ามีการข่มขู่พยานไหม คุณหมอสุขุมท่านระบุว่า การย้ายไม่ได้มาจากการข่มขู่พยาน ตรงนี้มันขัดแย้งกัน นักข่าวก็ถามย้อนไปที่คุณอนุทินตรงนี้ คุณอนุทินก็บอกว่าไม่ได้คุยกับปลัดเรื่องนี้  จบไปแค่นี้เลย ...แต่ยึดตามหนังสือเป็นหลักการ
ขอย้อนกลับไปในประเด็นที่ทางด้านของคุณหมอกนกพรรณที่โรงแรมขอนแก่นออกมาแถลงการณ์ และก็พูดถึงที่คุณหมอเกรียงศักดิ์ย้ายมาเนี่ยไม่มีความชอบธรรมก็คือรักษาการไม่มีความชอบธรรมและอาจจะมีส่วนได้ส่วนเสียใน 2 คดี (อาจารย์ชัยกับอาจารย์วี) ..... เกรงว่ามันจะมีความพยายามที่จะย้ายคุณหมอเกรียงศักดิ์มา แล้วก็จะกระทบกับคดีในอดีต ...อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นท่านที่10 ก็คือคุณหมอวีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ปีพุทธศักราช 2550 ถึง 2557 ดำรงตำแหน่งประมาณ 8 ปี และวันนี้ในตอนเช้ามันมีภาพภาพหนึ่งที่หมอโรงพยาบาลขอนแก่นเขาไม่สบายใจและเขาส่งมาให้ดูนะ เขาส่งมาให้เราดูอ่ะ มันเป็นภาพที่กองเอกสารเก่านะประมาณปี 52 53 กองเอกสารเก่าเนี่ย มันมีเขียนคำว่าสำเนาใบเสร็จเมื่อปี 53 นอกจากสำเนาใบเสร็จแล้ว มันมีเอกสารในกระสอบที่เขียนคำว่าปีงบ 53 ถูกเปิดออก หลายต่อหลายกระสอบ มันเกิดอะไรขึ้นกับเอกสารเก่านี้ ....บุคลากรทางการแพทย์เขาเลยไม่สบายใจ สำเนาใบเสร็จปี 53 บางกระสอบยังไม่ได้เปิด บางกระสอบถูกเปิดแล้ว และถูกเปิดไปเมื่อตอนเช้าที่ผ่านมาของวันนี้ ... มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพนักงานการเงินที่ทำงานอยู่ให้กับผู้บริหารของโรงพยาบาลทำไมต้องไปเปิดเอกสารเหล่านี้ …..



อย่างไรก็ตามแต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องไปเคลียนะครับบางอย่างเนี่ยมันเป็นปมปัญหาที่สังคมติดใจ.....เมื่อวันที่ท่านปลัดสาธารณสุขออกมาแถลงนะครับ  พอพูดถึงข่มขู่ พอพูดถึงฉ้อราษฎร์บังหลวง ก็บอกว่าไม่ได้ใช้คำนี้ ไม่มีคำว่า ขมขู่ ...อีกวันหนึ่งโลกโซเชียลก็มาว่า ท่านความจำคงจะเสื่อมไปแล้ว ในหนังสือคำสั่งย้ายคุณหมอชาญชัย ลงนามโดยท่านปลัด ก็บอกว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง แบบนี้ก็พอมาแตะท่านปลัดปุ๊บ คุณอนุทินก็บอก มันเป็นอำนาจของปลัด พอนักข่าวถาม คุณอนุทินบอกว่า ท่านปลัดบอกว่าเคยมีการข่มขู่พยาน พอวันที่ท่านปลัดแถลง ท่านปลัดบอกว่า ผมไม่ได้บอกว่ามีการข่มชู่พยาน พอพูดแบบนี้ปุ๊บ ...ทางสื่อก็จับจ้องมองว่า ...มันไม่ชัดเจน มันกลับไปกลับมา มันไม่สอดคล้องกัน พอเอาเรื่องที่ไม่สอดคล้องกันไปถามรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ออกมาในรูป อันนี้ผมไม่ทราบ อันนี้ท่านปลัดบอกว่ามีการข่มขู่ บอกแบบนี้ ก็เป็นดุลพินิจของท่าน เห็นไหม รัฐมนตรีก็ไม่ก้าวก่ายงานท่านปลัด มันก็ทำให้ปลัดคนนี้จะทำอะไรก็ได้
แล้วท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านคุมเรื่องความเป็นมาเป็นไปในกระทรวงสาธารณสุข ถ้ามันมีอะไรที่มันไม่ถูกต้อง มันลักลั่น มันสวนกันไปสวนกันมาในข้อเท็จจริง และสังคมก็เห็น ท่านก็บอกว่าก็เป็นหน้าที่ของปลัดจะต้องไปเคลียร์เอง แล้วท่านไม่มีอำนาจไปเคลียร์เลยหรอครับ ท่านไม่จัดการเลยหรอครับ คนที่ใหญ่กว่าปลัดคือใคร ก็คือท่านนั่นแหละคนที่ใหญ่สูงสุดในกระทรวงทำอะไรที่มันลักลั่นแบบนี้ คนเป็นรัฐมนตรีซึ่งใหญ่กว่าปลัดไม่ไปจัดการ  ไล่ให้นักข่าวไปถามเองแล้วก็บอกว่าเป็นอำนาจของปลัด โบ้ยไปอย่างงั้น  อ้าวถ้าอย่างนี้ก็เสร็จ ..ความไม่ถูกต้องมันอยู่ในเงื้อมมือของข้าราชการสูงสุดในในกระทรวงสาธารณสุข คุณหมอชาญชัยก็แย่...ปลัดพูดไม่ตรงกัน 2 ครั้ง แต่พอไปถึงรัฐมนตรี รัฐมนตรีโบ๊ย ไม่ก้าวก่าย อย่างนี้จบ จบแบบไม่ Happy Ending แบบนี้ดูแล้วมันเป็นธรรมยาก …….


https://www.youtube.com/watch?v=8TrN1hTRxMA


10


เปลว สีเงิน จับพิรุธเหตุโยก หมอชาญชัย
เนชั่นคนข่าวเข้ม 9 มิ.ย.2563
ผู้ดำเนินรายการ : กนก รัตน์วงศ์สกุล , ธีระ ธัญไพบูลย์

เรื่องราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับที่ปลัดสุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสาธารณสุข ย้ายคุณหมอชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นเข้ากรุ แล้วให้คุณหมอเกรียงศักดิ์ ขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแทนนะครับ ย้ายจนได้  หลังจากตอนที่ปลัดคนนี้ขึ้นมาเป็นปลัดใหม่ๆก็ย้ายมาหนึ่งรอบแล้ว แต่ตอนนั้นท่านรัฐมนตรีสาธารณสุขช่วยย้ายกลับมา คราวนี้ท่านรัฐมนตรียังไม่ได้ช่วย แต่สื่อสังคมต่างๆช่วยกันตั้งข้อสังเกต พี่เปลวสีเงิน คอลัมน์คนปลายซอย ก็เขียนเรื่องนี้มาหลายวัน เมื่อวานก็ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับช่วงเวลาที่หมอชาญชัยก่อนที่จะมาเป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลนี้ก็ขาดสภาพคล่อง บริหารเงินขาดทุน ติดลบ 200 ล้านบาท ในสมัยผู้อำนวยการก่อนหน้านี้ คุณหมอวีรพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์  ปี 2550 ถึง 2557 เจ็ดปี แล้วก็ ผอ.ธรรมนูญเป็นปีหนึ่ง แล้วคุณหมอชาญชัยมาเป็น ผอ.จนกระทั่งถูกเด้งไปจนได้ แล้วก็เอาคนเดิมมา เอาคนเดิมที่คุณหมอสุขุมเคยพยายามจะโยกย้ายมาแล้วเมื่อปี 61 เอาย้ายกลับมาจนได้

วันนี้ คอลัมน์ คนปลายซอยของพี่เปลว สีเงิน ได้เขียนจับจุดตรงที่ ทำไมการบริหารโรงพยาบาลจึงขาดทุนติดลบ 200 ล้าน บาท ก็ไปดูซิ โดยเฉพาะไปดูในยุคที่คุณหมอวีรพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์  เป็นผู้อำนวยการ ปี 50 ถึง 57 คนที่ติดตามเรื่องนี้จะเห็นข้อมูลที่ส่งต่อกัน เป็นสำเนาการโอนเงิน การเบิกจ่ายเงินหลายกรรมหลายวาระ มีการอนุมัติเบิกเงินสวัสดิการไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และมีการเบิกงบโรงพยาบาลไปสนับสนุนกิจกรรมชมรมแพทย์ชนบท หลายครั้ง บางครั้งหลายแสนบาทครับ คนที่เคยเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท ก็คือ คุณหมอเกรียงศักดิ์ที่ย้ายมาเป็น ผอ.โรงพยาบาลปัจจุบัน และเมื่อย้อนไปดูปูมกลุ่มหมอชนบท ก็ทำให้เข้าใจได้ถึงความเชื่อมโยง ทางด้านหมอวีรพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นในยุคปี 50 ถึง 57 เคยเป็นประธานชมรมมาก่อน ตรงนี้ก็เป็นจุดที่น่าไปตรวจสอบไหม....ว่าทำไมในยุคก่อน บริหารยังไงถึงขาดทุนได้ 200ล้าน คุณเปลว ยังเขียนชี้แนะว่า ควรตรวจสอบไปถึงสมัยคุณหมอวีรพันธ์เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ก่อนมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น.........ลองตรวจสอบดู ทำไมต้องเป็นหมอเกรียงศักดิ์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ซึ่งก็ใหญ่โต ทำไมจะต้องมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นให้ได้ อันนี้น่าสนใจนะครับ

ถึงบอกว่าการโยกย้ายครั้งนี้มันไม่ธรรมดา มันมีแง่มุมพิรุธ แล้วก็มันไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง อย่างน้อยหมอสุขุม ปลัดกระทรวงก็เคยพยายามย้ายมาครั้งหนึ่งแล้ว แล้วทำไมท่านรัฐมนตรี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ถึงย้ายกลับ ทำไมล่ะครับ แล้วคราวนี้ก็ย้ายจนได้ เอาอีก ด้วยข้อกล่าวหา ด้วยบัตรสนเท่ห์ ถ้าแน่จริง มีการกล่าวหา มีคนมายื่นเหมือนคุณศรีสุวรรณเลย ถ้าเกิดพบว่าคุณหมอชาญชัยบริหารการเงิน บริหารโรงพยาบาลไม่โปร่งใส มีนอกมีใน มาร้องเลยครับ เอาหลักฐานมาเลย เดี๋ยวนี้เค้าไม่ได้ร้องกันด้วยบัตรสนเท่ห์นะ ใครร้องด้วยบัตรสนเท่ห์ มันเชยมากๆ มันเหมือนกับไม่แน่จริง แต่โทษครับ ท่านปลัดสาธารณสุขยุคนี้เชื่อ เชื่อบัตรสนเท่ห์ แล้วก็ตั้งข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง เด้งไปแล้วครับ.....
แล้วเมื่อวานคุณหมอชาญชัยก็ไปยื่นหนังสือให้กับท่านรัฐมนตรีสาธารณสุข คุณอนุทิน ติดตามกันต่อไปเรื่องนี้ ต้องตามกันตลอด ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้เวลาตรวจสอบกันนานมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าคนก็ยังมีความสงสัยอยู่ว่า เค้าผิดจริงหรือเปล่า เพียงแค่บัตรสนเท่ห์ ปรากฏว่าตอนนี้  โดนย้ายไปแล้วนะ แล้วคนใหม่ก็เข้ารับตำแหน่งแล้ว รับตำแหน่งท่ามกลางความกังขาของคนรอบข้าง ว่า เอ๊ มารอบสองได้ยังไง วันนี้ได้ทราบข่าวว่าคุณหมอสุขุม กาญจนพิมายจะแถลงเรื่องนี้ วันนี้เวลา 11 โมง คอยดูว่าคุณหมอสุขุมจะเคลียร์ได้ทุกข้อสงสัยไหม? อย่างน้อยต้องตอบว่าทำไมต้องเอาหมอเกรียงศักดิ์ บังเอิญเป็นคู่เดิมที่ท่านพยายามย้ายมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็ต้องมีความชัดเจน มีหลักฐานที่มันชัดเจนจากบัตรสนเท่ห์

ท่านผู้ชมดูภาพแบบนี้ มันไม่ปกติแน่ ผู้อำนวยการคนหนึ่งถูกย้ายไป ปรากฏว่าบุคลากรทางการแพทย์ ออกมาร้องเพลงให้ ร้องห่มร้องไห้ ถือป้าย SAVE คุณหมอชาญชัย ในขณะที่หมออีกคนหนึ่งที่มารับตำแหน่ง แทบจะไม่มีบุคลากรของโรงพยาบาลนั้นๆมาต้อนรับ ดูแค่นี้ก็รู้แล้วครับ เห็นไหมครับ

ถ้าเราเป็นหมอเกรียงศักดิ์ เราจะอยู่เหรอ เราจะอยู่ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่เค้าดูมีใจ อาลัยอาวรณ์หมอชาญชัยมากเลย เราจะไปอยู่เหรอ เราจะไปอยู่ได้ลงคอเหรอ เป็นผม ผมไม่อยู่หรอก ผมอาย จริงๆนะ...........กว่าจะมาเป็น ผอ.โรงพยาบาลมันต้องได้รับการพิสูจน์มาหลายด่านเหลือเกิน ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ เพราะฉะนั้น เมื่อเป็น ผอ.โรงพยาบาลทั้งที มันต้องเป็นให้เต็มภาคภูมิ อย่าเป็นแล้ว นั่งแล้วคนเค้า บอกโรงพยาบาลนี้ไงที่เป็นข่าว คนนี้ไงที่เค้าอยากมานั่งที่นี่ไง เค้าลือกันว่าท่านปลัดช่วย....เค้าก็ซุบซิบ  นินทากันไม่รู้จบ... เวลาเดินในโรงพยาบาล จะเชิดหน้าชูคอได้หรอ ท่ามกลางสายตาที่เค้ามองแบบแปลกๆ อาจมีคนที่ไหว้ท่าน อาจจะมีคนให้ความเคารพท่าน แต่ว่าจริงใจหรือเปล่า ไม่รู้นะ ผมว่า แหมเป็น ผอ.แล้วต้องเป็นให้เต็มภาคภูมิ แล้วไปอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีชื่อเสียง มีกิตติศักดิ์ทิ้งไว้ในสิ่งที่ดีๆ ให้เค้าพูดถึงแต่สิ่งที่ดีๆ นะครับ  ย้ายหมอชาญชัยออก แล้วเอาคนที่มา คนเดิมอีกนะ ไปลากมาจากจันทบุรีนะ โอ้โห คนที่ต้องตอบมากๆเลย ก็คือท่านปลัดนี้แหละ
......................................................................................

11
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เลี่ยงตอบกรณีโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์การนั่งกินข้าวกับคณะบนโต๊ะอาหาร ที่ไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม แจงตั้งกรรมการตรวจสอบขั้นตอนโยกย้าย 'ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น' ชี้พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสั้นๆ ถึงกรณี การโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งตอนนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขั้นตอนการโยกย้าย ไม่มีการใช้ความสนิทสนมในเรื่องนี้ พร้อมขอเวลาในการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเกิดจากกรณีที่มีการตั้งกรรมการสอบ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น กรณีมีผู้ร้องเรียนผ่านบัตรสนเท่ห์ ว่ารับเงินจากบริษัทยา 5 เปอร์เซ็นต์ เข้ากองทุน รพ.ขอนแก่น เป็นเหตุให้บุคลากรสาธารณสุขที่จังหวัดขอนแก่น แห่ขึ้นป้าย "save หมอชาญชัย" และร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เพื่อขอความเป็นธรรม

Jun 4, 2020
http://www.voicetv.co.th/read/_M5vKt_tn

12

คม ชัด ลึก
ปลัดแจงแล้วทำไมถึงย้าย หมอชาญชัย 2 รอบ
NationTV22  3 มิย 2563
ผู้สัมภาษณ์-         คุณหมอชาญชัยบอกว่ากระบวนการ ขั้นตอนกรรมการสอบวินัยไม่น่าจะไว้วางใจเท่าไหร่
ปลัดกระทรวงฯ-    กระบวนการเริ่มจากมีผู้ร้องเรียนกล่าวหา และมีหลักฐานว่าคุณหมอชาญชัยมีการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง รับเงินจากบริษัทยา เอาเข้ากองทุน ซึ่งผิดระเบียบของ ปปช. ที่เสนอนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 กย(2560) ...ไม่ใช่ว่ามีข้อร้องเรียนกล่าวโทษแล้วจะถือว่าผิด มีการตั้งกรรมการเพื่อสืบข้อเท็จจริง(*) ตั้งแต่เดือนตุลาคมเมื่อปีที่แล้ว รวบรวมข้อมูลจากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง

ผู้สัมภาษณ์-         ท่านปลัดใช้คำว่า คุณหมอชาญชัยมีพฤติกรรมตามที่ผู้ร้องว่า ฉ้อราษฎร์บังหลวงทุจริต โดยการรับเงินบริจาคเข้ากองทุน  ผมถามตรงนี้ก่อนว่า การรับเงินบริจาคเข้ากองทุนของโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งเราก็รู้ว่ามันมีอยู่จริงๆ คุณหมอชาญชัยก็บอกว่ามีจริง อันนี้ถือว่า ฉ้อราษฏร์บังหลวงเลยหรอ ทั้งๆที่เงินกองทุนนั้นอาจทำผลประโยชน์ให้กับโรงพยาบาล อาจจะนำไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์
ปลัดกระทรวงฯ-    อ้นนี้มีมติคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ 2 กันยายน 2560 มีการชี้แจงจาก ปปช. ห้ามไม่ให้หน่วยงานที่ทำการจัดซื้อทำการหารายได้ในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทนทุก
ประเภทจากบริษัทยาเข้ากองทุนสวัสดิการของสถานพยาบาล ซึ่งมีรายละเอียดว่า การนำส่วนลดส่วนแถมที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างไปเป็นประโยชน์แก่ภาคส่วนอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐในลักษณะ private sector ซึ่งการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเงื่อนไขในการบริจาคเข้ามูลนิธิ กองทุนสวัสดิการ หรือกองทุนอื่นในลักษณะเดียวกัน หรือเป็นประโยชน์กับบุคลากรภาครัฐโดยตรง เป็นระเบียบที่เค้ากำหนดมา

ผู้สัมภาษณ์-          คือตอนนี้เค้ากลัวว่าพอเงินไปถึงกองทุนแล้ว อาจมีหมอ หรือผู้อำนวยการคนไหนมาสั่งจ่ายให้กับพรรคพวก สั่งจ่ายโดยมีเปอร์เซ็นอย่างนั้นหรือเปล่าครับท่านปลัด
ปลัดกระทรวงฯ-    โดยปกติการบริจาค ต้องไม่มีความสัมพันธ์กับการจัดซื้อจัดจ้าง การที่เราซื้อยา หรือซื้ออะไรก็ต้องมุ่งประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก.......ถ้าเผื่อมีบริษัทนี้ บอกว่า ซื้อแล้วผมให้บริจาคเข้ามูลนิธิของคุณหมอ ที่คุณหมอเป็นประธานมูลนิธิ มันก็ทำให้เกิดการจูงใจทำให้เกิดการซื้อยา และอาจทำให้ราคาแพงกว่าราคาทั่วไป และ ประชาชนไม่ได้รับผลประโยชน์ อันนี้ทาง ปปช.จึงมีหนังสือมาในปี 60 ว่า ห้ามไม่ให้รับในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่สัมพันธ์กับยอด ซื้อยาเยอะ แล้วได้บริจาคเยอะ อันนี้ไม่ใช่เฉพาะตัว อย่างเดียว เพราะบางแห่งมีการเข้ามูลนิธิ หรือว่าเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นมาเอง โดยปกติ...โรงพยาบาลต่างๆก็มีระเบียบเรื่องของการบริจาค.......

ผู้สัมภาษณ์-         คนเค้าตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมย้ายคุณหมอ 2 ครั้งแล้วคนที่มาแทนเป็นชื่อเดียวกันทั้ง2ครั้ง เป็นนายแพทย์เกรียงศักดิ์ นี่มันจงเกลียดจังชัง มันเป็นการล้างแค้น หรือเอาคืน   หรือเปล่าครับ
ปลัดกระทรวงฯ-    ปกติการดำรงตำแหน่งเป็นผอ.โรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงพยาบาลทั่วไป เรียกว่าตำแหน่งอำนวยการสูง เราก็จะมีการกำหนด เนื่องจากในสมัยก่อน พอเป็น ผอ.โรงพยาบาลปุ๊บก็อยู่ กัน 4 ปี 5ปี 6ปี บางคนอยู่กันเป็น 10ปี ทำให้เกิดการมีอำนาจ มีบารมีทำให้การบริหารจัดการบางอย่างมีปัญหา ไม่โปร่งใส ไม่มีการกระตุ้นพัฒนา ทีนี้ในสมัยของท่านณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขในสมัยนั้น ได้ออกระเบียบมา ในการเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลในตำแหน่งอำนวยการสูง ให้อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 4 ปี  คือ 4 ปีแล้วทุกคนต้องย้าย การอยู่ควรอยู่อย่างน้อย 2 ปี เพื่อเป็นการพัฒนาโรงพยาบาล  ถามว่าในการย้ายครั้งนั้นคุณหมอชาญชัยอยู่มา3 ปี แล้วก็มีนโยบายเรื่อง อีอีซี ในการพัฒนาทางตะวันออก ตอนนั้นโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ก็เป็นโรงพยาบาลที่มีโรงเรียนแพทย์ คณะแพทย์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจะทำเป็นศูนย์มะเร็ง ซึ่งคุณหมอชาญชัยก็เป็นคนมีความรู้มีความสามารถซึ่งเราก็เห็นว่าเป็นการย้ายในระนาบเดียวกัน.......

ผู้สัมภาษณ์-         คิดว่าเหมาะสม แต่ก็โดนประท้วงใช่ไหมครับ ทีนี้ครั้งแรกผ่านไป ครั้งที่สอง เหมือนกับว่าย้าย แล้วเอาคนเดิมมานั่งอีก
ปลัดกระทรวงฯ-    ตามนโยบายของผมนะครับ คือ เรามองว่า การบริหาร เนื่องจากเราพัฒนาเป็นเขตสุขภาพ การบริหารที่ดี คิดว่า ให้อำนาจการบริหารในเขต เช่น บุคลากร เรื่องคน เพราะฉะนั้นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากร ควรจะต้องให้อยู่ในเขตเดียวกัน เพื่อให้เกิดการทำงานต่อเนื่อง และเป็นวัฒนธรรม แล้วก็เป็นการเตรียมพร้อม ตอนนั้นเป็นนโยบาย
ของท่านปลัดณรงค์ สหเมธาพัฒน์ เรียกว่าเขตสุขภาพ การบริหาร ก็คือ การเลื่อนตำแหน่ง จาก ผอ.รพ.ต่างๆขึ้นมา ก็จะพยายามเลื่อนให้อยู่ในเขตเดียวกัน(1)

ผู้สัมภาษณ์-         ว่ากันว่าในโลกโซเชียล บอกว่า คุณหมอชาญชัยไปขวางทางมาเฟียในกระทรวงสาธารณสุขจริงไหม เลยต้องโดน
ปลัดกระทรวงฯ-    มันไม่มีมาเฟียในกระทรวงสาธารณสุขนะครับ
ผู้สัมภาษณ์-         มันมีก๊กก๊วนต่างๆจริงไหมท่านปลัด
ปลัดกระทรวงฯ-    จริงๆ  ปัจจุบันนี้ ไม่มีก๊กก๊วนนะครับ ทุกคนทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย มันก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการ มีการสอบถูกต้องตามระเบียบของกระทรวง อย่างเช่นตอนนี้กำลังจะสอบ ผอ.ใหม่ เพื่อทดแทนการเกษียณอายุราชการ ก็มีการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบทั้งผู้บริหาร ตัวแทนเขต ตัวแทน  ชมรมโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ตัวแทนชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด...

ผู้สัมภาษณ์-         คุณหมอชาญชัยบอกว่าพร้อมที่เข้าสู่การบวนการตรวจสอบ แต่รู้สึกว่าจะโดนแรงเกินไป ตัวเองไม่ได้ทุจริตใดๆ และที่สำคัญที่สุดผู้ที่สอบยังไม่ได้ ฟังพยาน ไม่ได้ฟังคนที่ลงนามได้ ไม่ดูบัญชีบริจาค ไม่ได้ดูความถูกต้องของกองทุนเลย อยากจะขอเปลี่ยนคณะกรรมการสอบพอจะได้ไหมครับ
ปลัดกระทรวงฯ-    การแต่งตั้ง(คณะกรรมการ)มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ เมื่อมีคนร้อง เราก็ต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง คือ ดูเนื้อหา ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก็ได้สอบ พยานไป 12 ปาก 7 เอกสาร โดยเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มีความเห็นว่า เรื่องนี้มีมูล ว่ามีการกระทำเช่นนี้จริงตามข้อกล่าวหา ก็ได้เสนอขึ้นมา นี่คือกระบวนการปกติ......  เราก็ตั้งกรรมการสอบวินัย (**) ตามมูล
ผู้สัมภาษณ์-          ตรงนี้แหละ เปลี่ยนได้หรือไม่ กรรมการสอบวินัย
ปลัดกระทรวงฯ-    จริงๆแล้ว ถ้าคุณหมอชาญชัยไม่สบายใจ เราก็ยินดีนะครับ เพราะว่าจริงๆถ้าผู้ถูกร้อง อันนี้มันไม่ได้เป็นความลับ เป็นเรื่องเปิดเผย เพราะฉะนั้นการตั้งกรรมการทั้งหมด ก็ต้องส่งชื่อให้ผู้ถูกกล่าวหา พิจารณาดูชื่อ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาเห็นว่าชื่อนี้ไม่สบายใจ คิดว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็เสนอมา เราก็สามารถเปลี่ยนได้ เราก็พิจารณาแล้ว
จริงๆแล้ว ผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นประธาน ก็เป็นคนที่มีความสามารถ ตอนนี้ท่านดูแลเขตสุขภาพที่ 6 ภาคตะวันออก.... ท่านก็มาแจ้งกับผม ท่านขณะนี้รับภารกิจเพื่อประเทศ ชาติมาก ประกอบกับคุณหมอชาญชัยไม่สบายใจ ท่านก็ยินดีที่จะขอลาออกด้วยตัวเอง ไม่ต้องคัดค้าน(2) แล้วจะตั้งคนอื่นมา ท่านก็บอกว่า จริงๆแล้วท่านก็งานเยอะมาก  แล้วจริงๆ ก็มาตามคิวเท่านั้นเอง(3)  ทีนี้ผมก็จะเปลี่ยนคนให้นะครับ
https://www.youtube.com/watch?v=T0YHOH5-df0
................................................................................
(1) โรงพยาบาลขอนแก่น  อยู่ในเขตสุขภาพที่ 7(ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด)   
     โรงพยาบาลพระปกเกล้า อยู่ในเขตสุขภาพที่ 6(สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี สระแก้ว)
     อยู่คนละเขตกัน

(2) นายแพทย์ชาญชัยทำหนังสือคัดค้านไปนานแล้ว

(3) คิวประธานคณะกรรมการสอบวินัย เป็นคิวของผู้ตรวจราชการเขต 5 (ไม่ใช่เขต 6)

 * คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายอภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศน์ เขตสุขภาพที่6
นายเสมอ กาฬภักดี นิติกรชำนาญการพิเศษ
นายสุจินต์ สิริอภัย นิติกรชำนาญการ
นางสาวสุชาฎา วรินทร์เวช นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ
นายวินัย คณาศรี นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ปฏิบัติการ

** คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
นายสุเทพ เพชรมาก เป็นประธาน
นางอรชร สายแผลก เป็นกรรมการ
นายไวพจน์ แสนใจธรรม เป็นกรรมการ และเลขานุการ
นายอชิระวิชญ์ สุดขาว เป็นผู้ช่วยเลขานุการ



13


                                          แถลงการณ์สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ
                                                                       ๑  มิถุนายน  ๒๕๖๓
                          จากกรณีที่คณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลขอนแก่น ได้ทำหนังสือขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเป็นธรรม
 
 
                       สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้หลักธรรมาภิบาลโดยเฉพาะหลักคุณธรรม และความโปร่งใสในการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีคำครหาว่า การพิจารณาคำร้องเรียนตามบัตรสนเท่ห์นี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม เพื่ออำนาจของคนบางคนที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และประชาชนแต่อย่างใด
                      สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯขอเรียกร้องให้องค์กรแพทย์ทั่วประเทศสนับสนุน และให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อให้เพื่อนๆของเราได้ปฏิบัติงานดูแลรักษาประชาชนในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณธรรมและมีหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….



14
ดื่มแอลกอฮอล์แค่ไหนดี? No Safe Level of Alcohol

คนเราดื่มแอลกอฮอล์มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เหตุผลในการดื่มสำคัญๆ คือ ช่วยให้ผ่อนคลายลดความเครียด และช่วยในการเข้าสังคม แต่แอลกอฮอล์ก็ถือว่าเป็นยาเสพติดมีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มีผลเสียต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อสังคม
ดื่มแอลกอฮอล์แค่ไหนดี? ผลการวิจัยใหม่พบว่า “ไม่ดื่ม” ดีที่สุด “No Safe Level of Alcohol”



ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19นี้ มีข่าวเกี่ยวกับ”แอลกอฮอล์” 2 ข่าวใหญ่ คือ การขาดแคลนแอลกอฮอล์(ฆ่าเชื้อ)* หาซื้อยาก และราคาสูงขึ้น กับข่าวการประกาศงดจำหน่าย(เครื่องดื่ม)แอลกอฮอล์ ทั่วประเทศ แอลกอฮอล์ในทั้ง2ข่าว คือ เอทิลแอลกอฮอล์ Ethyl Alcohol (Ethanol) ตัวเดียวกัน หลายคนอาจสงสัยว่า ใช่ตัวเดียวกันหรอ? เพราะ(เอทิล)แอลกอฮอล์ที่ใช้ในฆ่าเชื้อราคาถูก กว่า (เอทิล)แอลกอฮอล์(เครื่องดื่ม)มากมายหลายเท่า เอทิลแอลกอฮอล์ได้จากการหมักแป้ง/น้ำตาลด้วยยีสต์ เมื่อจะนำเอาเอทิลแอลกอฮอล์ มาใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค(ใช้ภายนอกร่างกาย) จะมีการบังคับให้ผู้ผลิตแปลงสภาพแอลกอฮอล์เสียก่อน (denatured alcohol) เพื่อไม่ให้นำไปดื่มกินได้ ด้วยการเติมสาร เติมสี ให้มีรสขมจัด** และมีกลิ่นไม่น่าชวนดื่ม
ส่วนการนำเอา(เอทิล)แอลกอฮอล์ไปทำเครื่องดื่ม ผู้ผลิตก็จะนำไปปรุงแต่ง นำไปบ่ม(บางชนิดหลายสิบปี)ให้มีรสชาติกลมกล่อม มีกลิ่นชวนดื่มชวนกิน แต่ก็เป็นเอทิลแอลกอฮอล์ตัวเดียวกัน มีคุณสมบัติเหมือนกัน (ติดไฟ ฆ่าเชื้อโรคได้ ทำให้เมาได้...)



WHO องค์การอนามัยโลก(ภาคพื้นยุโรป)***ได้อ้างอิงผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ชื่อดัง The Lancet ในปี 2018 ว่า การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่ามากน้อยแค่ไหนก็ไม่ดีต่อสุขภาพ “There is no safe level of alcohol” ซึ่งเป็นการล้มล้างความเชื่อเดิมที่ว่า การดื่มแอลกอฮอล์พอประมาณ(Moderate drinking) ดีต่อสุขภาพ หรือดื่มไวน์แดงวันละแก้วอายุยืนกว่า ซึ่งสื่อดังๆในตะวันตกหลายสำนัก เล่นข่าวนี้กันอย่างคึกโครมในช่วงนั้น เพราะเหมือนเป็นการหักมุมเลยเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์



งานวิจัยที่ว่านี้ ชื่อยาวหน่อย “Alcohol use and burden for 195 countries and territories, 1990–2016: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2016” โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสถาบัน”บิลและเมลินดา เกตส์” เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจาก 195 ประเทศ ในช่วงปี 1990 ถึง 2016 โดยวิเคราะห์ผลของการดื่มแอลกอฮอล์(ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใด) โดยประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในภาพรวมของ 23 โรค/ปัญหาสุขภาพ ทั้งโรคหลอดเลือดและหัวใจ(Cardiovascular diseases), โรคมะเร็ง(Cancers)และโรคไม่ติดต่ออื่นๆ(Noncommunicable diseases), โรคติดเชื้อ(Communicable diseases) , การบาดเจ็บจากความรุนแรง(Intentional /Unintentional injuries) รวมทั้งอุบัติเหตุด้วย (transportation-related injuries) พบว่า “ความเสี่ยงของการเสียชีวิต(จากทุกสาเหตุ) และการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น ตามปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาณการดื่มที่จะลดการสูญเสีย คือ ศูนย์ (ไม่ดื่ม) “


เป็นที่ยอมรับและรับรู้กันดีว่า รังสีชนิดต่างๆ, การสูบบุหรี่, อะฟลาท็อกซินสารพิษจากเชื้อราในถั่ว/ธัญพืช, เชื้อไวรัสตับอักเสบบี และ...ทำให้เกิดมะเร็งได้ แอลกอฮอล์ ก็ถูกจัดให้เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง(Carcinogen) ตั้งแต่ปี 1988 โดยองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยด้านมะเร็ง(IARC-International Agency for Research on Cancer) แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม1กลุ่ม(Group1 : Carcinogenic to Human) เป็นกลุ่มที่มีหลักฐานทางการแพทย์แน่ชัด
สถาบันวิจัยด้านมะเร็งของอเมริกา (American Institute for Cancer Research) ก็ให้คำแนะนำไว้ว่า “สำหรับการป้องกันโรคมะเร็งแล้ว ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยดีที่สุด”
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกา (CDC-Centers of Disease Control and Prevention) ก็แนะนำประชาชนชาวอเมริกาว่า “ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งก็ลดลง”

บทส่งท้าย
-เรื่องการดื่มแอลกอฮอล์คงยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันไปอีกนาน
-อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลประโยชน์มหาศาล
-หากไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์มาก่อน ก็ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์/ด้านสุขภาพ ที่จะเริ่มต้นดื่ม
-ถ้าเป็นนักดื่มอยู่แล้ว และสุขภาพยังดีอยู่ ดื่มน้อย ก็เสี่ยงน้อย
…...……............………………..
* แอลกอฮอล์อีกชนิดที่นำมาใช้ในการฆ่าเชื้อด้วย คือ Isopropyl alcohol
** ส่วนใหญ่ใช้สารที่ขมที่สุดในโลก (กินเนสส์บุ๊ค ลงสถิติเอาไว้) คือ Denatonium Benzoate (Bitrex)
***ภาคพื้นยุโรปมีการดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด

https://www.facebook.com/praditc/posts/3128931417158145

15
กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ทำจดหมายเปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่” ค้านตัดงบบัตรทองและ สธ. กว่า 3 พันล้านบาท ไปใช้จ่ายเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19

วันนี้ (23 เม.ย.) กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ทำจดหมายเปิดผนึกค้านการตัดงบบัตรทองและงบสาธารณสุข ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า ตามที่การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบผลการพิจารณาโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ซึ่งจะนำมาจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... ในกรอบวงเงิน 100,395 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือเยียวยา และบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ ปัญหาภัยพิบัติ ภัยแล้ง อุทกภัย ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นอื่นนั้น ปรากฏว่า ในรายละเอียดของงบประมาณที่จะโอนมาอยู่ในร่าง พ.ร.บ.โอนงบดังกล่าวได้มีมติเห็นชอบตัดงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรืองบ “บัตรทอง” จำนวน 2,400 ล้านบาทและงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข 938.4 ล้านบาทนั้น

พวกเรา กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เป็นประชาชนที่รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนให้เกิดรัฐสวัสดิการและมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพให้มีความยั่งยืนมาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ขอคัดค้านมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยเฉพาะการตัดงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ งบบัตรทอง และงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ งบบัตรทอง จำนวน 2,400 ล้านบาท คือ เงินในส่วนที่เรียกว่า ค่าบริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 49 ล้านคน ถือเป็นงบกองทุนรักษาพยาบาล เป็นลักษณะรายจ่ายประจำที่เป็นไปเพื่อการจัดสวัสดิการแห่งรัฐ หรือค่าใช้จ่ายรายหัวตามสิทธิพื้นฐานจากการบริการของรัฐที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน อันเป็นหลักการสำคัญที่จะไม่นำงบประมาณรายจ่ายส่วนนี้ไปจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ขณะที่งบประมาณกระทรวงสาธารณสุข 938.4 ล้านบาท งบลงทุนซ่อม-สร้างอาคาร ห้องพักผู้ป่วย ห้องพักเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลในต่างจังหวัด ไม่ใช่งบประมาณค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ การจ้างที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ หรืองบบริหาร ซึ่งหากมีการดึงงบประมาณส่วนนี้ไป ย่อมส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศและคุณภาพในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยโดยรวม


X
 


2. ภายใต้วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโครานาสายพันธุ์ใหม่นี้ อาจดูเหมือนว่า ประชาชนมารับการรักษาพยาบาลตามหน่วยบริการต่างๆ น้อยลง แต่นั่นเป็นเพราะประชาชนได้รับคำแนะนำให้ชะลอการเข้ามารับการรักษาพยาบาล อีกทั้งโรงพยาบาลต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดความแออัดของหน่วยบริการเพื่อให้รองรับกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีที่สุด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ภาระโรค หรือภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนจะลดน้อยลงไป หากงบประมาณด้านรักษาพยาบาลถูกปรับลดลง จะสร้างภาระด้านการเงิน เพิ่มภาระการบริหารจัดการภายใน จะส่งผลต่อภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลประชาชนในภาพรวมอย่างแน่นอน ดังนั้น แม้คณะรัฐมนตรีจะเตรียมงบประมาณสนับสนุนการรักษาพยาบาลโควิด-19 ก็ไม่พึงตัดลบงบประมาณกองทุนบัตรทองและค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ

ดังนั้น พวกเราในนามกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ขอเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีทบทวนรายละเอียดดังกล่าว โดยยกเลิกการตัดงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2,400 ล้านบาทและงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข 938.4 ล้านบาทไปจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย และขอให้การใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ ตาม พ.ร.บ.โอนเงินฯ และ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับเป็นไปอย่างเปิดเผยโปร่งใส เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดินเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แม้จะเป็นการใช้จ่ายอย่างเร่งด่วนในภาวะวิกฤตก็ตาม
 23 เม.ย. 2563    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

หน้า: [1] 2 3 ... 384