แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - story

หน้า: [1] 2 3 ... 385
1
ร่วมเวทีเสวนาถกปัญหาความรุนแรงในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แลกเปลี่ยนแนวคิดกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสาธารณสุข รวมทั้ง พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ ชาญสมร ผอ.รพ.วิภารามชัยปราการ นพ.พิพัฒน์ พงศ์รัตนามาน ผอ.รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ที่เพิ่งเกิดเหตุล่าสุด และผู้เกี่ยวข้อง

สรุปสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากคู่กรณีทะเลาะวิวาทบาดเจ็บแล้วถูกส่งตัวมารักษาที่สถานพยาบาลเดียวกัน มีเพื่อนหรือญาติที่มารอคนเจ็บทั้งสองฝ่าย เปิดศึกกันอีกรอบในห้องฉุกเฉิน หรือไม่ก็คู่กรณีอีกฝ่ายตามมา “ล้างแค้น” ทำร้ายร่างกาย

แนวทางแก้ไขปัญหา ที่ประชุมเสนอการป้องกันด้วยการ “ทำแผนเผชิญเหตุ” แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ และประชาชนที่มารับบริการ ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรในการรับมือ

ควรจำลองเหตุการณ์เพื่อซักซ้อมการปฏิบัติให้เกิดความคุ้นชินสม่ำเสมอ จะได้ลดความประหม่าเมื่อเกิดเหตุจริง

ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเหตุและแจ้งเหตุ อาทิ กล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมพื้นที่ กริ่งฉุกเฉินสายตรงสถานีตำรวจใกล้เคียง กำหนดจุดตรวจ “ตู้แดง” ที่มีความเสี่ยงให้ตำรวจสลับหมุนเวียนเข้าไปตรวจ

หากสถานพยาบาลได้รับแจ้งเหตุมีผู้ป่วยทะเลาะวิวาทส่งตัวมารักษาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า จะเกิดความรุนแรงบานปลายตามมา ต้องกำหนดจุดปลอดภัย จุดห้ามเข้าด้วยความรวดเร็วสกัดกลุ่มคนที่ติดตาม

กดสัญญาณกริ่งฉุกเฉิน โทร.สายด่วน 191 และโทร.เบอร์ตรงสถานีตำรวจมาระงับเหตุได้ทันท่วงที

เมื่อความรุนแรงยุติลงแล้ว การรักษาที่เกิดเหตุมีความจำเป็นและสำคัญมาก ห้ามทุกคนเข้าไปจับต้อง หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของเป็นอันขาด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เก็บหลักฐานต่างๆ นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด

https://www.thairath.co.th/news/local/central/1903324

2
แม่ร้อง “ทนายรณรงค์” หมอ รพ.อุดรธานี วินิจฉัยโรคลูกสาวผิดพลาด ไม่ยอมรอผลตรวจชิ้นเนื้อ สุดท้ายไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่กลับผ่าตัดหั่นมดลูกพร้อมรังไข่ทิ้ง ลั่นถ้าเป็นไปได้อยากขอค่าเสียหาย 10 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ต.ค.62 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.วรรณรี แสนชาติ อายุ 56 ปี ชาว จ.อุดรธานี หอบหลักฐานเดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอคำปรึกษาและหาแนวทางในการเรียกร้องค่าเสียหาย จากกรณีที่ น.ส.ศินวพร หอมกลาง อายุ 34 ปี ลูกสาวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอุดรธานี เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.61 มีอาการปวดท้อง ถ่ายอุจจาระไม่ออก ทานอาหารไม่ได้ อาเจียน

จากนั้นเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.61 เวลา 05.30 น. แพทย์ได้ทำการผ่าตัดฉุกเฉิน เนื่องจากวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ต้องเปิดหน้าท้องเป็นแผลยาวประมาณ 12 นิ้ว ผ่าตัดมดลูกพร้อมรังไข่ทิ้ง และเปิดทวารตรงหน้าท้อง พร้อมนำชิ้นเนื้อไปตรวจ เปลี่ยนทางเดินไตใหม่ หลังผ่าตัดผ่านไป 1 สัปดาห์ แพทย์แจ้งผลตรวจชิ้นเนื้อว่าไม่พบมะเร็ง ทำให้ผู้เสียหายปัจจุบันสภาพร่างกายไม่ปกติ ไม่สามารถทำงานได้ ต้องพบแพทย์ประจำเพื่อรับฮอร์โมนและตรวจร่างกาย

น.ส.วรรณรี กล่าวว่า เรื่องนี้เคยไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว และทางกระทรวงสาธารณสุขได้จ่ายค่าเยียวยาเป็นจำนวนเงิน 240,000 บาท ตาม ม.41 ของ สปสช. แต่ความเสียหายของลูกสาวที่เคยทำงานเป็นครูโรงเรียนเอกชน รายได้เดือนละกว่า 20,000 บาทหายไป ตอนนี้ลูกสาวทำงานไม่ได้ ร่างกายได้รับผลกระทบหลายอย่าง ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลประจำ เส้นประสาทหูรูดเสื่อม ความเสียหายตีค่า

“ตนได้ไปขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ซึ่งกองทุนยุติธรรมตอบรับมาแล้ว ตนเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่มีความรู้จึงมาปรึกษาทนายเพื่อหาช่องทางในการเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มจากทางโรงพยาบาล สำหรับลูกสาวคนนี้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อทำงานไม่ได้ครอบครัวก็ได้รับความเดือดร้อน”

ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า คดีนี้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าโรงพยาบาล หรือหมอประมาทเลินเล่อ ก็น่าจะได้ค่าเยียวยาเยอะพอสมควร ต้องให้ทนายฟ้องสถานพยาบาล แต่ก็จะยากหน่อย หรือจ้างทนายฟ้องโดยตรงต่อศาล แต่เนื่องจากผู้เสียหายไม่มีทุนทรัพย์ จึงแนะนำให้ใช้ทนายจากกองทุนยุติธรรม หรือสภาทนายความ และต้องรีบดำเนินการเพราะคดีเหลืออายุความอีกแค่สองเดือนเท่านั้น.


ไทยรัฐออนไลน์  10 ต.ค. 2562

3
ภรรยาปล่อยโฮเกินจะกั้น พาสามีไปโรงพยาบาล เพราะมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย ด้านหมอโรงพยาบาลดังบอกว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ แล้วส่งกลับบ้าน กลับถึงบ้านชั่วโมงเดียว สามีน้ำลายฟูมปาก ต้องพาลูกมาช่วยปั๊มหัวใจ แต่ไม่ทัน เสียชีวิต ด้าน รพ. มีพิรุธ ไม่ให้คัดเลขทะเบียน วอนรับผิดชอบด้วย ที่บ้านขาดเสาหลักไปแล้ว

จากกรณี นางกิ่งกาญจน์ หมื่นหาญ ภรรยา นายศุภชัย อธิภาคย์ ผู้จัดการวิศวกรไฟฟ้าบริษัทเอกชน พร้อมบุตรชาย ร้องกองปราบ อยากให้ดำเนินคดีกับแพทย์ รพ. เอกชนชื่อดัง หลังวินิจฉัยโรคผิดพลาด จากโรคหัวใจตีบเป็นโรคกระเพาะ เป็นเหตุให้สามีเสียชีวิตอนาถ 

          ล่าสุด รายการโหนกระแสวันที่ 15 ตุลาคม โดย หมวย อริศรา กำธรเจริญ ดำเนินรายการแทน หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ นางกิ่งกาญจน์ ที่มาพร้อมกับ นายอดิศักดิ์ อธิภาคย์ ทนายความ

ให้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ?
          ทนาย : รพ. ชื่อดังย่านประชาชื่น บอกว่าเป็นโรคกระเพาะ ในวันที่ 6 ตุลาคม เวลาประมาณ 4 ทุ่ม แต่ 1 ชม. เสียชีวิตตอนเที่ยงคืน โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต นิติวิทยาศาสตร์ วินิจฉัยว่าเสียชีวิตเพราะเส้นเลือดหัวใจตีบ"

อยากให้เล่าอาการป่วยของสามี ?
          กิ่งกาญจน์ : วันนั้นสามีมีอาการเจ็บหน้าอกด้านซ้าย และเจ็บที่ต้นแขนซ้าย มีอาการแขนอ่อนแรง หายใจไม่ค่อยออก หนาว มีเหงื่อออก เราก็ไปโรงพยาบาลสักสองทุ่มครึ่ง หนูเป็นคนขับรถไป สามีนั่ง พอถึงโรงพยาบาลเขาก็เดินลงไปติดต่อเจ้าหน้าที่ พอขึ้นมา ยังเจอสามียังนั่งรอด้านหน้าอยู่ ก็ถามเจ้าหน้าที่ว่า สามีเจ็บหน้าอกข้างซ้ายมานะคะ ยังไม่ได้ตรวจเหรอ สักพักเขาก็เรียกเข้าไปด้านใน พอเข้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลซักประวัติ เราก็บอกว่าเขาเจ็บหน้าอกด้านซ้าย เจ็บมาที่ต้นแขนซ้าย แขนไม่ค่อยมีแรง หายใจไม่สะดวกเหมือนที่เคยหายใจ มีอาการเหงื่อออก บอกพยาบาลไปแบบนี้ เขาก็ให้กิ่งออกมารอข้างนอกห้องฉุกเฉิน หลังจากนั้นตอนสามทุ่มครึ่ง สามีไลน์มาบอกว่าเขาฉีดยาลดกรดให้ ให้นอนรออาการ 1 ชม.

ผ่านการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคกระเพาะ ?
          กิ่งกาญจน์ : ค่ะ สามีเพิ่งมีอาการแบบนี้แบบแรกโรคกระเพาะ ไม่เคยเป็นนะคะ ตอนออกจากห้องฉุกเฉิน ก็ถามสามีว่า สรุปหมอบอกว่าเป็นอะไร เขาบอกว่าที่เสียดหน้าอก เพราะเสียดมาจากกระเพาะอาหาร ทำให้แน่นมาถึงหน้าอก เขาก็เลยฉีดยาลดกรดให้ บอกว่าให้กลับบ้าน เดี๋ยวก็ดีเอง หนูกับสามีก็โล่งใจว่าอาการที่เราคิดว่าเป็นเกี่ยวกับหัวใจ มันไม่ใช่ ก็เบาใจ ก็รับยาและกลับบ้าน ปกติสามีรักษาที่นี่ประจำค่ะ แต่กับหมอคนนี้ยังไม่เคยเจอกัน เพราะเป็นหมอห้องฉุกเฉิน

กลับไปถึงบ้านดีขึ้นไหม ?
          กิ่งกาญจน์ : ไม่ดีขึ้นค่ะ เขาก็นอนจนถึงเที่ยงคืน ได้ยินเหมือนเขานอนกรนก็หันมาดู ปรากฏว่ามีน้ำลายฟูมปาก ตาเหลือก เหมือนไม่หายใจ เลยให้ลูกไปเรียก รปภ. และ 1669 ช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่ 1669 กว่าจะมาก็ปาไปครึ่งชม. แล้ว สุดท้ายก็เสียชีวิตแล้ว

คืนนั้นปั๊มหัวใจสามี ?
          กิ่งกาญจน์ : ลูกชายค่ะ มีลูกคนเดียวอายุ 13 ลูกทำแบบที่เขาเข้าใจว่ากดตรงนี้และ 1669 บอกว่าต้องทำยังไง เขาบอกว่าให้ทำ 30 ครั้งจนกว่าเขาจะมา ปั๊มเท่าไหร่เขาก็ไม่ฟื้นค่ะ เสียชีวิตที่บ้านหลังกลับมาได้แค่ชั่วโมงเดียว

ได้ไปโรงพยาบาลที่รักษาก่อนหน้านี้ไหม ?
          กิ่งกาญจน์ : ไม่ได้ติดต่อกลับไป แต่วันรุ่งขึ้นไปขอเวชระเบียนในการรักษา ทั้งหมดเกิดเร็วมากค่ะ

สามีอายุเท่าไหร่ ?
          กิ่งกาญจน์ : 45 ปีค่ะ ไม่มีโรคประจำตัว รักษาแค่โรคคอเลสเตอรอล สามีไม่เคยบอกว่าเป็นโรคหัวใจ

สงสัยอะไรกับทางโรงพยาบาล ?
          กิ่งกาญจน์ : คือเขาวินิจฉัยมาว่าจุกเสียดมาจากกระเพาะอาหาร แต่เสียชีวิตเพราะหัวใจตีบ ถ้าแพทย์รักษาได้ถูกต้อง สามีคงไม่ตาย เพราะเดินไปบอกคุณหมอได้ ถ้าวินิจฉัยถูกต้อง จะรักษาไปทางโรคหัวใจ แต่นี่แค่ฉีดยาให้ แล้วให้กลับไปบ้าน ไม่ได้รักษาเกี่ยวกับโรคหัวใจเลย วันนั้นกะว่าให้นอนรอดูอาการที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว เพราะกลับบ้านไปจะฉุกละหุก แต่เขาให้ฉีดยาแล้วกลับบ้าน ตอนไปรักษายังเดินไปรักษาได้เลย

วินาทีช่วยกันปั๊มหัวใจ แล้วปั๊มไม่ขึ้น ?
          กิ่งกาญจน์ : อยากให้เป็นความฝัน แต่ยังไงก็ไม่ใช่ (ร้องไห้) เขาไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้ เรียกยังไงก็ไม่กลับมาหาเราอีกแล้ว มันติดตาลูก ติดตาภรรยา ทำให้เราเสียเขาโดยเราตั้งตัวไม่อยู่ เพราะก่อนหน้านี้เราก็ยังทำกิจกรรมร่วมกันอยู่ในทุก ๆ วัน เพิ่งพาไปหาหมอกลับมานอนใกล้ ๆ กัน แต่แค่ชั่วโมงเดียวเขาก็ไม่หายใจ ไม่ได้บอกลา ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย (ร้องไห้) เขากลับมานอนเลย เราไม่ได้คุยอะไรกันเลย หนูเจอเขาเป็นแบบนั้นเลย น้ำลายฟูมปาก ตาเหลือก ไม่ได้คุยอะไรกันเลย เหมือนมาแล้วเราก็นอนพักผ่อนที่บ้าน (ร้องไห้) ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้

สามีคือเสาหลักครอบครัว ?
          กิ่งกาญจน์ : ใช่ค่ะ ที่ผ่านมาสามีให้กิ่งเป็นแม่บ้านดูแลลูก ขับรถไปรับไปส่งลูก พาลูกไปเรียนพิเศษ แต่หลังจากนี้ไม่มีเขา (ร้องไห้) ครอบครัวเราจะอยู่ยังไงก็ยังไม่รู้เลย แล้วมีพ่อแม่เขาอีก อายุ 70 กว่าทั้งสองคนเลย

ทนายมีข้อมูลเพิ่มไหม ?
          ทนาย : วันที่ 8 ประมาณ 9 โมงเช้าขอไปคัดเวชระเบียน โรงพยาบาลชื่อดังย่านประชาชื่นโรงพยาบาลถามว่า ทำไมเจ้าตัวไม่มาเอง ผมก็แจ้งว่าเจ้าตัวเสียชีวิต เขาก็ขอดูใบมรณบัตร ใบรับรองการตาย ปรากฏว่าโรงพยาบาลเขาก็เปิดคอมพิวเตอร์ดูว่าตายได้ยังไง เพิ่งมารักษา เขาก็ไม่ให้คัด เจ้าหน้าที่บอกว่าหมอคนนี้เพิ่งมาใหม่ เพิ่งจบ มาห้องฉุกเฉินเป็นแพทย์หญิง เพิ่งจบปีนี้ เป็นพาร์ทไทม์หรือเปล่าเราก็ไม่รู้ ไม่มีหมออาวุโส ตอนนี้เขาอ้างว่ามีการเอกซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้า อะไรมากมาย แต่ใบรับรองแพทย์ไม่มีอะไรเลย ตอนนี้มีการเปิดเผยข้อมูลผ่าน สปส. ว่ามีการเอกซเรย์หน้าอก ทำโน่นทำนี่มากมาย แล้วผมถามว่า ทำไมไม่มีอะไรลงในใบรับรองแพทย์

ใครเป็นคนเอกซเรย์ ?
          ทนาย : ข้อมูลอยู่ที่ สบส. คร่าวๆ  ว่า สบส. ไปเอามาจากโรงพยาบาล โรงพยาบาลยืนยันว่ามี ผมก็ยังงงว่ามีได้ไง ผมจะไปขอข้อมูลตรงนี้จากโรงพยาบาลเลย ซึ่งผมทำหนังสือไปขอจากทางโรงพยาบาล ให้มายืนยันว่าหมอตรวจจริงหรือเปล่า

ขอเอกสารเหล่านี้นานไหม ?
          ทนาย : เวชระเบียนขอได้เลยแต่โรงพยาบาลปฏิเสธไม่ให้จริง ๆ ขอต้องได้วันนั้นเลย แต่โรงพยาบาลบอกว่าเป็นระเบียบ โรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ได้ กล้องวงจรปิดต่าง ๆ ต้องขอ ถามว่าได้ยากไหม ตามหลักมนุษยชน ต้องได้ แต่โรงพยาบาลจะให้หรือไม่ได้ ก็ตอบไม่ได้ ต้องถามผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่าให้ได้ไหม จริง ๆ ผมมองว่ามันไม่ใช่ความลับอะไร มันเป็นสิทธิ์คนไข้ เพื่อนำมาพิจารณา ดำเนินการต่อไปโรงพยาบาล ควรให้แต่เป็นดุลยพินิจโรงพยาบาล

โรงพยาบาลติดต่อมาทางคุณกิ่งไหม ?
          กิ่งกาญจน์ : ไม่เลยค่ะ พวงหรีดสักพวงก็ไม่มี
 
สามีเป็นเสาหลัก ที่ผ่านมาคุณกิ่งดูแลลูกอย่งไร ?
          กิ่งกาญจน์ : ใช่ค่ะ (ร้องไห้) ลูกผูกพันกับพ่อมาก หลังจากนี้ไม่มีอีกแล้ว ที่บ้านเราอยู่กันสามคน ลูกจากเดิมเป็นคนขี้เล่น ตอนนี้เขาก็เงียบ ๆ ไม่รู้ในใจเขาคิดอะไรอยู่ คงคิดถึงพ่อเขา

โอกาสได้รับการชดเชย ?
          ทนาย : วันนี้ทางโรงพยาบาลและแพทย์ไม่แสดงความเสียใจเลย ไม่ติดต่ออะไรเลยก็เป็นเรื่องยาก เราต้องทำทุกวิถีทางให้โรงพยาบาลและแพทย์ออกมายอมรับผิด และชดเชยแก่ผู้เสียหาย เงินเยียวยาก็ต้องมาจากแพทย์ และโรงพยาบาล  ตอนนี้เราแค่ให้เขารับผิดก่อน เพราะเขาบอกว่าเขาทำตามมาตรฐานแล้ว ผมก็งงว่า ในห้องฉุกเฉินมีที่เอกซเรย์เหรอ ก็ต้องขอเอกสารชุดนี้ไปเพื่อประมวลว่ายังไงกันแน่ 10 นาทีเอง หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ มันเร็วเกินไป อาการของเขาหัวใจเจียนจะวายแล้ว ฟังจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีใครปล่อยกลับบ้าน ต้องทำการฉีดสี ผมบอกได้เลยเคสนี้เกิดจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาดของแพทย์ เพราะมีผลจาก รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต ยืนยันการเสียชีวิต ผ่าโดยละเอียดแล้ว ยืนยันว่าเสียชีวิตจากโรคหัวใจตีบ ออกไปชั่วโมงเดียวเสียชีวิตทันที หมอบอกว่าน้ำท่วมปวดแล้ว จะตายอยู่แล้ว คุณส่งเขากลับไปตาย คุณเป็นหมอเป็นโรงพยาบาลบอกว่ามีศูนย์โรคหัวใจ 24 ชม. ฉุกเฉิน แต่คุณส่งคนเป็นโรคหัวใจตีบกลับไปตาย คุณส่งเขากลับไปได้ยังไง ทำไมไม่ฉีดสี ไม่ทำการรักษา

อยากพูดอะไร ?
          กิ่งกาญจน์ : (ร้องไห้) อยากให้เขาออกมารับผิดว่าเขาทำให้สามีต้องเสียชีวิต ออกมาบอกว่าตัวเองผิดหน่อยเถอะ ไม่ใช่ไม่ยอมรับอะไรเลย ไม่ทำผิดอะไรเลย เห็นชีวิตคนเป็นผักเป็นปลา ไม่มีค่าอะไรเลย ชีวิตสามีเขามีความสำคัญกับครอบครัวหนูมาก (ร้องไห้)  ทุกวันนี้ผ่านโรงพยาบาลนี้รู้สึกแย่เพราะใช้บริการอยู่ที่นี่มาตลอด ลูกชายก็คลอดที่นี่
อยากบอกอะไรสามี ?
          กิ่งกาญจน์ : อยากบอกว่าคิดถึงเขามาก ไม่ได้เจอหน้าหลายวันแล้ว (ปล่อยโฮ) อยากบอกว่าจะพยายามให้ถึงที่สุด เขาจะต้องไม่ตายโดยไม่มีใครมารับผิดชอบเรื่องนี้

https://hilight.kapook.com/view/194930

4
   ผอ.รพ.พหลพลพยุหเสนา ยันหนุ่มวัย 20 ปีไม่ได้ตายแล้วฟื้น คาดเป็นอาการหลับลึก เหตุจากร่างกายอ่อนเพลียอย่างหนัก ขณะที่แพทย์จบใหม่ไม่ได้ตรวจอย่างละเอียด ขอโทษทำให้สังคมเข้าใจผิด

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นพ.สมเจตน์ เหล่าลือเกียรติ ผอ.รพ.พหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี กล่าวถึงกรณีนายรเมศ จันทะโก ฟื้นคืนชีพหลังเสียชีวิตจนเป็นข่าวฮือฮา จากการตรวจสอบและสอบถามแพทย์ที่เป็นผู้ลงพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้ทราบว่า แท้จริงแล้ว นายรเมศ ไม่ได้ตายแล้วฟื้นอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการที่แพทย์ ไม่ได้ทำการตรวจสอบร่างกายของนายรเมศอย่างละเอียด เนื่องจากในวันเกิดเหตุ ทางรพ.ได้รับแจ้งจากทางตำรวจและมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ว่า พบศพชายวัย 20 ปีเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำของบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ต.ท่ามะขาม เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ ก็พบกับญาติของนายรเมศ ที่เคยทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลของ รพ.พหลพลพยุหเสนามาก่อน ให้ข้อมูลกับแพทย์ที่ลงพื้นที่ว่า ได้ตรวจชีพจรแล้ว แต่ไม่พบชีพจรของนายรเมศ ประกอบกับแพทย์ที่ลงพื้นที่ เป็นแพทย์จบใหม่ ยังขาดประสบการณ์ จึงไม่ได้ตรวจสอบรูม่านตา และชีพจรอย่างละเอียด ทำแค่เพียงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และตรวจวัดชีพจรเบื้องต้นเท่านั้น จนกระทั่งช่วงที่เจ้าหน้าที่จะย้ายร่างนายรเมศไปเก็บรักษา เจ้าตัวก็ฟื้นคืนสติมาตามที่เป็นข่าวดังกล่าว 

นพ.สมเจตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุที่นายรเมศ มีลักษณะคล้ายกับคนเสียชีวิต หมดสติแน่นิ่งอยู่หลายชั่วโมงนั้น น่าจะมาจากอาการหลับลึก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายของนายรเมศไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ประกอบกับ นายรเมศ เคยมีประวัติการผ่าตัดบายพาสหัวใจทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อรวมเข้ากับการที่นายรเมศทำงานจนดึกและไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการหลับลึกได้ ซึ่งความผิดพลาดของแพทย์ในครั้งนี้ ทางรพ.ขอน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขอโทษที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด หลังจากนี้จะเน้นย้ำแพทย์ผู้ปฏิบัติงานให้ตรวจสอบให้ละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ และทำให้สังคมเข้าใจผิดเหมือนเช่นกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้

https://www.dailynews.co.th/regional/789737

5

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - บุคลากรทางการแพทย์ รพ.ขอนแก่นทนไม่ไหว คดีโกงเงินสวัสดิการ รพ.ขอนแก่นถูกดองนานกว่า 4 ปี ตั้งแต่ปี 58 คดีไม่คืบ บุกยื่นหนังสือ ป.ป.ช.รื้อคดีและเร่งตรวจสอบเอาคนผิดมาลงโทษ เผยเบื้องหลังการโยกย้าย “หมอชาญชัย” ด้วยการยัดข้อหาเอี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว
รวมไปถึงมีการตั้งข้อสงสัยของสังคมอย่างกว้างขวาง ว่าเรื่องดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะโยกย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อํานวยการโรงพยาบาลขอนแก่นคนปัจจุบัน ให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วให้กลุ่มแพทย์ในชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีดังกล่าวมาเป็นผู้อํานวยการแทน เนื่องจากหลักฐานการทุจริตทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลยังคงถูกจัดเก็บภายในโรงพยาบาลขอนแก่น






ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ (9 ก.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดขอนแก่น พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลขอนแก่น พร้อมตัวแทนแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฯ เข้ายื่นหนังสือต่อ ว่าที่ ร้อยตรี สมบูรณ์ หัสดม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้มีการตรวจสอบเรื่องการทุจริตเงินของโรงพยาบาลขอนแก่น เมื่อปี 2558 หลังเรื่องดังกล่าวมีการสอบสวนไปแล้วแต่เรื่องกลับเงียบหายไปเฉยๆ

พญ.กนกวรรณเปิดเผยว่า ทางองค์กรแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ สหสาขาวิชาชีพและหน่วยงานควบคุมภายในโรงพยาบาลขอนแก่น มีความรู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีทุจริตซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อโรงพยาบาลและทำให้เงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

ทั้งยังทำให้การพัฒนาด้านการแพทย์การรักษาพยาบาลประชาชนสะดุด เพราะงบประมาณถูกคนบางกลุ่มทุจริตเพื่อตัวเองและพวกพ้อง

รวมไปถึงมีการตั้งข้อสงสัยของสังคมอย่างกว้างขวาง ว่าเรื่องดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะโยกย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อํานวยการโรงพยาบาลขอนแก่นคนปัจจุบัน ให้พ้นจากตําแหน่ง แล้วให้กลุ่มแพทย์ในชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีดังกล่าวมาเป็นผู้อํานวยการแทน เนื่องจากหลักฐานการทุจริตทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลยังคงถูกจัดเก็บภายในโรงพยาบาลขอนแก่น

พญ.กนกวรรณกล่าวอีกว่า ชาวโรงพยาบาลขอนแก่นและพี่น้องชาวสาธารณสุขทั่วประเทศทราบว่าคดีทุจริตเงินสวัสดิการโรงพยาบาลดังกล่าวอยู่ในแฟ้มคดีของ ป.ป.ช.เป็นเวลามากกว่า 4 ปีแล้ว แต่ปรากฏว่าการสอบสวนสืบคดีเพื่อหาคนผิดยังไม่มีรายงานความคืบหน้าแต่อย่างใด

9 ก.ค. 2563   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

6
ชาวบ้านจะนะ จ.สงขลา บุกโรงพยาบาลประท้วงให้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะลาออก อ้างไม่ได้ทำหน้าที่พัฒนาโรงพยาบาล ดูแลบริการผู้ป่วย แต่กลับเดินหน้าขัดขวางโครงการพัฒนาความเจริญในพื้นที่ ขณะที่อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ระบุหมอเป็นนักพัฒนาตัวจริง

วันนี้ (8 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มตัวแทนพลังมวลชนจาก 3 ตำบล ในพื้นที่อ.จะนะ จ.สงขลา กว่า 50 คน เดินถือป้ายประท้วง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลจะนะ เพื่อยื่นหนัง สือเรียกร้องให้ลาออก โดยให้เหตุผลว่า นพ.สุภัทร ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ทำให้โรงพยาบาลจะนะ ขาดโอกาสหลายเรื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยโรงพยาบาล ทั้งที่โรงพยาบาลจะนะ ถือว่าอยู่ในที่ที่มีต้นทุนเยอะทั้งโรงไฟฟ้า โรงแยกก๊าซ ทุกปีจะมีงบประมาณ แต่กลับไม่มีการพัฒนา ไม่เจริญ

ชาวบ้าน ระบุว่า โครงการเมืองต้นแบบจะพัฒนาโรงพยาบาลจะนะห้เทียบเท่าโรงพยาบาลของจังหวัดได้ แต่ ผอ.คนนี้เดินหน้าขัดขวางโครงการ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่แทนที่จะต้องพัฒนาโรงพยาบาลและดูแลผู้ป่วย ดังนั้น จึงคิดว่าท่านไม่เหมาะสมที่จะมาเป็น ผอ.โรงพยาบาลแห่งนี้อีก ชาวบ้านจึงออกมาเรียกร้องให้ท่านลาออกจากเพื่อไม่ให้มาสร้างความแตกแยก

ขณะที่เฟซบุ๊ก Sakanan Plathong ของนายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โพสต์กำลังนั่งอยู่ที่เวทีเสวนากับหมอสุภัทร มีมวลชนจัดตั้งมาไล่คุณหมอที่หน้าโรงพยาบาลจะนะ ถือป้ายมาถามว่า หมอจบแพทย์ มายุ่งอะไรกับชาวประมง บอกว่าชาวบ้านอยากได้โรงพยาบาลใหญ่ๆ

“หมอกำลังทำหน้าที่ครับ หน้าที่หมอ คือป้องกันและรักษาคนไข้ หมอไม่กลัวที่จะต้องเหนื่อยกับการตามรักษาโรคภัยไข้เจ็บจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่เป็นห่วงชาวบ้านที่จะต้องเจ็บป่วยครับ”
ปล.หมอไม่ได้จบประมง แต่เพื่อนหมอจบวิทยาศาสตร์ทางทะเล สาขาชีววิทยาทางทะเลและการประมงครับ


หมอไม่เครียด-พร้อมทำงานเพื่อสังคม
ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายศักดิ์อนันต์ กล่าวว่า ในช่วงที่มีชาวบ้านมาประท้วงที่โรงพยาบาลจะนะ หมอสุภัทร ได้มาอยู่ร่วมในเวทีเสวนากับตัวเอง ซึ่งเบื้องต้นยังยืนยันว่าหมอสุภัทร เป็นหมอนักพัฒนา และทำงานอย่างทุ่มเทมา 20 ปีในการพัฒนาโรงพยาบาลขนาดเล็กเพื่อรักษาคนในท้องถิ่นและแนวคิดของหมอคือไม่ได้อยากให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่เกินไปเพราะต้องการให้คนมีสุขภาพดี ลดการเข้าโรงพยาบาล

บทบาทหมอสุภัทร เป็นแบบนี้ ในมิติของการรักษาต้องป้องกันสุขภาพ ถ้าคนมีสุขภาพดีก็ไม่ต้องมาโรงพยาบาล หมอทำงานมา 20 ปี ไปถามคนที่ในจะนะ เชื่อว่าครึ่งหนึ่งของอำเภอรู้จักบทบาทของหมดในมุมนักกิจกรรมทางสังคม และบทบาทในความเป็นหมอดี

“เท่าที่อยู่กับหมอสุภัทร ในช่วงการมาประท้วงของชาวบ้านกลุ่มนี้ หมอไม่ท้อ และไม่เครียด ที่ถูกกดดันให้ลาออก ส่วนกลุ่มคนที่มาประท้วงให้หมอสุภัทร ลาออก ผมว่าคนที่เข้าใจก็ดูออกว่ามาจากไหน และเป็นรูปแบบที่ไม่น่าเกิดขึ้นในยุคนี้  ”

8 กรกฎาคม 2563
ข่าวไทยพีบีเอส

7
“อนุทิน” เรียก สปสช.แจง “คลินิกชุมชนอบอุ่น” ทุจริตเบิกจ่ายงบตรวจสุขภาพป้องกันโรค พบทำผิด 18 แห่ง เบิกเงินไปเกิน 72 ล้านบาท ติดตามคืนแล้ว 60.77 ล้านบาท ด้านเลขาธิการ สปสช. ระบุมีการตกแต่งตัวเลขผลตรวจสุขภาพ เพื่อให้เกิดการเจาะเลือดตรวจ เอาเงินเพิ่ม 300 บาท แจ้งความเอาผิดฐานฉ้อโกง ขีดเส้นคืนเงินที่เหลือในสิ้น ก.ย.นี้ ขณะที่ สบส.เตรียมตรวจสอบด้วย หากผิดเอาโทษคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่น รวมพักใช้ใบอนุญาต

วันนี้ (3 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนพิมาย เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ประชุมหารือถึงกรณีข้อมูลการทุจริตเบิกจ่ายงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ในส่วนของคลินิกชุมชนอบอุ่นจำนวน 18 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งได้มีการอภิปรายในสภาเมื่อเร็วๆ นี้

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า ตนได้เรียก สปสช.มาประชุมชี้แจงร่วมกับผู้บริหาร สธ. ก็พบว่า เรื่องนี้เกิดจากการที่ สปสช.เห็นข้อมูลความไม่ปกติของคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ส่อไปในทางทุจริต โดยมีการส่งใบเรียกเก็บเงิน และบอกว่า ได้ทำการตรวจเช็กสุขภาพประชาชนในเขต กทม. จึงทำการตรวจสอบ และพบว่า มีการเรียกเก็บเงินเกินกว่างานที่ทำจริง โดยยอดเงินที่เสียหายราว 72 ล้านบาทนั้น สปสช.ได้เรียกเก็บมาแล้วประมาณ 60.77 ล้านบาท ส่วนความผิดในทางคดีอาญา เลขาธิการ สปสช.ก็จะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอน นอกจากนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่ดูแลเรื่องการให้ใบอนุญาตสถานพยาบาลแก่คลินิกต่างๆ ก็จะลงไปตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบว่ามีการกระทำผิดตามมาตรา 73 พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรมและข้อมูลอันเป็นเท็จ ก็จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตทั้งหมด

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า คลินิกชุมชนอบอุ่มใน กทม.มีประมาณ 190 แห่ง โดยพบการกระทำผิด 18 แห่ง โดยพบว่า มีการตบแต่งตัวเลขเพื่อเบิกเงินจากทาง สปสช.ในส่วนของบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ในกลุ่มของโรคเมตาบอลิก คือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน เป็นต้น ซึ่งตามปกติแล้วคลินิกจะมีการตรวจคัดกรองประชาชนว่ามีความเสี่ยงในการเป็นโรคเหล่านี้หรือไม่ โดยทำการตรวจวัดน้ำหนัก ส่วนสูง วัดความดัน สอบถามประวัติความเสี่ยง เช่น ครอบครัวมีคนป่วยด้วยโรคเหล่านี้หรือไม่ หากไม่พบความเสี่ยงหรือไม่ผิดปกติก็จะแนะนำให้ไปตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี โดยการตรวจเหล่านี้จะเบิกจ่ายประมาณ 100 บาทต่อราย แต่หากมีความเสี่ยงผิดปกติ จะมีการเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจ ซึ่งรายการตรงนี้จะเบิกเพิ่มเติมอีก 300 บาท ซึ่งเราพบว่า มีการตกแต่งตัวเลข เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม แต่เขียนมาว่า 60 กิโลกรัม เพื่อให้ค่า BMI เกิน ว่ามีความเสี่ยงที่จะต้องเจาะเลือดเพื่อเอาเงิน 300 บาทตรงนี้

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า การเบิกจ่ายนั้น ทางคลินิกจะส่งชื่อ นามสกุล เลขประชาชน 13 หลัก มาเบิกจ่ายในแต่ละสิทธิประโยชน์ ซึ่งตามปกติ สปสช.จะมีการตรวจสอบ (Audit) เป็นประจำอยู่แล้ว และจะสุ่มตรวจประมาณ 5% ว่า มีความผิดปกติหรือไม่ โดยมีการโทร.ไปสอบถามผู้ป่วยว่ามีการตรวจมีการบริการเช่นนี้หรือไม่ด้วย โดยในปีงบประมาณ 2562 เราดำเนินการตรวจสอบจนถึงช่วง ส.ค. 2562 ก็พบเห็นความผิดปกติ จึงขยายการสอบสวนทั้งหมดจนทราบจำนวนคลินิกและวงเงินที่เบิกไปเกิน มีการนำเรื่องของสู่คณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพ กทม.เมื่อ ก.ย.- ต.ค. 2562 และมีมติให้เรียกเงินคืน พร้อมแจ้งเรื่องมายัง สปสช.พิจารณา ซึ่งเราก็เห็นว่ามีมูล ทั้งนี้ การเรียกเงินคืนในส่วนที่เหลือกำหนดให้คืนภายในสิ้น ก.ย. 2563 นี้ อย่างไรก็ตาม จะมีการรวบรวมหลักฐานในแง่ของกฎหมาย เพื่อส่งเรื่องให้แก่ สบส.และแจ้งความฐานฉ้อโกงในคดีอาญาด้วย ซึ่งเอกสารต่างๆ เสร็จแล้ว ตนได้มอบอำนาจตัวแทนไปดำเนินการแล้ว

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า หากมีการสั่งปิดคลินิกชุมชนอบอุ่นทั้ง 18 แห่ง จะมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการต้องไปรับบริการประมาณ 2 แสนคน แต่ สปสช.ได้เตรียมการรองรับไว้แล้ว คือ จะจัดหาคลินิกชุมชนอบอุ่นข้างเคียงที่ยังมีโควตารองรับได้ และผู้ป่วยเหล่านี้จริงๆ ยังมีหน่วยบริการประจำ หรือ รพ.ตามสิทธิที่รับดูแลอยู่ เนื่องจากเรากระจายผู้ป่วยจาก รพ.มายังคลินิกชุมชนอบอุ่นเพื่อลดความแออัด

นพ.ธเรศ กล่าวว่า สบส.จะตรวจสอบคลินิกดังกล่าว โดยจะพิจารณาตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล คือ
1. ความผิดทางอาญาในมาตรา 73 เรื่องการทำหลักฐานเท็จ การปลอมเอกสารเบิกจ่ายต่างๆ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท และจะดำเนินการแจ้งความ สน.ในท้องที่ และ
2. มาตรการทางปกครอง ตรงนี้จะรอข้อมูลจาก สปสช. ว่ามีผู้เสียหายจากการดำเนินการนี้อย่างไร เช่น สปสช.เป็นผู้เสียหายจากการถูกฉ้อโกง หรือมีประชาชนได้รับความเสียหายหรือไม่ เพราะไม่ป่วยแต่ถูกวินิจฉัยว่าป่วย ต้องไปกินยาอะไรหรือไม่ ก็จะใช้อำนาจตามมาตรา 49 และ 50 ให้ระงับการดำเนินการ และหากมีความผิดร้ายแรงก็จะสั่งพักใช้ใบอนุญาต ทั้งนี้ เราจะส่งทีมลงไปตรวจสอบใน 3-4 วันนี้ด้วยในคลินิกทั้ง 18 แห่ง

เมื่อถามว่า การออกมาแถลงตรงนี้มีการมองว่าเกิดจากศึกซักฟอกที่ผ่านมา นายสาธิต กล่าวว่า ไม่ใช่ ต้องย้ำว่าการอภิปรายของ ส.ส.ในสภา เป็นกรณีที่ สปสช.ตรวจสอบพบเอง และเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 และตรวจสอบมาตลอด เมื่อ สธ.รับทราบไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อเห็นข้อมูลจากการอภิปราย จึงมาเรียกประชุมเพื่อจัดการให้ดำเนินการตามขั้นตอนและกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ได้หมายความว่าปกปิด หลักเป็นอย่างนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลินิกที่ถูกตรวจสอบทั้ง 18 แห่ง ได้แก่
1. เรือพระร่วงสหคลินิก บจก.คลินิกชุมชนอบอุ่น
2. คลินิกปิยะมินทร์สาขาอุดมสุข บจก.เมืองธรรม 5
3. เรือพระร่วงคลินิกเวชกรรมสาขารามคำแหง 39 บจก.นวันธรการแพทย์
4. เรือพระร่วงคลินิกเวชกรรมสาขา 2 บจก.เรือพระร่วง แล็บ
5. เรือพระร่วงคลินิกเวชกรรมสาขา 3 บจก.เมืองคำ
6. เรือพระร่วงคลินิกเวชกรรมสาขา 4 บจก.วิศราการแพทย์
7. เรือพระร่วงคลินิกเวชกรรมสาขาปัฐวิกรณ์ บจก.คลินิก แคร์
8. เรือพระร่วงคลินิกเวชกรรมสาขา 5 บจก.ศักดาการแพทย์
9. คลินิกเวชกรรมปิยมินทร์สาขาราม 2 บจก.เมืองธรรม 4
10. รักสุขภาพคลินิกเวชกรรม บจก.สายใยรักสุขภาพ
11. นิมิตรใหม่คลินิกเวชกรรม บจก.ธัญญ์ฐรัศม์การแพทย์
12. เพชรเกษม 54 คลินิกเวชกรรม บจก.รดาวุฒิ
13. คลินิกเวชกรรมเพชรเกษม 102 บจก.รดาวุฒิ
14. คลินิกเวชกรรมรดาวุฒิ สาขาบางบอน 1 บจก.รดาวุฒิ
15. คลินิกเวชกรรมหนองค้างพลู 1 บจก.สายเพชรงานเพื่อนแพทย์
16. คลินิกเวชกรรมรดาวุฒิสาขาบางแวก บจก.รดาวุฒิ
17. คลินิกเวชกรรมท่าพระ บจก.วนาเวช และ
18. คลินิกเวชกรรมตลิ่งชัน บจก.วนาเวช


3 ก.ค. 2563   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

8





"ลิงแก้แห"
ตื่นเช้าขึ้นมา ครบกำหนดพักผ่อน 3วัน กลับมาเข้าเวร
เปิด fb อ่าน เห็นเพื่อนๆแชร์ หนังสือ สธ เกี่ยวกับ5%
กันตรึม พร้อมกับเม้น กันสนั่นเมือง ด้วยความ
งุนงง ปนสงสัย ว่า จะมาไม้ไหนกันแน่?
วิเคราะห์หนังสือ
1.หนังสือ ออก จาก กระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ สำนักปลัดกระทรวง เหมือนที่ผ่านๆมา ในเรื่องนี้ ไม่ว่า นส ว.2มีค61(ต้นเหตุ)     หรือ3กพ63เวียนซำ้ ตอกย้ำ186รพ
2.เลขที่ ออก 0202/ว416กองกฎหมาย ไม่ใช่0217/???
สปท หน่วยงานใหม่ ที่ ผบห ชุดนี้ นิยมใช้กัน
3.วันที่ออกไม่มั่นใจ 20หรือ26มิย63เพราะมีการแก้ไข
4.เรื่อง การรับเงินบริจาคฯ
5.เรียน อธิบดีทุกกรม อย และหน่วยงานใต้ สปสธ แปลว่าบังคับใช้ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ที่ผ่านมา เฉพาะ สปสธ(ปสธมี2อำนาจใหญ่ บังคับบัญชาทุกกรม และ เป็นอธิบดี สปสธ)
เนื้อหา สาระ
1.อ้างถึง ตามที่ปรากฏข่าวฯ เนื้อหาแบบเดียวกันกับ นส 3กพ63
หลักนิยมปกติ โดยทั่วไปจะอ้างถึง นส ที่เป็นทางการในเรื่องที่ผ่านมาไม่ค่อยอ้างข่าว(ไม่ว่ากันเพราะอาจเป็นหลักนิยมไม่ปกติ)
2.พิจารณาระเบียบฯที่เกียวข้อง3ข้อ เหมือนการซักซ้อมระเบียบ
ที่มีอยู่เดิม ของ กสธ
สรุป
1.ถ้าเข้ากับระเบียบฯทั้ง3ข้อ การรับบริจาคฯ"ให้สามารถทำได้"
และ
2.ได้วางเงื่อนไขกำกับไว้อีกชั้น เช่น ด้วยความสมัครใจ,ไม่มีประโยชน์ทับซ้อน แลกเปลี่ยน ผูกพัน หรือ เรียกร้อง เป็นต้น
ผู้ลงนาม
เจ้าของอำนาจเอง(คราวนี้ไม่มอบอำนาจ)
คำถาม
1. นส ว.416มีวัตถุประสงค์ เพื่อ อะไร?เพื่อใคร?
2.จะส่งผลอย่างไร? ต่อโรงพยาบาล สังกัด กสธ ทั้ง รพ ขอนแก่น และ186รพ
3.ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการถูกกล่าวหาว่าทำผิด ตั้งแต่2มีค61เป็นต้นมา จะต้องรับผิดหรือไม่?
4.หนังสือฉบับนี้ ไม่สอดคล้องและดูจะย้อนแย้งกับข้อกล่าวหา
ประหารชีวิต(ทางราชการ)หมอชาญชัย" ฉ้อราษฎร์บังหลวง"
หรือที่วินิจฉัยแล้ว"ทุจริต"สมควรต้องรับผิดชอบหรือไม่?
อย่างไร?
เพื่อนๆช่วยกันตอบอย่างสุภาพและสร้างสรรค์ได้นะครับ
#ByDrWachira

30 มิถุนายน 2563
https://www.facebook.com/wachira.pengjuntr
......................................................
ความคิดเห็น...
โต อิสรชน
หนังสือฉบับนี้ มีข้อความชัดเจน ไม่ต้องตีความ เพราะออกจากกองกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข ไม่เหมือนหนังสือกระทรวงสาธารณสุข ด่วนที่สุดที่ สธ 0217/ว.128 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2561 ที่ออกจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต และเป็นที่มาของการตั้งสอบวินัยร้ายแรงนพ.ชาญชัย จากการตีความถ้อยคำในหนังสือดังกล่าวผิดเพี้ยนไป จากเจตนารมย์ของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560
ผมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ต้องออกหนังสือฉบับนี้ เพราะเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาเครือข่ายประชาชนภาคอีสานไปแจ้งความในคดีอาญา ให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่ดำเนินการกับรพ.จำนวน 186 แห่งรวมทั้งรพ.ชุมแพ ที่เรียกรับเงิน 5% ยา หลังจากที่มีหนังสือกระทรวงสาธารณสุข ลว.2 มีนาคม 2561 แจ้งไปรพ.ทั่วประเทศแล้ว ว่าห้ามเรียกรับเปอร์เซ็นต์ยา..ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คงกลัวจะถูกดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จึงต้องออกหนังสือฉบับนี้มา..เพราะตอนนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ดำเนินการใดๆ กับ 186 รพ.เลย

9


มาถึงเรื่องที่เราบอกกันไว้นะครับนั่นก็คือเรื่องร้อนแรงในกระทรวงสาธารณสุขกรณีมีคำสั่งย้ายนายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุลผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นมาประจำที่กระทรวงสาธารณสุข และก็มีคำสั่งให้นายแพทย์เกรียงศักดิ์ ผู้อำนายการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี มารักษาราชการแทน

จากมูลเหตุที่มีการอ้างว่ามีการร้องเรียนนายแพทย์ชาญชัยด้วยบัตรสนเท่ห์ และข้อกล่าวหาว่ารับเงินบริจาคทั้งๆที่มีคำสั่งห้ามรับเงินบริจาคตามมติคณะรัฐมนตรีเวียนไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 จนนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่มีนายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานสอบในเรื่องนี้พร้อมกรรมการอีก 4 คนนะครับ

แล้วก็จู่ๆก็มีคำสั่งย้ายนายแพทย์ชาญชัยด้วยในคำสั่งมีข้อความว่ามีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวงและมีพฤติกรรมข่มขู่พยาน
...............................................
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ(รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข)...โรงพยาบาลไม่สามารถเรียกรับได้ เพราะฉะนั้นที่ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นถูกร้องเรียนแล้วก็แนบหลักฐานเชิงประจักษ์  ว่ายังมีการเรียกรับจากบริษัทยาต่างๆมาตลอด มันจึงเป็นกระบวนการที่มาสู่กระบวนการสืบข้อเท็จจริง แล้วก็คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงได้ลงไปค้นพบว่าในกระบวนการยังดำเนินการอยู่จริงเหมือนกับที่คุณสุชาดาพูดมา เพราะฉะนั้นจึงเป็นความเห็นของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง...หลังจากโรงพยาบาลรับหนังสือแล้ว กระบวนการของโรงพยาบาลขอนแก่นยังเป็นไปเหมือนเดิม เท่าที่กรรมการตรวจพบนะครับ 

ผู้สื่อข่าว...ยังเป็นไปเหมือนเดิม ในที่นี้หมายถึงว่า ยังมีการรับเงินต่อใช่ไหมครับ

นายแพทย์ยงยศ...ก็ยังรับเงินจากบริษัทยาเหมือนเดิม จริงๆแล้วในส่วนข้อมูลตรงนี้ ข้อมูลจากภาคเอกชนเองซึ่งมีรายงานตรงกับคณะกรรมการ ปปช เหมือนสมาคมเภสัชภัณฑ์ไทย เค้ายังรายงานมาตลอดว่า โรงพยาบาลไหนยังรับเงิน โรงพยาบาลไหนยังมีพฤติกรรมรับเงินจากบริษัทยาเป็นปกติ
....
....
คุณผู้ชมครับครับเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมานะครับมีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 624/2563 นะครับแล้วก็ให้ข้าราชการปฏิบัติราชการก็คือนายแพทย์ชาญชัยนะครับ และคำสั่งนี้ระบุ 2 อย่างครับอย่างแรก ก็คือ กล่าวหานายแพทย์ชาญชัยฉ้อราษฎร์บังหลวง และอีกหนึ่งเรื่อง ก็คือ มีพฤติกรรมที่ข่มขู่พยานนะครับ คำว่าข่มขู่พยานวันนี้ผมพยายามสอบถามนะครับว่ามีการข่มขู่พยานในฝั่งตรงไหนบ้างหรือว่าคนไหนบ้างจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงนะครับเดี๋ยวเราจะให้ดูการชี้แจงของฝั่งปลัดกระทรวงฝั่งของกระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าว...  ที่ในคำสั่งว่ามีการข่มขู่พยาน มีการข่มขู่พยานยังไงครับ
 
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ...อืม... อ่า...เป็นการ..อ้า...เหมือนแสดงออกนะครับ แล้วจะสังเกตุได้ว่ามีบางวิชาชีพของโรงพยาบาลขอนแก่นไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งเป็นวิชาชีพหลักซึ่งตรงนี้ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันจากข้อมูล ตรงนี้แต่ว่าการมีภาพของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไปศาลากลางมั่ง ไปโน้นมั่ง มีการกระจายในส่วนนี้มั่ง มันเกิดความไม่สงบ ไม่เป็นยูนีตี้ หรือไม่เป็นการจัดการที่เป็นระเบียบเรียบร้อยตามเหมือนที่คุณสุทินบอก ข้าราชการถ้าเกิดมีความคับข้องใจ ก็ควรที่จะร้องเรียนมาตามลำดับซึ่งเราไม่เคยที่จะไม่ฟังนะครับ

ผู้สื่อข่าว... ขออนุญาตถามเยอะนิดหนึ่ง ผมตามเรื่องนี้อยู่นะครับ ที่คณะกรรมการไปสอบครับ ที่ข่มขู่พยาน ข่มขู่สักกี่คนครับ

นายสุทิน สิริอภัย(นิติกรชำนาญการ กลุ่มงานเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม)...ประเด็นนี้มันบอกไม่ได้ครับ มันเป็นเรื่องภายในว่าพฤติกรรมเนี่ย การข่มขู่มันไม่ใช่ที่เราเห็นกันทั่วไป บางครั้ง...จริงๆผมบอกได้เลยว่าในการสอบสวนครั้งนี้เป็นนโยบายครั้งแรกตั้งแต่ท่านปลัดมารับตำแหน่ง... ท่านประกาศว่าจะต้องดำเนินการให้กระทรวงสาธารณสุขใสสะอาด ผมยืนยันว่าตั้งแต่ผมเกิดมา เป็นปลัดกระทรวงคนแรกของประเทศที่ประกาศว่าจะทำให้โปร่งใสเอากฎระเบียบของพระราชบัญญัติของ กพ.ให้รางวัลพิเศษซึ่งมีอยู่ในกฎหมาย แต่ยังไม่เคยมีใครทำ ไม่เคยคิด..แต่ท่านปลัดสุขุมเป็นคนคิดคนแรก จริงๆในหลักการพอทำผิดระเบียบปั๊บ จะต้องย้ายออกตั้งแต่ครั้งแรก โอเคเราสืบสวนไป ถ้ามันเป็นแบบนี้ถ้ามันทำได้ พอมันเป็นแบบนี้ปั๊บมันทำให้เกิดความแตกแยกแบ่งเป็น2-3ฝ่าย ในกรณีนี้ สถานการณ์ต่อไปจะทำให้การสืบสวนมีปัญหานะครับ...

ฟังไป 2 ประเด็นแล้วนะครับนั่นก็คือการชี้มูลรวมถึงการสืบสวนแล้วก็การตรวจสอบแล้วก็กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมข่มขู่พยานอีกหนึ่งเรื่องนะครับที่วันนี้เราได้มีโอกาสสอบถามทางกระทรวงสาธารณสุขนั่นก็คือเรื่องของกรณีที่กล่าวหาว่านายแพทย์ชาญชัยฉ้อราษฎร์บังหลวงนะครับเดี๋ยวเราจะให้ฟังทั้งสองฝ่ายชี้แจงกันแล้ว ก็ให้ขอให้คุณผู้ชมตัดสินกันเอง...

ผู้สื่อข่าว...การสืบสวนมันยังไม่ชัดเจนแต่ว่ามีหนังสือออกมาว่า ผอ.มี พฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง ตรงนี้มันจะเกี่ยวกับราชการของเค้าไหมคะ

นายสุทิน สิริอภัย...มันเป็นการ การกล่าวหาเรื่องพฤติกรรม คือ...คือ ผมว่าพวกเราพูดกันไปเองมากกว่ามั่ง เรื่องฉ้อราษฎร์บังหลวง  ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่อง คณะกรรมการสืบสวนรายงานว่าเป็นพฤติกรรมที่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงนะครับ เพราะฉะนั้นตามกฎหมาย ปปช.ที่มีอยู่ รับเงินอย่างนี้เค้าห้าม เป็นเรื่องที่กฎหมายห้าม แต่ในส่วนที่มันลึกลงไป ข้อเท็จจริงเป็นยังไง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนที่จะดำเนินการ อาจจะผิดก็ได้ ไม่ผิดก็ได้ อาจจะผิดร้ายแรง หรือไม่ร้ายแรงก็ได้ หรือไม่ผิดวินัยเลยก็ได้  ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องดำเนินการอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าว...มีหนังสือชัดเจน เป็นหนังสือคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข)...อันนั้นเป็นผู้กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ไม่ได้บอก แต่ว่า ตอนนี้ยังโดนกล่าวหา

นายสุทิน สิริอภัย...เป็นการกล่าวหา ไม่ใช่การพิพากษา เป็นการกล่าวหาว่า...แต่สิ่งที่เราเห็นอย่างนี้เบื้องต้นไม่ได้เป็นการพิพากษา...แต่มันมีมูลอย่างนี้ มันเป็นภาษาทางกฎหมาย
....................................
นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ...ผมเชื่อว่าการที่จะสอบวินัยร้ายแรง ส่วนนึงนะครับถ้าเราตั้งข้อหาไม่แรงจะไม่โดนย้ายออกไป พอเข้าใจนะ  เพราะว่าตามระเบียบ ถ้าถูกวินัยร้ายแรงมีสิทธิที่โยกย้ายก่อนได้ ผมคิดว่าอาจจะมีกระบวนการที่เกี่ยวผลประโยชน์อะไรบางอย่างในระบบ แต่จริงๆแล้วเนี่ยยังไม่อยากคิดขนาดนั้นนะครับ
.....................................
ล่าสุดนะครับวันนี้ทางผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขนะครับนายแพทย์สุเทพ เพชรมากก็ขอลาออกจากประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้วนะครับทำให้ตอนนี้เหลือเพียงกรรมการ 4 คนเท่านั้นแล้วก็หลังจากนี้นะครับท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็บอกว่าก็จะต้องหาประธานคนใหม่มาดำเนินการในเรื่องนี้ต่อ

ส่วนตลอดช่วงเย็นที่ผ่านมานะครับมีความเคลื่อนไหวในโรงพยาบาลหลายแห่งโดยเฉพาะที่ขอนแก่นกับกาฬสินธุ์นะครับ มีบุคลากรทางแพทย์ออกมาเคลื่อนไหวชูป้ายเซฟหมอชาญชัยแล้วก็เคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์หลายๆอย่างซึ่งทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็บอกนะในช่วงแถลงข่าวนี้นะครับว่าไม่มีคำสั่งรับห้ามการทำกิจกรรมเมื่อช่วงเย็นซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูต่อไปสำหรับปฏิกิริยาบุคลากรทางการแพทย์ต่อเรื่องนี้นะครับที่เรียกร้องให้มีการตรวจสอบธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนความเห็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขวันนี้นะครับ ก็ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายรวมถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ตอนนี้นายกรัฐมนตรีก็ทราบเรื่องด้วยครับ คุณอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสั้นๆนะครับ

กรณีมีการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นโดยคุณอนุทินบอกว่า ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขั้นตอนการโยกย้ายและไม่มีการใช้ความสนิทสนมในเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวนะครับ ดำเนินการพร้อมขอเวลาในการตรวจสอบซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอนครับ ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัตินะครับ เราก็ต้องดูว่าทำไมถึงถึงมีการตั้งคณะกรรมการผลออกมาเป็นยังไง อะไรยังไง เราก็ต้องดู ผมพูดได้อย่างเดียวว่าผมยึดกฎหมาย ผมให้ความเป็นธรรมเพราะรู้จักทุกคน มีข่าวว่าผมสนิทกับกลุ่มนี้กลุ่มนั้นไม่จริง ผมสนิทกับทุกคน แม้กระทั่งคณะกรรมการประธานกรรมการที่ตรวจสอบนะครับสนิทกับท่านประธานท่านเก่า แล้วผมก็เชื่อว่าผู้ตรวจราชการทั้ง12 คน ผมก็สนิทด้วยเพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ต้องฟังผมด้วยอยู่แล้ว ที่บอกว่าให้ความเป็นธรรมความเป็นธรรม ให้ความเป็นธรรมนะครับ .........


เปิดปมข้อกล่าวหา ย่าย ผอ.ชาญชัยฯ พ้น รพ.ขอนแก่น
เรื่องดังหลังข่าว
NewsNBT THAILAND
4 มิย 2563
https://www.youtube.com/watch?v=_Orb8T5IeRk&t=577&feature=youtu.be&app=desktop
นาที ที่ 9.38 ถึง 26.45

.............................................

10


จับพิรุธปลัดฯสธ.ตั้งหมอชาญชัย นั่งผอ.ศูนย์โควิด ผอ ศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีติดเชื้อโควิด ความจริงปลัดโดนจับพิรุธหลายครั้งแล้วนะ ไม่รู้จะพูดยังไงเลย
เรื่องนี้เริ่มจากข้อแรกเลย เร่งด่วนเหมือนกับว่าหาที่ลงให้หมอชาญชัยเพื่อที่จะไม่ให้กลับไปที่ขอนแก่น

อันที่สอง ทำไมเพิ่งมาตั้งศูนย์ทรัพยากรโควิดในช่วงนี้ ถ้าจะมีจริงๆมันควรตั้งมาก่อนหน้านี้ ช่วงที่ขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ แล้วช่วงนี้เราเป็นศูนย์มา33 วัน แล้วตอนนี้ทรัพยากรเกี่ยวกับโควิดเราไม่ได้ขาดแคลน ไม่ได้เป็นปัญหาที่จะต้องมีศูนย์ฉุกเฉิน

อันที่สามมีพนักงานมีข้าราชการมาช่วยรึยัง เขาบอกให้นึกสภาพแบบนี้มีห้องอยู่ห้องหนึ่ง มีป้ายติดข้างหน้าว่า ศูนย์บริหารทรัพยากรโควิด มีโต๊ะทำงานอยู่โต๊ะเดียว แล้วหมอชาญชัยนั่งคนเดียว แล้วลูกน้องล่ะครับยังไม่มีเลย
นี่ยังไม่นับรวมนะทีเค้าตั้งคำถามกลับไปว่า ก็ในเมื่อคุณกล่าวหาเค้า ฉ้อราษฎร์บังหลวง  ดึงเค้าออกมา แล้วคุณตั้งเค้าเป็น ผอ.ทำไม เหมือนกับ promoteนะ ตั้งข้อน่าสังเกตนะ เหมือนหาทางลง แล้วไม่ให้กลับไปที่นู่น เพราะว่าตัวหมอเกรียงศักดิ์ก็จะถอนตัวออกไป แต่ยังก็นั่งทำงานอยู่ อันนี้ก็ยังเป็นประเด็น แต่แกแถลงแล้วนะออกแล้วนะ นั่นน่ะซิครับมันเต็มไปด้วยคน...หือ...หยิกหน้าไม่เจ็บน่ะ

ที่องค์กรแพทย์เค้าเรียกร้องว่า ก็ให้อยู่ที่เดิมก่อน ตรวจสอบกันไป คณะกรรมการตรวจสอบที่โปร่งใสทำกันไป แต่ถ้ามีความผิดเมื่อไหร่ค่อยย้ายออกมา ให้เค้าอยู่ เพราะเหมือนว่าเค้ายังไม่มีความผิด ทำไมต้องมาตั้งศูนย์พิเศษขึ้นมาเพื่อเอาหมอชาญชัยออกมาให้ได้เหมือนกับว่ามันเริ่มต้นมาจากจะเอาคนนี้ออกแล้วอยากจะเอาคนนี้เข้า อาจจะเริ่มจากอยากเอาคนนี้เข้า ฉะนั้นต้องไปหาเรื่องเอาคนนี้ออกก่อน ฉะนั้นจะทำยังไงเอาคนนี้ออกได้ แล้วคนนี้เคยเอาออกทีหนึ่งแล้ว ตอนนั้นเนี่ยเอาออกไม่ค่อยมีเหตุผล ทีนี่ก็ใส่เหตุผลซะแรงเลยว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง พอใส่เหตุผลแรงไปปุ๊บ โอ้โหบรรดาเครือข่ายต่างๆก็ประท้วง ทีนี้ก็จะหาทางออกละแต่ทำไงได้เพราะว่าคำสั่งระบุไปแล้วฉ้อราษฎร์บังหลวง ก็เลยในขณะที่คิดไม่ออก "เอ็งถอนตัวก่อนโว้ย" ไอ้นี่ก็ถอนตัว แต่เจ้าตัวยังนั่งปฏิบัติงานอยู่ แล้วก็ยังไม่หยุด เครือข่ายก็ยังมีการประท้วงอะไรอยู่ ไปๆมาๆก็ตั้งศูนย์นี้ขึ้นมา ไม่มีใครซักคน โอ้... ต้นทุนความน่าเชื่อถือในตัวปลัดกระทรวงสาธารณสุขแทบจะไม่เหลือแล้ว  ไม่เหลือแล้วปนปี้หมดแล้วครับ แล้วท่านอีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณแล้ว แล้วท่านจบ จบชีวิตการเป็นข้าราชการแบบนี้ มันยิ่งกว่าไม่สวย ท่านไม่สุขุมเลยนะ เออท่านไม่สุขุมสมชื่อเลย  ท่านเปลี่ยนชื่อก่อนไหม ท่านปลัดสุขุม

คือความจริงกระทรวงสาธารณสุขเริ่มต้นในช่วงโควิดได้สวยงาม หมอต่างๆเนี่ยฮีโร่ ท่านก็ไปร่วมแถลงข่าวกับศูนย์ระยะแรกๆ แต่พอตั้ง ศบค.ขึ้นมา ทีนี้ก็ไปที่หมอทวีศิลป์ ไปที่คุณหมออะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ ตัวท่านก็เฟดออกมา ท่านเฟดออกมา ก็มาเกิดเรื่องนี้  มีเวลาว่างไง สงสัย ทำให้มันเป็นรอยด่างดำรอยแผลให้กับกระทรวงสาธารณสุข ที่แผลเหมือนกับเป็นแผลเล็กๆ แต่มันรักษาไม่หาย มันทำท่าจะติดเชื้อเพราะว่าเจ้ากระทรวงเนี่ยก็...อือหือ...เจ้ากระทรวงล่าสุดก็ ตอนที่ตั้งศูนย์นี้ขึ้นมาก็บอกว่าเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงซึ่งถูกต้องครับเป็นอำนาจของปลัดกระทรวง  แต่รัฐมนตรีคือคนกำกับดูแลให้เป็นธรรมและถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องแล้วไม่สนใจเลยน่ะ มันไม่ควรจะมีตำแหน่งรัฐมนตรี ช่วยดูหน่อยช่วยกำกับดูแลว่ามันถูกต้องไหมลูกน้องท่านน่ะ แล้วในที่สุดท่านจะโดนหางเลขด้วย ด้วยนะตอนนี้ก็คือองค์กรแพทย์ต่างๆเค้าไม่ยื่นเรียกร้องต่อท่านละ เค้าบายพาสไปนายกละ ครั้งก่อนท่านมารับแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วเค้าจะไปหานายก ท่านอย่าไปตัดตอนมาดักพบอีกนะ ให้หนังสือไปถึงนายกเถอะขอร้อง ขอร้องนายกให้มารับด้วยครั้งนี้ บอกตรงๆนะเป็นข่าวที่เดาตอนจบไม่ได้จริงๆ เดายากมากเพราะเจอคนอย่างหมอสุขุมเนี่ย...โอ้โหะ... ใจคอหมอสุขุมจะลากเรื่องนี้ไปจนเกษียณเลยหรอ...  จะจบยังไง ตอนนี้องค์กรแพทย์ต่างๆก็คิดว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะว่าถ้าเคสนี้จบลงไม่สวยมันจะเป็นบรรทัดฐาน และความรู้สึกของคนในสังคมเลยว่า ธรรมาภิบาลในระบบราชการเป็นยังไงกันแน่ ข้าราชการก็อยู่อย่างหนาวๆร้อนๆทุกคน

จัดอันดับ 10 ข่าวเด่นดังรอบสัปดาห์ 21 - 27 มิ.ย. 63 | ข่าวมีระดับ NATION TOP NEWS | NationTV22
Jun 27, 2020

11
ถูกแฉหนักจน “ผอ.รพ.มุกดาหาร” ต้องขอพื้นที่ชี้แจง!! หลังเก็บเงิน “ค่ามัดจำแลกบัตรเฝ้าไข้” กับญาติผู้ป่วยในราคา 20-100 บาท เพราะกลัวบัตรหาย ย้ำไม่ใช่นโยบายทางโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่มีเจตนาทำด้วยความหวังดีเท่านั้น

เก็บเงินค่ามัดจำ เพราะกลัวบัตรหาย

เป็นประเด็นเมื่อชาวบ้านออกมาร้องเรียน ว่าโรงพยาบาลมุกดาหาร ได้มีการเก็บเงินค่ามัดจำในการแลกบัตร เฝ้าไข้กับประชาชนที่มาเฝ้าไข้ หรือเยี่ยมคนไข้ที่มารักษาตัวในโรงพยาบาล
โดยหลังจากคนไข้ออกจากโรงพยาบาล หรือเยี่ยมคนไข้เสร็จต้องนำบัตรที่โรงพยาบาลให้ไว้ตอนเข้าเยี่ยมคนไข้มาแลกเงินคืนตามที่แต่ละคนมัดจำไว้ โดยแต่ละคนจะถูกเก็บค่ามัดจำไม่เท่ากัน
จึงมีการตั้งคำถามออกมามากมายว่าทางโรงพยาบาลทำถูกต้องหรือไม่ เพราะชาวบ้านที่มีฐานะยากจน หรือคนหาเช้ากินค่ำ เงินจำนวน 100 บาท มีค่าต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก บางคนมีเงินติดตัวมา 100 บาท มาเฝ้าคนไข้ที่โรงพยาบาล จึงทำให้ไม่มีเงินซื้ออาหารเครื่องดื่มรับประทานได้ เพราะต้องเอาไปแลกบัตรเฝ้าคนไข้

นอกจากนี้ ยังต้องมารอเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อทำการแลกบัตรคืนที่นานแสนนาน เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยทำการรับแลกบัตร และเจ้าหน้าที่ทำการรับแลกบัตรส่วนใหญ่เป็นพยาบาลที่ขึ้นเวรนั้น ทำหน้าที่รับแลกบัตรคนเฝ้าคนไข้ หน้าที่พยาบาลก็ล้นมืออยู่แล้วในการปฏิบัติงาน
จนมีเสียงสะท้อนออกมาอย่างเป็นวงกว้าง จึงอยากให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลออกมาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน และหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความทุกข์ให้กับประชาชนที่มาเข้ารับบริการ

ด้าน นพ.บัญชา ผลานุวงษ์ ผอ.รพ.มุกดาหาร เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ถึงเรื่องราวดังกล่าว ว่านโยบายเก็บเงินค่ามัดจำไม่ได้เป็นนโยบายของทางโรงพยาบาล เป็นการจัดการของเจ้าหน้าที่ที่ประสบปัญหากับชาวบ้านที่ทำบัตรหายอยู่บ่อยครั้งจึงทำให้เจ้าหน้าที่คิดมาตรการนี้ขึ้นมา

“จริงๆ ก็คือในช่วงที่มีโควิดระบาด เขาก็จำกัดการเยี่ยมคนไข้ ก็มีการไปจัดทำบัตรขึ้นมา เสร็จแล้วมันก็มีปัญหาเรื่องบัตรหายอยู่เรื่อย เขาก็เลยไปคิดเพื่อที่จะไปเก็บการมัดจำหรืออะไรอย่างนี้

แต่ว่าจริงๆ อันนี้ไม่ได้เป็นนโยบายผม ผมไม่สั่ง แต่ว่าเขาก็คงทำด้วยความหวังดี บัตรมันหายอยู่เรื่อย ตอนนี้เรารับทราบแล้ว แล้วก็ทางท่านรองแพทย์ท่านสั่งการไปแล้วว่าให้ยกเลิก ก็ให้ไปดำเนินการ

หลังจากเกิดกระแสเรื่องราวดังกล่าวขึ้นทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งให้ยกเลิกการเก็บค่ามัดจำทันที นอกจากนี้ ผอ.รพ.มุกดาหาร ยังย้ำอีกว่าหากใครโดนเรียกเก็บแล้วไม่ได้เงินคืนสามารถเข้ามาร้องเรียนได้โดยตรงเลย เข้าใจดีว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความเดือดร้อน และความลำบากให้กับชาวบ้าน
“มันก็สร้างความลำบากไง ยุคนี้มันไม่ควรที่จะมีใครสร้างความลำบากให้ใคร ตอนแรกผมว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ว่าดูแล้วเขาก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปเอาเงินเข้าส่วนตัวอะไร เพียงแค่ว่ารับมาแล้วก็คืนไป แต่มันก็สร้างความเดือดร้อน ผมก็เลยบอกว่ายกเลิกไป
คือมันเป็นเรื่องของบางคนนะ มันไม่ใช่เรื่องของทางโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลสั่งการ นำเรียนเบื้องต้นก่อนว่า จริงๆ ไม่ทราบ ถ้ามีปัญหาก็ช่วยแจ้งมาได้เลย จะช่วยดูแลให้
ก็ขอบคุณมากที่ช่วยสะท้อน ก็ได้บอกให้ท่านรองแพทย์ท่านไปช่วยดู ท่านก็ไปบอก เอาจริงๆ ก็ไม่มีอะไร ก็เป็นการเขาก็กลัวบัตรหายนั่นแหละ ไม่ใช่กลัวมันหายด้วยซ้ำ มันหายแล้ว
ลักษณะที่เขาให้ขึ้นมาเยี่ยม เขาก็จะพยายามทำบัตรให้มันดี ตอนแรกเขาก็พยายามจะพัฒนา แต่ผมก็ไม่รู้ทำไมถึงเก็บเงินเยอะ แล้วทำไมถึงเก็บต่างกัน แล้วก็ถ้าเก็บต่างกันมีใครที่เสียเงินไปจริงๆ ไหม ก็ลองสอบถามดู ถ้าเกิดมีใครที่ถูกเก็บเงินไปจริงๆ ก็มาแจ้งได้ เดี๋ยวจะแจ้งกรรมการตรวจสอบอีกที
แต่ว่าเบื้องต้นเท่าที่ทราบก็คือเขาคืนให้หมด มันก็ไม่มีปัญหาถ้าเขาคืน ผมก็บอกว่าแล้วอย่าทำอีก คือเรื่องนี้เขาไม่ได้มาขออนุญาตไม่ได้มาขออะไรเลย เขาคงเห็นหน้างานที่เขาทำ เพราะว่าประสบปัญหาตรงหน้างานว่ามันมีบัตรหาย แล้วเขาควบคุมไม่ได้
เนื่องจากคนที่ทำ ผมเข้าใจว่าเขาก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรไม่ดี แล้วก็ไม่ได้มีเรื่องร้องเรียนว่าเขาไปเอาเงินมาเลย ซึ่งต่างกันนะ ถ้าไปเก็บเงินแล้วเอาของเข้ามาเลย ผมถือว่ามีความผิดแน่ ก็ต้องสอบสวนเอาความจริง แต่ว่าเรื่องนี้เท่าที่ผมไปตรวจสอบดู เขาก็บอกว่าเขาเลิกไปแล้ว ไม่มีการดำเนินการแล้ว อันนี้ผมทราบจากท่านรองแพทย์นะที่ท่านรายงานผม”

ไม่เห็นด้วยเรียกเก็บเงิน เจ้าหน้าที่มีความผิด

ไม่เพียงเท่านี้ ยังได้พูดคุยกับ นฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ในฐานะองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่างๆ โดยเธอให้ข้อมูลว่าหากไม่ใช่นโยบายทางโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ถือว่ามีความผิด
“อันนี้มีความผิด เพราะว่าถ้าไม่ใช่นโยบาย แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าหน้าที่ไหม อย่างเช่นโรงพยาบาลกำหนดว่าทุกคนที่จะเข้าเยี่ยมไข้ต้องมีบัตร แค่กำหนดแค่นี้ แต่เจ้าหน้าที่กลัวจะมีภาระว่าจะต้องไปหาบัตรมาทำให้ญาติเฝ้าไข้ใหม่บ่อยๆ เขาก็เลยตัดความรำคาญว่า ทุกคนต้องดูแลบัตร แต่ด้วยความที่บัตรมันหายบ่อย ก็เลยใช้วิธีเก็บเงินซะเลย”

หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยังย้ำอีกว่า ไม่เห็นด้วยกับการเรียกเก็บเงินกับชาวบ้าน แต่ทางโรงพยาบาลควรจะมีมาตรการดูแลที่ดีกว่านี้ และคนที่มาใช้บริการก็ควรจะมีความรับผิดชอบในการดูแลบัตรเพื่อที่จะไม่ให้บัตรหาย

“ ส่วนวิธีการการเก็บมันต้องถามหาสาเหตุว่าทำไมถึงต้องเก็บ อันนี้เราคงตอบแทนโรงพยาบาลไม่ได้ เขามีเหตุผลในการเก็บว่าชาวบ้านทำบัตรหายบ่อย คิดว่ามาตรการเก็บเงินก็ไม่ใช่ประโยชน์ แต่มันเป็นมาตรการว่าถ้าบัตรคุณหาย คุณไม่มีสิทธิได้เยี่ยมไข้คนนั้นเลย อันนี้เป็นการสร้างมาตรการเพื่อให้เขาดูแลบัตรนั้นให้ดี

เพราะบางทีมันก็เป็นภาระของเจ้าหน้าที่อย่างหนึ่งว่าเดี๋ยวต้องมาทำบัตรให้ใหม่บ่อยๆ แล้วชาวบ้านก็แบบว่าถือไปก็ไม่รับผิดชอบ นึกออกไหมคะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเกิดเป็นประชาชนทั่วไป คือบางคนเขามองว่าถ้าเก็บเงินก็จะกลายเป็นว่าทุกคนก็ดูแลรักษา
แต่ไม่ใช่ช่องทางการหาเงิน ก็คือหาเหตุยึดเงินชาวบ้านไม่ได้ อันนี้เราคิดว่าไม่ควรเก็บเงิน แต่เราสร้างมาตรการอื่นได้ อย่างเช่นถ้าเกิดว่าโรงพยาบาลจำกัดสิทธิคนเฝ้าและก็คนเยี่ยม ก็ควรจะมีมาตรการว่าบัตรไหนให้เฝ้า บัตรไหนให้เยี่ยม ก็คือแจกบัตรกันไปเลย ถ้าไม่มีบัตรห้ามเข้า

แต่ว่าการเรียกเก็บเงิน มันหมายถึงว่าโรงพยาบาลตั้งกติกายังไง อย่างเช่นคุณว่าเขาทำบัตรหาย คุณจะลิบเงินเขาหรอ หรือว่ายังไง อันนี้มันเป็นภาระนะ โรงพยาบาลก็ไม่ได้มีนโยบาย เพราะบัตรมันก็ไม่ใช่ต้นทุนอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าคุณกำจัดสิทธิ์คนเข้าหรืออะไรก็อธิบายให้ชัดเจน ถ้าถามในความเห็นพี่มันก็น่าจะมีมาตรการอื่นมากกว่าการเก็บเงินค่าบัตร”

23 มิ.ย. 2563    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

12
ข่าวสมาพันธ์ / นิ่งเฉยอยู่ใยพี่น้อง
« เมื่อ: 25 มิถุนายน 2020, 00:17:16 »


13


บางส่วนจากบทความ  "ความมั่นคงของชาติด้านสาธารณสุข" โดย พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓

..กำลังพลสาธารณสุขต้องทำงานสู้ศึกเชื้อโรคแบบนี้มาตลอดเวลา โดยรัฐบาลก็มองไม่เห็น ประชาชนบางคนก็มองไม่เห็นในยามปกติ แต่พอเกิดโรคโควิด มีคนเจ็บป่วยล้มตามมากมายในเวลาดียวกัน หรือใกล้ๆกัน ทำให้คนทั่วไปหันมาให้ขวัญกำลังใจ และสละเวลา เงินทอง สิ่งของ ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขมากขึ้น

แต่กำลังพลสาธารณสุข คนใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรี คนที่ต้องทำงานจนมีผลงานโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลให้เกิดขวัญกำลังใจแล้ว รัฐมนตรีร่วมมือกับปลัด และลูกน้องคนสนิท ทำการกระทืบเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้ช้ำใจ ด้วยการย้ายคนดีศรีเมืองขอนแก่น คือ ผอ. ชาญชัย จันทร์วรชัยกุลไปเข้ากรุอย่างไม่ชอบธรรม ไม่ชอบด้วยระเบียบวินัย และกฎหมาย ค้านสายตา และความเห็นของบุคลากรสาธารณสุขที่เป็นคนดี ค้านมติของประชาชนชาวขอนแก่น

แต่ รัฐมนตรีคนนี้ ไม่ยอมทำงานตามอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการทำงานของตน พูดแต่ว่าจะไม่แทรกแซงปลัด ไม่แทรกแซงการทำงานของปลัด แล้วไปตั้งคณะกรรมการสอบอีกร้อยๆโรงพยาบาล ที่ไม่เกี่ยวกับการให้ความเป็นธรรมแก่ ผอ.ชาญชัยเลย
ไม่ตรวจสอบเงื่อนงำว่า ทำไมบางคนจึงอยากไปสวมตำแหน่งคนดีที่ขอนแก่น ทั้งๆที่คนใน รพ.ขอนแก่นเขาไม่ต้องการ
ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงสาธารณสุขที่มีพฤติกรรมเป็นแบบนี้ นอกจากจะไม่พัฒนาระบบสาธารณสุขให้ก้าวหน้ามั่นคงแล้ว กลับกลายเป็นผู้ทำลายความมั่นคงของระบบสาธารณสุขเสียเอง

ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ปลดคนแบบนี้ออกจาก ครม. สมควรที่พรรคฝ่ายค้านต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ออกไปเสียจากอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบต่อระบบสาธารณสุข เพราะเป็น คนทำลายความมั่นคงในระบบสาธารณสุข เพื่อหาคนใหม่มากำจัดคนพาล อภิบาลคนดี ของสาธารณสุข ให้มีขวัญ มีกำลังใจทำงาน จัดให้มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ในการสู้ศึกเชื้อโรค ความเจ็บป่วย และ โรคระบาดให้ชนะ เพื่อดูแลพี่น้องคนไทย ให้ปลอดภัยจากโรคร้าย และโควิด ที่อาจจะเกิดอีกไม่ช้าก็เร็ว


๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓
https://www.facebook.com/churdchoo.ariyasriwatana/posts/10157420747645208

14


เรื่องเล่าจากเฟสบุ๊ค Arnond Sakworawich

เมื่อวาน รมว มิคกี้เมาส์เสพกัญชาจนเมามายได้ที่ ได้เรียกช้างชัยเข้าไปพบ เมื่อช้างชัยเข้าไปพบมิคกี้เมาส์ มิคกี้เมาส์ก็ถามว่า แอบอัดเสียงหรือไม่ ช้างชัยเลยตอบมิคกี้เมาส์ไปว่า ผมลูกผู้ชายพอ ไม่อัดเสียงครับ
มิคกี้เมาส์จึงกล่าวว่า ห้ามอุทธรณ์กรรมการสอบ พทพ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นศัตรูกับ รัฐมนตรี
โถๆ พทพ นี่ เคยปั้นข้อมูลมากิจการไม่ขาดทุนเลย ไปหลอกพี่หลวง พี่หลวงไปพบตู่ ถูกตู่บอกว่าคุณถูกลูกน้องหลอกลวงแล้วแหละ
ข้อมูลที่คุณเอามาเสนอผม ผิดหมด หลอกลวงทั้งหมด
พี่หลวงโกรธ พทพ มากเหลือเกิน ด่าในรถตู้ตั้งแต่ ตึกสารขัณฑ์คู่ฟ้าไปจนถึงกระทรวงงูสองตัวฉกกันไม่เลิกรา แล้วปลด พทพ ออกจากตำแหน่ง
แต่สุดท้าย พทพ ก็กลับมาได้ดีมีตำแหน่งใหญ่

อ้อ พทพ เป็นเพื่อนซี้ไอ้ฉิกหายเอ๊ย เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ มัธยมยันมหาวิทยาลัย
แล้วมันจะเป็นธรรมได้อย่างไร

มิคกี้เมาส์ ยังกล่าวกับช้างชัยอีกว่า ถ้าอุทธรณ์คัดค้าน พทพ จะถือว่าเป็นศัตรูของมิคกี้เมาส์
แล้วจะย้าย ยย มาเป็น กรรมการสอบ
แล้วเดือนตุลานี่้ จะเอาไอ้ฉิกหายกลับมาอีกด้วย เป็นรอบที่สาม

แต่ถ้าช้างชัยเชื่อใจและไว้ใจมิคกี้เมาส์ จะยกตำแหน่งใหญ่ให้ที่โคราช และทุกอย่างจะจบ โดยไม่มีบาดแผลใดๆ

โถ ช้างชัย คงไม่เชื่อ มีแต่ควายเท่านั้น ที่เชื่อ เอ แต่ควายก็คงฉลาดกว่านี้

20 มิถุนายน 2563
https://www.facebook.com/784302727/posts/10158617810617728/
.........................................


เรื่องจริงจากกระทรวงสาธารณสุข


มีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่กองบริหารการสาธารณสุข สนง.ปลัดกระทรวง และให้นพ.เกรียงศักดิ์ ( ฉิก ) ผู้อำนวยการรพ.ประปกเกล้า จันทบุรี มารักษาการตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น

ในกรณีที่มีบัตรสนเท่ห์กล่าวหาว่าสั่งเรียกรับเงิน 5% เข้ากองทุนสวัสดิการโรงพยาบาล แล้วตามมาด้วยคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง คำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ลงนามโดยรองปลัด ยงยศ

มีการตั้งประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรง คือ นพ.สุเทพ เพชรมาก (ผู้ตรวจราชการเขต6) นพ.ชาญชัยทำหนังสือคัดค้านเพราะคิดว่าประธานไม่เป็นกลาง ต่อมา นพ.สุเทพ ขอลาออกจากประธาน (ตามคิวประธานสอบวินัยจะเป็นผู้ตรวจราชการเขต5) มีการตั้งประธานสอบวินัยคนใหม่ คือ นพ. พิทักษ์พล (ผู้ตรวจราชการเขต11)




15

เสนอปลด รมว./ให้ปลัด สธ.พ้นตำแหน่ง/ย้ายหมอชาญชัยคืน รพศ.ขอนแก่น/ย้ายออกหมอเกรียงศักด์-ธรรมาภิบาล ตอน9

สวัสดีค่ะดิฉันชื่อแพทย์หญิงอรพรรณ เมธาดิลกกุลนะคะ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมายการแพทย์กรมการแพทย์ วันนี้เป็นตอนที่ 9 นะคะเรื่องการย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลขอนแก่นไปประจำที่กระทรวงสาธารณสุขโดยที่มีผู้เดือดร้อนคือผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขผู้ที่สู้กับ covid ผู้ที่ทำเพื่อประชาชนกำลังเดือดร้อนใจแต่เจ้ากระทรวงก็คือ คุณอนุทินนอกจากนิ่งเฉย และยังเบี่ยงประเด็นส่อเจตนาบางอย่าง ...
คุณอนุทินเป็นเจ้ากระทรวงตามมาตรา 20 แห่งระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 มีหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการทั้งปวงรวมทั้งคุณสุขุม ขณะนี้คำสั่งของคุณสุขุมที่ย้ายฟ้าผ่าคุณหมอชาญชัย โดยอ้างความอันเป็นเท็จ ได้สร้างความปั่นป่วนในกับวงการสาธารณสุข และอาจกระทบบริการของประชาชน ตรงนี้คุณอนุทินชอบที่ต้องทำหน้าที่ตามมาตรา 20 ย้ายคุณสุขุม หรือเด้งคุณสุขุมไปอยู่ที่สำนักนายก..ก็จะยุติความขัดแย้งและก็หย่าศึกได้จริงอันนี้คือข้อแรก คือใช้อำนาจตามมาตรา 20 แล้วถ้ามีความผิด ฐานอะไรก็ดำเนินต่อไป เช่นกรณีที่ว่าประพฤติมิชอบก็ดำเนินไปตามนั้น ต่อมาในมาตรา41 กรณีมีความเดือดร้อนและมีคนทักท้วงมากมาย ล่าสุดก็มีแพทย์หญิงเชิดชู อริยศรีวัฒนา กรรมการแพทยสภาชุดปัจจุบัน ได้ไปยื่นหนังสือต่อท่าน ตัวท่านเองก็เป็นผู้รับเอง และขณะเดียวกันก็มีผู้เดือดร้อนมากมายนะคะโดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานได้ออกมาแสดงและทักท้วง ท่านก็นิ่งเฉย จริงๆท่านต้องใช้อำนาจของท่าน ตามมาตรา41 ในเมื่อสิ่งที่เค้าร้องมา มีสาระตามสมควรที่จะต้องหาข้อเท็จจริงและพร้อมต้องแจ้งเขาด้วย นี่เวลาก็ผ่านมา10กว่าวันแล้ว นอกจากไม่หยิบมาแล้ว อันนี้เป็นความผิดปกติอย่างมาก...

นอกจากนั้นคุณได้มาพูดในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ  เช่น คุณมาพูดในหน้าที่ของการสอบวินัยร้ายแรง ใครๆก็รู้ว่าไม่ใช่หน้าที่คุณ คุณมีหน้าที่เป็นประธาน อกพ ตอนสุดท้าย แปลว่าคุณจะปล่อยให้มีการใช้คำสั่งอันไม่ชอบ ทั้งการตั้งมูลความผิดวินัยร้ายแรงโดยสืบมาไม่ถึงมูลนี้ แล้วคุณจะไปรอตรงนั้น หรือคุณอาจจะไม่ได้รอ อาจจะไปไหน อาจจะพ้นตำแหน่งไปแล้วก็ได้ หรือคุณอาจจะถูกเด้งเองก็ได้นะคะ ...

ฉะนั้นอย่าไปพูดถึงเรื่องว่าตนเองไม่มีหน้าที่ ไม่มีหน้าที่ และไม่ล้วงลูกนะ  ทั้งที่ตัวเองตอนนี้ขาดความเป็นกลาง เพราะผู้ได้ประโยชน์คือคุณหมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ใครๆก็รู้ ตัวท่านเองก็บอกว่าท่านสนิทมา 10 ปีแล้ว และขณะเดียวกันก็มี H focus พูดถึงว่าท่านพูดว่า ท่านกับคุณหมอเกรียงศักดิ์ ใครๆก็ว่าท่านเป็นมาเฟีย แต่ท่านเป็นคนที่ถูกคอคนนี้ แต่เป็นมาเฟียในทางที่ดีทำนองอย่างนั้น แล้วท่านก็บอกว่า10กว่าปีแล้วสนิทกันมา ทุกๆปีคุณหมอเกรียงศักดิ์ก็จะนำเพื่อน พรรคพวกไปพบท่านที่บ้าน อย่างน้อยปีละ 2-3ครั้ง เป็น10กว่าปีแล้ว ท่านยังคงมีความเป็นกลาง ที่จะเป็นผู้ตัดสินในกรณีความขัดแย้งกับคุณหมอเกรียงศักดิ์ คุณหมอสุขุมฝ่ายหนึ่ง กับคุณหมอชาญชัยได้อยู่หรือไม่ ท่านขาดความเป็นกลาง ท่านไม่สามารถใช้อำนาจตามวิปฏิบัติทางปกครองได้เลยนะคะ ซึ่งท่านอาจเป็นคู่กรณีด้วยซ้ำ ถ้าท่านสง่างาม ท่านต้องขอถอนตัวเองจากการเป็นรัฐมนตรี ไปบอกท่านนายกเลยว่า ผมขาดคุณสมบัติ ฉะนั้นผมขอลาออก หรือผมไม่พิจารณาคดีนี้ มอบคุณสาธิต ปิตุเดชะ ก็ได้ การพูดเฉไฉของท่าน  มันสร้างความปั่นป่วนให้หนักยิ่งขึ้นนะคะ ดิฉันขออนุญาตพูดถึงเรื่องการสอบวินัยร้ายแรงนิดหนึ่ง ในเมื่อยังคงจะทำทำทำทั้งที่มีการท้วงติงว่ามูลมันไม่ถึง

แล้วก็มาพูดถึงกรรมการสอบวินัยร้ายแรง...ตอนนี้คุณหมอพิทักษ์พล เป็นประธานกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะคุณหมอสุเทพ เพชรมากได้ขอลาออก คุณพิทักษ์พลเป็นเพื่อนสนิทของคุณหมอเกรียงศักดิ์ อันนี้ใครๆก็รู้ ในแวดวงสาธารณสุข ถามว่าคงจะเป็นแบบนี้ได้หรือหรอคะ ใครก็รู้ว่ามันไม่เป็นธรรม

ดิฉันขอเสนอ คุณอนุทินต้องลาออกเองหรือไม่งั้นก็ต้องไปขอให้นายกปลดท่านนะครับออกจากทุกๆตำแหน่งตำแหน่ง ไม่ว่าจะรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่าท่านขาดคุณสมบัติเป็นผู้บริหาร ท่านไม่รู้อำนาจหน้าที่ของท่าน และท่านไม่ลงมือมาแก้ปัญหา และยังสร้างปัญหาเพิ่ม คุณอนุทินข้อที่ 1 ข้อที่2ตัวคุณสุขุมและคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งตัวคุณหมอยงยศ และคุณหมอเกรียงศักดิ์ซีกนี้ ท่านจะต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เอาคุณหมอเกรียงศักดิ์เข้ามาในกรุแทน คุณหมอชาญชัยซึ่งปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปอยู่ในที่ตั้งทำงาน แล้วก็ดูแลเขาทุกๆฝ่ายอย่างเป็นธรรม  ไม่ว่าใครผิดใครถูก สอบไปเลยคะ แล้วก็ ดำรงไว้ซึ่งงานขวัญกำลังใจของพี่น้องประชาชนไทยก็จะดีว่าเราจะมีคุณหมอที่มีความสุขคุณพยาบาลที่มีความสุขบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสุข ทำหน้าที่ แม้จะเกิด next pandemic ก็จะมีการเสียสละกันต่อเนื่อง ขออนุญาตนะคะขอย้ำ คุณพิทักษ์พลเป็นคนที่ขาดคุณสมบัติ ในกรณีที่จะมาเป็นประธานสอบวินัย ดิฉันเชื่อว่ากรณีนี้ การตั้งกรรมการสอบวินัยจะไม่มีถ้าไม่มีมูล เรื่องการสอบมันไม่มีมูลชัดเจนอยู่แล้วนะคะเพราะว่าไม่ถึงกับการเรียกรับและขอให้ลงโทษนะที่ 1 คุณสุชาดานะคะที่อยู่ศูนย์ปฏิบัติอะไรทุจริตอะไรต่างๆนะคะซึ่งมาให้ข้อเท็จจริงว่ามีการข่มขู่พยาน คุณต้องแสดงหลักฐานเรื่องการข่มขู่พยานนะคะ เพราะว่าในนั้นปรากฏว่ามันจากศูนย์ที่คุณดูแลกับคุณหมอยงยศ ธรรมวุฒิเป็นคนดูแล ต้องแสดงหลักฐาน และคุณได้ทำหน้าที่ไหม ว่าถ้ามีการข่มขู่ คุณมีการรายงานและขอกันพยานตามกฎ กพ.หรือไม่ คุณก็ไม่ได้ทำ นอกจากกล่าวหาเขาแล้ว ยังทำด้วยหลักฐานที่ไม่ครบ.....

11 มิถุนายน 2563
https://www.youtube.com/watch?v=0sgkblzz-cI&feature=youtu.be

หน้า: [1] 2 3 ... 385