แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - story

หน้า: [1] 2 3 ... 446
1
ดื่มน้ำดีกว่ากินยาลดไขมัน

ในปี 2002 นักวิจัยกลุ่มหนึ่งตีพิมพ์ผลงานที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำที่ดื่มต่อวัน กับจำนวนการเสียชีวิตจากโรคหัวใจในสหรัฐอเมริกา ในประชาชน 20,000 คน โดยติดตามผลเป็นระยะเวลา 6 ปี
ผู้วิจัยพบว่า การดื่มน้ำมาก สัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากโรคหัวใจน้อยลง คนที่ดื่มน้ำตั้งแต่5แก้วขึ้นไป(ต่อวัน) ลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ประมาณครึ่งหนึ่ง(50% )เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มน้ำไม่เกิน2แก้วต่อวัน
นั่นหมายความว่า การดื่มน้ำที่มากพอ ลดอัตราตายจากโรคหัวใจได้ดีกว่ายาลดไขมันเสียอีก


เหตุผลสำคัญของการดื่มน้ำที่มากพอ คือ การลดความหนืดของเลือด (Blood viscosity) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงปัจจัยหนึ่งสำหรับโรคหัวใจ เมื่อเลือดหนืดเหนียวจะไหลเวียนได้ไม่ดี เหมือนน้ำหวานที่ข้นจะไหลไม่ดี เส้นเลือดจึงอุดตันได้ง่าย เป็นที่ทราบกันดีในวงการแพทย์ว่า โรคหัวใจมักเป็นช่วงเช้ามืด หรือตอนกลางคืนเพราะไม่ได้ดื่มน้ำ เลือดจึงข้นและหนืด
ที่น่าเป็นห่วง คือ ผู้สูงอายุเพราะระบบการกระตุ้นให้รู้สึกหิวน้ำไม่สามารถทำงานได้ดี ทั้งๆที่ร่างกายขาดน้ำมากแล้ว ก็ยังไม่รู้สึกหิวน้ำเลย เป็นอันตรายต่อสุขภาพจริงๆ ดังนั้นไม่ต้องรอให้หิวน้ำ จิบน้ำบ่อยๆ  รอให้หิวน้ำก็สายเสียแล้ว


สมองคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 80-85% ถ้าร่างกายขาดน้ำจะทำให้สมองทำงานได้ไม่ดี สมาธิ ความจำ การเรียนรู้จะแย่ลง อารมณ์หงุดหงิด แปรปรวน หรือซึมเศร้าได้ บางคนถึงกับปวดหัวเลยทีเดียว
ดื่มน้ำแค่ไหนถือว่ามากพอแล้ว งานวิจัยนี้แนะนำว่ามากกว่า 5 แก้ว สุขบัญญัติแห่งชาติล่าสุดบอกว่ามากกว่า 8 แก้ว ที่สังเกตได้ง่ายๆ คือ สีของปัสสาวะของเราต้องไม่เหลืองเข้ม ขาวใสได้เป็นดี เหลืองจางๆก็น่าจะพอได้
มาดื่มน้ำเป็นยากันดีกว่า

6 พ.ย. 2562
...............................................................

2
ผู้สื่อข่าว PPTV รายงานว่า ขณะนี้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างมากหลังจากว่า จะมีการแต่งตั้งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ มีชื่อผู้บริหารระัดบสูง 3 ท่าน  นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดสธ. และนพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการสธ.เขตสุขภาพที่ 6  โดยผลการคัดเลือกที่มีการเผยแพร่ในกลุ่มข้าราชการกระทรวงฯตอนนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน 3 คน ได้แก่ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 6 ปี พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 1 ปี และพญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดสธ.ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 6 เดือน

ปรากฎว่า มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึง พญ.วิพรรณ สมัยเป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก เนื่องจากการบริหารงานสมัยนั้น มีปัญหาขาดแพทย์ดมยา ทำให้การผ่าตัดลดลง ทั้งๆที่สถาบันเป็นถึงระดับสถาบันเชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ขณะเดียวกันยังมีปัญหาเรื่องไม่ต่อรองราคายา  ขณะที่ เพจ “วงในสาธารณสุข”  ก็มีโพสต์เรื่องดังกล่าว ในทำนองว่า ควรมีการตรวจสอบด้วยเช่นกัน
 
ล่าสุดวันที่ 21 ต.ค.2562  ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์เพื่อสอบถามประเด็นการแก้ปัญหาหมอดมยาขาดแคลนกับทาง นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้คำตอบว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก ไปตรวจสอบ เนื่องจากเล็งเห็นและเข้าใจดีว่า สถิติการผ่าตัดเปิดหัวใจลดลงจริง ซึ่งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นก่อนหน้านี้มีแพทย์ดมยาประมาณ 2-3 คน แต่ขณะนี้ทางผู้อำนวยการฯได้เปิดรับเพิ่มแล้ว ส่วนเรื่องการจัดซื้อยา หรือเรื่องต่างๆที่มีผู้กังวลนั้น ก็ได้ให้มีการตรวจสอบ เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ที่อาจมีข้อกังวลสมัยอดีต แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริต แต่เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงคาดว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้มุ่งหาผู้กระทำผิด เพราะเรื่องนี้ตนมองว่าไม่ได้มีเรื่องทุจริตแต่อย่างใด แต่ขอยืนยันว่า ทั้งหมดจะไม่กระทบต่อการบริการประชาชนที่สถาบันโรคทรวงอกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้

โดย PPTV Online
เผยแพร่ 21 ต.ค. 2562

3
แหล่งข่าวในกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2562 มีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทบริหาร ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ที่มีนายบุญปลูก ชายเกตุ เป็นประธาน และคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) และผู้แทนจากสธ. ได้แก่ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดสธ. และนพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการสธ.เขตสุขภาพที่ 6
          แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า ผลการคัดเลือกที่มีการเผยแพร่ในกลุ่มข้าราชการกระทรวงฯตอนนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน 3 คน ได้แก่ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 6 ปี พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 1 ปี และพญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดสธ.ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 6 เดือน โดยจะมีการเสนอรายชื่อนี้ให้กับปลัดสธ.และเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สธ. ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งครั้งนี้อยู่ในการจับตาของชมรมต่างๆในกระทรวงเป็นอย่างมาก และหากมีการแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น ชมรมต่างๆก็เตรียมที่จะมีการเคลื่อนไหว เพื่อทวงถามเรื่องธรรมาภิบาลและขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ด้วย
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการเผยแพร่ผลการคัดเลือกผู้ตรวจออกไปในหมู่ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขเป็นวงกว้าง ปัจจุบันเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของพญ.วิพรรณ ที่มีการระบุว่าเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยปลัดสธ.ได้เพียง 6 เดือนหลังจากก่อนหน้านั้นเป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ แต่ผ่านการพิจารณาเป็น 1 ใน 3 คนที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งเป็นการแซงหน้าผู้บริหารคนอื่นๆที่มีคุณสมบัติครบและอยู่ในตำแหน่งเดิมมานานตั้งแต่ 1-6 ปีรวม 20 คนขึ้นไปคว้าตำแหน่งผู้ตรวจฯ โดยมีผู้ที่อยู่ในตำแหน่งเดิมนาน 6 ปี 2 คน , 5 ปี 1 คน ,4 ปี 1 คน ,3ปี 5 คน ,2ปี 7 คน ,1 ปี 6 คน และ 6 เดือน 5 คน

กรุงเทพธุรกิจ
17 ตุลาคม 2562

4
วงในสาธา รอบสัปดาห์นี้มี “...เรื่องใหญ่ ประเด็นร้อน...” ก่อนเข้าครม.สัปดาห์หน้า
..
...ตำแหน่งระดับบริหารสูง ที่ยังไม่ได้แต่งตั้ง คือ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข ที่ว่างลง 3 ตำแหน่ง
...ข่าวเล่าเม้าท์มอยกันว่า มีการแบ่งเค๊กกันเพลิดเพลิน ระหว่างการเมืองกับข้าราขการประจำ (ซึ่งไม่น่าจะมีอำนาจต่อรองใดๆเหลืออีกแล้ว) ความจริงการแบ่งปันกันไม่ใช่เรื่องผิดปกติในสังคมไทย แต่ที่เป็นปัญหา คือ พอได้ส่วนแบ่งมาแล้ว กลับใช้ส่วนแบ่งที่ได้รับมาแบบทุเรศทุรัง!!! เกินที่สุจริตชนคนทั่วไปจะรับได้
...โดยเฉพาะตำแหน่งที่ถือเป็น ..ยุทธศาสตร์ของการปฏิรูประบบสุขภาพ.. การกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังเขตสุขภาพทั้ง 12 เขต ตำแหน่งผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพ ยิ่งจำเป็นต้องคัดเลือกคนที่รู้และเข้าใจบริบทของพื้นที่ภูมิภาคมาพอสมควร
...วงในส่งข่าวมาว่า จะมีการเสนอแต่งตั้งคนที่คุณสมบัติแย่ๆ อาวุโสน้อยๆ มือไม่ถึง (อ่อนหัด) จะไม่สามารถผลักดันงานยุทธศาสตร์ของกระทรวงได้เลย (อย่าคาดหวังว่า นโยบายกัญชา ร้านยา รวมถึงอีอาร์คุณภาพจะเดินหน้าได้สะดวก) เพราะไม่สามารถคุยกับคนภูมิภาครู้เรื่อง พูดอะไรออกมาก็มักจะอ้างถึงบริบทเมืองหลวงที่มีทรัพยากรพร้อม (ตัวเองสังกัดมาตลอดอายุราชการ) คนภูมิภาคฟังแล้วพากันส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา
..
...ถ้าพิจารณา กลุ่มผู้บริหาร ที่มีโอกาสได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจราชการ มีมากถึง 23 คน (รองอธิบดี ผู้ช่วยปลัด) แต่ละคนมีความรู้ ความสามารถแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เติบโตมาจากภูมิภาค นอกจากนั้นยังมี สาธารณสุขนิเทศ อีก 12 คน รวมกันแล้ว 45 คน
...ที่สำคัญ อาวุโสของการเข้าสู่ตำแหน่งบริหารดังกล่าว ก็แตกต่างกันมาก บางคนทำงานบริหารนี้มา 6 ปีกว่า จนถึงน้องใหม่อ่อนหัดที่เพิ่งเข้ามาได้แค่ 6 เดือน
...การแต่งตั้งข้ามกันบ้างไม่มาก พอรับได้ ถ้าความรู้ความสามารถได้รับการยอมรับ
...แต่ถ้าแต่งตั้งคนที่อาวุโสน้อยกว่า ถึง 5-6 ปี ข้ามหัวรุ่นพี่ที่มีผลงานมากมาย ถึง 40 คน มันทุเรศเกินไป
..
...“วิพรรณ”... ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยปลัดฯ เพราะเป็นน้องรักปลัด ก้าวตามกันมาจากสถาบันโรคทรวงอก แม้จะจบสงขลา แต่ทำงานที่ส่วนกลางมาตลอด ลองถามว่า จังหวัดไหนอยู่เขตไหน ยังตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ปลัดคิดจะดันน้องรักให้เป็นผู้ตรวจ ทั้งๆที่เพิ่งเป็นผู้ช่วยปลัดได้แค่ 6 เดือน
...ถ้าเทียบกับ "ผู้ช่วยปลัด" ด้วยกัน 2 คน วิพรรณเพิ่งเข้ามาทีหลัง และที่สำคัญผลงานของวิพรรณ ?????? ....... แปลว่า ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ให้ควรค่าแก่การจดจำชื่อ คนภูมิภาคส่วนใหญ่ แม้กระทั่ง นพ.สสจ. ผอ.รพ.หลายคนถามหากันว่า ...ใครวะ?... ไม่เคยเห็นหน้า ทำงานอะไรบ้าง นอกจากเดินตามปลัด ชื่อชั้นห่างจาก ผู้ช่วยปลัดอีกคน แบบไม่เห็นฝุ่น
...ถ้าเทียบกับ "รองอธิบดี" คนอื่น แต่ละคนมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ชัดเจนกว่า วิพรรณ มากมายหลายเท่าตัว ที่สำคัญ รองอธิบดีเหล่านี้ก้มหน้าก้มตาทำงานที่ได้รับมอบหมายกันเต็มที่
ต่างจากวิพรรณที่ไม่มีผลงานใดๆให้จับต้องได้ เพราะปลัดเองก็ไม่เคยทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเช่นกัน ที่ผ่านมา 1 ปี เห็นแต่การออกงานอีเวนต์เป็นหลัก ผลกระทบจึงตกมาที่น้องรักผู้ช่วยปลัดไปด้วย
..
ไม่ผิดอะไรที่คนภูมิภาคจะไม่รู้จัก วิพรรณ
..
...วิพรรณ ไม่มีความเหมาะสมใดๆ ในการแต่งตั้งผู้ตรวจราชการครั้งนี้
..
แล้วใครเลือก? (ฟร่ะ)
..
มีคณะกรรมการ 5 คน พิจารณากลั่นกรองเสนอชื่อ แต่องค์ประกอบของกก.นี่สิปัญหา กก.ที่มาจาก กพ.2 คนคาดไม่ถึงว่า กก.เสียงส่วนใหญ่จะกล้าเสนอสิ่งที่ทุเรศทุรังนี้ได้ เพราะ กก.เสียงส่วนใหญ่ได้รับแต่งตั้งมาจากปลัด ได้แก่ ไพศาล คนที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขา อย. ทั้งๆที่ช่วงเป็นรองปลัดก็ไม่เคยทำงานอะไร ไม่เคยตัดสินใจอะไร นอกจากประคองตัวเองเท่านั้น (คนแบบนี้จะได้ดิบได้ดีในยุคแบบนี้) คนที่ 2 คือ สุเทพ ผู้ตรวจฯ เขต 6 ที่ถูกน้องเหยียบหัว ข้ามไปเป็นรองปลัด แต่คงได้รับการตอบแทนเอาใจเป็นพิเศษ โอนงบเหลือจ่ายให้ไปมากมาย คนที่ 3 คือ ยงยศ รองปลัดที่เป็นที่กล่าวขานว่า เหยียบหัวพี่ ข้ามหัวเพื่อน ขึ้นมาเป็นรองปลัดแบบ อายไปทั้งแผ่นดิน ทั้ง 3 คนนี้ ไม่ยาก ปลัดสั่งให้เลือก น้องเลิฟ วิพรรณ โดยไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ
..ข้ามหัวรุ่นพี่กว่า 40 คน ขึ้นไป ทั้งๆที่ไม่มีผลงานชัดเจนใดๆ
..
...ต้องฝากทีมงานการเมืองภูมิใจไทยแล้วครับว่า ท่านคิดจะอยู่กระทรวงสาธารณสุขแบบให้คนสาสุขจดจำท่านในภาพใด

จากเพจ วงใน สาธา
17 ตุลาคม 2562

5
ช่วงนี้คนวงในสาธารณสุขคงจับตาดูโผแต่งตั้งโยกย้าย ผู้บริหาร ที่ยังมีอีก 2-3 ชุด คือ ชุดใหญ่ไฟกระพริบ แต่งตั้งผู้ตรวจราชการ ซึ่งข่าวแว่วมาว่า มีการงัดข้อกันอย่างแรงกับฝ่ายการเมือง เพราะมีการดันก้นคนใกล้ชิดให้ข้ามหัวเพื่อน เหยียบหัวพี่ อีกรอบ (ซ้ำรอย รองปลัด ก๊วนแพทย์อ้างชนบท) ที่เล่นเอาสตั๊นท์กันทั้งวงการ (เรื่องแต่งตั้งผู้ตรวจฯ เดี๋ยวได้แฉกันอีกรอบ)
...อีกชุดที่น่าจะประกาศออกมาใกล้เคียงกัน คือ โผแต่งตั้งโยกย้าย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด แทนผู้เกษียณ ซึ่งข่าวแว่วมาเช่นกันว่า จะมีการล้างบางขั้วตรงข้าม กดให้โงหัวไม่ขึ้น หลังจากที่ทำมาหลายครั้ง
...แต่เรื่องสำคัญกว่า คือ การแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นการทำร้าย ทำลาย โรงพยาบาลศูนย์ เดิมมีหลักคิดว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ควรมีเวลาทำงานมากกว่า 1 ปีขึ้นไป เพราะช่วงแรกเข้ารับตำแหน่ง กว่าผอ.จะรู้โครงสร้างภายในรพศ. กว่าจะรู้ว่าแต่ละกลุ่มมีบริบทยังไง กว่าจะรู้ว่างานไหนจะมอบใคร กว่าจะได้เริ่มพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์ อาจใช้เวลาเกือบครึ่งปี พอใกล้ครบหนึ่งปี ผอ.เริ่มงานได้อย่างดีขึ้น ถ้าต้องย้ายออกไปรพ.อื่น ถือว่า โรงพยาบาลศูนย์แห่งนั้นเสียโอกาสพัฒนาไปมาก นับว่าเป็นการทำร้ายโรงพยาบาล
...ถ้าคิดจะโยกย้ายเพื่อเอื้อประโยชน์พวกพ้อง หรือโยกย้ายเพื่อล้างบางฝ่ายตรงข้าม ถือได้ว่า กระทรวงสาธารณสุขยุคนี้ตกต่ำถึงขีดสุด มีความแตกแยกมากที่สุดในประวัติศาสตร์กระทรวง
..
...ลองมาดู ผอ.รพศ.ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อ ตค.2561 มีทั้งหมด 16 คน จาก รพศ.ทั้งหมด 33 แห่ง
1. รพศ.นครพิงค์ เชียงใหม่ (นพ.วรเชษฐ)
2. รพศ.อุตรดิษถ์ (นพ.อายุส)
3.รพศ.สวรรค์ประชารักษ์ (นพ.ชนินทร์)
4. รพศ.พระนครศรีอยุธยา (นพ.ธีระชัย)
5. รพศ.ราชบุรี (นพ.พิเชียร)
6. รพศ.เจ้าพระยายมราช (นพ.พงษ์นรินทร์)
7. รพศ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี (นพ.นำพล)
8. รพศ.พระปกเกล้า (นพ.เกรียงศักดิ์)
9. รพศ.ระยอง (นพ.ไชยสิทธิ์)
10. รพศ.ขอนแก่น (นพ.ชาญชัย)
11. รพศ.อุดร (นพ.ณรงค์)
12. รพศ.มหาราชนครราชสีมา (นพ.ชุติเดช)
13. รพศ.บุรีรัมย์ (นพ.สมชัย)
14. รพศ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี (นพ.มนต์ช้ย)
15. รพศ.สุราษฎร์ธานี (นพ.กิตติศักดิ์)
16. รพศ.ยะลา (นพ.บรรยง)
..
...ดูจากรายชื่อผอ.ทั้ง 16 คน ส่วนใหญ่เข้าใจมารยาท กฎ กติกา ดีอยู่แล้วว่า 1 ปี ต้องไม่ทำร้ายรพ. ด้วยการขอย้ายออก
...แต่มี ผอ.บางคน เช่น ผอ.รพศ.พระปกเกล้า หัวหน้าก๊วนแพทย์อ้างชนบท ที่ประกาศกร้าวว่า จะกลับ รพศ.ขอนแก่น 100% เพื่อสนองตันหาตัวเองเพียงอย่างเดียว ถึงกับอ้างว่า โผโยกย้าย ตัวเองเป็นคนเขียนเองกับมือ (ไม่เห็นหัวปลัด)
...ผอ.อีกคน คือ ผอ.รพศ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศ พยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้ย้ายมารพ.อื่นใกล้กทม. ทั้งๆที่เพิ่งไปอยู่รพศ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศเพียง 1 ปี
...หรือนี่จะเป็นเพราะคนเหล่านี้ เติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่แหลกเหลว ไม่มีระเบียบ ไม่มีระบบ เติบโตมาจากรพ.ขนาดเล็ก ที่สามารถทำอะไรโดยไม่สนใจระเบียบ จนเคยตัว เมื่อมาอยู่รพ.ขนาดใหญ่ที่มีระบบ ขั้นตอนที่วางไว้ถูกต้อง จึงอึดอัดทนไม่ได้ จนต้องหาทางดิ้นรนแหกกฎอย่างที่เห็น
...ปลัดและพรรคพวก ถ้าคิดจะทำลายกระทรวงสาธารณสุขกันต่อไป คงได้เจอกับการต่อต้านจากภูมิภาคมากขึ้น หรือปีนี้จะย่ำรอยประวัติศาสตร์ปีก่อน มีม๊อบเสื้อดำผุดขึ้นตามรพ.หลายแห่งทั่วประเทศ หมอหนูและทีมงานคงไม่มีความสุขกับสภาพที่เหลวแหลกแบบนี้ ยากที่นโยบายต่างๆจะถูกผลักดันอย่างจริงจัง
...ถ้ามั่นใจ ก็ลองดู...

จากเพจ วงใน สาธา
2 ตุลาคม 2562

6
ประกาศจุดยืนของการรวมตัวเรียกร้อง คัดค้านการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองแบบแผน

สืบเนื่องจากการรวมตัวเรียกร้อง ของกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยได้มีการยื่นหนังสือคัดค้าน ขอให้พิจารณาทบทวนคำสั่งแต่งตั้งนายถาวร. ขาวแสง ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองแบบแผน ต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๒ ยื่นต่อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ยื่นต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ คน(ใหม่)เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ และยื่นต่อ ศูนย์ป้องกันการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการสำนักงาน ก.พ. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง คณะกรรมการสภาวิชาชีพ สภาสถาปนิก สภาวิศวกร สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาเป็นลำดับ

กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองแบบแผน ขอประกาศให้ผู้บริหารทุกระดับ ประชาชนภายนอกที่ติดตามข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์หรือช่องทางไลน์ ได้รับรู้รับทราบข้อเท็จจริงว่า การรวมกลุ่มทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในครั้งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก การเสนอรายชื่อ เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลหรือผู้บังคับบัญชาที่ทำให้เกิดการรวมตัวประท้วง ต่อต้าน ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจต่อกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองแบบแผน ว่าบุคคลที่เลือกและแต่งตั้งมานั้นมีความประพฤติดี ประพฤติชอบ เหมาะสมกับตำแหน่งอย่างไร

ในขณะที่กลุ่มผู้เรียกร้อง คัดค้าน ได้รับรู้และรับทราบเชิงประจักษ์ถึงพฤติกรรมของบุคคลที่ แต่งตั้งขึ้นดำรงตำแน่งในครั้งนี้ว่า มีความผิดปกติในการได้มาซึ่งตำแหน่ง การใช้อำนาจหน้าที่ในขณะที่เป็น ผู้อำนวยการ สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพเขต ๑ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง สับเปลี่ยนเอื้อประโยชน์ผู้รับจ้างในงานก่อสร้าง อาคาร โรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยคัดลอก ทำซ้ำ ประวัติของกองแบบแผนไปเป็นของหน่วยงานที่ตนเองรับผิดชอบ การต้อนรับ รับรอง ผู้บริหารกรม บนบ้านพักตากอากาศที่ตั้งอยู่บนดอยม่อนเงาะ การส่งรถ รับส่ง ผู้บริหาร โดยอ้างว่าอำนวยความสะดวก ในขณะที่บุคลารในกองแบบแผนรับผิดชอบและปฎิบัติหน้าที่ของตนเองและไม่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาก่อน คำกล่าวอ้างที่ว่า เป็นการคัดเลือก นักบริหารมืออาชีพ เข้ามาเพื่อการเปลี่ยนแปลงนั้น มีข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ในลักษณะไหน หรือเป็นแค่การกลบเกลื่อนเพื่อให้เกิดความชอบธรรมถูกต้องตามกระบวนการ ภายใต้ ขบวนการที่ได้มีการวางแผนต่อเนื่องตั้งแต่ระดับกรม จนถึงระดับกอง เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งและ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้จัดพื้นที่บริเวณ ชั้น ๘ ส่วนงานอธิบดี รองอธิบดี ผู้เชี่ยวชาญ ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้นั่วทำงานในขณะนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้กลุ่มผู้เรียกร้องเห็นว่า ผู้บริหารทุกระดับ รู้เห็นรับทราบ และยินยอมให้ นายถาวร. ขาวแสง ขึ้นมารับตำแหน่ง เพราะ สามารถตอบสนองนโยบายเชิงลับ และเชิงลึกได้ดีกว่า บุคลากรที่เติบโตมาในกองแบบแผน และไม่มีพฤติกรรมตอบสนองต่อนาย ในลักษณะที่นายถาวร ขาวแสง กระทำอยู่

กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองแบบแผน มีจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดีในการเรียกร้อง รวมตัวต่อต้านคัดค้านมิให้บุคคลคนนี้ เข้ามาบริหารงานภายในกองแบบแผนเพราะรับรู้เชิงประจักษ์ถึงพฤติกรรมและการกระทำ แต่ผู้คัดเลือก หรือผู้เกี่ยวข้องในทุกกระบวนการของการคัดเลือกและแต่งตั้ง ไม่ได้ออกมาแสดงออกถึงคุณธรรม จริยธรรม หรือ ชี้แจง หรือให้ความกระจ่างแก่กลุ่มผู้เรียกร้อง แต่อย่างใด กลับเพิกเฉย ไม่ใส่ใจ ไม่แม้แต่จะคิดป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งบานปลายระหว่าง กลุ่มผู้เรียกร้องกับกลุ่มบุคคลที่นายถาวร. ขาวแสง พาเข้ามาในสถานที่ราชการ ปล่อยให้เดินปะปนกับผู้ชุมนุมอย่างสงบ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มผู้เรีกร้อง รับรู้ได้ถึงภัยคุกคาม หรือการสวมรอยสร้างสถานการณ์ให้เกิดความไม่สงบกับหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

เหตุที่ทำให้กลุ่มผู้เรียกร้องรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เกิดจากการที่กลุ่มผู้เรียกร้อง ได้รับการสื่อสาร โดยวาจา ถากถางเหยียดหยามจาก กลุ่มบุคคล คน ของ สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ ๑_๑๒ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำให้เสื่อมเสีย เหยียดหยาม โดยอ้าง การล้มล้าง ไม่พอใจก็ลาออกไป รวมทั้ง การนำภารกิจของกองแบบแผนไปดำเนินการโดยขาดความรู้ความเข้าใจ ทำให้เกิดความเสียหายต่อ โรงพยาบาลที่มีสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ ๑_๑๒ ตั้งอยู่ และกองแบบแผนต้องส่งเจ้าที่จากส่วนกลางลงไปแก้ปัญหางานอยู่ในขณะนี้

กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองแบบแผน ขอประกาศย้ำว่า การชุมนุมเรียกร้องของพวกเราทุกคน มีความบริสุทธิ์ใจ ทุกคนมาด้วยใจ ไม่มีการจัดตั้ง หรือข่มขู่ ให้ทุกคนต้องออกมาแสดงออกโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของการรับราชการนับจากนี้

กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ประกาศณ วันที่ ๙ ตุลาคม๒๕๖๒

7
ขอต่อเรื่องงบเหลือจ่ายปลายปี อีกสักหน่อย
เพราะปลัดออกมาให้ข่าว แบบที่...ผู้บริหารเค้าไม่ทำกัน!!!
..
งบเหลือจ่าย ถือว่า เป็นแหล่งผันงบแปลงเงิน ของผู้บริหาร เพราะมีเงื่อนไขว่า ต้องรีบใช้ให้หมดในปีงบประมาณ ให้ทันสิ้นกันยายนของทุกปี ทำให้การตรวจสอบความจำเป็น น้อยกว่าปกติ จึงเป็นช่องทางที่ผู่้บริหารยุคนี้ใช้ในการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง รพ.หรือจังหวัดที่ก๊วนตนเองอยู่ แม้จะจำเป็นน้อยกว่าที่่อื่น
..
สุดท้าย รพ.ที่ขาดแคลน อยู่ห่างไกล จึงได้แต่นั่งมอง รพ.ใหญ่ ใกล้ขั้วอำนาจ ได้งบไปเชยชม
..
นอกจากนั้น ผู้บริหารยุคนี้ มีปากเหมือนมี..... ออกมาถามผ่านสื่อไปยัง ..ผอ.รพ.เล็กๆ..ที่เสียสละอยู่พื้นที่ห่างไกลว่า ....
..
"...คิดว่าไม่มีผู้รับเหมา แล้วรพ.จะของบมาทำไม..."
..
ไม่คิดว่าจะได้ยิน ก็ได้ยินในยุคนี้
ไม่คิดว่าจะได้เห็น ก็ได้เห็นในยุคนี้
..
รพ.แม่ลาน เป็นตัวอย่าง รพ.เล็กๆ ในจังหวัดปัตตานี พื้นที่เสี่ยงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก่อตั้งมานาน ระบบบำบัดน้ำเสียชำรุด ทำให้การบำบัดน้ำทิ้งของรพ.ซึ่งมีทั้งเชื้อโรค และสารเคมีอันตรายมากมาย ต้องถูกปล่อยออกจากรพ.โดยที่ไม่ได้บำบัดให้ปลอดภัยก่อนปล่อยออกชุมชน
..
ผอ.รพ.ตัวเล็กๆ ได้ของบประมาณ ระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อชุมชน ชาวบ้านชายแดนใต้ ...อยากถามปลัดว่า ผิดด้วยเหรอ ที่ของบประมาณเรื่องนี้
..
สุดท้าย งบระบบบำบัดน้ำเสียของ รพ.แม่ลาน ใช้ไม่ทัน แทนที่จะแปลงงบให้ รพ.แม่ลานที่ขาดแคลน เป็นค่าสาธารณูปโภค กลับ โยกงบไปที่รพ.ตราด ซึ่งเป็นรพ.ขนาดใหญ่กว่า อยู่ในเขต 6 ที่สถานะการเงินถือว่าดีมาก แต่......
..
หรืออีกตัวอย่าง รพ.ดอกคำใต้ เหนือสุดประเทศไทย ถูกโยกงบเหลือจ่ายไปให้ สสจ.ชลบุรี ที่ถือว่า ปัญหาเรื่องการเงินน้อยมาก เพราะ....
..
ตอนนี้ คนทำงานในกระทรวง ไม่ว่าจะส่วนกลางเอง หรือ ภูมิภาค ต่างหมดกำลังใจ หมดเรียวแรง ที่จะทำงานตอบสนองนโยบาย ทำงานกันไปวันๆ
..
อย่าหวังว่า นโยบายที่รมว.อนุทิน วาดหวังอยากเห็น Quick win จะได้รับความร่วมมือจากใจจริง ที่ทำกันคงเป็นแค่ ทำไป่งั้นๆ เพราะบรรยากาศแย่สุด
..
ว่ากันว่า คนคนนี้ไม่น่าจะอยู่ได้ถึง กย. 2563 เพราะทำงานไม่เป็น ไม่ได้ใจลูกน้อง ทุกอย่างที่ทำไป กลับกลายเป็นการสร้างปัญหาให้ระบบใหญ่ ที่ทำให้คนต่อไปที่เข้ามาบริหาร ทำงานยากขึ้น
จากเพจ วงใน สาธา
25 กันยายน 2562

8
วันนี้มาแฉกันเรื่องเบาๆ เศษเงินเล็กๆน้อยๆ ที่พวกคนจัญไรขึ้นมามีอำนาจ แล้วรุมทึ้งงบประมาณเหลือจ่าย แบบอายไปทั้งประเทศ
..
ช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณทุกปี จะมีงบประมาณที่ใช้ไม่ทัน ส่วนใหญ่คืองบลงทุน (ซื้อครุภัณฑ์หรือจ้างก่อสร้างหรือปรับปรุงสิ่งก่อสร้าง) ซึ่งงบลงทุนแต่ละปีได้มาน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการ ...เขตสุขภาพจะจัดสรรให้รพ.ในเขตตามความจำเป็น หรือภาวะวิกฤติการเงินของรพ. เพราะรพ.ที่พอมีเงินบำรุงเหลือ อาจช่วยตัวเอง สามารถลงทุนได้เอง แต่รพ.ที่จน/วิกฤติ/ขาดทุน เขตมักจะช่วยจัดสรรงบลงทุนให้ เพราะไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ไม่สามารถพัฒนาได้ด้วยตัวเอง
รพ.ที่อยู่ในพื้นที่ยากลำบาก ห่างไกล แม้ได้งบลงทุนไป แต่มักพบปัญหาไม่มีผู้รับเหมาบ้าง หรืองบที่ได้มาไม่เพียงพอบ้าง จนทำให้ใกล้สิ้นปีไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ทัน ต่างจากรพ.ที่อยู่ในพื้นที่เจริญ ไม่ค่อยมีปัญหาแบบนี้ จึงใช้งบลงทุนได้หมดทันเวลา
โดยทั่วไป ถ้าไม่สามารถใช้งบลงทุนได้จริง กระทรวงสามารถขอเปลี่ยนงบได้ เช่น จากงบลงทุน เปลี่ยนเป็น งบสาธารณูปโภค ซึ่งทุกรพ.ต้องใช้ไฟฟ้า น้ำประปา จำนวนมากอยู่แล้ว รพ.ที่วิกฤติการเงินหลายแห่งติดค่าน้ำค่าไฟหลายเดือน เพื่อให้พอมีเงินเหลือมาจ่ายค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือค่ายาที่เป็นหนี้อยู่อีกจำนวนมาก
โดยหลักการ เมื่อใช้งบลงทุนไม่ทัน ก็ควรเปลี่ยนเป็นงบสาธารณูปโภคหรืองบดำเนินการอื่น ให้รพ.เดิมที่เป็นเจ้าของงบลงทุนนั้น
แต่ปีนี้มีเรื่องแปลกประหลาด น่าจะเกิดจากสาเหตุหลัก 2 ประการ
1. ปลัด ส. ก้าวขึ้นมาบริหาร โดยทำงานกับภูมิภาคน้อยมาก ไม่เคยมีประสบการณ์บริหารรพ.หรือจังหวัดที่อยู่ห่างไกล (เป็นแค่ผู้ตรวจเขตเดียว ไม่กี่ปี) ประกาศกร้าวใช้นโยบาย ...ลงโทษรพ.ที่ใช้งบลงทุนไม่ทัน... กล่าวหาว่า ผู้บริหารรพ.ไม่มีประสิทธิภาพ (ทั้งๆที่ตัวเองมาทำก็ทำไม่ได้เหมือนกัน) เลยเอางบลงทุนที่เหลือจ่าย โอนไปเป็นค่าสาธารณูปโภคให้ รพ.อื่นแทน แต่....
2. แล้วโอนไปให้รพ.ไหนแทน ประเด็นนี้เรียกได้ว่า ผีห่าซาตาน (ในคราบคนดี ก๊วนแพทย์อ้างชนบท) มารุมทึ้งงบลงทุนเหลือจ่าย โดยใช้วิธีการเดียวกับตอนที่ตัวเองเคยใช้มาตลอด ....โอนงบนี้ไปให้พรรคพวกตัวเอง.... แบบไม่อายฟ้าดิน ไม่รู้ว่าเพราะคิดว่าคนอื่นไม่รู้ หรือกรูหน้าด้าน จะเอาซะอย่าง ใครจะทำไม....
....ถ้าสังเกตจะเห็นว่า งบเหลือจ่ายทั้งประเทศ โยกไปให้รพ.ในเขตสุขภาพที่ 6 เกือบทั้งหมด ทั้งๆที่สถานะการเงินของรพ.ในเขต 6 ถือได้ว่า รวยที่สุดในประเทศ (เมือเปรียบเทียบทั้ง 12 เขต เพราะมีประกันสังคมมากที่สุด) ...แล้วเพราะเหตุใด??? : ผู้ตรวจเขต 6 ถือว่าเป็นลูกหม้ออีกคนของก๊วนแพทย์อ้างชนบท แต่รอบนี้ถูกรุ่นน้องเหยียบหัวข้ามไปเป็นรองปลัด เลยโยนเศษเนื้อมาให้เป็นการปลอบใจ
....อีก 2 รพ.ที่ได้รับงบเหลือจ่ายนี้ไปอย่างสบายใจเฉิบ คือ รพศ.ภาคอีสาน ที่ฐานะการเงินดีมาก แต่ผู้บริหารรพ.ถือได้ว่ามีความสามารถสุดยอดเทคนิคการเข้าหาผู้มีอำนาจแบบไหลลื่น คอยดูแล จัดให้อย่างเต็มที่ และอีกรพ.คือ รพ.อำเภอ สงขลา ที่มีผอ.เป็นแกนนำก๊วนแพทย์อ้างชนบท กลุ่มฮาร์ดคอร์อีกคน
....สุดท้าย รพ.ที่ได้เงินเหลือจ่ายคือ กลุ่มพรรคพวกของ ก๊วนแพทย์อ้างชนบท แทบทั้งสิ้น
..
...อนิจจา ย้อนกลับไปดูรพ.ที่หวังว่าจะได้รับการพัฒนาด้วยงบลงทุน แต่ใช้งบไม่ทัน แทบทุกแห่งเป็นรพ.ที่ไกลปืนเที่ยง รพ.อำเภอเล็กๆที่เชียงใหม่ พะเยา หรือ รพ.อำเภอจังหวัดปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งเป็น 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่อย่าว่าแต่ผู้รับเหมาเลยที่ไม่อยากเข้าพื้นที่ รพ.เหล่านี้กลับถูกกระทำชำเรางบประมาณ ด้วยพวกผีห่าซาตาน รพ.เหล่านี้เงินบำรุงแทบจะไม่มีจ่ายค่าจ้าง ค่าตอบแทน ค่ายา ถ้าได้รับการเปลี่ยนงบลงทนนี้เป็นงบสาธารณูปโภค จะทำให้สถานะการเงินรพ.ดีขึ้นได้บ้าง
..
...ปัญหาการจัดสรรงบเหลือจ่ายนี้ คงต้องส่งให้ถึงมือ สส.ผู้แทนราษฎร หรือผู้สมัครของแต่ละจังหวัดที่ถูกกระทำ โดยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ครั้งนี้
..
...หมอหนูจะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นคงไม่ได้ ท่านมีหน้าที่กำกับดูแล การบริหารของปลัด ให้เป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล
...หมอหนูคงต้องไปอธิบายเรื่องนี้กับ รอ.ธรรมนัส แห่งพะเยา คุณสมศักดิ์ แห่งลุ่มน้ำยม หรือ สส.ท่านอื่นๆ ให้เข้าใจว่าทำไมถึงถูกดึงงบประมาณไปให้ที่อื่น และต้องขอโทษประชาชนจังหวัดนั้นๆด้วย
..
...ตอนนี้ วุฒิสภาได้มีการแต่งตั้ง กรรมาธิการ ขึ้นมาแล้ว ท่านเจตต์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ ด้านสาธารณสุข คงสนใจข้อมูลการจัดสรรเงินที่ไม่มีธรรมาภิบาลนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น
..
ปล. หวังว่า ท่านผู้ยิ่งใหญ่คงไม่หาแพะ เป็นเด็กๆที่รับคำสั่งออกหนังสือนะครับ ผอ.กลุ่มบริหารการคลัง ม่ายเกี่ยวน๊ะจ้าาาา

จากเพจ วงใน สาธา
11 กันยายน 2562

9
เมือพิจารณาจากผู้ตอบแบบสอบถามความคิดเห็นทั้งหมด (238 คน) พบว่า คุณลักษณะผู้นำ ทีไม่ดีของหัวหน้างานทีมีผลต่อขวัญและกำลังใจในการทำงาน
...................
(4  ลักษณะที่น่าเอ่ยถึง)
ลำเอียง เล่นพรรคเล่นพวก (4.27) อยู่ในระดับสูงมาก
ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่(4.26) อยู่ในระดับสูงมาก 
ไม่เปิดรับคำวิจารณ์หรือคำแนะนำจากผู่อื่น (4.24) อยู่ในระดับสูงมาก 
ผูกใจเจ็บ (4.24) อยู่ในระดับสูงมาก
.....................
A Survey on Bad Leadership Affecting the Morale of Followers H
achapan Uachotikoon 
HROD Journal Volume 6 Number 1 January - June 2014 (2557)
 
 

10
ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง 3 ผู้ตรวจ สธ. ตามเสนอ กระแสวิจารณ์ตั้ง "เด็กปลัด" ข้ามหัวรุ่นพี่ไม่มีผล

วันนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย ตามที่ สธ.เสนอ คือ 1.นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ จากรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นผู้ตรวจราชการ สธ. 2.พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นผู้ตรวจราชการ สธ. และ 3.พญ.วิพรรณ สังคหพพงศ์ ผู้ช่วยปลัด สธ. เป็นผู้ตรวจราชการ สธ. ซึ่งเป็นรายชื่อตามที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.เสนอมา โดยก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงรายชื่อ โดยเฉพาะ พญ.วิพรรณ ที่ข้ามหัวรุ่นพี่จำนวนมากขึ้นมาเป็นผู้ตรวจราชการ สธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ประดิษฐ์ ไชยบุตร ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย (สพศท.) ได้ทำหนังสือส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ขอให้แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขอย่างมีธรรมาภิบาล โดยหวังว่า นายอนุทิน จะให้ความสำคัญกับการผดุงความเป็นธรมในการคัดเลือกและแต่งตั้งผู้บริหารของ สธ. โดยยึดหลักการธรรมาภิบาล เพื่อรักษารากฐานและจิตวิญญาณของงานสาธารณสุขที่ยึดถือประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่งเอาไว้

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ได้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ถึงเรื่องนี้ว่า เสนอรายชื่อตามที่ปลัด สธ.เสนอ เพราะปลัด สธ.จะต้องเลือกคนที่มาทำงานตอบสนองนโยบายของตนได้ ส่วนความเหมาะสมหรือไม่นั้น เชื่อว่าเหมาะสม แต่ปลัด สธ.จะต้องชี้แจงความเหมาะสมต่อประชาคม สธ.ให้ได้
22 ต.ค. 2562 15:11   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

11
ถึงวาระการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ตรวจราชการสธ. แทนผู้ตรวจฯ 3 ตำแหน่งที่ว่าง โดยเป็นคราวที่ต้องย้าย “ซี 9” ระดับรองอธิบดี สาธารณสุขนิเทศก์ ผู้ช่วยปลัดสธ. ขึ้นซี 10 ที่ตำแหน่งผู้ตรวจฯ ก่อนขยับขยายไปตำแหน่งอื่น
•   
รอบนี้ “โผ” ดันหลุดออกมาล่วงหน้า เพราะมีข่าวว่ากรรมการคัดเลือกข้าราชการซี 10 ที่มีสัดส่วนทั้ง “คนนอก” และ“คนใน” ในซีกของคนนอก ดันไม่เห็นด้วยกับชื่อที่กรรมการเสียงส่วนใหญ่ เสนอแต่งตั้ง เลยมีรายชื่อ “หลุด” ออกมาทางหน้าสื่อเต็มไปหมด เพื่อ “ดักคอ” ชื่อที่ “ผู้ใหญ่” บางคน ยัดใส่มือกรรมการเสียงข้างมาก
•
ตามธรรมเนียมข้าราชการไทย หากจะตั้งใคร เลื่อนขั้นคนไหน เมื่อไม่มี “เส้น” ไม่รู้จัก “ผู้หลักผู้ใหญ่” คนไหนเป็นพิเศษ หรือไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นเป็นพิเศษ ก็จะใช้ระบบที่เรียกว่า “อาวุโส” นั่นคือใครขึ้นก่อนมานานกว่า คนนั้นย่อมมีสิทธิ์ได้เลื่อนก่อน
•
ทุกปี ก็จะมีลิสต์อาวุโส มาให้กรรมการเหล่านี้นั่งพิจารณา เพื่อเอารายชื่อเหล่านี้เสียบแทนตำแหน่งที่ว่าง
•
ชื่อแรกคือ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต แน่นอน คนนี้ไม่มีปัญหา เพราะอาวุโสสูงสุด แช่อยู่ในระนาบนี้มานานกว่า 6 ปี จะขึ้นเป็นผู้ตรวจ ก็ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจอะไรนัก แม้หมอพงศ์เกษม จะรู้จักมักคุ้น กับ ม.ล.นพ.สมชาย จักรพันธุ์ อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต ประธานที่ปรึกษาเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ก็เถอะ
•
แต่ที่น่าตั้งคำถามแน่ๆ คือชื่อที่เหลือ นั่นคือ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย และ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดสธ. ที่ติดโผขึ้นผู้ตรวจเช่นเดียวกัน
•
ที่วิจารณ์กันหนักหน่วงก็คือ ทั้งคู่ ต่างก็ “อาวุโส” ไม่ถึง เพราะ หมออัมพร นั้น อยู่ในตำแหน่งรองอธิบดีเพียง 1 ปี ขณะที่ หมอวิพรรณ อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดสธ. เพียง 6 เดือน
•
สำหรับ พญ.อัมพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก - วัยรุ่น ว่ากันว่า “เหาะ” มาในสายของ “เสี่ยหนู”  และหมอสมชาย ที่มี “ลูกน้อง” เต็มกรมจิต ถึงขนาดว่ายุคนี้ รู้กันภายในว่า ใครที่มาจากกรมจิต จะได้รับความดีความชอบเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นสายตรงรัฐมนตรี
•
หมออัมพร แม้จะมีชื่อในหน้าสื่อบ่อย และเป็นโฆษกกระทรวงฯ ในยุคนี้ แต่หากไล่ลิสต์อาวุโสแล้ว พบว่าอยู่อันดับที่ 17 หรือข้ามคนอื่นมา 10 กว่าคน บางคนขึ้นเป็นซี 9 ตั้งแต่ปี 2557 ก็ขอให้รอต่อไป เพราะงวดนี้คนจาก “กรมจิต” ล้วนมาแรง...
•
แต่งตั้งโยกย้ายรอบที่แล้ว หมอเกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ก็เกือบได้ขึ้นอธิบดี “กรมใหญ่” รอนั่งเป็นปลัดต่อ แต่ดันมีคนรู้ทัน คาบข่าวจนลือกันทั่วกระทรวง เพราะว่ากันตามตรง หมอเกียรติภูมิ ยังชื่อชั้นห่างจากเต็ง 1 เต็ง 2 ที่เป็นอธิบดีกรมใหญ่อยู่แล้ว และรอเป็นปลัดเหมือนกัน จะไปย้ายบรรดาเต็ง 1 เต็ง 2 ออก โดยไม่ผิดอะไร ก็มีแววกระทรวงจะวุ่นตั้งแต่แรก
•
อย่างไรก็ตาม หลังหมอสุขุม กาญจนพิมาย เกษียณปีหน้า หากรัฐบาลประยุทธ์ยังอยู่ และเสี่ยหนู ยังเป็นรัฐมนตรี ก็ขอให้จดชื่อหมอเกียรติภูมิ ในฐานะว่าที่ปลัดได้เลย
•
ส่วนตำแหน่งผู้ตรวจอีกคน อย่างหมอวิพรรณนั้น คนสธ.งงกันยิ่งกว่าเก่า หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคือใคร มาจากไหนเพราะเป็นผู้ช่วยปลัดมายังไม่ถึงปี อาวุโสในลิสต์อยู่ลำดับที่ 23
•
แต่ถ้าย้อนดูประวัติก็จะร้องอ๋อทันที เพราะหมอวิพรรณ มาจากผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก ศิษย์สำนักเดียวกับ“หมอขุม” ปลัดกระทรวงฯ ทำให้ได้ขึ้นซี 10 รวดเร็วเป็นพิเศษ
•
อย่างที่ Gossipสาสุข เล่ามาตลอด “หมอขุม” นั้น ไม่มีพรรคพวก รู้จักใครไม่เยอะ เพราะไม่เคยผ่านตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ไม่เคยทำงานในภูมิภาค อยู่ไกลสุดคือที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก แถวแยกแคราย เพราะฉะนั้น มองซ้ายมองขวาไม่เหลือใคร ก็เลยหันไปหาพวกชมรมแพทย์ชนบท ที่ “เล่นการเมือง” เก่งไม่แพ้ใครในกระทรวงนี้
•
ผลงานที่ผ่านมา เอาแค่ย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาล ย้ายนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ที่ไม่เคยมีปัญหาอะไร พอกลุ่มนี้เข้ามาทำโผ ก็แต่งชุดดำประท้วงคัดค้านกันหลายจังหวัดมาแล้ว
•
ทีนี้พอแพทย์ชนบท ได้ดิบได้ดีกันหลายคนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมอยงยศ ธรรมวุฒิ ที่ขึ้นเป็นรองปลัด หรือหมอสุเทพ เพชรมาก ที่เป็นผู้ตรวจ หาสล็อตใส่ให้ใหญ่ขึ้นไม่ได้ ก็ถึงคิวดัน “ศิษย์น้อง” อย่างหมอวิพรรณขึ้นผู้ตรวจ ข้ามอีก 20 กว่าคน โดยไม่ต้องสนอะไร
•
ความจริงถ้าหมอขุม สามารถตอบได้ว่า หมอวิพรรณ มีความสามารถ “โดดเด่น” เหนือรองอธิบดีคนอื่นๆ ที่นั่งนานกว่าได้อย่างไร และถ้าเสี่ยหนู ตอบได้ว่า หมออัมพร เก่งกว่า คนอื่นอีก 10 กว่าคนแค่ไหน เรื่องนี้ก็จะไม่เป็นข่าว ไม่มีปัญหา และก็คงไม่มี “คนนอก” คนไหน ปล่อยข่าวให้สื่อ
•
แต่กระบวนการสรรหารอบนี่กลับทะแม่งๆ กรรมการสรรหาฝั่งคนสธ.ที่ล้วนแล้วแต่ใกล้ชิดปลัด กลับยืนกรานรายชื่อ 2 คนนี้ ตามรายการ “คุณขอมา” ไม่สนใจชื่ออื่น
•
อย่างไรก็ตาม ถ้าย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ กระทรวงหมอ ก็เป็นอย่างนี้ สมัยปลัดกระทรวงเป็นคนดีศรีนกหวีด ก็มีรายการโยกย้ายข้ามหัวไปมา คนใกล้ชิดได้กรมใหญ่ ส่วนคนชัง โดนเขี่ยไปเป็นผู้ตรวจเหมือนกัน
•
เอาเป็นว่า กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์รวมบรรดา “คนเก่ง” จากทั่วประเทศ ก็มีปรากฏการณ์ย้ายมั่ว ย้ายสลับ ย้ายข้ามหัว และการพกมีดคนละเล่ม แทงกันไปมา ประหนึ่งละครน้ำเน่า ให้คนนอกดูกันสนุกๆ เหมือนกระทรวงอื่นเขาเหมือนกัน
•
ปีหน้าปลัดสุขุมเกษียณ ส่วนเสี่ยหนูก็ไม่รู้จะอยู่อีกนานแค่ไหน เพราะฉะนั้น ช่วยใครได้ ก็ต้องรีบช่วยตั้งใครเป็นมือเป็นไม้ได้ ก็ต้องรีบตั้ง ส่วนหมอคนไหนที่ไม่เกี่ยว ไม่อยู่ในวง “ผู้หลักผู้ใหญ่” พูดเองว่า ขอให้อยู่ห่างๆ
•
งานนี้คนนอกคนในที่โวยวายจะสร้างกระแสสำเร็จหรือไม่ และแท็กทีมระหว่างเสี่ยหนู-หมอขุม จะ “แข็ง” แค่ไหน รอดูผลประชุม ครม.วันอังคารนี้ เดี๋ยวก็รู้กัน…
จากเพจ Gossipสาสุข
20 ตุลาคม 2562
………......……………......………......

12

………………...…………………...……………………...…………………...…...…......
คุณธรรม​ จริยธรรม​ ธรรมภิบาล​เป็นรากฐานสำคัญของงานสาธารณสุข
ต้องช่วยกันรักษาไว้
ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง​ต้องเป็นกิจที่สอง
…...………………...………………...……......…………......……………...…...…….

 ที่ สพศท./พิเศษ/๒๕๖๒                                                                                                                                                                        วันที่  ๒๑ ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๖๒                                                                                                                                                                                                     
เรื่อง ขอให้แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขอย่างมีธรรมาภิบาล
เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
สิ่งที่แนบมาด้วย ข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
                      งานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของประเทศไทยได้รับการวางรากฐานและพัฒนาจนเจริญก้าวหน้ามาถึงปัจจุบันนี้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และผู้ปฏิบัติงานก็อาศัยจริยธรรมและคุณธรรมที่ได้รับปลูกฝังมา ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชน ประเทศไทยมีประชากรมีมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็มากขึ้นด้วย การมีผู้บริหารองค์กรที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม และมีธรรมาภิบาลจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้นด้วย
                           ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎ และหลักเกณฑ์ต่างๆในการบริหารบุคคล และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ล้วนแล้วแต่กำหนดให้เป็นไปตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล โดยให้คำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และอาวุโส แต่จากการสำรวจความเห็นของประชาชน และข่าวที่ปรากฎออกมา ยังพบว่ามีความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอยู่มาก
                            สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปฯ และเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะจะให้ความสำคัญกับการผดุงความเป็นธรรมในคัดเลือกและแต่งตั้งผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข โดยยึดหลักการธรรมาภิบาล เพื่อรักษารากฐาน และจิตวิญญาณของงานสาธารณสุขที่ยึดถือประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่งเอาไว้         
   
                                                                          ขอแสดงความนับถือ     
                                                       
                                                                     นายแพทย์ประดิษฐ์ ไชยบุตร
                                (ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย)
…………...………………...……...…...…...…………………………...…………...…………..
การแต่งตั้งโยกย้ายทุกระดับทุกวิชาชีพ ต้องมีกฏเกณฑ์ที่ชัดเจน​โปร่งใส​ตรวจสอบได้​ ต้องไม่ทำลายขวัญกำลังใจของคนดีมีความสามารถด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม
ความไร้ธรรมาภิบาลจะทำร้ายระบบสาธารณสุข​ และทำร้ายประชาชน
บาปกรรมจริงๆ


ตามประกาศคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทบริหาร ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดเกณฑ์การประเมินบุคคลในการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริการ ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 
1.สมรรถนะหลักทางการบริหาร
2.สมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่
3. ความประพฤติรวมทั้งพฤติกรรมทางจริยธรรม และค่านิยมสร้างสรรค์ที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร
4. ประวัติการรับราชการและผลงาน ความสำเร็จในการบริหารที่ได้รับเกียรติ ชื่อเสียงประวัติทางวินัย และ
5.คุณลักษณะอื่นๆที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง วิสัยทัศน์และทัศนคติในการทำงาน ภาวะผู้นำ มนุษยสัมพันธ์ ความคิดริเริ่ม การเสียสละและอุทิศเวลา ความอดทนต่อการทำงานและสุขภาพจิต
...

13
เปิดโผตั้ง 3 ผู้ตรวจราชการ สธ. "พงศ์เกษม-อัมพร-วิพรรณ" คนในกระทรวงหมอวิจารณ์สนั่น "เด็กปลัด" เป็นผู้ช่วยแค่ 6 เดือน แต่ตั้งข้ามหัวแซง 20 คน ขึ้นไปรับตำแหน่ง บางคนอยู่ในตำแหน่งกว่า 3-6 ปี ด้านปลัด สธ.ยันมีคณะกรรมการคัดเลือก พิจารณาจากคุณสมบัติ หากคุณสมบัติครบมีสิทธิได้แต่งตั้งทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทบริหาร ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายบุญปลูก ชายเกตุ เป็นประธานนั้น ขณะนี้มีการเผยแพร่ผลการคัดเลือกรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในหมู่ข้าราชการ สธ. ซึ่งมีจำนวน 3 ราย ได้แก่ นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่อยู่ในตำแหน่งนี้มาแล้ว 6 ปี  พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 1 ปี และ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดสธ. ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ 6 เดือน ซึ่งจะมีการเสนอรายชื่อนี้ให้กับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สธ. ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวออกมา ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะส่วนของ พญ.วิพรรณ ที่ระบุว่า เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยปลัด สธ.ได้เพียง 6 เดือน จากก่อนหน้านี้เป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ แต่ผ่านการพิจารณาเป็น 1 ใน 3 คนที่ได้รับการคัดเลือก แซงหน้าผู้บริหารคนอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติครบและอยู่ในตำแหน่งเดิมมานานตั้งแต่ 1-6 ปี รวม 20 คน ขึ้นไปคว้าตำแหน่งผู้ตรวจฯ โดยมีผู้ที่อยู่ในตำแหน่งเดิมนาน 6 ปี 2 คน , 5 ปี 1 คน , 4 ปี 1 คน  , 3 ปี 5 คน , 2 ปี  7 คน , 1 ปี 6 คน และ 6 เดือน 5 คน ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ก็อยู่ในการจับตาของชมรมต่างๆ ใน สธ.อยู่แล้ว หากมีการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ก็เตรียมที่จะมีการเคลื่อนไหว เพื่อทวงถามเรื่องธรรมาภิบาล

นพ.สุขุม กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานผลการคัดเลือกผู้ตรวจฯ แต่ตามหลักจะพิจารณาจากคุณสมบัติ ใครมีคุณสมบัติครบมาก่อน นอกจากนี้ ยังต้องมีการดูตามประเด็นต่างๆ มีการแบ่งเป็นกลุ่มอย่างชัดเจน

เมื่อถามถึงกระแสว่าตั้งข้ามหัวรุ่นพี่ นพ.สุขุม กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ใครมีคุณสมบัติครบก็มีโอกาสที่จะเป็นได้ แต่ก็ต้องดูเรื่องการมีความรู้ ความสามารถ ซึ่งต้องมีหลายอย่างมาประกอบกัน แต่ก็จะมีเกณฑ์อยู่และมีกรรมการพิจารณาชัดเจนอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งผู้ช่วยปลัดที่ทำได้เพียง 6 เดือนไปนั่งตำแหน่งผู้ตรวจฯ  นพ.สุขุม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูที่คุณสมบัติมากกว่า ว่าครบหรือไม่ ทุกคนสามารถสมัครได้หากมีคุณสมบัติครบ เพราะมีเกณฑ์ของ ก.พ.อยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการตั้งเองได้ตามอำเภอใจ ต้องมีคณะกรรมการพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามประกาศคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทบริหาร ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดเกณฑ์การประเมินบุคคลในการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริการ ระดับสูง สังกัดกระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้ 5 ข้อ ได้แก่  1.สมรรถนะหลักทางการบริหาร 2.สมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ 3. ความประพฤติรวมทั้งพฤติกรรมทางจริยธรรม และค่านิยมสร้างสรรค์ที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร 4. ประวัติการรับราชการและผลงาน ความสำเร็จในการบริหารที่ได้รับเกียรติ ชื่อเสียงประวัติทางวินัย และ 5.คุณลักษณะอื่นๆที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง วิสัยทัศน์และทัศนคติในการทำงาน ภาวะผู้นำ มนุษยสัมพันธ์ ความคิดริเริ่ม การเสียสละและอุทิศเวลา ความอดทนต่อการทำงานและสุขภาพจิต

17 ต.ค. 2562 : ผู้จัดการออนไลน์

14
"อนุทิน" จ่อปรับทิศทาง "บัตรทอง" มุ่งป้องกันโรค เปลี่ยนความเชื่อป่วยรักษาฟรี เป็นต้องไม่เจ็บป่วย หลังพบเกือบ 20 ปี ซีโรซัมเกม ใช้งบลงทุนไปแสนล้านบาทแต่กลับมาเท่าเดิม ย้ำต้องใช้งบให้คุ้ม

วันนี้ (21 ต.ค.) ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กับทิศทางในอนาคต” ระหว่างเปิดการประชุมชี้แจงหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่า ปัจจุบันระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยครอบคลุมทุกโรค แม้แต่โรคหายาก ก็ยังครอบคลุม และยืนยันว่า อะไรที่จะทำให้สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต อายุขัยของคนไทยดี พร้อมสนับสนุนผลักดันเต็มที่ แต่ต้องเป็นการที่ชี้แจงได้อธิบายได้  อย่างไรก็ตาม การจะทำให้เกิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนนั้น จะต้องมุ่งไปสู่เรื่องการส่งเสริมป้องกันโรค ไม่ให้คนเจ็บป่วย

นายอนุทิน กล่าวว่า จะต้องดำเนินการเปลี่ยนความเชื่อของคนไทยที่ว่า ฉันป่วยเมื่อไรก็ได้ เพราะรัฐให้การรักษาฟรี  เพราะฉะนั้นไม่ต้องดูแลตนเอง มีอะไรไม่เดือดร้อนครอบครัว ไม่เดือดร้อนลูกหลาน  ซึ่งเป็นความเชื่อก่อนจะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่หลังจากมีแล้ว เกือบ 20 ปีได้ให้บริการอย่างดี ยกระดับคนไทยทุกคน พยายามครอบคลุมโรคและการบริการให้ได้มากที่สุด รวมถึงเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคและความเข้าใจในสุขภาพ ถึงวันนี้ต้องเปลี่ยนความเชื่อของประชาชน มิเช่นนั้นจะต้องใช้จ่ายไปเรื่อยๆ แต่แทนที่จะใช้จ่ายให้ได้ประสิทธิภาพ ให้ได้คุณภาพชีวิตของคนในชาติ กลับกลายเป็นใช้จ่ายเพื่อการรักษาให้เขากลับเข้ามาหาย หรือ ซีโรซัมเกม (zero–sum game) คือใช้งบแทบตายก็กลับมาเท่าเดิม

นายอนุทิน กล่าวว่า จากนี้ไปจะต้องได้ผลลัพธ์กลับมาแล้ว จากเงินที่ลงทุนไปเป็นแสนๆ ล้านบาทในช่วงเวลาที่มีบัตรทอง คนไทยจะต้องมีสุขภาพดีอย่างถ้วนหน้าเสียที คนไทยต้องไม่ป่วยง่าย คนไทยต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพมากกว่าเรื่องได้รับยาที่ดีที่สุดในโลก ได้รับการดูแลด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีที่สุดในโลก แต่จะต้องทำให้เขาคิดว่าจะต้องไม่ป่วย และเอาทรัพยากรจากคนที่ไม่ป่วย ไปใช้กับคนป่วยที่ธรรมชาติไม่เป็นใจและจำเป็นต้องได้รับการรักษา การป้องกันโรคต้องนำความเจ็บป่วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารสุขภาพ พักผ่อนเพียงพอ ไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือติดโรค เหล่านี้ต้องทำให้เกิดขึ้น เอาเงินเหล่านี้แทนที่จะไปรักษา เอามาเพิ่มความรอบรู้ให้คนไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมได้มอบนโยบายแบบนี้ ส่วนแนวทางปฏิบัติเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องคิดร่วมกัน เชื่อว่าจะไม่เกินความสามารถของบุคลากรสาธารณสุขทุกคน

“การที่คนไทยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ช่วยให้ประเทศมีเศรษฐกิจแข็งแรง และมีสังคมที่ดีแน่นอน ซึ่งพื้นฐานสังคมไทยแข็งแรงอยู่แล้ว ความแตกแยกที่ผ่านมาเป็นเพราะความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง ก็ออกมาเคลื่อนไหว ที่ผ่านมากว่า 15 ปีก็เกิดซีโรซัมเกมทะเลาะกันไปก็ไม่ดีขึ้น ทุกคนเริ่มเห็นแล้ว ซึ่งการจะทำให้ปัญหาประเทศหายไปครึ่งหนึ่งคือการดูแลสุขภาพของประชาชนให้แข็งแรง จากนี้ขอให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ภารกิจไม่ได้ยากเกินความสามารถ”นายอนุทินกล่าว

21 ต.ค. 2562 : ผู้จัดการออนไลน์

15
"อนุทิน" ยันชง ครม.ตั้ง 3 ผู้ตรวจราชการฯ ตามที่ปลัด สธ.เสนอ เชื่อเหมาะสมแล้ว ไม่แคร์เสียงวิจารณ์ตั้งข้ามหัวรุ่นพี่ ไม่กังวลก่อม็อบประท้วง ย้ำปลัดต้องอธิบายความเหมาะสมให้ได้ เลือกคนทำงานมาสนองนโยบายตนได้ แจงแนวทางการทำงานจะบี้แค่ปลัดคนเดียว
วันนี้ (21 ต.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์รายชื่อผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการ สธ. โดยเฉพาะ พญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ที่เพิ่งมารับตำแหน่งผู้ช่วยปลัด สธ. เพียง 6 เดือน แต่กลับได้รับการเสนอข้ามหัวรุ่นพี่กว่า 20 คน ว่า ขณะนี้ตนได้ส่งรายชื่อผู้ที่จะรับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการ สธ.ทั้ง 3 รายชื่อ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่ไม่ทราบว่า จะทันบรรจุเข้าวาระพิจารณาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 รายชื่อตนไม่ได้เป็นคนตั้ง แต่เป็นปลัด สธ. ซึ่งก็ตั้งผ่านคณะกรรมการพิจารณา ตนก็ต้องเชื่อในวุฒิภาวะของปลัด สธ. เพราะมาทำงานร่วม ไม่ได้มาทำงานค้านกัน ซึ่งขณะนี้ไม่รู้สึกว่ามีความขัดแย้งอะไรเกี่ยวกับรายชื่อ ทุกคนตั้งใจทำเพื่อกระทรวง ซึ่งปลัด สธ.ก็ต้องอธิบายความเหมาะสมของแต่ละคนได้

เมื่อถามว่า การแต่งตั้งแบบนี้จะส่งผลต่อขวัญกำลังใจ  นายอนุทิน กล่าวว่า ขวัญกำลังใจอยู่ที่เราทำงานให้ดีที่สุด แค่เห็นผลงานนั่นแหละคือขวัญกำลังใจ

เมื่อถามว่าทางสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) เตรียมเคลื่อนไหว นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่กังวลว่าจะเป็นไฟลามทุ่ง เพราะมั่นใจว่าเจตนาดี ทำสิ่งที่ดีใครอยากจะเผาบ้านก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ถามย้ำว่าการตั้งผู้ช่วยปลัดที่เพิ่งรับตำแหน่ง 6 เดือนขึ้นเป็นผู้ตรวจฯ เหมาะสมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องเหมาะสม ถ้าไม่เหมาะสมก็เดี๋ยวหางานอื่นให้เขาทำก็ได้ นโยบายที่ตนให้กับปลัด สธ.ไปนั้น คือ ต้องอธิบายกับทุกคนให้ได้ และเหมาะสมที่สุด มีความรู้ มีความสามารถและสามารถทำงานร่วมกันได้ ไม่ใช่แค่ทำงานได้ แต่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ อย่าไปให้ความสำคัญมาก เราต้องมั่นใจว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว   
“หลักการทำงานแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้ามีอะไรผมจะบี้ปลัดกระทรวงฯ คนเดียว เพราะขี้เกียจไปบี้แต่ละคนๆ ดังนั้นปลัดต้องเลือกคนที่ท่านทำงานได้ตามนโยบายตนมา แค่นั้นเอง” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง 3 คน ประกอบด้วย นพ.พงษ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย และพญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง สำหรับรายชื่อคณะกรรมการแต่งตั้งประกอบด้วย นายบุญปลูก ชายเกตุ เป็นประธาน ,ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ. และนพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจฯ สธ. เขตสุขภาพที่ 6 เป็นคณะกรรมการ

21 ต.ค. 2562  ผู้จัดการออนไลน์

หน้า: [1] 2 3 ... 446