ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
21 ตุลาคม 2014, 23:42:20
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: จุดศูนย์รวม แพทย์ รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป ... ที่นี่ ... สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ / โรงพยาบาลทั่วไป แห่งประเทศไทย

+  สมาพันธ์แพทย์รพ.ศูนย์ / รพ.ทั่วไป
|-+  หมวดหมู่ทั่วไป
| |-+  ห้องพักผ่อนรวม (Common Room) (ผู้ดูแล: pradit)
| | |-+  กษัตริย์นครศรีธรรมราช ผู้สร้างเขาพระวิหาร
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: กษัตริย์นครศรีธรรมราช ผู้สร้างเขาพระวิหาร  (อ่าน 2298 ครั้ง)
pani
Hero Member
*****
กระทู้: 653


« เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2011, 08:36:57 »


เรื่องร้อนๆ อยู่ก็คือไทยกับเขมรนี่และครับ หัวข้อที่ผมเขียนข้างบนนี้ มาจากบทความของ อาจารย์ชาลี ศิลปรัศมี ที่ตีพิมพ์ในหนังสือต่วยตูนฉบับพิเศษ ที่ผมซีร็อกซ์เก็บไว้สองปีแล้ว ขออนุญาตอาจารย์ชาลี ศิลปรัศมี นำเสนอต้นฉบับของท่าน ให้ลูกหลานไทยได้รู้แง่มุมประวัติศาสตร์ปราสาทพระวิหาร ฉบับอาณาจักรศรีวิชัย

ความนำ ..ในช่วงเดือน มิถุนายน พ.ศ.2551 ในประเทศไทยเราดูจะมีความชัดแย้งเรื่องเขาพระวิหารระหว่างรัฐบาลกับตัวแทน ของประชาชน ที่เรียกตนเองว่าฝ่ายพันธมิตร ว่าเขาพระวิหาร"เทวาลัย"อายุนับพันปี ในจังหวัดศรีสะเกษ จะตกไปเป็นของประเทศเขมรกัมพูชา ตามคำตัดสินของศาลโลกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 หรือไม่ เพราะขณะนี้เขมรจะขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก

ยุคอาณานิคม..จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในทวีปยุโรง เมื่อ 200 ปี ที่ผ่านมา ทำให้มีการประดิษฐ์เครื่องจักรแทนแรงงานคนจนขาดวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ทำให้ประเทศในฝั่งยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮอลันดา โปรตุเกส สเปน ส่งกองทัพเรือ ออกแสวงหาวัตถุในทวีปเอเชียมากขึ้น ทั้งการเข้ายึด ซื้อดินแดน ใช้กำลังทหารและทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบ แก่ประเทศที่ด้วยกว่า เป็นต้นว่า

1.อังกฤษเข้ายึดครองอินเดีย ลังกา พม่า มาลายู และบางส่วนของจีน

2.ฝรั่งเศสยึดครองลาว เวียดนาม กัมพูชา บางส่วนของจีน และชวาในอินโดเนียเซีย

3.เยอรมัน ยึดบางส่วนของจีน เอาเกาะสีชัง เกาะภูเก็ต ตั้งสถานีน้ำมัน

เดนมาร์ก ทำสัปทานการเดินเรือกลไฟ กรุงเทพ-สิงคโปร์ เป็นต้น

แนวคิดการปกครองของไทย...ราชธานีต้องการโยงอำนาจเมืองออกเมืองขึ้น เข้าสู่ส่วนกลาง มีการเขียนประวัติเมืองขึ้นมา อาทิ ประวัติเมืองพัทลุงของพินจันทโรจน์วงศ์ ต่อมาในปี พ.ศ.2542 กรมศิลปกร สั่งให้ทุกจังหวัดเขียนวัฒนธรรมของตนเอง โดยใช้รูปแบบเดียวกัน ปัจจุบันกลายเป็นแบบเรียนชนิดย่อของแต่ละจังหวัดของกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนมหาอำนาจอย่างอังกฤษ ก็ไม่ค่อยสนใจประวัติความเป็นมาของดินแดนที่ตนยึดครองมากนัก นอกจากบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ ในการปกครองดินแดนส่วนมากมักจะให้การศึกษาแบบใหม่และการเผยแพร่ศาสนาคริสต์

สำหรับฝรั่งเศส เมื่อเข้ามาครอบครองดินแดนโบราณ เช่น อาณาจักรขอมกัมพูชา และชวากะ ได้ตั้ง "สำนักฝรั่งเศสแห่งบูรพาทิศ"ขึ้น เมื่อพ.ศ.2428 เริ่มต้นศึกษานครวัด นครธม ขอมโบราณ ทำแผนที่ สเก็ตภาพ เก็นไว้เป็นหลักฐาน โดยยึดขอมเป็นศูนย์กลางเมืองข้างเคียง มีวัฒนะกรรมขอมย่างกรายเข้าไปถึง เช่นประสาทหิน ก็ตีความว่าเป็นเมืองขึ้นของขอม

เมื่อเข้ามายึดครองที่ชวา-ปาเล็มบัง ในอินโดนีเซีย มี"บรมพุทโธ"เจดีย์ทรงดอกบัวอันยิ่งใหญ่ ก็ตีความว่าที่นี่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัย ส่วนเมืองอื่นๆ เช่น ศรีวิชัย-ไชยา ศรีวิชัย-นครศรีธรรมราช ตกเป็นเมืองออกเมืองขึ้นไป เพราะเอาดินแดนที่ตนเองยึดครองได้เป็นตัวตั้ง ทำให้ประวัติศาตร์ไทย เบี่ยงเบลไปตามความเชื่อฝรั่งมาตลอด แม้แต่ปราสาทพระวิหาร เมื่อคนไทยเองเชื่อว่าขอมสร้าง ก็เป็นปราสาทขอม ก็แพ้เขาแล้ว เห็นทีจะต้องยกเขาพระวิหารให้กัมพูชา ตัวแทนของขอมโบราณในที่สุด

จุดพลิกผัน...กรมหลวงสรรพสิทธิ์ประสงค์ พระราชอนุชาพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งดำรงตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาล มณฑลอิสาน เคยไปชมปราสาทศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ในพ.ศ.2443 โดยตั้งชื่อว่า"ปราสาทพรหมวิหาร"

(จิระพงค์ เต็มเปี่ยม) แนวหน้า 28/1/2011
.............................................................


ในปีพ.ศ.2450 ปลายรัชกาล ที่ 5 เมื่อฝรั่งเศสนำแผนที่ปักปันเขตแดนบริเวณเขาพระวิหารเสร็จ ก็นำมาให้รัฐบาลไทยดู ทางรัฐบาลไทยไม่คัดค้าน อาจจะมองไม่เห็นความสำคัญของการปักปันเขตแดนแบบสมัยใหม่ หรือมองไม่เห็นความสำคัญปราสาทพระวิหาร ที่จะนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้ มิหนำซ้ำยังเซ็นรับรองว่าแผนที่นั้นถูกต้อง

อีก 55ปีต่อมา คือ เมื่อพ.ศ.2505 ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กษัตริย์เขมร ซึ่งอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของฝรั่งเศสมาตลอด ขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นของเขมรโดยมีนักกฎหมายฝรั่งเศษช่วยเหลือ ศาลโลกนครเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร แม้ทางไทยจะส่งนักกฎหมายฝีมือเยี่ยม เช่น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ไปเป็นทนาย ไทยก็แพ้เพราะฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงเขมรในสมัยนั้น ได้งัดภาพถ่ายของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่เคยเสด็จมาเขาพระวิหารในปี พ.ศ.2472 ว่า กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไม่ได้คัดค้านการปักปันเขตแดนให้เขาพระวิหารเป็นของเขมร แต่อย่างใด แม้ว่าจะมีธงชาติฝรั่งเศสปักอยู่บนเขาพระวิหารก็ตาม

เกาะกง...เป็นเกาะขนาดใหญ่ของไทยเกาะหนึ่งในอดีต อยู่ติดกับเขมรมีฐานะเป็นจังหวัด ชื่อจังหวัดประจันต์คีรีเขตต์ เป็นจังหวัดอยู่ด้านตะวันออก ส่วนจังหวัดด้านตะวันตกคู่กับจังหวัดนี้ในสมัยรัชกาลที่ 5 คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อฝรั่งเศส ยึดไป เราจึงไม่ได้ยินชื่อ เกาะกง จังหวัดประจันต์คีรีเขตต์ อีกเลย นับว่าเกาะกงนี้ มีเกาะแก่งเล็กๆ มากมาย รวมทั้งแหล่งก๊าซ และแหล่งน้ำมันทางทะเล อดีตนายกฯของไทย จะไปเช่าจากรัฐบาลกัมพูชา ปัจจุบันเป็นเวลา 99 ปี เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ระดับโลก มีบ่อนกาสิโน ศูนย์การค้า แหล่งการเงิน และอื่นๆ ให้เหมือนมาเก๊าในจีน ที่โปรตุเกสเคยครอบครอง เหมือนที่อังกฤษเคยเช่าเกาะฮ่องกง ของจีน เป็นเวลา 99 ปี ซึ่งในขณะนี้หมดสัญญาเช่า และคืนให้จีนไปแล้ว เพราะอดีตนายกฯเคยเสนอให้รัฐบาลไทยทำ เพื่อนำเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล แต่มีการคัดค้านจากหลายฝ่าย

ประเด็นที่น่าสนใจคือ มีคนไทยเกาะกง ที่รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลเขมรหลายคน ในปัจจุบันที่มีบทบาทในเกาะกง ซึ่งสื่อมวลชนพยายามชี้ชวนให้เห็นว่า มีการเกี่ยวเนื่องกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกของเขมร เพื่อผลประโยชน์ของการค้า การเมืองก็เป็นเรื่องของการเมือง!!!

อิทธิพลศาสนาฮินดู....ส่วนมากนักวิชาการ นักโบราณคดีเมื่อพูดถึงปราสาทพระวิหาร ก็จะพูดผาดๆ ผ่านๆ ว่า เป็นสถานที่สำคัญสำหรับประกอบกิจกรรมศาสนาฮินดู ที่จริงไม่ใช่และมิหนำซ้ำไม่ได้อธิบายว่าศาสนาฮินดูคืออะไร ประชาชนส่วนมากเลยไม่เข้าใจ บางคนเข้าใจเพียงว่า เป็นศาสนาของแขกอินเดีย แล้วเหตุผลกลใดจึงระหกระเหินไปถึงเขาพระวิหาร ทั้งที่น่าจะเป็นแถวภาคใต้ที่อยู่ใกล้กับอินเดียมากกว่าภาคอีสาน

นี่คือปัญญาของนักวิชาการไทย อาจจะหลงลืมหรือคิดว่า คนส่วนมากเข้าใจกันแล้ว หรือไม่รู้เลยไม่เข้าใจที่จะอธิบายประเด็นนี้ สำคัญมาก

ฮินดู มาจากชื่อของแม่น้ำสินธุในอินเดีย เหมือนคำว่า อินโดจีน ก็มีรากศัพท์มาจากชื่อแม่น้ำสินธุ แม่น้ำโบราณของอินเดีย เพราะสองฝั่งแม่น้ำสายนี้มีพราหมณ์ ฤาษี ตั้งสำนักเรียนมากมาย จนรจนาศสนามพราหมณ์ขึ้นมานับถือเทพเจ้าทั้งหลาย เช่นพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม พระพิฆเนศ เป็นต้น

(จิระพงค์ เต็มเปี่ยม) แนวหน้า 4/2/2011
................................................................
บันทึกการเข้า
pani
Hero Member
*****
กระทู้: 653


« ตอบ #1 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2011, 00:16:08 »

ส่วนมากนักวิชาการ นักโบราณคดีเมื่อพูดถึงปราสาทพระวิหารมักจะพูดผาดๆผ่านๆ ว่า เป็นสถานที่สำหรับการประกอบกิจกรรมศาสนาฮินดู โดยไม่ได้อธิบายว่าศาสนาฮินดูคืออะไร บางคนเข้าใจเพียงว่าเป็นศาสนาของแขกอินเดียว แล้วเหตุผลกลใดจึงระหกระเหินไปถึงเขาพระวิหาร น่าจะเป็นแถวภาคใต้ที่อยู่ใกล้อินเดียมากกว่าภาคอีสาน

ฮินดู มาจากชื่อของแม่น้ำสินธุในอินเดีย เหมือนคำว่าอินเดีย อินโดนีเซีย ก็มีรากศัพท์มาจากแม่น้ำสินธุ แม่น้ำโบราณของอินเดีย เพราะสองฝั่งแม่น้ำสายนี้มีพราหมณ์ ฤาษี ตั้งสำนักมากมาย จนรจนาศาสนาพราหมณ์ ขึ้นนับถือเทพเจ้าทั้งหลาย เช่นพระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม พระพิฆเนศ เป็นต้น ศาสนาพราหมณ์ ที่ตั้งขึ้นนี้จึงมีเชื่อเรียกเป็นการให้เกียรติ และเป็นทางการว่า ศาสนาฮินดู แม้พระพุทธเจ้าก็นับถือศาสนาฮินดูมาถึง 35 ปี ก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงปรินิพานล่วงแล้ว ประมาณ300 ปี หรือ พ.ศ.300 คนอินเดียทิ้งศาสนาฮินดูมานับถือศาสนาพุทธมากยิ่งขึ้น จนต้องอพยบออกไปตั้งหลักแหล่งนอกประเทศอินเดีย ทำให้เกิดชุมชนพราหมณ์ขึ้นทั่วดินแดนสุวรรณภูมิแผ่นดินแห่งการค้าและความ สมบูรณ์มาก่อน

ชุมชนพราหมณ์นับถือศาสนาฮินดูบนแหลมทอง เช่น แม่น้ำปาฮัต ในมาเลเซีย พ.ศ.300 เขาอ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง พ.ศ.400 ชุมชนตะกั่วป่า พังงา และระนอง พ.ศ.500 อาญาจักรพนมที่กระบี่ พ.ศ.669 เป็นต้น แล้วเผยแผ่ไปทางเมืองฝั่งตะวันออกและภาคกลาง เช่น ไชยา นครศรีธรรมราช ท่าศาลา ราชบุรี นครปฐม ปราจีนบุรี โดยมีสายตรงจากศรีวิชัยไชยา สู่อาณาจักรขอม เมืองจามปาในเวียดนามใต้

ราวปี พ.ศ.300พราหมณ์ชั้นสูง ได้ประชุมตกลงแก้ปัญหาคนอินเดียละทิ้งศาสนาฮินดูหนีไปนับถือพุทธศาสนาที่ ประเทศเนปาล ประเทศที่พระพุทธเจ้าประสูติเพื่อให้เกิดฮวงจุ้ยใหม่ๆ กับศาสนาพรามหณ์โดยตกลงประกาศว่า

1.แท้จริงพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธ คือภาคหนึ่งของพระนารายณ์ เรียกว่าพุทธอวตาร-พุทธาวตาร

2.ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ก็มีค่าเท่ากับนับถือศาสนาพราหมณ์และศาสนาฮินดู

3การนับถือเฉพาะพระพุทธเจ้า ที่มุ่งปรินิพพาน เป็นหนทางที่แคบ หรือหินยานมุ่งความหลุดพ้นเฉพาะตัว ไม่เหมาะกับคนอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูแบบมีพระเจ้าหลายองค์ การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากของพระเจ้าของพราหมณ์จึงเป็นสิ่งถูกต้อง

5.การนับถือวีรกรรมของพระโพธิสัตว์ก่อนเกิดพระพุทธเจ้าดูจะดีกว่าและเข้ากัน ได้ดีกับแนวคิดของพระเจ้าหลายองค์ของศาสนาพราหมณ์ เพราะพระโพธิสัตว์มุ่งช่วยเหลือผู้อื่นให้ข้ามพ้นทะเลแห่งความทุกข์

6.ปรัชญาความเชื่ออื่น และแนวนวคิดการช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นจากทะเลแห่งความทุกข์ของพระโพธิสัตว์ สวกเทพเจ้าดูจะเหามะสมกับราชาและมหาราชทั้งหลายผู้ปกครองชนหมู่มาก และหวังความเป็นเทพเจ้าในโลกหน้า เพราะเป็นหนทางกว้างขวางกว่าหรือยานพานะยิ่งใหญ่ดังมหายาน

จากแนวคิดทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้พราหมณ์บัณฑิตทั้งหลายจึงเรียกลัทธินี้ว่า ศาสนาพุทธมหายาน หรือฮินดู-พุทธ

ดังนั้นเมื่อนักวิชาการกรุงเทพอธิบายว่าปราสาทพระวิหาร เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูจึงผิดถนัด???

(จิระพงค์ เต็มเปี่ยม) แนวหน้า 9/2/2011
บันทึกการเข้า
pani
Hero Member
*****
กระทู้: 653


« ตอบ #2 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2011, 11:31:27 »

เมื่อนักวิชาการกรุงเทพอธิบายว่าปราสาทพระวิหารเป็นศาสนสถานในศาสนาอินดู จึงผิดถนัด และผิดไปไกลมาก จนไม่ใช่ตัวจริงๆของ"เทวาลัยเขาพระวิหาร" เพราะตั้งแต่ประมาณพ.ศ.1000 เป็นต้นมา กษัตริย์ราชา จะพยายามปฎิบัติตนให้เป็นทั้งเทพเจ้าและ"หน่อพุธางกูร(ลูกพระพุทธเจ้า)" ในเวลาเดียวกันด้วย ความเชื่อของลัทธิพุทธมหายาน จะได้ไหลบ่าตามศาสนาอินดูแท้ไปทุกหนทุกแห่งที่ศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธไป ได้ถึง และปรากฎเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในรูปประติมากรรมพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่าง กษัตริย์ เทพเจ้าอย่างชัดเจน ส่วนมากปรากฎตัวตน ตั้งแต่พ.ศ.1700 ในสมัยพระเจ้าไชยวรมันที่ 7 เป็นต้นมา

เส้นทางโบราณกับพราหมณ์ฮินดู..การเดินทางเรือใบหรือเรือสำเภาแบบโบราณพ่อค้า อาหรับและพ่อค้าอินเดีย จะแล่นเรือทะลุทางน้ำ 6 เส้นทางผ่านภาคใต้ ไปออกอ่าวกิมหลิน หรืออ่าวไทยมุ่งไปสู่แหลมญวน แล้วไปจีน หรือแยกไปภาคกลางหรือกัมพูชา

จากการเผยแพร่ศาสนาฮินดูจากเขาอ้อ มหาวิทยาลัยพราหมณ์แห่งสุวรรณภูมิผ่านนครศรีธรรมราช-ไชยา ทางแม่น้ำตาปี ออกอ่าวบ้านดอนไปกัมพูชายุกแรกที่มีการจดบันทึกคือ พราหมณ์ฤาษีกัมพุช กับนางอัปสรไมยรา ต้นตระกูลของแท้และเป็นที่มาของ กัมพูชา ในเวลาต่อมา ก่อนหน้านี้บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของคนหลากหลายพันธุ์ แต่ขอมมีอำนาจมากที่สุด

อิทธิพลอาณาจักรพนม...อาณาจักรพนมที่กระบี่ปรากฎ บนเอกสารที่เกิดขึ้นประมาณ พ.ศ.669 อาณาจักรมลราชที่ อ.ลานสกา นครศรีธรรมราช พ.ศ.692 สองอาณาจักรนี้ มีเส้นทางติดต่อกันทางแม่น้ำตาปี โดยมีกลองมโหระทึก เป็นวัตถุโบราณหลักฐานตามเส้นทางสายนี้ และ สองนครรัฐนี้ คือ เชาเผาชวากะตัวจริง และเป็นส่วนร่วมของราชวงศรีบูชา ราชวงศ์กษัตริย์ราชวงศ์แรกของนครศรีธรรมราช ที่อาหรับเรียกว่า"ซาบาก"

พราหมณ์หนุ่มชื่อโกณฑัญญะ จากพนมได้เดินทางไปแหลมญวน ปราบนางหลิวเหย่ นางเปลือย นางใบสน แล้วปกครองสร้างอาณาจักรฟูนันขึ้นมา ฟูนัน แปลงว่าพนม พนมแปลว่าภูเขา ดังนั้นคำว่า"พนม"ที่กระบี่ เลยไปเรียกพนมเปน เป็นในเวียดนาม พนมกุเลน ในเขมร และพนมดงรักษ์ บริเวณเขาพระวิหาร

พราหมณ์หนุ่มโกณฑัญญะองค์นี้คือ ต้นราชวงศรีไศเลนทร ผู้เป็นใหญ่แห่งภูเขา นับถือศาสนามพราหมณ์นิกายไศวะ(พระศิวะ) โดยได้ต้นเค้าลัทธิบูชาภูเขา แบบดั้งเดิมของเขมรมาก่อน จึงเข้ากันได้ดีกับความเชื่อเทพเจ้าศิวะเทพสูงสุด ของศาสนาพราหมณ์ที่เป็นเทพเจ้าแห่งภูเขากงไกรลาสลัทธิการสร้างภูเขาไกรลาส สมมติ โดยใช้หินในท้องถิ่น เช่น หินแลง หินทราย หินแกรนิต หินดินดาน มาสร้างเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะโดยสมมติ จึงเกิดขึ้นมากมายในภาคอีสาน โดยเฉพาะในประเทศเขมร และบางแห่งในเวียดนาม

การสร้างเทวาลัยทั้งที่ราบและบนเนินเขาจะนิยมสร้างตั้งแต่พ.ศ.700-พ.ศ.900 เป็นต้นมา และมักจะแข่งขันกันให้ยิ่งใหญ่อลังการมากขึ้น เพราะผลสำเร็จแห่งเทวาลัย หมายถึงการเป็นเทพในหมู่มนุษย์ และมนุษย์ในจักรวาลหลังความตาย โดยมี"ศิวลึงค"อวัยวะเพศชายของพระศิวะ เป็นตัวแทนของพระศิวะเทพเจ้าสู่สุด เป็นสื่อตัวนำโดยประทับอยู่ในปราสาทองค์ประธานหรือองค์กลางบนแท่นหินสี่เห ลี่ยมมนังคศิลาอาสน์ในปราสาทองค์ประธานี หรือองค์กลาง พาหนะทรงคือ โคนนนทิ หรืออสุภราช ที่เป็นเทวดาแปลงร่างมากเป็นวัว คอยรับใช้และให้ความคุ้มกัน ก่อนถึงปราสาทองค์กลาง

ดังนั้นทุกระยะทางขี้นแต่ละเขตของแต่ละชึ้นจะมีที่สิงสถิตของโคนนนทิ เรียกว่า โคปุระ ซึ่งแปลงว่า เมืองหรือเขตแดนบริเวณของโคนนทินั้นเอง ซึ่งนักวิชาการกรุงเทพทำลืมที่จะอธิบายคำนี้

11/2/2011
.................................................................................................

ตามปกติ คำว่าปุระ แปลว่าเมือง เหมือนคำว่าบุรี แต่คำว่าปุระจะมีศักดิ์ศรีของคำเหนือกว่าตรงที่เป็นของเขตศักดิ์สิทธิ์ ขอบเขตบริสุทธิ์ ต้องพลีกรรมพราหมณ์ตึกเรียกว่า"ปุระ"ได้ ไม่เหมือนบุรี เพียงแต่ปักปันเขตและปักปันศาลหลักเมืองเท่านั้น ดังนั้นยิ่งเขาพระวิหารมี"โคปุระ"มากแห่งก็ยิ่งแสดงว่า เทวาลัยเขาพระวิหารเหนือว่าธรรมดามากมายนัก เช่นคำว่า หัสดินปุระ อดีตชื่อของกรุงนิวเดลี ของอินเดีย เป็นต้น หรือสิงหปุระ ชื่อเดิมของสิงคโปร์ หรือสุวรรณปุระชื่อเดิมของศรีวิไชยา หรือ ธรรมราชปุระ ชื่อเดิมของศรีวิชัยนครศรีธรรมราช

ภูมิหลังส่วนหนึ่งของเมืองนคร...เมื่อมีมลรัฐที่ลานสกา ชื่อมลราช เมื่อพ.ศ.692 แสดงว่า นครศรีธรรมราช มีท่าเรือชายทะเล ที่คับคั่งด้วยเรือนานาชาติ ดังนั้น นางเหมชลา และพระทนตกุมาร จึงอาศัยเรือผ่านนครศรีธรรมราช และฝังกระดูกพระพุทธเจ้าไว้ที่หาดทรายแล้ว ใต้องค์พระธาตุปัจจุบันเมื่อพ.ศ.854

และในปี พ.ศ.1061 พราหมณ์มาลี และพราหมณ์มาลา จากอินเดียอพยพเข้าเมืองนครไปรวมกับเขาวัง ลานสกา สร้างพระธาตุครั้งที่ 2 พ.ศ.1098

พ.ศ.1111 ภิกษุ 300 รูป อพยพเข้าเมืองนครสร้างวัดท้าวโคตรยุคแรก

พ.ศ.1191 นครโอลิง-นครศรีธรรมราช ส่งทูตไปจีน ยุคนี้นครศรีธรรมราชปกครองด้วย พระนางสีมา กษัตริย์ผู้หญิงผู้สั่งฆ่าโอรสที่เก็บทองคำกลางเมืองได้แล้วไม่คืนให้เจ้า ของ

พ.ศ.1193 เจ้าชายโมคคัลลานะ ขัดแย้งกับพ่อกษัตริย์ลังกามาสร้างเมืองใหม่ที่โมคลาน อ.ท่าศาลา ยึดเส้นทางการค้าระหว่างลังกากับอาณาจักรฟูนัน

พ.ศ.1202 กำเนิดอาณาจักรศรีโพธิ์หรือศรีวิไชยา ใน จ.สุราษฎร์ธานี ปัจจุบัน

พ.ศ.1210 เมืองนคร ถูกปกครองโดยราชวงศ์ศรีศิวะไกวัลย์ (ใช้พราหมณ์ทุกตำแหน่ง)

พ.ศ.1295 พระองค์ตั้งลึงค์บรรพเขาคา อ.สิชล เพื่อประกอบพิธีกรรมวันศิวาราตรี บูชาพระศิวะ ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ทุกปีศาสนาพุทธเป็นวันมาฆบูชา ซึ่งเราสามารถมองเห็นความเกี่ยวเนื่อง ระหว่าง ขอม-นครศรีธรรมราช ลังกา อินเดีย ได้อย่างชัดเจน

พ.ศ.1210-1310 นครศรีธรรมราช ปกครองโดยราชวงศ์พราหมณ์ศรีศิวะไกวัลย์ ดังนั้น ในปี พ.ศ.1310 พระเจ้าวิษณุที่ 1 แห่งชวา ปาเล็มปัง ส่งวิษณุที่ 2 โอรสมายึดครองนครศรีธรรมราช เป็นพระเจ้าศรีวิชัย แปลว่า ผู้ชนะพราหมณ์ และพ.ศ.1335 นครศรีธรรมราช ก็เป็นศูนย์กลางของศรีวิชัยทั้ง 3 ไชยา-นครศรีธรรมราช-ชวา

ลัทธิเทวราช.......ลัทธิเทวราชโดยมุ่งกษัตริย์ให้เป็นพระศิวะ หรือเทพเจ้าหลังความตาย พระเจ้าไชยวรมันที่ 2 เป็นผู้กำหนดขึ้น

ในตำนานศรีวิไชยา กล่าวว่า "พระอินทร์"ฉายาของกษัตริย์องค์ต้นๆ ของอาณาจักรศรีโพธิ์ไชยา ผู้เป็นลุงได้เลี้ยง พระเจ้าไชยวรมันที่ 2 มาตั้งแต่ 6 ขวบ ตามหลักสูตรเจ้าชายแห่งศรีวิชัย จนอายุ 16 ปี อาจจะมีพ่อหรือแม่เป็นขอม แล้วส่งให้ไปเป็นกษัตริย์ขอมโดยมอบพระมหาพราหมณ์ศิวะไกวัลย์ พระมหาฤาษีระดับสุดยอดที่ศรีวิชัยมีไปเป็นพี่เลี้ยง

พระเจ้าไชยวรมันที่ 2 ครองราชระหว่างพ.ศ.1332-1393 รวมครองราช 61 ปีรวบรวมเขมรหรือขอมโบราชให้เป็นราชอาณาจักร มีภารกิจดังนี้...

18/2/2011
..................................................................................................
บันทึกการเข้า
pani
Hero Member
*****
กระทู้: 653


« ตอบ #3 เมื่อ: 06 มีนาคม 2011, 00:35:23 »

ลัทธิเทวราชา โดยมุ่งกษัตริย์ให้เป็นพระศิวะหรือเทพเจ้าหลังความตาย พระเจ้าไชยวรมันที่ 2 เป็นผู้กำเนิดขึ้น ในตำนานศรีวิไชยา กล่าวว่า"พระอินทร์"ฉายาของกษัตริย์องค์ต้นๆ ของอาณาจักรศรีโพธิ์ไชยา ผู้เป็นลุงเลี้ยงพระเจ้าไชยวรมันที่ 2 มาตั้งแต่ 6 ขวบ ตามหลักสูตรเจ้าชายศรีวิชัย จนอายุ 16 ปี อาจจะมีพ่อหรือแม่เป็นขอมแล้วส่งไปเป็นกษัตริย์ขอม โดยมอบพระมหาพราหมณ์ศิวะไกวัลย์ พระมหาฤาษีระดับสุดยอดที่ศรีวิชัยมีไป เป็นพี่เลี้ยง

พระเจ้าไชยวรมัน ที่ 2 ครองราชระหว่างปี พ.ศ.1332-1393 รวมครองราช 61 ปี รวบรวมเขมรหรือขอมโบราณให้เป็นราชอาณาจักร จากกรณีกิจดังนี้

1.ทรงรวบรวมเจนละบกแถบภูเขาและเจนละน้ำแถบทะเลสาบหลายเผ่าพันธุ์เข้าด้วยกัน ทำให้กัมพูชาเป็นอาณาจักรเดียว,2.สร้างเมืองพนมบาเค็ง, 3.สร้างเมืองอินทร์ปุระ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแก่"พระอินทร์แห่งศรีวิไชยา", 4.สร้างเมืองบันทายไพรนคร, 5.สร้างพระนครทะเลสาบ, 6.ปราสาทบันทายกุฎี, 7.หริหราลัย, 8.อมเรนทรปุระ, 9.ปราสาทออกยม และ 10.มเหนทรบรรพตที่พนมกุเลน

พระเจ้าไชยวรมันที่ 2 แผ่อิทธิพลออกทะเลใต้ไปทางจันทบุรี-เกาะกง สู่ศรีวิชัยไชยา-ศรีวิชัยนครศรีธรรมราช และศรีวิชัยชวา ปาเล็มบัง ทรงรวบรวมลัทธิพุทธมหายาน ลัทธิชัยเกษตร ที่บูชาพนม บูชาบุญคุณของภูเขาเข้ากับสิ่งลัทธิไศวนิกาย ที่บูชาพระศิวะลึงค์ เป็นศาสนาใหม่ เรียกว่า"ลัทธิเทวราชา" ยกกษัตริย์ เป็นเทพโดยสมมุติ โดยมีเป้าหมายทำกษัตริย์ให้อยู่ในเทพเจ้าและเทพเจ้าอยู่ในตัวตนกษัตริย์ พิธีกรรมนี้กระทำบนภูเขาพนมกุเลน โดยพราหมณ์ศิวะไกวัลย์ เป็นเจ้าพิธีและกองทัพ"สนามกุด"ก็ปรากฏตัวตนที่นี่ ดังเป็นปัญหาของนักวิชาการกรุงเทพฯตามจดหมายเหตุของจีน คำว่า"เสียมหลอ"(Siam-Lo)เป็นอาณาจักรรวมระหว่างไชยากับละโว้ และเป็นที่มาของคำว่า"สยาม"(Siam)ในปัจจุบัน

นครศรีธรรมราช ขยายปีก...ในปี พ.ศ.1446 พระแก้วมรกตสถิตอยู่ที่นครศรีธรรมราช อันเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรศรีวิชัยทั้ง 3 ครั้งที่ 2 ละโว้แปรพักตร์จะไปเข้าข้างขอมมากขึ้น กษัตริย์นครศรีธรรมราช จึงส่งพระเจ้าสุชิตราช พร้อมพล17 หมื่น ไปตีละโว้หรือลพบุรี เพราะขอมส่งกองทัพมารุกรานนครศรีธรรมราช

พระเจ้าสุชิตราชมีแม่เป็นเจ้าหญิงละโว้ ในขณะนั้นกษัตริย์ลำพูนยกทัพมาทำศึกกับละโว้ พระเจ้าละโว้ยกกองทัพออกไปนอกเมือง พระเจ้าสุชิตราชจึงเข้ายึดละโว้ได้โดยง่ายแล้วปกครองอยู่ 26 ปี 8 เดือน ในนามพระยาปานะโกศลกัมโพชราช

น่าสงสัยว่า เป็นเชื้อสายของพราหมณ์กัมพุช หรือกัมโพช เป็นพราหมณ์ประเภทเลี้ยงวัว ที่อพยพบจากอินเดียมาสู่นครศรีธรรมราช แถววัดป่ายาง ต.ท่างิ้ว ซึ่งพบเทวรูปพระกฤษณะ เทพเจ้าของคนเลี้ยงวัวที่นั่น

เจ้ากรุงละโว้ จากเมืองนครได้โปรดให้โอรสองค์ใหญ่ไปครองเมืองราม ที่เมืองพระสวามีพระนางจามเทวี เคยปกครองมาก่อน เมืองนี้ต่อมาปริวรรตมาเป็นแคว้นอโยธยา ชื่อเมืองของพระรามในรามเกียรติ์ แสดงว่า คัมภีร์รามายณะก็มีอิทธิพลต่อระบบกษัตริย์ไม่แพ้ศาสนาฮินดูพุทธ แล้วให้โอรสองค์ที่ 2 ไปครองเมืองศรีจนาศะ เดิมเรียกชื่อว่า"วิมายะ"หรือพิมาย โดยสร้างประสาทหินพิมาย ขึ้น เพราะ"วิมายะ"เป็นชื่อหนึ่งของพระนารายณ์ หรือพระวิษณุและพระยาสุชิตราช เป็นผู้นับถือศาสนาพราหมณ์นิกายวิษณุ หรือไวษณพนิกาย จากนครศรีธรรมราช

โอรสองค์ที่สองนี้ คือพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ต่อมาโปรดให้สร้างเทวาลัยเขาพระวิหาร จากที่มีการสร้างมาหลายครั้งให้ยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิม

ปราสาทพระวิหาร จึงมีทั้งศิลปะแบบเกาะแกร์ แบบปาปวน และแบบบายน รวมทั้งเทวรูปจตุคามรามเทพแบบนครศรีธรรมราช

(จิระพงค์ เต็มเปี่ยม) แนวหน้า 4/3/2011
....................................................................
บันทึกการเข้า
pani
Hero Member
*****
กระทู้: 653


« ตอบ #4 เมื่อ: 13 มีนาคม 2011, 23:00:03 »

การสร้างเทวาลัยเขาพระวิหาร ดูจะเป็นแบบเล็กๆ มาตั้งแต่พ.ศ.700-พ.ศ900 จากอิทธิพลของกษัตริย์โกณฑัญญะจากอาณาจักรพนม และสร้างเปลี่ยนรูปไปตามกาลเวลา เพราะตำแหน่งที่ตั้งของเขาพระวิหารต้องโฉลก"ลึงค์บรรพต"หรือภูเขาที่เป็นรูป ลึงค์ของพระศิวะ โดยธรรมชาติการพัฒนาการสร้างและเปลี่ยนเจ้าของผู้สร้างจึงเปลี่ยนไปเสมอ เหมือนกระท่อมเปลี่ยนเป็นบ้าน บ้านกลายเป็นตัวตึก จากตัวตึกกลายเป็นคอนโดมิเนียมเมื่อเปลี่ยนเจ้าของเดิมแต่ต้องสร้างในที่ เดียวกัน

ดังนั้นการสร้างด้วยรูปแบบแผนผังศักดิ์สิทธิ์ดัง"ปุระ"ของพราหมณ์ จะเกิดขึ้นจริงๆประมาณ พ.ศ.1430 เป็นต้นมา และการสร้างอย่างจริงจัง ในปี พ.ศ.1436 เป็นต้นมา เมื่อพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ทรงสร้างเทวาลัย วิมายะ-พิมาย เสร็จแล้ว จึงเข้ามาบริหารจัดการสร้างเขาพระวิหารประมาณปี พ.ศ.1460 โดยอภิเษกกับเจ้าหญิงขอมพระองค์หนึ่งทำให้มีกำลังคน ทั้งนายช่าง ฝ่ายต่างๆ คนงานและพราหมณ์ผู้รอบรู้พิธีกรรม

และที่สำคัญที่สุด เครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างและเสบียงอาหารตลอดเวลาการสร้างเทวาลัยอย่าง ต่อเนื้อง จนมาถึงสมัยพระเจ้าสุริยวรมัน ที่2

ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เอเซียชาวฝรั่งเศส เข้ามาศึกษาวิจัยนครวัด นครธม และอาณาจักรศรีวิชัย ตามคำสั่งของรัฐบาลฝรั่งเศส ในสมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ.2461 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาประวัติศาสตร์ไทยได้ นำมาขุดค้นวัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช พบศิลาจารึก หลักที่ 23 จารึกเมื่อ พ.ศ.1318 โดยพระเจ้าวิษณุที่ 2 พระพระเจ้าศรีวิชเยนทราราชาในจารึกหลังนี้มีคำว่า "ศรีวิชัย" แปลว่า "ผู้ชนะพราหมณ์

ยิ่งกว่านั้น ยอร์ช เซเดส์ ยืนยันว่า ผู้สร้างเขาพระวิหารพระเจ้าสุริยวรมัน ที่ 1 เป็นกษัตริย์ไปจากนครศรีธรรมราช แต่ ณวันนี้ นักวิชาการที่กรุงเทพ กำลังแสดงท่าทีอคติกับฝรั่งเศส เรื่องเขาพระวิหาร เป็นของเขมร เพราะขอมเป็นผู้สร้างเขาพระวิหาร

แต่พอผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศสยืนยันว่าคนไทยเป็นผู้สร้างเขาพระวิหาร นักวิชาการกรุงเทพ กลับไม่เชื่อ แถมปฎิเสธ แทนที่จะอ้างประวัติศาสตร์ส่วนนี้ว่า คนไทยสร้าง จะมีน้ำหนักต่อคำพิพากษา นักวิชาการเปล่านี้กลับปฎิเสธว่าเป็นไปไม่ได้

คุณกลัวอะไร???กลัวอาณาจักรศรีวิชัยนครศรีธรรมราช จะปกครองประเทศไทย หรือหากความกลัวนี้เป็นจริงและต่อเนื่องจากในอดีต ความคิดของราชธานีกรุงเทพ ที่เผาเอกสารจำนวนมากหน้าวัดพระธาติเมืองคอน พ.ศ.2466 ก็เป็นจริง เพื่อลบศรีวิชัยนครศรีธรรมราช ออกไปจากนโยบายการปกครอง

พระเจ้าไชยวรมันที่ 7 ครองราชระหว่างพ.ศ.1724-1762 ผู้ตั้งลัทธิพุทธราชาห่างจากพระเจ้าไชยวรมันที่ 2 เกือบ 400 ปี ผู้สร้างปราสาทตาพรม ปราสาทพระขรรค์ ปราสาทพิมานอากาศ เป็นตน โดยนักนักประวัติศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งยืนยันว่า พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์จากเมืองพิมายและละโว้ โดยเป็นราชบุตรเขยของกษัตริย์ของอีกทีหนึ่ง

ท่านผู้อ่านหลายท่าน ถามผมว่าไปขุดประวัติศาสตร์มาจากไหน !!ครับ ผมก็อยากแนะนำให้ไปอ่าน กษัตริย์นครศรีธรรมราช ผู้สร้างเขาพระวิหาร ตอน 1,2 ฯลฯ ใน WWW.naewna.com ซึ่งข้อเขียนทั้งหมด เป็นของอาจารย์ ชาลี ศิลปรัศมี ปราชญ์ แห่งนครศรีธรรมราช ที่ผมก๊อบปี้มาด้วยความเคารพ ให้ท่านได้อ่านช่วงที่ไทย กำลังมีปัญหากับเขมรเรื่องปราสาทพระวิหาร

(จิระพงค์ เต็มเปี่ยม) แนวหน้า 11/3/2011
บันทึกการเข้า
pani
Hero Member
*****
กระทู้: 653


« ตอบ #5 เมื่อ: 23 เมษายน 2011, 22:06:09 »

กษัตริย์นครศรีธรรมราช ผู้สร้างเขาพระวิหาร(ตอนจบ) (จิระพงค์ เต็มเปี่ยม)
มีแฟนคลับอีเมลมาหาผม ถามว่า บทความเรื่องกษัตริย์นครศรีธรรมราช ผู้สร้างเขาพระวิหาร เขียนโดย ชาลี ศิลปรัศมี ปราชย์แห่งศรีวิชัย จะจบลงเมื่อไหร่ ?? ครับ! ฉบับนี้เป็นตอนสุดท้าย ที่ผ่านมา เขียนขาดๆหายๆข้ามไปบ้างเพราะมีเรื่องร้อนๆ อื่นๆเข้ามาแทรกของอภัยด้วย

พระเจ้าไชยวรมันที่ 7 ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.1724-1762 ผู้ตั้งลัทธิพุทธราชาห่างจากพระเจ้าไชยวรมันที่ 2 เกือบ 200 ปี ผู้สร้างปราสาทตาพรม ปราสาทขรรค์ ปราสาทพิมานอากาศ เป็นต้น โดยนักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งยืนยัว่า พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์จากเมืองพิมายและละโว้ โดยเป็นราชบุตรเขยของขอมอีกทีหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ.1740 พระองค์ ได้ส่งกรมเต็งอัญศรีชคตไตรโลกยราชจากละโว้ ให้มาปกครองศรีวิชัยไชยา ในนามพระเจ้าสูรยนารายณ์ที่ 2 หรือพระเจ้าไตรโลกยราช เพื่อป้องกันการข่มขู่ศรีวิชัยไชยา จากแคว้นอโยธยา ที่กระจายอำนาจลงมาใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.1722

โดยผนึกกำลังกับเมืองโปโลนนรุวะในลังกา และเมืองพระเวียงนครศรีธรรมราช พระเจ้าไตรโลกยราช คือ"ปู่"ของพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมโศกราช มหาราชแห่งนครศรีธรรมราช (พ.ศ.1771-1813)ผู้พยายามจะให้นครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางอาณาจักรศรีวิชัยทั้ง 3 ครั้งที่ 3 และในช่วงปี พ.ศ.1740-1762 ที่นครศรีธรรมราช ต้องส่งส่วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง7 แห่ง ไปให้กษัตริย์ขอมอาบเหมือนละโว้ โดยขนส่งทางเรือ อาบบนบัลลังก์มนังคศิลาอาสน์ สมมติที่ทำด้วยไม้มะเดื่อเพื่อความเป็นราชาเทวะ

บทสรุป จากบริบทที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า พราหมณ์หนุ่มโกณฑัญญะจากอาณาจักรพนม(กระบี่) ไปสร้างอาณาจักรฟูนัน พระเจ้าไชยวรมันที่ 2 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของขอมผู้ตั้งลัทธิเทวราชา ไปจากศรีวิชัย-ไชยา พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ผู้สร้างเขาพระวิหาร เป็นกษัตริย์นครศรีธรรมราช และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้ตั้งลัทธิพุทธราชาไปจาก"พิมาย"ลูกหลานละโว้

แล้วเราจะไปกลัวอะไรกับการอ้างว่า"ขอม เป็นผู้สร้างเขาพระวิหาร"เพราะปราสาทหินมากมายในอาณาจักรขอม คนไทยจากภาคใต้ เป็นผู้สร้าง

และยิ่งมีน้ำหนักเข้าไปอีกมากเมื่อศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดย์ ผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศส ยืนยันว่า พระเจ้าสุริยวรมัน ที่1 เป็นกษัตริย์จากนครศรีธรรมราช นักวิชาการ นักการเมืองระดับชาติของไทยเองต่างหาก ที่ไม่เชื่อหลักฐานชิ้นนี้ แล้วไปด่าฝรั่งเศสว่าเป็นผู้วางระเบิดเวลาใช้เขาพระวิหารเป็นเครื่องมือ

หากนักวิชาการไทยยังปฎิเสธความยิ่งใหญ่ของศรีวิชัย ที่เป็นอาณาจักรของคนไทยเสียเอง ก็เป็นการยากที่จะไปเอาชัยชนะคืนมาจากเขมรลูกน้องของศรีวิชัย ในอดีต

อยากรู้เรื่อง"กษัตริย์นครศรีธรรมราช ผู้สร้างเขาพระวิหาร" ทุกตอน เข้าไปดูได้ในคอลัมน์ จิระพงค์ เต็มเปี่ยม ใน www.naewna.com
วันที่ 22/4/2011
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2011, Simple Machines
SimplePortal 2.3.5 © 2008-2012, SimplePortal
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!